ซึบาสะกับริวัล ORETACHI WA NUMBER 1 DAAAAAA!!
ถ้าย้อนกลับไปตอนที่ซึบาสะเพิ่งเหยียบสโมสรบาร์เซโลนาครั้งแรก คนที่ยืนอยู่บนยอดเขาตรงหน้าเขาคือ ริวัล นักเตะที่เป็นร่างอวตารของ ริวัลโด เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์คนล่าสุดของโลกในปี ค.ศ. นั้น
ซึบาสะในวันที่ถูกซื้อตัวไปยังบาร์เซโลนา ก็ไม่ใช่ไก่กาแล้วนะ ผ่านบราซิล คว้าแชมป์บอลเยาวชนโลก เป็นนักเตะที่ในโลก Captain Tsubasa แทบจะเดินไปไหนก็มีแต่คนอวยว่า “สุดยอดดาวรุ่ง” แต่พอซึบาสะไปบาร์เซโลนา ริวัลมาชวนเคาะบอลไปมาเพื่อยืดเส้นสาย
ซึบาสะที่รักการต่อสู้ไม่แพ้ชาวไซย่า ก็ไปขอท้าดวล 1 ต่อ 1 กับริวัล… ก่อนจะโดนรับน้องไปค่ะ

ริวัลคือนักเตะหมายเลข 10 ของบาร์เซโลนาและทีมชาติบราซิล เป็นนักเตะระดับที่ตอนนั้นซึบาสะยังเอาชนะไม่ได้ แล้วตำแหน่งถนัดของทั้งคู่ทับกัน จนโค้ชต้องตัดสินใจ ส่งซึบาสะไปเริ่มชีวิตค้าแข้งในยุโรป จากบาร์เซโลนาทีม B ก่อน
ในสายตาของซึบาสะ ริวัลเลยเป็นเหมือน “ปลายทางที่ต้องไปให้ถึง”
แต่ที่น่าสนใจคือ จากฝั่งริวัลเอง ซึบาสะก็ไม่ได้เป็นแค่เด็กญี่ปุ่นน่ารำคาญที่จะมาแย่งตำแหน่งของตน ริวัลเห็น “ของ” ในตัวเด็กคนนี้ตั้งแต่แรก และเมื่อเขาบาดเจ็บ ซึบาสะก็ขึ้นมารับหน้าที่ในทีมชุดใหญ่แทน ก่อนที่ใน El Clásico ทั้งสองคนจะลงสนามและร่วมมือกันเพื่อพาบาร์เซโลนาสู้กับเรอัล มาดริด
ตรงนั้นความสัมพันธ์มันเริ่มเปลี่ยนแล้วค่ะ
จาก “ชาวไซย่าที่มาท้าทายท่านบิลส์” หรือ “คนที่เอานิ้วมือไปแหย่รูปลั๊กไฟ”
เป็น “เด็กที่มาร่วมสู้ไปกับฉันได้”
แล้วเวลาของคนอ่านก็ผ่านไปยี่สิบกว่าปี ส่วนเวลาในเรื่องจริง ๆ เพิ่งขยับไปประมาณปีกว่า ๆ จนมาถึง Next Dream ซึ่งเป็นเนื้อเรื่องที่อาจารย์โยอิจิ ทาคาฮาชิวางเนื้อเรื่องให้เกิดขึ้นมาต่อจากโอลิมปิกโดยตรง
ริวัลในตอนนี้เริ่มมีปัญหาบาดเจ็บเรื้อรังที่รักษาไม่หายขาด และบทบาทของแกเริ่มกลายเป็น รุ่นพี่ที่กำลังมองหาคนรับช่วงต่อ
ตั้งแต่ต้น Next Dream หลังเป๊ป กวาดิโอลาออกจากทีม ริวัลได้รับตำแหน่งกัปตัน และแทบจะทันทีที่ได้รับปลอกแขน แกกลับพูดกับซึบาสะประมาณว่า “วันที่ฉันไป นายก็รับเบอร์ 10 ต่อจากฉันนะ”
อันนี้ชอบมากค่ะ
เพราะคนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น “กำแพง” ที่ทำให้ซึบาสะไม่มีที่ยืนในทีมชุดใหญ่ กลายเป็นคนที่คิดถึงวันที่จะ ส่งหมายเลขของตัวเองให้ซึบาสะ
แล้วยังไม่พอ
พอริวัลเจ็บหลังจนลงไม่ได้เต็มที่ ฟานกัลเลือกให้ซึบาสะเป็นกัปตันแทน ซึบาสะยังเกรงใจ บอกประมาณว่า เอาคนที่อายุมากกว่าผมไม่ดีกว่าเหรอ?
ริวัลตอบง่าย ๆ ว่า
"อายุไม่สำคัญ"
"ใครเก่งที่สุดในทีม คนนั้นแหละสมควรเป็นกัปตัน"
คือพี่… นี่มันคนเดียวกับที่ยืนอยู่ข้างบนให้ซึบาสะปีนตามตอนเข้าบาร์ซาใหม่ ๆ นะ ตอนนี้กลับเป็นคนผลักซึบาสะขึ้นไปยืนข้างหน้าเองแล้ว
เว็บไซต์ทางการของเกมเองอธิบายริวัลใน Next Dream ว่าเป็น “พี่ใหญ่แก็งอาซูลกรานา” และบอกตรง ๆ ว่า การเติบโตขึ้นมาของซึบาสะและนักเตะรุ่นใหม่ได้กระตุ้นให้ “เหยี่ยวทองคำ” คนนี้มุ่งไปหาความท้าทายใหม่ด้วยเหมือนกัน
เพราะงั้นความสัมพันธ์ของสองคนนี้เลยไม่ได้เป็นเส้นเดียวว่า รุ่นพี่สอนรุ่นน้อง
ซึบาสะเองก็ไปกระตุ้นริวัลกลับเหมือนกัน
ริวัลอาจจะยังเป็น No.1
แต่พอมีเด็กคนนี้อยู่ข้าง ๆ
การเป็น No.1 ของแกก็ไม่ได้โดดเดี่ยวเหมือนเดิมแล้ว
แล้วเรื่องราว ก็พัดพามาถึงการศึกกับพญาหมาป่า โรมา ใน Champions League รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2
เมื่อเวลาการแข่งขันใกล้หมดลง บาร์ซากำลังตามหลัง ริวัลก็สภาพหลังพัง เหงื่อท่วมแทบจะไปต่อไม่ไหวแล้ว
แต่จังหวะสุดท้าย แกกลับเรียกซึบาสะเข้ามา
สองคนวิ่งขึ้นมาพร้อมกัน
ถึงขั้นนักพากย์เห็นทรงวิ่งก็รู้แร้วววนะว่า
“หรือว่าาา ทั้งสองคนกำลังจะ Twin Shoot !!” 5515555155
แล้วในวินาทีที่ทั้งคู่เหวี่ยงเท้ายิงบอลออกไปพร้อมกัน ริวัลก็ตะโกนว่า
「俺たちはナンバー1だああああ!!」
“พวกเราคือ Number 1!!!!”
ตรงนี้หนูว่าสิ่งที่โคตรสวยไม่ใช่คำว่า Number 1 ค่ะ
แต่คือ 俺たち — Oretachi
“พวกเรา”
ริวัลน่ะ ไม่เคยต้องป่าวประกาศว่า “俺はナンバー1 — กูคือ No.1”
เพราะทุกคนรู้ค่ะ ผู้ชายคนนี้เปิดตัวมาในฐานะยอดนักเตะของโลกอยู่แล้ว มีบัลลงดอร์อยู่ในมือ จะประกาศทำไมอีก
แต่ในวันที่ร่างกายตัวเองกำลังโรยรา กำลังจะโดนสังขารลักพาตัวไป
สิ่งที่เขาเลือกตะโกนกลับไม่ใช่ “ฉันคือ No.1”
แต่เป็น “พวกเราคือ No.1”
และ “พวกเรา” ตรงนั้น ในบริบทที่ริวัลเรียกซึบาสะมายิงหมาป่าด้วยกัน ก็อ่านได้ตรงตัวว่าเป็น "ริวัล + ซึบาสะ" แค่สองคนเท่านั้น
โอ๊ยยย ตรายยย
จากเด็กที่ครั้งหนึ่งเคยวิ่งเข้ามาท้าชิงตำแหน่งของแก
กลายเป็นเพื่อนร่วมทีม
กลายเป็นคนที่ริวัลฝากปลอกแขนกัปตันให้
เป็นคนที่แกตั้งใจจะมอบหมายเลข 10 ให้สานต่อ
และสุดท้ายกลายเป็นคนที่ริวัลแบ่งคำว่า “No.1” ให้ยืนอยู่ข้างตัวเอง
หลังจาก Twin Shoot ลูกนั้นเข้าไปกองอยู่ในก้นตะข่ายของโรมา… ริวัลก็ร่วงค่ะ
สภาพร่างกายไปต่อไม่ไหว จนเล่นช่วงต่อเวลาพิเศษไม่ได้
นั่นยิ่งทำให้
“ORETACHI WA NUMBER 1 DAAAAAA!!”
ฟังเหมือนเสียงตะโกนเฮือกสุดท้ายของแกในเกมนั้นเข้าไปอีก
เหมือนคนที่รู้ตัวว่า กูอาจไปต่อไม่ได้แล้วนะ
แต่ก่อนออกจากสนาม ขอทำสิ่งหนึ่งก่อน...
เรียกเด็กชาวญี่ปุ่นที่ครั้งหนึ่งเคยแหงนหน้ามองตัวเองจากข้างล่าง ขึ้นมายืนข้าง ๆ
แล้วบอกโลกว่า
“เห็นเราสองคนมั้ย”
“พวกกูเจ๋งที่สุด!!”
แม่งงง


ถ้ามองแบบนี้ 20 กว่าปีที่เราเห็นริวัลกับซึบาสะอยู่ด้วยกัน ความเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดอาจไม่ใช่ว่า ซึบาสะเก่งขึ้นจนไล่ทันริวัล
แต่มันคือวันที่ริวัลเองไม่จำเป็นต้องยืนอยู่บนยอดเขาคนเดียวอีกต่อไป
คำว่า No.1 ยังเหมือนเดิม
คนที่พูดก็ยังเป็นริวัลคนเดิม
สิ่งเดียวที่เปลี่ยนคือ
จาก “ฉัน”
กลายเป็น
“เรา”
และหนูว่า แค่นั้นก็คุ้มค่ากับการติดตามความสัมพันธ์ระหว่างริวัลและซึบาสะมากว่า 20 ปีแล้วค่ะ




Post a Comment