สัจธรรมของชีวิตอันร่วงโรย
นึกย้อนกลับไปก็มีแต่ความทรงจำดี ๆ เรื่องราวตื่นเต้นอัดแน่นเต็มไปหมด
- วากาบายาชิ ดวลกับไทย
- ฝึกยิงพยัคฆ์สายฟ้า
- ล้างแค้น RJ7 10-2 และยิงพยัคฆ์สายฟ้าตัดขาฮิโนะ
- มิซากิยิงบูมเมอแรง พยัคฆ์สายฟ้าดันบัลข่านเข้าโกล
- รุดกุลลิท สอนบอลที่เป็นสอนจริง ๆ กับชินโง
- แม่เฮียวงะ ล้มหัวฟาดโต๊ะ
- อาโออิกับอิเดะไปแอบดูจีนซ้อม แล้วบาดเจ็บกลับมา
- วากาบายาชิโดนเซียว ยิงจากนอกเขตโทษ
- เซียวเคาเตอร์เฮียวงะ แต่ซึบาสะเคาเตอร์กลับ มังกรโผล่
- นกฟินิกซ์ก็โผล่ด้วย
ในขณะที่ตอนนี้คือเขียนเฮี่ยอะไรไม่รู้... แมตช์สเปนอย่างเดียว เตะ 5 ปี และใช้จำนวนหน้าเทียบเท่าภาคเยาวชนโลกทั้งภาค (18 เล่ม, ~3400 หน้า) หลายตอนสรุปทั้งตอนได้ในแค่ 1 ประโยค
ฝั่งหนึ่งก็บอกว่า ที่น่าตลกคือไอ้ภาคเยาวชนโลกที่เราว่าพีก ๆ ในความรู้สึกน่ะ มันล้มเหลมอย่างสิ้นเชิงในญี่ปุ่น
ตอนนั้นคือสถานการณ์เรื่อง ตุปัดตุเป๋มาก... เรื่องมันเลยกระชับตัดจบ กระทั่งนัดรองชนะเลิศกับเนเธอร์แลนด์ก็โดนตัด
นัดชิงกับบราซิลก็ มาไว ไปไว... ยิงชนะ 3-2 ชูแขนแล้วตัดจบเลย
Epilogue ที่จูบกันในสนาม ขอแต่งงาน วันแต่งงาน ต้องไปอ่านในรวมเล่ม
แต่แฟน ๆ เค้าก็สรุปกันว่า การที่มีกองบรรณาธิการ, มีความกดดัน, มีการแข่งขันความนิยมกับเรื่องอื่น ๆ นั่นแหละ คือสิ่งที่ทำให้เรื่องมันออกมาดีในสายตาคนอ่านอย่างเรา ๆ
ส่วนหลังจากนั้น เมื่อจารย์โยอิจิเป็นเสือนอนกินจากชื่อเสียงตัวเอง อยู่ในสภาวะสบายเกินไป อยากทำอะไรก็ทำได้เสรี ไม่มีใครคุมแล้ว มันเลยกลายเป็นการเล่าเรื่องแบบจังหวะนรก และขาดความคิดสร้างสรรค์แล้ว
แต่ในมุมผม ที่ปีนี้ผมก็เป็นเส้นเลือดสมองตีบ หัวใจรั่วอ่ะนะ....
อาจารย์โยอิจิ ตอนนี้ก็อายุ 66 ปีแล้ว
แกเป็นโรคตะกอนหูชั้นในเคลื่อน พอขยับศีรษะเร็ว ๆ ก็บ้านหมุน
แถมยังยึดวิธีทำงานแบบโบราณ ปรับตัวเข้ากับโลกลำบากขึ้นเรื่อย ๆ
ลูกมือที่จะยอมทำงานตามวิธีโบราณของคนวัย 66 ก็หาไม่ได้แล้ว
มันก็คือสัจธรรมของมนุษย์แหละ
คนเรามีช่วงถั่วงอก เบ่งบาน เติบโต แล้วก็โรยราสู่ขาลง
เหมือนเส้นกราฟนักฟุตบอลที่พีกสุดช่วง 27-32 หลังจากนั้นก็โรย
อาจารย์แกโรยราสู่ขาลงมานานหลายทศวรรษแล้ว
เอิ่ม ผมก็ me also แหละ.... ผมรู้ว่าผมเทียบตัวเองเมื่อ 20 ปีก่อนไม่ได้สักนิด ไม่อยู่ในจุดที่จะคิดปาฏิหาริย์ในเสี้ยววินาที ได้อีกแล้ว
ตอนต้นปี 2024 ที่อาจารย์แกประกาศเลิกเขียนแบบเต็มลงรายเดือนแล้ว และจะเขียนตามใจชอบลงเว็บ มันก็คือการ "วาดรูปเล่น" เหมือนย้อนกลับไปสมัยเป็นเด็กน่ะแหละ
ช่วงหลังวาดดราฟต์แมตช์กับสเปน แกพักวาดไป 5 เดือน แกก็มา recap ว่าไอ้ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ก็เหมือนกลับไปสู่จุดเริ่มต้น ที่วาดรูปเล่นลงสมุดตอนประถมจริง ๆ
และแกก็ดีใจมาก ดีใจมาตลอดที่เป็นอิสระแล้ว
หมายถึง จะเขียนตอนละกี่หน้าก็ได้...
จะเขียน จะหยุดเมื่อไหร่ก็ได้
อยากทำอะไรก็ทำได้ ไม่มีคนคุมแล้ว
เป็นซึบาสะ จากใจแกในวัย 66 ปีจริง ๆ
ไม่ใช่ซึบาสะในแบบที่โดนคนอื่นคุมงานอีกทีว่างั้นเถอะ
แน่นอน ผมไม่ได้บอกว่าภาค Finals ในปัจจุบันมันดี
มันก็คืองานเฮี่ย, เฮี่ยมากด้วยซ้ำ, คนแปลทุกคำ ย่อมเข้าใจความทรมานดี
มันก็คือการวาดรูปเล่นของคนที่เกษียณตัวเองแล้วนั่นเอง
ผมเลยแบบ ไม่ได้รู้สึกอยากเบลม หรือตำหนิอะไรอาจารย์
สุดท้ายก็กลับไปอย่างที่บอก "มันคือสัจธรรมของมนุษย์"
เราแค่เข้าใจ...
และคอยยินดีกับการที่ คนที่ครั้งหนึ่งเคยสร้างผลงานที่เรารัก
คนที่ทำให้เรามีความสุข...
เขายังมีลมหายใจ และได้ทำในสิ่งที่เขารักต่อไป
ในแบบที่เป็นตัวตนของเขาเอง
แม้ว่าเขาจะทำได้แย่ลงจากเดิมมาก ๆ แล้วก็ตาม...
แค่เรายินดีกับความสุขของเขาก็พอ
ไม่ใช่ในฐานะ นักวาดกับแฟนคลับ
ไม่ใช่ในฐานะ ครีเอเตอร์กับคนวิจารณ์
แต่ในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน...
ผมเองก็รู้ตัวดี ว่าศักยภาพตัวเองถดถอยลงเรื่อย ๆ และจะถอยลงไปอีก
ก็ไม่คิดที่จะสู้กับตัวเองในอดีต หรือทำให้ได้ทัดเทียมตัวเองในอดีตหรอก
ผมเคยโดนเจนนี่ตบกบาลด่าด้วยว่า เลิกกดดัน หรือเสียใจกับการที่สู้กับตัวเองในอดีตไม่ได้แล้ว คิดแบบนั้นประสาทแดกเปล่า ๆ... ชีวิตมันก็แบบนี้
สรุปสั้น - ทุกวันนี้จารย์แกวาดรูปเล่นตามใจชอบแล้ว และงานก็คงจะดรอปลงไปเรื่อย ๆ อีก แต่การวาดรูปเล่นมันก็คือชีวิตของแก ความสุขของแก มองซะว่าก็เหมือนเพื่อนสมัยเด็กคนนึงที่โตมาด้วยกัน แค่แกยังยิ้ม หัวเราะ ทำสิ่งที่ชอบได้เพื่อหล่อเลี้ยงหัวใจในบั้นปลายชีวิตแต่ละวันได้ มันก็ดีที่สุดแล้ว...
อาจารย์โยอิจิ ตอนนี้ก็อายุ 66 ปีแล้ว
แกเป็นโรคตะกอนหูชั้นในเคลื่อน พอขยับศีรษะเร็ว ๆ ก็บ้านหมุน
แถมยังยึดวิธีทำงานแบบโบราณ ปรับตัวเข้ากับโลกลำบากขึ้นเรื่อย ๆ
ลูกมือที่จะยอมทำงานตามวิธีโบราณของคนวัย 66 ก็หาไม่ได้แล้ว
มันก็คือสัจธรรมของมนุษย์แหละ
คนเรามีช่วงถั่วงอก เบ่งบาน เติบโต แล้วก็โรยราสู่ขาลง
เหมือนเส้นกราฟนักฟุตบอลที่พีกสุดช่วง 27-32 หลังจากนั้นก็โรย
อาจารย์แกโรยราสู่ขาลงมานานหลายทศวรรษแล้ว
เอิ่ม ผมก็ me also แหละ.... ผมรู้ว่าผมเทียบตัวเองเมื่อ 20 ปีก่อนไม่ได้สักนิด ไม่อยู่ในจุดที่จะคิดปาฏิหาริย์ในเสี้ยววินาที ได้อีกแล้ว
ตอนต้นปี 2024 ที่อาจารย์แกประกาศเลิกเขียนแบบเต็มลงรายเดือนแล้ว และจะเขียนตามใจชอบลงเว็บ มันก็คือการ "วาดรูปเล่น" เหมือนย้อนกลับไปสมัยเป็นเด็กน่ะแหละ
ช่วงหลังวาดดราฟต์แมตช์กับสเปน แกพักวาดไป 5 เดือน แกก็มา recap ว่าไอ้ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ก็เหมือนกลับไปสู่จุดเริ่มต้น ที่วาดรูปเล่นลงสมุดตอนประถมจริง ๆ
และแกก็ดีใจมาก ดีใจมาตลอดที่เป็นอิสระแล้ว
หมายถึง จะเขียนตอนละกี่หน้าก็ได้...
จะเขียน จะหยุดเมื่อไหร่ก็ได้
อยากทำอะไรก็ทำได้ ไม่มีคนคุมแล้ว
เป็นซึบาสะ จากใจแกในวัย 66 ปีจริง ๆ
ไม่ใช่ซึบาสะในแบบที่โดนคนอื่นคุมงานอีกทีว่างั้นเถอะ

แน่นอน ผมไม่ได้บอกว่าภาค Finals ในปัจจุบันมันดี
มันก็คืองานเฮี่ย, เฮี่ยมากด้วยซ้ำ, คนแปลทุกคำ ย่อมเข้าใจความทรมานดี

มันก็คือการวาดรูปเล่นของคนที่เกษียณตัวเองแล้วนั่นเอง
ผมเลยแบบ ไม่ได้รู้สึกอยากเบลม หรือตำหนิอะไรอาจารย์
สุดท้ายก็กลับไปอย่างที่บอก "มันคือสัจธรรมของมนุษย์"
เราแค่เข้าใจ...
และคอยยินดีกับการที่ คนที่ครั้งหนึ่งเคยสร้างผลงานที่เรารัก
คนที่ทำให้เรามีความสุข...
เขายังมีลมหายใจ และได้ทำในสิ่งที่เขารักต่อไป
ในแบบที่เป็นตัวตนของเขาเอง
แม้ว่าเขาจะทำได้แย่ลงจากเดิมมาก ๆ แล้วก็ตาม...
แค่เรายินดีกับความสุขของเขาก็พอ
ไม่ใช่ในฐานะ นักวาดกับแฟนคลับ
ไม่ใช่ในฐานะ ครีเอเตอร์กับคนวิจารณ์
แต่ในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน...
ผมเองก็รู้ตัวดี ว่าศักยภาพตัวเองถดถอยลงเรื่อย ๆ และจะถอยลงไปอีก
ก็ไม่คิดที่จะสู้กับตัวเองในอดีต หรือทำให้ได้ทัดเทียมตัวเองในอดีตหรอก
ผมเคยโดนเจนนี่ตบกบาลด่าด้วยว่า เลิกกดดัน หรือเสียใจกับการที่สู้กับตัวเองในอดีตไม่ได้แล้ว คิดแบบนั้นประสาทแดกเปล่า ๆ... ชีวิตมันก็แบบนี้
สรุปสั้น - ทุกวันนี้จารย์แกวาดรูปเล่นตามใจชอบแล้ว และงานก็คงจะดรอปลงไปเรื่อย ๆ อีก แต่การวาดรูปเล่นมันก็คือชีวิตของแก ความสุขของแก มองซะว่าก็เหมือนเพื่อนสมัยเด็กคนนึงที่โตมาด้วยกัน แค่แกยังยิ้ม หัวเราะ ทำสิ่งที่ชอบได้เพื่อหล่อเลี้ยงหัวใจในบั้นปลายชีวิตแต่ละวันได้ มันก็ดีที่สุดแล้ว...



Post a Comment