Friday, December 9, 2011

วงในเผย! FFXIII-2 ตอนจบขึ้น To be continued!!

ข้อมูลจากแหล่งข่าวไทยผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม (และไม่อยากจะออกนามเพราะกลัวโดนเก็บ) กล่าวว่าตัวเขาได้ทำงานทดสอบเกม Final Fantasy XIII-2 ทั้งเวอร์ชั่น PS3 และ Xbox360 มาเป็นเวลารวมกันกว่า 4 เดือน และจากการกัดฟันเล่นในฐานะงานมาตลอด เขามีข้อมูลที่พอจะเปิดเผยได้ดังนี้

  • ตัวเกมมีจุดให้ติและผิดหวังพอสมควร ไม่น่าจะได้คะแนนเต็มมาได้
  • งานภาพ Realtime-render สุดยอดอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วน CGI Movie นั้นทั้งเกมมีแค่นิดเดียว
  • ตัวเกมสั้นพอสมควร
  • ทีมงานทดสอบที่เล่นจบไวที่สุด ใช้เวลาเล่นแบบสปีดเพลย์ กดข้ามรัวๆ 6 ชั่วโมงจบ
  • ส่วนเจ้าตัวผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม เล่นไป 8 ชั่วโมงจบ
  • ถ้าจะทำทุกอย่างในเกมให้ครบ เล่นแบบคนไม่รู้แนวทางก็ 100 ชั่วโมง เล่นแบบคนทดสอบเกมที่จำทุกอย่างได้หมดแล้วก็ 60 ชั่วโมง
  • หลังจบเกม ผู้เล่นจะได้ Fragment Skill ชื่อ Grand Cross มา ทำให้ย้อนกลับไปเล่นเนื้อเรื่องในแต่ละเกทใหม่ได้
  • ทั้งเกม เราจะเล่นไลท์นิ่งได้แค่ช่วงเดียวคือช่วงเปิดเกมที่สู้กับเคออสบาฮามุทในวาลฮัลล่า
  • นอกนั้นไลท์นิ่งก็แทบจะไม่โผล่มาอีกเลย เท่าที่จำได้ก็มีโผล่มาอีกในตอนเลือก Fragment Ending และตอนทำเควสต์เอาโอดินเข้ากลุ่ม
  • ตอนจบขึ้น To be continued กลางจอตัวโตๆ
  • เวลาเข้าเกท จะโหลดช้าจนน่ารำคาญ แต่ตอนต่อสู้ โหลดได้รวดเร็วดี
  • ทั้งเกม ได้บังคับแค่เซร่าห์ โนเอล กับมอนสเตอร์
  • สโนวเป็นแค่เกสต์ โฮปเป็น NPC ดำเนินเรื่อง ส่วนซัสซ์ แฟงก์ วานิล โผล่มาท้ายเกมคนละ 3 นาที
  • ตัวเกมไม่มีบอสลับ แต่มีมอนสเตอร์โหดๆ ระดับบอส 3 ตัว บอสพวกนี้จะดรอปแร่หายากให้เราเอาไปทำเครื่องประดับกับอาวุธขั้นสูง
  • รอนกุยภาคนี้ดรอปริบบ้อนกับอดามันไทต์ การจะสู้กับมันต้องสลับสวิตซ์สภาพอากาศให้ถูกต้อง

ที่มา : ...เขาไม่ประสงค์จะออกนาม...

Wednesday, December 7, 2011

มาเหนือเมฆ! FFXIII-2 กวาด 40 คะแนนเต็มจากแฟมิซือ!!

นิตยสารแฟมิซือฉบับล่าสุดได้ประกาศคะแนนรีวิวเกมที่จะวางจำหน่ายในสัปดาห์หน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในบรรดาเกมเหล่านั้น Final Fantasy XIII-2 เป็นเกมที่กวาดคะแนนจากกรรมการไปได้มากที่สุดถึง 40 คะแนนเต็ม กล่าวคือได้ 10 คะแนนเต็มจากกรรมการตัดสินทั้ง 4 ท่าน ทำให้ Final Fantasy XIII-2 กลายเป็นเกมลำดับที่ 3 ที่ทางแฟมิซือมอบคะแนนเต็มให้ในปีนี้ ต่อจาก Skyward Sword และ Elder Scrolls Skyrim

อนึ่ง สมัย Final Fantasy XIII จากฝีมือของคุณโทริยามะ และ Final Fantasy Type-0 จากฝีมือของคุณทาบาตะ ได้คะแนนจากทางแฟมิซือไป 39 คะแนน ส่วน Final Fantasy XII จากฝีมือของยัสจังได้ไป 40 คะแนนเต็ม

ในส่วนของบทวิจารณ์เกมนั้น ตอนนี้ยังไม่มีคนคัดลอกเนื้อหาแบบเต็มๆ มาให้ดูกัน แต่เล่ากันมาว่าทีมงานได้วิจารณ์ว่าตัวเกมได้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคแรก แล้วตัวเกมก็มีเกมเพลย์อันหลากหลาย

สำหรับคะแนนรีวิวของเกมทั้งหมดที่จะวางจำหน่ายในสัปดาห์หน้าก็มีดังนี้

  • Final Fantasy XIII-2 (PS360): 10, 10, 10, 10
  • Monster Hunter 3G (3DS): 10, 10, 9, 9
  • Bakuman: Road to Becoming a Manga Artist (DS): 8, 7, 8, 7
  • Moe Moei Daisensou Gendaiban 3D (3DS): 6, 6, 5, 5
  • Puyo Puyo!! (3DS): 8, 8, 8, 8
  • Kunio-kun Special (3DS): 7, 7, 7, 7
  • Let's Play Together Dream Theme Park (Wii): 8, 7, 7, 8
  • BlazBlue Continuum Shift Extend (PS360): 9, 9, 8, 9
  • Lord of Apocalypse (PSP): 9, 9, 8, 8
  • Shin Kamaitachi no Yoru (PS3): 9, 9, 9, 10

สำหรับรายชื่อเกมอื่นๆ ที่เคยได้คะแนนเต็มไปจากทางแฟมิซือ สามารถตรวจสอบได้ตามลิงค์นี้ครับ : คลิ๊ก

ปิดท้ายด้วยคลิปตัวอย่างระบบ Historia Crux และฉากต่างๆ ที่มีอยู่มากมายในเกมนี้


Update!!

เว็บ Sinobi ที่เป็นร้านค้าปลีกเกมในประเทศญี่ปุ่นเผยว่า ทาง Square Enix ได้ผลิตแผ่น Final Fantasy XIII-2 ล็อตแรกขึ้นมา 1 ล้านแผ่นและเตรียมส่งไปให้ร้านค้าต่างๆ ทั่วแดนปลาดิบแล้ว โดยจำนวน 1 ล้านแผ่นนี้ถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าสมัย Final Fantasy XIII ดั้งเดิมเกือบเท่าตัว เพราะตอนนั้นทางค่ายได้ผลิตแผ่น Final Fantasy XIII ล็อตแรกขึ้นมาถึง 1.8 ล้านแผ่น สันนิษฐานว่าฝ่ายการตลาดคงคาดการณ์แล้วว่าภาคนี้จะขายได้ลงมาก จึงผลิตแผ่นมาเพียง 1 ล้านแผ่นเท่านั้น 

อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับยอดจำหน่ายเกม PS3 ในประเทศญี่ปุ่นแล้ว ตัวเลข 1 ล้านแผ่นก็ยังถือเป็นจำนวนที่สูงมากๆ อยู่ดี เพราะนอกจาก Final Fantasy XIII แล้วก็แทบไม่มีเกมใดใน PS3 ที่ขายในประเทศญี่ปุ่นได้เกิน 1 ล้านแผ่นแล้ว

ที่มา : 2chSinobi

Thursday, October 20, 2011

Final Fantasy IX : มโนคติแห่งชีวิต -คริสตัล-

“ชาวเทอร์ร่าที่แท้จริงได้เข้าสู่การหลับใหลมาอย่างยาวนาน รอคอยชั่วยามที่โอกาสของพวกเขาจะมาถึง เมื่อถึงเวลาแล้ว แสงแห่งดวงดาวจะแปรเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง แล้วไกอาก็จะกลายเป็นเทอร์ร่า”  มิโคโตะ

อารยธรรมของเทอร์ร่า

เทอร์ร่าเป็นดาวที่มีอารยธรรมทางเวทมนต์อันสูงส่ง ในช่วงที่เฟื่องฟูสุดขีดนั้น เทอร์ร่าเต็มไปด้วยเมืองที่เจริญรุ่งเรืองทั่วทั้งดวงดาว แต่แล้วเมื่อ “การเสื่อมถอย” ได้เริ่มต้นขึ้น พืชและสัตว์ทั้งหลายในดาวดวงนี้ก็เริ่มพากันล้มตาย

ชาวเทอร์ร่ามีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะปกปักรักษาวัฒนธรรมและเทคโนโลยีของพวกเขาไว้ พวกเขาได้สร้าง “โออิลเวิร์ท” ขึ้นมาเป็นแหล่งบันทึกประวัติศาสตร์ของพวกเขา แต่นั่นมันก็ไม่ใช่ทางแก้ปัญหา ในท้ายที่สุด ชาวเทอร์ร่าที่มีสติปัญญาก็ได้รวมตัวกันเพื่อหาทางหยุดยั้งการเสื่อมถอยนั้น


การ์แลนด์ บุคคลผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด ไม่ดีและไม่ร้าย เป็นแค่ตาลุงธรรมดาๆ

หนังสือ Final Fantasy IX Ultimania บันทึกไว้ว่า ชาวเทอร์ร่าได้ใช้ศาสตร์แห่งเวทย์ที่เรียกว่า “ฟิวชั่น” เพื่อให้ได้มาซึ่งชีวิตที่เป็นนิรันดร์ ฟิวชั่นถูกร่ายขึ้นเมื่อคริสตัลของเทอร์ร่าเข้าสู่วัยชราและอ่อนแอลง ดังนั้นเพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไปได้ ชาวเทอร์ร่าจึงแสวงหาดวงดาวที่ยังหนุ่มแน่น ดวงดาวที่ใจกลางของมันยังไม่โตดี ทำการดูดกลืนมันซะ แล้วถ่ายวิญญาณของเทอร์ร่าเข้าไปในคริสตัลอันใหม่ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ

ใจกลางของดาวแต่ละดวงจะมีคริสตัลที่ทำหน้าที่ควบคุมวัฏจักรแห่งวิญญาณตั้งอยู่  มันจะปล่อยวิญญาณออกมาเพื่อให้เกิดใหม่เป็นสิ่งมีชีวิต และเมื่อสิ่งเหล่านั้นตายลง ความทรงจำระหว่างการใช้ชีวิตจะถูกส่งกลับไปยังคริสตัล ทำให้คริสตัลเติบโตและสามารถสร้างสิ่งมีชีวิตใหม่ที่มีความซับซ้อนมากกว่าเดิมได้ หากการหมุนเวียนของวิญญาณหยุดลง การสั่งสมความทรงจำก็จะจบสิ้นลง แล้วดวงดาวก็จะเริ่มเสื่อมถอย ที่สุดแล้วคริสตัลและดาวดวงนั้นก็จะกลับคืนสู่จักรวาลไปพร้อมๆ กัน

มโนคตินี้คล้ายคลึงกับไลฟ์สตรีมของ Final Fantasy VII


ประวัติศาสตร์

5,000 ปีก่อน – การฟิวชั่นที่ผิดพลาด

ชาวเทอร์ร่าไม่สามารถหาดวงดาวที่ยังเยาว์วัยเพื่อที่จะดูดกลืนได้ ขณะที่คริสตัลของเทอร์ร่าก็อ่อนแอลงทุกวันๆ การ์แลนด์จึงเสี่ยงตัดสินใจเลือกดาวไกอาที่หนุ่มแน่นมาเป็นดาวที่จะหลอมรวมด้วย ทว่าการฟิวชั่นกลับล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะคริสตัลของไกอาพยายามปฏิเสธกระบวนการ ส่งผลให้อารยธรรมทั้งหมดของไกอาล่มสลาย เหลือไว้เพียงเปลือกโลกที่พังพินาศ

ภาพการฟิวชั่นที่ผิดพลาดของไกอาและเทอร์ร่า

การฟิวชั่นที่ผิดพลาดนี้ส่งผลให้สถานที่ต่างๆ ในเทอร์ร่าไปปรากฏบนไกอา เช่น ภูเขากูลก์ ปราสาทอิปเซ็น ตำหนักทะเลทราย และโออิลเวิร์ท ขณะที่ตัวเทอร์ร่าเองก็หายเข้าไปอยู่ภายในไกอา และด้วยการฟิวชั่นที่ผิดพลาด ดวงจันทร์ของเทอร์ร่าที่ยังคงอยู่จึงกลายมาเป็นดวงจันทร์ที่สองของไกอา (ดวงจันทร์สีน้ำเงินของไกอาและดวงจันทร์สีแดงของเทอร์ร่า) แล้วที่มหาสมุทรใกล้เอสโตกาซ่า เกาะประกายแสงก็ได้ถือกำเนิดขึ้นในฐานะทางเชื่อมระหว่างทั้งสองโลก

การ์แลนด์ได้ย้าย “อิฟา” ต้นไม้เวทมนต์ของเทอร์ร่าไปปลูกในไกอาเพื่อที่จะคอยสอดส่องดูการฟื้นตัวของโลก เขาคาดว่าคงต้องใช้เวลาหลายพันปีกว่าไกอาที่ประสบกับการฟิวชั่วที่ล้มเหลว จะฟื้นตัวกลับมามีอารยธรรมที่เฟื่องฟูอีกครั้ง

3,000 ปีก่อน – การ์แลนด์วางแผนคืนชีพให้เทอร์ร่า

หนังสือ Final Fantasy IX Ultimania บันทึกไว้อีกว่า การ์แลนด์เริ่มสร้าง “เจนอม” ขึ้นมาเมื่อประมาณ 3,000 ปีก่อนที่เหตุการณ์ในเกมจะเริ่มต้นขึ้น เพื่อวันที่ชาวเทอร์ร่าจะคืนชีพขึ้นมาได้อีกครั้ง เจนอมถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นภาชนะให้วิญญาณของชาวเทอร์ร่า ทว่าตราบใดที่การฟิวชั่นดวงดาวยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี ชีวิตของเจนอมก็จะยังคงบกพร่อง ขณะที่คริสตัลของเทอร์ร่าเสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆ หากช่วยเอาไว้ไม่ทัน มันก็จะตายและกลับคืนสู่จักรวาล การ์แลนด์จึงคิดค้นแผนครอบงำวัฏจักรวิญญาณของไกอาขึ้นมา

แผนของการ์แลนด์คือการรวมวัฏจักรทั้งสองเข้าด้วยกัน คือวัฏจักรคริสตัลของเทอร์ร่า และวัฏจักรคริสตัลของไกอา แต่แผนที่วางเอาไว้แต่แรกนั้นล้มเหลว เพราะกระแสวิญญาณมันดันไปด้วยกันไม่ได้ ไกอามีกระแสวิญญาณที่เข้มแข็งและไหลเวียนอย่างรวดเร็ว ขณะที่ดวงดาวที่เจียนตายอย่างเทอร์ร่า แทบจะไม่ค่อยเหลืออะไรให้ไหลเวียนในวัฏจักรแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำให้วัฏจักรวิญญาณของเทอร์ร่าเข้าไปครอบงำวัฏจักรของไกอา


ภาพตัดขวางของกระแสวิญญาณที่ปล่อยออกมาตามปกติ

แต่ด้วยการใช้ต้นอิฟา การ์แลนด์จึงสามารถหยุดยั้งวิญญาณของชาวไกอาไม่ให้กลับคืนสู่คริสตัลของพวกเขาได้ เขาวางแผนที่จะสร้างโลกที่มีแต่วิญญาณของชาวเทอร์ร่าเท่านั้นที่จะหมุนเวียนอยู่ต่อไปได้ อย่างไรก็ตามแม้วัฏจักรของไกอาจะชะงักลง การหมุนเวียนของเทอร์ร่าก็ยังคงอ่อนแออยู่ดี

1,000 ปีก่อน – วิญญาณของชาวเทอร์ร่าเริ่มฟื้นตัว

1,000 ปีก่อนที่เหตุการณ์ในเกมจะเริ่มต้นขึ้น การ์แลนด์ได้ให้ผู้คัดแยกวิญญาณไปประจำการอยู่ที่ฐานของต้นอิฟา ให้มันทอดทิ้งวิญญาณของชาวไกอา และปลดปล่อยวิญญาณของชาวเทอร์ร่าออกไปเกิดใหม่แทน ว่าแล้วเทอร์ร่าจึงค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างช้าๆ ด้วยเหตุนี้พืชและสัตว์ของเทอร์ร่าจึงเริ่มคืนชีพขึ้นมาบนดวงดาวแห่งไกอา ขณะที่ไกอาเองก็ฟื้นตัวขึ้นมาจากความล่มสลายที่เกิดขึ้นในตอนที่การฟิวชั่นล้มเหลว  วิญญาณของชาวไกอาที่ถูกทอดทิ้งก็ถูกขับออกมาผ่านทางรากไม้แพร่ออกไปทั่วทวีป ในขณะนี้เองอารยธรรมทั้งหลายก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง


ผู้คัดแยกวิญญาณที่ขับวิญญาณของชาวไกอาออกมาในรูปของหมอก
และส่งวิญญาณของชาวเทอร์ร่าออกไปเกิดใหม่แทน

วิญญาณของชาวไกอาที่ถูกขับออกมาจากคริสตัล รวมทั้งวิญญาณที่ไม่อาจกลับคืนสู่คริสตัลได้ ปรากฏชัดในรูปของหมอก ทำให้ทวีปแห่งนั้นเป็นที่รู้จักกันในชื่อทวีปแห่งหมอก  และด้วยการปรากฏตัวของหมอกนี้เอง ผู้คนทั้งหลายจึงอพยพไปอยู่ในพื้นที่ๆ อยู่สูงเหนือหมอกขึ้นไปอีก (บางเผ่าก็ยังคงอยู่ใต้หมอก) ทว่าสภาพการณ์ที่แย่งกันอยู่ที่สูงๆ เช่นนี้ย่อมเต็มไปด้วยความขัดแย้งมากมายอันนำไปสู่สงครามครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ให้กระแสของวิญญาณที่พยายามจะกลับคืนสู่คริสตัลเพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นไปตามแผนของการ์แลนด์อยู่แล้ว

ทว่าเมื่อประเทศหนึ่งคิดค้นเรือเหาะที่สามารถบินเหนือหมอกขึ้นมาได้ แถมยังเป็นเรือเหาะที่ใช้พลังงานจากหมอกอีกด้วย สงครามจึงยุติลง แล้วการหมุนเวียนของวิญญาณก็กลับสู่สภาพปกติอีกครั้ง

การ์แลนด์สร้างคุจาและซีดานขึ้นมาเพื่อเร่งกระบวนการฟื้นฟูเทอร์ร่า

เมื่อเห็นแผนการค่อยๆ ดำเนินไปอย่างชักช้า การ์แลนด์จึงมีความคิดที่จะสร้างเจนอมที่มีเจตจำนงค์อันเข้มแข็งขึ้นมา แล้วส่งไปยังไกอาเพื่อไปยุแยงให้ชาติต่างๆ ทำสงครามระหว่างกัน อัตราการหมุนเวียนของวัฏจักรวิญญาณจะได้เพิ่มมากขึ้นอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้เขาจึงสร้างคุจาขึ้นมา

แต่แล้วในระหว่างการสร้างคุจาก็เกิดความผิดพลาดขึ้น ทำให้คุจากลายเป็นเจนอมที่มีเจตจำนงค์ที่แข็งกล้าจนเกินไป และนั่นก็ทำให้คุจาไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งเขาง่ายๆ อย่างไรก็ตามการ์แลนด์ยังคิดว่าเขาคงใช้ประโยชน์จากสิ่งประดิษฐ์ของเขาได้อยู่ดี ว่าแล้วเขาก็ส่งคุจาไปยังไกอา หลังจากคุจาออกไปแล้ว การ์แลนด์ก็ตัดสินใจสร้างเจนอมอีกคนที่แตกต่างจากคุจาขึ้นมา เจนอมคนนั้นก็คือซีดาน

หนังสือ Final Fantasy IX Ultimania บันทึกไว้อีกว่า ซีดานนั้นแตกต่างจากคุจาตั้งแต่แรก เขาเริ่มต้นใช้ชีวิตในสภาพเด็ก การเริ่มต้นชีวิตในสภาพนี้ส่งผลกระทบต่อการเติบโตและการเรียนรู้ของเขาเป็นอย่างมาก อารมณ์ของเขาได้รับการขัดเกลาพัฒนายิ่งขึ้นเรื่อยๆ สิ่งนั้นเองทำให้เขาสามารถเข้าสู่สภาพทรานซ์ได้ ท้ายที่สุดเขาก็ก้าวข้ามคุจาผู้ไม่อาจเข้าใจอารมณ์อันซับซ้อน และไม่อาจทรานซ์ได้ตามธรรมชาติ


คุจาที่เกิดมาก็เมพขิงๆ แต่พัฒนาไม่ได้ ตรงข้ามกับซีดานที่เกิดมาอ่อนด้อยแต่โตได้

เมื่อคุจาทราบเรื่องของซีดานเข้า เขาก็อิจฉาที่การ์แลนด์หันไปสนใจเจนอมคนใหม่ ว่าแล้วคุจาก็ลงมือลักพาตัวซีดาน แล้วเอาเขาไปปล่อยทิ้งไว้ในไกอา เมื่อการ์แลนด์รู้เรื่องที่คุจาทำลงไปก็โกรธจัด จึงเนรเทศคุจาออกไปจากเทอร์ร่า

หลังโดนเนรเทศออกมาแล้ว คุจาก็เข้ายึดสถานที่ต่างๆ ของเทอร์ร่าที่ไปโผล่ในไกอา และเขาก็ให้มังกรเงินพาเขาไปยึดยานเหาะอินวินซิเบิล

เวลาต่อมาซีดานที่ถูกคุจาเอาไปทิ้งก็ได้รับการชุบเลี้ยงโดยคณะละครแทนทาลัส บ่อยครั้งเขามักฝันถึงเรื่องบ้านเกิดของตนเอง แต่เขาก็จำอะไรไม่ได้มากไปกว่าแสงสีน้ำเงิน เขาลืมเรื่องที่เขาเกิดในเทอร์ร่า แต่ถึงกระนั้นเขายังคงแน่วแน่ที่จะตามหาบ้านเกิดและครอบครัวของตนเอง

500 ปีก่อนเริ่มเกม - แผนของการ์แลนด์เริ่มผิดเพี้ยน

หลายพันปีผ่านไป ท้ายที่สุดแผนการต่างๆ ของการ์แลนด์ก็เป็นอันบรรลุผล คริสตัลของไกอาถูกกีดกันไม่ให้ได้รับวิญญาณมาอย่างยาวนาน ที่สุดแล้วคริสตัลของเทอร์ร่าที่อ่อนแอก็น่าจะหลอมรวมเข้ากับมันได้ ทว่าในช่วงนี้เองที่การ์แลนด์ตกอยู่ในสภาพวิตกจริต คริสตัลของเทอร์ร่านั้นอ่อนแอเกินกว่าจะสร้างสัตว์อสูรได้แล้ว ขณะที่การ์แลนด์ได้เห็นสัตว์อสูรตนหนึ่งที่ถูกอัญเชิญขึ้นในอเล็กซานเดรีย เขาก็สะพรึงกับพลังของมันเป็นอย่างมาก ในระหว่างที่วันที่การฟิวชั่นอย่างสมบูรณ์แบบก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ การ์แลนด์ก็คอยระวังไม่ให้มีพลังระดับนั้นเข้ามาขัดขวางเขาและแผนการของเขาได้ ถึงตอนนี้เป้าหมายของเขาก็ใกล้จะเป็นจริงแล้ว

เจ้านี่แหละที่ทำการ์แลนด์ประสาทกิน

สัตว์อสูรในภาคนี้เกิดจากความทรงจำที่สั่งสมอยู่ในคริสตัล
แล้วคริสตัลก็สร้างมันขึ้นมาเพื่อปกป้องดวงดาว ด้วยหลักการเดียวกับเวพ่อนใน FFVII

10 ปีก่อนเริ่มเกม - มาไดน์ซารีถูกทำลาย

การ์แลนด์ค้นหาว่าชีพจรของไกอาสั่นสะเทือนไปยังจุดใดของผิวดาว ที่นั่นเองเขาได้พบกับหมู่บ้านมาไดน์ซารีและชนเผ่านักอัญเชิญ ด้วยความหวาดกลัวต่อพลังของพวกเขาเหล่านั้น การ์แลนด์จึงสั่งให้คุจาไปทำลายหมู่บ้านดังกล่าว ด้วยเหตุนี้คุจาจึงเริ่มสงสัยว่าสิ่งมีชีวิตแบบไหนกันที่เจ้านายของเขากลัวนักกลัวหนา ในไม่ช้าเขาก็เริ่มไล่ตามเรื่องนี้ด้วยตัวของเขาเอง จนพบเรื่องของสัตว์อสูรและเหตุการณ์เมื่อราว 500 ปีก่อน คุจาวางแผนที่จะหาสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งพอที่จะไปเผชิญหน้ากับการ์แลนด์ได้ แต่แผนนี้ก็ล้มเหลว ถึงกระนั้นเขาก็ค้นพบพลังอื่นขึ้นมาทดแทนซึ่งก็คือพลังในการทรานซ์

การล่มสลายของเทอร์ร่า

ในตอนท้ายซีดานและผองเพื่อนได้รับรู้เรื่องของเทอร์ร่าและตัดสินใจเดินทางเข้ามา พวกเขาขับยานเหาะฮิลด้าการ์เดที่สาม มายังเกาะประกายแสงที่เป็นทางเชื่อมระหว่างไกอาและเทอร์ร่า เมื่อผ่านทางเชื่อมเข้ามา ยานเหาะก็ลงจอดในพื้นที่ๆ เป็นคริสตัล หลังจากเดินทางฝ่าความยากลำบากในเทอร์ร่าพวกเขาก็ได้พบกับมิโคโตะ สาวน้อยปริศนาผู้คล้ายคลึงกับซีดาน

มิโคโตะได้พาพวกซีดานไปยังหมู่บ้านบรานบัล เมืองของชาวเจนอม มิโคโตะเล่าเรื่องของเธอให้ซีดานฟังว่าเธอถูกสร้างขึ้นมาให้มีเจตจำนงค์เป็นของตนเองแบบเดียวกันกับซีดานและคุจา ดังนั้นหากจำเป็นเธอก็อาจทำหน้าที่แทนพวกเขาทั้งสองได้ ซีดานไม่เข้าใจในสิ่งที่มิโคโตะอธิบาย เธอจึงพาเขาไปพบการ์แลนด์ที่แพนเดโมเนียม ซึ่งการ์แลนด์ก็เล่าให้ซีดานฟังถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงที่เขาสร้างซีดานขึ้นมาในฐานะทูตแห่งความตาย ในทีแรกซีดานเองก็รับความจริงไม่ได้ แต่หลังจากที่เพื่อนพ้องทั้งหลายช่วยให้ซีดานเข้าใจถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่ พวกเขาก็ตัดสินใจเข้าไปปะทะกับการ์แลนด์


ซีดานรับฟังความจริงจากการ์แลนด์ ก่อนจะหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต

ขณะที่การต่อสู้กำลังจะจบลง คุจาก็เข้ามาในแพนเดโมเนียมพอดี เขาสังหารการ์แลนด์แล้วก็หันมาหมายจะจัดการกับพวกซีดานซะ ด้วยความบ้าคลั่งเขาได้ดูดกลืนวิญญาณที่อยู่ในยานเหาะอินวินซิเบิล โดยใช้วิญญาณของราชินีบราเน่ห์เป็นตัวกระตุ้น ทำให้เขาเข้าสู่สภาวะทรานซ์ได้ คุจาทำลายเทอร์ร่าลงด้วยพลังที่เขาพึ่งได้มาใหม่ ขณะที่ซีดานและผองเพื่อนก็พาชาวเจนอมหนีกลับไปยังไกอา

ภายหลังการล่มสลาย

หลังจากเทอร์ร่าถูกทำลายลงไปแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคริสตัลของมัน การ์แลนด์บอกพวกซีดานว่าไม่มีใครหยุดยั้งการหลอมรวมของดวงดาวได้ เพราะตราบใดที่ต้นอิฟายังอยู่ มันจะคอยหยุดยั้งวัฏจักรวิญญาณของไกอา ทว่าในตอนสุดท้ายของเกม ต้นอิฟาทลายลง ราวกับเป็นสัญญาณบอกว่าท้ายที่สุดแล้วคริสตัลของเทอร์ร่าก็ตายจากไป

มโนคติแห่งชีวิต คริสตัลและไลฟ์สตรีม

นอกจาก Final Fantasy VII และ IX จะมีดาวที่ชื่อว่าไกอาเหมือนกันแล้ว เกมทั้งสองภาคต่างก็ใช้คอนเซปต์ของชีวิตที่คล้ายคลึงกันมาก โดยมีหัวใจหลักคือความเชื่อที่ว่าเมื่อคนเราตายแล้วจะกลับไปเป็นหนึ่งเดียวกับดวงดาว แล้วระบบฟอกวิญญาณของดวงดาวก็จะทำหน้าที่ชำระล้างความทรงจำแล้วส่งเราไปเกิดใหม่ วนเวียนแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา คนที่คิดคอนเซปต์นี้ขึ้นมาและใช้มันเป็นแกนหลักของเกม 2 ภาคเลยก็คือป๋าฮิโรโนบุ ซากากุจิน่ะเอง


ในภาค VII เราเรียกระบบฟอกวิญญาณนี้ว่าไลฟ์สตรีม ขณะที่ภาค IX เราเรียกมันว่าคริสตัล


ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก : FFWikiaThe Lifestream

Friday, July 1, 2011

เจาะลึกทะลุมิติ The 3rd Birthday [3]

 3. ปฏิบัติการเรดฟ็อก ที่สถานีแกรนด์เซนทรัล มกราคม 2012

หลังจากที่เหล่าทวิสเต็ดได้ปรากฏขึ้นที่สถานีแกรนด์เซนทรัล กองทหารชั้นยอดซึ่งนำโดยกัปตันรุสโซได้บุกเข้าไปต่อสู้กับเหล่าทวิสเต็ด แต่แล้วความพินาศก็ได้มาเยือนทหารทั้งกอง ไม่มีใครรอดสักคน ยกเว้นเครย์ผู้เป็นทหารในสังกัดของกัปตัสรุสโซด้วย ทว่าในปฏิบัติการเรดฟ็อกนั้นเขาไม่ได้เข้าร่วมด้วย ทำให้เครย์ยังมีชีวิตรอดอยู่จนถึงทุกวันนี้

โดยคำพูดสุดท้ายของกัปตัสรุสโซที่ส่งผ่านคลื่นวิทยุสื่อสารมาได้เป็นการกล่าวบอกว่า เขาได้พบสาวน้อยคนหนึ่งที่มีใบหน้าเหมือนกับพวกทวิสเต็ด ด้วยเหตุนี้อีฟจึงได้รับคำสั่งให้โอเวอร์ไดฟ์ย้อนอดีัตกลับไปช่วยเหล่าทหาร และตามหาเด็กผู้หญิงคนดังกล่าวให้พบ


ในช่วงท้ายของภารกิจ อีฟได้บุกเข้าไปจนเกือบถึงแก่นกลางของบาเบล แล้วเธอก็ได้พบกับสาวน้อยคนหนึ่งที่เธอเห็นรูปลักษณ์ภายนอกเป็นอีฟ (ทว่าแบลงก์ที่อยู่ที่ฐานกลับมองไม่เห็นใคร) แต่แล้วเครย์ก็ปรากฏตัวขึ้นมาและชักปืนขึ้นเล็งไปยังอีฟ เขาสารภาพว่าแท้จริงแล้วเขาเนี่ยแหละเป็นคนฆ่ารุสโซ และล่อให้ทหารทั้งกองเข้าไปติดกับจนตายกันหมด ทั้งหมดนี้ก็เพื่อการปกป้องสาวน้อยคนนี้ ซึ่งเขาเชื่อว่าเชื่อว่าเธอคืออิซาเบลล่า ลูกสาวของเขาที่กลายเป็นทวิสเต็ด ซึ่งในความเป็นจริง อิซาเบลล่ากับภรรยาของเครย์ได้ประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว ตัวเกมไม่ได้อธิบายว่าทำไมเครย์ถึงเชื่อว่าผู้หญิงคนนี้เป็นอิซาเบลล่า แต่เป็นไปได้ว่าไฮด์เป็นคนควบคุมให้เครย์ทำแบบนั้น เพื่อที่เครย์จะได้ถูกอีฟกำจัดทิ้ง

การที่เครย์ปรากฏตัวขึ้นในปฏิบัติการเรดฟ็อก เป็นการยืนยันว่าแท้จริงแล้วเขาได้เข้าร่วมปฏิบัติการ และพาทหารในสังกัดของกัปตันรุสโซไปตายกันหมด จากนั้นเขาก็มาโกหกคนอื่นๆ ว่าเขาไม่ได้เข้าร่วมปฏิบัติการนั้นด้วย

หลังจากที่อีฟกำจัดเครย์ลงแล้วก็เป็นอันจบภารกิจนี้ อีฟกลับมายังปัจจุบัน แล้วในวันต่อมาสมาชิกทั้งหมดของ CTI ต่างก็ถูกฆาตกรรม เครื่องโอเวอร์ไดฟ์ถูกทำลาย ส่วนไฮด์หายสาบสูญไป

แล้วผู้หญิงที่อีฟพบบริเวณใกล้แก่นกลางของบาเบล เป็นใครกันแน่?

แบลงก์คิดว่าอีฟได้พบกับ "ความเป็นไปได้" ของอีฟ.....

อย่าพึ่งตะโกน WTF ออกมาครับ!! เพราะคุณไม่ใช่คนเพียงคนเดียวที่งงและอ้าปากค้าง แต่ผม หรือกระทั่งไฮด์เอง... พอได้ยินคำอธิบายจากแบลงก์แล้ว เราต่างก็อ้าปากค้างไปตามๆ กัน... ขนาดบอสใหญ่มันยังอึ้งอ่ะคิดดู


ความเป็นไปได้ที่แบลงก์พูด หมายถึงความเป็นไปได้ที่จะมีอีฟอีกคนอยู่ในโลกใบนั้น ซึ่งแบลงก์พูดโดยอ้างอิง "ทฤษฎีโลกคู่ขนานของอีฟเล็ต" ซึ่งเป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง และทฤษฎีนี้ก็มีอยู่จริงๆ... สิ่งที่แบลงก์จะสื่อก็คือเมื่อเรากลับไปเปลี่ยนแปลงอดีต ทุกครั้งที่มีทางเลือกเกิดขึ้นและเราได้เลือกหนทางที่ต่างไปจากเดิม ก็จะทำให้เกิดโลกคู่ขนานขึ้น และโลกคู่ขนานนั้นก็มีความเป็นได้มากมายหลายแบบ หนึ่งในนั้นก็คือความเป็นไปได้ที่จะมีอีฟอยู่ในโลกใบนั้น

ทฤษฎีของอีฟเล็ตสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มได้ตามลิงค์นี้ครับ : คลิ๊ก

ผมเชื่อครับว่าอธิบายแบบนี้แล้ว.... คงยังไม่มีใครเข้าใจหรอกครับ ต้องอ่านเนื้อหาในบันทึกฉบับอื่นๆ ประกอบกันก่อนถึงจะเข้าใจความหมายจริงๆ ในคำพูดของแบลงก์ ไว้ถ้าคุณอ่านบทความซีรียส์นี้ไปเรื่อยๆ จนถึงจุดนึงแล้ว หากได้ย้อนกลับมาอ่านคำพูดตรงนี้ใหม่ ก็จะทำให้เข้าใจความหมายจริงๆ ครับ

4. ปฏิบัติการบลูเฮล ที่ตึกนอร์ธแชลโลส์ กุมภาพันธ์ 2014

2 เดือนต่อมา หลังทราบข่าวการเสียชีวิตของเหล่า CTI มาเอดะก็หาทางติดต่ออีฟจนในที่สุดเขาก็หาตัวเธอพบ ทั้งเพื่อช่วยเหลือเธอและเพื่อทำการวิจัยเกี่ยวกับตัวเธอ มาเอดะในตอนนี้ดูเหมือนคนบ้าโรคจิต ราวกับได้รับสืบทอดวิญญาณของ ดร.โฮโจ ไปอย่างเต็มภาคภูมิ ตอนนี้เองมาเอดะได้นำข้อมูลจากกล้องวงจรปิดของสำนักงาน CTI มาตรวจสอบดู แล้วพบว่าคนที่ก่อเหตุฆาตกรรมสมาชิก CTI ทั้งหมดก็คือไคล์ และตอนนี้ไคล์ก็ซ่อนตัวอยู่ในตึกนอร์ธแชลโล่ส์

อีฟตัดสินใจโอเวอร์ไดฟ์ไปสิงกองทหารที่บุกเข้าไปยังตึกนอร์ธแชลโลส์เพื่อตามหาไคล์ และเพื่อช่วยทหารติดตั้งระเบิด C4 ใส่ตามจุดต่างๆ ของอาคาร เพื่อจะทำลายบาเบลที่งอกออกมาจากตึกนี้ซะ ซึ่งตอนท้ายเธอก็ได้พบกับไคล์ที่กลายร่างเป็นไฮวันส์ไปแล้ว

เมื่ออีฟกำจัดไฮวันส์ที่ครอบงำไคล์อยู่ได้ ไคล์ก็ได้สติกลับคืนมา เขากล่าวคำอำลาก่อนที่จะสิ้นใจไป

แท้จริงแล้วไฮด์เป็นคนควบคุมไคล์ให้สังหารสมาชิก CTI ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป็นการบีบให้อีฟตามหาไคล์และจัดการไคล์ซะ ที่ต้องทำลายเครื่องโอเวอร์ไดฟ์ไปด้วยก็เพื่อป้องกันไม่ให้อีฟกลับไปแก้ไขอดีต หลังจากนั้นรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งให้ยิงระเบิดนิวเคลียร์เข้าใส่บาเบลเลย แต่บาเบลเพียงได้รับความเสียหายเล็กน้อย แล้วบาเบลจำนวนมากก็หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันเกิดเป็น "แกรนด์บาเบล" ที่มีขนาดยักษ์ขึ้นมา

5. ปฏิบัติการสแคลิทสโนว ที่แกรนด์บาเบล

หลังจากแกรนด์บาเบลก่อตัวขึ้นมา เหล่าทหารสหรัฐฯ ที่ยังเหลือรอดอยู่ก็รวมใจกันบุกเข้าไปสู้ตายกับเหล่าทวิสเต็ดภายในแกรนด์บาเบล ซึ่งมาเอดะก็สืบทราบมาว่ามีคนเห็นไฮด์เข้าไปในแกรนด์บาเบลด้วย อีฟจึงตัดสินใจที่จะโอเวอร์ไดฟ์เข้าไปสิงกองทหาร เพื่อช่วยสู้และเพื่อเค้นเอาความจริงจากไฮด์

เมื่ออีฟได้เผชิญหน้ากับไฮด์แล้ว ไฮด์ก็สารภาพว่าเขาเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดตั้งแต่แรก ทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะได้กลับไปยัง Time Zero เพื่อสร้างสุดยอดสิ่งมีชีวิต และหยุดยั้งวัฏจักรแห่งความพ่ายแพ้ทวิสเต็ดลงซะ

ระหว่างการต่อสู้ เขาบอกอีฟว่าเขาต้องการช่วยอีฟ เขาและอีฟต้องการสิ่งเดียวกัน และเขาจะไม่ขัดขวางอีฟ

ด้วยความช่วยเหลือจากดวงวิญญาณของแบลงก์ ไคล์ กาเบรียล และเครย์ อีฟจึงเอาชนะไฮด์ได้ ก่อนที่ไฮด์จะตายเข้าได้เผลอเรียกชื่อตัวเอกของเกมว่าอีฟ (ก่อนหน้านี้เรียกว่าอายะมาตลอด) จากนั้นอีฟก็ใช้ความสามารถของแกรนด์บาเบลทำการโอเวอร์ไดฟ์แบบย้อนเวลากลับไปยังช่วง Time Zero เธอถึงได้รู้ความจริงว่าแท้จริงแล้วเธอก็คืออีฟที่โอเวอร์ไดฟ์เข้ามาสิงร่างอายะ ทำให้วิญญาณของอายะแตกสลาย

ไฮด์ที่แอบซ่อนมากับจิตของอีฟ ได้ทำให้จิตของอีฟย้อนกลับคืนสู่ร่างของอีฟ ส่วนจิตของไฮด์ก็เข้าไปสิงร่างของไฮด์ใน Time Zero แล้วไฮด์ก็เสนอให้อีฟเข้าครอบงำร่างของเขาเพื่อให้กำเนิดสุดยอดสิ่งมีชีวิตที่จะกำราบเผ่าพันธุ์ทวิสเต็ดได้ แต่อีฟก็ปฏิเสธ ไฮด์จึงหมายจะดูดอีฟเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของไฮด์แทน แต่แล้วอายะที่น่าจะตายไปแล้วกลับลุกขึ้นมาลั่นไกปลิดชีพไฮด์

ทำลายวัฏจักร

อายะบอกอีฟว่าหนทางเดียวที่จะยุติวัฏจักรนี้ได้ก็คือการให้พวกเธอทั้งสองคนสลับร่างกัน แล้วให้อีฟฆ่าอายะซะ ด้วยวิธีนี้อีฟจะทำลายทั้งวิญญาณของอายะ (ต้นกำเนิดของทวิสเต็ด) และทำลายร่างของอีฟ (ต้นกำเนิดของไฮวันส์) ตอนแรกอีฟก็ปฏิเสธที่จะทำอะไรแบบนั้น แต่สุดท้ายเธอก็ฝืนใจทำมันลงไป


คริสต์มาสอีฟ 2010 ที่เปลี่ยนไป

อีฟกับไคล์ยืนอยู่ด้วยกันในพิธีแต่งงาน อีฟกล่าวคำสาบานที่จะรักไคล์ตลอดไป แต่แล้วไคล์กลับบอกว่าอีฟไม่ต้องสวมบทบาทเป็นอายะก็ได้ ทำให้อีฟตกใจว่าไคล์รู้ได้อย่างไรว่าเธอคืออีฟที่สิงอยู่ในร่างของอายะ

ไคล์ถอดแหวนแต่งงานที่มอบให้อายะออกจากมือของอีฟ แล้วบอกว่าเขาจะออกเดินทางเพื่อตามหาความเป็นนิรันดร์ (เป็นคำพูดที่ไคล์ใช้เรียกอายะ) แต่ก่อนจะออกจากโบสถ์ไป ไคล์ก็หันมาสุขสันต์วันเกิดให้อีฟ

7. ความหมายที่แท้จริงของ The 4th Birthday

หลังจบเกม 2 รอบแล้วเราจะได้ดูฉากที่อีฟเดินไปกลางถนนตอนกลางคืน เธอสวนทางกับคนที่ดูเหมือนอายะ แล้วผู้หญิงคนนั้นก็กล่าวคำสุขสันต์วันเกิดรอบที่ 4 ให้กับเธอ ก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะหายตัวไป


การตายของอายะในปี 2010 ทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตใหม่ที่เป็นร่างของอายะ+จิตของอีฟ นั่นก็หมายความว่า 24 ธันวาคม 2010 คือวันเกิดของชีวิตใหม่ ส่วนเหตุการณ์ในฉากจบลับเกิดในวันที่ 24 ธันวาคม 2014 นั่นก็คือวันครบรอบ 4 ปี จึงเรียกว่า The 4th Birthday ส่วนที่เกมนี้มีชื่อว่า The 3rd Birthday ก็เพราะเหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 24 ธันวาคม 2013 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 3 ปีของอีฟคนใหม่นี้

8. เมล์ของอีฟ

เนื้อหาในเมล์ของอีฟกล่าวถึงเรื่องราวที่ไปของคนอื่นๆ หลังจากที่อายะจากไปแล้ว

1. กาเบรียล : แต่งงานกับนายอเล็ก เจ้าของร้านพิกฟาร์ม อีฟเห็นกาเบรียลดูท่าทางมีความสุขดี แต่ก็ไม่ได้เข้าไปทักทายแต่อย่างใด เพราะกาเบรียลคนนี้ไม่ใช่กาเบรียลที่เคยมีประสบการณ์ร่วมกันกับอีฟมาก่อน

2. โอเวน : โดนจับข้อหาเอาข้อมูลของทางราชการไปขายให้องค์กรก่อการร้ายข้ามชาติ

3. จิงเจอร์ : ถึงแก่ชีวิตหลังจากโดนแฟนคลับคนนึงเอามีดแทงดับ

4. เอมิลี่ : จบการศึกษาแล้วไปเป็นผู้ช่วยอาจารย์พร้อมทำงานวิจัยทางด้านฟิสิกส์ไปด้วย

5. อิซาเบลล่า : ปัจจุบันอายุ 4 ขวบ และแม่ของเธอก็ไม่ตายด้วย (ในโลกเดิมทั้งสองเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ)

6. เครย์ : ลาออกจากกองทัพ แล้วไปใช้ชีวิตอย่างสุขสงบกับครอบครัว เขาก่อตั้งบริษัทจัดจำหน่ายปุ๋ยและอุปกรณ์ทางการเกษตรขึ้นมา และยังทำธุรกิจจัดสวน เขาประสบความสำเร็จและกลายเป็นนักจัดสวนกุหลาบระดับประเทศ

7. แบลงก์ : เชื่อว่าทำงานอยู่กับหน่วยงานไหนสักหน่วย แต่อีฟหาข้อมูลไม่พบ

8. มาเอดะ : มาเอดะได้ทำการค้นคว้าอยู่ในห้องแลปเกอห์แมนน์ของมหาวิทยาลัยบอนน์ในประเทศเยอรมัน (ทั้งหมดมีอยู่จริง) เขาได้รับการยกย่องเป็นอย่างสูงจากผลงานการวิจัยโครงสร้างไรโบโซมอย่างถึงแก่น จนได้รับการประกาศเกียรติคุณด้วยรางวัลวูล์ฟไพรซ์ ซึ่งว่ากันว่าคนที่ได้รางวัลนี้ก็มักจะคว้ารางวัลโนเบลได้ในปีถัดไป

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ผมรู้ครับว่าพอทุกคนได้ยินคำว่า "ทฤษฎีโลกคู่ขนานของอีฟเล็ต" เข้าไป... ก็หงายเก๋งกันไปแถบๆ แล้ว

แต่ถึงตอนนี้ยังไม่เข้าใจ ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ทำใจสบายๆ ไปก่อน ตั้งแต่คลาสหน้าเป็นต้นไปผมจะเอาเนื้อหาของเมล์ในเกมทุกฉบับมาตีแผ่ให้ฟังกันแล้ว ซึ่งในนั้นจะมีทั้งเมล์ไร้สาระ เมล์ทฤษฎีชวนเวียนหัวของเหล่านักวิทยาศาสตร์ และก็เมล์จิปาถะต่างๆ ไว้เมื่ออ่านไปเรื่อยๆ แล้วคุณก็จะเข้าใจถึงระบบโลกและระบบเวลาที่แท้จริงของเกมนี้ ไว้ถึงตอนนั้นปริศนาทั้งหมดก็จะคลี่คลายลงเองครับ

Thursday, June 30, 2011

เจาะลึกทะลุมิติ The 3rd Birthday [2]

เริ่มคลาส 2.... ต่อจากคราวก่อนครับ งวดนี้ผมแทรกข้อมูลจากความทรงจำของตนเองลงไปเยอะเลย...

4. การก่อตั้ง CTI (Counter Twisted Investigation Team)

ไฮด์เป็นคนก่อตั้ง CTI ขึ้นมา เขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าของฝ่ายวิจัย และเป็นต้นคิดไอเดียในการสร้าง "เครื่องโอเวอร์ไดฟ์" เครื่องจักรที่ทำให้อีฟสามารถโอเวอร์ไดฟ์แบบย้อนเวลาได้ ซึ่งในเวลาต่อมาเขา แบลงก์ (นักวิทยาศาสตร์ชาวเกาหลี) และนักวิจัยคนอื่นๆ ก็ช่วยกันพัฒนาเครื่องดังกล่าวขึ้นมาได้สำเร็จ

หน่วยงานนี้ถูกจัดตั้งขึ้นมาก็เพื่อส่งอีฟกลับไปแก้ไขอดีต ทว่าฮันเตอร์ โอเวน ผู้เป็นบอสของหน่วยงานกลับไม่เชื่อในเรื่องนี้ เขาคอยตามราวีอีฟ คิดว่าอีฟเป็นทวิสเต็ด และสั่งให้กักขังอีฟไว้เพื่อสังเกตความผิดปกติ โดยแรงบันดาลใจเบื้องหลังการกระทำดังกล่าว มาจากการที่โอเวนไม่พอใจที่ถูกแต่งตั้งให้มาเป็นบอสของหน่วยงานนี้ และอยากกลับไปทำงานเก่ามากกว่า

รัฐบาลสหรัฐฯ ตัดสินใจยิงนิวเคลียร์ถล่มบาเบล แต่แล้วบาเบลที่เสียหายเล็กน้อยก็รวมตัวกันเป็นแกรนด์บาเบล

เครื่องโอเวอร์ไดฟ์นั้นสร้างขึ้นจากชิ้นส่วนของบาเบล ภายหลังไคล์ที่กลายเป็นไฮวันส์ได้บุกเข้ามาทำลายเครื่องนี้และสังหารเจ้าหน้าที่ทั้งหมดของ CTI ซึ่งการกระทำดังกล่้าวเกิดขึ้นเพราะไฮด์ได้ควบคุมไฮวันส์ในตัวไคล์ให้ทำแบบนั้น

5. แผนการและจุดประสงค์ที่แท้จริงของไฮด์

ไฮวันส์อย่างไฮด์ต้องการมีชัยในสงครามกับพวกทวิสเต็ด ตอนที่อีฟได้เผชิญหน้ากับไฮด์ภายในแกรนด์บาเบล ไฮด์สารภาพว่าก่อนหน้านี้เคยได้สังหารทวิสเต็ดหลายพันตัวเพื่อขัดขวางไม่ให้พวกมันย้อนเวลากลับไปยังช่วง Time Zero ได้ ทว่าในท้ายที่สุดไฮด์ก็พ่ายแพ้ให้กับทวิสเต็ดที่มีจำนวนนับไม่ถ้วน เขาล้มลง พอรู้สึกตัวอีกทีก็ตื่นขึ้นมาในโบสถ์ในช่วงที่เกิด Time Zero แล้ว

ต่อมาวัฏจักรก็วนซ้ำแบบเดิม พอบาเบลงอกขึ้นมา ไฮด์ก็พยายามขัดขวางทวิสเต็ดไม่ให้ย้อนอดีตได้ แต่เขาก็พ่ายแพ้อีก แล้วจิตก็ย้อนกลับไป Time Zero เป็นครั้งที่สอง... แล้วก็วนเวียนไปมาแบบนี้หลายต่อหลายครั้ง

ในวัฏจักรรอบนี้ ไฮด์เลยวางแผนที่จะย้อนกลับไปยัง Time Zero พร้อมกับอีฟ เมื่อย้อนอดีตมาได้แล้ว เขาจะสละร่างกายของเขาให้อีฟเข้าครอบงำ เพื่อที่อีฟจะได้กลายเป็นสุดยอดสิ่งมีชีวิต อันเกิดจากจิตของอีฟ+จิตของไฮวันส์+ร่างมนุษย์ของไฮด์+เซลล์ของไฮวันส์ที่จะแพร่ออกมาจากร่างของอีฟ และนำความล่มสลายมาสู่เผ่าพันธุ์มนุษย์และทวิสเต็ด

แต่การจะย้อนกลับไปยังอดีตพร้อมกัน 2 คนเลยนั้น เขาต้องอัดฉีดพลังงานมหาศาลให้กับบาเบลเสียก่อน แล้วบาเบลถึงจะทำงานเป็นเครื่องส่งจิตกลับอดีต แบบเดียวกับเครื่องโอเวอร์ไดฟ์ที่ไฮด์ร่วมพัฒนาขึ้นได้

(มันต่างกันตรงที่บาเบลสามารถส่งจิตกลับไปอดีตพร้อมกันหลายคนได้ แต่เครื่องโอเวอร์ไดฟ์ทำแบบนั้นไม่ได้)

ซึ่งพูดถึงเรื่องพลังงานแล้ว การสังเวยชีวิตของไฮวันส์ดูจะเป็นวิธีการเพิ่มพลังงานให้บาเบลได้ดีที่สุด เมื่อคิดได้เช่นนั้น ไฮด์ก็วางแผนบงการให้อีฟไปฆ่าไฮวันส์คนอื่นๆ เพื่อที่ร่างของไฮวันส์ตัวอื่นๆ จะกลายเป็นพลังงานให้บาเบล

ท้ายที่สุดไฮด์ก็โดนอีฟสังหารทิ้งภายในแกรนด์บาเบล แต่แล้วเขาก็เคลื่อนย้ายจิตของเขาให้เข้ามาซ่อนอยู่ภายในจิตของอีฟ เมื่ออีฟย้อนกลับไปยังช่วง Time Zero แล้ว เขาก็ได้กลับมายัง Time Zero ตามแผนด้วย แต่แผนการสุดบรรเจิดของไฮด์ก็มาพลาดเอาในตอนสุดท้าย ซึ่งไฮด์ในร่างมนุษย์ธรรมดาดันไปโดนอายะยิงทิ้งนั่นเอง

6. พล็อตของเนื้อเรื่องแต่ละตอน

เรื่องราวของเกมเริ่มต้นขึ้นในสำนักงาน CTI วันคริสต์มาสอีฟปี 2013 อีฟนอนฝันร้ายและเข้าใจผิดว่าเธอคืออายะ จากนั้นเธอก็ถูกเรียกให้ช่วยใช้เครื่องโอเวอร์ไดฟ์ย้อนเวลากลับไปแก้ไขเหตุการณ์ในอดีต

1. อุบัติการณ์ที่คลับแซคริไฟซ์ วันคริสต์มาสอีฟปี 2012

เหล่าทวิสเต็ดได้ปรากฏตัวขึ้นจู่โจมฝูงชนที่ชมคอนเสิร์ตอยู่ในคลับแซคริไฟซ์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากมาย และหนึ่งในนั้นก็มีนักร้องอย่างจิงเจอร์ งานนี้อีฟต้องโอเวอร์ไดฟ์มาเพื่อไปยังใจกลางของบาเบล และช่วยต่อสู้อย่างชาญฉลาดเพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิตลง ทว่าในตอนท้ายเธอกลับพบเอมิลี่ที่ถูกไฮวันส์ครอบงำ จึงกำจัดทิ้ง


เอมิลี่ไปทำอะไรที่นั่น?

หลังจากเอมิลี่ตายไปแล้ว มีการค้นพบบันทึกของเอมิลี่ซึ่งในนั้นเธอได้เขียนข้อความไว้ว่าเธอไปที่งานคอนเสิร์ตเพื่อตามหา "ริบ" ภายหลังพวกกลุ่มเพื่อนมาเอดะ (มันมีกันหลายคน) ได้เปิดเผยว่าแท้จริงแล้วริบที่ว่าก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็น "อีฟ" เพราะตามตำนานแล้วอีฟก็เกิดจากกระดูกซี่โครง (ริบ) ของอดัม ดังนั้นเอมิลี่จึงเรียกอีฟว่าริบ

เอมิลี่รู้ว่าอีฟเป็นแฟนคลับของจิงเจอร์ ดังนั้นเธอเลยไปที่งานคอนเสิร์ตด้วยความคิดว่าเธออาจจะได้พบกับอีฟก็เป็นได้ ดังนั้นตอนที่เอมิลี่เจออีฟ เธอจึงบอกให้อีฟนึกเรื่องที่เกิดขึ้นในโบสถ์ให้ออกสิ

2. ปฏิบัติการแบล็คสตอร์ม ที่สแปนิชฮาร์เลม

อีฟที่พึ่งแก้ไขอดีตเสร็จได้กลับมายังวันคริสต์มาสอีฟปี 2013 อีกครั้ง แต่แล้วเธอก็พบว่าในโลกที่เธออยู่ตอนนี้ ประวัติศาสตร์นั้นแตกต่างไปจากโลกที่เธอเคยอยู่เดิม โลกเดิมบอสกับกาเบรียลได้ตายไปแล้ว แต่ในโลกนี้ทั้งสองคนยังไม่ตาย แต่เครย์ดันตายไปแล้วแทน ซึ่งอีฟก็ไม่เข้าใจว่าการที่เธอย้อนกลับไปแก้ไขเหตุการณ์ในคลับแซคริไฟซ์ มันส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องจนทำให้ประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงไปถึงขนาดนี้ได้อย่างไีร...

ว่าแล้วอีฟก็ได้รับคำสั่งให้โอเวอร์ไดฟ์ย้อนเวลากลับไปเปลี่ยนแปลงอดีตให้เึครย์รอด เธอไดฟ์เข้าไปในแก่นกลางของบาเบล แล้วก็พบว่าที่นั่นมีควีนซึ่งเป็นผู้นำของทวิสเต็ดอยู่้

ภายหลังอีฟสามารถช่วยชีวิตเครย์ได้สำเร็จตามเป้าหมาย ทว่ากาเบรียลกลับหายตัวไป พอตามหากาเบรียลพบ กาเบรียลก็กลายร่างเป็นไฮวันส์แบบเต็มตัวไปซะแล้ว อีฟไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกำจัดกาเบรียลทิ้ง

ว่าแล้วอีฟก็กลับมายังปัจจุบันอีกครั้ง เพื่อจะพบว่าคราวนี้เครย์รอด แต่กาเบรียลและบอสตายไปแล้ว.... Orz

...................................................................................................................

คาบนี้อาจจะมึนกันเล็กน้อยเรื่องวัฏจักรความซวยของไฮด์ ซึ่งก็คล้ายๆ กับวัฏจักรความซวยของการ์แลนด์

ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมทุกครั้งที่อีฟโอเวอร์ไดฟ์ย้อนอดีต พอกลับมาปัจจุบันแล้วประวัติศาสตร์ถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนั้น บางคนอาจคิดว่ามันเป็นผลกระทบแบบลูกโซ่ เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว หรือบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟค.... แต่คำตอบจริงๆ แล้ว.... เป็นอะไรที่ชวนด่าบิดาคนคิดพล็อตมากกว่านั้น

จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็ต้องลองติดตามกันต่อครับ.... คาบนี้ไว้แค่นี้ก่อน

Wednesday, June 29, 2011

เจาะลึกทะลุมิติ The 3rd Birthday [1]

ยินดีต้อนรับเข้าสู่บทความซีรียส์ "เจาะลึกทะลุมิติ The 3rd Birthday"

หลังจากดองโครงการนี้มานาน ในที่สุดก็เวลาอันสมควรที่ผมจะเริ่มตีแผ่เนื้อหาที่แท้จริงของเกมนี้กันสักที

ก่อนอื่นในช่วงคลาสแรกๆ ของบทความนี้ ผมจะนำบทความ Plot Summary Guide ของคุณ DrDark83 ซึ่งโพสต์ไว้ในเว็บ GameFaqs มานำเสนอให้ทุกคนได้อ่านกัน ซึ่งบทความของคุณ DrDarks83 ก็ได้อธิบายประเด็นสำคัญๆ ของเีรื่องไว้เป็นที่ชัดแจ้ง แม้เนื้อหาจะยังไม่ครบถ้วนทุกประเด็น แต่ก็ถือเป็นบทความที่มีประโยชน์อย่างมาก สำหรับคนที่พอจะรู้เนื้อเรื่องคร่าวๆ ของเกมนี้อยู่แล้วแต่ยังไม่เข้าใจในประเด็นหลักหลายๆ ประเด็น

หลังจากนำเสนอบทความดังกล่าวจบลงแล้ว ผมจะนำข้อความที่นักวิทยาศาสตร์ภายในเกมส่งเมล์โต้ตอบกันมาแปลให้ฟัง ภายในนั้นจะเฉลยความจริงเกี่ยวกับระบบโลกและระบบเวลาที่แท้จริงของเกมนี้ อีกทั้งสุดท้ายคงปิดฉากด้วยการเขียนไทม์ไลน์ทั้งหมด (ถ้าทำได้) ซึ่งเกมนี้ถือเป็นเกมที่เขียนไทม์ไลน์ได้ลำบากมากที่สุด เหตุผลเพราะประวัติศาสตร์ของตัวเกมแต่ละตอนนั้น ต่างก็มีเนื้อหาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

หลักๆ แล้วเนื้อหาที่ผมจะนำเสนอก็มี 3 หัวข้อใหญ่ๆ ตามที่ได้กล่าวไว้ด้านบน ทว่าในอนาคตอาจมีการเพิ่มหรือลดประเด็นต่างๆ ลงไปได้ตามความเหมาะสม และสภาพความว่างของผมด้วย

เอาล่ะ... เมื่อเข้าใจแล้ว เราก็มาเข้าสู่เนื้อหา Plot Summary Guide ของคุณ DrDark83 กันเลยดีกว่า

เนื้อหาในบทความของคุณ DrDark83 นั้นแบ่งเป็นหัวข้อย่อยๆ ดังนี้

1. ความจริงของช่วงเวลาที่เรียกว่า Time Zero
2. ทวิสเต็ด คือตัวอะไร?
3. ไฮวันส์ คือตัวอะไร?
4. การก่อตั้ง CTI
5. แผนการและจุดประสงค์ที่แท้จริงของไฮด์
6. พล็อตของเนื้อเรื่องแต่ละตอน
7. ความหมายที่แท้จริงของ The 4th Birthday
8. เมล์ของอีฟ

1. ความจริงของช่วงเวลาที่เรียกว่า Time Zero

เรื่องราวของเกมนี้เริ่มต้นขึ้นภายในพิธีแต่งงานระหว่างอายะกับไคล์ ซึ่งแขกที่มาร่วมงานได้แก่

- อีฟ ผู้เป็นร่างโคลนของอายะ ซึ่งปัจจุบันมีสถานะเป็นน้องสาวของอายะ
- ไฮด์ เจ้าหน้าที่ FBI ที่เป็นคนรู้จักของอายะ

ตอนนั้นภายในโบสถ์มีคนอยู่ 5 คนคือ อายะ ไคล์ฺ อีฟ ไฮด์ และบาทหลวง ส่วนคนที่รออยู่นอกโบสถ์ก็มี

- เอมิลี่ ลูกสาวของมหาเศรษฐีชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นเพื่อนของอีฟ
- เครย์ เจ้าหน้าที่ FBI เช่นกัน
- กาเบรียล เจ้าหน้าที่ FBI อีกคนหนึ่ง

ในเกมไม่มีการเปิดเผย ณ จุดใดเลยว่าทำไมทั้ง 3 คนหลังถึงต้องรออยู่นอกโบสถ์....


ก่อนที่ไคล์และอายะจะได้ทำพิธีสาบานแก่กัน โปลิซที่ซุ่มอยู่ในโบสถ์ก็โผล่พรวดออกมากราดยิงใส่อายะและไคล์ อายะได้รับบาดเจ็บสาหัสและล้มลง แต่เธอยังพยายามจับปืนขึ้นมา และยกปืนขึ้นมาซึ่งตอนแรกปากกระบอกปืนได้หันไปทางอีัฟ (เป็นเหตุให้อีฟฝันว่าอายะยิงอีฟ) แต่แล้วอายะก็รีบเบี่ยงปากกระบอกปืนไปทางเหล่าตำรวจ และลั่นไกสังหารตำรวจนายหนึ่งได้ ทว่าพวกตำรวจคนอื่นๆ ก็ช่วยกันประเคนลูกโม่ใส่อายะจนหมดทางสู้

ชั่ววินาทีนั้นเอง อีฟได้ปลดปล่อยความสามารถในการ "โอเวอร์ไดฟ์" ออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เธอไดฟ์เข้าไปในร่างของอายะ และควบคุมร่างอายะให้ฆ่าตำรวจทั้งหมดซะ ซึ่งโอเวอร์ไดฟ์ในที่นี้ก็คือความสามารถในการเคลื่อย้ายจิตของตนเข้าไปยังร่างของบุคคลอื่น ซึ่งการที่อีฟไดฟ์เข้าไปในร่างของอายะ ได้ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น

1. วิญญาณของอายะแตกกระจาย ซากวิญญาณเหล่านั้นได้กลายมาเป็น "ทวิสเต็ด"

2. จิตของอีฟเข้าครอบครองร่างของอายะ แต่ร่างนั้นกลับสูญเสียความทรงจำเดิมทั้งหมดไป เป็นเหตุให้อายะในเกมนี้ดูหวาดกลัวต่อศัตรูมาก ทั้งที่เธอเคยเผชิญศัตรูที่ร้ายกาจยิ่งกว่านี้มาก่อนแล้ว

3. ร่างไร้วิญญาณของอีฟเริ่มเสื่อมสลาย และกลายมาเป็น "ไฮวันส์" จากนั้นมันก็เข้าครอบงำร่างของไฮด์ เอมิลี่ เครย์ ไคล์ และกาเบรียล (...แล้วบาทหลวงล่ะเฮ่ย...)

ไฮด์ที่ถูกไฮวันส์ครอบงำแล้ว ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดกับตา เขาจึงรู้ว่าอายะตัวจริงนั้นได้ตายไปแล้ว และร่างของเธอในตอนนี้ถูกครอบงำโดยอีฟ แต่เขาก็เก็บความจริงเรื่องนี้เอาไว้ แล้วบอกกับอีฟเพียงว่าเขาพบเธอในวันคริสต์มาสอีฟปี 2010 ภายนอกโบสถ์ในสภาพชุดแต่งงานที่ชุ่มเลือด แล้วเขาก็มารู้ในภายหลังว่าเธอชื่ออายะ นี่คือสิ่งที่ไฮด์โกหกไว้

หลายคนฟังแล้วอาจนึกสงสัยว่าแล้วทำไมคนอื่นๆ ถึงไม่บอกเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของอีฟให้อีฟฟังล่้ะ?

คำตอบนั้นง่ายๆ เลยก็คือ

1. พวกเขาได้กลายเป็นไฮวันส์กันไปแล้ว โดยที่ไม่มีใครรู้ตัว

2. ไฮด์ควบคุมพวกเขาอยู่้ ด้วยวิธีการเดียวกับที่ผึ้งนางพญาปล่อยฟีโรโมนเพื่อควบคุมลูกน้อง เนื่องจากไฮด์เป็นตัวหัวหน้า จึงสามารถควบคุมไฮวันส์ตัวอื่นได้โดยตรง

3. คนอื่นๆ นอกจากไฮด์ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในโบสถ์ (โดยเฉพาะเรื่องที่อีฟไดฟ์เข้าไปในร่างอายะ) ดังนั้นพวกเขาจึงคิดว่าอีฟคนนี้ก็คืออายะคนเดิม

เกิดอะไรขึ้นกับร่างของอีฟในเวลาต่อมา?

ก็เสื่อมสลาย พอให้กำเนิดไฮวันส์แล้วร่างก็หายไป

ทำไมโปลิซต้องโผล่มายิงอายะด้วย?

นี่คือประเด็นสำคัญที่สุดของ Time Zero ที่ไม่มีอธิบายไว้ในคัตซีนไหนๆ รวมทั้งไม่มีเฉลยไว้ในเอกสารใดๆ ในตัวเกม ตัวคุณ DrDark83 เองก็ไม่ทราบสาเหตุที่ตำรวจต้องเข้าไปทำร้ายอายะภายในโบสถ์ แต่ก็เดาไว้ว่าอาจจะมีใครบางคนในกลุ่ม FBI รู้ถึงความสามารถของเธอ รู้ถึงความอันตรายของเธอ จึงอยากให้เธอตายซะ (คนที่สั่งโปลิซให้มายิงอายะ ก็น่าจะเป็น FBI เองนั่นแหละ)

2. ทวิสเต็ด คือตัวอะไร?

เนื้อหาในเมล์ของมาเอดะ เปิดเผยทฤษฎีที่กล่าวว่าวิญญาณของอายะได้ให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ในยุคพันปีข้างหน้า ซึ่งเป็นยุคที่มนุษย์ได้สูญพันธุ์ไปแล้ว

พวกมันสืบทอดความสามารถในการแพร่พันธุ์ รวมถึงร่างกายที่แข็งแกร่งมา แต่กลับขาดสติปัญญา

อย่าคิดว่ามันกาก.... ในโหมด Genocide นี่ยิงจนน้ำตาร่วงแล้วมันก็ยังไม่ตาย....

กล่าวได้ว่าพวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ มีข้อบกพร่องอันใหญ่หลวงทางสติปัญญา ดังนั้นพวกมันจึงพยายามสร้าง "บาเบล" ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก เพื่อใช้บาเบลเป็นเครื่องมือในการเดินทางข้ามกาลเวลากลับไปยัง Time Zero เพื่อเปลี่ยนแปลงอดีต ด้วยความตั้งใจที่จะไปแก้อดีตให้พวกมันเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ ไม่เป็นสิ่งมีชีวิตที่บกพร่อง

บาเบลนั้นทำหน้าที่เป็นจุดวาร์ป หรืออาจมองเป็นอุปกรณ์เดินทางข้ามกาลเวลาก็ได้ บาเบลนั้นอยู่ได้ด้วยการกลืนกินร่างกายของมนุษย์ อีักทั้งภายในบาเบลนั้นยังเป็นที่อาศัยของ "ควีน" ผู้นำของพวกทวิสเต็ด

3. ไฮวันส์ คือตัวอะไร?

พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่สูงส่งและเหนือชั้นกว่าทวิสเต็ดมาก ซ้ำยังมีสติปัญญาและพละกำลังอันมหาศาล ตอนที่ไฮด์บุกเข้าไปในแกรนด์บาเบล มาเอดะได้ส่งสัญญาณมาบอกว่าไฮด์กำลังโค่นทวิสเต็ดนับร้อยตัวลงอย่างง่ายดาย อีกทั้งไฮด์ยังบอกว่าเขาได้ขัดขวางทวิสเต็ดหลายพันตัวไม่ให้ย้อนเวลากลับไปได้มาแล้ว

พวกมันเกิดจากการเสื่อมสลายของร่างกายของอีฟ พวกมันสามารถเข้าครอบงำร่างกายของมนุษย์ และสามารถกลายร่างเป็นร่างที่แท้จริงซึ่งดูคล้ายทวิสเต็ดได้ ซึ่งมีพวกมันเพียง 5 ตัวเท่านั้นที่ครอบงำร่างมนุษย์อยู่

แน่นอนว่าพวกมันเองก็มีข้อบกพร่องเช่นเดียวกัน แต่ข้อบกพร่องของมันนั้นแตกต่างจากทวิสเต็ดที่สืบพันธุ์ได้ไว  ซึ่งข้อบกพร่องของไฮวันส์ก็คือการขาดความสามารถในการสืบพันธุ์

ย้ายร่างให้เห็นกันจะๆ.....

การตายของไฮวันส์นั้นจะสร้างความแปรปรวนแก่มิติและกาลเวลา ซึ่งไฮด์ได้นำเรื่องนี้มาใช้ประโยชน์ในภายหลัง

อีกทั้งพวกมันยังมีความสามารถในการโอเวอร์ไดฟ์ ซึ่งไฮด์ก็ได้แสดงให้ดูในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย โดยไฮด์ได้ไดฟ์เข้าร่างคนนั้นที คนนี้ที และบอกอีฟว่าคนที่ใช้ความสามารถนี้ได้ ไม่ได้มีแต่เธอเพียงคนเดียว

สำหรับคลาสแรกก็ขอจบเนื้อหาไว้เพียงเท่านี้ก่อน หวังว่าจะเข้าใจกันได้ง่าย ไม่มีใครมึนนะครับ....

Tuesday, June 14, 2011

สรุปบทสัมภาษณ์ FFXIII-2 จาก Dengeki PS เล่มล่าสุด

สรุปจ้ะ ตรงไหนเป็นเรื่องใหม่ ก็ทำไฮไลต์สีตามเดิม

ในส่วนของตัวละคร

ตัวละครใหม่อย่างโนเอลนั้นไม่ค่อยรู้เรื่องของโคคูนและแกรนพัลส์ ในจุดนี้คุณโทริยามะต้องการให้โนเอลอยู่ในตำแหน่งเดียวกับผู้เล่นหน้าใหม่ที่ไม่เคยเล่น FFXIII มาก่อน คือไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกนั้นเหมือนๆ กัน (แปลว่าเจ้าตัวมาจากที่อื่นแล้วล่ะ)

- ภาคนี้เหมือนมีตัวเอก 2 คนคือไลท์นิ่งและโนเอลก็จริง แต่เทียบเวลาบังคับแล้ว เนื้อเรื่องเกือบทั้งหมดเราจะได้เล่นเป็นฝั่งโนเอลกับเซร่าห์กันมากกว่า

- เรื่องที่ไลท์นิ่งตายแล้ว มีความเกี่ยวข้องกับตำนานของเอโทร

- สโนวจะปรากฏตัวในภาคนี้ด้วย ในประเด็นที่เซร่าห์เดินทางไปกับโนเอลนั้น สโนวไม่ใช่คนประเภทที่จะกังวลกับเรื่องแบบนี้ ขณะเดียวกันตัวละครอื่นๆ จาก FFXIII ก็จะปรากฏตัวด้วย (ノエルとセラが旅しているが、スノウは知ってても気にするタイプじゃない。)

- เวลาต่อสู้ให้คิดว่าโนเอลยืนอยู่หน้า แล้วมีเซร่าห์สนับสนุนจากด้านหลัง ในใจของคุณโทริยามะนั้นคิดอิมเมจให้โนเอลเป็นอาชีพฮันเตอร์ไปแล้ว

เรื่องเดโมในงาน E3

- เดโมในงานเป็นเนื้อหาย่อๆ ของเนื้อเรื่อง 2 ตอนให้ได้เล่นกัน ซึ่งทีมงานได้ตัดพวกฉากเหตุการณ์ส่วนใหญ่ออกไปแล้ว ในส่วนตัวเกมจริงๆ นั้นก็จะมีฉากตอนที่โนเอลกับเซร่าห์พึ่งพบกันให้ได้เห็น

ส่วนของเพลงประกอบ

- ผู้ประพันธ์หลักยังเป็นคุณมาซาชิ ฮามาอุซึคนเดิมจาก FFXIII แต่จะมีผู้ประพันธ์คนอื่นๆ ที่จะเปิดเผยภายหลังอีก ในส่วนของคุณฮามาอุซึนั้นจะแต่งเพลงที่ให้อารมณ์ของ FFXIII เหมือนเดิม ส่วนผู้ประพันธ์ท่านอื่นจะแต่งเพลงที่ให้ความรู้สึกของโลกใหม่

ในส่วนของการเลี้ยงมอนสเตอร์

- องค์ประกอบหนึ้งที่เพิ่มเข้ามาใหม่ก็คือการรวบรวมมอนสเตอร์เข้าเป็นพวก ซึ่งในเกมจะมีทั้งมอนสเตอร์ที่เน้นตั้งรับ เน้นโจมตี และแบบอื่นๆ ทั้งนี้ตัวเกมจะมีระบบพัฒนาตัวมอนสเตอร์ด้วย ปาร์ตี้ของผู้เล่นนั้นจะประกอบด้วยตัวละครสูงสุดไม่เกิน 3 ตัว ซึ่งใน 3 ตัวนี้ก็รวมมอนสเตอร์เข้าไปด้วยแล้ว ทว่าบางครั้งก็จะมี Guest Character เข้ามาปนด้วย

ระบบอื่นๆ

- ภาคนี้เหตุการณ์ต่างๆ จะเป็น Realtime มากขึ้น จึงเป็นไปได้ว่าตัวเกมเวอร์ชั่น Xbox 360 จะใช้แผ่นน้อยลง

- ตัวเกมใช้ระบบ Encounter แบบใหม่ที่เรียกว่า Mog Clock และด้วยระบบ Cinematic Action จะทำให้จบการต่อสู้ได้ไวขึ้น

- ตัวเกมมีฉากจบหลายแบบก็จริง ทว่าในส่วนของระบบเลือกตอบคำถามที่เรียกว่า Live Trigger นั้น แต่ละครั้งที่เล่นต่างคนก็อาจจะเลือกตอบไม่เหมือนกัน คุณโทริยามะบอกว่าจุดนี้ทำเพื่อความสนุกสนานในการทำความเข้าใจเนื้อเรื่อง ไม่ใช่เพื่อแตกกิ่งก้านสาขาให้เนื้อเรื่อง

- ในเมืองนั้น ชาวบ้านแต่ละคนก็จะมี AI ที่แตกต่างกันออกไป

 - เวลาฝนตก ตัวละครในเมืองจะรีบวิ่งเข้าหาที่ร่ม หาสิ่งกำบัง

- สภาพอากาศส่งผลต่อค่าต่างๆ ในการต่อสู้

- การค้นหาสำรวจอะไรต่างๆ ต้องมีม็อคช่วยด้วย (ดั่งตัวอย่างที่เห็นกันว่าม็อคทำให้หีบล่องหนปรากฏได้)

- ระบบเซฟเป็นแบบ Auto-Save

- ยังไม่มีความคิดที่จะสร้าง Mode Multiplayer ให้เล่นผ่านอินเตอร์เน็ตกัน

- DLC ของเกมก็จะเป็นพวกไอเดียดีๆ ที่เขาคิดได้ภายหลัง หรือไม่ก็คอมเมนต์ดีๆ จากผู้เล่น

เรื่องแพทซ์ของ FFXIII เดิม

- จะมีแพทซ์เพิ่ม Easy Mode ให้กับ FFXIII เวอร์ชั่น PS3 ในวันที่ 21 กรกฎาคม ซึ่งไม่ได้เป็น DLC แต่เป็น Patch ของเกม ถ้าต่อเน็ตแล้วเข้าเกมไปก็จะขึ้นให้โหลด

ที่มา : Andriasang, Dengeki PS, hokanko