Friday, April 26, 2019

สรุปนิยาย Final Fantasy XV -The Dawn of the Future-



หลังจากที่หนังสือนิยายออกวางจำหน่ายช่วงเช้าของเมื่อวานนี้ ช่วงค่ำผมก็ได้รับไฟล์สแกนเนื้อหานิยาย  Final Fantasy XV -The Dawn of the Future- บางส่วนจากที่พี่ Beejang ส่งมาให้เพื่อใช้ประกอบการเรียบเรียงเนื้อหานิยาย และผมก็ได้ส่งให้เพื่อน shinya ช่วยแปลให้

ข้อมูลที่สรุปไว้นี้ เป็นเพียงเนื้อหา “เสี้ยวหนึ่ง” ของนิยาย ซึ่งผมได้รับมาประมาณ 20 หน้าจากเนื้อหาเกือบ 400 หน้า ยังมีเนื้อหาอีกจำนวนมากที่ไม่ถูกกล่าวถึง อยู่ในหน้าที่ไม่ได้สแกนมา

ดังนั้น Keep in mind ว่าบทความนี้เป็นแค่การสรุปเนื้อหาเบื้่องต้นเท่าที่ผมมีข้อมูลอยู่ในขณะนี้ (หลังนิยายออก 1 วัน) โดยยังขาดใจความสำคัญอีกมากมาย ซึ่งเมื่อได้ข้อมูลเมื่อไหร่แล้ว ก็จะค่อยเล่าในภายหลังครับ

<<Spoiler Alert!!>>

- นิยายเริ่มจากบทของอาร์ดีน เล่าเรื่องในอดีตกาล 2,000 ปีที่แล้ว เหมือนในแอนิเม Episode Ardyn –Prologue- และต่อด้วยเรื่องราวใน Episode Ardyn แต่มีการขยายความละเอียดขึ้น

- ซอมนัสบอกไว้ว่าโรคแห่งดวงดาวนั้นแพร่ระบาดไปไกลกว่าที่อาร์ดีนจะไล่รักษาได้ทัน แต่อาร์ดีนไม่ยอมรับความจริง เอาแต่พูดจาโลกสวยว่าคนที่ติดเชื้อเป็นเดม่อน ก็แค่ผู้บริสุทธิ์ที่ป่วยไข้ อาร์ดีนเอาแต่พูดจาสวยหรูว่าถ้าช่วยคนเพิ่มได้อีกสักคนก็มีค่ามากแล้ว ซอมนัสเห็นว่าสิ่งที่อาร์ดีนทำ ก็แค่การเลือกว่าจะช่วยให้ใครรอด แต่ไม่ได้แก้ปัญหาโดยรวม อาร์ดีนเป็นผู้ถูกเลือกให้มีพลังพิเศษแท้ ๆ แต่กลับไม่ได้คิดถึงคนที่อาร์ดีนไม่ได้ไปช่วยบ้าง และลักษณะการปฏิเสธไม่มองโลกตามความเป็นจริง ไม่ใช่นิสัยที่กษัตริย์พึงมี

- ว่าแล้วซอมนัสที่ริษยา ก็ทั้งส่งทหารไล่ตามอาร์ดีน กุเรื่องหลอกลวงผู้คน พลาดฆ่าเอร่า ลบชื่ออาร์ดีนไปจากประวัติศาสตร์ แล้วขึ้นเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 1 ของลูซิสเอง

- อาร์ดีนเองมีคิดว่าพลังในการดูดกลืนโรคที่ได้รับมาจากเทพนั้น ทำให้เขาสามารถต้านทานโรคได้มากกว่าคนทั่วไป แต่ตัวเขาเองไม่สามารถขจัดโรคไปจากร่างได้ และโรคนั้นก็ค่อย ๆ กัดกิน ส่งผลต่อเขา หลังจากอาร์ดีนโดนพวกซอมนัสจับล่ามโซ่ที่เกาะแองเจิลการ์ดแล้ว อาร์ดีนถึงคิดได้ว่าถ้าเขาทำแบบนั้นไปเรื่อย ๆ ท้ายที่สุดเขาก็จะกลายเป็นเดม่อนไร้จิตใจเช่นกัน

- หลังโดนล่ามโซ่ไว้หลายร้อยปี มีช่วงนึงอาร์ดีนนึกปลอบตัวเองว่าถ้าวันนั้น เขากับเอร่า หนีออกไปด้วยกัน มันจะเป็นยังไงนะ? แต่ก็หวนคิดได้ว่าเรื่องมันผ่านไปหลายร้อยปีแล้ว ถึงเขาจะเป็นอมตะไม่ตาย แต่ก็ต้องเห็นเธอตายจากไปแล้วอยู่ดี

- เอร่ากับซอมนัสที่อยู่ในทุ่งหญ้ามิติสีเหลือง ๆ ใน Episode Ardyn เป็นความฟุ้งซ่านที่อาร์ดีนคิดขึ้นมาในจิตใจเอง อาร์ดีนพยายามจะไม่คิดถึงซอมนัส แต่เรื่องพวกนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวตลอด และทำให้เขานึกโกรธอยู่เสมอ และคำพูดแย่ ๆ ทั้งหมดที่ซอมนัสพูดในมิตินั้น ก็คือสิ่งที่อาร์ดีน มโนไปเอง... (ผมก็ว่าซอมนัสตัวจริงมันดูสุภาพ มีชั้นเชิงกว่า)



- ในช่วง 2,000 ปีนั้น อาร์ดีนไม่ต้องกินอาหาร แต่ก็เต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย อยู่แล้วประสาทกินฟุ้งซ่าน ที่นั่นในตอนนั้น ไม่มีแม้แต่หน้าต่าง

- หลังเวอร์สไตล์นำทัพไปช้วยอาร์ดีนออกมา อาร์ดีนที่หลงยุคก็งงไปหมดทุกอย่าง ผ่านไป 7 เดือนแล้ว เวลาเจอวิทยุสื่อสารพูดด้วย อาร์ดีนก็ยังรู้สึกระแวง และไม่ชอบใส่เสื้อผ้าสมัยใหม่ และช่วงแรกก็กินแต่ขนมปัง เพราะเป็นอย่างเดียวที่เขาเห็นเป็นอาหารจริง ๆ (เวอร์สไตล์บอกไว้ว่าอาหารอื่น ๆ เป็นเนื้อสังเคราะห์ที่เกิดจาการโคลนเซลล์) ซึ่งจริง ๆ แล้วอาร์ดีนก็ไม่ได้หิว แต่กินไปงั้นเอง

- ระหว่างถูกทดลองและซักถามในศูนย์วิจัย อาร์ดีนก็รู้สึกรำคาญและเคยถึงกับคิดว่าตอนอยู่ใน Angelgard ก็ดีนะที่ไม่มีใครมาเยอะกับเขา

- อาร์ดีนพยายามเก็บความรู้สึกโกรธเกลียดเอาไว้ บอกตัวเองว่าซอมนัสตายไปนานแล้ว ถึงล้างแค้นไปก็ไม่ได้อะไร ถึงจะไม่พอใจการมีอยู่ของอาณาจักรลูซิสในปัจจุบัน แต่ก็คิดว่านั่นเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ควรเอาไปปนกับแผนของเวอร์สไตล์

- หลังอาร์ดีนแพร่โรคเข้าใส่อิฟรีท และดูดกลืนความทรงจำของอิฟรีทมา ก็ทำให้อาร์ดีนอ่านภาษาเทพออก และเห็นความทรงจำของคริสตัล ซึ่งเก็บรวมความทรงจำไว้ให้เทพที่หลับใหลเฝ้าดู และจากความทรงจำนั้น ก็เห็นว่าตอนที่เอร่าสื่อสารกับคริสตัลเพื่อถามว่าตกลงแล้วเทพเลือกให้เป็นกษัตริย์ ก็เห็นภาพนิมิตเป็นหน้าตัวเอง ทำให้อาร์ดีนเข้าใจว่าเทพเลือกตัวเขาเป็นกษัตริย์ แต่ก็งง ๆ ไม่ค่อยแน่ใจ ทั้งนี้คริสตัลมันไม่ได้มีจิตใจหรือความนึกคิดเป็นของตัวเอง ตอนที่อาร์ดีนเอามือแตะคริสตัลในตอนจบของแอนิเม แล้วโดนคริสตัลดีดกระเด็นออกมา ก็เพราะคริสตัลต่อต้านโรคในตัวของอาร์ดีน

- อาร์ดีนรู้ว่าทหารลูซิสก็คือลูกหลานรุ่นใหม่ ไม่ใช่ซอมนัส แต่ด้วยจิตปรุงแต่ง ทำให้อาร์ดีนเห็นและได้ยินเสียงของพวกนั้น เป็นซอมนัสไปหมด (แบบที่เราเห็นใน DLC) เลยยิ่งไม่สามารถระงับสติตัวเองได้ เวอร์สไตล์รู้ก็ยิ่งใส่ไข่ บอกว่าชาวลูซิสทั้งหมดเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของซอมนัส ลูกหลานของซอมนัส

- ใน M.E. 734 ระหว่างที่อาร์ดีนปลอมตัวเข้ามาในอินซอมเนีย ก็แปลงโฉมเป็นนายทหารชาวลูซิสที่ชื่อ Mars อยู่ตลอดเวลา และจากการดูดกลืนความทรงจำของทหารชาวลูซิสคนอื่น ๆ ทำให้อาร์ดีนรู้จักเส้นทางในเมือง และรู้จักบุคคลสำคัญอย่างเรจิสได้

- พออาร์ดีนโดนบาฮามุทอุ้มเข้าโลกอีกด้าน/โลกวิญญาณ (対のなす世界/โลกมิติสีฟ้าที่เห็นในเกม) ก็ได้รู้ว่าตอนแรกเทพเลือกอาร์ดีนเป็นกษัตริย์ เพราะเทพรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมา พวกเทพต้องการให้มีร่างสถิตที่รวมโรคแห่งดวงดาวเข้าไว้ด้วยกัน และค่อยให้ราชาผู้ถูกเลือกมากำจัดทิ้ง

- อาร์ดีนไม่ได้เป็นอมตะเพราะมีโรคแห่งดวงดาวอยู่ในตัว แต่เป็นเพราะตอนที่อาร์ดีนสัมผัสคริสตัล คริสตัลได้ดูดวิญญาณส่วนหนึ่งของอาร์ดีนของเข้าไปมีตัวตนอยู่ในโลกอีกด้านที่เชื่อมต่อกับ Eos ผ่านคริสตัล ซึ่งพวกที่มีตัวตนอยู่ในทั้ง 2 โลกแบบนี้ จะต้องถูกทำลายจากทั้ง 2 โลก ถึงจะตายจริง ในฉากจบหลักน็อคติสถึงต้องเข้าไปทำลายวิญญาณของอาร์ดีนในโลกอีกด้านด้วย



- การสนทนาทั้งหมดกับบาฮามุท เป็นภาพมายาที่บาฮามุทสร้างขึ้น รวมถึงเอร่าตัวปลอมที่จ้วงแทงใส่อาร์ดีนด้วย บาฮามุททำก็เพื่อให้อาร์ดีนเจ็บปวดยิ่งกว่าที่ร่างกายจะรู้สึกได้ อาร์ดีนก็สาบานว่าจะฆ่าน็อคติสให้ได้ และกลับมาฆ่าพวกเทพด้วย

- หลังจากนั้น เหตุการณ์ก็ข้ามมาในตอนท้าย Final Fantasy XV ที่อาร์ดีนนั่งรอน็อคติสอยู่บนบัลลังค์ในวังอินซอมเนีย แต่กลายเป็นว่าคนที่เปิดประตูเข้ามา ไม่ใช่น็อคติส แต่เป็นลูน่า...




***********************

สลับมาทางบทของลูน่า

- ลูน่าโดนบาฮามุทปลุกขึ้นมาหลังตายไปแล้ว 10 ปี เพื่อภารกิจชำระล้างความมืดไปจากโลก ซึ่งตอนแรกลูน่าก็ไม่เข้าใจ เพราะตัวเองไม่ได้มีแหวนลูซิไอแบบน็อคติส แต่ลูน่าได้รับพลังใหม่ คือพลังในการดูดกลืนโรคแห่งดวงดาวเข้าสู่ร่างกายแบบอาร์ดีน 

- ลูน่าได้เจอเพื่อนร่วมทางชื่อโซลาร่า แอนทิคุ่ม เรียกสั้น ๆ ว่าโซล เป็นผู้หญิงที่พกอาวุธเต็มตัว มีปืนหลายกระบอก มีดหลายเล่ม และลูกระเบิด โซลนึกว่าลูน่าเป็นศัตรูเลยชักปืนมาขู่ พอรู้ว่าเป็นคน แถมชื่อเหมือนโหรที่ตายไปเมื่อ 10 ปีก่อน ก็ยังไม่กลัว และเรียกให้ลูน่ามาช่วยเธอซ่อมมอเตอร์ไซค์ และบอกว่าลูน่าแรงเยอะกว่าที่เห็น

- เดิมทีแล้วโซลเป็นหลานของอีโดลาส จักรพรรดิผู้ล่วงลับของนิฟไฮม์ หลังเหตุการณ์ที่นิฟไฮม์ล่มสลายเมื่อ 10 ปีก่อน โลกิได้ช่วยโซลไว้ และพาไปหาอราเนีย อราเนียได้เลี้ยงดูโซลในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

- ลูน่าคิดคิดในใจว่า น็อคติสมีเพื่อนที่ดี แต่เธอเองก็ได้พบกับมิตรภาพกับโซล ได้เดินทางไปนิฟไฮม์มาด้วยกัน ทำให้ลูน่าคิดได้ว่า อยากจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองบ้าง ไม่ใช่เพื่อทำตามชะตากรรมที่ถูกกำหนด หรือตายเพื่อใคร

- ลูน่ายังคงเขียนบันทึกลงไดอารี แล้วให้อัมบราเอาไปให้น็อคติส พอน็อคติสตื่นขึ้นมาและรู้ว่าลูน่าฟื้นขึ้นมาด้วยแล้วก็ร้องไห้ ระหว่างที่น็อคติสใช้นิ้วไล่อ่านตัวอักษรของลูน่าไปเรื่อย ๆ ภาพที่เห็นก็เริ่มพร่าเบลอจากน้ำตา ด้วยความเสียใจที่วันนั้นปกป้องลูน่าไว้ไม่ได้

- พอลูน่าได้เจอกับอาร์ดีนที่รออยู่ที่วังอินซอมเนีย ลูน่าไม่อยากฆ่าอาร์ดีน แต่อยากให้อาร์ดีนร่วมมือกันกำจัดบาฮามุทด้วย ทว่าเธอคุยกับอาร์ดีนแล้วไม่เข้าใจ อาร์ดีนไม่ยอมรับฟังเพราะคิดว่าเป็นแผนของบาฮามุท อาร์ดีนบอกว่าเขาเคยพยายามฆ่าบาฮามุทแล้วแต่ไม่สำเร็จ เพราะบาฮามุทมีตัวตนทั้งโลกมนุษย์และโลกอีกด้าน ต้องฆ่าจาก 2 ฝั่งถึงจะตาย

- อาร์ดีนอัญเชิญอิฟรีทออกมาจะกำจัดลูน่า ทว่าลูน่ากลับหยุดยั้งอิฟรีท และดูดโรคแห่งดวงดาวออกจากตัวอิฟรีทได้ ทำให้อิฟรีทหลุดพ้นจากการครอบงำของอาร์ดีน อิฟรีทจะหันไปจัดการอาร์ดีนแล้ว แต่ลูน่าห้ามไว้ และขอให้อิฟรีททำพิธีกรรมกับเธอ

- น็อคติสตามเข้ามาถึงวันอินซอมเนียทีหลัง และเห็นลูน่ากลายเป็นปิศาจไปแล้วหลังจากที่ดูดพิษแห่งดวงดาวเยอะเกินไป

- บาฮามุทปรากฏตัวขึ้นและไม่พอใจที่ให้พลังพวกมนุษย์ไปใช้ขจัดโรคแห่งดวงดาว แต่กลับเอาไปทำแต่อะไรโง่ ๆ เลยจะรวมพลังความมืดที่ลูน่ารวบรวมมากับพลังของบาฮามุทเอง ยิงเทร่าแฟลร์ทำลายล้างดาวอีออสให้สิ้นซาก

- ลูน่ากลายเป็นปีศาจลอยขึ้นไปบนฟ้า ขับร้องเพลงและส่งพลังงานความมืดให้บาฮามุท

- อาร์ดีนเผยให้น็อคติสฟังถึงแผนของลูน่า และบอกว่าเขาจะไปฆ่าบาฮามุทในโลกอีกด้านเอง แล้วอาร์ดีนกับน็อคติสก็ต่อสู้กัน จนน็อคติสชนะ แต่เขาก็เห็นด้วยกับการมอบแหวนลูซิไอให้อาร์ดีนไปใช้

- บาฮามุทดูดพลังจากลูน่ามาจนหมด และยิงเทร่าแฟลร์ออกมาทำลายโลก แต่ 5 เทพรวมอิฟรีทด้วย มาช่วยกันรับการโจมตีเอาไว้ได้

- ลูน่าที่โดนบาฮามุทดูดพลังไปจนหมด ก็ร่วงลงมาจากฟ้า น็อคติสรับเอาไว้ได้ แล้วลูน่าที่หมดสติก็ฝันถึงทุ่งดอกจีลที่มีน็อคติสวัยเด็กอยู่ด้วย เธอคิดว่านี่อาจเป็นการลาจากกันจริง ๆ และบอกกับน็อคติสว่าเธออยากจะใช้ชีวิตร่วมกันกับน็อคติส

"私は、あなたと、生きたい"

- แล้วเธอก็ค่อย ๆ จมลงไปใต้น้ำ กลีบดอกจีล (Sylleblossom) กระจายและเธอค่อย ๆ เลือนหายไป ลูน่าพยายามเอื้อมมือออกไปหา แต่ครั้งนี้น็อคติสยื่นมากลับมา แล้วพูดตอบอย่างหนักแน่นว่า มาใช้ชีวิตไปด้วยกันเถอะ!

"オレと一緒に生きよう!"

- ด้านอาร์ดีนกำลังเดินขึ้นบันไดก้าวขึ้นไปที่นั่งบัลลังค์อีกครั้ง โดยคิดว่าที่นั่งนั่นไม่เหมาะกับเขามาตลอด เพราะเขาเลือกเส้นทางแห่งความมืดที่ชุ่มโชกเลือด ที่ผ่านมาเขารอให้น็อคติสกลับมาที่นี่มาโดยตลอด ทว่าตอนนี้น็อคติส กลับอนุญาตให้อาร์ดีนนั่ง... ทำให้อาร์ดีนอึ้งว่าอยู่มา 2,000 ปีก็แล้ว แต่ยังมีเรื่องที่คาดไม่ถึงอยู่

- อาร์ดีนนึกถึงประโยคที่น็อคติสบอกว่า

“พูดตามตรง ฉันไม่ให้อภัย ฉันเกลียดนาย”
“แต่กระนั้น ฉันก็อยากจะช่วยทุก ๆ คน”
“และสำหรับฉันตอนนี้ นายก็เป็นส่วนหนึ่งของโลกที่ฉันต้องช่วยด้วย”

อาร์ดีนรำพึงว่าใครเป็นคนเลี้ยงเจ้าชายผู้อาภัพนี่ขึ้นมาฟะ? ว่าแล้วก็นึกถึงตอนที่เจอน็อคติสครั้งแรกที่กัลดินคีย์ ว่าจากวัยรุ่นคนหนึ่ง น็อคติสก้าวไปถึงจุดที่คนที่อยู่มาร่วม 2,000 ปีก็ยังไปไม่ถึงซะแล้ว และทำให้อาร์ดีนตระหนักถึงความผิดพลาดของตนเอง

- อาร์ดีนหยิบแหวนของลูซิไอขึ้นมาสวม บอกว่าเพื่อที่จะล้างแค้นให้สำเร็จ

“เหล่าบูรพกษัตริย์แห่งลูซิส... จงออกมา!”

- อาร์ดีนยกดาบขึ้นตระหง่านเบื้องหน้า แล้ววิญญาณ 13 บูรพกษัตริย์ปรากฏขึ้น ชักอาวุธกันขึ้นมาหันไปทางอาร์ดีน แล้วก็พุ่งทะยานเข้าหาอาร์ดีน เขารู้สึกเหมือนไฟที่แผดเผาเข้าสู่ร่าง และแม้ว่าจะเผชิญเรื่องเลวร้ายทั้งหมดมาแล้ว แต่นี่กลับเป็นความเจ็บปวดที่แตกต่างจากความเจ็บปวดทั้งหมดที่เคยเจอมา และกระทั่งความเจ็บปวดตอนที่เอร่าตัวปลอมของบาฮามุทเอาตรีศูลแทงเขา ก็ยังไม่เทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดตอนนี้

- แต่ละดาบที่เสียบเข้าไป ทำให้สติของอาร์ดีนเลือนลางลงเรื่อย ๆ ไอ้ที่มีคนเตือนมาก่อนว่าทำแบบนี้แล้วอาจกลายเป็นผุยผงมันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นจริงด้วย... ทว่าอาร์ดีนก็ยังอดทนมาได้จนถึงดาบสุดท้าย

- อาร์ดีนลืมตาขึ้น มองไปด้านหน้า ซอมนัสในชุดเกราะ The Mystic อยู่ต่อหน้าเขา และพุ่งทะยานเข้ามา “ซอม... นัส... สไตรค์” วินาทีที่ดาบของซอมนัสทะลวงร่างของเขา อาร์ดีนได้ยินเสียงอันแผ่วเบาของซอมนัสร้องเรียก “ท่านพี่..”

- สลับไปทางน็อคติส ก็เปิด God Mode เข้าไปลุยกับบาฮามุทที่พลังตกลงหลังจากยิงเทร่าแฟลร์ออกมาแล้ว และเทพทั้ง 5 ก็มาช่วยน็อคติสรุมยำบาฮามุทด้วย จนกระทั่งหน้ากากของบาฮามุทแตกออกมา น็อคติสก็เห็นว่าบาฮามุทมีหน้าตาที่เหมือนกับเขาและซอมนัส โดยซอมนัสและน็อคติสที่เกิดทีหลัง ได้รับมอบหน้าตาที่เหมือนกับบาฮามุท... น็อคติสแอบคิดในใจว่าหรือว่าที่บาฮามุทเปลี่ยนมาเลือกซอมนัสเป็นรัชกาลที่ 1 แทนอาร์ดีน เพราะซอมนัสหน้าตาเหมือนตัวบาฮามุทเองฟะ

- อาร์ดีนที่เข้าไปยังโลกอีกด้านได้สำเร็จ ก็ใช้พลัง Providence เรียกบูรพกษัตริย์ทั้ง 13 พระองค์ออกมา และร่วมกันกำจัดวิญญาณของบาฮามุทได้สำเร็จ ซึ่งบาฮามุทบอกไว้ว่าการทำแบบนี้ เทพทั้ง 6 จะตายหมด คริสตัลจะแตกสลาย อาร์ดีนก็ตายด้วย แต่อาร์ดีนก็ไม่แคร์

- น็อคติสและ 5 เทพร่วมกันปราบบาฮามุทในโลกจริงได้สำเร็จ คริสตัลได้ดูดกลืนความมืดและพิษเดม่อนที่ยังหลงเหลืออยู่บนโลกเข้าไปแล้วแตกกระจาย

- หลังชนะบาฮามุทได้ ลูน่าที่ไม่มีพลังของบาฮามุทค้ำจุนแล้วก็อาจจะตายตามไปด้วย 

- แต่แล้วศิวะ ในร่างเจนเทียน่าก็เข้ามาหาน็อคติส บอกว่าถึงเวลาที่ต้องจากลากันแล้ว ต่อจากนี้ไปจะเป็นโลกของเหล่ามนุษย์ โลกที่ไม่มีเทพและคริสตัลอีกต่อไป แล้วเจนเทียน่าก็ได้ให้ของขวัญก่อนลาจาก ไม่ใช่ในฐานะเทพผู้พิทักษ์ดวงดาว แต่เป็นของขวัญจากลาในฐานะเพื่อน เธอไล้บริเวณดวงตาของหญิงสาว แล้วลูน่าก็ฟื้นคืนสติขึ้นมา

- เจนเทียน่าอวยพรให้ทั้งคู่มีใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ทำให้ทั้งสองนึกถึงสมัยเด็กในเทเนแบร เจนเทียน่าเคยบอกกับน็อคติสว่า ราชาและคันนากิ/โหร จะต้องอยู่เคียงคู่กัน พูดด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน แล้วเจนเทียน่าก็หายตัวไป ส่วนน็อคติสก็จับมือของลูน่าไว้ แล้วกล่าวสาบานในใจว่า จะไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือไปไหนอีกแล้ว

- แสงสีขาวเส้นบาง ๆ เริ่มปรากฏขึ้นที่ปลายขอบฟ้า ลูน่าก็แบบ นั่นมัน..? แล้วกลาดิโอก็ชิงพูดขึ้นมาว่า แสงแห่งรุ่งอรุณไงล่ะ  (夜明け) น็อคติสแม่มก็ตบมุกว่า “แย่งพูดก่อนทำไมวะะะะ” ตอนจบคือ น็อคติสพูดงอน ๆ ใส่กลาดิโอที่แย่งบทพูด แล้วอิกนิสก็ขำ น็อคติส กลาดิโอ พรอมท์ ลูน่าก็เลยหัวเราะด้วย เป็นยามเช้าที่ห่างหายไปนานหลายปี ซึ่งฉาบไว้ด้วยเสียงหัวเราะของความยินดี



- ในบทส่งท้าย หลังจากนั้นมีการจัดพิธีอภิเษกสมรสขึ้นใหม่ที่โบสถ์อัลเทเมเรีย ในเมืองอัลทิสเซีย  มีนายกฯ คาเมเลีย เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ ลูน่าใส่ชุดแต่งงานแบบเดียวกับของที่ออกแบบไว้เมื่อ 10 ปีก่อน โดยตอนที่ชาวเมืองอัลทิสเซียอพยพหนีไปยังเมืองเลสทัลลัม (หลังเหตุการณ์นิฟไฮม์ปะทะลิเวียธาน และความมืดเข้าปกคลุมโลก) ช่างฝีมือได้หอบแบบของชุดไปด้วย แล้วก็ตัดเย็บชุดกันขึ้นมาใหม่ ส่วนเค้กแต่งงาน ก็ใช้สูตรของแม่ครัวค็อคทูราที่กัลดินคีย์ทำให้


Her Story Begins When the Myth Ends



จบบริบูรณ์

No comments:

Post a Comment