Thursday, June 30, 2011

เจาะลึกทะลุมิติ The 3rd Birthday [2]

เริ่มคลาส 2.... ต่อจากคราวก่อนครับ งวดนี้ผมแทรกข้อมูลจากความทรงจำของตนเองลงไปเยอะเลย...

4. การก่อตั้ง CTI (Counter Twisted Investigation Team)

ไฮด์เป็นคนก่อตั้ง CTI ขึ้นมา เขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าของฝ่ายวิจัย และเป็นต้นคิดไอเดียในการสร้าง "เครื่องโอเวอร์ไดฟ์" เครื่องจักรที่ทำให้อีฟสามารถโอเวอร์ไดฟ์แบบย้อนเวลาได้ ซึ่งในเวลาต่อมาเขา แบลงก์ (นักวิทยาศาสตร์ชาวเกาหลี) และนักวิจัยคนอื่นๆ ก็ช่วยกันพัฒนาเครื่องดังกล่าวขึ้นมาได้สำเร็จ

หน่วยงานนี้ถูกจัดตั้งขึ้นมาก็เพื่อส่งอีฟกลับไปแก้ไขอดีต ทว่าฮันเตอร์ โอเวน ผู้เป็นบอสของหน่วยงานกลับไม่เชื่อในเรื่องนี้ เขาคอยตามราวีอีฟ คิดว่าอีฟเป็นทวิสเต็ด และสั่งให้กักขังอีฟไว้เพื่อสังเกตความผิดปกติ โดยแรงบันดาลใจเบื้องหลังการกระทำดังกล่าว มาจากการที่โอเวนไม่พอใจที่ถูกแต่งตั้งให้มาเป็นบอสของหน่วยงานนี้ และอยากกลับไปทำงานเก่ามากกว่า

รัฐบาลสหรัฐฯ ตัดสินใจยิงนิวเคลียร์ถล่มบาเบล แต่แล้วบาเบลที่เสียหายเล็กน้อยก็รวมตัวกันเป็นแกรนด์บาเบล

เครื่องโอเวอร์ไดฟ์นั้นสร้างขึ้นจากชิ้นส่วนของบาเบล ภายหลังไคล์ที่กลายเป็นไฮวันส์ได้บุกเข้ามาทำลายเครื่องนี้และสังหารเจ้าหน้าที่ทั้งหมดของ CTI ซึ่งการกระทำดังกล่้าวเกิดขึ้นเพราะไฮด์ได้ควบคุมไฮวันส์ในตัวไคล์ให้ทำแบบนั้น

5. แผนการและจุดประสงค์ที่แท้จริงของไฮด์

ไฮวันส์อย่างไฮด์ต้องการมีชัยในสงครามกับพวกทวิสเต็ด ตอนที่อีฟได้เผชิญหน้ากับไฮด์ภายในแกรนด์บาเบล ไฮด์สารภาพว่าก่อนหน้านี้เคยได้สังหารทวิสเต็ดหลายพันตัวเพื่อขัดขวางไม่ให้พวกมันย้อนเวลากลับไปยังช่วง Time Zero ได้ ทว่าในท้ายที่สุดไฮด์ก็พ่ายแพ้ให้กับทวิสเต็ดที่มีจำนวนนับไม่ถ้วน เขาล้มลง พอรู้สึกตัวอีกทีก็ตื่นขึ้นมาในโบสถ์ในช่วงที่เกิด Time Zero แล้ว

ต่อมาวัฏจักรก็วนซ้ำแบบเดิม พอบาเบลงอกขึ้นมา ไฮด์ก็พยายามขัดขวางทวิสเต็ดไม่ให้ย้อนอดีตได้ แต่เขาก็พ่ายแพ้อีก แล้วจิตก็ย้อนกลับไป Time Zero เป็นครั้งที่สอง... แล้วก็วนเวียนไปมาแบบนี้หลายต่อหลายครั้ง

ในวัฏจักรรอบนี้ ไฮด์เลยวางแผนที่จะย้อนกลับไปยัง Time Zero พร้อมกับอีฟ เมื่อย้อนอดีตมาได้แล้ว เขาจะสละร่างกายของเขาให้อีฟเข้าครอบงำ เพื่อที่อีฟจะได้กลายเป็นสุดยอดสิ่งมีชีวิต อันเกิดจากจิตของอีฟ+จิตของไฮวันส์+ร่างมนุษย์ของไฮด์+เซลล์ของไฮวันส์ที่จะแพร่ออกมาจากร่างของอีฟ และนำความล่มสลายมาสู่เผ่าพันธุ์มนุษย์และทวิสเต็ด

แต่การจะย้อนกลับไปยังอดีตพร้อมกัน 2 คนเลยนั้น เขาต้องอัดฉีดพลังงานมหาศาลให้กับบาเบลเสียก่อน แล้วบาเบลถึงจะทำงานเป็นเครื่องส่งจิตกลับอดีต แบบเดียวกับเครื่องโอเวอร์ไดฟ์ที่ไฮด์ร่วมพัฒนาขึ้นได้

(มันต่างกันตรงที่บาเบลสามารถส่งจิตกลับไปอดีตพร้อมกันหลายคนได้ แต่เครื่องโอเวอร์ไดฟ์ทำแบบนั้นไม่ได้)

ซึ่งพูดถึงเรื่องพลังงานแล้ว การสังเวยชีวิตของไฮวันส์ดูจะเป็นวิธีการเพิ่มพลังงานให้บาเบลได้ดีที่สุด เมื่อคิดได้เช่นนั้น ไฮด์ก็วางแผนบงการให้อีฟไปฆ่าไฮวันส์คนอื่นๆ เพื่อที่ร่างของไฮวันส์ตัวอื่นๆ จะกลายเป็นพลังงานให้บาเบล

ท้ายที่สุดไฮด์ก็โดนอีฟสังหารทิ้งภายในแกรนด์บาเบล แต่แล้วเขาก็เคลื่อนย้ายจิตของเขาให้เข้ามาซ่อนอยู่ภายในจิตของอีฟ เมื่ออีฟย้อนกลับไปยังช่วง Time Zero แล้ว เขาก็ได้กลับมายัง Time Zero ตามแผนด้วย แต่แผนการสุดบรรเจิดของไฮด์ก็มาพลาดเอาในตอนสุดท้าย ซึ่งไฮด์ในร่างมนุษย์ธรรมดาดันไปโดนอายะยิงทิ้งนั่นเอง

6. พล็อตของเนื้อเรื่องแต่ละตอน

เรื่องราวของเกมเริ่มต้นขึ้นในสำนักงาน CTI วันคริสต์มาสอีฟปี 2013 อีฟนอนฝันร้ายและเข้าใจผิดว่าเธอคืออายะ จากนั้นเธอก็ถูกเรียกให้ช่วยใช้เครื่องโอเวอร์ไดฟ์ย้อนเวลากลับไปแก้ไขเหตุการณ์ในอดีต

1. อุบัติการณ์ที่คลับแซคริไฟซ์ วันคริสต์มาสอีฟปี 2012

เหล่าทวิสเต็ดได้ปรากฏตัวขึ้นจู่โจมฝูงชนที่ชมคอนเสิร์ตอยู่ในคลับแซคริไฟซ์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากมาย และหนึ่งในนั้นก็มีนักร้องอย่างจิงเจอร์ งานนี้อีฟต้องโอเวอร์ไดฟ์มาเพื่อไปยังใจกลางของบาเบล และช่วยต่อสู้อย่างชาญฉลาดเพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิตลง ทว่าในตอนท้ายเธอกลับพบเอมิลี่ที่ถูกไฮวันส์ครอบงำ จึงกำจัดทิ้ง


เอมิลี่ไปทำอะไรที่นั่น?

หลังจากเอมิลี่ตายไปแล้ว มีการค้นพบบันทึกของเอมิลี่ซึ่งในนั้นเธอได้เขียนข้อความไว้ว่าเธอไปที่งานคอนเสิร์ตเพื่อตามหา "ริบ" ภายหลังพวกกลุ่มเพื่อนมาเอดะ (มันมีกันหลายคน) ได้เปิดเผยว่าแท้จริงแล้วริบที่ว่าก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็น "อีฟ" เพราะตามตำนานแล้วอีฟก็เกิดจากกระดูกซี่โครง (ริบ) ของอดัม ดังนั้นเอมิลี่จึงเรียกอีฟว่าริบ

เอมิลี่รู้ว่าอีฟเป็นแฟนคลับของจิงเจอร์ ดังนั้นเธอเลยไปที่งานคอนเสิร์ตด้วยความคิดว่าเธออาจจะได้พบกับอีฟก็เป็นได้ ดังนั้นตอนที่เอมิลี่เจออีฟ เธอจึงบอกให้อีฟนึกเรื่องที่เกิดขึ้นในโบสถ์ให้ออกสิ

2. ปฏิบัติการแบล็คสตอร์ม ที่สแปนิชฮาร์เลม

อีฟที่พึ่งแก้ไขอดีตเสร็จได้กลับมายังวันคริสต์มาสอีฟปี 2013 อีกครั้ง แต่แล้วเธอก็พบว่าในโลกที่เธออยู่ตอนนี้ ประวัติศาสตร์นั้นแตกต่างไปจากโลกที่เธอเคยอยู่เดิม โลกเดิมบอสกับกาเบรียลได้ตายไปแล้ว แต่ในโลกนี้ทั้งสองคนยังไม่ตาย แต่เครย์ดันตายไปแล้วแทน ซึ่งอีฟก็ไม่เข้าใจว่าการที่เธอย้อนกลับไปแก้ไขเหตุการณ์ในคลับแซคริไฟซ์ มันส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องจนทำให้ประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงไปถึงขนาดนี้ได้อย่างไีร...

ว่าแล้วอีฟก็ได้รับคำสั่งให้โอเวอร์ไดฟ์ย้อนเวลากลับไปเปลี่ยนแปลงอดีตให้เึครย์รอด เธอไดฟ์เข้าไปในแก่นกลางของบาเบล แล้วก็พบว่าที่นั่นมีควีนซึ่งเป็นผู้นำของทวิสเต็ดอยู่้

ภายหลังอีฟสามารถช่วยชีวิตเครย์ได้สำเร็จตามเป้าหมาย ทว่ากาเบรียลกลับหายตัวไป พอตามหากาเบรียลพบ กาเบรียลก็กลายร่างเป็นไฮวันส์แบบเต็มตัวไปซะแล้ว อีฟไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกำจัดกาเบรียลทิ้ง

ว่าแล้วอีฟก็กลับมายังปัจจุบันอีกครั้ง เพื่อจะพบว่าคราวนี้เครย์รอด แต่กาเบรียลและบอสตายไปแล้ว.... Orz

...................................................................................................................

คาบนี้อาจจะมึนกันเล็กน้อยเรื่องวัฏจักรความซวยของไฮด์ ซึ่งก็คล้ายๆ กับวัฏจักรความซวยของการ์แลนด์

ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมทุกครั้งที่อีฟโอเวอร์ไดฟ์ย้อนอดีต พอกลับมาปัจจุบันแล้วประวัติศาสตร์ถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนั้น บางคนอาจคิดว่ามันเป็นผลกระทบแบบลูกโซ่ เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว หรือบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟค.... แต่คำตอบจริงๆ แล้ว.... เป็นอะไรที่ชวนด่าบิดาคนคิดพล็อตมากกว่านั้น

จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็ต้องลองติดตามกันต่อครับ.... คาบนี้ไว้แค่นี้ก่อน

Wednesday, June 29, 2011

เจาะลึกทะลุมิติ The 3rd Birthday [1]

ยินดีต้อนรับเข้าสู่บทความซีรียส์ "เจาะลึกทะลุมิติ The 3rd Birthday"

หลังจากดองโครงการนี้มานาน ในที่สุดก็เวลาอันสมควรที่ผมจะเริ่มตีแผ่เนื้อหาที่แท้จริงของเกมนี้กันสักที

ก่อนอื่นในช่วงคลาสแรกๆ ของบทความนี้ ผมจะนำบทความ Plot Summary Guide ของคุณ DrDark83 ซึ่งโพสต์ไว้ในเว็บ GameFaqs มานำเสนอให้ทุกคนได้อ่านกัน ซึ่งบทความของคุณ DrDarks83 ก็ได้อธิบายประเด็นสำคัญๆ ของเีรื่องไว้เป็นที่ชัดแจ้ง แม้เนื้อหาจะยังไม่ครบถ้วนทุกประเด็น แต่ก็ถือเป็นบทความที่มีประโยชน์อย่างมาก สำหรับคนที่พอจะรู้เนื้อเรื่องคร่าวๆ ของเกมนี้อยู่แล้วแต่ยังไม่เข้าใจในประเด็นหลักหลายๆ ประเด็น

หลังจากนำเสนอบทความดังกล่าวจบลงแล้ว ผมจะนำข้อความที่นักวิทยาศาสตร์ภายในเกมส่งเมล์โต้ตอบกันมาแปลให้ฟัง ภายในนั้นจะเฉลยความจริงเกี่ยวกับระบบโลกและระบบเวลาที่แท้จริงของเกมนี้ อีกทั้งสุดท้ายคงปิดฉากด้วยการเขียนไทม์ไลน์ทั้งหมด (ถ้าทำได้) ซึ่งเกมนี้ถือเป็นเกมที่เขียนไทม์ไลน์ได้ลำบากมากที่สุด เหตุผลเพราะประวัติศาสตร์ของตัวเกมแต่ละตอนนั้น ต่างก็มีเนื้อหาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

หลักๆ แล้วเนื้อหาที่ผมจะนำเสนอก็มี 3 หัวข้อใหญ่ๆ ตามที่ได้กล่าวไว้ด้านบน ทว่าในอนาคตอาจมีการเพิ่มหรือลดประเด็นต่างๆ ลงไปได้ตามความเหมาะสม และสภาพความว่างของผมด้วย

เอาล่ะ... เมื่อเข้าใจแล้ว เราก็มาเข้าสู่เนื้อหา Plot Summary Guide ของคุณ DrDark83 กันเลยดีกว่า

เนื้อหาในบทความของคุณ DrDark83 นั้นแบ่งเป็นหัวข้อย่อยๆ ดังนี้

1. ความจริงของช่วงเวลาที่เรียกว่า Time Zero
2. ทวิสเต็ด คือตัวอะไร?
3. ไฮวันส์ คือตัวอะไร?
4. การก่อตั้ง CTI
5. แผนการและจุดประสงค์ที่แท้จริงของไฮด์
6. พล็อตของเนื้อเรื่องแต่ละตอน
7. ความหมายที่แท้จริงของ The 4th Birthday
8. เมล์ของอีฟ

1. ความจริงของช่วงเวลาที่เรียกว่า Time Zero

เรื่องราวของเกมนี้เริ่มต้นขึ้นภายในพิธีแต่งงานระหว่างอายะกับไคล์ ซึ่งแขกที่มาร่วมงานได้แก่

- อีฟ ผู้เป็นร่างโคลนของอายะ ซึ่งปัจจุบันมีสถานะเป็นน้องสาวของอายะ
- ไฮด์ เจ้าหน้าที่ FBI ที่เป็นคนรู้จักของอายะ

ตอนนั้นภายในโบสถ์มีคนอยู่ 5 คนคือ อายะ ไคล์ฺ อีฟ ไฮด์ และบาทหลวง ส่วนคนที่รออยู่นอกโบสถ์ก็มี

- เอมิลี่ ลูกสาวของมหาเศรษฐีชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นเพื่อนของอีฟ
- เครย์ เจ้าหน้าที่ FBI เช่นกัน
- กาเบรียล เจ้าหน้าที่ FBI อีกคนหนึ่ง

ในเกมไม่มีการเปิดเผย ณ จุดใดเลยว่าทำไมทั้ง 3 คนหลังถึงต้องรออยู่นอกโบสถ์....


ก่อนที่ไคล์และอายะจะได้ทำพิธีสาบานแก่กัน โปลิซที่ซุ่มอยู่ในโบสถ์ก็โผล่พรวดออกมากราดยิงใส่อายะและไคล์ อายะได้รับบาดเจ็บสาหัสและล้มลง แต่เธอยังพยายามจับปืนขึ้นมา และยกปืนขึ้นมาซึ่งตอนแรกปากกระบอกปืนได้หันไปทางอีัฟ (เป็นเหตุให้อีฟฝันว่าอายะยิงอีฟ) แต่แล้วอายะก็รีบเบี่ยงปากกระบอกปืนไปทางเหล่าตำรวจ และลั่นไกสังหารตำรวจนายหนึ่งได้ ทว่าพวกตำรวจคนอื่นๆ ก็ช่วยกันประเคนลูกโม่ใส่อายะจนหมดทางสู้

ชั่ววินาทีนั้นเอง อีฟได้ปลดปล่อยความสามารถในการ "โอเวอร์ไดฟ์" ออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เธอไดฟ์เข้าไปในร่างของอายะ และควบคุมร่างอายะให้ฆ่าตำรวจทั้งหมดซะ ซึ่งโอเวอร์ไดฟ์ในที่นี้ก็คือความสามารถในการเคลื่อย้ายจิตของตนเข้าไปยังร่างของบุคคลอื่น ซึ่งการที่อีฟไดฟ์เข้าไปในร่างของอายะ ได้ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น

1. วิญญาณของอายะแตกกระจาย ซากวิญญาณเหล่านั้นได้กลายมาเป็น "ทวิสเต็ด"

2. จิตของอีฟเข้าครอบครองร่างของอายะ แต่ร่างนั้นกลับสูญเสียความทรงจำเดิมทั้งหมดไป เป็นเหตุให้อายะในเกมนี้ดูหวาดกลัวต่อศัตรูมาก ทั้งที่เธอเคยเผชิญศัตรูที่ร้ายกาจยิ่งกว่านี้มาก่อนแล้ว

3. ร่างไร้วิญญาณของอีฟเริ่มเสื่อมสลาย และกลายมาเป็น "ไฮวันส์" จากนั้นมันก็เข้าครอบงำร่างของไฮด์ เอมิลี่ เครย์ ไคล์ และกาเบรียล (...แล้วบาทหลวงล่ะเฮ่ย...)

ไฮด์ที่ถูกไฮวันส์ครอบงำแล้ว ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดกับตา เขาจึงรู้ว่าอายะตัวจริงนั้นได้ตายไปแล้ว และร่างของเธอในตอนนี้ถูกครอบงำโดยอีฟ แต่เขาก็เก็บความจริงเรื่องนี้เอาไว้ แล้วบอกกับอีฟเพียงว่าเขาพบเธอในวันคริสต์มาสอีฟปี 2010 ภายนอกโบสถ์ในสภาพชุดแต่งงานที่ชุ่มเลือด แล้วเขาก็มารู้ในภายหลังว่าเธอชื่ออายะ นี่คือสิ่งที่ไฮด์โกหกไว้

หลายคนฟังแล้วอาจนึกสงสัยว่าแล้วทำไมคนอื่นๆ ถึงไม่บอกเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของอีฟให้อีฟฟังล่้ะ?

คำตอบนั้นง่ายๆ เลยก็คือ

1. พวกเขาได้กลายเป็นไฮวันส์กันไปแล้ว โดยที่ไม่มีใครรู้ตัว

2. ไฮด์ควบคุมพวกเขาอยู่้ ด้วยวิธีการเดียวกับที่ผึ้งนางพญาปล่อยฟีโรโมนเพื่อควบคุมลูกน้อง เนื่องจากไฮด์เป็นตัวหัวหน้า จึงสามารถควบคุมไฮวันส์ตัวอื่นได้โดยตรง

3. คนอื่นๆ นอกจากไฮด์ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในโบสถ์ (โดยเฉพาะเรื่องที่อีฟไดฟ์เข้าไปในร่างอายะ) ดังนั้นพวกเขาจึงคิดว่าอีฟคนนี้ก็คืออายะคนเดิม

เกิดอะไรขึ้นกับร่างของอีฟในเวลาต่อมา?

ก็เสื่อมสลาย พอให้กำเนิดไฮวันส์แล้วร่างก็หายไป

ทำไมโปลิซต้องโผล่มายิงอายะด้วย?

นี่คือประเด็นสำคัญที่สุดของ Time Zero ที่ไม่มีอธิบายไว้ในคัตซีนไหนๆ รวมทั้งไม่มีเฉลยไว้ในเอกสารใดๆ ในตัวเกม ตัวคุณ DrDark83 เองก็ไม่ทราบสาเหตุที่ตำรวจต้องเข้าไปทำร้ายอายะภายในโบสถ์ แต่ก็เดาไว้ว่าอาจจะมีใครบางคนในกลุ่ม FBI รู้ถึงความสามารถของเธอ รู้ถึงความอันตรายของเธอ จึงอยากให้เธอตายซะ (คนที่สั่งโปลิซให้มายิงอายะ ก็น่าจะเป็น FBI เองนั่นแหละ)

2. ทวิสเต็ด คือตัวอะไร?

เนื้อหาในเมล์ของมาเอดะ เปิดเผยทฤษฎีที่กล่าวว่าวิญญาณของอายะได้ให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ในยุคพันปีข้างหน้า ซึ่งเป็นยุคที่มนุษย์ได้สูญพันธุ์ไปแล้ว

พวกมันสืบทอดความสามารถในการแพร่พันธุ์ รวมถึงร่างกายที่แข็งแกร่งมา แต่กลับขาดสติปัญญา

อย่าคิดว่ามันกาก.... ในโหมด Genocide นี่ยิงจนน้ำตาร่วงแล้วมันก็ยังไม่ตาย....

กล่าวได้ว่าพวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ มีข้อบกพร่องอันใหญ่หลวงทางสติปัญญา ดังนั้นพวกมันจึงพยายามสร้าง "บาเบล" ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก เพื่อใช้บาเบลเป็นเครื่องมือในการเดินทางข้ามกาลเวลากลับไปยัง Time Zero เพื่อเปลี่ยนแปลงอดีต ด้วยความตั้งใจที่จะไปแก้อดีตให้พวกมันเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ ไม่เป็นสิ่งมีชีวิตที่บกพร่อง

บาเบลนั้นทำหน้าที่เป็นจุดวาร์ป หรืออาจมองเป็นอุปกรณ์เดินทางข้ามกาลเวลาก็ได้ บาเบลนั้นอยู่ได้ด้วยการกลืนกินร่างกายของมนุษย์ อีักทั้งภายในบาเบลนั้นยังเป็นที่อาศัยของ "ควีน" ผู้นำของพวกทวิสเต็ด

3. ไฮวันส์ คือตัวอะไร?

พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่สูงส่งและเหนือชั้นกว่าทวิสเต็ดมาก ซ้ำยังมีสติปัญญาและพละกำลังอันมหาศาล ตอนที่ไฮด์บุกเข้าไปในแกรนด์บาเบล มาเอดะได้ส่งสัญญาณมาบอกว่าไฮด์กำลังโค่นทวิสเต็ดนับร้อยตัวลงอย่างง่ายดาย อีกทั้งไฮด์ยังบอกว่าเขาได้ขัดขวางทวิสเต็ดหลายพันตัวไม่ให้ย้อนเวลากลับไปได้มาแล้ว

พวกมันเกิดจากการเสื่อมสลายของร่างกายของอีฟ พวกมันสามารถเข้าครอบงำร่างกายของมนุษย์ และสามารถกลายร่างเป็นร่างที่แท้จริงซึ่งดูคล้ายทวิสเต็ดได้ ซึ่งมีพวกมันเพียง 5 ตัวเท่านั้นที่ครอบงำร่างมนุษย์อยู่

แน่นอนว่าพวกมันเองก็มีข้อบกพร่องเช่นเดียวกัน แต่ข้อบกพร่องของมันนั้นแตกต่างจากทวิสเต็ดที่สืบพันธุ์ได้ไว  ซึ่งข้อบกพร่องของไฮวันส์ก็คือการขาดความสามารถในการสืบพันธุ์

ย้ายร่างให้เห็นกันจะๆ.....

การตายของไฮวันส์นั้นจะสร้างความแปรปรวนแก่มิติและกาลเวลา ซึ่งไฮด์ได้นำเรื่องนี้มาใช้ประโยชน์ในภายหลัง

อีกทั้งพวกมันยังมีความสามารถในการโอเวอร์ไดฟ์ ซึ่งไฮด์ก็ได้แสดงให้ดูในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย โดยไฮด์ได้ไดฟ์เข้าร่างคนนั้นที คนนี้ที และบอกอีฟว่าคนที่ใช้ความสามารถนี้ได้ ไม่ได้มีแต่เธอเพียงคนเดียว

สำหรับคลาสแรกก็ขอจบเนื้อหาไว้เพียงเท่านี้ก่อน หวังว่าจะเข้าใจกันได้ง่าย ไม่มีใครมึนนะครับ....

Tuesday, June 14, 2011

สรุปบทสัมภาษณ์ FFXIII-2 จาก Dengeki PS เล่มล่าสุด

สรุปจ้ะ ตรงไหนเป็นเรื่องใหม่ ก็ทำไฮไลต์สีตามเดิม

ในส่วนของตัวละคร

ตัวละครใหม่อย่างโนเอลนั้นไม่ค่อยรู้เรื่องของโคคูนและแกรนพัลส์ ในจุดนี้คุณโทริยามะต้องการให้โนเอลอยู่ในตำแหน่งเดียวกับผู้เล่นหน้าใหม่ที่ไม่เคยเล่น FFXIII มาก่อน คือไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกนั้นเหมือนๆ กัน (แปลว่าเจ้าตัวมาจากที่อื่นแล้วล่ะ)

- ภาคนี้เหมือนมีตัวเอก 2 คนคือไลท์นิ่งและโนเอลก็จริง แต่เทียบเวลาบังคับแล้ว เนื้อเรื่องเกือบทั้งหมดเราจะได้เล่นเป็นฝั่งโนเอลกับเซร่าห์กันมากกว่า

- เรื่องที่ไลท์นิ่งตายแล้ว มีความเกี่ยวข้องกับตำนานของเอโทร

- สโนวจะปรากฏตัวในภาคนี้ด้วย ในประเด็นที่เซร่าห์เดินทางไปกับโนเอลนั้น สโนวไม่ใช่คนประเภทที่จะกังวลกับเรื่องแบบนี้ ขณะเดียวกันตัวละครอื่นๆ จาก FFXIII ก็จะปรากฏตัวด้วย (ノエルとセラが旅しているが、スノウは知ってても気にするタイプじゃない。)

- เวลาต่อสู้ให้คิดว่าโนเอลยืนอยู่หน้า แล้วมีเซร่าห์สนับสนุนจากด้านหลัง ในใจของคุณโทริยามะนั้นคิดอิมเมจให้โนเอลเป็นอาชีพฮันเตอร์ไปแล้ว

เรื่องเดโมในงาน E3

- เดโมในงานเป็นเนื้อหาย่อๆ ของเนื้อเรื่อง 2 ตอนให้ได้เล่นกัน ซึ่งทีมงานได้ตัดพวกฉากเหตุการณ์ส่วนใหญ่ออกไปแล้ว ในส่วนตัวเกมจริงๆ นั้นก็จะมีฉากตอนที่โนเอลกับเซร่าห์พึ่งพบกันให้ได้เห็น

ส่วนของเพลงประกอบ

- ผู้ประพันธ์หลักยังเป็นคุณมาซาชิ ฮามาอุซึคนเดิมจาก FFXIII แต่จะมีผู้ประพันธ์คนอื่นๆ ที่จะเปิดเผยภายหลังอีก ในส่วนของคุณฮามาอุซึนั้นจะแต่งเพลงที่ให้อารมณ์ของ FFXIII เหมือนเดิม ส่วนผู้ประพันธ์ท่านอื่นจะแต่งเพลงที่ให้ความรู้สึกของโลกใหม่

ในส่วนของการเลี้ยงมอนสเตอร์

- องค์ประกอบหนึ้งที่เพิ่มเข้ามาใหม่ก็คือการรวบรวมมอนสเตอร์เข้าเป็นพวก ซึ่งในเกมจะมีทั้งมอนสเตอร์ที่เน้นตั้งรับ เน้นโจมตี และแบบอื่นๆ ทั้งนี้ตัวเกมจะมีระบบพัฒนาตัวมอนสเตอร์ด้วย ปาร์ตี้ของผู้เล่นนั้นจะประกอบด้วยตัวละครสูงสุดไม่เกิน 3 ตัว ซึ่งใน 3 ตัวนี้ก็รวมมอนสเตอร์เข้าไปด้วยแล้ว ทว่าบางครั้งก็จะมี Guest Character เข้ามาปนด้วย

ระบบอื่นๆ

- ภาคนี้เหตุการณ์ต่างๆ จะเป็น Realtime มากขึ้น จึงเป็นไปได้ว่าตัวเกมเวอร์ชั่น Xbox 360 จะใช้แผ่นน้อยลง

- ตัวเกมใช้ระบบ Encounter แบบใหม่ที่เรียกว่า Mog Clock และด้วยระบบ Cinematic Action จะทำให้จบการต่อสู้ได้ไวขึ้น

- ตัวเกมมีฉากจบหลายแบบก็จริง ทว่าในส่วนของระบบเลือกตอบคำถามที่เรียกว่า Live Trigger นั้น แต่ละครั้งที่เล่นต่างคนก็อาจจะเลือกตอบไม่เหมือนกัน คุณโทริยามะบอกว่าจุดนี้ทำเพื่อความสนุกสนานในการทำความเข้าใจเนื้อเรื่อง ไม่ใช่เพื่อแตกกิ่งก้านสาขาให้เนื้อเรื่อง

- ในเมืองนั้น ชาวบ้านแต่ละคนก็จะมี AI ที่แตกต่างกันออกไป

 - เวลาฝนตก ตัวละครในเมืองจะรีบวิ่งเข้าหาที่ร่ม หาสิ่งกำบัง

- สภาพอากาศส่งผลต่อค่าต่างๆ ในการต่อสู้

- การค้นหาสำรวจอะไรต่างๆ ต้องมีม็อคช่วยด้วย (ดั่งตัวอย่างที่เห็นกันว่าม็อคทำให้หีบล่องหนปรากฏได้)

- ระบบเซฟเป็นแบบ Auto-Save

- ยังไม่มีความคิดที่จะสร้าง Mode Multiplayer ให้เล่นผ่านอินเตอร์เน็ตกัน

- DLC ของเกมก็จะเป็นพวกไอเดียดีๆ ที่เขาคิดได้ภายหลัง หรือไม่ก็คอมเมนต์ดีๆ จากผู้เล่น

เรื่องแพทซ์ของ FFXIII เดิม

- จะมีแพทซ์เพิ่ม Easy Mode ให้กับ FFXIII เวอร์ชั่น PS3 ในวันที่ 21 กรกฎาคม ซึ่งไม่ได้เป็น DLC แต่เป็น Patch ของเกม ถ้าต่อเน็ตแล้วเข้าเกมไปก็จะขึ้นให้โหลด

ที่มา : Andriasang, Dengeki PS, hokanko

คิตาเสะรับยังไม่รู้จะวางขาย FF Type-0 นอกญี่ปุ่นยังไง!?

ถึงตอนนี้ทุกท่านคงทราบกันดีแล้วว่า Final Fantasy Type-0 มีกำหนดวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นภายในช่วงฤดูร้อนนี้ ทว่าเมื่อสอบถามไปยังคุณโยชิโนริ คิตาเสะ ถึงโอกาสในการวางจำหน่ายเกมนี้ในชาติตะวันตกคุณคิตาเสะก็หย่อนความเห็นกลับมาว่าในตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะวางจำหน่ายนอกแดนเอวีอย่างไร

สำหรับประเด็นนี้ คุณคิตาเสะได้กล่าวไว้ว่า "ก็อยากที่คุณทราบกันดีว่าตลาด PSP ในกับนอกญี่ปุ่นนั้นมีความแตกต่างกันมาก เราต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบสุดๆ ว่าจะทำอย่างไรถึงจะเป็นการดีที่สุด ที่จะส่งมอบเกมของพวกเราไปยังเหล่าเกมเมอร์ทั้งหมดได้ ในตอนนี้ผมยังไม่อาจยืนยันการตัดสินใจได้ๆ ได้ทั้งนั้น ดังนั้นช่วยอดทนรอกันไปอีกสักหน่อยละกันครับ" คุณคิตาเสะกล่าวต่อสื่อในงาน E3

จากที่กล่าวมาคงเห็นกันว่าคุณคิตาเสะก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าเกมจะไม่ขายให้กับผู้บริโภคฝั่งตะวันตกซะทีเดียว เพียงแต่ทางค่ายยังไม่แน่ใจว่าควรจะขายด้วยวิธีไหนถึงจะดีที่สุด การที่เขากล่าวถึงความแตกต่างของตลาด PSP ระหว่างในและนอกญี่ปุ่นนั้น ก็ทำให้ชวนคิดได้ว่าบางทีทางค่ายอาจกำลังพิจารณาที่จะวางจำหน่ายตัวเกมผ่านทาง PSN อย่างเดียวก็เป็นได้

ที่มา : Gamingunion

สรุปบทสัมภาษณ์ FFXIII-2 จาก Fokgames

 สรุปจ้ะ ตรงไหนเป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่เคยเขียนในข่าวเก่า จะไฮไลต์ไว้

Q : เนื้อเรื่องจะเบากว่าเดิมมั้ย?
A : ซีเรียสเหมือนเดิม แถมมืดมนและลึกลับยิ่งขึ้นด้วยเอ้า!

Q : เห็นตัวเดโมมีตัวเลือกให้ผู้เล่นเลือก แล้วยังมีวิธีการใดอีกที่ทำให้เกมเป็นเส้นตรงน้อยลง?
A : ภาคนี้เน้นให้คนเล่นเลือกตามสบาย การทำอะไรหรือการตัดสินใจอะไรต่างๆ จะมีผลภายหลังทั้งนั้น

Q : ก็เลยส่งผลให้มีฉากจบหลายแบบ?
A : เป็นครั้งแรกในซีรียส์เลยทีเดียว รอฟังรายละเอียดใน TGS ละกัน

Q : ได้ดูเกม RPG ของทางตะวันตกบ้างมั้ย?
A : ไม่ได้เอาแรงบันดาลใจมาจากเกมฝั่งตะวันตกหรอกน่า เกมตะวันตกมันเป็น Open World แต่เราไม่อยากให้ XIII-2 เป็นแบบนั้น มันก็ยังอยู่ในเรื่องของมัน แต่มีตัวเลือกให้เลือกว่าจะไปทางเส้นทางไหน

Q : ทำไมไปเน้นบทเซร่าห์แล้วล่ะนั่น?
A : ใน XIII ไลท์นิ่งหาทางช่วยเซร่าห์ ส่วนใน XIII-2 เซร่าห์ตามหาไลท์นิ่ง ที่มันกลับกันพอดีแบบนี้ เพราะเราอยากเอาเรื่องความผูกพันของคนในครอบครัวมาเล่นอีกครั้ง

Q : ทำไมถึงมีโนเอล? แทนที่จะเป็นตัวละครเก่า?
A : ยังบอกอะไรไมไ่ด้ เอาเป็นว่าเจ้าตัวมาจากต่างโลก ไม่เคยไปโคคูนมาก่อน ก็อยากให้เกมนี้เป็นที่สนใจของทุกคน ทั้งคนที่เคยและไม่เคยเล่น FFXIII เลยใช้ตัวละครใหม่

Q : ใครเป็นผู้ประพันธ์เพลงภาคนี้?
A : มาซาชิ ฮามาอุซึ เจ้าเก่าแน่นอน แล้วยังมีคนอื่นๆ ที่จะเผยชื่อภายหลัง

Q : ระบบต่อสู้ในเดโมมีระบบ QTE ให้เห็น แล้วยังมีการเปลี่ยนแปลงใดอีกที่เปิดเผยได้ในตอนนี้?
A : พื้นฐานของระบบยังเป็น Optima เหมือนเดิม ที่เพิ่มมาก็มีจับมอนสเตอร์ เอาเข้าทีม ช่วยสู้ มอนสเตอร์พวกนี้ยังพัฒนาได้ด้วย ทำให้ทีมแข็งแกร่งไปด้วยแล

Q : แล้วคริสตัลเลียมจะกลับมาด้วยมั้ย?
A : ในส่วนของตัวละครก็แทบเหมือนเดิม แต่ก็มีส่วนที่เปลี่ยนแปลงซึ่งยังบอกไม่ได้ ทว่าการพัฒนาของฝั่งมอนสเตอร์นั้นจะใช้ระบบที่ต่างออกไป ตัวอย่างเช่นยัดเครื่องประดับเพื่อปั๊มสเตตัสให้มันได้..... (กลิ่น X-2 Inter โชยมา)

Q : ระบบเซฟเหมือนเดิมรึเปล่า? **** (เฉพาะข้อนี้ไม่แน่ใจว่าแปลถูกมั้ย)
A : ใช่ แถมตอนนี้อยากจะเซฟที่ไหนก็เซฟได้ เหมือนกับเกมฝั่งตะวันตก เลยเซฟง่ายกว่า FFXIII ขึ้นไปอีก

Q : มีเมืองมีร้านค้าให้สำรวจแล้ว?
A : ภาค XIII โดนเล่นประเด็นนี้จนอ่วม ภาค XIII-2 เลยจัดไป อยากคุยอยากช็อบก็เอาไปเลย

Q : ทั้งเกมแบ่งเป็นคัตซีนกี่ชั่วโมง และเกมเพลย์กี่ชั่วโมง?
A : ไม่รู้หรอกว่าคัตซีนมันกี่ชั่วโมง แต่เล่นๆ รวมๆ กว่าจะจบก็ 40 ชั่วโมง แล้วยังมีอะไรให้ทำอีกมาก แถมต้องเล่นใหม่เพื่อเอาฉากจบแบบอื่นๆ ด้วย

Q : มีโหมด New Game+
A : ม่ายล่ะ แต่มีอะไรที่เจ๋งกว่านั้น ซึ่งยังบอกไม่ได้

Q : ตัวเกมภาค Xbox360 คราวนี้จะดีกว่าเดิมรึยัง?
A : ตอนทำ FFXIII เราเริ่มทำไปก่อน แล้วมาค่อยคิดเอาลง Xbox360 ภายหลัง แต่กรณี XIII-2 เรากะทำลงบน Xbox360 ตั้งแต่แรก คงไม่มีความแตกต่างในเรื่องใหญ่ๆ ให้เห็นกันระหว่างทั้งสองเครื่องแล้ว

Q : มีเนื้อหาที่ตัดออกจาก XIII แล้วมาใส่ใน XIII-2 มากแค่ไหน?
A : ตอนสร้าง XIII ต้องตัดเอาบางส่วนออกไปก็จริง แต่ไม่ได้ตัดเพื่อมาใส่ใน XIII-2 เฟ้ย

Q : แล้วมันจะวางจำหน่ายเมื่อไหร่ล่ะ?
A : ที่ญี่ปุ่นก็ธันวาคมนี้ ที่ยุโรปก็ต้นปีหน้า อาริกาโตะ โกะไซมัซ!

ที่มา : Fokgames

Friday, June 10, 2011

โทริยามะเผย FFXIII-2 ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Red Dead Redemption

 เนื่องจากไม่เหลือกำลังแปลแล้ว ขอสรุปบทสัมภาษณ์จาก RPGSite เลยละกันนะครับ

แปลแบบมองผ่านแล้วเขียนเอารวดเดียวจบ ไม่ต้องตรวจทาน ไม่ต้องกดดิกซ้ำ ลุยโลด

คิตาเสะ : เราไม่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกม RPG ฝั่งตะวันตกแต่อย่างใด, ระบบ Optima ใน FFXIII เป็นที่ชื่นชอบอยู่แล้ว เราเลยเอามาใช้ต่อแต่มีการปรับเปลี่ยนมัน ให้ไม่เหมือนเดิมซะทีเดียว ซึ่งนอกจากมอนสเตอร์กว่า 150 ชนิดที่สามารถจับเป็นพวกได้แล้ว พวกมันยังพัฒนาได้แบบเดียวกับตัวละครอื่นๆ นอกจากนี้ยังมี Cinematic Action ในการต่อสู้กับบอส

คิตาเสะ : ผมคิดว่าที่ FFXIII ถูกวิพากย์วิจารณ์ก็เพราะเราตั้งใจจะให้มันเป็นเกมที่ขับเคลื่อนไปโดยเนื้อเรื่อง แต่ว่ามันมากเกินไป ผู้คนเลยคิดว่ามันเป็นเส้นตรง ซึ่งคนไม่ชอบกัน ดังนั้นก่อนที่เราจะเริ่มสร้าง XIII-2 เราจึงตัดสินใจที่จะรวบรวมคำตำหนิทั้งหลายมาอย่างจริงจัง และนำความเห็นทุกอันมาแก้ไขปรับปรุงให้เหมาะสม ดังนั้นเกมใหม่นี้จึงเป็นแบบขับเคลื่อนไปตามคนเล่น ผู้เล่นจะมีส่วนร่วมมากขึ้น จะมีอะไรมากมายให้คนเล่นได้ทำและสำรวจ เช่นเมือง และสิ่งอื่นๆ อีก และสามารถเลือกได้ว่าจะคุยอะไรกับ NPC ด้วย

RPGSite : หนึ่งที่จุดที่โดนวิจารณ์หนักที่สุดก็คือการไม่มีเมือง ในบทสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ทีมงานสักคนเคยบอกว่า การสร้างเมืองในระบบ HD นั่นเป็นเรื่องที่ยากมากๆ แล้วตอนนี้มันง่ายขึ้นแล้วรึยังครับ? มีหนทางที่จะสร้างมันขึ้นได้อย่างรวดเร็วแล้วหรือไม่? หรืออย่างน้อยเราสามารถคาดหวังถึงเมืองเล็กๆ แบบที่เคยเห็นกันใน FFVII-IX ได้รึเปล่า?

โทริยามะ : ก็อย่างที่คุณคิตาเสะกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าเราได้รวบรวมคำวิจารณ์ทั้งหลายมากอย่างจริงจัง รวมถึงเรื่องการขาดหายไปของเมือง เราก็รู้แล้วว่าผู้คนไม่ชอบ แล้วก็แก้ให้ตัวเกมภาคใหม่นี้มีเมืองแล้ว คุณสามารถสำรวจเมืองและสามารถคุยกับทุกคนได้ ซึ่งนั่นก็จะนำไปสู่เหตุการณ์อื่นๆ ต่อไป ร้านค้าเองก็เช่นกัน ใน FFXIII-2 นี้คุณจะได้พบกับตัวละครบางตัว ที่พอเข้าไปคุยแล้วพวกเขาก็จะขายของให้เรา แต่ผมก็คิดนะว่าถ้าเราสร้างเมืองแบบเดียวกับใน FFVII-IX มันคงเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ และก็ยากด้วย ดังนั้นเราจึงใส่ AI ให้กับตัวละครทุกคนในเมือง ให้พวกเขาทำอะไรของเขาไป พวกเขาอาจจะนั่งลงแล้วก็คุยไปเรื่อย หรืออาจจะกำลังคุยกับครอบครัว หรืออาจจะกำลังเดินไปหาคนคุยด้วย พวกเขาก็จะทำอะไรของเขาไป ด้วยเหตุนี้มันจึงเป็นเมืองที่แตกต่างจากเมืองต่างๆ ที่คุณเคยเจอมาใน FF ภาคก่อนๆ

คิตาเสะ : เราตัดสินใจสร้างภาคต่อทันทีหลังจากวางจำหน่าย FFXIII ไปทั่วโลก ตอนที่เราไปโปรโมตเกมในอเมริกาและชาติอื่นๆ ในยุโรป เราก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากแฟนๆ ซึ่ง FFXIII ก็มีการขายได้ดี ทำยอดขายทั่วโลกได้ 5-6 ล้านชุด และเราก็รู้ว่าผู้คนต้องการภาคต่อ ตอนสร้าง FFXIII เราก็รู้ว่าตัวละครและเนื้อเรื่องของเกมนี้มันมีศักยภาพมากเกินกว่าที่จะเป็นแค่เกมภาคเดียว

RPGSite : FFXIII-2 จะใช้ระบบ Chapter อีกรึเปล่าครับ? ผู้ึคนคิดว่าระบบนี้ทำให้ FFXIII มันออกมาเป็นเส้นตรง แล้ว XIII-2 จะเป็นแบบนั้นด้วยหรือไม่?

โทริยามะ : เรื่องนี้ผมพูดได้ว่ามันไม่เลวร้ายขนาดนั้น แต่เราก็ได้เปลี่ยนโครงสร้างนั้นแล้ว ทั้งนี้ก็เพราะผู้คนเค้าไม่ชอบกัน แต่ในส่วนรายละเอี่ยดของโครงสร้างใหม่เนี่ย คงต้องรอไปจนกว่าจะถึง TGS ก่อน แต่ผมบอกพวกคุณได้อย่างหนึ่งเลยว่า นี่เป็นครั้งแรกใน FF Seris เลย ที่ FFXIII-2 จะมีฉากจบหลายแบบ

RPGSite : อธิบายหน่อยได้มั้ยว่าทำไมถึงเอาระบบ Optima กลับมาใช้อีก? เป็นเพราะนี่คือภาคต่อของ FFXIII? หรือคุณเห็นว่านี่เป็นระบบต่อสู้ที่สมดุลดีที่สุดในซีรียส์แล้ว?

คิตาเสะ : เราตัดสินใจที่จะเอามันใช้ต่อในภาคใหม่นี้ก็เพราะเหตุผลที่คุณกล่าวมาแล้ว นั่นก็คือภาคต่อ คุณก็รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ควรทำ เราก็เลยเอาระบบเก่ามาใช้ ซึ่งใน XIII ระบบนี้ก็ได้รับความนิยม เราเลยคิดว่ามันเป็นระบบต่อสู้ที่ดีที่สุดแล้วที่จะเอามาใช้ในเกม แต่ถึงจะพูดแบบนั้น นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะเอาระบบเก่ามาใช้ซะทีเดียว ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่า คุณสามารถรวบรวมมอนสเตอร์กว่า 150 ชนิดมาได้ นั่นทำให้เกมเพลย์มีความหลากหลาย ต้องวางกลยุทธให้สนุกกันมากขึ้นกว่าตอนภาค XIII

คิตาเสะ : มันแตกต่างจากตอน X ไป X-2 ใน X-2 นั้นเราต้องการเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งดนตรีและอรรถรส ภาค X นั้นให้บรรยากาศสไตล์เอเชีย ส่วน X-2 มันจะออกแนวป๊อป มันก็แตกต่างกันสิ้นเชิง ทว่าจาก XIII ไป XIII-2 นั้นโลกและการดำเนินไปของเนื้อเรื่องนั้นยังออกแนวเคร่งเครียดไม่เปลี่ยนแปลง เราก็แค่อยากเพิ่มองค์ประกอบใหม่้ๆ แต่ไอเดียพื้นฐานต้องไม่เปลี่ยนไปมาก ต่างจาก X ไป X-2 ที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง XIII กับ XIII-2 จะเป็นภาคต่อกันอย่างแท้จริง และเมื่อพูดถึงเรื่องดนตรีแล้ว ใน XIII คุณมาซาชิ ฮามาอุซึเป็นคนทำดนตรีให้ ซึ่งเขาก็มีชื่อทางด้านการทำเพลงออเครสต้า ในจุดนี้ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมเช่นกัน แต่เราจะเพิ่มสิ่งใหม่ๆ เข้าไป แล้วคุณคิดยังไงกับเพลงของ XIII-2 ล่ะ?

RPGSite : เหลือเชื่อครับ มันทำให้ผมนึกถึง Persona...

คิตาเสะ : เราก็อยากปรับเปลี่ยนแหละครับ เพราะถ้าเรายึดติดกับเพลงแบบเดิมๆ มันก็คงไม่ใช่เรื่อง หรือไม่ก็คงแปลกไป เราก็ปรับแต่งทุกอย่างให้มันเหมาะสมขึ้นครับ

RPGSite : ที่ผมอยากถามก็คือเรื่องของไซด์เควสต์และเอนด์เกม ปัญหาหนึ่งที่ผู้คนมากมายประสบใน FFXIII เดิม ซึ่งมันแตกต่างจาก FF ภาคอื่นๆ ก็คือเมื่อคุณจบเกมแล้ว มันก็ไม่ค่อยเหลืออะไรให้ทำเลย ใน XIII นั้นมีไซด์เควสต์ก็จริง แต่ทั้งหมดก็เป็นการล่ามอนสเตอร์ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ผมเลยสงสัยว่ามันจะมีอะไรให้ทำหลังจากจบเกมไปแล้วรึเปล่า และไซด์เควสต์นั้นจะมีความหลากหลายแค่ไหน

โทริยามะ : อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าจะมีฉากจบหลายแบบ ในตอนนี้เรายังกล่าวอะไรมากไม่ได้ แต่เมื่อผู้เล่นจบเกมรอบหนึ่งไปแล้ว เราก็ได้คิดเผื่อถึงการสร้างคุณค่าให้กับการเล่นตั้งแต่ีรอบ 2 ขึ้นไปด้วย ก็เหมือน New Game+ แหละครับ เป็นระบบเดียวกัน จะมีไอเทมและระบบต่างๆ ชักจูงให้คุณเล่นกันต่อไป สำหรับไซด์มิสชั่นนั้น จะมีไซด์มิสชั่นแบบเดียวกับ Red Dead Redemption มากขึ้น ดังนั้นมันจะไม่ใช่แค่การล่า แต่จะเป็นมิสชั่นแบบอื่นไปเลย จุดหนึ่งที่เราโดนวิพากย์กันมากใน FFXIII ก็คือการที่มีมินิเกมน้อยเกินไป และผู้คนก็อยากจะเห็นมัน นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราเสริมเข้าไปเช่นกันครับ

คิตาเสะ : ในส่วนการจับมอนสเตอร์นั้น อย่างแรกคุณก็ต้องกำจัดมันให้ได้ก่อน และเมื่อทำเงื่อนไขถูกต้อง มันจะเข้าร่วมปาร์ตี้ของคุณและเริ่มรับใช้คุณเอง คุณสามารถผสมผสานพวกมันได้ราวกับการสร้างเด็คในการ์ดเกม ประมาณนั้นเลย ส่วน Cinematic Action นั้นก็มี 2 แบบด้วยกัน แบบแรกคืออย่างที่คุณเห็นตอนสู้กับ Atlas ในเดโม เวลาคุณเจอบอสจริงๆ เมื่อทำดาเมจใส่บอสไปได้ถึงระดับหนึ่งแล้ว มันก็จะเข้าสู่ Cinematic Action เอง ส่วนอีกแบบคือ มอนสเตอร์บางตัวที่คุณจับมา มันสามารถทำ Cinematic Action ของมันได้เอง

RPGSite : จากที่คุณเอ่ยถึง Red Dead Redemption เมื่อกี้ คุณอธิบายสักหน่อยได้มั้ยว่าเกมนี้มีอิทธิพลใดกับคุณบ้าง?

โทริยามะ : ท่ามกลางเกมนับล้านที่วางจำหน่ายในปีก่อน Red Dead Redemption เป็นที่บูชาของนักพัฒนาเกมชาวญี่ปุ่นกันมาก รวมทั้งพวกเราด้วย เกมของเราอาจไม่ใช่ Open-Field แบบเกมนั้น แต่เราก็รับแรงบันดาลใจมา ตัวอย่างเช่น เราสามารถรับมิสชั่นที่ไหนก็ได้ ไม่ใช่แค่ที่สถานศักดิ์สิทธิ์หรือยึดติดกับอะไรสักอย่าง ในเกมนี้คุณจะได้เห็นโจโคโบะมากมาย และสามารถขี่พวกมันได้ ความรู้สึกที่คุณได้ตอนขี่โจโคโบะ มันก็เหมือนกับตอนที่คุณควบม้า มันจะให้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่อย่างแท้จริง นี่แหละคือสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเกมนั้น

RPGSite : สำหรับภาค XIII นั้นมีคนมากมายรู้สึกว่าเวอร์ชั่น Xbox360 มันไม่ดีเท่าเวอร์ชั่น PS3 คุณจะทำยังไงให้คนทั่วไปมั่นใจได้ว่าอย่างน้อยๆ XIII-2 ของเวอร์ชั่น 360 มันจะออกมาใกล้เคียงกับเวอร์ชั่น PS3?

คิตาเสะ : สำหรับ FFXIII เราเชื่อว่าในส่วนของเรียลไทม์กราฟฟิคมันไม่ได้แตกต่างกันมากมายขนาดนั้น เกมนี้ก็เหมือนกัน แต่ในส่วนของไฟล์มูวี่ที่มีขนาดใหญ่้มาก ขนาดของไฟล์ที่ถูกบีบอัดมาแล้วของทั้งสองเครื่องจะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ทว่าในตอนนี้เราสามารถทำฉากดราม่าให้เป็นแบบเรียลไทม์ได้โดยไม่ต้องเป็นมูวี่ ดังนั้นปัญหาที่แท้จริงที่ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างตัวเกมทั้งสองเวอร์ชั่นนั้นคงมีค่อนข้างน้อยแล้ว มันเป็นเพียง % ส่วนน้อยเท่านั้นเมื่อคิดจากกราฟฟิคทั้งหมดใน XIII-2 ดังนั้นมันคงไม่ใช่ประเด็นใหญ่แล้วล่ะครับ

อ่านบทสัมภาษณ์นี้จบแล้ว ผมจับใจความได้ดังนี้

- ทีมงานเอาคอมเมนต์ต่างๆ มาปรับปรุงตัวเกม บางจุดโทริจังเห็นว่าของเดิมมันไม่ได้เลวร้าย ผู้เล่นก็ด่ากันเวอร์ไป แต่เค้าในฐานะผู้กำกับก็ต้องน้อมรับไปแก้ไขอยู่ดี จะติสต์ทำตามใจฉันต่อไปไปคงไม่ได้

- จุดต่างๆ ที่โดนว่าในภาคก่อน ทั้งความเป็นเส้นตรง การไม่มีเมือง ได้รับการแก้ไขแล้ว ส่วนระบบต่อสู้ทีมงานบอกว่าได้ฟีดแบ็คดี ก็เลยเอาของเก่ามาต่อยอด

- ยังไม่มียืนว่าเนื้อเรื่องจะเป็น Chapter อีกรึเปล่า เห็นว่าจะมีการเปลี่ยนโครงสร้าง แต่ขอเปิดเผยใน TGS

- ตัวเกมจะมีมินิเกมให้เล่นกันมากขึ้น เนื่องจากโทริจังได้แรงบันดาลใจจาก Red Dead มา พวกมิสชั่นต่างๆ เควสต์ต่างๆ คงจะลอกไอเดียกันมาบ้าง แล้วจะได้ขี่โจโคโบะด้วยอารมณ์คนควบม้ากันมากขึ้น

- เรื่องกราฟฟิคของ Xbox360 กับ PS3 ภาพเรียลไทม์คงไม่ต่างกันมาก แต่ภาพมูวี่คงยังแตกต่างกันเหมือนเดิม ถึงกระนั้นเฮียคิตาเสะยังพยายามพูดให้ดูดีว่า เกมภาคนี้มีมูวี่น้อยแล้ว ดังนั้นความแตกต่างจึงคงมีไม่มาก

ที่มา : RPG Site