Monday, April 29, 2013

FFXIV -ARR- ยังยืนยันการวางจำหน่ายช่วงฤดูร้อน

ในงาน Nico Nico Chokaigi 2 ซึ่งจัดขึ้นที่  Makuhari Messe ในกรุงโตเกียวเมื่อวานนี้ Square Enix ร่วมกับ Window 8 ได้จัดอีเวนต์ Final Fantasy XIV -A Realm Reborn- ขึ้นบนเวทีภายในงาน ซึ่งในที่นี้ผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้างเกม คุณนาโอกิ โยชิดิ ก็ได้ขึ้นเวทีมาเพื่อตอบข้อซักถามให้กับแฟน ซึ่งเนื้อหาสรุปได้ดังนี้

  • ยืนยันว่าตัวเกมยังคงมีกำหนดการวางจำหน่ายตามเดิม คือภายในช่วงฤดูร้อน (ปลายฤดูร้อนของญี่ปุ่นก็คือต้นเดือนกันยายน) ทั้งบน PC และ PS3
  • ในอนาคต อาจวางจำหน่ายบน PS4 ด้วย เพราะทีมงานก็อยากให้เกมเข้าถึงกลุ่มผู้เล่นให้ได้มากที่สุด เมื่อถึงเวลา ก็จะตัดสินเองว่าจะทำหรือไม่
  • ตัวเกมมีเพลงใหม่ที่แต่งโดยคุณโนบุโอะ อุเอมาซึด้วย
  • ในอนาคตจะมีการวางจำหน่าย OST ของเกม และอาจจะรวมอยู่ในชุด Collector's Edition ไปด้วย
  • ตอนนี้กำลังทำ TVCM ตัวใหม่ คงจะฉายได้ช่วง พ.ค. - มิ.ย.
  • Beta Test Phase ล่าสุดมีผู้เข้าร่วมประมาณ 580,000 คน และเมื่อถึง Phase 3 ที่รวมผู้เล่นจาก PS3 เข้าไปด้วย ก็จะเยอะขึ้นไปอีก
  • อนนี้ยังบอกไม่ได้ว่า Beta Phase 3 จะเริ่มเมื่อไหร่ มันขึ้นอยู่กับทาง Sony ว่าจะตรวจ Client ที่ส่งไปเสร็จจนให้การรับรองได้เมื่อไหร่
  • ตอนนี้กำลังทำ Benchmark ตัวใหม่ ซึ่งรวมระบบการสร้างตัวละครเข้าไปด้วย คงจะออกได้ระหว่างช่วง Phase 3 และ 4
  • องค์กรใหม่ในเกมที่ชื่อว่า Clan of Dawn (Akatsuki no Ketsumei) จะมีบทบาทสำคัญต่อเนื้อเรื่องในเกม ในกลุ่มนั้นมี NPC ตัวหนึ่งที่ชื่อ Alfino พากย์เสียงโดยคุณชินโนสึเกะ ทาจิบานะ
  • Minifilia ตัวละครในเนื้อเรื่องเมือง Ul'dah ของ FFXIV เดิม ก็จะมีบทบาทสำคัญในภาค A Realm Reborn
  • Thancred พากย์เสียงโดยยูอิจิ ทาคามุระ ซึ่งเป็นนักพากย์ชื่อดังของญี่ปุ่น (คนพากย์ ซิด เรนส์ใน FFXIII)
  • ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะให้ Gold Saucer อยู่ส่วนไหนของแผนที่
  • จะมีการออก app ให้กับ smartphone เอาไว้ให้ผู้เล่นใช้เปิดดูสเตตัสของตัวละคร ข้อมูลต่างๆ รายชื่อเพื่อนในเกม ฯลฯ
  • จะมีการเพิ่ม PvP Coliseum ลงในช่วง Phase 4 แต่เมื่อเกมตัวจริงวางจำหน่าย ค่า PvP ทั้งหมดที่ได้มาก็จะถูกรีเซทเพื่อความยุติธรรมต่อคนที่ไม่ได้เข้าร่วม Beta Test
  • ถึงแม้ไม่ได้เล่น FFXIV ภาคเดิมมา ก็ยังคงสามารถสนุกไปกับเนื้อเรื่องของเกมได้ เพราะมันก็เหมือนกับ FF ภาคอื่นๆ น่ะแล
  • ในช่วงแรก จะยังไม่มีชุดพื้นเมืองญี่ปุ่น อย่างชุดกิโมโนออกมา แต่เมื่อสไตล์ภาพในเกมมันเริ่มนิ่งแล้ว ก็จะมีการเพิ่มสไตล์ใหม่ๆ ลงไป 

ที่มา : DualShockers

Tuesday, April 9, 2013

รายละเอียดเรื่องความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับการดำเนินงานของ SQEX ในปีงบประมาณ 2012

วันนี้ทาง Square Enix ได้แจกไฟล์สคริปต์ที่คุณโยอิจิ วาดะ และคุณโยสึเกะ มัตสึดะ ประธานบริษัทคนปัจจุบันและว่าที่ประธานบริษัทคนถัดไป ใช้พูดในงานพรีเซนต์เรื่องการแก้ไขตัวเลขโดยคาดการณ์สำหรับผลประกอบการประจำปีล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งในเอกสารก็ได้ชี้แจงรายละเอียดว่าสาเหตุของความย่อยยับในการดำเนินการปีล่าสุดมันมีความเป็นมาอย่างไร โดยในเอกสาร 12 หน้านี้ก็มีการชี้แจงตัวเลขด้านต่างๆ เปรียบเทียบกับช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ใครที่ชอบวิเคราะห์วิจารณ์ค่ายเกม และอยากเป็นคนที่วิเคราะห์วิจารณ์จากหลักฐาน ข้อมูล ข้อเท็จจริง ตัวเลขที่มีแหล่งอ้างอิงชัดเจน ก็อยากให้อ่านกันครับ เพราะทุกวันนี้ก็มีพวกที่วิเคราะห์วิจารณ์อย่างเลื่อนลอย ทึกทักข้อเท็จจริงกันขึ้นมาเอง โดยไม่ศึกษาหาข้อมูลใดๆ เลยมากเกินพออยู่แล้ว

สำหรับเนื้อหาแบบเต็มๆ ผมแปลไว้ให้แล้วในลิงค์ดังกล่าว ส่วนเนื้อหาในประเด็นที่สำคัญที่สุด ผมขอสรุปไว้ดังนี้

http://ffplanet.exteen.com/20130409/sqex-2012

https://www.hd.square-enix.com/eng/ir/library/pdf/explanatory_20130326en.pdf

---------------------------------------------------------------

จากเอกสารสรุปรายงานผลประกอบการประจำปีงบประมาณ 2012 โดยคาดการณ์ที่แก้ไขใหม่ (เผยแพร่เมื่อ 26 มีนาคม 2013) ได้กล่าวสรุปไว้ว่าฝ่ายธุรกิจ Digital Entertainment ทำยอดขายได้ต่ำกว่าแผนที่วางไว้ โดยปัญหาใหญ่มาจากยอดขายเกมคอนโซลในตลาดอเมริกาเหนือและยุโรปที่ไม่ค่อยกระเตื้อง และยังประสบภาวะฝืดเคืองในธุรกิจเกมอาร์เขด แต่ไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดแต่อย่างใด จนทำให้กูรูสาย Square Enix หลายท่านมองว่าแท้จริงแล้ว เกมเจาะตลาดตะวันตกอย่าง Hitman, Sleeping Dogs และ Tomb Raider เป็นเพียงแค่แพะรับบาปรึเปล่า? ปัญหาจริงๆ มาจากศักยภาพในการทำรายได้ที่ตกต่ำของเกมฝั่งญี่ปุ่นรึเปล่า?

สำหรับประเด็นนี้ เอกสารรายงานผลประกอบการฯ ฉบับเต็มที่เผยแพร่วันนี้ ได้ชี้แจงไว้ชัดแล้วว่า ปีที่ผ่านมาเป็นปีแรกที่ทางค่ายตั้งใจจะใช้เกมชื่อดังของฝั่งตะวันตกออกเป็นหัวหอกหลักในทำรายได้ โดยไม่ส่งเกมฟอร์มยักษ์ของฝั่งญี่ปุ่นมาช่วยหาเงินด้วย เรื่องนี้ทุกคนย่อมเห็นได้จากความจริงที่ว่าเกมชื่อดังจากฝั่งญี่ปุ่นที่ออกมาอย่าง Bravely Default -Flying Fairy-, Dragon Quest VII และ Dragon Quest X ก็ไม่ใช่เกม HD และก็วางขายแค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น ยังไม่ได้วางขายทั่วโลก (3 เกมที่ว่ารวมกัน ถึงจะทำยอดขายเท่า Sleeping Dogs ด้วยซ้ำ) ขณะที่เกมอย่าง Kingdom Hearts -HD 1.5 ReMix- ก็เป็นเพียงเกมรีมาสเตอร์เท่านั้น ไม่ใช่แกนนำในการสร้างรายได้แต่อย่างใด

ในส่วนของยอดขายเกมที่ได้ต่ำกว่าแผนที่วางไว้นั้น ก็มีการชี้แจงแล้วว่าตอนแรก ทางค่ายประเมินยอดขายแต่ละเกมไว้เท่าไหร่ แล้วมันขายได้จริงเท่าไหร่ ดังนี้

1. กรณีของ Sleeing Dogs คาดการณ์ว่าจะขายในตลาดยุโรปและอเมริกาเหนือได้ 2-2.5 ล้านชุด แต่ดันขายจริงได้ 1.75 ล้านชุด

2. กรณีของ Hitman คาดการณ์ว่าจะขายได้ 4.5-5 ล้านชุด แต่ดันขายได้ 3.6 ล้านชุด

3. กรณีของ Tomb Raider คาดการณ์ว่าจะขายได้ 5-6 ล้านชุด ถึงตอนนี้พึ่งขายได้ 3.4 ล้านชุด

โดยสรุปแล้วก็ต้องบอกว่าทางค่ายประเมินศักยภาพของเกมเจาะตลาดตะวันตกสูงเกินไป เมื่อยอดขายของเกมทั้ง 3 ซึ่งเป็นหัวหอกในการสร้างรายได้ในปีนี้มันไม่เข้าเป้า แผนการดำเนินงานในปีล่าสุดจึงผิดพลาดและย่อยยับ นอกจากนี้ยังถูกซ้ำเติมด้วยค่าใช้จ่ายในการพัฒนา Dragon Quest X เวอร์ชั่น Wii U ที่กว่าจะถึงวันวางจำหน่าย ก็แทบเป็นวันสุดท้ายของปีงบประมาณแล้ว ขณะที่ Social Games ทั้งหลายแหล่นั้น ทำกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส จนมี Net Sales เกือบถึงครึ่งหนึ่งของ HD Games แล้ว แต่ก็เล็กเกินกว่าที่จะแก้ไขภาพรวมของผลประกอบการได้

ดังนั้น หากถามว่ายอดขายเกมคอนโซลในตลาดอเมริกาเหนือและยุโรปไม่เข้าเป้าจริงหรือไม่? คำตอบก็คือจริง นั่นคือความผิดพลาดของทางค่ายที่ประเมินศักยภาพของเกมเหล่านี้สูงเกินไป แต่หากถามต่อไปว่าศักยภาพในการทำรายได้ของเกมฝั่งญี่ปุ่นตกต่ำรึเปล่า? ก็ต้องบอกว่าจริงบางส่วน สำหรับ Dragon Quest ทั้ง VII และ X นั้นต่างก็ทำยอดได้ตามมาตรฐานที่สูงส่งของมัน ขณะที่ Bravely Default -Flying Fairy- คนอื่นมองว่ามันน่าจะขายได้หลายแสนชุด แต่พอมันขายได้ 2-3 แสนชุดก็ผิดหวังกันไป ทว่าผมมองว่าเกมแนวนี้มันก็ขายได้น้อยแบบนี้อยู่แล้ว ยอดขายที่ออกมาก็เป็นตามที่ผมทำนายไว้ ส่วน Kingdom Hearts -HD 1.5 ReMix- อันนี้ถือว่าผิดคาด เดิมผมทำนายว่ามันน่าจะขายได้ 3-4 แสนชุด แต่ยอดขายจริงของมันกลับได้เพียง 1 แสนกว่าชุดเท่านั้น และเมื่อทบทวนยอดขายของซีรีส์ Kingdom Hearts ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะเห็นยอดขายที่ลดลงจากภาคแรกเรื่อยๆ อย่างน่าใจหาย กล่าวได้ว่า Kingdom Hearts เนี่ยแหละคือตัวอย่างของเกมที่มีศักยภาพในการทำรายได้ลดลงเรื่อยๆ

Thursday, April 4, 2013

มัตสึดะแสดงวิสัยทัศน์หลังขึ้นเป็นประธาน SQEX - วาดะยืนยันยังทำงานให้บริษัท


ว่าที่ประธานคนใหม่ของ Square Enix คุณโยสึเกะ มัตสึดะ ได้แสดงวิสัยทัศน์ถึงสิ่งที่เขาจะทำหลังจากได้ขึ้นเป็นประธานบริษัทคนถัดไปของ Square Enix ต่อจากคุณโยอิจิ วาดะ ที่จะหมดวาระลงในเดือนมิถุนายน

จากเอกสารล่าสุดของ Square Enix Holdings คุณมัตสึดะได้เปิดเผยว่าเขามีแผนที่จะทบทวนภาระหน้าที่ ธุรกิจ และทรัพย์สินทั้งหมดของ Square Enix โดยเริ่มต้นจากศูนย์ใหม่ และจะทบทวนถึงรากฐานว่าอะไรที่เวิร์คและไม่เวิร์คกับบริษัท จากนั้นก็จะใช้ทรัพยากรทั้งหมดต่อยอดสิ่งที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ และตัดสิ่งที่ทำมันไม่เวิร์คออกไป

นอกจากนี้คุณมัตสึดะ ยังมีแผนที่จะดึงคุณฟิล โรเจอร์ส ประธานฝ่ายบริหาร (CEO) ของ Square Enix Europe มาเป็นร่วมเป็นกรรมการบริหารให้กับ Square Enix Holdings เพื่อที่ทั้งสองจะได้ช่วยกันปรับปรุงเสาหลักให้กับ Square Enix ในการที่จะฟื้นตัวจากภาวะที่ Net Income ถูกคาดการว่าจะขาดทุน 1.3 หมื่นล้านเยนให้ได้

ขณะที่คุณโยอิจิ วาดะ ที่จะหมดวาระลงในเดือนมิถุนายน ได้ยืนยันว่าหลังลงจากตำแหน่งประธานบริษัทแล้ว เขาจะยังคงทำงานให้กับ Square Enix ต่อไป โดยคุณวาดะได้กล่าวว่า "ในฐานะพนักงาน ผมเชื่อว่าผมมีหน้าที่ต้องช่วยเหลือบริษัท และมอบผลลัพธ์อันเหมาะสมให้ ผมจะออกจากโครงสร้างการบริหาร แต่ผมจะยังทำงานต่อไปเพื่อตอบแทนหนี้บุญคุณที่ผมมีต่อบริษัท"