Friday, February 3, 2023

บทขยายความ Report ใน FF Origin

 แปลย่อเอง จากหนังสือ Stranger of Paradise Final Fantasy Origin Confidential File -Secret Chapters-


----------------------------------------

ขยายความบันทึกแอสโตส

----------------------------------------

- ดันเจียนเกือบทั้งหมดที่ปรากฏในผลงานนี้ เป็นสถานที่ที่ดำรงอยู่ในมิติและกาลเวลาอื่น ซึ่งชาวลูเฟนสร้างและส่งมา แต่ลูเฟนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิหารเคออส มันปรากฏขึ้นในโลกคอร์เนเลียในฐานะ "ที่สถิตของเคออสซึ่งตั้งอยู่ในอนาคต" กล่าวอีกนัยหนึ่ง การที่แจ็คและสหายได้กลายเป็นเคออสในช่วงท้ายของเรื่อง ส่งผลกระทบกับอดีต

- แอสโตสติดต่อกับบิคเคะ แลกเปลี่ยนความรู้และทักษะต่าง ๆ กัน บิคเคะเลยสามารถให้เบาะแสนำทางแจ็คได้ ประโยคที่บิคเคะบอกว่าอาวุธของดาร์กเอลฟ์นี่มันสุดยอด เป็นการสื่อว่า ขวานและเรือลำนั้น เป็นสิ่งที่แอสโตสให้มา

- สถานที่ ที่มีอยู่ในโลกเกมนี้ ถูกชาวลูเฟนสร้างเลียนแบบ (มันคือพลัง Imitation ของคริสตัลนั่นแหละ) ภูมิประเทศและสิ่งปลูกสร้างจากมิติกาลเวลาอื่น โดยแต่ละมิติกาลเวลานั้น ก็อ้างอิงตามโลก FF ภาคหลัก ในบันทึกของแอสโตส เวลาบอกว่าเป็นมิติกาลเวลาที่ XX หมายถึงว่าสถานที่นั้นสร้างด้วย motif จากภาคไหน ตัวอย่างเช่น มิติกาลเวลาที่ 2 ก็หมายถึง FFII

- ปกติ Stranger จะถูกลยบความทรงจำเมื่อเดินทางไป-กลับจากคอร์เนเลีย-Station19 นั่นเพราะเวลาข้ามมิติกาลเวลาพร้อมข้อมูลความทรงจำมหาศาลไปด้วย จะเกิดปัญหาขึ้น ดังนั้นคริสตัลดำจึงมีฟังค์ชันลบความทรงจำ ทว่าโซเฟียที่ถูกคืนชีพขึ้นมาบนคอร์เนเลีย โดนลบความทรงจำไปน้อยกว่าคนอื่น ๆ ดังนั้น ความทรงจำส่วนมากเลยยังคงอยู่

- คริสตัล 4 ลูกที่วางกระจายทั่วโลก ชาวลูเฟนวางไว้เพื่อรักษาสมดุลของโลก สร้างสมดุลระหว่างดินน้ำลมไฟ ทว่าชาวคอร์เนเลียนั้น พบความหวังในคริสตัล การบูชาคริสตัลเลยเริ่มต้นขึ้น ปริมาณแสงสว่างโดยรวมของโลกเลยเพิ่มขึ้น หลังจากนั้นชาวลูเฟนจึงปล่อยความมืดลงมาเพื่อสร้างสมดุล มนุษย์ก็ได้รับผลกระทบจากความมืด และถูกครอบงำ แล้วก็กลายมากลัวอสูรในจินตนาการที่เรียกกันว่าเคออส

- พอเนออนได้รับคริสตัลดำไป แล้วก็กลายเป็นเคออส เวลาโลกถูกสร้างขึ้นมาใหม่ เธอจะถูกคืนชีพขึ้นมาเป็นชาวคอร์เนเลีย เธอติดอยู่ในวงจร "รับคริสตัลดำจากแอสโตส กลายเป็นเคออส ต่อสู้กับแจ็คและกลายเป็นพวกพ้อง" แบบนี้ทุกครั้งไป

- ในตอนต้นเรื่อง เวลาที่เซร่าห์พูดถึงอัศวินที่ชื่อการ์แลนด์ แจ็คไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นเขา เพราะแจ็คลืมกระทั่งชื่อเต็มของตัวเอง ในทางกลับกัน เซร่าห์และพวกพ้องคนอื่น ๆ ของแจ็คมีความทรงทรงจำในอดีตหลงเหลือบางส่วน พวกเขาจดจำเรื่องได้ลาง ๆ แล้วจึงพูดว่าผ่านมาเป็น 10 ปีแล้วแต่กลับรู้สึกเหมือนพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

- คริสตัลดำนั้น ไม่เพียงดูดกลืนความทรงจำ แต่ยังเพิ่มพลังในการต่อสู้ให้ ดังนั้นถึงแม้จะทำให้สูญเสียความจำ แต่เขาก็ได้อบิลิตี้พิเศษอย่าง Soul Burst มา

- Mirage Tower เป็นดันเจียนที่ปรากฏใน FF1 เดิม ตั้งอยู่บนทะเลทรายทางตะวันออกเฉียงเหนือของคอร์เนเลีย ที่นั่นเราสามารถใช้ Warp Cube เพื่อเดินทางขึ้นไปยังปราการลอยฟ้าได้ ส่วนหอคอยคริสตัลในภาคนี้ ถูกสร้างขึ้นเป็น Prototype ของ Mirage Tower เพราะงั้นไอเทมที่ใช้วาร์ปไปยังปราการลอยฟ้า มันเลยชื่อ Protocube

- ในระหว่างวัฏจักรการสร้างโลกใหม่และการส่ง Stranger ลงมาโดยชาวลูเฟนนั้น คนแรกที่ได้ธาตุแห่งเคออส คือเทียแม็ทที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างความเกลียดชังและความแค้นของโซเฟีย ก่อนหน้านั้นเคออสเป็นเพียงคอนเซปต์ของวันโลกาวินาศเท่านั้น ทว่ามันก็ได้กลายเป็นความจริง

- ณ สถานที่ซึ่ง Stranger ตายลง เศษซากความทรงจำและอารมณ์จะยังตกค้างอยู่ แล้วโลกก็กำเนิดขึ้นมาใหม่ อย่างในปราการลอยฟ้าแจ็คก็เห็นเงามายาของโซเฟีย นอกจากนี้ความทรงจำ ภาพมายาต่าง ๆ ยังกลายมาเป็น Sub Mission เพื่อปลดล็อคจ็อบ อีกทั้งเรายังจะได้พบพวกของสวมใส่ที่ตกค้างไว้จากอดีต

- แอสโตสรู้ว่าการผสมอารมณ์ขั้วลบกับคริสตัลดำนั้น จะทำให้กลายเป็นเคออสได้ ทั้งที่เขารู้ถึงกระบวนการนี้แล้ว แต่เขาก็ไม่ได้บอกพวกลูเฟน ดังนั้น แม้พวกลูเฟนจะหลีกเลี่ยงสภาพการเกิดเคออส แต่พวกลูเฟนก็ยังคงส่งมอบคริสตัลดำที่ทำให้เกิดเคออสได้ ให้แก่พวก Stranger ต่อไป

- ตอนที่มาลิลิธ ริช และคลาเคนปรากฏขึ้น แอสโตสรายงานพวกลูเฟนไปว่ามีเคออสตนใหม่ปรากฏขึ้น โดยไม่ได้บอกว่าใครกลายเป็นเคออส เพราะตอนโซเฟียกลายเป็นเคออส เธอก็ถูกหยุดการส่งตัวมา แต่แอชกับเจดยังคงถูกส่งตัวมาในฐานะ Stranger และกลายมาเป็นเคออส ทั้งนี้เพราะแอสโตสตั้งใจควบคุมข่าวสารไว้นั่นเอง

- โลกในอดีต แจ็คได้ส่งมอบคริสตัลดำให้เซร่าห์ ตามแผนที่แอสโตสอยากให้แจ็คกลายเป็นเคออส จากจุดที่ดุลยภาพระหว่างแสงสว่างและความมืดพังทลายลง นั่นคือเป้าหมายของแอสโตส

- ชาวลูเฟนฝังความรู้สึกเกลียดชังเคออสให้กับ Stranger แจ็คจึงขับเคลื่อนที่จะสู้ด้วยความรู้สึกนั้น แต่เมื่อกำจัดสมุนเคออสทั้ง 4 ลงไปแล้ว ความรู้สึกว่าภารกิจยังไม่จบก็ยังคงอยู่ เพราะแจ็คเข้าใจโดยไม่รู้ตัวว่า ยังคงมี "เป้าหมายที่แท้จริง" อยู่ จนแจ็คตระหนักว่าการกำจัดเคออส ไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง

- นักรบแห่งแสงในโลกของคอร์เนเลียนั้น เป็นเพียงนิทาน ทว่าการที่เคออสที่ไม่น่ามีอยู่จริง ได้มีตัวตนขึ้นมา ก็อาจเป็นทริกเกอร์ทำให้นักรบแห่งแสงถือกำเนิดขึ้นจริง ภายหลังการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับเคออสแห่งความมืดแล้ว แจ็คเถียงพวกลูเฟนว่าไม่มีนักรบแห่งแสงอะไรทั้งนั้น แต่แล้วเขาก็นึกแผนขึ้นมาได้ว่า งั้นเราก็ปั้นนักรบแห่งแสงกันขึ้นมาสิ

- ในลูปก่อน ๆ แอสโตสพยายามชี้นำพวกแจ็คแบบฉันท์มิตรแล้ว แต่ก็ล้มเหลวซ้ำซากไม่ได้ผล หลังจากผิดพลาดมาตลอด แอสโตสจึงเปลี่ยนมาเล่นบทบาทเป็นราชาแห่งดาร์กเอลฟ์ที่ชี้นำแจ็คด้วยคำพูดแทน

- เมื่อแจ็คพบว่าโลกนี้เป็นเพียงดั่งห้องทดลองของชาวลูเฟนเท่านั้น ชีวิตของชาวคอร์เนเลียไม่ได้มีความหมายอะไรเลย เขาก็โกรธแค้นกับเรื่องนี้ และเกิดความคิดว่าต้องปลดปล่อยคอร์เนเลียให้เป็นอิสระจากการครอบงำของพวกลูเฟน และเมื่อรู้ว่าถ้าเกิดเคออสที่พวกลูเฟนมิอาจควบคุมได้ขึ้นมา ชาวลูเฟนก็อาจจะปล่อยมือไปจากครอบงำโลก แจ็คเลยขอความช่วยเหลือจากแอสโตส ให้แอสโตสที่สามารถคงความทรงจำไว้แม้ว่าโลกจะถูกสร้างขึ้นใหม่ (ขึ้นลูปใหม่) คอยชี้นำเขา หลังจากนั้นแอสโตสจึงพยายามชี้นำแจ็คที่จำอะไรไม่ได้เลย และนำพาเข้าสู่แผนปลดปล่อยคอร์เนเลีย ทั้งการแบ่งปันสิ่งที่เขารู้ให้บิคเคะ การมอบคริสตัลดำให้เนออนและเซร่าห์ ทั้งหมดเป็นการเตรียมการเพื่อค่อย ๆ เปลี่ยนแจ็คให้กลายเป็นเคออส

----------------------------------------

ขยายความบันทึกของชาวลูเฟน

----------------------------------------

- ชาวลูเฟนนั้นจับมนุษย์จากโลกอื่นมาล้างสมอง และใช้งานเพื่อรักษาสมดุลระหว่างแสงสว่างและความมืดในโลกคอร์เนเลีย แจ็คและเพื่อนไม่รู้เรื่องนี้ พวกเขาเชื่อว่าตัวเองเป็นชาวลูเฟน และคิดว่า Station 19 เป็นบ้านเกิด ดังนั้น คอสตูมแรกเริ่มที่แจ็คใส่ นั่นต่างหากคือสิ่งที่มาจากบ้านเกิดที่แท้จริงของแจ็ค

- กระบวนการสร้างโลกใหม่นั้น เป็นกระบวนการขนาดใหญ่ ที่ชาวลูเฟนใช้พลังของ Dimensional Matrix ทำการย้อนเวลาและสร้างโลกขึ้นมาใหม่ ลูเฟนใช้เทคโนโลยีนี้ลองผิดลองถูกไปเรื่อย ๆ เพื่อหาทางบาลานซ์สมดุลระหว่างแสงสว่างและความมืด  ทว่าเวลาสร้างขึ้นมาใหม่นั้น ชีวิตและความทรงจำของชาวคอร์เนเลียก็จะรีเซทใหม่ เว้นแต่เพียงความจำบางอย่างจะตกค้างอยู่บนโลก และกลายเป็นเมฆหมอกสีดำ

- ผู้ร่วมอุดมกาว (Collaborator) ที่เป็นผู้ริเริ่ม Stranger Project และให้คำแนะนำชาวลูเฟน และเรียกร้องขอพลังงานเป็นการตอบแทน ตัวตนของเขานั้นยังเป็นปริศนา แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาเป็นผู้ที่ไม่ได้สนใจมนุษยชาติเลยสักกะนิด ซึ่งพอมาคิด ๆ ดูแล้ว ในซีรีส์ FF มันก็มีสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในรอยแยกมิติ และกระหายพลังงานที่เกิดจากการต่อสู้มิใช่หรือ....?

- ใน Lufenian Report แต่ละฉบับ มันจะมีเขียนตัวเลขห้อยท้ายชื่อรีพอร์ตเช่นฉบับแรกเขียนว่า 01_0125 ตัวเลขสองตัวแรกนั้นเป็นการบอกว่า รีพอร์ตนั้นถูกเขียนขึ้นในโลกรอบที่เท่าไหร่ ส่วนตัวเลข 4 ตัวหลังนั้นคือเวลาที่เขียนขึ้นโดยประมาณ ตาม Gregorian Calendar ส่วนฉบับ 9 Lufenian Report 9 - Report from Central ถูกเขียนขึ้นทันทีหลังจากการต่อสู้ครั้งสุดท้ายในเนื้อเรื่องหลักแล้วแจ็คสร้างโลกใหม่ขึ้นมา จากข้อมูลที่มันระบุว่า 20_0000 ก็หมายความว่า เนื้อเรื่องหลักนั้นคือโลก รอบที่ 19 นั่นเอง

Thursday, February 2, 2023

บทสัมภาษณ์โยชิโนริ คิตาเสะ ในโอกาสฉลองครบรอบ 26 ปี Final Fantasy VII โดยเว็บไซต์ VG247


บทสัมภาษณ์โยชิโนริ คิตาเสะ ในโอกาสฉลองครบรอบ 26 ปี Final Fantasy VII โดยเว็บไซต์ VG247

*อเล็กซ์ที่เป็นคนถาม คิดคำถามมาดีมาก และสะท้อนว่าเขาแน่นในเนื้อเรื่อง Creation and Development ของเกมนี้ขนาดไหน*

- ย้อนกลับไปในปี 1994 หลังจากวางจำหน่าย FFVI ไปแล้ว ทีมงานก็วางแผนจะสร้าง FFVII เป็นเกมแบบ 2D ขึ้นก่อน แต่หลังจากเขียนแผนงานมาประชุมกันไป 2-3 ครั้งก็ยกเลิกความคิดนั้นไป นั่นก็เพราะคิตาเสะ โนมุระ และทีมงานอีกหลายคน ถูกโยกไปช่วยทำ Chrono Trigger จนกระทั่ง Chrono Trigger วางจำหน่าย โปรเจคท์ FFVII เลยกลับมาอีกครั้ง แต่ทีมงานก็ลืมไอ้ที่เคยคุยวางแผนกันไปหมดแล้ว ทว่าก็ยังมีไอเดียบางส่วนที่ถูกเอาไปใช้ใน FFVIII เช่น ภาพวาดแม่มดของโนมุระ

**ในเล่ม  FF 25th anniversary Ultimania มีเอกสาร Proposal ของคิตาเสะที่เขียน 18 ก.ค. 1994 ให้ดู โดยเป็นพล็อตการผจญภัยสลับยุคกันระหว่างพ่อและลูก ซึ่งภายหลังกลายมาเป็น FFVIII

- ในหนังสือ FF 25th anniversary Ultimania มีภาพ Early Development Screentshot ภาพหนึ่ง เป็นภาพ 2D ของล็อคอยู่ในหมู่บ้านสักที่ คิตาเสะบอกว่าการสร้างวิชวลให้ FF ภาคใหม่ มันต้องไม่ยึดติดกับวิชวลก่อนหน้านี้ เลยมีการนำเสนอวิชวลที่สไตล์แตกต่างกันหลาย ๆ ภาพ ภาพดังกล่าวก็จัดว่าเป็นแบบ orthodox evolution หรือวิวัฒนาการที่ต่อยอดมาจาก FFVI ตอนนั้นทีมงานก็พิจารณาทั้งแบบ Pixel และแบบ 3D CG ซึ่งสุดท้ายก็เลือกแบบ 3D CG

- คิตาเสะบอกว่าตอนย้ายจากการพัฒนา FF ให้ Nintendo มาเป็น Sony นั้น เขาก็เป็นแฟนของ Nintendo จนตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ มันก็เลยมีความรู้สึกขัดแย้งขึ้นในใจ ถ้าถามว่ารู้สึกกังวลมั้ย หรือทิ้งแฟนเบสไว้ด้านหลังมั้ย? คิตาเสะบอกว่าพวกเขายุ่งอยู่กับทุกภาคส่วนของนวัตกรรมใหม่มากกว่า ทั้งเรื่องการสร้างเกมเป็น 3DCG ทั้งการทำลงแผ่น CD การหาช่องทางวางจำหน่ายลงร้านสะดวกซื้อทั้งหมดในญี่ปุ่น เลยไม่มีเวลาจะมาคิดเรื่องกังวล นอกจากต้องเดินหน้าต่อไป

- จนเมื่อคิตาเสะเห็น Mario64 ที่เป็น 3D Action รุ่นใหม่ เขาก็ทึ่งกับมันมาก


- คิตาเสะบอกว่าเขาได้แรงบันดาลใจจากเกม PC ฝั่งยุโรปและอเมริกามากมาย ทั้ง 4D Sports Boxing, Alone in the Dark, Wing Commander, Ultima Underworld และ Heart of Darkness

- คิตาเสะบอกว่า ในฉากฟิลด์ เช่นในเมือง ที่มีตัวละครปรากฏในซีนเดียวกันเยอะ กล้องก็มักจะไม่ได้ซูมใกล้แต่ละคน ก็เลยให้โมเดลตัวละครบนฟิลด์มี 400 โพลิกอน, ส่วนในฉากต่อสู้ ที่จำนวนตัวละครที่ปรากฎอยู่อย่างจำกัดนั้น กล้องก็จะซูมเข้าใบหน้าบ่อย เพื่อพรีเซนต์ท่าที่กำลังจะจะใช้ ในฉากแบบนั้นเลยใช้โมเดลที่มี 1,000 โพลิกอน ดังนั้น การดีไซน์ตัวละครเลยทำมาให้เหมาะสมกับประเภทของซีน ทั้งหมดเพื่อให้สอดคล้องกับข้อจำกัดด้าน memory และสปีดในการ render


- ใน FFVII Inter แผ่น 4 จะมีวีดีโอ รวมคลิปช่วงต้นของการพัฒนาให้ดู ซึ่งหลาย ๆ ฉากนั้นมีรายละเอียดแตกต่างจากตัวเกมฉบับสุดท้าย คิตาเสะบอกว่ามันไม่ใช่การแก้ไขกลับไปกลับมา แต่มันเป็น Work In Progress ที่ปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

- คิตาเสะบอกว่าระหว่างการพัฒนา เรามีแนวทางที่จะใส่ไอเดียที่น่าสนใจลงไปให้มากที่สุด โดยไม่ต้องสนว่ามันจะสอดคล้องไปด้วยกันได้มั้ย มันจะได้สร้างความรู้สึกตื่นเต้นและมหัศจรรย์ (ตอบคำถามที่ว่า เมืองมิดการ์ เมืองคาล์ม และโกลด์ซอเซอร์ มันไปคนละแนวทางกันเลย)

- ไม่กี่ปีก่อน โนมุระเคยบอกว่าในดราฟ์เนื้อเรื่องตอนแรก ตอนทั้งกลุ่มกระโดดร่มลงเมืองมิดการ์ในช่วงท้ายแผ่น 2 จะพลาดท่าตายกันไปหมด เหลือแค่ 3 คนที่ผู้เล่นเลือกเท่านั้น ถ้าเกมยังเป็นแบบนั้นอยู่ คิตาเสะจะเลือกให้ใครรอด? คิตาเสะบอกว่าเขาเลือกคลาวด์ในฐานะตัวเอก วินเซนต์ในฐานะตัวละครที่เขาคิดขึ้นมาเองอีกทั้งยังมีให้ความรู้สึกสยดสยองอันหาได้ยากยิ่งใน FF และสุดท้ายคือยุฟฟี่ ที่แม้จะเป็นโคตรน่ารำคาญ แต่ก็ยากที่จะเกลียดได้ลง


- ปริศนาโบราณ เรื่องที่เวลาเรากลับเข้าไปยังโบสถ์ในสลัมเขต 5 ช่วงท้ายเกม แล้วจะเจอผีเจ๊แอโผล่มาแล้วหายไป ซึ่งหากเราไปคุยกับ NPC บางตัวในแอเรียอื่นก่อน เหตุการณ์นี้ก็จะไม่เกิดขึ้น ทำให้ทั้งโลกงงว่าทีมงานต้องการสื่ออะไร? หรือมันเป็นเพียง Glitched ที่คงอยู่ในทุกเวอร์ชั่นกันแน่? คิตาเสะบอกว่า เขาขอปล่อยให้คนเล่น ไปจินตนาการกันเองนะ

- VG247 ถามได้สะใจมากว่า รู้สึกยังไงตอนไป Retcon เนื้อเรื่อง เช่นที่ไปเปลี่ยนให้รูฟัสและเส็งไม่ตาย แล้วมาโผล่ใน Advent Children หน้าตาเฉย (ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเข้าใจกันทั้งโลกว่าสองคนนั้นตายไปแล้ว) คิตาเสะบอกว่าเขาทำโปรเจคท์ FFVII Remake โดยอยากให้ทั้งแฟนเก่าและแฟนใหม่สนุกไปด้วยกัน ตัวเขาเองก็มีประสบการณ์ที่เกมเก่าที่เรารักใคร่มาก ถูก Remake แล้วพอซื้อมาเล่นแล้ว ก็รู้สึก Nostalgia หวนรำลึกความหลังโคตร ๆ ทว่าความเพลิดเพลินนั้นมันกลับอยู่กับเราแป๊ปเดียว ความรู้สึกสนุกกับความหลังนั้น มันอยู่แค่ช่วงแรกของเกมเท่านั้น เขารู้ตัวเมื่อเล่นไปครึ่งทาง หลังจากนั้นก็ไม่ได้เล่นต่อจนจบ เพราะงั้นคิตาเสะเลยตัดสินใจว่า ไม่อยากให้มันแค่ Nostalgia แต่มันต้องมีเนื้อเรื่องใหม่ ที่ให้ทั้งความ Nostalgia และความสดใหม่ควบคู่กัน ดังนั้นใน Part 2 และ 3 ก็เช่นกัน

**สังเกตว่า VG247 เขาถามจี้เรื่องสิ่งที่เปลี่ยนใน Advent Children แต่คิตาเสะกลับตอบสิ่งที่ถูกเปลี่ยนใน Remake แทน

- คิตาเสะทิ้งท้ายว่าตั้งแต่เข้าวงการมา ธีมในใจของเขาคือ "สร้างเรื่องราวดราม่าจากเกม" ตั้งแต่เปลี่ยนจาก 16 bit มาเป็น 3D CG จนมาถึงทุกวันนี้ เมื่อมองย้อนกลับไปในยุคที่คลาวด์มี 400 โพลิกอน และดูเหมือนตุ๊กตาที่แกะสลักจากไม้ ยิ่งเขาแก่ขึ้นเท่าไหร่ เขาก็อยากจะอัปเดตคลาวด์ให้ดีขึ้น ตัว FFVII ภาคดั้งเดิมนั้นเป็นที่รักใคร่ของแฟน ๆ มากว่า 20 ปีแล้ว และเขาไม่อยากให้มันจบสิ้นลงเหมือนของที่ถูกเก็บลงกรุ คิตาเสะอยากให้ FFVII ยังคงถูกบอกเล่าอยู่ต่อไป และเป็นที่รักยิ่งของแฟน ๆ แม้เวลาจะผ่านไปอีก 100 ปีก็ตาม


ในโอกาสเดียวกันนี้ Square Enix ยังไปจดทะเบียนให้ 31 มกราคม เป็นวันฉลอง FFVII อย่างเป็นทาง

Wednesday, February 1, 2023

Biohazard 2 Remake ทำยอดขายทะลุ 11.2 ล้านชุด


25 ม.ค. 2019 วันที่เกมสองเกม วางจำหน่ายชนกัน

- RE2 Remake ทำยอดเปิดตัวสัปดาห์แรก 3 ล้านชุดทั่วโลก

- KH3 ทำยอดเปิดตัวสัปดาห์แรก 5 ล้านชุดทั่วโลก - http://re-ffplanet.blogspot.com/2019/02/kingdom-hearts-iii-5.html


หลังจากนั้น ในขณะที่โนะแทบไม่อัปเดตยอดขาย KH3 ให้ฟังเลย จนแฟน ๆ ทั่วโลกเดาไปทางเดียวกันว่า กราฟการขายของมันคงพุ่งแค่เดือนแรก หลังจากนั้นก็ค้างนิ่งสนิทแน่ ๆ (ก็คือไม่สามารถดึงลูกค้าใหม่ได้) ...ทว่ายอดขายของ RE2 กลับไปเรื่อย ๆ อย่างมั่นคงสม่ำเสมอ (ดึงลูกค้าใหม่เข้าไปได้เรื่อย ๆ) ทำให้ Capcom สามารถภูมิใจเสนอ อัปเดตยอดขาย RE2 อย่างต่อเนื่อง

ทีนี้ ผ่านไป 3 ปี

- KH3 อัปเดตยอดขายครั้งสุดท้าย วันที่ 11 เม.ย. 2022 ว่ายอดอยู่ที่ 6.7 ล้านชุดทั่วโลก http://re-ffplanet.blogspot.com/2022/04/20-kingdom-hearts-jyaco.html

- วันนี้ Capcom อัปเดตยอด RE2 Remake ว่าชั้นไป 11.2 ล้านชุด แล้วจร้าาาาา https://www.capcom.co.jp/ir/english/business/million.html#tab1

พูดแล้วนึกถึงเกมนึง ที่ต้องชื่นชมในฐานะที่สามารถดึงลูกค้าใหม่เข้ามาได้อย่างต่อเนื่องมาก ๆ นั่นคือ NieR : Automata เพราะในขณะที่ภาคแรกบน PS3 ขายทั่วโลกได้ไม่ถึงล้านชุด ภาค Automata ผมเอาใจช่วยก่อนเกมออกว่าให้มันขายได้ถึง 1.5 ล้านชุด ก็นับว่าโคตรประสบความสำเร็จแล้ว แต่ปรากฏว่า Automata ใช้เวลาเพียง 3 เดือน ก็ขายได้ถึง 1.5 ล้านชุด หลังจากนั้นยอดขายก็ยังเดินไปอย่างมั่นคงเรื่อย ๆ (ผิดจากธรรมชาติของเกมทั่วไป ที่จะขายดีแค่เดือนแรก ปีแรก แล้วก็เงียบหาย) จน พ.ย. 2022 Automata นั้นขายไปได้ถึง 7 ล้านชุดแล้ว - https://www.4gamer.net/games/306/G030635/20221125101/


ทีนี้ พูดถึงอีกเกมนึงที่น่าเป็นห่วง แม้ว่ากระแสตอบรับจะดี และเป็นที่พูดถึงมากขนาดไหนก็ตาม


FFVII Remake นั่นน่ะ ตั้งกะเปิดตัวด้วยยอด 3.5 ล้านชุดใน 3, ขายได้ 5 ล้านชุดใน 4 เดือน หลังจากนั้นก็ไม่มีอัปเดตยอดขายเพิ่มอีกเลย...

Monday, January 30, 2023

บทแปลบันทึกของม็อคและมาเทอุส


One Spirit's Missive I

เรื่องของตัวผม

จิตแห่งความกลมเกลียว (Will of Harmony) ที่ดำรงอยู่ในตัวผม - จิตที่เธอทิ้งไว้ จิตที่โหยหาอนาคตอันคงมั่น หากเป็นเช่นนั้น ผมจะรับรับใช้จิตนั้นแทนที่สองเทพที่ลาจากไปแล้ว ทั้งหมดนี้ ผมเกิดมาจากจิตนั้น

One Spirit's Missive II

บทบาทของผม

โลกทั้งหลายแปรเปลี่ยนไปเรื่อย โลกใบเก่าให้กำเนิดโลกใบใหม่ ขณะที่โลกใบหนึ่งเติบโต โลกของผมก็เสื่อมถอย กลายเป็นเพียงเงาของอดีตของตัวมันเอง ตัวผมนั้นยังมีอนาคต - ทว่าก่อนอื่นผมต้องมั่นใจก่อนว่ามันจะเกิดการส่งต่อ นั่นคือบทบาทของผม-ประสงค์ของเธอ-ด้วยเหตุนี้ ผมจะฟูมฟักความมืดมิดอันสิ้นหวัง และแสงแห่งความหวังในมิติแห่งนี้ และนำพาพวกเขาไปเป็นสองเทพในโลกของผม

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงต้องกำจัดผู้ที่แทรกแซงมิตินี้ และมอบพลังอันจำเป็นให้แก่เขา


One Spirit's Missive III

นำพาไปสู่บัลลังค์แห่งเทพ

ความมืดและแสงสว่างในโลกนี้ทรงพลังยิ่ง แต่มันยังไม่เพียงพอ หากจะปกครองเหนือบ้านของผม พวกเขาจะต้องได้รับการรับรองว่าเป็นเสมือนดั่งเทพเจ้า และมีอำนาจดั่งทวยเทพ

วิญญาณที่ทัดเทียมเทพเจ้าในโลกที่ไร้ซึ่งพระเจ้าแห่งนี้; ผมจะไปเตี๊ยมกับราชันย์มังกร ว่าเขาจะต้องมอบพรพลังให้กับพวกเขา เขารู้จักความดุร้ายของมนุษย์ที่กำลังเผชิญหน้ากับความสิ้นหวังดี และน่าจะช่วยพวกเขาฟันฝ่าอุปสรรค ด้วยความช่วยเหลือของราชันย์มังกร ทั้งแสงสว่างและความมืดต่างก็น่าจะไปถึงบัลลังค์แห่งเทพ

One Spirit's Missive IV

ชาวลูเฟน

เหมือนที่ ____ ในโลกของผมประดิษฐ์ศิลาที่ใช้หลอมสร้างชีวิตเทียมขึ้นมาได้ ชาวลูเฟนของโลกนี้ก็ประดิษฐ์พลังที่เทียบเคียงพระเจ้า ซึ่งสร้างความว่างเปล่าและชีวิตขึ้นมาได้เช่นกัน

นี่คงเป็นเวรกรรม และทำให้ผมยินดียิ่ง พอคิดว่าผู้ที่ปฏิเสธพระเจ้ากลับเป็นผู้ที่หว่านเมล็ดแห่งการก่อกำเนิดขึ้นมา ทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นต่ออนาคตที่ผมปรารถนา ได้มารวมกันแล้ว ที่เหลือก็แค่ให้เขารับพลังของชาวลูเฟนไป

*หมายถึงชาวลูเฟน สร้างคริสตัลที่ใช้สร้าง Manikin ได้เหมือนกัน และม็อคก็อยากให้แจ็คได้รับพลังนั้นไป เพื่อให้ขึ้นเป็น God of Discord องค์ใหม่

**ในโลก Dissidia ยังไม่มีการเฉลยว่าใครสร้างศิลาที่มีชีวิต และเป็นต้นกำเนิดของ Manikin ขึ้นมา

One Spirit's Missive V

สุดขอบมิติ-กาลเวลา

นี่คือมหานครชาวลูเฟนเคยอาศัย เฝ้าจับตาดูแสงสว่างและความมืดของโลก แม้จะขึ้นชื่อว่ามีอารยธรรมชั้นสูง รุ่งเรือง และเป็นสถานที่ซึ่งเชื่อมต่อกับกาลเวลาหลากยุคสมัย แต่ในชั่วข้ามคืนมันกลับล่มสลายลงด้วยฝีมือของชาวลูเฟนเพียงคนเดียว

ชาวลูเฟนคนนี้สวมหัวโขนเล่นเป็นพระเจ้า ประณามพวกพ้อง ด้วยเทคโนโลยีขั้นเทพ เขาปกครองด้วยหัตถ์แห่งพระเจ้า ผมจะต้องทำให้เรื่องน่าขันนี้มันจบสิ้นลง


____ 's Missive I

การ์แลนด์

ในโลกซึ่งปราศจากเทพเจ้าแล้วนั้น ข้าพยายามที่จะหยุดแผนของจิตที่เกิดขึ้นมาใหม่ (ม็อค) แต่เมื่อข้าติดตามจนมาถึงโลกใบใหม่-โลกที่น่าหลงใหล ที่ซึ่งการ์แลนด์และสหายของเขาครองพลังแห่งเคออส ส่วนนิล มีพลังของคริสตัล... คริสตัลอันพริ้มพราย... ที่มีพลังทัดเทียมกับศิลาในดินแดนแห่งการต่อสู้ (โลก Dissidia) หากทั้งหมดนี้ตกเป็นของข้า ก็จะไม่มีพลังใด ๆ ในโลกนี้และโลกอื่น ขัดขวางข้าได้ การเสกกองทัพผู้ตายแล้วย่างกรายไปทั่ว คงเป็นแค่เรื่องขี้ประติ๋ว

แต่ก่อนอื่น แผนของข้านั้น จะต้องให้ข้ารู้ซึ้งถึงพลังที่แท้จริงของการ์แลนด์เสียก่อน

____ 's Missive II

พลังแห่งเคออส

นี่ไม่ใช่การ์แลนด์จากดินแดนแห่งการต่อสู้ แต่พลังของเขานั้นก็ไม่ได้ด้อยไปกว่า เขาเป็นนักรบที่ดูป่วย ข้าคงสามารถทำลายเขาได้เหมือนตีแมลงวัน

พลังแห่งเคออสนั้นน่าทึ่งอย่างที่ข้าสงสัย ด้วยพลังนี้ ใครก็สามารถสร้างความพินาศสิ้นและการนองเลือดไปทั่วโลกได้ ทำให้พวกมันจมอยู่ในโคลนตมแห่งความสิ้นหวัง

ทว่าการ์แลนด์คนนี้ขาดจินตนาการ เขาใช้พรสวรรค์ไปเพียงการต่อสู้อย่างป่าเถื่อนเท่านั้น แม้เวลาและสถานที่จะเปลี่ยนไป แต่บางที ทั้งสอง (การ์แลนด์) ก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก


วีดีโอ - https://youtu.be/N2t4_gPEAFw

Sunday, January 29, 2023

DLC เนื้อเรื่องอนาคตอันแตกต่าง


---------------

Central

---------------


เปิดเรื่องมา จากการที่ม็อคซึ่งเป็นตัวเดียวกับในจักรวาล Dissidia NT เห็น "นิล" ชาวลูเฟนที่เป็นคนมอบคริสตัลดำและส่งแจ็คมายังโลก กำลังใช้กองทัพร่างจำแลง (Manikin) ฆ่าแกงพวกพ้องชาวลูเฟนด้วยกัน แล้วทำท่าเหมือนจะใช้ "Dimensional Matrix" (คริสตัลทรงประหลาดของ FF Origin) และคริสตัลแบบคลาสสิกของซีรีส์ ทำอะไรบางอย่าง ซึ่งม็อคทำหน้าเหมือนรู้คุณสมบัติของมัน แล้วก็เห็นท่าไม่ดีแล้ว เลยหนีไปขอความช่วยเหลือ

---------------

ถ้ำบาฮามุท

---------------


ม็อควาร์ปมาหาบาฮามุทซึ่งกำลังคุยอยู่กับพวกแจ็ค ม็อคแนะนำตัวว่าตนเป็นคนนำทางบาฮามุทจากโลกอื่นมายังโลกแห่งนี้ จากนั้นบาฮามุทกำลังจะพูดขยายแบ็คกราวด์ของม็อค แต่ม็อคห้ามไว้ แล้วม็อคบอกว่าชาวลูเฟนคนนึงกำลังพยายามจะลบมิตินี้ทิ้ง เลยอยากให้เคออส ช่วยไปขัดขวางมันด้วย

---------------

Central

---------------


ม็อคใช้พลังเวทย์สารพัดนึก พาทุกคนมายัง "อนาคต" ณ สุดขอบมิติกาลเวลา (Edge of Space and Time) ที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของมหานคร "Central" ที่ชาวลูเฟนอาศัย พวกเขาเฝ้าดูสมดุลแสงสว่างและความมืดจากที่แห่งนี้ ที่นี่เต็มไปด้วยอารยธรรมชั้นสูงและยังเชื่อมต่อกับหลากช่วงกาลเวลา ทว่าในชั่วข้ามคืน ที่นี่กับล่มสลายด้วยฝีมือชาวลูเฟนคนเดียว นิลยึดอำนาจและขึ้นปกครองดังพระเจ้า

ระหว่างเดินทางภายในซาก Central ที่เต็มไปด้วยร่างจำแลงของมอนสเตอร์ต่าง ๆ ม็อคบอกว่าที่นี่กำลังมุ่งไปสู่อนาคตที่เลวร้าย เขาอยากให้แจ็คทำให้เส้นเวลาเชื่อมกลับไปยังอนาคตที่เขาจากมา

ระหว่างเดินทางอีก ม็อคบอกว่าจักรวาลนี้กำลังเสื่อมสลาย กลายเป็นเพียงอดีต แต่เขาต้องการส่งผ่านมันไปยังจักรวาลใหม่ นี่คือบทบาทของเขา และนี่คือเจตจำนงค์ของ "เธอ" (ผมตีความว่าหมายถึง มาเทเรีย ในภาค Dissidia NT) เขาจะต้องเพาะเลี้ยงทั้งความสิ้นหวังอันมืดมิด และความหวังอันเปี่ยมด้วยแสงสว่างขึ้นมาในมิตินี้ แล้วนำพาให้ทั้งสองขึ้นไปเป็นสองเทพในโลกของเขา (สถานะแบบ คอสมอส-เคออส มาเทเรีย-สปิริตัส นั่นเอง) ดังนั้น เขาจึงต้องหาทางขจัดผู้ที่พยายามแทรกแซงมิตินี้ แล้วส่งมอบพลังให้กับแจ็ค


*ระหว่างทางสามารถสั่นกระดิ่งเรียกกิลกาแมช มาช่วยสู้ได้ตลอด ซึ่งกิลกาแมชมีพลังโจมตีสูงใช้ได้

เมื่อเดินทางมาถึงโถงใหญ่ แจ็คได้เจอกับมาเทอุส ที่แอบข้ามมิติตามม็อคมาถึงที่นี่ และพบว่าที่นี่มีทั้งพลัง Imitation ของคริสตัล อีกทั้งพลังเคออสของพวกแจ็ค และเขาจะปกครองจักรวาลแห่งนี้ซะ

---------------

vs Emperor Mateus

---------------


พวกแจ็คล้มมาเทอุสได้ ทำให้มาเทอุสถอยหนีไปก่อน

พอเดินทางกันต่อ ม็อคบอกว่าเขามาจากโลกที่นักรบจากหลากมิติ ถูกเชิญเข้ามาต่อสู้กันไม่จบไม่สิ้น แต่แล้วสองเทพ ก็ได้ร่วมมือกันกำจัดอสูรร้ายที่ครอบงำชะตากรรมอยู่ ที่ให้โลกกลับมาสงบสุขได้ (ตรงนี้จะสอดคล้องกับเนื้อเรื่อง Dissidia NT ที่มาเทเรีย และสปิริตัส ร่วมมือกันสั่งนักรบไปกำจัดชินริว)

ม็อคบอกว่าในหมู่นักรบที่ถูกเชิญมายังโลกของเขานั้น มีนักรบชื่อการ์แลนด์อยู่ แต่การ์แลนด์คนนั้นไม่ใช่แจ็ค แม้ว่าจะมีสไตล์การต่อสู้ที่คล้ายกันมากขอตาม เขาคิดว่ามาเทอุสก็คงจะคิดเหมือนกับเขา

พอมาถึงด้านในสุด จะเจอนิลรอแจ็คอยู่ นิลบอกว่าเขาจะขจัดพลังเคออสของแจ็ค แล้วนำพาดาวที่หลงทางนี้ กลับไปสู่อนาคตอันรุ่งโรจน์ที่ชาวลูเฟนวาดหวัง

จากนั้นนิลก็ชูคริสตัลประเภท Dimensional Matrix ขึ้นมา และบอกว่ามีพลังฟังค์ชันแตกต่างไปจากของแจ็ค มันสามารถเชื่อมโยงมิติ กาลเวลาและสิ่งต่าง ๆ ได้


แล้วนิลก็โชว์ตัวอย่างด้วยการเรียก Omega ตัวเป็น ๆ จาก FFV ออกมา (ไม่ใช่ Manikin) แล้วสั่งให้โอเมก้า อาวุธที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อสังหารพระเจ้า เข้าต่อสู้กับแจ็ค

---------------

vs Omega

---------------

พอพวกแจ็คกำจัดโอเมก้าลงได้ นิลใช้คริสตัลอีกชิ้นที่เป็นรูปทรงคลาสสิก สร้าง Manikin ของโอเมก้าขึ้นมา 3 ตัว แล้วบอกว่าด้วยคริสตัลก้อนนี้ และ Dimensional Matrix เขาสามารถสร้างชีวิตหรือทำลายชีวิตได้ดั่งใจ เขาจะทำให้จักรวาลนี้ กลับคืนสู่ความว่างเปล่า เพื่อที่จะสร้างมันขึ้นมาใหม่ ให้กลายเป็นสรวงสวรรค์ที่ปราศจากองค์ประกอบที่อยู่นอกเหนือการควบคุม แต่ก่อนอื่นเขาจะกำจัดแจ็คที่เป็นรากเหง้าปัญหาจากฐานรากเสียก่อน


นิลผสานร่างจำแลง Omega 3 ตัวให้กลายเป็นก้อนพลัง แล้วนำมารวมกับคริสตัลและ Dimensional Matrix ก่อนจะรวมเข้ากับร่างกายตัวเอง กลายร่างเป็น The Transcendant

---------------

vs The Transcendant

---------------


หลังจากกำจัดนิลลงได้ นิลจะสั่งเสียว่าถ้าไม่มีชาวลูเฟนชี้นำ จักรวาลก็จะหลงทาง และแจ็คจะไม่มีวันปลอดภัย ตราบใดที่เจตจำนงค์ของเขายังคงอยู่



ร่างกายนิลสลายไป เหลือเพียงแต่คริสตัลตกไว้

ม็อคจะบอกให้แจ็คเอาคริสตัลของนิลไปใช้ แต่แจ็คปฏิเสธและบอกว่าเขาไม่สนใจขยะของพวกลูเฟน เขาจะกลับบ้านแล้ว

ม็อคถามว่าแจ็คจะเอายังไงต่อ จะกลับไปรอให้มีนักรบแห่งที่ฆ่าแจ็คได้ ปรากฏตัวขึ้นมาเหรอ? แจ็คบอกว่าใช่ และไม่เป็นไรหรอก ขอให้ชะตากรรมได้กลับสู่เงื้อมมือของมนุษย์ก็พอแล้ว (แจ็คนึกหน้าเซร่าห์ขึ้นมา แล้วก็ยิ้ม มันอยากกลับไปหาเซร่าห์แหละ)

ม็อคถามย้ำอีกว่า งั้นแจ็คกับเพื่อน ๆ ก็จะไม่มีที่ยืน ทุกคนก็จะต้องหายไปสิ

แจ็คก็บอกว่าเคออสเอย Stranger เอย ไม่ควรมีอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว ไม่มีใครสนใจหรอก (ถึงตรงนี้ ผมสงสัยว่า เนออนมันไม่ใช่ Stranger แต่เป็นชาวคอร์เนเลียแท้ ๆ นะเหวย)

ม็อคยังชงถามอีกว่า แต่ในอนาคตอื่น มีสถานที่ซึ่งปกครองด้วยกฎเกณฑ์อื่น และที่แห่งนั้น แจ็คจะมีชีวิตอยู่เยี่ยงตำนานนะ ถ้าแจ็คเลือกจะเป็นหนึ่งเดียวกับคริสตัลของชาวลูเฟน แจ็คก็จะไปถึงอนาคตในแบบนั้นได้ แต่แจ็คกลับหันหลังให้กับเส้นทางนั้น แล้วเลือกก้าวไปยังอนาคตที่สร้างขึ้นด้วยมือตนเอง อนาคตที่ตนเองจะเป็นเพียงนิทานปรัมปรา จะไม่มีใครจดจำได้ว่า แจ็คยอมเข้าสู่ความมืดเต็มตัว เพื่อจุดไฟให้สว่างวาบขึ้นมา


ระหว่างคุย ๆ กันอยู่นั้น ประตูมิติก็เปิดออกมา แล้วมาเทอุสก็โผล่มาอีกครั้ง แถมจกทั้ง Dimensional Matrix และคริสตัลไปไว้ในมือ เพิ่มพลังให้ตัวเอง และสั่งให้แจ็คมารับใช้ตัวมันเองซะ

---------------

vs Emperor Mateus รอบสอง

---------------

ระหว่างสู้ พอมาเทอุสสู้ไม่ได้ มันจะวิ่งหนีจะเข้าประตูมิติ แต่เจอแจ็คตามไปคว้าไว้ทัน แล้วทุ่มลงพื้น

มาเทอุสหมดสภาพสู้ไม่ได้ นอนแผ่หรากับพื้น แล้วกลายเป็นว่าพลังของคริสตัลชาวลูเฟน ได้ซึมเข้าไปเป็นหนึ่งเดียวกับแจ็คโดยไม่รู้ตัว


ม็อคคิดว่า ถ้าเคออสได้พลังจากคริสตัลชาวลูเฟนไปแล้ว เส้นทางนี้ก็จะเชื่อมต่อไปสู่อนาคตอันแตกต่าง (Different Future) อนาคตที่เขาอยากจะกลับไป คุโปะ

ขณะที่มาเทอุสกำลังคลานกระดึ๊บ ๆ กับพื้น ม็อคบอกว่ามาเทอุสสูญเสียพลังเวทย์ไปหมดแล้ว ตอนนี้กลายเป็นแค่คนธรรมดา

แจ็คเปิดช่องวาร์ปลี้ลับขึ้นมา แล้วบอกว่ากลับไปเริ่มต้นใหม่ก็ดีจะได้เป็นการดัดนิสัยมัน แล้วเขาก็โยนมาเทอุสเข้าช่องวาร์ปไป ไม่ได้ฆ่าทิ้ง

ม็อคบอกว่าจากนี้ไป แจ็คก็จะขึ้นเป็นเทพแห่งความขัดแย้ง (God of Discord) เมื่อก้าวไปยังอนาคตอันแตกต่างออกไปนั้น ก็จะมีนักรบแห่งแสงปรากฏตัวขึ้นมา นั่งบนบัลลังค์แห่งความกลมเกลียว (Harmony) แล้วในดินแดนแห่งพระเจ้า ที่ซึ่งเวลาเป็นเพียงแค่อดีต เคออสกับนักรบแห่งแสงจะเป็นเสาหลักของโลกใหม่ที่จะถูกสร้างขึ้นมา

หลังจากนั้น แจ็คก็กลับโลก กลับไปรอพี่แสงที่เก่งขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกลูป จากเบ้าหลอมของเขา และการสมคบกับบาฮามุท

---------------

vs Warrior of Light

---------------


สู้ไปสู้มา คราวนี้แจ็คต่อยหมวกพี่แสงแล้วหมวกไปหลุด แต่กลายเป็นเขาสองข้างบนหมวก บิดชี้มาทางด้านหน้าแบบภาพ Artwork ของโยชิทากะ อามาโนะ ประดุจดั่งพี่แสงไซย่า 3 ที่โหดฉิบหาย

ทว่าแจ็คก็ยังสามารถเอาชนะได้แบบหืดจับอยู่ดี

---------------

The Cycle Ends

---------------

มาถึงลูปสุดท้าย นักรบแห่งแสง 4 คนกำจัด 4 ปิศาจอันเป็นสมุนเคออสได้สำเร็จ ทว่าความมืดมิดก็ยังคงปกคลุมโลก พวกเขาใช้พลังคริสตัลทั้ง 4 ก้อน เดินทางกลับไปยังอดีตเมื่อ 2,000 ปีก่อน และเผชิญหน้ากับแจ็ค การ์แลนด์ในวิหารเคออส


แจ็คกับพี่แสงต่อสู้กัรอย่างดุเดือด โดยแจ็คก็พูดอยู่ในใจว่าพวกเขาจะฝึกนักรบแห่งแสงเอง

หลังจากพี่แสงชนะแจ็คได้ ความคิดสุดท้ายก่อนที่แจ็คจะดับสูญไปคือ

"อย่าทำให้ผิดหวัง"

---------------

Epilogue

---------------

โซ่ตรวนกาลเวลา ได้ถูกสะบั้นทิ้งในที่สุด ยุติการดิ้นรนตลอด 2,000 ปี ความสงบสุขได้กลับคืนมาอีกครั้ง

ด้วยความพยายามของนักรบ ทุกสรรพสิ่งจึงได้หันกลับไปสู่ทิศทางที่มันควรจะเป็น

ด้วยพลังของโลกที่ได้ไหลเวียนอย่างที่มันควรจะเป็น นักรบได้เตรียมข้ามกาลเวลา กลับสู่บ้านที่พวกเขาจากมา

นักเดินทางทั้ง 4 ได้ใช้พลังที่ถมโลกนี้ให้เต็มไปด้วยความมืด อาบโลกนี้ให้เปี่ยมไปด้วยแสงสว่าง

จะไม่มีใครจดจำการดิ้นรนของพวกเขาได้ เพราะการทำลายวัฏจักร ก็หมายความว่า มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ทว่าแท้จริงแล้ว ภายในนิทานแฟนตาซีที่ผู้คนเล่าขานกันนั้น เรื่องราวของพวกเขาได้ถูกบอกต่อกันไป โดยไม่มีใครรู้ตัว

เมื่อเรื่องราวของการดิ้นรนนั้น ฝังลึกลงไปในหัวใจผู้คน พวกเขาจะเชื่อว่าโลกใบนี้ ยังสามารถวาดหวังถึงอนาคตได้อยู่เสมอ

จำไว้ว่าพลังของโลกนั้น จะต้องใช้อย่างที่มันควรจะเป็น พลังแห่งแสง จะต้องไม่ใช้เพื่อความมืด...

และคริสตัลก้อนที่ 5 อยู่ในใจของเรา

ส่วนนักรบที่ข้ามกาลเวลา และต่อสู้เคียงข้างคนอื่น ๆ ก็คือคุณ (แจ็ค)

ถึงแม้คุณจะลืมบททดสอบที่ผ่านมา แต่ทุกคนก็ติดค้างบุญคุณของคุณ ในฐานะคนที่ได้เห็นการผจญภัยนี้จนถึงบทสรุป ขอบคุณ





คลิปเนื้อเรื่อง - https://youtu.be/2aygtNka09I

Saturday, January 28, 2023

ลาก่อนลาที Final Fantasy Origin

ลาก่อน แจ็ค การ์แลนด์

Stranger ที่ถูกส่งมายัง Station-19

เมื่อพินิจจากคำตอบที่ว่า Station 19 คือการรีเมค-พอร์ท-รีมาสเตอร์ โลกของ FF1 รอบที่ 19 และแจ็ค ไม่ใช่การ์แลนด์คนที่ม็อค อุบโบ้ว และคนอื่น ๆ รู้จัก

ก็แปลได้ว่า FF1 แต่ละเวอร์ชั่น มันคือมัลติเวิร์สของกัน แล้วแจ็คคือตัวแปร ตัวนึงของการ์แลนด์ ที่มีเส้นทางชีวิตแตกต่างไป ในแบบของเขาเอง (แต่ก็มีชะตากรรม ที่จะไปแพ้พี่แสงเหมือนกัน)

ตอนนี้ต้องไปวิ่งหาเอกสารในเกมที่เหลือต่อ แล้วก็อัดคลิปมูวี่ทั้งหมดเก็บไว้ใช้


คลิปบันทึกอัตโนมัติจาก PS4

ชนะแล้ว เอกสารครบแล้ว บายยย

อ่อ จบจากซีนในคลิปนี้ มันยังมีอุบโบ้ววาร์ปออกมาจะแย่งคริสตัล แต่เจอแจ็คถีบออกไป > หลังจากนั้นแจ็คก็ไปเจอพี่แสงไซย่า 3 ที่ต่อยแล้วหมวกไม่หลุด แต่เขาชี้มาทางด้านหน้าแล้ว > และเราได้กลับมาเล่นเป็นพี่แสงในลูปสุดท้ายที่ย้อนเวลามาสองพันปีในอดีต แล้วเอาชนะการ์แลนด์ได้ เป็นอันสิ้นสุดวัฏจักร โดยที่แจ็คตั้งใจให้แสงสว่างนั้นเกิดจากเบ้าหลอมของเขาเอง แสงนั้นจะต้องใช้ไปตามที่ควร พลังแห่งแสง ต้องไม่ใช้เพื่อความมืด

เกมทิ้งท้ายว่า คริสตัลก้อนที่ 5 อยู่ในใจพวกเรา

นักรบที่ข้ามกาลเวลาและต่อสู้เคียงข้างคนอื่น ก็คือ Player

ถึงแม้แจ็คจะลืมบททดสอบที่ผ่านมา แต่ทุกคนก็ติดค้างบุญคุณของแจ็ค

ในฐานะคนที่ได้เห็นการผจญภัยนี้จนถึงบทสรุป ขอบคุณ


นอนเดี้ยงตื่นมาบ่ายสอง หมดสภาพ

ปวดหัวตึ๊บ ๆ คงต้องพักก่อน

เดี๋ยวอยากอัดคลิปมูวี่เคออสให้หมดก่อน

แล้วจะได้ทวนเนื้อหาไปด้วย

จากนั้นก็เขียนสรุป dlc สุดท้าย

กับบอกเรื่องที่ควรรู้

สำคัญสุดเลย ที่ควร spread ออกไปคือ

FFOrigin คือมัลติเวิร์สจักรวาล 19 ของ FF1

และแจ็คเป็น Variant นึงของการ์แลนด์

ดังนั้น ในจักรวาลอื่นก็มีการ์แลนด์คนอื่น ๆ อยู่

ไอ้การ์แลนด์ที่ม็อคและอุ๊บโบวรู้จัก ไม่ใช่แจ็ค แต่ทั้งสองก็รู้ว่าแจ็คคือ Variant ของการ์แลนด์

ตอนจบเกม ก็ยังไม่เฉลยว่า collaborator ที่ร่วมมือกับชาวลูเฟนเป็นใคร เหมือนกั๊กไว้ทำภาคต่อ


เกมมันโคตรมี potential นะโนะ แต่ปัญหามันคือ

- DLC เนื้อเรื่อง มันควรเป็นสิ่งที่ผู้เล่นจัมป์เข้าไปเล่นได้ และสนุกกับมันได้เลย สนุกได้ทุกกลุ่ม แต่นี่มันเพิ่มความยาก เพิ่มเลเวลขึ้นทุก DLC คนจะจัมป์เข้าไปเล่นเอาชิล ๆ ไม่ได้

- ตัวเกมหลักโนะมีโหมด Story (Easy) ให้ แต่ไหง DLC โนะบังคับเล่นโหมด Bahamut > Gilgamesh > Lufenia ซึ่งมันยากขึ้นเรื่อย ๆ

- ผมบอกเลยว่า คนไม่ถนัดเกม Action ไม่สามารถหาความสนุกจาก DLC นี้ได้.... ในขณะที่ตัวเกมหลักคุณยังเปิดโอกาสให้คนทั่วไปสนุกกับโหมด Easy ได้ แต่ไหงโหมด Lufenia คุณไม่ทำ?

- แล้วเกมนี้ จะเก่งไม่เก่ง อยู่ที่การวางแผนสร้างชุดเกราะทั้งตัว การบิลด์อบิลิตี้ทีละอย่าง ๆ แล้วหาวัตถุดิบทั้งหมด ค่อยมาแต่งทั้งตัวให้สมบูรณ์แบบ เซฟผม 177 ชั่วโมงแล้ว มันเต็มไปด้วยการเล่นวนด่านเดิม ๆ ซ้ำไป ซ้ำมา เพื่อหาของ ซึ่งมันน่าเบื่อมากกว่าสนุก

- คุณอยากให้มีภาคต่อ เนื้อเรื่องมันก็น่าสนใจ เกมเพลย์ในส่วนแบทเทิลเมคานิคมันมี potential ทีม Koei Tecmo ทำดี แต่แผนงานรวม ๆ ผมว่ามันไม่เวิร์กเลย มันไม่ควรเพิ่มระบบมาจนล้น ทำให้ผู้เล่นเกิดภาวะข้อมูลเยอะเกินไปจนจับต้นชนปลายไม่ถูก

- เนื้อเรื่องยังไปต่อได้ แต่โมเดลการขาย DLC แบบบังคับให้เล่นจบก่อน แล้วยากฉิบหายแถมมีแต่การฟาร์มแบบนี้ ควรเลิกนะ

Friday, January 27, 2023

โนะฝากแฟนช่วยกันเรียกร้องให้ FF Origin มีภาคต่อ


จากไลฟ์สดของ Stranger of Paradise: Final Fantasy Origin ในวันที่ผ่านมา เท็ตสึยะ โนมุระ ได้ปรากฏตัวเวอร์ชั่นเสียงสวรรค์ มาพูดกับแฟน ๆ ว่า

"ตอนที่ออริจินออกมาครั้งแรก ก็ได้รับเสียงวิจารณ์ในเน็ตเยอะ ทว่าผมคิดว่าผู้ชมสตรีมวันนี้ก็คือคนที่ได้หันมารักแจ็คและผองเพื่อนกันจริง ๆ การที่มันกลายเป็นเกมที่คนอยากให้มีภาคต่อได้ ก็แสดงว่ามันโดนใจทุกคน งั้นถ้าอยากจะให้มีภาคถัดไป ก็ขอให้แต่ละคน เอาไปบอกต่ออีก 10 คน ถ้า DLC ที่เสร็จบริบูรณ์แล้วของออริจินได้ขายดีเทน้ำเทท่าออกไป บางทีเราก็อาจจะได้พบกันอีก ผมเองก็อยากทำงานกับคุมาเบะซัง (ผกก. ฝั่ง Koei Tecmo) อีก"

หมายความว่าแม้ตอนนี้จะยังการันตีไม่ได้ว่าเกมจะได้มีภาคต่อหรือไม่ แต่ทางค่ายก็ไม่ได้ปิดโอกาสซะทีเดียว หาก DLC ที่ทำครบแล้วได้รับความนิยม ออริจินก็จะได้ไปต่อนั่นเอง

https://www.youtube.com/live/BAruRh-AQ3I

https://twitter.com/aibo_ac7/status/1618602586722140163

https://noisypixel.net/tetsuya-nomura-stranger-of-paradise-final-fantasy-origin-sequel-possible/