Dusk Golem ตีแผ่มุมมองต่อสเปนเซอร์ในไบโอ 9
ในมุมมองของ Dusk Golem ที่มีสถานะประดุจแม่บ้านที่กินนอนอยู่ใต้เตียง Capcom และเอาเรื่องภายในมุ้งมาเล่าสู่โลกอินเตอร์เน็ตฟังมาตลอดหลายปี ตั้งแต่ไบโอ 9 เวอร์ชัน open world, multiplayer, มีลีออนเป็นตัวเอกร่วมในฐานะ bold action, the girl ฯลฯ แกได้ออกมาแจงแล้วว่า แกไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คนหมู่มาก พูดกันอยู่
และนี่คือบทความที่ผมแปลมาจาก ความเห็นของคุณ Dusk Golem นั้น
[**Spoiler Alert**]
ผมมีความเห็นไม่ค่อยตรงกับแฟน ๆ บางส่วนของคอมมูฯ ไบโอฯ (Resident Evil) เกี่ยวกับตัวละครสเปนเซอร์ (Ozwell E. Spencer) มานานแล้ว
ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมคุยกับหลายคนที่ไม่ชอบสิ่งที่ไบโอ 9 ทำกับตัวละครสเปนเซอร์เลย
แต่จากมุมมองของผมสเปนเซอร์ถูกเขียนให้เป็นคนแบบนั้นมามาตลอดทั้งซีรีส์ รวมถึงในไบโอ 9 ด้วย
หลายคนไม่เห็นด้วยกับผม แต่สำหรับผมแล้ว สเปนเซอร์ถูกนำเสนอแบบเดิมมาตลอด
ผมว่าผมน่าจะถูกนะ (?) เพราะสิ่งที่ไบโอ 9 ขยายเกี่ยวกับสเปนเซอร์ มันสอดคล้องกับสิ่งที่ผมเห็นมาตลอด ในขณะที่หลายคนมองต่างออกไป
ผมเลยอยากอธิบายว่าผมมอง Spencer ยังไง
ก่อนอื่นเลยสเปนเซอร์ เป็นคนชั่วช้าสามานย์ระยำตำบอน เขาสมควรได้รับชะตากรรมที่เกิดขึ้นกับเขา เขาไม่มีทางไถ่บาปได้ และผมไม่คิดว่าไบโอ 9 พยายามจะทำให้เขา “ได้รับการไถ่บาป” ด้วย
ผมคิดว่าหลายคนกำลังสับสนระหว่าง
การสำนึกผิด กับ การไถ่บาป ซึ่งผมไม่เห็นว่ามันคือสิ่งเดียวกัน
มุมมองของผมต่อสเปนเซอร์ มีมาตั้งแต่ตอนเล่นไบโอ 1 และไบโอ 5
2 เกมนี้ทำให้ผมเข้าใจตัวละครเขาแบบนี้ และผมก็คิดแบบนี้มาตลอด
สเปนเซอร์เป็นคนขี้โลภ และไม่ลังเลที่จะทำเรื่องเลวร้ายเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
แต่เป้าหมายสูงสุดของเขามีสองอย่าง
เขาต้องการ ความเป็นอมตะ
เขาต้องการ เป็นพระเจ้า
และในมุมมองของเขา “การเป็นพระเจ้า” หมายถึง
การเป็นหัวแถวในการวิวัฒนาการมนุษย์ และนำมนุษยชาติไปสู่ยุคใหม่ที่รุ่งเรือง
สำหรับสเปนเซอร์ - ผลลัพธ์สำคัญกว่าวิธีการ
เขาเห็นแก่ตัว และต้องการยืนอยู่เหนือคนอื่น
แต่ในมุมมองของเขา เป้าหมายทั้งหมดก็เพื่อ “พัฒนามนุษยชาติ”
หลายคนมักเปรียบเขากับฮิตเลอร์ ซึ่งผมเข้าใจ เพราะแนวคิดของสเปนเซอร์มีเรื่อง สุพันธุศาสตร์ (eugenics/การพัฒนาคุณภาพทางพันธุกรรมของมนุษย์) อยู่ด้วย และตระกูลแอชฟอร์ด (Ashford) ที่เขาร่วมมือด้วยก็มีความคิดแบบนาซีอยู่ไม่น้อย
ผมยังคิดด้วยความความอ่อนโยนที่สเปนเซอร์มีต่อเกรซ ก็สะท้อนอะไรบางอย่างออกมาเหมือนกัน เกรซที่เป็นเด็กผู้หญิง ผมบลอนด์ ดวงตาสีเงิน
สเปนเซอร์ถูกนำเสนอว่าเป็นคนเหี้ยมโหด แต่ก็ยังเป็นมนุษย์
เขาเห็นแก่ตัว และเลือกที่จะสนิทกับคนเพียงไม่กี่คน
เท่าที่เรารู้ มีอยู่ 4 คน ที่สเปนเซอร์เลือกที่จะมอบความอบอุ่นให้
1. พ่อบ้านของเขา แพทริก (Patrick)
ใน DLC ไบโอ 5: Lost in Nightmares
สเปนเซอร์มีพ่อบ้านที่ซื่อสัตย์มากชื่อแพทริก
ก่อนที่เขาจะพบอัลเบิร์ต เวสเกอร์ (Albert Wesker) สเปนเซอร์เลือกที่จะปล่อยแพทริกออกไปก่อน
ผมเถียงเรื่องนี้กับหลายคน แต่จากมุมมองผม มันโคตรชัดว่าสเปนเซอร์ตั้งใจให้ตัวเองตายด้วยน้ำมือของเวสเกอร์
ก่อนหน้านั้นเวสเกอร์ ก็ฆ่า “เด็กในโครงการ Project Wesker” และคนของ Umbrella ไปมากมาย
ยังไงสเปนเซอร์ก็รู้ว่า การเชิญเวสเกอร์มาหา เท่ากับขุดหลุมฝังตัวเอง
สเปนเซอร์จึงไล่คนที่ใกล้เคียงคำว่า “เพื่อน” & "พวกพ้อง" ที่ซื่อสัตย์ภักดีด้วยที่สุด ออกไปก่อน
แม้มันจะไม่ได้ทำให้สเปนเซอร์ดูดีขึ้น แต่ผมคิดว่าสเปนเซอร์รักแพทริกจริง ๆ และไม่อยากให้เขาตายอย่างไม่มีความหมาย
อันที่จริง สเปนเซอร์ก็ยอมรับความตายของตัวเองแล้ว ตั้งแต่ที่อเล็ก (Alex) ทรยศเขา ทำให้ความหวังสุดท้ายของเขาพังลง
ผมยังคิดด้วยว่าคำพูดเรื่อง “การเป็นพระเจ้า” ที่เขาพูดกับเวสเกอร์ ในไบโอ 5 มีสองชั้น
เขาตั้งใจ "ผลัก" เวสเกอร์ไปสู่เส้นทางที่จะทำลายตัวเอง
เขาอยากเปิดเผยตัวตนด้านหนึ่งของเขาให้ “ยมทูต” ได้รู้
ผมตีความมาตลอดว่าสเปนเเซอร์ ต้องการตายแบบคนเลวอย่างที่เขาเป็น
เขารู้ว่าเวสเกอร์จะฆ่าเขา
แต่ก็ใช้โอกาสนั้นวางหมากให้เวสเกอร์ล้มเหลว ซ้ำรอยกับที่ตัวสเปนเซอร์เองเป็น
2. อเล็ก (Alex Wesker)
สเปนเซอร์ให้ความสำคัญกับอเล็ก มากที่สุดในบรรดา “เด็กเวสเกอร์”
เขาฝากความหวังเรื่องความเป็นอมตะไว้กับเธอ
แต่สุดท้ายอเล็กก็ทรยศ
เหตุการณ์นี้ทำให้สเปนเซอร์ เสียสติไปช่วงหนึ่ง และเก็บตัวอยู่ลำพัง พร้อมยอมรับว่าตัวเองกำลังจะตาย
3. พระแม่มิรานดา (Mother Miranda)
กรณีมิรานดา พูดตรง ๆ ผมคิดว่าพวกเขาเคยมีอะไรกัน ( I'm pretty sure they fucked. )
ทั้งคู่ต่างทะเยอทะยาน และไม่สนว่าใครจะบาดเจ็บล้มตายจากความทะเยอทะยานนั้น
แม้สเปนเซอร์ จะเลือกเส้นทางต่างจากมิรานดา
แต่ผมคิดว่าสเปนเซอร์ก็แคร์เธอในแบบของเขา
สเปนเซอร์ไม่เคยเปิดโปงสิ่งที่มิรานดาทำ
เก็บความลับให้เธอ
แขวนภาพของเธอไว้
และยังส่งจดหมายถึงเธอ
สเปนเซอร์สามารถหักหลังเธอหรือขโมยผลงานของเธอได้ทุกเมื่อ แต่เขาไม่ทำ
เพราะผมคิดว่าสเปนเซอร์แคร์เธอจริง ๆ ในแบบของเขา นั่นคือการปล่อยเธอไป และเก็บความลับของเธอไว้
แม้ว่าสิ่งนี้จะเป็น การ retcon ของเนื้อเรื่อง (การเติม Mold เข้ามาทีหลัง) แต่ผมคิดว่ามันยังเข้ากับมุมมองที่ผมมีต่อสเปนเซอร์มาตลอด
Mold อาจเป็นทางออกหนึ่งที่ทำให้เขายืดอายุหรือมีชีวิตยืนยาวขึ้นได้ และตัวมิรานดาเองก็มีอายุยืนผิดปกติอยู่แล้ว
แต่ผมไม่คิดว่า คนอย่างสเปนเซอร์ จะเลือกใช้วิธีนั้น
เพราะ อีโก้และศักดิ์ศรีของเขา รวมถึงความรู้สึกที่เขามีต่อมิรานดา — ไม่ว่าจะเป็นความรักหรือความเคารพ — ทำให้เขาไม่อยาก “ลดตัวเอง” ไปใช้วิธีแบบนั้น
เอาเข้าจริง การตีความแบบนี้ก็เหมือนการพยายามทำให้เนื้อเรื่องใหม่เข้ากับสิ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาทีหลัง
แต่ถึงอย่างนั้น ผมคิดว่าผู้เขียนตั้งใจที่จะเชื่อมสเปนเซอร์กับมิรานดาเข้าด้วยกัน และสำหรับผม มันค่อนข้างชัดว่าระหว่างสองคนนั้น รักกัน ในแบบใดแบบหนึ่ง
ซึ่งทั้งหมดนี้ก็นำไปสู่เรื่องของเกรซ, องค์กร The Connections และสิ่งที่ถูกเปิดเผยในไบโอ 9
4. เกรซ (Grace)
องค์กร The Connections ถูก retcon ให้เป็นองค์กรเงาที่เกี่ยวข้องกับหลายองค์กรลับในซีรีส์ รวมถึงคู่แข่งของ Umbrella มานานหลายทศวรรษ และองค์กร The Connections ก็มีสมาชิกหลายคนที่เกี่ยวข้องกับคนที่ สเปนเซอร์เคยหักหลังหรือทรยศมาก่อน เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง
ในสายตาของสเปนเซอร์
The Connections กำลัง ขโมยสิ่งที่เป็นของเขา
พวกนั้นต้องการเอาผลงานและสิ่งที่เขาสร้างขึ้น ไปใช้เพื่อตัวเอง
และผมเชื่อเต็มร้อยว่า ส่วนหนึ่งของเรื่อง Elpis และสิ่งที่สเปนเซอร์วางหมากเอาไว้ตั้งแต่ต้น
มันก็เป็น การแก้แค้นแบบเด็ก ๆ ของคนที่รู้ตัวว่าตัวเองคงไม่มีวันทำตามความทะเยอทะยานของตัวเองสำเร็จแล้ว
มันเลยกลายเป็นความคิดแบบว่า
“ถ้ากูทำไม่ได้ พวกมึงก็อย่าหวังว่าจะได้เหมือนกัน!!”
แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็คิดว่าพอสเปนเซอร์รู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย ก็เกิดความเสียใจ
หลังจากอเล็กทรยศเขาไป ช่วงเวลานั้นทำให้เขามีเวลาคิดทบทวนหลายอย่าง
และผมคิดว่านี่น่าจะเป็นช่วงที่เกรซเข้ามาในชีวิต
เรายังไม่ได้เห็นภาพความสัมพันธ์ระหว่างสเปนเซอร์และเกรซ อย่างครบถ้วน
แต่ผมคิดว่าเกรซ คือคนที่ 4 ที่เรารู้ว่าสเปนเซอร์ แคร์
และถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นรูปแบบหนึ่งในชีวิตของสเปนเซอร์
"ถ้าเขารักใคร เขาจะปล่อยคนนั้นออกไปจากชีวิต"
ในไบโอ 9 สเปนเซอร์พูดไว้ว่า
“ปลูกอะไร ก็ได้อย่างนั้น”
ผมคิดว่าสเปนเซอร์มองตัวเองว่า ไม่มีทางไถ่บาปได้แล้ว
ดังนั้น ถ้าเขาแคร์ใคร เขาจะตัดคนพวกนั้นออกไปจากชีวิตตัวเอง
เพราะคิดว่า "พวกนั้นจะมีชีวิตที่ดีขึ้น หากอยู่ให้ห่างจากกู และจะได้ไม่ต้องตายตกตามกัน"
สเปนเซอร์ไม่ได้แคร์คนส่วนใหญ่
และเขาก็ไม่ลังเลที่จะทำเรื่องเหี้ย ๆ กับคนที่เขาไม่สนใจ
แต่กับคนไม่กี่คนที่เขาแคร์จริง ๆ
เขาไม่เห็นว่าการเก็บพวกเขาไว้ใกล้ตัวจะมีประโยชน์อะไร
เพราะเขารู้ดีว่าตัวเอง เป็นคนที่พังไปแล้ว
ผมยังคิดด้วยว่า ในการให้สัมภาษณ์กับอลิซซา
สเปนเซอร์ก็กำลัง ชักใยเธออยู่ในระดับหนึ่ง
เขาเล่าความจริงเพียง ครึ่งเดียว
เพื่อให้อลิซซา ยอมทำในสิ่งที่เขาต้องการ
ผมคิดว่าเขากำลังพรีเซนต์ ตัวตนด้านที่ดีที่สุดของตัวเองต่ออลิซซา
เพื่อให้เกรซ ได้มีอนาคต...
และในขณะเดียวกัน
มันก็เป็นการวางหมากสำหรับ การแก้แค้นครั้งสุดท้ายต่อเหล่าศัตรูของเขาที่ต้องการช่วงชิงสิ่งที่เป็นของเขาไป
สรุปก็คือสิ่งที่สเปนเซอร์พูดกับอลิซซา เป็นความจริง
แค่มันเป็นแง่มุม ด้านที่ดีที่สุดของสเปนเซอร์ ก็เท่านั้นเอง
ขณะเดียวกัน สิ่งที่เขาพูดกับเวสเกอร์ ก็เป็นความจริงอีกเช่นกัน
แต่นั่นคือ ด้านที่เลวร้ายและเห็นแก่ตัวที่สุดของเขา
ผมคิดว่าสเปนเซอร์ใช้ทั้งสองด้านนี้
เพื่อวางหมากสุดท้ายของชีวิต และปิดบัญชีทุกอย่างก่อนตาย
นี่แหละคือการตีความของผม
ลงชื่อ Dusk Golem
5 มีนาคม 2026 - ตี 5.36 น.


Post a Comment