Monday, April 29, 2019

สรุปเนื้อหา Final Fantasy XV -The Dawn of the Future- เหตุผลของ Somnus



“ท่านพี่ ท่านไม่เข้าใจอะไรเลย”

เสียงของซอมนัสที่ไม่ได้ยินมาพักหนึ่งแล้ว พูดออกมาอย่างเย็นชา

“ท่านไม่พยายามจะทำความเข้าใจในบทบาทการเป็นผู้นำด้วยซ้ำ”

ไม่ใช่ มันไม่ได้พึ่งจะเริ่มต้นขึ้น นานมากแล้วที่พี่น้องคู่นี้ไม่ได้พูดคุยกันดี ๆ ภายใต้บรรยากาศอันอึมครึม อาร์ดีนนับนิ้วว่าผ่านมากี่ปีแล้วนะนับแต่ที่เขาได้ยินเสียงหัวเราะจากปากซอมนัสเป็นครั้งสุดท้าย

สมัยเป็นเด็กพวกเขาออกจะเข้ากันได้ดีแท้ ๆ ระหว่างพักจากการเรียนและฝึกฝนการใช้อาวุธ พวกเขามักจะเล่นหมากรุกด้วยกัน

ซอมนัสไม่ชอบธรรมเนียมที่ผู้สูงอายุกว่ามักจะต่อตัวหมากให้เท่ากับจำนวนปีที่พวกเขาแก่กว่า เขายืนยันหัวแข็งว่าหากผู้เล่นไม่ได้อยู่ในสภาพเท่าเทียมกันแล้ว ถึงชนะไปก็ไม่ได้อะไร และไม่ว่าซอมนัสจะแพ้สักกี่ครั้ง เขาก็ไม่มีทีท่าจะยอมรับธรรมเนียมนั้นเลยด้วยซ้ำ ซอมนัสพยายามยึดมั่นต่อทัศนคติที่ว่าทุกอย่างต้องเท่าเทียมกันมาตั้งแต่เด็ก และนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้อาร์ดีน ภาคภูมิใจในตัวน้องชายคนนี้มาก

ซอมนัสไม่คลาดจากอาร์ดีนไปไหนเลย ไม่ว่าอาร์ดีนไปที่ไหน ซอมนัสจะเดินตามหลังไปตลอด จนคนรอบตัวพากันพูดว่า วันไหนที่เห็นทั้งสองไม่ได้อยู่ด้วยกัน วันนั้นคงฝนตก

ทว่าตอนนี้...

“นายต่างหากที่ไม่เข้าใจ”

อาร์ดีนต้องหยุดยั้งซอมนัสให้ได้ นี่ไม่ใช่เวลาจะมาพูดจาอ้อมค้อม

“นายอนุญาตให้กองทัพสังหารหมู่ได้ยังไง? พวกนั้นไม่ใช่ศัตรูหรือสัตว์ร้าย พวกนั้นเป็นคนของเรานะ”

“คนของเรา? ไร้สาระ พวกมันเป็นมอนสเตอร์ ถ้าปล่อยไว้ พวกมันจะทำอันตราย”

“ผิดแล้ว พวกเขาไม่ใช่มอนสเตอร์หรืออะไรแบบนั้นเลย พวกเขาก็แค่... ใช่แล้ว ก็แค่คนที่เจ็บป่วยจากโรคร้าย”

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีโรคประหลาดแพร่ระบาดแก่ผู้คน ไม่มีวิธีการรักษา ไม่มียาใด ๆ ที่ได้ผล คนที่เป็นโรคและแสดงอาการประหลาดออกมา จะตกอยู่ในก้นบึ้งของความสิ้นหวัง บางครั้งผู้คนก็มองว่ามันเป็นคำสาป บ้างก็อธิบายว่าเป็นการลงโทษจากเทพเจ้า และหวาดกลัวกับมัน

แต่อาร์ดีนรู้ว่านี่ไม่ใช่คำสาปหรือเวทมนต์คาถา ไม่ใช่การลงโทษจากพระผู้เป็นเจ้า มันก็แค่การเจ็บป่วย ถึงยาจะไม่ได้ผล แต่เขารักษามันได้

“พวกเขาทำร้ายคนอื่นก็เพราะความเจ็บปวดทรมานจากโรค พวกเขาไม่ได้ผิดบาปอะไร ดังนั้น ถ้าเราขับไล่ความเจ็บป่วยนั้นไปก่อนได้ พวกเขาก็จะไม่ทำอันตรายแก่ใคร”

อาการประหลาดนั้นคือร่างกายทั้งหมดกลายเป็นสีดำสนิท เหยื่อผู้นั้นจะเสียสติสัมปชัญญะ และโจมตีคนไม่เลือกหน้า กรณีที่ร้ายแรงจะถูกเรียกว่าเดม่อน และก่อนที่จะหนีไปได้ พวกเขาจะถูกกักกัน จับแยก และฆ่าทิ้ง ซึ่งอาร์ดีนก็จะทำการรักษาให้พวกเขากลับสู่สภาพปกติก่อนที่เรื่องแบบนั้นจะเกิดขึ้น

“เหมือนเดิมเป๊ะ” ซอมนัสขัด

“เหมือนเดิมอะไร?”

“ถึงมองว่าเดม่อนคือคนที่เจ็บป่วย แต่พี่คือคน ๆ เดียวที่รักษาได้ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ที่เก่งกาจแค่ไหน ก็ไม่อาจเลียนแบบท่านพี่ได้ใช่มั้ย?”

เป็นอย่างที่ซอมนัสพูด ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบ เทพเจ้าได้มอบพลังในการรักษาอาการเจ็บป่วยนี้ให้อาร์ดีนคนเดียวเท่านั้น

“แต่ตัวคนเดียวจะทำอะไรได้?”

“หากว่าข้าสามารถช่วยชีวิตคนได้อีกแม้เพียงสักคน...”

“แล้วสมมติว่า ในขณะที่พี่กำลังช่วยคนอีกสักคนนั้น จำนวนคนป่วยก็เพิ่มขึ้นอีก 5 คน 10 คนล่ะ? ไม่สิ ไม่ได้สมมติ กระทั่งตอนนี้มันก็กำลังเพิ่มขึ้น ไม่ว่าพี่จะพยายามแค่ไหน พี่ก็ไม่มีทางไล่ตามทัน”

“แต่ว่า...”

อาร์ดีนพูดอะไรไม่ออก หลังโดนซอมนัสแทงเข้าประเด็นจัง ๆ

“หากสุดท้ายแล้วเดม่อนเอ่อล้นทั่วทุกพื้นที่ล่ะ? ก็เห็นนี่ว่ามันไม่มีทางอื่นนอกจากต้องฆ่าทิ้ง”

แล้วซอมนัสก็ระเบิดเสียงหัวเราะของผู้ชนะออกมา

“แต่พวกเขาเป็นมนุษย์นะ!”

หวาดกลัวที่ร่างกายของตนเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่ากลัว ดิ้นรนที่จะพยายามรักษาสติสัมปชัญญะของตนจนถึงที่สุด วิญญาณโชคร้ายที่ไม่ได้ผิดอะไร เพียงแต่ตกเป็นเหยื่อของโรคร้าย

“นายจะเอาชีวิตผู้บริสุทธิ์ไม่ได้”

“พี่ก็พูดแบบนั้นเสมอ พี่คิดว่าตัวเองจะสามารถสร้างประเทศจากคำพูดมายาสวยหรูได้งั้นรึ!?”

“เพราะงั้นนายเลยเลือกวิธีตื้น ๆ เหรอ!?”

“ท่านพี่!”

ซอมนัสตอกกลับ ด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน

“อยากจะปะเหลาะผู้คนยังไงก็ตามใจพี่เถอะ แต่ข้าขอว่าอย่าได้พูดจาให้เกิดความสับสน ไม่งั้นต่อให้เป็นท่านพี่ ข้าก็จะไม่เว้น...”

อาร์ดีนไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ไม่อาจพูดอะไรได้ สายตาของซอมนัสส่อให้เห็นถึงเจตนาฆ่า นี่เป็นครั้งแรกที่อาร์ดีนรู้สึกว่า ตกอยู่ในอันตรายแล้ว และตระหนกที่ตัวเองไม่ทันระวัง ไม่รู้ตัวให้ไวกว่านี้ เขาน่าจะรู้จักนิสัยและความมุทะลุของซอมนัสดียิ่งกว่าใคร ๆ ซอมนัสพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เป็นคนแบบนั้นมาตลอด เมื่อตัดสินใจอะไรลงไปแล้ว ก็จะทำให้สำเร็จให้จงได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

ฉันต้องไปซ่อน... ฉันจะตายตอนนี้ไม่ได้... ผู้คนที่กำลังเจ็บป่วยและทุกข์ทรมาน รอคอยฉันอยู่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันต้องมีชีวิตรอดไปจนกว่าจะช่วยทุก ๆ คนได้สำเร็จ นั่นคือหน้าที่ของฉัน

*************************

“นายท่าน เราได้ค้นหาทุกซอกมุมแล้ว แต่ไม่เห็นร่องรอยของอาร์ดีนเลย...”

ซอมนัสทำสัญญาณมือให้ทหารหยุดรายงานและออกไปได้ ตั้งแต่ที่เขาทะเลาะกับอาร์ดีนครั้งสุดท้าย ก็ผ่านมาครึ่งปีแล้ว บางทีอาร์ดีนคงรู้ว่าถึงถกเถียงกันต่อไปก้ไม่มีประโยชน์ เลยเลือกที่จะหายตัวไปยังที่อื่นแล้ว

คับข้อง จำยอม และดูแคลน... ซอมนัสยังคงเจ็บปวดอยู่กับสีหน้าของพี่ชายที่เขาเห็นในครั้งสุดท้าย พี่ชายที่ผู้คนเทิดทูนบูชาและปรารถนาให้เป็นกษัตริย์องค์ถัดไป บางทีสีหน้านั้นอาจสะท้อนถึงสิ่งที่อยู่ในใจของประชาชน

ดูเหมือนพี่ชายผู้แสนดีของเขาจะสูญเสียความสามารถในการมองโลกตามความเป็นจริง เขาเชื่อในผู้คนมากจนเกินไป ไม่ใช่แค่กับผู้คนเท่านั้น ซอมนัสอดคิดไม่ได้ว่าอาร์ดีนเอาแต่มองโลกในแง่ดีเพียงด้านดี และหลีกหนีไปจากด้านที่เลวร้าย

ผู้คนและสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้มีแต่ด้านที่งดงาม ยังมีด้านที่เลวร้าย น่ารังเกียจ และสกปรก เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการควบคุม และปกครอง

กษัตริย์มีอยู่เพื่อการนั้นไม่ใช่รึ?

“ใช่แล้ว กษัตริย์จำเป็นต้องมีพลังในการปกครองคน ประเทศจะเข้มแข็งได้อย่างไรหากเอาแต่ปะเหลาะประชาชน?”

ประเทศชาติจะต้องเข้มแข็ง เพื่อที่ชาติจะได้เป็นสถานที่อันปลอดภัย ไม่ให้ใครกล้าเข้ามารุกราน ไม่ใช่แค่ให้เอาคนมารวมกันมั่ว  ๆ ทว่าความเป็นจริงคือชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนบนแผ่นดินนี้ ต่างก็ถูกคุกคามด้วยเดม่อน

แล้วจะเอาอะไรไปรับประกันความปลอดภัยให้พวกเขา? ก็กองทัพที่จะขจัดเดม่อนที่ยืนหยัดขัดขวางพวกเขาไง แล้วตัวเขาเองนี่แหละ ที่จะเป็นคนชุบเลี้ยง ฝึกฝน รวบรวมทหารเหล่านั้นให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

 “แต่ท่านพี่ กลับไม่เข้าใจอะไรเลย...”

ท่านพี่บอกว่าอยากจะช่วยคนอีกสักคนให้ได้ก็ยังดี แต่วิธีการของท่านพี่ไม่สามารถช่วยชีวิตทุกคนได้ ในขณะที่ชีวิตหนึ่งรอดตาย ชีวิตอื่นก็สูญเสียไป ท้ายที่สุดแล้ว “ช่วยอีกสักคน” ก็หมายถึงการทอดทิ้งคนที่ไม่ได้ถูกเลือก

วิธีการของท่านพี่นั้นคือวิธีการของคนที่ไม่เคยตระหนักมาก่อนเลยว่าตัวเองเป็นผู้ถูกเลือก พี่ไม่เข้าใจหรอกว่าคนที่ไม่ได้รับเลือกนั้นจะมองผู้ถูกเลือกยังไง นั่นก็เพราะที่ผ่านมาพี่ได้รับความไว้วางใจ ความหวังจากคนรอบ ๆ ตัวพี่ และเป็นผู้ถูกเลือกมาโดยตลอด

“เพราะงั้นนายเลยเลือกวิธีตื้น ๆ เหรอ!?”

วิธีตื้น ๆ แล้วมันผิดตรงไหน? ซอมนัสคิด อย่างน้อยคนที่กลายเป็นเดม่อนก็ไม่ได้มาจากการเลือกปฏิบัติ จะไม่มีใครต้องตายทั้งที่แบกรับความเศร้าโศก อิจฉา ริษยาจากการเป็นคนที่ไม่ได้รับเลือก มันอาจฟังดูโหดร้าย แต่นั่นแหละ คือความเท่าเทียมกัน

“ท่านซอมนัส เราจะไปไหนต่อกัน?”

เสียงดังคล้อยตามหลังเขามา ซอมนัสที่ยังคงเดินอยู่ตอบกลับไป

“ไม่ต้องตามข้ามา”

ในณะนั้น เอร่า โหรคู่หมั้นของท่านพี่ กำลังเก็บตัวอยู่ในวิหาร รอฟังเสียงของเทพเจ้า

ซอมนัสต้องรีบไปพบเธอ พบเธอให้แน่ใจ แล้วก็...

ซอมนัสเหลือบมองลงมาที่มือของตนเอง

“ข้าจะไม่ขอให้ยกโทษ และไม่คาดหวังว่าจะได้รับการอภัย”

ต่อให้สองมือนี้ต้องแปดเปื้อน แต่นั่นก็คือเรื่องที่จะต้องทำให้สำเร็จ...

No comments:

Post a Comment