บทสัมภาษณ์ FFVII Revelation โดย Gamespark
- จะได้ไฮวินด์ตั้งแต่ช่วงต้นของเกม ประมาณช่วง 4-5 ชั่วโมงแรกของเกม
- ในภาคที่แล้ว ความยากง่ายของพื้นที่ มันจะไล่ระดับไป เพราะพื้นที่เปิดขึ้นมาทีละที่
- แต่ภาคนี้แอเรียมันเปิดออกพร้อมกันทั้งโลก ดังนั้น เลยทำให้ความยากง่ายมันคละเคล้ากันไป บางทีแอเรียเดียวกัน ตรงนี้ง่าย แต่พอเขยิบออกไปนิดเดียวก็ยากแล้ว
- มีเนื้อหาที่แตกต่างไปตามการเลือกของผู้เล่น ดังนั้นจึงไม่สามารถเห็นเนื้อหาทั้งหมดได้ในการเล่นรอบเดียว
- ใน Remake และ Rebirth ตัวละครไปถึงจุดที่เลเวลตันได้ง่าย เกมก็ถูกออกแบบมาให้ผู้เล่น เล่น chapter select ซ้ำ แต่คราวนี้ เราเตรียมเนื้อหามากมายที่ยากกว่าบอสสุดท้าย เช่น พวกเวพอน และ Knights of Round ที่ทุกคนรอคอย… (เอ๊ะ พูดแบบนี้อย่าบอกนะว่าจะให้สู้กับ KoR ก่อนได้มา)
- ดังนั้นเกมภาคนี้ เลยไม่ได้ออกแบบให้จบเกมปุ๊บก็ไป Chapter Select เลย แต่เป็น กลับไปสำรวจและทำเนื้อหาหลังจบเกมไปแล้ว ซึ่งคอนเทนต์ก็มีความยากที่หลากหลาย
- หลังจบเนื้อเรื่องหลักแต่ละช่วง ก็จะมีการเตรียมพื้นที่ที่ recommend level ใกล้เคียงกันไว้ เพื่อให้ผู้เล่นอยากเข้าไปสำรวจต่อได้เลย
- เพียงแค่เล่น side content บ้างนิด ๆ หน่อย ก็จะสามารถดำเนินเนื้อเรื่องหลักต่อได้ด้วยเลเวลที่เพียงพอ
- บางคนอาจกลัวว่าถ้าเลเวลต่ำกว่าศัตรูเกินไป (เพราะไม่ทำ side content ให้เลเวลขึ้นเลย) แล้วไม่เก่งการต่อสู้ จะเล่นเนื้อเรื่องหลักต่อไม่ได้ เราได้เตรียมฟีเจอร์เสริมเอาไว้ เป็นปีเจอร์ที่ปรับเลเวลตัวละครให้ตรง recommend level ของเนื้อเรื่องหลักทันที ถ้าเปิดฟีเจอร์นี้ แม้ไม่ทำ side content เลย ก็จะสามารถไถไปต่อได้ มันก็เป็นการอำนวยความสะดวกให้
- สโนวบอร์ด (snowboard) ก็รวมอยู่ในมินิเกมที่เล่นได้ที่โกลด์ซอเซอร์
- สโนวบอร์ดเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของ FFVII ดังนั้นมันก็อยู่ในเนื้อเรื่องอย่างเหมาะสมด้วย ซึ่งจังหวะที่สโนวบอร์ดปรากฏในเนื้อเรื่องหลักนั้น ก็จะเป็นเซอร์ไพรส์ดี ๆ
- แชดลีย์ตั้งฐานอยู่ในไฮวินด์ คอยสนับสนุนพวกคลาวด์ และวิจัยเมเทโอ บทบาทของเขาจะเปลี่ยนไปค่อนข้างมากจาก Rebirth
- สื่อถามว่า เราไม่ต้องเจอแชดลีย์ชวนเล่น VR Battle Simulator บน Map แล้วใช่มั้ย? ฮามากุจิบอกใช่แล้ว องค์ประกอบนั้น คราวนี้ถูกถ่ายทอดด้วยวิธีที่ไม่เหมือนเดิม (น่าจะหมายถึงมี VR เหมือนเดิม แต่ไม่ได้ต้องมาหยุดเล่นบน World Map เป็นระยะ ๆ แล้ว)
- พูดเรื่องซิดเหมือนเรด วินเซนต์เหมือนยุฟฟี
- ตั้งใจให้ทุกตัวละครมีจ็อบเหมือนกันหมด แล้วไปปรับแต่งกันเอง แต่ละตัวละครมี slot สำหรับใส่ wear ได้ 4 slot (อันนี้ผมอ่านแล้วก็ยังงง แต่ละไว้ก่อน)
- พูดเรื่องระบบ Skin และบอกว่า Costume จากภาค Rebirth จะมีมาให้ครบตั้งแต่แรก รวมถึงชุดว่ายน้ำของทิฟาด้วย
- ภาพโปรโมตที่เป็นคลาวด์ยืนหันหลังกับโลโก้ FFVII Remake, แอริธยืนหันหลังกับโลโก้ FFVII Rebirth และ เซฟิรอธยืนหันหลังกับโลโก้ FFVII Revelation ก็เป็นการแสดงความเคารพต่อลายบนแผ่น FFVII PS1
- เรื่องภาพไอคอนตัวละคร โพสท่าเหมือนไอคอนในออริจินอล ฮามากุจิก็บอกว่าทีมงานก็เป็นแฟนเกมภาคออริจินอลกันอยู่แล้ว ดังนั้น ก็มีการแสดงความเคารพไปโดยปริยาย
- สื่อถามว่าตอนโลโก้ปรากฏออกมา มันมีแสงสีฟ้าและเขียวล้อมรอบเป็นวง และเหมือนมีมาเทเรียขาวอยู่ตรงกลาง มันหมายถึงคลาวด์และแอริธใช่มั้ย?
- ฮามากุจิตอบว่าถ้าบอกว่าออกแบบโดยอิงจากตัวละคร มันจะเหมือนลำเอียง ดังนั้น ก็ไม่ได้คิดเรื่องแบบนั้น แต่ตั้งเป้าที่จะสื่อถึงมาเทเรียกับ Holy และการนำดีไซน์จากออริจินอลมาใช้
- เกมนี้ตัวละครแต่ละตัวมีแฟนคลับมากมาย มีความรัก การสนับสนุนที่ยาวนาน ก็อยากส่งมอบผลงานที่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่า ดีใจที่ได้ติดตามตัวละครและโลกใบนี้
- ฮามากุจิทิ้งท้ายว่า เขาเองเป็น ผกก. ของ FFVIIR Remake Project, เป็น Head ของ Creative Studio 1 และก็มีส่วนร่วมกับโปรเจคท์อื่นนอกจากงานนี้ด้วย ก็อยากให้รอดูเกมต่อ ๆ ไปว่าจะเป็นเกมอย่างไร ส่วนเขาก็ตั้งตารอดูเสียงตอบรับของแฟน ๆ ต่อไป
https://www.gamespark.jp/article/2026/06/08/167688.html


Post a Comment