สรุปเนื้อเรื่อง Captain Tsubasa Dream Team: Next Dream Part 1


พึ่งเคยมาไล่ดูเนื้อเรื่อง Captain Tsubasa Dream Team: Next Dream ภาคต่อจากโอลิมปิก

- เปิดมาวากาบายาชิ แถลงข่าวย้ายไปบาเยิร์น แล้วก็ขอบคุณฮัมบูร์กที่ช่วยเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก ตอนนี้มาอยู่บาเยิร์นแล้ว ได้รับเกียรติให้ใส่เบอร์ 1 ปลาบปลื้มมาก จะคว้าถาดบุนเดสฯ และถ้วย ชปล. มาให้ได้

- วากาบายาชิมาคุยกับชไนเดอร์ ถามว่าจำสิ่งที่เขาพูดหลัง "แมตช์สุดท้าย" นั้นได้มั้ย? แล้วก็ย้อนอดีตหลังแมตช์โอลิมปิกกับเยอรมันรอบ 8 ทีม ที่วากาบายาชิเล่าให้ชไนเดอร์ฟังว่า โดนโค้ชฮัมบูกร์ดองมาทั้งซีซัน กรูไม่ไหวแล้ววววว ในขณะที่ซึบาสะแม่งชนะเอา ชนะเอา ในซีซันแรกที่ลาลีกา แถมยังได้ MVP อีก กูมาอยู่ยุโรปตั้งนาน แม่งแซงหน้ากูไปไม่เห็นฝุ่น ดังนั้นกูจะไปบาเยิร์นนนน

- นิตตะกับโซดะ นั่งเครื่องมาลงที่สนามบินเยอรมันด้วยกัน โซดะไปเบรมน นิตตะไปดอร์ทมุนด์ต่อ

- ตัดไปทางซึบาสะยังคงวิ่งฝึกซ้อมบนชายหาดที่สเปน ซีซันนี้ต้องอยู่คนเดียวไปก่อน และหวังจะคว้าแชมป์ ชปล. กับบาร์ซาให้ได้

- ส่วนซานาเอะเลี้ยงลูก 2 คนอยู่ที่ชิซึโอกะ 

- ซึบาสะคิดว่า ถ้ามีแมตช์อุ่นเครื่อง หรือบอลโลกรอบคัดเลือก แล้วเขาติดทีมชาติ ก็จะได้กลับญี่ปุ่นไปหาลูกเมียได้

- พวกตัวละครในสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น ก็ตั้งเป้าหมายต่อไปว่า จะเอาคว้าแชมป์บอลโลกให้ได้ แล้วก็ดีใจที่สโมสรต่างชาติยื่นข้อเสนอซื้อตัวพวกนักเตะยุคทองไปเต็มเลย พวกนั้นจะได้มีประสบการณ์รับมือเพลงแข้งต่างชาติมากขึ้่น

- ที่อัลเบเซ (อิตาลี) โบแบงก์มาลาอาโออิ โบแบงก์กำลังจะย้ายไปลิ้วพูล 

- สตาฟฟ์อัลเบเซมาแจ้งอาโออิว่า อินเตอร์ฯ ซื้อตัวมึง


- ตัดมาทางญี่ปุ่นตอนเย็น อิชิซากิเรียกยูคาริออกมาคุย อิชิซากิเล่าให้ฟังว่าอินเตอร์ฯ ยื่นข้อเสนอซื้อตัวเขาเหมือนกัน อิชิซากิก็ไม่มั่นใจว่าตัวเองดีพอมั้ย แต่จะหนีไม่ด้ายยยยย เลยตัดสินใจจะไปอินเตอร์ฯ 

- อิชิซากิบอกว่าเขารู้ว่าอยู่อิตาลี คงไม่ง่าย คงล้มลุกคลุกคลาน เลยถามยูคาริว่า "จะไปด้วยกันมั้ย ถ้ามีเธออยู่ด้วย กูเชื่อว่ากูจะไม่ยอมให้อุปสรรคเหล่านั้น ทำให้กูล้มเหลวได" 

- อิชิซากิ ควักกล่องสี่เหลี่ยมสีม่วงออกมาเปิด ข้างในนั้นคือแหวนแต่งงาน "ไปด้วยกันนะยูคาริ... แต่งงานกัน"

- ยูคาริเอามือทาบแก้มตกใจ แล้วกลับหลังหัน

- ยูคาริกล่าวขอบคุณนะ แล้วหันกลับมา.... "จะอิตาลี หรือโรงอาบน้ำ ฉันก็จะตามเธอไปสุดขอบโลก"


- หลังจากเฮียวงะคว้าแชมป์และดาวซัลโวกัลโชซีรีส์ C ก็ตั้งใจว่าจะคว้าแชมป์ซีรีส์ B ต่อ 

- ทว่าสตาฟฟ์ยูเวนตุสโทรมาเรียกตัวแม่ง กลับตูรินได้

- เฮียวงะไปลาก็อซซา (กัปตันเรจเจียนา ที่ทำร้านอาหารด้วย) แล้วบอกว่าไว้หิวแล้วจะกลับมากินฟรี สักวันนึ หวังว่าจะได้พาแม่ น้องชายสองคน และน้องสาวคนเล็กอีกคนมากินที่นี่ด้วย ซึ่งก็อซซาก็ยินดี

- ก็อซซาถาม แล้วแฟนมึงล่ะ?

- เฮียวงะตาหลุกหลิก ลุกลี้ลุกลน แล้วก็ อืมมมม เออ่ออออ อ่าาาา

- ตัดไปทางโทรทัศน์ ทีวีออกข่าว ฆวน ดิอาซจากอาร์เจนตินา ย้ายไปสวมเบอร์ 10 นาโปลี คู่กับฮิโนะ เรียวมะแห่งอุรุกวัย ที่ไปใส่เบอร์ 9 


- สลับมาที่มาร์กเซย์ ฝรั่งเศส.... จิโตอยู่กับซาโนะ จิโตกำลังปวดกบาลกับการอ่านป้ายต่าง ๆ ในประเทศนี้ไม่ออกเลย เขาไม่คิดที่จะเรียนภาษาเพิ่มด้วย ซาโนะบอกว่าเดี๋ยวกูเรียนคนเดียวก็ได้ จิโตก็ฝากซาโนะเรียน แล้วช่วยเป็นวุ้นแปลภาษาให้ด้วย

- นโปเลียนก็ออกมารับซาโนะ จิโต ไปสโมสรด้วยกันนนนนน.... (เดี๋ยววว แล้วพวกแม่งคุยกันรู้เรื่องได้ไง)


- ตัดมาทางญี่ปุ่น มีการเล่าย้อนว่ามิซากิได้เซ็นสัญญาให้คาโอริ มัตสึโมโตะ เอเยนต์ของเฮียวงะ ช่วยเป็นเอเยนต์ให้มิซากิด้วย แล้วตอนนี้ก็มีข้อเสนอจากทั่วยุโรปเข้ามาเต็มเลย 

- มิซากิครุ่นคิดว่าจะไปเจอวากาบายาชิที่เยอรมัน, อาโออิกับเฮียวงะที่อิตาลี หรือซึบาสะที่สเปน

- เวลาต่อมา มิซากิไปหาพ่อที่กำลังวาดรูปอยู่ในสวน แล้วบอกพ่อว่าเขาตัดสินใจจะไปปารีส ฝรั่งเศส ที่เป็นเสมือนบ้านหลังที่ 2 ของเขา ถ้าอยู่ที่ปารีส ก็จะมีโอกาสได้สู้กับทั้งวากาบายาชิ ซึบาสะ เฮียวงะ ใน ชปล.

- แล้วมิซากิก็ลาพ่อ เก็บกระเป๋า มาถ่ายรูปหน้าหอไอเฟลที่ปารีส

- พอมาถึงสนามซ้อมปารีส มิซากิเจอ J.J. โอโคชา ที่เคยสู้กันในภาคโอลิมปิกมาแล้ว (ช่วง 1998-2002 โอโคชาเล่นที่ปารีส)  โอโคชาก็ขู่ว่าถ้าจะมาเล่นทับตำแหน่งกัน กูไม่ยอมมึงงงงงง กูต้องเป็นตัวจริงงงง


- แล้วก็มีพุ่งผ่านกลางทั้งสองคนมาาาาาา บิดาแห่งการลงไปนอนเจ็บ กับประธานนินจาเต่า ปรากฏตัวววว

- เนย์มาบอกว่าคงไม่ต้องแนะนำตัวอะไร กูคือเบอร์ 10 ของทีมนี้ ยินดีที่ได้รู้จัก, ประธานเป้ก็เข้ามายิ้มย่องทำความรู้จักด้วย

- มิซากิก็รู้สึกได้ว่าสองคนนี้ยังหนุ่ม แต่เป็นระดับโสดาบันของโลกลูกหนังด้วยกันทั้งคู่ และเป็นศูนย์กลางการสร้างทีมของปารีสในตอนนี้

- ข้ามมาช่วงฝึกซ้อม มิซากิเห็นเลยว่าปารีสต่อบอลกันไว โยนบอลกันเร็วมาก โยนทะลุไปแบบนั้นคนปกติไม่น่าตามไปเก็บบอลทัน แต่พรี่เป้วิ่งไปเก็บบอลทัน แล้วตะบันเต็มตีนได้บรรลัยมาก

- เนย์มาเรียกมิซากิ ไปรับน้องหน่อย โชว์การป้องกันของแกให้ได้เห็นสิ

- พรี่เป้ดูอยู่ ก็บอกว่าโอ้ มิซากิแห่งญี่ปุ่น ฝีมือสูสีกับเนย์มาเลย

- เนย์มาบอกกูยังไม่เอาจริง!!! (มุกโคตรการ์ตูนญี่ปุ่นโบราณเลยยยย)

- หลังซ้อม ในห้องแต่งตัว เนย์มาเล่าข่าวให้ฟังว่าเอลซิดปิแอร์ กำลังจะย้ายจากบอร์กโดซ์มาปารีส หลังจากนี้พวกเราคงแย่งตัวจริงกันเดือด ๆ



- ปอร์โต ยุคเฮียเครียดเป็นกุนซือ จะเล่นบอลดันหลังสูง ต้องการโกลที่ดูแลพื้นที่ได้ แม้หลังดันสูงไป เลยซื้อวากาชิมัตสึมา

- อุราเบะขอติดสอยห้อยตามวากาชิมัตสึมาด้วย แล้วก็เข้าไปบอกมูว่าเขาชื่นชมเฮียมู อยากจะขอชม ดูการฝึกซ้อมลูกทีมของเฮียหน่อย เฮียเลยบอกว่าก็ได้ แต่แค่ครั้งเดียวนะ

- แต่แล้วในการซ้อม มีนักเตะปอร์โต้บาดเจ็บหนักจนต้องห้ามเข้าโรงบาล มูเลยถามอุราเบะว่ามึงอยากลองดูมั้ยล่ะ?

- อุราเบะจัดพลัดจับผลูเข้าไปลองเล่นจนน้ามูประทับใจในความอึดและใจสู้ ที่ปอร์โตอาจจะกำลังขาดไป ก็เลยลองเซ็นอุราเบะ เข้ามาเป็นกำลังทดแทนนักเตะที่บาดเจ็บ


- ที่อาร์เจนตินา ปาสคาลกับกัลวาน ยังเจ็บใจที่แพ้ซึบาสะในบอลโอลิมปิก ทั้งที่นำ 2-0 แล้วแต่กลับมาแพ้ แล้วทั้งสองกำลังจะย้ายไปเล่นด้วยกันที่แมนเชสเตอร์ซิตี้


- ในขณะที่มัตสึยามะ พึ่งมาถึงลอนดอนตอนเหนือ และสวมเสื้ออาร์เซนอล

- มัตสึยามะนึกย้อนอดีตถึงค่ำคืนที่ฟุราโนะ ฮอกไกโด ในคืนที่ดาวเต็มฟ้า เขาเรียกโยชิโกะออกมาคุยกันที่ทุ่งดอกไม้สีม่วง

- เนื้อหาก็ฟีลคล้ายตอนอิชิซากิเรียกยูคาริออกมาคุยเลย... คือเปิดมาโยชิโกะก็ถามว่ามีอะไรเหรอ? ถึงเรียกมาคุยดึกแบบนี้...?

- มัตสึยามะก็บอกว่าเขากำลังจะไปอังกฤษ ที่ผ่านมา ทั้งตอนภาคเยาวชนโลก ทั้งภาคโอลิมปิก ถ้าไม่มีโยชิโกะคอยให้กำลังใจ ก็คงไม่อาจเล่นดีได้ แล้วก็ถามว่า จำตอน ม.3 ที่เธอไปอเมริกาได้มั้ย?

- โยชิโกะบอกว่าจำได้สิ ตอนนั้นเหงามากเลย แต่ก็ดีใจที่มัตสึยามะตามมาหาที่สนามบิน แล้วกอดปลอบไว้

- มัตสึยามะบอกว่าตอนนั้นเขาเจ็บปวดมาก ไม่อยากคิดว่าเธอกำลังจะแยกจากไป... คราวนี้ก็เหมือนกัน ไม่อยากจะแยกจากเธออีก ฉันอยากให้เธออยู่เคียงข้างด้วย ตลอดไป คอยเชียร์คอยให้กำลังใจกัน 

- แล้วมัตสึยามะก็ควักกล่องสีน้ำเงินเข้มออกมา เปิดออกมาเป็นแหวนแต่งงาน "เรา... แต่งงานกันมั้ย!?"

- โยชิโกะนิ่งไปพักนึง

- แล้วโยชิโกะก็บอกว่า

"ขอบใจนะ ดีใจมาก ๆ เลยล่ะ"

"แต่..."

"ฉันไปด้วยไม่ได้หรอก"


- แล้วมัตสึยามะก็หน้าถอดสี "ทำไมล่ะ!?"

- โยชิโกะบอกว่าตอนที่ไปอเมริกา เธอร้องไห้ตลอดไฟลท์เลย แล้วแอร์โฮสเตสก็ใจดีกับเธอ คอยปลอบเธอตลอด ก็เลยฝันอยากจะเป็นแบบนั้น คอยช่วยเหลือคนที่วิตกกังวลระหว่างการเดินทาง 


โยชิโกะ

"แต่ตอนนี้..."

"ฝันของฉัน กำลังจะเป็นจริงแล้ว..."

"ฉันกำลังจะได้เป็นแอร์ ให้สายการบินนานาชาติ"

"ฉันดีใจ ที่เธอขอแต่งงานนะ"

"แต่ตอนนี้..."

"ความฝันของฉัน สำคัญกว่า"

"ฉันรู้ ว่าฉ้นจะต้องเสียใจทีหลังแน่ หากทิ้งความฝัน แล้วไปกับเธอ..."

"ขอโทษด้วย ที่ไม่อาจให้คำตอบอย่างที่เธอต้องการได้นะ..."


- มัตสึยามะเงียบไป แล้วก็บอกว่าเข้าใจแล้ว ถ้าอย่างงั้น... ฉันจะรอเธอ โยชิโกะ นานแค่ไหน ก็จะรอ

โยชิโกะ

"ขอบใจนะ มัตสึยามะ"


มัตสึยามะ

"ถึงอังกฤษแล้ว จะโทรหานะ"


- ทั้งสองลากัน โยชิโกะกลับหลังหัน แล้วค่อย ๆ เดินจากไป


- แต่แล้วมัตสึยามะ ก็ตะโกนเรียกชื่อโยชิโกะดังลั่น จนเธอหันกลับมามอง

มัตสึยามะ

"ขอให้โชคดีนะ"

"ฉันจะคอยเอาใจช่วยเธอ จากอังกฤษ"


- ที่อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ไครฟอร์ดที่กำลังจะย้ายไปแมนยู ยังเจ็บใจที่แพ้ญี่ปุ่นในบอลโอลิมปิกรอบแบ่งกลุ่มนัดแรก ทั้งที่หากชนะ 2 แมตช์ที่เหลือก็เข้ารอบได้เหมือนกัน ทว่าสุดท้ายก็ตกรอบแบ่งกลุ่มนั่นแหละ โดนย้ำแค้นเละ

- พวกแก็งทีมเยาวชนฮอลแลนด์อีก 5 คน ที่โตมาด้วยกัน ก็วิ่งมาตาม ช่วยกันกล่อมว่านายยังมีงานที่ยังทำไม่เสร็จที่นี่นะ

- ไครฟอร์ดบอกเขาได้ทั้งแชมป์ลีก ทั้ง MVP แล้ว ไม่เหลืออะไรให้ทำที่นี่แล้ว

- คลิสมานบอก อย่าหลอกตัวเองดิ พวกเรายังไม่ได้ทำให้ฮอลแลนด์ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเลย! แพ้มาทั้งโอลิมปิก ทั้งเยาวชนโลก นายไม่เสียใจหรือไง?

- โดลแมนก็บอกว่าอยู่กับทีม เล่นด้วยกันต่อเถอะ

- คนอื่น ๆ ก็ช่วยกันกล่อม เดี๋ยวมิสุงิจะย้ายมาร่วมทีมด้วย ไปแสดงพลังที่แท้จริงของกังหันสีส้มให้โลกรู้กัน ใน ชปล.

- ลีออนดิก ก็บอกว่าถ้ามึงย้ายไป เดี๋ยวตอนพวกเราชูถ้วย มึงไม่ได้ชูด้วยนะเว้ย

- ไครฟอร์ดโดนล้อมจนเออ อยู่ต่อก็ได้ ช่วยกันทำให้ฮอลแลนด์ยิ่งใหญ่


- มิสุงิลงเครื่องบินที่อัมสเตอร์ดัมพร้อมกับยาโยย (คู่หมั้น) มิสุงิไม่ได้แค่ย้ายมาเตะบอลอย่างเดียว ยังมีศึกษาการแพทย์ขั้นสูงต่อด้วย ที่มิสุงิมาที่นี่ ก็เพราะหลงใหลในโยฮัน ครัฟฟ์ตั้งแต่เด็ก ที่ใส่เบอร์ 14 มาตลอดก็เพราะเอามาจากครัฟฟ์

- พอมาถึงสนามซ้อมของอาแจ็กซ์ ไครฟอร์ดก็มาต้อนรับมิสุงิ แล้วบอกว่าได้ยินจากโค้ชว่านายรีเควสต์เสื้อเบอร์ 14 ใช่มั้ย? แต่กูจองแล้ว มิสุงิบอกว่าไว้ทุกคนให้การยอมรับเขาก่อน เขาค่อยใส่เบอร์ 14 ก็ได้

- ไครฟอร์ดบอกเขาจะใส่เบอร์ 14 ไปก่อน แล้วซีซันนี้เรามาแข่งกัน ใครทำผลงานดีกว่า ก็เอาเบอร์นี้ไปใช้ซีซันหน้า 

- พอมิสุงิกลับมาถึงบ้านที่ยาโยยรออยู่ ก็เหมือนครุ่นคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา จนยาโยยเป็นห่วง แต่มิสุงิก็แค่บอกว่าเขาตื่นเต้นกับอนาคตเฉย ๆ


- ที่บาร์ซา กัปตันเป๊ปเก็บกระเป๋าย้ายทีมละ (ในชีวิตจริงก็คือแกย้ายออกไปเบรชชาปี 2001) ริวัล (โด) ก็ถูกแต่งตั้งให้เป็นกัปตันแทน

- ริวัลเรียกทุกคนมาปลุกใจ แล้วก็บอกซึบาสะว่า เมื่อเขาไปเมื่อไหร่แล้ว มึงเอาเบอร์ 10 ไปสืบทอดต่อนะ (เพราะริวัลโดจะลาทีมในปี 2002 ต่อจากเป๊ป)

- ซึบาสะก็แบบ อะไรกัน มึงพึ่งขึ้นเป็นกัปตัน ทำไมพูดเหมือนจะไม่อยู่แล้ววะ... แต่ริวัลก็แค่ยิ้มมุมปาก

- ในห้องผู้จัดการ หลุยส์ "ปรัชญา" ฟานกัล คุยกับประธานว่าเขาจะใช้พวกเด็ก ๆ เป็นศูนย์กลางทีมในฤดูกาลนี้ (ในปี 2001 ชาบี 21, อิเนียสตา 17, ปูโยล 23)

- ประธานบอกถ้าผลงานไม่ดี มึงหัวขาดนะเว้ยยย

- ที่สนามซ้อม ชาบีคุยว่าทำไมวันนี้ฟานกัลเหี้ยมจังวะ, ปูโยลบอกว่าพวกรุ่นใหญ่เหลือน้อยแล้ว ฟานกัลต้องการให้รุ่นพวกเรา ขึ้นไปแทนที่ยังไงล่ะ, อิเนียสตาก็บอกถึงเวลาของพวกเราแล้ววว


- สลับไปทางเรอัล มาดริด บิเซนเต้ เดลบอสเก้ กำลังคุยกับสตาฟฟ์โค้ชว่าปีนี้ ทีมเราแข็งขึ้นมาก เราได้เบ็คแฮมจากอังกฤษ (ในชีวิตจริงเบ็คแฮมมา 2003), ซีดานจากยูเวนตุส (2001) และโมดริชจากโครเอเชียมา ส่วนในแนวรับก็คว้าตัวมาได้อีก 2 คน คือมาร์เซโลที่บุกไม่ลืมหูลืมตา กับเซร์คิโอ รามอส (จริง ๆ รามอสมันต้องมามาดริดปี 2005)

- แล้วเดลบอสเก้ ก็หันไปถามนาทูเรซาว่าคิดว่าจะเข้ากับทุกคนได้มั้ยยยย?

- ซึ่งตามประสานิสัยนาทูเรซา เรื่องแบบนี้ หวานเจี๊ยบบบบบบบบบบบบบบ

ไม่มีความคิดเห็น