สรุปเนื้อเรื่อง Captain Tsubasa Dream Team: Next Dream Part 4
- นาโปลี vs ยูเวนตุส
- เปิดมาฮิโนะส่งบอลให้ดิอาซ ดิอาซสวมบทพ่อเลี้ยงเดี่ยว ลากเข้าไปในแดนม้าลายตัวคนเดียว
- เจนติเลจะเข้าไปตามสกัด แต่เอาไม่อยู่ เจอดิอาซกระโดดหนีอย่างพริ้ว แล้วงัดบอลขึ้นสูง จากนั้นดิอาซหมุนตัวตีลังกา 3 ตลบ แล้วกระโดดสูงขึ้นไปโอเวอร์เฮดคิก
- บอลตุงตะข่าย ตั้งแต่ 30 วินาทีหลังเริ่มเกม โดยที่คนอื่นยังไม่ทันสัมผัสบอล นาโปลีขึ้นนำ 1-0
- ฮิโนะเริ่มคิดว่าหนอย จะปล่อยให้ดิอาซมันแซงหน้าไม่ได้
- ยูเว่เริ่มต่อบอลหาช่องเอาเอง แต่ระหว่างที่บอลอยู่กับเจนติเล ฮิโนะก็เข้ามาแย่งบอลไป
- ฮิโนะหาจังหวะ หมุนตัว 2 รอบ แล้วตวัดยิงทอร์นาโดชู๊ต บอลพุ่งวาบออกไปอย่างรุนแรง ผู้รักษาประตูของยูเว่ (ไม่ได้บอกว่าเป็นใคร) รับเอาไว้ไม่อยู่ บอลตุงตะข่าย ทำให้นาโปลีนำยูเวนตุส 2-0
- พี่บอ.บู๋ บรรยาย นี่เป็นทอร์นาโดชู๊ตที่รุนแรง เดือดดาล พลุ่งพล่านนนนน ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาาา แล้วตอนนี้ครับ ผู้รักษาประตูของยูเว่ ได้แต่กุมแขนด้วยความเจ็บปวด และลุกไม่ขึ้นแล้ววววว
- ที่ข้างสนาม บัคคัส (ร่างทรงบุฟฟอน) ยิ้มแฉ่งรอโอกาสนี้อยู่เลย ว่าแล้วอันเชล็อตติก็เรียกบัคคัสให้เปลี่ยนตัวลงไปแทนโกลที่บาดเจ็บ
- พอบัคคัสก้าวลงมาในสนาม ทั้งดิอาซและฮิโนะกลับรู้สึกได้ถึงพลังประหลาดของนายทวารคนนี้ พวกเขารู้สึกว่าบัคคัสมันมีของงงงง
- พี่บอ.บู๋ บรรยายว่าบัคคัสนี่เป็นดาวดังมาจากเมเจอร์ลีกที่อเมริกา พี่แจ้ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าฝีมือของบัคคัสนั้นเป็นของจริง แต่บัคคัสพึ่งมาเข้าทีมยูเวนตุสไม่นาน ยังไม่รู้จักทีมดี อันเช่เลยให้เป็นตัวสำรองรอโอกาสไปก่อน และตอนนี้ก็ถึงเวลาของเขาแล้ว
- เล่นกันต่อ เพื่อนร่วมทีมส่งบอลให้เฮียวงะ แต่ฮิโนะตัดได้ ฮิโนะควบบอลไป แล้วทำชิ่งต่อบอลกับดิอาซอย่างสวยงาม ทั้งสองคิดเหมือนกันว่าอยากชนะกันและกัน ไม่มีใครยอมใคร แต่ก่อนอื่น ทีมต้องการันตีชัยชนะก่อน!!
- แล้วฮิโนะก็หาจังหวะ หมุน หมุน หมุนนนนนติ้ว ๆ ๆ ๆ ๆ ยิงทอร์นาโดช็อตอีกครั้ง
- บอลพุ่งไปทางมุมซ้ายของประตูยูเว่อย่างสวยงาม ทว่า... บัคคัสสวมวิญญาณบุฟฟอน กระโดดคว้าสองมือ รับไว้ได้หนึบอย่างสวยงามมมมมม
- จนพี่บู๋ ตกใจว่า "เซฟฟฟฟ เซฟได้งัยยยยยย!?" นึกว่าจะทะลวงตะข่ายขาดซะแล้ว แต่บัคคัสกลับเซฟไว้ได้ในชั่วพริบตา
- ฮิโนะเองก็ตกใจตาเหลือกว่าเมื่อกี้ยิงไปเต็มวง ส่งไปเต็มแรงแล้ว ทำไมนายประตูคนนั้นถึงรับได้ง่ายแบบอยู่หมัดเลย!!! อ่อออ ฟลุ้ค แน่ ๆ!!
- บัคคัสก็ยั่วยุว่าครั้งหน้าก็ยิงให้ดีกว่านี้สิ เดี๋ยวจะเซฟให้ดูอีกรอบ!!
- ครึ่งแรกจบลงด้วยสกอร์ นาโปลี 2-0 ยูเวนตุส
- ที่ห้องแต่งตัวของยูเว่ เฮียวงะคิดในใจว่าไม่ได้เห็นทอร์นาโดชู๊ตมาตั้งนาน มันเร็วและแรงยิ่งกว่าแต่ก่อนอีก จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ด้ายยยยย
- แล้วบัคคัสก็ตะโกนใส่เฮียวงะว่า ต่อให้กูไม่เสียประตูเลยในครึ่งหลัง ทีมก็ยังตามอยู่ 2 ลูกนะโว้ย ถึงเวลาที่มองต้องปล่อยของแล้ว
- เริ่มครึ่งหลัง แม้นาโปลีจะนำอยู่ 2 ลูก แต่ด้วยนิสัยของดิอาซและฮิโนะ ทำให้นาโปลีไม่มีทีท่าจะตั้งรับหรือเพลาตีนลง
- แต่คราวนี้ ไม่ว่าดิอาซจะพยายามหนี หรือหลอกสักเท่าไหร่ เจนติเลก็ไม่หลงกลแล้ว เหมือนว่าเจนติเลใช้เวลาอยู่พักนึงในการอ่านการเคลื่อนไหวของดิอาซ และปรับสปีดให้เท่ากัน จนตอนนี้ดิอาซลากบอลผ่านเจนติเลไม่ได้แล้ว / ด้านฮิโนะเองก็หงุดหงิดว่าดิอาซทำอะไรอยู่วะ ทั้งที่ควรจะผ่านได้ง่าย ๆ แท้ ๆ
- เมื่อลากบอลผ่านเจนติเลไม่ได้ ดิอาซเลยตัดสินใจยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษ!!
- ทว่าบอลชนเสา แล้วชิ่งไปเข้าตำแหน่งที่ฮิโนะรออยู่พอดี ใช่แล้วววว ดิอาซตั้งใจส่งบอลโดยทำชิ่งกับเสาประตู
- ฮิโนะที่ไม่มีใครประกบ หมุนตัวยิงทอร์นาโดชู๊ตลูกที่ 3 ของวันนี้
- ทว่าคราวนี้ บัคคัสโชว์เหนือกว่าเดิม ด้วยการกระโดดคว้ารับทอร์นาโดชู๊ตไว้ได้ด้วยมือขวาข้างเดียว.... (แม้ในใจจะคิดว่า เกือบไปแล้ววว)
- แล้วบัคคัสก็สาดบอลยาวโด่งข้ามสนาม ไปทางเฮียวงะ
- เฮียวงะวิ่งเบียดชนกับกองหลังของนาโปลีอย่างไม่ยอมแพ้ ในหัวก็มีภาพเสียงของโค้ชกายภาพมาซซานตินี จารย์คิระ ลูกพี่ก็อซซา กิ๊กมากิ รวบรวมพลังมิตรภาพ กูจะทำให้ทุกคนผิดหวังไม่ด้ายยยยยยยยยย
- "ไทก้าาาาา ช็อตโตะด้าาาาาาาาาาาาาาา"
- แล้วเฮียวงะก็ซัดบอลเข้าไปตุงตะข่าย เป็นประตูแรกของเฮียวงะและยูเวนตุสในฤดูกาลนี้ ยูเว่ไล่ตามนาโปลีมา 1-2
- ภาพตัดไปทางอันเช่ ที่ยืนยิ้มกริ่ม คิดถูกจริง ๆ ที่เรียกตัวกลับมายูเว่
- โค้ชกายภาพมาซซานตินี ก็คิดว่าเฮียวงะมันพัฒนาขึ้น ถ้าเป็นฤดูกาลก่อนแม่งกลิ้งเป็นลูกขนุนไปแล้ว
- หลังจากนั้นเรื่องแม่ง time skip ไปตอนจบเกมเลย ยูเวนตุสพลิกกลับมาชนะนาโปลี 3-2 โดยเฮียวงะยิงได้ 2 ลูก
- เฮียวงะเข้าไปคุยกับฮิโนะที่กลางสนาม ฤดูกาลยังพึ่งเริ่มต้นขึ้น ฮิโนะบอกว่าคราวหน้ากูจะยิงไอ้บัคคัสนั่นให้ได้
- ทางด้านดิอาซ ยังมองบัคคัสตาไม่กระพริบว่าไอ้โกลนั่นมันมีของงงงง
บัคคัสเข้าไปตบไหล่เฮียวงะ
"ทำได้ดีมาก!"
เฮียวงะ
"เห็นรึยัง ว่ากูเนี่ยแหละคือดาวยิงเบอร์ 1 ของเบียงโนรี!"!
บัคคัส
"หู้ยยยย พึ่งนัดเดียวเอง"
"ไว้ยิงได้เยอะที่สุดในลีกก่อน แล้วค่อยโม้"
เฮียวงะ
"ยิงได้เยอะที่สุดในลีกก่อนเหรอ... น่าสนใจนี่"
"เอาสิว่ะ"
"กูจะเป็นดาวยิงสูงสุดของกัลโชให้ดู!!"
- ร้านอาหารแห่งหนึ่งในปารีส
- หลังจากมิซากิย้ายมาเล่นที่ปารีส เขาก็ได้พบกับอาซึมิ ฮายาคาวะ เพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนโรงเรียนนานาชาติด้วยกันในช่วงมัธยมต้น แล้วอาซึมิก็ชวนมิซากิออกมาทานข้าวด้วยกัน
- มิซากิก็เล่าให้ฟังว่าตอนนี้ปรับตัวเข้ากับทีม P$G กำลังซ้อมไปได้ด้วยดี
- ส่วนอาซึมิก็เรียนมหาวิทยาลัยอยู่ กำลังทำวิจัยแบคทีเรีย ก็ชอบชีวิตนิสิตมาก แถมตอนนี้ก็กำลังฮอตมากด้วยยย
- ทว่ามิซากิก็ขัดขึ้นแล้วบอกว่าเขามีเรื่องอยากให้ช่วย (อาซึมิก็หน้าเจื่อนไปนิดนึง แล้วน้อยใจว่าทำไมมิซากิไม่สนใจเรื่องที่ชั้นกำลังจะเล่านะ)
- มิซากิบอกว่า พึ่งเก็บแมวมาเลี้ยงน่ะ คือหลายวันก่อน ไปร้านเบเกอรีของฟิสเชอร์ (Fischer) เพื่อนสมัยมัธยมต้นมา วันนั้นก็เอาภาพวาดไปให้ฟิสเชอร์ เป็นภาพที่ทำเลียนแบบของพ่อน่ะ
- ฟิสเชอร์เลยบอกว่าเขากำลังจะแต่งงานแล้ว มิซากิช่วยมาวาดบอร์ดต้อนรับให้หน่อยสิ มิซากิก็ตกลง
- พอมิซากิเดินออกมาที่สวนสาธารณะ ระหว่างครุ่นคิดว่าซึบาสะกับอิชิซากิก็แต่งงานแล้ว ทุกคนต่างเปลี่ยนไป ....ก็มีเสียง มี๊... มี๊... ดังนั้น
- กลับมาปัจจุบัน มิซากิเล่าว่าวันแรกเห็นลูกแมวตัวนึงอยู่กับแม่ของมัน แต่วันที่สองพอกลับไปหา แม่มันหายไป... ต่อมาพอวันที่ 3-4 ไอ้ลูกแมวมันก็ยังอยู่ตัวคนเดียว แล้วก็ดูตัวสั่น
- มิซากิควักโทรศัพท์ให้ดูรูป และบอกว่ามันชื่อ "มี๊" เพราะมันร้อง มี๊ มี๊ ตอนนี้มันแข็งแรงขึ้นแล้วและมันติดเขามาก ปัญหาคือเดี๋ยวเขาต้องไปเข้าแคมป์เก็บตัว ก่อนเปิดซีซัน สัปดาห์นึงเต็ม ๆ แล้วจะเอาแมวไปเข้าแคมป์ด้วยก็ไม่ได้..
- อาซึมิก็โอเค เดี๋ยวดูแลให้... แล้วไว้ออกจากเก็บตัวแล้ว มาเลี้ยงดินเนอร์ชั้นคืนด้วยล่ะ
- หลายวันต่อมาที่สนามซ้อมของปารีส นักเตะซ้อมเดือดเพื่อแย่งกันเป็นตัวจริง ตอนนี้ปิแอร์ก็มาเข้าทีมแล้ว
- โอโคชาบอกว่าไม่เพียงแต่แนวรุกระดับเทพนะ กัปตันของพวกเรา ดิดิเย เดอช็อง ก็เป็นกัปตันทีมชาติฝรั่งเศสด้วย (ในชีวิตจริง เดอช็องไม่เคยเล่นให้ปารีสสส)
- ด้านประธานเป้ ก็หันไปคุยกับเนย์มาว่า เอลซิด-ปิแอร์นี่ก็อยู่ในทีมโอลิมปิกฝรั่งเศส และเป็นคนที่ยิงใส่บราซิลด้วย (บราซิลชนะฝรั่งเศสที่มีซีดาน อเนลก้า บาร์เตซ 6-2) เสียดายที่พวกเราสองคนไม่ได้ลงเล่นในรายการนั้น
- เนย์มาก็โม้ว่า ถ้าวันนั้นเขาลงเล่นด้วย เรื่องแบบนั้นก็คงไม่เกิดขึ้น ซันตานากับนาทูเรซาเป็นนักเตะอัจฉริยะก็จริง แต่กูก็คือคนที่จะสืบทอดเบอร์ 10 ทีมชาติบราซิล ต่อจากริวัล (โด) กูจะพิสูจน์ให้ดู
- ด้านเป้ก็บอกว่าเขาไม่ได้เล่นโอลิมปิกก็จริง แต่กูน่ะเหนือกว่านโปเลียนแน่ ในเวทีบอลโลกต่างหากที่จะเป็นรายการตัดสินว่าใครคือนักเตะที่เก่งที่สุด เขาจะพาฝรั่งเศสคว้าแชมป์ และทำให้ทุกคนต้องเสียดายที่ไม่เลือกเขาเข้าทีมโอลิมปิกตั้งแต่แรก
- ระหว่างซ้อม มิซากิก็คิดในใจว่าจบโอลิมปิกแล้ว ทุกคนก็ตั้งเป้ามองจุดหมายใหม่ คราวนี้เขาจะพาทีมคว้าแชมป์ลีกเอิง และคว้าแชมป์ ชปล. ให้ได้
- แล้วภาพก็สลับมาทางอิตาลี ในเมืองมิลาน บ้านของอิชิซากิ ที่กำลังระบายให้ยูคาริฟัง
- อิชิซากิบอกว่า อาโออิแม่งน่าทึ่งมาก โค้ชชมมันไม่หยุดเลย ส่วนกูเนี่ย พยายามแล้ว แต่ก็มีแต่ทำขายหน้า
- ยูคาริปลอบว่าอิชิซากิต้องมั่นใจกว่านี้ แค่เป็นตัวเอง! เหล่าน้อง ๆ นักฟุตบอลรุ่นเยาว์มองอิชิซากิอยู่นะ เด็ก ๆ ตัวสำรองทั่วญี่ปุ่น ต่างเชื่อว่าพวกเราจะเป็นอย่างอิชิซากิได้ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น!! ไปแสดงให้เด็ก ๆ เหล่านั้นดู เป็นพลังให้กับเด็กเหล่านั้น!!
- หลังรับประทานอาหารด้วยกัน ในคืนนั้นอิชิซากิใส่ชุดวอร์มไปออกวิ่งรอบมิลาน เขาคิดในใจว่าแม้ยูคาริไม่พูดออกมา แต่เขารู้ว่าเธอศึกษาโภชนาการสำหรับนักกีฬา เพื่อจะทำอาหารดี ๆ ให้เขากิน
ระหว่างวิ่ง อิชิซากิก็คิด
"ยูคาริ..."
"หลังจากนี้ ฉันก็คงบ่นให้เธอฟังอีกเรื่อย ๆ เป็นแน่"
"หวังว่าเธอจะให้อภัย"
"นอกจากเธอแล้ว..."
"ฉันก็ไม่อาจแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นได้อีก"
"ฉันอาจไม่ได้เป็นตัวจริงในนัดเปิดสนาม"
"แต่ฉันจะแย่งตำแหน่งมาให้ได้ ด้วยอุตสาหะ วิริยะ"
- หลังจบโอลิมปิก คาตางิริได้ขึ้นเป็นประธานสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น คาตางิริจัดแถลงข่าวถึงการวางระบบใหม่เพื่อพาญี่ปุ่นคว้าแชมป์โลก
- คาตางิริแถลงว่าหลังจบโอลิมปิกมา มีนักเตะของเราหลายคนได้รับความสนใจจากลีกต่างชาติ และย้ายออกไปเล่นเก็บเกี่ยวประสบการณ์ สิ่งเหล่านี้จะทำให้พวกเขาเติบโตขึ้น พวกเราสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นเลยตัดสินใจทิศทางสำคัญครั้งใหม่ ว่าในบอลโลกครั้งต่อไป เราจะไม่ใช่ผู้เล่นทีมชาติญี่ปุ่นชุดเดิม เราจะใช้พวกเด็ก ๆ ที่เคยสู้ศึกโอลิมปิกที่มาดริดมาด้วยกันเป็นกำลังหลัก
- นักข่าวเริ่มคุยกันว่างี้ซึบาสะก็เป็นคนแบก เป็นศุนย์กลางของทีม แล้วคนอื่นจะมีใครกันนะ? การไม่เอาพวกนักเตะรุ่นใหญ่มาเลย มันจะดีเหรอ?
- คาตางิริบอกว่าเขาเข้าใจความกังวลของทุกฝ่าย แต่เราจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง และเพื่อการนั้นเราต้องมีโค้ชคนใหม่ ผู้นำที่ยังหนุ่มแน่น และมีความสามารถ ซึ่งเขารู้จักอยู่คนนึง ผมมั่นใจว่าเขาจะพาญี่ปุ่นไปสู่ชัยชนะได้
- ภาพตัดไปทางชายหาดที่บาร์เซโลนา สเปน
- ซึบาสะกำลังคิดว่า ทั้งบาร์ซา ทั้งทีมชาติญี่ปุ่น ทุกคนฝากความหวังไว้กับกู แต่ไม่เป็น! กูทำได้!!
- แล้วโรแบร์โตก็ปรากฏตัวต่อหน้าซึบาสะ ที่ชายหาดแห่งนั้น ซึบาสะตกใจว่าโรแบร์โตมาทำอะไร
- โรแบร์โตบอกว่า เขามาเริ่มทำงานใหม่ ก้าวแรก ที่นี่...
- แล้วโรแบร์โตก็ยื่นเสื้อทีมชาติญี่ปุ่นให้ซึบาสะ บอกว่าเขาอยากให้รับเสื้อตัวนี้ไป กูได้รับข้อเสนอจากสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น ให้เป็นกุนซือคนใหม่ของทีมชาติญี่ปุ่นแล้ว และกูขอแต่งตั้งมึงเป็นกัปตันทีมชาติญี่ปุ่น มาเริ่มต้นทีมชาติญี่ปุ่นยุคใหม่ด้วยกัน กูกับมึง จะพาญี่ปุ่นพิชิตรอบคัดเลือกโซนเอเชีย แล้วฟันฝ่าขึ้นไปยังจุดสูงสุด ของฟุตบอลโลก
- แล้วโรแบร์โตก็วางมือลงบนไหล่สองข้างก็ซึบาสะ "นั่นคืองานใหม่ของฉัน ปฐมบทของความฝันครั้งใหม่"
- ซึบาสะหลับตา นึกถึงช่วงเวลาต่าง ๆ ที่อยู่กับโรแบร์โตมา ตั้งแต่ ป.6, ช่วงที่อยู่บราซิล, การต่อสู้กับทีม U-18 บราซิลที่นำโดยโรแบร์โต ตอนที่โรแบร์โตโทรมาให้กำลังใจ และมาดูเอลคลาสิโกด้วย แล้วตอนนี้โรแบร์โตบอกว่าต้องการฉัน เขาอยากให้สู้ไปด้วยกัน
ซึบาสะโผเข้ากอดโรแบร์โตทั้งน้ำตา
"ผมดีใจ ที่เราจะได้เล่นฟุตบอลด้วยกันอีก"
"ดีใจที่ผมจะได้เป็นตัวแทนของคนญี่ปุ่น สู้ร่วมไปกับคุณ"
โรแบร์โต
"อื้อ กูก็เหมือนกัน"
"ในที่สุด เราก็จะได้ไล่ล่าความฝันไปด้วยกัน"
"ซึบาสะ ไปคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกด้วยกันนะ"
ซึบาสะ
"ครับ"




Post a Comment