บทสัมภาษณ์ FFVII Revelation จากงานแฟนมีต Bailian ZX Creative Centre in Shanghai


งานแฟนมีตติ้งที่เซียงไฮ 13 มิ.ย. 2026

Bailian ZX Creative Centre in Shanghai 



Q1 แฟน ๆ ถามผ่านล่ามว่าตัวเกมเวอร์ชันออริจินอล เซฟิรอธกับคลาวด์เป็น Rival กัน แต่ใน Remake ท่าทีของเซฟิรอธที่มีต่อคลาวด์ มันดูนิ่ง สุขุม เว้นระยะมากกว่าเดิม อยากรู้ว่าทีมงานตั้งใจปรับเปลี่ยนท่าทีของเซฟิรอธรึเปล่า? แล้วความสัมพันธ์ของทั้งคู่ใน Remake ถูกวางแผนให้เป็นมากกว่าแค่ Rival กันมั้ย?


อาหวังตอบ ถ้าพูดถึงออริจินอลแล้ว ความเข้าใจของเราอาจจะต่างไปนิดนึง ในออริจินอลทีมงานไม่ได้ตั้งใจถ่ายทอดให้คลาวด์กับเซฟิรอธเป็นถึง Rival กัน โดยโยชิโนริ คิตาเสะ ผู้กำกับออริจินอล บอกว่าเซฟิรอธเป็นเหมือนฉลามในเรื่อง Jaws ที่เราไม่เห็นตัวตน แต่รู้ว่ามันคืบคลานเข้ามา เป็นความกลัวที่มองไม่เห็น แต่ทำให้สยดสยองและกดดัน


**คิตาเสะก็เคยพูดแบบนี้กับสื่อตอนโปรโมต Remake


พอมาโปรเจคท์ Remake เลยเปลี่ยนวิธีนำเสนอเซฟิรอธ โดยเลือกมาปรากฏตัวให้เห็นชัด ๆ เพื่อสร้างอิมแพคท์แทน นั่นเพราะเวลาผ่านไป 20-30 ปีแล้ว คนทั่วโลกรู้แล้วว่าเซฟิรอธเป็นใคร การกั๊กเซฟิรอธไว้ให้เหมือนตัวตนที่มองไม่เห็น มันเอามาใช้ตอนนี้ไม่ได้แล้ว สู้เอาแกโผล่ออกมาถึงอารมณ์ร่วมให้น่าเกรงขามไปเลยดีกว่า


ด้วยเหตุนี้ทำให้ตัวเกมเวอร์ชัน Remake เราได้เห็นความรู้สึก ความนึกคิดของเซฟิรอธต่อคลาวด์ ชัดเจนลึกซึ้งกว่าเดิม



Q2 ใน Part 3 มีการนำเสนอมุมมองด้านความสัมพันธ์ของคลาวด์ต่อเซฟิรอธใหม่ ๆ ยังไงบ้าง? สำหรับคลาวด์แล้ว ตัวตนของเซฟิรอธเปลี่ยนได้กับอะไร


ฮามากุจิถึงกับขอคิดแป๊ปนึง แล้วสังเกตว่าทุกคนในที่นี้ดูสนใจความสัมพันพ์ของคลาวด์กับเซฟิรอธกันจริง แล้วเริ่มอธิบายว่าในโปรเจคท์ Remake ทีมงานไม่ได้คิดเปลี่ยนแคแรคเตอร์ให้ต่างไปจากเดิม แต่จะนำเสนอยังไงให้ยุคนี้ให้มีรายละเอียดลึกซึ้งชัดเจนที่สุด


ถ้าถามว่าในมุมของคลาวด์ เซฟิรอธเป็นยังไง? ด้านหนึ่งเซฟิรอธคือคนที่คลาวด์เคยหลงใหล ใฝ่ฝันอยากจะเป็น แต่อีกด้าน เซฟิรอธก็เป็นต้นเหตุให้คลาวด์สูญเสียครอบครัวไป มันจึงเป็นความรู้สึกที่ปะปนกันอย่างซับซ้อน ทั้งหลงใหล โกรธแค้น เกลียดขัง มันเป็นความย้อนแย้งในใจที่ทรมานมาก


แล้วฮามากุจิก็โยงไปถึงฉากใน Chapter สุดท้ายของ Rebirth ที่แอริธสารภาพความรู้สึกกับคลาวด์ภายในโบสถ์ แล้วบอกว่า “แต่คำว่าชอบมันก็มีหลายแบบใช่มั้ยล่ะ แล้วความชอบนี้ คือแบบไหนกันนะ” ความสัมพันธ์ของคลาวด์กับเซฟิรอธ มันก็เป็นความรู้สึกซับซ้อนเฉพาะตัวแบบนั้นเหมือนกัน



Q3 มีคนถามอ้างอิงเรื่องที่ฮามากุจิให้สัมภาษณ์ 4Gamer ไปว่าเกมยุคนี้ต้องทำทางเลือกให้ผู้เล่นตัดสินใจเอง เพื่อสร้างความแตกต่างในประสบการณ์ที่แต่ละคนจะได้รับ เป็นการรับมือกับยุคของการ streaming ทีนี้ ทีมงานจะมีวิธียังไงในการรักษาเนื้อเรื่องหลัก กับการใส่ทางเลือกเข้าไป เพื่อไม่ให้ความรู้สึกมันหลุดไปจากเดิม


ฮามากุจิตอบด้วยเรื่องคียเวิร์ดการตัดสินใจ แล้วก็การมุ่งไปสู่ฉากจบเพียงหนึ่งเดียว ส่งมอบฉากจบที่สมบูรณ์และถูกต้องหนึ่งเดียว ตามที่ทีมงานตั้งใจไว้ ทว่าระหว่างทางผู้เล่นจะได้สัมผัสความรู้สึก มุมมองของตัวละครที่แตกต่างกันไปตามการเลือกเล่นของแต่ละคน


ตอนจบเปลี่ยนไปไม่ได้ แต่เราเลือกเจาะลึกตัวละครได้ และเห็นแง่มุมที่แตกต่างไปของพวกเขา เพื่อสร้างประสบการณ์เฉพาะตัวให้ผู้เล่น


Q4 ซิสเนย์จะมีบทบาทสำคัญ หรือมีปฏิสัมพันธ์กับแซ็ค มากกว่าใน Rebirth มั้ย?


ฮามากุจิก็กั๊กว่าเรื่องที่ซิสเนย์จะโผล่มั้ย? บทเป็นยังไง ก็ยังพูดไม่ได้


แต่สิ่งที่สามารถบอกได้เคย โปรเจคท์ Remake ไม่ใช่แค่การเอาภาคออริจินอลมาทำใหม่ แต่เป้าหมายเราแต่แรก คือการหลอมรวมจักรวาลและ setting ทั้งหมดของภาค spin-off ไม่ว่าจะเป็น AC DC CC เข้ามาไว้ด้วยกัน เพื่อสร้าง FFVII ชิ้นใหม่ที่สมบูรณ์แบบเพียงหนึ่งเดียว ดั่งที่เราได้เห็นซิสเนย์ใน Rebirth และเนโร ใน Intermission


และคอนเซปต์ของการรวมจักรวาล ก็ถูกส่งต่อมายัง Revelation ฉะนั้น มันไม่ใช่แค่ซิสเนย์ แต่ในฐานะภาคสุดท้าย มันจะมีตัวละครจากพวก Compilation โผล่มาอีก


จะว่าไป มีสื่อและแฟนเกมถามถึงซิสเนย์บ่อยเหมือนกัน



Q5 คลาวด์กับเซฟิรอธ จะได้ร่วมมือกันสู้ ในภาคนี้หรือไม่?


ฮามากุจิบอกว่าคำถามนี้ยากจริง ๆ ตอนนี้ยังพูดถึงเนื้อเรื่องไม่ได้ แต่แน่นอน ในฐานะภาคสุดท้ายของซีรีส์นี้คือ ใน Part 3 จะนำเสนอเรื่องราวของทั้งสองคนนี้และตอบสนองความคาดหวังของทุกคนได้ยิ่งกว่าที่ผ่านมาแน่นอน ฉะนั้นตอนนี้ก็อยากให้จินตนาการ และเฝ้ารอกันไปก่อน


รู้สึกเปิดหูเปิดตามา เพราะที่ญี่ปุ่นแฟน ๆ มักจะลงเรือ Cloti กับ Clerith กันเป็นส่วนใหญ่ แต่พอมาจีน กลับเจอแฟน ๆ ที่โฟกัสและไฮป์กันเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคลาวด์กับเซฟิรอธหนักมาก


ใน Rebirth ก็รู้สึกชอบเนื้อเรื่องอดีตของเซฟิรอธก่อนจะเข้าสู่ด้านมืดมาก ฉากย้อนอดีตเหล่านี้ ทำให้เราได้เห็นว่าเซฟิรอธก็เคยมีความรู้สึก มีอารมณ์แบบมนุษย์ธรรมดา และภูมิใจมากที่ทีมงานนำเสนออกมาได้ลึกซึ้ง ทำให้คนเข้าใจเซฟิรอธมากขึ้น


Q6 ฮามากุจิถามแฟน ๆ กลับว่า พวกคุณล่ะ ชอบฉากไหนของเซฟิรอธมากที่สุด?


แฟน ๆ ชาวจีนคนนึงตอบ ฉากเปิดเทรลเลอร์ของ Part 3 นี้เลย!! ฉากที่เซฟิรอธโอบอุ้มคลาวด์ไว้ แล้วด้านล่างมีพวกชุดคลุมดำเต็มไปหมด ทรงพลัง สมความหมายของเซฟิรอธ และแสดงความสัมพันธ์อันทรงพลังได้ดีที่สุด ช่วยทำฟิกเกอร์ ท่าอุ้มนี้ ออกมาขายด้วยนะ!!


ฮามากุจิหัวเราะ แล้วบอกว่าจะเอาไปบอกทีม merchandise นะ




งานแฟนมีตติ้งที่เซียงไฮ 14 มิ.ย. 2026

Bailian ZX Creative Centre in Shanghai 



อาหวังเปิดมาทักทายทุกคนเป็นภาษาจีน เรียกเสียงปรบมือจากทุกคน จนพิธีกรแซวว่าเป็นมาสเตอร์ภาษาจีนไปแล้วนะเนี่ย

พิธีกรบอกกิจกรรมวันนี้ก็เหมือนกับเมื่อวาน จะแบ่งเป็น 3 ช่วง คือพูดคุยเรื่องชีวิตประจำวัน ถามเรื่องเกี่ยวกับเกม แล้วก็สุ่มคำถามจากแฟน ๆ

พิธีกรบอกว่าจริง ๆ เมื่อวานกำหนดเวลาไว้ 2 ชั่วโมง แต่มันลากยาวไปจนถึง 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นพอกลับโรงแรมแล้วได้นอนพักผ่อนเพียงพอมั้ย?

อาหวังบอกว่า นอนได้ที่ไหนกัน มีงานฝั่งญี่ปุ่นต้องสะสางต่อจนดึก แต่ถึงจะเหนื่อย แต่ก็ประทับใจมากนะ หลังจากไปร่วมกิจกรรมกับคอมมูฯ แฟนเกมหลายประเทศ พอมาจีนนี่ สิ่งที่อเมซซิงมากคือ แฟนเกมส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงรุ่นใหม่ (วัยรุ่น)

พิธีกรก็บอกว่ามองไปนี่ แถวหน้า สาว ๆ ทั้งนั้นนนนนน

พิธีกรถามว่า การมานั่งแท่น ผกก. เนี่ย ท่าจะกดดันเครียด ล้า แล้วหวังมีวิธีคลายเครียดยังไงบ้าง?

อาหวังบอก ผมค่อนข้างแปลกนะ คือในหัวคิดเรื่องงานตลอด เสาร์อาทิตย์ก็นังนั่งทำงาน แต่ในฐานะ creator ก็ต้องเสพสื่อบันเทิงใหม่ ๆ เข้าตัวเสมอ วันว่างก็เลยไปดูหนังบ้าง นั่งเล่นเกมบ้าง เพื่อศึกษา และหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ

อาหวังกล่าวต่อว่า แต่วิธีคลายเครียดที่ดีที่สุดจริง ๆ คือออกมาเจอแฟน ๆ แบบวันนี้แหละ ได้เห็นว่าสิ่งที่ตัวเองทุ่มเทสร้างขึ้นมา มันส่งอิทธิพล และได้รับความรักจากพวกคุณมากมายแค่ไหน เป็นยาใจ ที่ช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้าได้ดีที่สุด

พิธีกรถาม ถ้าพวกคลาวด์ ได้หลุดมาในโลกความจริงเนี่ย คิดว่าใครจะเป็นกูร์เมต์ตัวยง? ใครที่จะสรรหาของอร่อยเก่งสุด

อาหวังแปลกใจว่าคำถาม ห. ไรเนี่ย? แล้วบอกว่าน่าจะเป็นยุฟฟี เพราะอีหนูนี่มีความอยากรู้อยากเห็นเกินร้อย ชอบลองของใหม่ไปเรื่อย ยุฟฟีน่าจะพุ่งเข้าใส่ร้านใหม่หมด แดกเรียบตั้งแต่มิชลินยันเปิปพิสดาร ไม่มีหวั่นอยู่แล้ว

อาหวังอธิบายต่อ ถ้าเป็นแอริธนี่คง เปิดลายแทง เช็ครีวิว ข้อมูล ทำการบ้านมาก่อน แล้วค่อยจิ้มร้านเด็ด ดังนั้น ถ้าให้แอริธเลือกร้าน น่าจะได้ร้านดีกว่า

ส่วนคลาวด์ ก็คงพูดจะ “เคียวมิไนเนะ” (ไม่สนใจ) แล้วก็โดนคนอื่นลากไปกินไปด้วยประสาแก

พิธีกรแปลแล้วหันไปถามแฟน ๆ ว่าคิดว่าใครจะเลือกร้านได้อร่อยสุดกัน?

เสียงสาว ๆ ท่านหนึ่งตอบ บาร์เร็ตโตะะะ

อาหวังบอก แบร์เร็ตก็น่าคิดนะ ปกติหมอนี่เป็นคนพิถีพิันรสชาติ สารอาหาร และเป็นรุ่นใหญ่ในกลุ่ม น่าจะเข้าใจวัฒนธรรมอาหารจากทั่วโลก และอาจดูร้านลับเด็ด ๆ ก็ได้

หลังจากนั้น ก็เปิดคลิปเทรลเลอร์ ให้ทุกคนดูพร้อมกัน

พิธีกรถาม สิ่งสำคัญในการบาลานซ์ การรักษาความทรงจำล้ำค่าของแฟนเกมรุ่นเก่า กับการดึงดูดใจผู้เล่นหน้าใหม่คืออะไร

อาหวังก็บอกว่าต้องใส่รายละเอียดที่ตัวเกมต้นฉบับยุคนู้นไม่สามารถทำได้เพราะข้อจำกัดทางเทคโนโลยี มาขยายและเติมเข้าไป และอีกมุมหนึ่ง ถ้าทำเหมือนเดิมเป๊ะ 100% โดยไม่มีอะไรพลิกแพลง ก็คงไม่สามารถดึงความสนใจหรือความอยู่รู้อยากเห็นให้ติดตากมันไปจนจบ 3 ภาคได้แน่

นั่นคือสาเหตุที่ต้องใส่สิ่งใหม่ ๆ ลงไป อย่างการเพิ่มช่วงเวลาที่ได้ควบคุมแซ็ค ใส่ฟีลเลอร์ เข้ามาเพื่อคอยเตือนให้รู้ถึงเส้นชะตากรรมเดิม และเพิ่มองค์ประกอบใหม่ ๆ ให้สงสัยและคอยติดตามกันว่า Revelation จะจบลงอย่างไร



พิธีกรถามว่าการที่ตอนเด็ก ๆ เป็นแฟนเกม FFVII แล้วตอนนี้กลายมาเป็นหัวหน้าทีมสร้างซะเอง ความรู้สึกในใจเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้าง?

อาหวังตอบ ที่ต้องย้ำเตือนตัวเองบ่อย ๆ คือ จะเอาความชอบส่วนตัวมาตัดสิน แล้วทำให้มันกลายเป็น “เกม Fan Made” ตามใจตัวเองไม่ได้ ต้องดูว่าแฟน ๆ คาดหวังอะไร ตีความ รังสรรค์ยังไงให้คนส่วนใหญ่มีความสุขและยอมรับมัน

พิธีกรถามระหว่างวินเซนต์และซิด ชอบใครมากกว่ากัน?

มีเสียงคนหัวเราะกันใหญ่แทรกขึ้นมาตอนเห็นคำถาม จนอาหวังถามว่าขำมุกอะไรกันเหรอ เขาตามไม่ทัน? แล้วก็มีแฟนบอกว่าขำไอ้ท่าโดดร่มดิ่งพสุธาของวินเซนต์

อาหวังตอบว่า ในออริจินอล วินเซนต์เป็นตัวละคร optional จะพาเข้าทีมหรือไม่ก็ได้ แต่ในภาคนี้ เรื่องราวเบื้องหลังจะถูกถ่ายทอดอย่างถี่ถ้วนและเข้มข้น ส่วนถ้าถามว่าชอบใครมากกว่ากัน ในแง่ระบบต่อสู้ วินเซนต์มีสเน่ห์และเล่นเข้ามมือมาก ๆ นี่คือข้อสรุปจากการเล่นไป 40 รอบแล้วเลย

พิธีกรถามว่ามีความเห็นจากแฟน ๆ อันไหนมั้ย ที่ทำให้ได้แรงบันดาลใจใหม่ ๆ?

อาหวังตอบ หลายเรื่องเลยนะ เมื่อวานได้พูดเรื่อง Trophy ไปแล้ว วันนี้เอาเรื่องอื่นบ้างละกัน “มินิเกมเยอะไปมั้ยยย?” ซึ่งแฟน ๆ ชาวจีนที่นั่งอยู่ก็คงคิดเหมือนกันใช่มั้ย? ตอนที่เปิดตัวเกมในงาน SGF ก็โดนสื่อยิงคำถามแทงใจแบบนี้ตอนสัมภาษณ์เช่นกัน ก็ตอบสวนกลับแบบหนักแน่นไปเลยว่า โปรเจคท์รีเมคเป็นการทำเพื่อเคารพต้นฉบับ และตัวเกมออริจินอลก็มินิเกมเยอะจัดอยู่แล้ว ดังนั้น เราจะไม่ตัดไม่ลดมินิเกมลงเด็ดขาด!! ฯลฯ ตอนแรกก็นึกว่าจะโดนแฟน ๆ จับแขวนสวดยับแล้ว แต่กลายเป็นว่ากระแสตอบรับออกมาเป็นบวก เลยโล่งอกหน่อย

แต่ถึงอย่างนั้น…. (อธิบายเรื่องปรับความยากมินิเกมได้ กด Skip แล้วเอารางวัลไปเลยได้)

สื่อถามว่า Remake และ Rebirth ตอนแรกติดสัญญา exclusive กับ PlayStation แล้วทำไมในภาคนี้ถึงตัดสินใจปล่อยลงทุก platform พร้อมกัน?

อาหวังตอบ ในฐานะคนสร้าง เราไม่ได้สนใจหรอกว่าคนเล่นจะเล่นบนเครื่องไหน ความสุขของเราคือการได้เห็นผู้เล่นมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยไม่เกี่ยง platform อีกอย่าง แต่ละภูมิภาคมีวัฒนธรรมการเล่นเกมไม่เหมือนกัน อย่างในจีน คนเล่นเกมบน PC มากกว่า ดังนั้น ถ้าเกิดออกเกมบน PC ทีหลัง ทำให้กลุ่มผู้เล่น PC ไม่สามารถจอยนั่งร่วมโต๊ะพูดคุย สปอยล์ ไฮป์ไปพร้อมฝั่นคอนโซลได้ มันก็คงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่

ด้วยเหตุนี้ แม้จะทยอยพอร์ต Remake Rebirth ลง PC ในภายหลังแล้ว ก็ประกาศภาคนี้ลงทุก platform พร้อมกันตั้งแต่วันแรกทั่วโลกไปเลย ให้แฟน ๆ จากทุกภูมิภาคทั่วโลก ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ไปพร้อม ๆ กัน

พิธีกรถามต่อ ในภาค Rebirth เนี่ย ตัวเกมยาวอัดแน่นเกินกว่า 100 ชั่วโมง แล้วก็มีการถกเถียงเรื่องความหนาแน่นของคนเทนต์ และจังหวะการดำเนินเรื่อง ในภาค Revelation จะปรับปรุงจุดนี้ยังไงบ้าง?

อาหวังตอบ Open World ใหญ่ไพศาลกว่าเดิม แต่ไม่มีการลดความหนาแน่น ปริมาณคอนเทนต์มากกว่าหรือเท่ากับ Rebirth (แล้วก็พูดเรื่องการจัดประเภท Reward ให้สอดคล้องกับคอนเทนต์ที่ทำ คอนเทนต์สู้ก็ได้ของที่อัปเกรดด้านการต่อสู้ คอนเทนต์มินิเกมก็ได้สกิน เป็นต้น) แต่อยากจะบอกว่าตอนทำ Rebirth เนี่ย ก็จบเกมไปเยอะมากเหมือนกันนะ ตอนเทสเกมเนี่ย

พิธีกรถามว่ากี่รอบล่ะ?

อาหวังตอบ 50-60 รอบได้มั้ง แต่ต้องอธิบายก่อนว่า ตัวเกมมันไม่ได้เสร็จสมบูรณ์ 100% ตั้งแต่การเทสรอบแรก มันค่อย ๆ สร้างและประกอบขึ้นมา ดังนั้นการจบเกม Rebirth รอบแรก ๆ เลยใช้เวลาไม่นาน จึงหมายความว่า ไม่ได้จบเกมแบบ 100+ ชั่วโมงไปซะทุกรอบ

พิธีกรถาม การแบ่งเกมเป็นไตรภาค มีข้อดีข้อเสียยังไง ถ้าย้อนเวลากลับไป ยังจะทำเป็น 3 ภาคมั้ย?

อาหวังตอบ ยังไงก็เลือกทำ 3 ภาคเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง ตอนนี่ที่ทำมาถึงภาค 3 แฟน ๆ คงเห็นภาพและเข้าใจแล้วว่าทำไมต้องแบ่ง ถ้าเราประยุกต์เอาตัวเกมออริจินอลของ PS1 มาถ่ายทอดด้วยกราฟิก ความสมจริงในมาตรฐานปัจจุบัน แล้วยัดทุกอย่างลงภาคเดียวจบ ผลลัพธ์ที่ได้คือ เราคงต้องตัดทอนเนื้อหาออกไปเยอะมาก จนเกมกลายเป็นแค่ เวอร์ชั่น Digest แน่นอน

ส่วนข้อดี ตอนเปิดตัวเกมใน SGF แฟน ๆ ทั่วโลกก็พากันตื่นเต้น การที่พวกเราสามารถหล่อเลี้ยงความตื่นเต้นของแฟน ๆ ทั้งโลก ให้ต่อเนื่องมาได้ยาวนาน มันก็เป็นข้อพิสูจน์ว่าแนวทางและสิ่งที่เราเลือกเดิน มันประสบความสำเร็จในแบบของมัน

พิธีกรถาม ถ้าต้องไปขาย Revelation ให้ผู้เล่นยุคเก่าที่เล่นออริจินอลมาแล้ว จะขายยังไง?

อาหวังตอบจริง ๆ ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้คงทราบกันดีกว่าโปรเจคท์ Remake ถูกออกแบบมาให้ทั้งคนที่เคยจับและไม่เคยจับ FFVII ออริจินอลมาก่อน ก็สนุกได้ แต่คนที่เคยเล่นมาก่อน จะได้เปรียบตรงคุณจะลุ้น เดาในใจ ว่าจุดนั้นจุดนี้ มันจะเปลี่ยนไป หรือมันจะเหมือนเดิมกันนะ?

อีกเรื่องนึงคือตอนที่ FFVII ออริจินอลวางจำหน่าย มันสร้างปรากฏการณ์ ความคลั่งไคล้ไปทั่วโลก แล้วตอนนี้ตัวเกมภาค Remake ก็เดินทางมาถึงบทสรุปแล้ว ยิ่งเราลงทุก platform พร้อมกันทั้งโลกตั้งแต่วันแรก ผมเชื่อว่าความกระหึ่มรวมพลังของเกมเมอร์ทั่วโลกยุคนี้ มันจะทรงพลังยิ่งกว่าที่เราเคยสัมผัสกันมาเมื่อครั้งวันวาน ในฐานะผู้กำกับ ความตั้งใจสูงสุดของผมคือการสร้างความรู้สึกตื่นเต้นแบบที่เคยประสบกันมาในอดีตนั้นอีกครั้ง และสัมผัสมันร่วมไปกับทุกคน ในปัจจุบันนี้ให้สำเร็จ

อาหวังแนะนำถึงเด็กรุ่นใหม่ที่อยากเข้ามาเป็น Dev ว่าอย่าไปจำกัดตัวเองแค่กรอบวัฒนธรรมหรือรสนิยมประเทศตัวเอง ให้เปิดใจกว้าง และมองด้วย Global Perspective วิสัยทัศน์ระดับสากล

ถ้าต้องเลือกระหว่างการมี Skill กับ Passion ขอเลือก Passion เพราะ Skill มันสามารถพัฒนาได้ถ้ามี Passion มากพอ

กับโปรเจคท์นี้ ทีมงานต้องอยู่กับมัน 10+ ปี ต้องคอยจุดไฟ ประคอง Pssion ให้กันมาต่อเนื่อง มันยากและท้าทายมาก



พิธีกรบอกหมดช่วงคำถามเกี่ยวกับเกมแล้ว ต่อไปเป็นการล้วงกล่องตอบคำถามจากแฟนเกม

อาหวังบอกเป็นช่วงหายใจไม่ทั่วท้องเลย เมื่อวาน 5 คำถามก็เจอคำถามสปอยล์หรือแทงใจดำไปแล้ว 3-4 ข้อ

อาหวังล้วงหยิบคำถามส่งให้พิธีกรอ่าน ใน Rebirth คลาวด์และเซฟิรอธมี Synergy Ability 1 ท่า ทั้งที่จริง ๆ ต้องมีกันคนละ 2 ท่า นั่นหมายความว่าทีมงานได้สร้างท่า Synergy ท่าที่ 2 ของคู่นี้เอาไว้ และเราจะได้กดใช้กันใน Revelation ใช่มั้ย?????

แฟนจีนก็แซวว่าเมื่อวานก็มีแฟนผู้หญิงถามเรื่องเซฟิรอธคลาวด์แบบนี้กันมา

อาหวังก็ตอบตามระเบียบว่ามันยังเป็นเรื่องที่พูดไม่ได้ พวกเขาจะได้กลับมาร่วมกันสู้รึเปล่า ก็ไปลุ้นดูเอง

ฮามากุจิขอเช็คประชากรแฟนคลับเซฟิรอธ ช่วยยกมือกันหน่อยยยย แล้วแฟน ๆ ก็ยกมือกัน

คำถามที่ 2 ทำไมจนถึงตอนนี้ คลาวด์ยังไม่ได้มี romantic relationship ที่ชัดเจนหรือลงเอยกับใครอยากเป็นทางการ ทีมงานตั้งใจปล่อยคลุมเครือ เพื่อให้คนเล่นตัดสินใจเองรึเปล่า?

อาหวังบอกไม่ใช่แค่อยากให้เลือกเองหรอก มันเป็นสเน่ห์ของสื่อบันเทิงอยู่แล้ว ในการเหลือพื้นที่ให้ผู้เล่นได้จินตนาการกันเอง มันคือความสนุกของการเสพงาน

FFVII มีตัวละครไอคอนิกที่ได้รับจากแฟน ๆ มากมาย จะไปขีดเส้นล็อกคำตอบให้มันชัดเจน มันคงไม่ดีเท่าปล่อยให้ทุกคนไปใช้ความคิด ความรัก ของตัวเอง เชื่อมโยงเอง ตีความเอง แบบนี้มันจะทำให้ผู้เล่นรักและผูกพันเกมได้ยาวนานและง่ายกว่า

อาหวังทักว่า แฟน ๆ ค่อนข้างส่งคำถามเกี่ยวกับตัวละครและความสัมพันธ์ มากมากกว่าระบบเกมเพลย์นะเนี่ย



พิธีกรอ่านคำถามที่ 3 ช่วงหลังมานี้ประเด็นความสัมพันธ์ตัวละคร ได้รับความสนใจมาก แต่ก็มีผู้เล่นอีกกลุ่มไม่ได้สนใจเรื่องรัก ๆ ใคร ๆ หรือการจับคู่จิ้นตัวละครเลย เขาแค่รักในเกมเพลย์ ตัวละคร เนื้อเรื่อง เซตติ้งของโลก ทว่าการพูดคุยในโลก Social ปัจจุบันเนี่ย เวลาผู้เล่นสายเกมเพลย์อยากแสดงความเห็นเกี่ยวกับตัวละครตามมุมมองของเขา ทว่าพวกเขากลับโดน Shipper ถล่มรุมด่า หรือกีดกัน เพราะไม่ได้อวยเรือเดียวกัน คำถามคือ ทีมงานรับรู้ถึงความ toxic ในคอมมูฯ บ้างมั้ย? สำหรับผู้เล่นที่อยากโฟกัสและสนุกไปกับตัวเกมเพียว ๆ โดยไม่ยุ่งดราม่าคู่จิ้นเนี่ย ทีมงานมีแนวทางดูแล เซฟความรู้สึกพวกเขาอย่างไร

อาหวังบอกว่า คำถามนี้ ถ้าตอบผิด ทัวร์ลงแน่กู ขอตั้งสติแป๊ป

อาหวังทวนคำถามว่า บน internet ตอนนี้มันมีสงครามระหว่างกองเรือ และกับคนที่แค่อยากเล่นเกมเพลย์สินะ

แล้วก็ตอบว่ารับรู้ดีอยู่แล้ว ของมันเห็นเต็ม ๆ ตา แต่มันไม่ใช่แค่กับ FFVII หรอก งานบันเทิงทุกเรื่องบนโลก มันก็มีแฟนที่ผูกพันลึกซึ้ง จนเกิดแรงเชียร์หลากหลาย ฉะนั้น การที่มีทั้งคนที่บอกว่าชอบตัวละครนี้ หรือเนื้อเรื่องและเซตติ้งมันเป็นแบบนี้ หรือแม้กระทั่งกลุ่มคนที่บอกว่า เลิกคุยเรื่องคู่จิ้นเถอะ มาคุยเรื่องระบบเกมกันดีกว่า การที่คนหลายกลุ่มหยิบผลงานชิ้นเดียวกันมาถกเถียงวิเคราะห์ในมุมมองที่ต่างกันมหาศาลได้เนี่ย ในฐานะคนสร้างงานบันเทิง ผมมองว่ามันคือเรื่องดี วิถีที่ควรจะเป็น ของงานบันเทิงอยู่แล้ว

อย่างถ้าเป็นญี่ปุ่น คอมมูส่วนใหญ่จะถกเถียงกันหนักในฝั่ง คลาวด์คู่แอริธ หรือคลาวด์คู่ทิฟา

แต่เมื่อวาน พอเจอคอมมูฯ ฝั่งจีนวันแรก กลายเป็นว่า แฟน ๆ ชาวจีนเชียร์คู่คลาวด์เซฟิรอธเยอะมากแบบเห็นได้ชัด อันที่จริงแฟนคลับสายนี้ที่ญี่ปุ่นก็คงมี แต่ที่จีนนี่เยอะกว่าญี่ปุ่นแบบเทียบกันไม่ได้ แม้หลังจบงาน ในโลก Social จะมีแฟนจีนเมนต์ว่า เฮ้ย ผกก. แฟนจีนไม่ได้ชอบ คลาวด์เซฟิรอธกันหมดทุกคนนะโว้ย!! แต่การที่คอมมู มีมุมมองหลากหลายเนี่ย ผมว่ามันเป็นเรื่องดีแล้ว

พิธีกรอ่านคำถามข้อ 4 ถ้าคลาวด์แต่งครอสเดรส แล้วเซฟิรอธมาเห็น เซฟิรอธจะรู้สึกยังไง? แล้วคลาวด์จะอายจนหน้าไหม้เลยมั้ย?

อาหวังบอก คำถามนี้ยากกว่าดีไซน์ระบบเกมอีกกกกกก ขอใช้จินตนากาวแป๊ป

อาหวังบอกเซฟิรอธเข้ามาแทรกแซงและหลอกหลอนคลาวด์ในฐานะปมฝังใจในอดีตตั้งแต่ต้นเกมเลย ถ้านึกตามเหตุและผลแล้ว การที่เซฟิรอธจะรับรู้เรื่องคลาวด์ในสภาพแต่งหญิง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และเป็นไปได้อยู่

แต่ถ้าถามว่าคลาวด์จะรู้สึกยังไงที่โดนเซฟิรอธเห็นเนี่ย? ตอบยากจัง ขอถามแฟน ๆ ในห้องนี้กลับละกันว่า จะรู้สึกยังไง?

แฟนกลุ่มนึงบอกว่าคงแทรกแผ่นดินหนี….

แฟนอีกกลุ่มบอกว่าด้วยความแค้น ก็จะคว้าปังตอขึ้นมาสู้ทันที ไม่สนชุด

อาหวังบอกว่า ตอนแอริธเห็นคลาวด์แต่งหญิงในออริจินอล คลาวด์ยังอายม้วนทำตัวไม่ถูก งั้นสรุปคำตอบเลยแล้วกัน ไม่ว่าใครเห็นคลาวด์สภาพนั้น คลาวด์มันก็อายแทบตายอยู่ดีนั่นแหละ!!

พิธีกรอ่านคำถามสุดท้าย เซฟิรอธมักเรียกแดกดันคลาวด์ซ้ำ ๆ ว่าตุ๊กตาที่น่าสงสาร คำถามคือเซฟิรอธได้ซ่อนความรู้สึกเวทนา ผูกพันลึกซึ้ง ต่อคลาวด์ไว้ในใจรึเปล่า?

อาหวังปวดตับยิ่งกว่าเดิม และบอกว่าอารมณ์เชิงลึกตัวละคร เป็นสิ่งที่ผู้เล่นควรตีความรับรู้ผ่านการเสพเกมเอง ในฐานะผู้สร้าง การมาประกาศฟันธงว่าใครคิดอะไรให้ชัดเจน มันทำลายสเน่ห์ของเกม

แต่เรื่อง ตุ๊กตาที่น่าสงสารเนี่ย พูดแล้วก็อยากยกประโยคทองของแอริธที่เมื่อวานพูดไปแล้วให้ฟังอีกรอบ ที่เธอบอกว่า คำว่าชอบมันก็มีหลากหลาย…. ประโยคนั้นแหละครอบคลุมทุกอย่างไว้แล้ว ฉะนั้นความรู้สึกของเซฟิรอธ มันอาจจะเวทนาจริง ๆ หรือมีความซับซ้อนดำมืดลึกซึ้งอยู่ในนั้นก็ได้ ก็ลองไปหาคำตอบ ตีความกันเอง

พิธีกรแซวว่าคำถามวันนี้เดือดกว่าเมื่อวานอีก

อาหวังบอกว่า คนที่นั่งไม่ติดเก้าอี้ที่สุด น่าจะทีม PR ที่บริษัทมากกว่า (หัวเราะ)

ไม่มีความคิดเห็น