สรุปเนื้อเรื่อง Captain Tsubasa Dream Team: Next Dream Part 8
- ณ ลา ปิเนตินา ศูนย์ฝึกซ้อมของสโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลาน
- อิชิซากิกำลังเหงื่อแตกกับการที่ ทุกคนในทีมอินเตอร์ฯ มีสปีดและเทคนิคเหนือกว่าเขาด้วยกันทั้งหมด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ดีใจได้ไปเล่นโอลิมปิก มาตอนนี้รู้สึกตัวเองเป็นแค่ฝุ่นใต้ตีนคนอื่น... รู้สึกไม่ใช่ที่ของกูเลย
- อาโออิบอกว่าเขาเองก็ประหม่าเหมือนกัน เขาเคยเล่นให้ทีมเยาวชนของอินเตอร์ฯ แต่อันนี้มันทีมชุดใหญ่แล้ว
- อิชิซากิก็ดีใจ พึ่งเคยมาใช้ชีวิตต่างแดนครั้งแรก อย่างน้อยก็มีคนคุ้นเคยอยู่ใกล้ตัวแบบนี้ก็ดี
- แล้วดิโน เฮอร์นานเดซ (ที่ชื่อมาจากดิโน ซอฟฟ์) ก็ออกมาต้อนรับ พ่นภาษาอิตาลีใส่ แล้วบอกว่า "นี่เป็นวันแรกของพวกนายนี่นา ผ่อนคลาย ๆ รีลาสซาซี!" (ทำตัวตามสบาย)
- อิชิซากิฟังที่ดิโนพูดไม่ออกหรอก ต้องให้อาโออิเป็นวุ้นแปลภาษาให้ พอเข้าใจแล้วอิชิซากิ ก็ "กราซี! กราซี!" กลับไป
- อาโออิบอกว่ายังไม่ค่อยเข้าใจภาษาอิตาลีสินะ ไว้เขาสอนให้ได้นะ
- อิชิซากิก็กังวล
"ไม่ได้ทั้งภาษา ไม่ได้ทั้งฝีเท้า..."
"ขนาดเฮียวงะยังเคยโดนปล่อยยืมตัวไปไกล ๆ"
"เลยแล้วกูจะรอดมั้ยยย"
"กูเองก็อาจจะโดนปล่อยยืมแบบนั้นรึเปล่า?"
"มันต้องใช่แน่ ๆ!!"
- ไม่กี่วันต่อมา หลังอิชิซากิไปบ่นให้ยูคาริฟัง แล้วได้รับการปลอบใจจากภรรยาที่ยังเป็นข้าวใหม่ปลามันกัน อิชิซากิก็มาซ้อมพิเศษกับอาโออิ
อิชิซากิ
"กูอาจไม่ได้มีพรสวรรค์ฟ้าประทาน"
"แต่กูก็เป็นตัวแทนประเทศแต่ละครั้ง..."
"มาด้วยความพยายามล้วน ๆ"
"ตอนนี้กูอาจจะเป็นผู้เล่นที่อ่อนที่สุดในอินเตอร์ก็เป็นได้"
"แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างให้กูหยุดพยายาม..."
"กูจะพยายามพัฒนาตัวเองต่อไป อย่างที่เคยทำมาตลอด"
"เราต้องฝึกฝนกันให้มากกว่าที่เคย"
- ว่าแล้วก็มีนักเตะสวีเดนรูปร่างสูงใหญ่ ไว้ทรงผมท็อปน็อต มีหนวดเคราน่าเกรงขาม ก็ปรากฏตัวขึ้นมา เค้าบอกว่า...
"ได้ยินว่าพวกญี่ปุ่นชอบทำงานกันหนัก"
"แต่สำหรับนักเตะอาชีพ"
"การปล่อยให้ร่างกายฟื้นตัวทัน ก็เป็นสิ่งสำคัญ"
- อาโออิตอบพี่ยักษ์คนนั้นกลับไป
"รู้น่า! แต่สำหรับพวกเราแล้ว"
"การฝึกฝนสำคัญที่สุด"
"ไปวิ่งรอบสนามกันอีกรอบ อิชิซากิซัง"
"รู้น่า! แต่สำหรับพวกเราแล้ว"
"การฝึกฝนสำคัญที่สุด"
"ไปวิ่งรอบสนามกันอีกรอบ อิชิซากิซัง"
- เฮคเตอร์ คูเปอร์ กุนซือทีมอินเตอร์มิลาน ก็มองเห็นความพยายามของอาโออิและอิชิซากิ แต่ก็นะ ทุกอย่างอยู่ที่ผลงาน
- อินเตอร์ฯ ใกล้ลงเตะกัลโชนัดแรกของฤดูกาลแล้ว สโมสรได้นัดแข่งแมตช์ฝึกซ้อมกับอีกทีมนึง (ไม่มีการเปิดเผยชื่อ) แล้วนักเตะก็รู้กันเองว่า คูเปอร์น่าจะดูผลงานจากแมตช์นี้ เพื่อใช้คัดนักเตะตัวจริง สำรอง และคนที่จะไม่ได้เป็นแม้แต่สำรอง
แล้วเดี๋ยวในอีกหลายตอน พี่ยักษ์สวีเดนคนนั้น จะกลับมาาาาา
แล้วเดี๋ยวในอีกหลายตอน พี่ยักษ์สวีเดนคนนั้น จะกลับมาาาาา
- ณ ลา ปิเนตินา ศูนย์ฝึกซ้อมของสโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลาน
- โค้ชเฮคเตอร์ คูเปอร์ จัดแมตช์ฝึกซ้อมระหว่างอินเตอร์กับอีกสโมสรหนึ่ง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดฤดูกาล โดยในแมตช์ฝึกซ้อมนี้ ดิโน เฮอร์นานเดซ กับอาโออิได้เป็นตัวจริง ส่วนอิชิซากิเป็นตัวสำรอง
- อาโออิ แสดงฝีเท้าการกระชากลากเลี้ยง ลูกหลอกมุมฉากอย่างอร่อย แสดงผลลัพธ์ของการไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่สโมสรอัลเบเซและการแข่งขันโอลิมปิกมา
- คูเปอร์มองอาโออิแล้วก็คิดว่า คล่องแคล่วว่องไว แต่เตี้ยไปหน่อย ในลีกสูงสุดแบบนี้ แค่ความเร็วอย่างเดียว มันไม่เพียงที่จะเอาตัวรอด
- อาโออิทำประตูในแมตช์ฝึกซ้อมได้ 1 ลูก ก่อนที่โค้ชจะเปลี่ยนอิชิซากิ ลงไปวาดลวดลายบ้าง
- แต่อิชิซากิ ก็ยังคงเป็นอิชิซากิ ลงไปเล่นแบบวิตกจริต ซุ่มซ่าม เล่นไม่ออกอย่างที่เคย
- อาโออิพยายามช่วยชงให้ ด้วยการป้อนบอลให้อิชิซากิ แต่อิชิซากิ ก็จับบอลลั่น ไปเข้าตีนอีกฝ่าย โดนฉกไป
- ทว่าอีกฝ่าย ก็ยิงไปติดเซฟของดิโน
- หลังจากนั้นอาโออิก็วิ่งไม่มีหมด จนทำให้อินเตอร์ฯ ชนะแมตช์ฝึกซ้อมไป 2-0
- ส่วนอิชิซากิ ทำอะไรไม่ได้ แล้วก็โดนเปลี่ยนออกไปทั้งแบบนั้น คูเปอร์ก็เห็นว่าอิชิซากิไม่พร้อม ไม่มีสมาธิ ทำอะไรผิดพลาดไปหมด ถ้ายังเล่นแบบนี้ต่อไปอีก คงจะต้อง….
- พอกลับมาถึงห้องแต่งตัว อิชิซากิคิดว่าตัวเองมีแต่เป็นตัวถ่วงทีม ขืนเป็นแบบนี้ โดนปล่อยยืมแน่กู
- ทั้งดิโนและอาโออิ เห็นเหมือนกันว่าอิชิซากิมันเกร็ง กดดัน จนประสาทเสียไปเอง
- วันนั้นอิชิซากิกลับบ้านมา หายูคาริ ยูคาริก็ถามว่าแมตช์ฝึกซ้อมวันนี้เป็นไงบ้าง
- อิชิซากิก็ตอบสั้น ๆ ห้วน ๆ ว่าดี ดี ดี
- แต่ยูคาริมองหน้า ก็รู้แล้วว่าความจริงเป็นยังไง อิชิซากิเลยสารภาพกังวลว่าก็เกร็งจนแค่จับบอลยังลั่นเลย
- ยูคาริเห็นว่าอิชิซากิรู้อยู่แล้วว่าตัวเองเป็นยังไง และต้องแก้ยังไง เหลือแค่ทำให้ได้ ก็เลยทำกับข้าวให้กินและให้กำลังใจ
- อิชิซากิก็ตั้งใจว่า วันนี้พลาด แต่พรุ่งนี้ก็จะพยายามให้มากกว่าเดิม จะพยายามให้หนักขึ้นทุก ๆ วัน
- วันถัดมา ในการซ้อมของอินเตอร์ฯ อิชิซากิกลับมาซ้อมอย่างสดใสแล้วพยายามตะโกนเรียกบอล ดิโนกับอาโออิก็ค่อยเบาใจหน่อยที่มันไม่เหี่ยว
- โค้ชคูเปอร์ตั้งใจว่าจะลองใช้อิชิซากิในแมตช์ฝึกซ้อมอีกสักครั้ง แต่ถ้ายังไม่เวิร์กอีก ก็จะไม่ให้โอกาสแล้ว
- ในแมตช์ฝึกซ้อมครั้งที่ 2 กับทีมอื่นอีกครั้ง อิชิซากิพยายามวิ่งไล่บอลไม่มีหยุด เหงื่อแตกพลั่ก หายใจแทบไม่ทัน จนตัดบอลได้ แล้วเปิดบอลให้อาโออิบุกสวนกลับ (แต่ดิโนก็คิดว่า ถ้าเล่นแบบนี้ตลอดไม่นาน ลมหมดปอดแน่นอน)
- แมตช์ฝึกซ้อมที่ 2 นี้ จบลงด้วยอินเตอร์ฯ ชนะ 3-0 โดยอาโออิยิงได้หนึ่งลูกอีกครั้ง
- คูเปอร์ประเมินอิชิซากิว่าก็ป้องกันได้ดี ไม่ได้มีลูกเหนือชั้นอะไร เพียงแต่อาศัยพลังวิ่งไล่ไม่มีหมด แหม่ เกือบจะปล่อยตัวให้ลีกล่างยืมแล้ว แต่เก็บไว้ก่อนก็ได้
- โค้ชเฮคเตอร์ คูเปอร์ จัดแมตช์ฝึกซ้อมระหว่างอินเตอร์กับอีกสโมสรหนึ่ง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดฤดูกาล โดยในแมตช์ฝึกซ้อมนี้ ดิโน เฮอร์นานเดซ กับอาโออิได้เป็นตัวจริง ส่วนอิชิซากิเป็นตัวสำรอง
- อาโออิ แสดงฝีเท้าการกระชากลากเลี้ยง ลูกหลอกมุมฉากอย่างอร่อย แสดงผลลัพธ์ของการไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่สโมสรอัลเบเซและการแข่งขันโอลิมปิกมา
- คูเปอร์มองอาโออิแล้วก็คิดว่า คล่องแคล่วว่องไว แต่เตี้ยไปหน่อย ในลีกสูงสุดแบบนี้ แค่ความเร็วอย่างเดียว มันไม่เพียงที่จะเอาตัวรอด
- อาโออิทำประตูในแมตช์ฝึกซ้อมได้ 1 ลูก ก่อนที่โค้ชจะเปลี่ยนอิชิซากิ ลงไปวาดลวดลายบ้าง
- แต่อิชิซากิ ก็ยังคงเป็นอิชิซากิ ลงไปเล่นแบบวิตกจริต ซุ่มซ่าม เล่นไม่ออกอย่างที่เคย
- อาโออิพยายามช่วยชงให้ ด้วยการป้อนบอลให้อิชิซากิ แต่อิชิซากิ ก็จับบอลลั่น ไปเข้าตีนอีกฝ่าย โดนฉกไป
- ทว่าอีกฝ่าย ก็ยิงไปติดเซฟของดิโน
- หลังจากนั้นอาโออิก็วิ่งไม่มีหมด จนทำให้อินเตอร์ฯ ชนะแมตช์ฝึกซ้อมไป 2-0
- ส่วนอิชิซากิ ทำอะไรไม่ได้ แล้วก็โดนเปลี่ยนออกไปทั้งแบบนั้น คูเปอร์ก็เห็นว่าอิชิซากิไม่พร้อม ไม่มีสมาธิ ทำอะไรผิดพลาดไปหมด ถ้ายังเล่นแบบนี้ต่อไปอีก คงจะต้อง….
- พอกลับมาถึงห้องแต่งตัว อิชิซากิคิดว่าตัวเองมีแต่เป็นตัวถ่วงทีม ขืนเป็นแบบนี้ โดนปล่อยยืมแน่กู
- ทั้งดิโนและอาโออิ เห็นเหมือนกันว่าอิชิซากิมันเกร็ง กดดัน จนประสาทเสียไปเอง
- วันนั้นอิชิซากิกลับบ้านมา หายูคาริ ยูคาริก็ถามว่าแมตช์ฝึกซ้อมวันนี้เป็นไงบ้าง
- อิชิซากิก็ตอบสั้น ๆ ห้วน ๆ ว่าดี ดี ดี
- แต่ยูคาริมองหน้า ก็รู้แล้วว่าความจริงเป็นยังไง อิชิซากิเลยสารภาพกังวลว่าก็เกร็งจนแค่จับบอลยังลั่นเลย
- ยูคาริเห็นว่าอิชิซากิรู้อยู่แล้วว่าตัวเองเป็นยังไง และต้องแก้ยังไง เหลือแค่ทำให้ได้ ก็เลยทำกับข้าวให้กินและให้กำลังใจ
- อิชิซากิก็ตั้งใจว่า วันนี้พลาด แต่พรุ่งนี้ก็จะพยายามให้มากกว่าเดิม จะพยายามให้หนักขึ้นทุก ๆ วัน
- วันถัดมา ในการซ้อมของอินเตอร์ฯ อิชิซากิกลับมาซ้อมอย่างสดใสแล้วพยายามตะโกนเรียกบอล ดิโนกับอาโออิก็ค่อยเบาใจหน่อยที่มันไม่เหี่ยว
- โค้ชคูเปอร์ตั้งใจว่าจะลองใช้อิชิซากิในแมตช์ฝึกซ้อมอีกสักครั้ง แต่ถ้ายังไม่เวิร์กอีก ก็จะไม่ให้โอกาสแล้ว
- ในแมตช์ฝึกซ้อมครั้งที่ 2 กับทีมอื่นอีกครั้ง อิชิซากิพยายามวิ่งไล่บอลไม่มีหยุด เหงื่อแตกพลั่ก หายใจแทบไม่ทัน จนตัดบอลได้ แล้วเปิดบอลให้อาโออิบุกสวนกลับ (แต่ดิโนก็คิดว่า ถ้าเล่นแบบนี้ตลอดไม่นาน ลมหมดปอดแน่นอน)
- แมตช์ฝึกซ้อมที่ 2 นี้ จบลงด้วยอินเตอร์ฯ ชนะ 3-0 โดยอาโออิยิงได้หนึ่งลูกอีกครั้ง
- คูเปอร์ประเมินอิชิซากิว่าก็ป้องกันได้ดี ไม่ได้มีลูกเหนือชั้นอะไร เพียงแต่อาศัยพลังวิ่งไล่ไม่มีหมด แหม่ เกือบจะปล่อยตัวให้ลีกล่างยืมแล้ว แต่เก็บไว้ก่อนก็ได้
- ในนัดเปิดฤดูกาลกัลโชซีรีส์ A อินเตอร์มิลานของเฮคเตอร์ คูเปอร์ ตัดสินใจส่งอาโออิออกสตาร์ตเป็นตัวจริง
- อาโออิวิ่งอย่างคึกคัก จนทำ 2 assist ได้ตั้งแต่ครึ่งแรก
- ภาพตัดมาที่หน้าลุงคาลิเมโล เจ้าหน้าที่ดูแลชุดแข่งและอุปกรณ์ของอินเตอร์ฯ ที่ปรากฏตัวในภาคเยาวชนโลก คาลิเมโลกำลังปลาบปลื้มน้ำตารื้นกับผลงานอาโออิ ที่ยังเป็นคนเดิมกับที่เขาเคยเห็นตั้งแต่สมัยยังเป็นวุ้นอยู่ทีมจูเนียร์ของอินเตอร์ฯ ตอนนี้ออกได้สตาร์ตเป็นตัวจริงให้กับเนรัซซูรีแล้ว
- ส่วนอาโออิ นั่งกัดฟันอยู่ลิบ ๆ ตรงที่นั่งคนดู วันนี้ไม่ได้อยู่ในรายชื่อตัวสำรองด้วยซ้ำ
บอ.บู๋
“เอาแล้วครับ จังหวะนี้ซาเน็ตติมองเห็นช่อง”
“แทงบอลทะลุขึ้นมาให้อาโออิ...”
“ได้บอลแล้วครับ!”
“อาโออิพุ่งเข้าใส่แนวรับไปแล้ว”
“ลากเลื้อยฝ่าแนวรับเข้าไปแบบไม่เกรงใจใครเลย!”
“โอ้โห!”
“โกลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล!!”
“อาโออิซัดเสียบตะข่ายไม่มีเหลือ!!”
“นี่แหละครับ”
“เจ้าชายสุริยะของทีมไอ้งูใหญ่”
“เป็นคนลุกขึ้นมาฉายแสง”
“ยิงประตูตัดสินเกม เป็นฮีโร่ในค่ำคืนนี้ได้สำเร็จ!!”
- หลังเกม ภาพอาโออิชูมือฉลองประตูแรกบนลีกสูงสุด ขึ้นหน้า 1 หนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ในแดนมักกะโรนี เจ้าตัวแสดงฝีเท้าได้จนเป็นที่ไว้วางใจของคูเปอร์
- หลายวันต่อมา ที่สโมสรอินเตอร์มิลาน คูเปอร์เรียกอาโออิไปพบที่ห้อง แล้วบอกว่าจะให้อาโออิออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในแมตช์แรกของฟุตบอล ยูฟาแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลนี้ ซึ่งอินเตอร์มิลาน ที่อยู่ในกรุ๊ป H จะต้องฟาดแข้งกับ บาร์เซโลนา ที่ตอนนี้มีซึบาสะเป็นหัวใจของทีม ซึบาสะที่จะเป็นดาวดวงใหม่ของอาซูลกรานา และเป็น “นิวริวัล”
- อาโออิดีใจเนื้อเต้น และบอกคูเปอร์ว่าซึบาสะเป็นไอดอลของเขามาตลอด
- คูเปอร์อธิบายว่าดีแล้ว แต่งานของอาโออิในฐานะมิดฟิลด์ตัวรับ ก็คือ “จับตายซึบาสะ”
- อาโออิก็ยิ้มร่า เขาอยากแข่งขันกับซึบาสะในเกมระดับสูงแบบนี้มาโดยตลอด จะขอลองสักตั้งว่าถ้าพยายามสุดความสามารถแล้ว จะโค่นซึบาสะและบาร์เซโลนาได้มั้ย!
- และแล้ว วันของการลงฟาดแข้งประเดิมฟุตบอลยูฟาแชมเปียนส์ลีก แมตช์แรกของอินเตอร์มิลาน และของบาร์เซโลนาในฤดูกาลนี้ ก็มาถึง โดยแมตช์แรกนี้ อินเตอร์จะเปิดรัง จูเซปเป เมอัซซา (หรือ ซาน ซีโร) ต้อนรับอาคันตุกะ
- อิชิซากิกำลังนั่งหงอยอยู่ตรงอัฒจันทร์คนดู ทั้งที่เป็นแมตช์สำคัญกับบาร์ซา กับซึบาสะ แต่กลับได้เป็นเพียงแค่ผู้ชม
- ยูคาริ ภรรยาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็คอยตบไหล่อิชิซากิ แล้วปลอบวาตอนนี้ต้องอดทนไปก่อน ขนาดซึบาสะเอง ปีแรกที่มาบาร์ซา ก็ไม่ได้เป็นตัวจริงเลยสักหน่อย
- อิชิซากิ เลยหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมา ตั้งใจว่าจะคอยจดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ที่สังเกตเห็นในแมตช์นี้ไว้ เผื่อจะได้ใช้ แล้วก็หวนคิดว่าอาโออิ คอยช่วยเขาปรับตัวกับชีวิตในต่างแดน ยูคาริก็ศึกษาโภชนาการอาหารเพื่อสร้างเสริมให้เขาแข็งแรง เขามาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะทุกคน ดังนั้น ต่อไปก็ต้องพัฒนาจนเป็นตัวสำรอง และได้ลงสนามให้ได้ โอกาสจะต้องมาถึงแน่
- ภาพตัดไปทางในห้องแต่งของของฝั่งอินเตอร์ฯ ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ กัปตันทีม เรียกทุกคนมาล้อมวง รวมพลังปลุกใจ
ฮาร์เวียร์ ซาเน็ตติ
“บาร์เซโลนายังคงขวัญเสีย หลังจากที่โดนเรอัลมาดริดสอนบอลมา”
“แถมตอนนี้ พวกนั้นก็ไม่มีริวัลอยู่”
“มองเหลี่ยมมุมไหน...”
“สภาพพวกเราก็เหนือกว่าเยอะ!”
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
“พอเริ่มเกม”
“เราจะขึ้นนำบาร์ซากันทันที!”
“อดใจไม่ไหวแล้ววววว!”
ดิโน เฮอร์นานเดซ
“ฉันจะไม่ยอมเสียประตูให้บาร์ซาแม้แต่ลูกเดียว”
“ขอรักษาประตูนี้ด้วยชีวิต”
ซาเน็ตติ
“ให้มันได้อย่างงี้สิวะ!”
“ออกไปคว้าชัยชนะในเกมนี้”
“แล้วเปิดประเดิม ชปล. ปีนี้อย่างสวยหรูไปด้วยกัน!”
- หลังจากนั้น นักเตะบาร์ซาฯ และอินเตอร์ฯ ก็ทยอยเดินลงสู่สนาม ซึบาสะที่ไปพักมา 2 สัปดาห์ ตอนนี้กลับมาลงสนามด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
- อาโออิมองหน้าซึบาสะ แล้วก็คิดในใจ
อาโออิ
“ซึบาสะซัง”
“กูแข่งกับซึบาสะครั้งแรกในสมัย ม.ต้น”
“ตอนนั้นผมเกือบหมดไฟกับการเตะบอลไปแล้ว”
“ทว่าตอนนั้นซึบาสะซังบอกผมในช่วงที่ระทมชีวิตอยู่ว่า…”
“ถ้าชอบฟุตบอลจริง ก็อย่าได้ยอมแพ้ซะล่ะ…”
“คำพูดนั้น คือเหตุผลที่ทำให้ผมฟันฝ่าสิ่งต่าง ๆ มาจนถึงตอนนี้”
“ผมถึงเล่นฟุตบอลที่รัก มาตลอดได้”
“จากวันนั้นมา ผมเก่งขึ้น เก่งขึ้นเรื่อย ๆ!”
“ในที่สุดผมก็จะได้สู้กับซึบาสะซัง โดยมีคนทั้งโลกเป็นสักขีพยาน”
“คราวนี้ ไม่เหมือนสมัย ม.ต้น แน่”
“วันนี้ผมจะนำชัยชนะมาสู่อินเตอร์มิลานให้ได้ คอยดูเถอะ!!”
- แล้วเสียงนกหวีดเริ่มการแข่งขันก็เริ่มต้น




Post a Comment