สรุปเนื้อเรื่อง Captain Tsubasa Dream Team: Next Dream Part 7


- วันต่อมาหลังจากที่เรอัลมาดริด เอาเลื่อยไฟฟ้ายัดตูดแล้วไถเข้าไถออก ถล่มบาร์เซโลนาจนไม่เหลือซาก ซึบาสะที่ยังช็อคอยู่ ก็ไปยังสนามซ้อม ลา มาเซีย เพื่อฝึกซ้อมตามลำพัง

- ซึบาสะโทษตัวเองว่าเพราะเขาตัดสินใจผิดตอนก่อนจบครึ่งแรก ทำให้ทีมโดนสวนกลับแล้วตีเสมอ ถ้าพวกเราไม่ตกอยู่ใต้ความกดดันจนขวัญกระเจิงแบบนั้น ลูกที่ 3 และ 4 ก็คงไม่เกิดขึ้น

- ซึบาสะหวนคิดอีกว่า ตอนใกล้จบแมตช์ ขณะที่ทุกคนฝากความหวังไว้ที่เขา แต่ร่างกายเขากลับเคลื่อนไหวไม่ได้อย่างใจคิด นี่มันความผิดชั้นแท้ ๆ บาร์เซโลนาถึงล่มสลาย

- แต่แล้วท่ามกลางห้วงความคิดนั้น เสียงเรียกชื่อซึบาสะ ก็ดังขึ้น

จารย์หลุยส์ อ้วนปรัชญา ฟานกัล
"ซึบาสะ"
"เมื่อคืนคงนอนไม่ดีสินะ"
"ยังคิดถึงเกมกับมาดริดอยู่ใช่ไหม"

ซึบาสะ
"ผมผิดหวังกับการแพ้มาดริดเมื่อวาน..."
"แต่เรายังเหลือเกมอีกมาก"
"ผมต้องฝึกหนักเพื่อแก้ตัวนัดถัดไป"
"เพื่อที่เราจะได้ไม่แพ้หมดรูปแบบนั้นอีก!"

ฟานกัล หลับตาลง
"ซึบาสะ"
"ฟังฉันนะ ฉันต้องการให้นายหยุดทุกอย่าง"
"หนึ่งสัปดาห์"
"ไม่ต้องซ้อม"
"ไม่ต้องคิดเรื่องฟุตบอล"
"ไปพัก"
"นี่คือคำสั่งของโค้ช"

ซึบาสะ
"ห๊ะ"

ฟานกัล
"นายกำลังโทษตัวเองอยู่"
"ฉันรู้"
"นายคิดว่านายเล่นได้ไม่ดีพอ"
"นายคิดว่านายทำให้ทีมแพ้"
"แต่มันไม่ใช่แบบนั้นเลย"
"ปัญหาคือสภาพร่างกายของนาย"
"นายแค่ไม่สามารถแสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้"

ซึบาสะ
"พลังที่แท้จริง..?"

ฟานกัล
"หลังโอลิมปิก... นายแทบไม่ได้พักเลย"
"นายเล่นต่อเนื่องมากเกินไป"
"จนร่างกายนาย ถึงขีดจำกัดแล้ว"
"ฉันควรเห็นเรื่องนี้เร็วกว่านี้"
"มันเป็นความผิดของฉัน"
"ขอโทษนะ ซึบาสะ"

ซึบาสะ
"เรื่องนั้น..."

ฟานกัล
"ฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกล"
"การที่นายจะลงแข่งไปตลอดได้"
"นายจำเป็นต้องฟื้นตัว พักผ่อน"
"ซีซันพึ่งเริ่มต้นเท่านั้น ตอนนี้ยังพอมีเวลา"
"แล้วเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม"
"นายจะกลับมา พาอาซูลกรานากลับไปอยู่ในจุดที่ควรอยู่"
"อย่าลืมซะล่ะ"

ซึบาสะ
"ฮือ...."
"ครับ..."



- คำสั่งของฟานกัล ทำให้ซึบาสะเข้าสู่ช่วงพัก ในบ้านอันว่างเปล่า ที่มีเขาอาศัยอยู่ตัวคนเดียว เพียงลำพัง

- ซึบาสะ เอนหลังลงบนเก้าอี้ตัวโปรด... ก่อนที่น้ำตาจะค่อย ๆ ไหลออกมา

ซึบาสะ
"ฉันผิด... ฉันทำให้ทุกคนผิดหวัง..."
"ทั้งโค้ช..."
"ทั้งริวัล..."
"ทุกคน..."
"ฉันมันโคตร... น่าสมเพช"



- การแข่งขันนัดต่อมากับ บาเลนเซีย เริ่มต้นขึ้น โดยปราศจากริวัลที่บาดเจ็บ ซึบาสะที่ไปพัก

- ผู้ชมตะโกนอื้ออึ้งทั้งสนามว่าทำไมไม่ส่งซึบาสะลง!? เอาซึบาสะออกมา!!

- ซันตานาเอง ก็อึ้งว่าเกิดอะไรขึ้นกับซึบาสะกันนะ...



- วันที่บาร์เซโลนาลงเตะกับบาเลนเซีย ซึบาสะได้แต่นั่งมองพื้นอยู่ในบ้านอันว่างเปล่า เจ้าตัวเริ่มคิดว่า การไม่ได้ลงเล่นเนี่ย... คือเรื่องที่แย่ที่สุดแล้ว

- แต่แล้ว ก็มีเสียงกดกริ่งดังขึ้น

- เปิดประตูบ้านมา เจอพวกกลุ่มเพื่อนซึบาสะ จากสมัยเรียนประถมนันคัตสึ 5 คน กับ ศจ.ดร.อาริกะ ไทชิ (อาจารย์มหาวิทยาลัยพละ ไทโตะ ซึ่งเอกด้านเวชศาสตร์การกีฬา เป็นอาจารย์ของมานาบุ และเคยฝึกช่วยฝึกซึบาสะตอนอยู่ที่ฮาวาย) ก็มาเยี่ยม

- ดร.อาริกะบอกว่า ปีนี้ตารางมึงแน่นจนไม่มีเวลาไปซ้อมที่ฮาวายสิท่า กูเลยมาหา มาดูแลมึงถึงที่แล้ววว

- ในช่วงวันพักเหล่านั้น เพื่อน ๆ และ ดร.อาริกะ เลยช่วยทำกายภาพ นวดบำบัด และสารพัดวิธีเพื่อฟื้นฟูร่างกายที่กรอบหมดสภาพของซึบาสะ

- ซึบาสะโดนนวดไป แม่งก็เหมือนนวดแผนโบราณเลยคือ ร้องเจ็บ เจ็บ เจ็บบบบบบ จ๊ากกกกก อย่างเดียว

- ดร.อาริกะบอกว่า ร่างกายมึงพังยับ ยิ่งกว่าตอนเจอกันที่เม็กซิโกก่อนเริ่มโอลิมปิกอีก ตอนนี้เลยเคลื่อนไหวดั่งใจนึกไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ?

- เวลาผ่านไปร่างกายหลายวัน สภาพร่างกายซึบาสะดีขึ้น แต่ทุกคนสังเกตเห็นว่าสภาพจิตใจซึบาสะยังห่อเหี่ยว เหมือนคนหมดอาลัยชีวิต ดร. บอกว่าคงเพราะซึบาสะไม่ได้อยู่กับเมียและลูกที่พึ่งเกิดในญี่ปุ่น แถมสภาพจิตใจยังประสาทแดกกับภาระความรับผิดชอบที่ถูกให้เป็นผู้นำของทีม




- วันหนึ่ง ซึบาสะก็ออกไปเดินเหยียบทรายที่หาดบาร์เซโลเนตา เพียงลำพัง

ซึบาสะ
"เพราะความช่วยเหลือของทุกคน ตอนนี้เลยหายล้าแล้ว"
"ทว่า ก็ยังรู้สึกเนือย ๆ อยู่"
"ถ้ากูกลับเข้าทีมทั้งแบบนี้ กูจะเป็นตัวถ่วงรึเปล่า?"
"ถ้าเกิดกูทำให้ทีมแพ้อีกล่ะ?"

แต่แล้วที่ด้านหลัง ก็มีเสียงตะโกนเรียก "ซึบาสะ! ซึบาสะ! ดังขึ้น

ซึบาสะ
"ซะ... ซานาเอะจัง!?"
"มาทำอะไรที่นี่น่ะ!?"



- ซานาเอะเล่าให้ฟังว่าพอรู้ว่าซึบาสะอยู่ในช่วงพัก เลยคิดว่าอยากมาหา เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง... แล้วไม่ต้องห่วงลูก ๆ นะ แม่เธอกับแม่ฉัน เอาไปเลี้ยงให้ฝั่งละคน ฉันจะเป็นกองเชียร์คนสำคัญของเธอเสมอ ซึบาสะ เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอต้องการ ฉันจะวิ่งมาหา...

- หลังจากเมียมาหา ซึบาสะก็ได้กินข้าวฝีมือเมีย คุยกับเมีย เล่นกับเมีย แบตที่เคยเสื่อม แก็สที่เคยหมด งานบ้านที่ต้องทำเอง ทุกอย่างค่อย ๆ คลี่คลาย สภาพจิตใจค่อย ๆ ดีขึ้น

- สุดท้าย ฟานกัล ให้ซึบาสะพักไป 2 สัปดาห์ (ข้ามแมตช์กับบาเลนเสียไปแมตช์เดียว) เจ้าตัวกลับมาพร้อมสัญญาว่าจะเล่นให้ดีกว่าเดิม




- ย้อนกลับไปก่อนที่บุนเดสลีกาจะเปิดฤดูกาล ที่สนามซ้อมของบาเยิร์นมิวนิค

- วากาบายาชิกับเลวีน ชมว่าที่เราตอนนี้แข็งโป๊ก ฟอร์มกระฉูดแน่นอน

- ชไนเดอร์บอกเสียดาย อยากให้คัลซ์ย้ายมาเล่นกับบาเยิร์นด้วยจริง ๆ

- วากาบายาชิบอกว่าหมอนั่นจงรักภักดีต่อฮัมบูร์กมาก ไม่มีทางย้ายหรอก นอกจากจะโดนตะเพิดออกมาเอง

- เลวีนบอกว่าแต่คัลซ์บาดเจ็บหนักจากโอลิมปิกแล้วยังไม่หายดี คงอีกสักพักกว่าจะกลับลงสนามได้มั้ง?

- วากาบายาชิบอกว่า หมอบอกว่ากว่าคัลซ์จะหายก็คงสักครึ่งปี จะว่าไปกูเองก็ยังไม่หายดีเหมือนกัน

- เซียวบอกอาการบาดเจ็บของวากาบายาชิ คงหายไม่ทันช่วงเปิดซีซันหรอก ตอนนี้ก็ตั้งรักษาตัวไปก่อนแล้วกัน

- ชไนเดอร์หน้าเจื่อนแล้วขอโทษ.... เพราะแข้งกูเองล้วน ๆ

- เลวีนบอกว่าวากาบายาชิเข้าใจ การบาดเจ็บในระยะหว่างการแข่งขัน มันเป็นเรื่องปกติ นายไม่ได้ตั้งใจ แล้วต่อไม่มีวากาบายาชิ เราก็คว้าแชมป์บุนเดสฯ กันเองได้! แล้วเราจะผ่านรอบแบ่งกลุ่ม ชปล. ไปได้เช่นกัน

- วากาบายาชิเสริม กูพักไม่นานหรอก อาจจะไม่ทันเปิดฤดูกาล แต่เดี๋ยวก็มา... กูไม่ยอมให้ใครแย่งตำแหน่งมือ 1 ไปหรอก

- แล้วภาพก็ตัดข้ามประเทศไปทางปอร์โต โปรตุเกส ซึ่งกำลังจัดกิจกรรมสันทนาการ ละลายพฤติกรรม สร้างเสริมความสามัคคี

วากาชิมัตสึ
"ห่ะ แนะนำตัวเหรอ?"

เดโก้
"ใช่แล้ว นี่เป็นประเพณีอันดีงามของปอร์โตนะเว้ย"
"น้องใหม่ต้องแนะนำตัวเอง"
"และโชว์ความสามารถพิเศษนอกจากเรื่องฟุตบอล"

- แล้วรุ่นพี่กองหน้าชาวโปรตุสเกส ผู้สวมเบอร์ 9 ชื่อ คริสเตียโน โอลิเวรา (Christiano Oliveira) ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจารย์เอาใครมายำรวมกันเป็นตัวนี้บ้าง ก็บอกว่าไอ้ 3 คนที่ยังไม่ได้แนะนำตัวอ่ะ จัดมา

- โคฟี ชาร์ลตัน (Kofi Chartlon เอาต้นแบบมาจากนักมวยปล้ำ Kofi Kingston) ชาวจาไมกา ก็แนะนำตัว แล้วโชว์ความสามารถ แบกกลองของจาไมกาออกมา เล่นดนตรีโชว์ ลีลาร่ายรำดุจนักกายกรรม

- เดโก้ชี้ "เอ้า วากาชิมัตสึ ตามึงแล้ว โชว์ความสามารถพิเศษออกมา"

- วากาชิมัตสึบอกว่า "ไม่ นี่ไม่ใช่ทางของกูเลย ขอผ่านนน"

- รุ่นพี่อีกคน ครูสเลอร์ (Krusler Jr.) เบอร์ 7 บอกว่า "เฮ่ย! จะหนีกันแบบนี้ไม่ได้! นี่มึงกล้าลบหลู่ประเพณีอันดีงามของปอร์โต้เหรอ!? เราต้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันนะเว้ย"

- วากาชิมัตสึคิดในใจว่า แม่งเอ้ย อุตส่าห์ได้มาอยู่ทีมเดียวกับเฟเดอริค (ตัวออริจินอลทีมสวีเดนภาคเยาวชนโลก) 1 ใน 4 อัศวินอาทิตย์เที่ยงคืนของสวีเดนแท้ ๆ ...ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้

- ครูสเลอร์ก็บึ้งใส่ "ไม่ชอบหน้ามึงเลย"

- แล้วรุ่นพี่คนอื่น ๆ เรด ดราก้อนฟลาย (เอามาจากนักทวนปล้ำฉายา Dragonfly) โอลิเวรา รวมถึงเฟเดอริคด้วย ก็เข้ามาปรามไว้

- อุราเบะเลยแทรกขึ้นมา เอางี้ เขาขอแนะนำตัวก่อนเองกัปตัน (เดโก้)

- อุราเบะก็แนะนำตัว แล้วเอาชุดคาราเต้ขึ้นมาใส่ จนวากาชิมัตสึแปลกใจว่ามันเอาชุดคาราเต้มาจากไหน แล้วอุราเบะก็เริ่มโชว์ท่าต่อย ศอก หลังมือ และจบด้วย ท่ากระโดดสามเหลี่ยม (แบบที่วากาชิมัตสึชอบใช้)

- วากาชิมัตสึตะโกน "เฮ่ยยยย หยุดนะ มือสมัครเล่นทำท่านั้นไม่ได้ว้อยยย"

- แล้วอุราเบะก็ลงไปนอนเจ็บ ร้องโอย แล้วก็บอกว่า "นี่ทำเพื่อวากาชิมัตสึเลยนะเว้ย ทำให้พวกรุ่นพี่เขาอินกับคาราเต้กันก่อนไง เอ้า ถึงเวลามึงออกไปโชว์คาราเต้ของจริงให้พวกปอร์โต้ดูแล้ว"

- วากาชิมัตสึเลย กล้าออกมาโชว์วากาโดริวคาราเต้ ซึ่งพวกปอร์โต้ก็ตื่นตาตื่นใจกันมาก และบอกว่าของอุราเบะมันเสิ่นเจิ้นนี่หว่า

- ทุกคนหัวเราะ ในขณะที่เฮียเครียดที่ดูลูกทีมรับน้องกันอยู่ ก็มองว่าไอ้อุราเบะมันใช้ได้นี่หว่าา



มูรินโญ
"วากาชิมัตสึ นายบอกว่านายไม่ได้มาเพื่อหาเพื่อนใช่มั้ย?"
"ไม่มีใครที่นี่มาเพื่อหาเพื่อนเหมือนกันนั่นแหละ"
"พวกเขามาเพื่อที่จะชนะ"
"และคนที่ชนะ พวกเขาชนะกันเป็นทีม"

(ทุกอย่างเข้าแผน เจ็ดประจัญบาน เป๊ะ...)
(เพื่อจะทำให้แผนนั้นเป็นจริง กูได้สร้างทีมที่เปี่ยมไปด้วยสปีด ความฟิต ความเป็นเพชฌฆาต)
(เดโก้จะเป็นกองกลางตัวรุก โดยมีครูสเลอร์และดรากอนฟลาย ขนาบข้าง)
(แล้วยังมีคริสเตียโน โอลิเวรา, ไลออน วูดส์, เฟเดอริค และโคฟี ชาร์ลตัน)
(เมื่อ 7 ประจัญบานมารวมกัน เราจะใช้ความเร็วและทักษะการทำประตู ใส่สกอร์จากตรงไหนก็ได้ของสนาม)
(วากาชิมัตสึ มีประสบการณ์เล่นเป็นกองหน้า และเป็นผู้รักษาประตูที่ดุดัน กูหวังว่ามันจะช่วยเติมเชื้อไฟให้แผนของกูได้)
(อุราเบะเองก็มีพลังล้นเหลือเทียบเท่าพวก 7 ประจัญบาน)

"ฟังฉันให้ดี วากาชิมัตสึ"
"ในเวทีระดับโลก ลำพังทักษะของคน ๆ เดียว มันไม่มีความหมาย"
"อย่าลืมซะล่ะ ว่ากาชิมัตสึ"


**Lion Woods เอารูปลักษณ์มาจากนักมวลปล้ำ Xavier Woods แต่เปลี่ยนชื่อเป็น Lion เพื่อให้ล้อเลียน Tiger Woods
นอกจากนี้ไอ้ Cristiano Olivera เบอร์ 9 ชาวโปรตุเกส ที่ไม่ใช่โรนัลโด R7 ก็อาจจะจงใจตั้งชื่อนี้ เพื่อให้มันขนานกับ Lion เลยมีทั้ง Lion กับ Cristiano ในทีมเดียว

ไม่มีความคิดเห็น