สรุปเนื้อเรื่อง Captain Tsubasa Dream Team: Next Dream Part 11
หลังจากบาร์เซโลนาของซึบาสะบุกไปเฉือนชนะอินเตอร์มิลานในเกมแชมเปียนส์ลีกนัดแรกลงได้แล้ว อาซูลกรานาจะเปิดบ้านคัมป์นูต้อนรับการมาเยือนของเซลติก จากสก็อตแลนด์ ในเกมแชมเปียนส์ลีก นัดที่ 2
อาจารย์แนะนำตัวละครฝั่งเซลติก
ไบสัน กราวด์ เจ็ตส์ (Bison Ground Jetts) ตัวละครออริจินอล ชื่อก็บอกว่าเป็นฐานดิน (คนน้อง)
วิล สกาย เจ็ตส์ (Will Sky Jetts) ตัวละครออริจินอล ชื่อก็บอกว่าเป็นตัวเหินฟ้า (คนพี่)
ชุนสุเกะ นาคามุระ ที่บิดชื่อเป็นเคลวิน นาคามุระ
ลาร์สัน หนึ่งใน 4 อัศวินอาทิตย์เที่ยงคืนของสวีเดนจากภาคเยาวชนโลก
เริ่มเกมมาไม่ทันไร วิคตอริโน เปเป้ ซึบาสะ ประสานงานกันบุก จ่ายกลับไปกลับมา จบที่วิคตอริโนเบิกสกอร์ ทำให้บาร์เซโลนาขึ้นนำเซลติก 1-0
ฟานกัลยิ้ม คิดในใจว่าเมื่อเราทลายคาเตนัชโช ของอินเตอร์มิลานมาได้ เกมบุกของเราก็ไร้เทียมทานแล้ว
เริ่มเกมต่อ บาร์ซา แย่งบอลมาได้แล้วครองบอลอย่างเดียว ทีมจ่ายกลับไปกลับมา เปเป้ส่งให้ซึบาสะ ยิงฟลายอิงไดรฟ์ชู๊ต ตุงตะข่ายเข้าไป บาร์ซาทิ้งห่างเซลติกเป็น 2-0
กลับมาเล่นกันต่อ เซลติกเปิดเกมรุกกลับ ลาร์สันส่งให้นาคามุระ นาคามุระส่งให้ไบสัน
ไบสันงัดบอลโด่งขึ้นสูง แล้วบอกว่า “ตอนนี้แหละ พี่ชายยยยย”
วิล (พี่ของไบสัน) วิ่งมาจากด้านหลัง กระโดดเหยียบไหล่ของไบสัน เหินขึ้นฟ้าแล้วคำราม “เจ็ตตตต สกายบราเธอรชู๊ตโตะด้าาาาาาาาาาา!!!”
บอลตุงตะข่ายโดยที่บิคตอร์ บัลเดส หมดสิทธิ์รับ เซลติกตีตื้นขึ้นมาเป็น 2-1
ปูโยลตะลึง ลูกมันถูกยิงมาจากมุมสูงแบบนั้น แล้วจะบล็อคได้ยังไง!?
ซึบาสะอ้าปาก มันคุ้น ๆ อยู่นะ…. นี่มันมุกเดียวกับ สกายแล็บเฮอร์ริเคน ของพี่น้องทาจิบานะนี่หว่า!!
หลังจากนั้นปูโยลกับกอนซาเลส พยายามไปประกอบพี่น้องเจ็ตส์มากขึ้น
แล้วช็อตฟ้าประทานก็มาถึง… อิเนียสตาเสียบลาร์สันฟาวล์
บอ.บู๋
"อ้าววววว! ลาร์สันร่วงลงไปกองกับพื้นครับ!"
"จังหวะนี้อิเนียสตาเข้าช้ากว่าไปนิดเดียว!"
"ผู้ตัดสินเป่านกหวีดทันที!"
"เป็นลูกฟรีคิกให้กับเซลติก!"
"แม้จะอยู่นอกกรอบเขตโทษ..."
"แต่บอกเลยครับว่าตำแหน่งนี้อันตรายสุด ๆ!"
"ระยะกำลังได้! มุมกำลังสวย!"
"และที่สำคัญ..."
"คนที่กำลังเดินเข้ามาหาบอลในเวลานี้..."
"ก็คือเจ้าพ่อลูกนิ่ง! นาคามูระ!"
นาคามุระ
"ระยะนี้นี้ใช้ได้เลย"
"เหลือแค่เตะให้ตรงอย่างที่คิด แล้วบอลจะไปของมันเอง"
แล้วนาคามุระก็วิ่งเข้าไปปั่นฟรีคิก
บอ.บู๋
"เรียบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ ร้อยยยยยยยยยยยยย!"
"เข้าไปแล้วครับ! โค้งสวยเหลือเกิน!"
"นาคามูระ! เจ้าพ่อลูกนิ่งแห่งแดนปลาดิบ! แผลงฤทธิ์อีกครั้ง!"
"นี่ไม่ใช่ครั้งแรก! และดูเหมือนจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย!"
"เพราะชายคนนี้ทำประตูจากลูกฟรีคิกได้เป็นว่าเล่น!"
"และดูสิครับ!"
"เวลาเพิ่งผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมงแรกของเกมเท่านั้น!"
"แต่ทุกอย่างกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง!"
"เซลติกตามตีเสมอบาร์เซโลนาได้สำเร็จ!"
"จากอาวุธประจำตัวของชายที่ชื่อ ชุนสุเกะ นาคามูระ!"
เซลติกตีเสมอเป็น 2-2 ละ
ซึบาสะสั่งการ จับตายพี่น้องเจ็ต แถมด้วยลาร์สัน กับนาคามุระด้วยยย
ปูโยลร่างยี่สิบต้น ๆ จับวิลไม่อยู่ โดนสปีดหนี ทั้งสองฝ่ายแย่งบอลกัน ผลัดกันบุกผลัดกันรับ กลับไปกลับมา
นาคามุระมีโอกาสสับไกยิง บัลเดสชกออกมาได้
ลาร์สันตามมาสไลด์ยิงซ้ำ คราวนี้บัลเดสรับติดมืออยู่
ซึบาสะก็ยิ้มว่าเซลติกนี่มันบุกแบบบ้าบิ่นดีจริง ๆ นี่แหละบอลระดับ ชปล.
นาทีสุดท้ายก่อนจบครึ่งแรก ไบสันได้บอล งัดบอลสูงขึ้นฟ้า… วิลกระโดดตามขึ้นไป เจ้าตัวสามารถลอยตัวอยู่กลางอากาศได้นานมาก ปูโยลกับกอนซาเลสพยายามจะบล็อค แต่วิลไม่ได้ยิง กลับส่งให้นาคามุระ
ซึบาสะ ตามเข้าไปขวางนาคามุระทันที
นาคามุระ
“โอโซระ ซึบาสะ”
“ชายผู้มีสายเลือดญี่ปุ่นเหมือนกับกู”
“กูภูมิใจมากที่ได้ต่อสูกับมึงในเวทีที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้”
“กูจะสนุกกับเกมนี้ให้เต็มที่!”
แล้วซึบาสะกับนาคามุระก็ดวลเดือดกัน ซึ่งนาคามุระก็ผ่านซึบามะไม่ได้ แต่ก็ไม่ฝืน เจ้าตัวค่อย ๆ ถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่างจากซึบาสะ
นาคามุระคิดว่าสมกับเป็น MVP ของลาลีกาจริง ๆ ถ้างั้น…
แล้วนาคามุระก็โยนบอลปั่นโค้ง ๆ อย่างรุนแรงเข้าไปยังพื้นที่ว่าง…
ซึ่งวิลรู้แกวดีอยู่แล้ว จึงตามเข้าไปเก็บบอลได้ แล้วซัดเข้าไป
ทีมเยือนเซลติกขึ้นนำเจ้าบ้านบาร์เซโลนา สกอร์กลายเป็น 2-3 ทั้งคัมป์นูเงียบกริบ แล้วจบครึ่งแรกไปทั้งอย่างนั้น
ครึ่งหลัง ฟานกัลส่งกองหน้าอัศวินสีส้มร่างยักษ์ ที่บทหายไปนานแล้วลงมาาาาาาา ผู้ที่เล่นให้กับบาร์ซาในช่วงยุค 2000 ต้น ๆ และยิงได้ 90 ประูจากการลงสนาม 182 นัด ชื่อของเขาคือ แพตทริก ไคลเวิร์ตตตตต
เกมยูฟาแชมเปียนส์ลีก ระหว่างบาร์เซโลนา เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของเซลติก ขณะนี้เจ้าบ้าน ตามอยู่ด้วยสกอร์ 2-3 แล้วกำลังจะลงมาเตะกันต่อครึ่งหลัง
เปเป้ตัดบอลจากการบุกของเซลติกได้ ส่งให้ชาบี ชาบีส่งให้อิเนียสตา
อิเนียสตา กด L1+△ สาดลูกทรูพาสให้ซึบาสะสปีดตามไปเก็บ แล้วซัดเข้าไป เกมกลับมาเสมอกัน 3-3
กลับมาเขี่ยบอลกันใหม่ วิลรับบอลจากนาคามุระ แล้วพาบอลบุกขึ้นมา เจอซึบาสะขวางไว้
ถึงเวลาซึบาสะดวลกับวิลแบบสูสี แล้วก็เตะอัดลูกเข้าไปในจังหวะเดียวกัน ทำให้บอลลอยขึ้นสูง ซึบาสะกับวิลกระโดดขึ้นแย่งลูกกันกลางอากาศ แต่เพราะมันชื่อ Will Sky Jetts มันเลยยยยแย่งลูกกลางอากาศชนะซึบาสะ แล้วบุกต่อไปได้
ไบสัน วิ่งตามมา งอหลังเป็นฐานให้
วิลก็วิ่งมา กระโดดเหยียบไหล่ซ้ายของไบสัน เหินขึ้นไปฟาดลูก “เจ็ตสกายบราเธอชู๊ตตตตต”
บัลเดสหมดสิทธิรับ บอลตุงตะข่ายอีกครั้ง เซลติกกลับมานำบาร์ซาอีกรอบ (3-4)
ซึบาสะก็ตะโกนปลุกใจเพื่อน ถ้าพวกมันยิง 4 ลูก เราก็จะยิง 5 ลูกให้ได้ คัมป์นูคือบ้านของเราาา เราต้องไม่คาบ้านนนนน!!
อิเนียสตาเรียกซึบาสะมากระซิบว่า ไอ้พี่น้องเจ็ตต์มันเริ่มหอบแดก ช้าลงเรื่อย ๆ แล้วนะ
ด้านวิล ก็ไปยืนหอบอยู่หลังไบสัน แล้วบอกว่าใช้ขาหนักไปหน่อย เหลืออีก 15 นาที ต้องทนให้ได้
คราวนี้ พอเซลติกบุกเข้ามาต่อ ไบสันก็งัดบอลโด่ง แล้วย่อตัวตั้งฐานให้วิลกระโดด
ปูโยลกับกอนซาเลส พยายามไปยืนบนเส้นประตูแล้วปิดมุมยิงไว้ บีบให้วิลเหลือมุมยิงแคบลง คราวนี้บัสเดส จึงกระโดดชกลูกยิงของวิลออกมาได้
บัลเดสก็รู้สึกว่าลูกยิงของวิลมันอ่อนลง สงสัยไอ้ท่ากระโดดแบบนี้มันจะเป็นภาระร่างกายมากจริง ๆ
คราวนี้ พวกบาร์ซาบุกกันขึ้นมาใหม่ทั้งทีม ชาบีให้ > อิเนียสตาให้ > ซึบาสะ
ซึบาสะ เหมือนจะยิง แตะตักบอลออกไปข้าง ให้ไคลเวิร์ต ที่เปลี่ยนลงมาในครึ่งหลัง ได้กระโดดวอลเล่ย์เต็มข้อ ตีเสมอเป็น 4-4
แม้จะเสมอกันอยู่ ใกล้หมดเวลา แต่ทั้งสองทีมไม่พอใจผลเสมอ วิลตะโกนสั่งให้เซลติกทั้งทีม All Out Attack กันขึ้นไปใหเหมด
วิลเลี้ยงบอลผ่านปูโนล แล้วจ่ายให้นาคามุระ
นาคามุระ ตะบันยิงอีกครั้ง… แต่เหมือนโควตาพระรองหมดแล้วววว บัลเดสรับลูกยิงของนาคามุระได้ติดมือ แล้วสาดยาวให้วิคตอริโน
วิคตอริโนควบบอลด้วยความเร็วสูงหนีลาร์สันที่ไล่ตามมา แม้วิคตอริโนจะ INT0 แต่ก็ SPD9 ทำให้ฉีกหนีลาร์สัน แล้วโยนบอลโด่งไปทางซึบาสะ ให้ซึบาสะกระโดดกลับตัว โอเวอร์เฮดคิกเข้าไปได้สำเร็จ
บอ.บู๋
“และแล้ว…”
“ผู้ตัดสินก็เป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขันครับ”
“เจ้าบ้านบาร์เซโลนา”
“เปิดรังคัมป์นูเอาชนะเซลติกผู้มาเยือนไปได้อย่างสุดมันส์ 5 ประตูต่อ 4”
“เรียกว่าเป็นการรักษาฟอร์มการเล่นที่ดี”
“ก่อนที่ทีมเจ้าบุญทุ่มต้องไปเจอกับดอร์ทมุนด์ในนัดต่อไป!”
วิล
“นึกว่าบัลลงดอร์ปีหน้าจะเป็นของกูแบบนอนมาแล้วซะอีก”
“ดันเจอคู่แข่งเอาซะได้…”
“นายนี่เก่งยิ่งกว่าที่เขาร่ำลือกันซะอีก”
“โอโซระ… ซึบาสะ”
ซึบาสะ
“บัลลงดอร์…?”
ไบสัน
“แมตช์หน้าที่เล่นในสนามของเรา”
“มันจะไม่เป็นแบบวันนี้แน่ ซึบาสะ”
วิล
“แมตช์หน้าที่บ้านเรา”
“กูจะล้างแค้นอย่างสาสมมมม”
นาคามุระ (ตรงนี้นาคามุระเรียกซึบาสะด้วย Kimi ละ แต่ตอนดวลกันอยู่เรียก Omae)
“เป็นเกมที่สนุกมาก ซึบาสะ”
“ในฐานะคนญี่ปุ่นบ้านเดียวกัน”
“การได้เห็นคนญี่ปุ่นอย่างคุณประสบความสำเร็จบนเวทีระดับโลก”
“ทำให้ฉัน มีความสุขมากจริง ๆ”
“วันนี้เราอาจจะแพ้”
“แต่ครั้งหน้า เราจะชนะ”
“แล้วไว้มาเจอกันใหม่!”
ซึบาสะ
“สัญลักษณ์ของนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก”
“บัลลงดอร์ อย่างงั้นรึ?”
“มีแต่นักเตะที่ไม่ย่อท้อต่อเกมที่ยากอย่างวันนี้”
“และพาทีมประสบความสำเร็จเท่านั้น ถึงจะได้มันมา”
“ตอนนี้ กูเข้าใจชัดแล้ว”
“นั่นแหละ คือนักรบอย่างที่กูอยากจะเป็น!”
“กูจะต้องกลายเป็นคนที่คู่ควรกับรางวัลบัลลงดอร์”
“และพาบาร์เซโลนาคว้าแชมป์ยูฟาเชมเปียนส์ลีก”
“ให้จงด้ายยยย!”



Post a Comment