โนมุระยกวันเปิดตัว FFVII Remake คือวันที่ประทับใจที่สุดในชีวิต



ตอนนี้นิตยสารแฟมิซือ กำลังฉลองครบรอบ 40 ปี โดยจะทำเป็นเล่มสกู๊ปพิเศษ ต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ ออก 4 11 18 25 มิถุนายน 2026

โดยในเล่มวันที่ 18 มิถุนายน 2026 มีคอลัมน์สัมภาษณ์ผู้พัฒนาเกมชาวญี่ปุ่น 52 คน โดยถามเหมือนกันหมด 5 คำถาม หนึ่งในนั้นมี "เท็ตสึยะ ค. โนมุระ" ด้วย

บทสัมภาษณ์มีดังนี้

Q1: ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา (1986-ปัจจุบัน) เหตุการณ์ไหนที่ประทับใจคุณมากที่สุด?

โนมุระ (โนะ) : ถ้าจะให้เลือกสักเหตุการณ์หนึ่ง ก็คงเป็นตอนที่เราเปิดตัว Final Fantasy VII Remake ต่อสาธารณชนครั้งแรก เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2015 และได้เห็นปฏิกิริยาของผู้คนทั้งฮอลล์ในเวลานั้น

**ตอนนั้นเวลาในไทยและญี่ปุ่นเข้าวันที่ 16 ไปแล้ว**

ผมคิดว่าความรู้สึกตื่นเต้นและแรงกระแทกทางอารมณ์ในระดับนั้น เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต

ตอนนั้นร่างกายของผมสั่นไม่หยุดเลย เพราะขนาดของเสียงตอบรับที่ได้รับมันเหนือความคาดหมายมากจริง ๆ ผมไม่เคยสัมผัสความรู้สึกแบบนั้นมาก่อนเลย

ในช่วงนั้น ผมเคยบอกกับทาคาฮิโระ ซาคุไรซึ่งเป็นนักพากย์ของคลาวด์ว่า

"งานชิ้นนี้คงเป็นการเดินทางที่ยาวนานเกินสิบปีแน่ ๆ"

และตอนนี้ การเดินทางครั้งนั้นก็กำลังใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว พอคิดถึงเรื่องนั้น มันก็ทำให้ผมรู้สึกตื้นตันอยู่เหมือนกัน

Q2: ในบรรดาเกมทั้งหมดที่คุณมีส่วนร่วมพัฒนา เกมไหนมีความหมายกับคุณมากที่สุด?

โนะ : ถ้าพูดถึงเกมที่มีความหมายที่สุดสำหรับผม ก็คงยากที่จะไม่พูดถึง Kingdom Hearts มันกลายเป็นผลงานตลอดชีวิตของผมไปแล้ว ตอนเริ่มต้นโครงการนี้ ผมไม่เคยคิดเลยว่าการเดินทางจะยาวนานมาถึงขนาดนี้ ช่วงแรก ๆ ผมเดินทางไปสำนักงานใหญ่ของ The Walt Disney Company อยู่หลายครั้ง หลายสิ่งหลายอย่างที่เราพูดคุยกันในตอนนั้น ค่อย ๆ กลายเป็นความจริงขึ้นมาทีละอย่าง สุดท้ายแล้ว เราก็สามารถสร้างโลกแห่งความฝันและเวทมนตร์ขึ้นมาได้จริง ถึงตอนนี้ก็ยังมีหลายอย่างที่ผมอยากทำให้สำเร็จ และในภาคที่ 4 เราก็กำลังทดลองอะไรใหม่ ๆ อยู่ด้วย ฝากรอติดตามกันนะครับ

Q3: แล้วในบรรดาเกมที่คุณไม่ได้มีส่วนร่วมพัฒนา มีเกมไหนที่ส่งอิทธิพลต่อคุณมากที่สุด?

โนะ : ถ้าพิจารณาตามแต่ละยุคสมัย มันก็มีหลายเกม แต่ถ้าถามว่าเกมไหนเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่สุดสำหรับผม คำตอบคงเป็น Super Mario 64 สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากคืออิสระในการเคลื่อนไหวภายในโลก 3 มิติ

ในช่วงนั้น เกม Final Fantasy VII ที่ผมกำลังทำอยู่ก็เข้าสู่ยุค 3 มิติแล้วเช่นกัน แต่ตอนนั้นมีเพียงตัวละครเท่านั้นที่เป็นโมเดล 3 มิติ ฉากหลังแม้จะถูกสร้างขึ้นจากข้อมูล 3 มิติ แต่สิ่งที่ผู้เล่นเห็นจริง ๆ ยังเป็นเพียงภาพนิ่ง เรายังไม่สามารถทำให้ผู้เล่นเดินสำรวจพื้นที่สามมิติได้อย่างอิสระ

และความรู้สึกของการได้วิ่งไปไหนมาไหนอย่างเสรีแบบใน Mario นั่นเอง คือสิ่งที่ผมอยากจะสร้างขึ้นมาให้ได้มาตลอด

Q4: คุณมีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับแฟมิซือ และคาดหวังอะไรจากนิตยสารนี้ในอนาคต?

โนะ : ด้วยเหตุผลบางอย่าง เคยมีช่วงหนึ่งที่ผมตีตัวออกห่างจากแฟมิซือ แต่ในช่วงนั้น มีบรรณาธิการคนหนึ่งที่ยังคงพยายามมาหาผมอยู่เรื่อย ๆ เขาพยายามเข้าหาผมอย่างต่อเนื่อง

จนในที่สุดก็สามารถละลายกำแพงระหว่างเรา และคลี่คลายความมาคุที่เคยมีได้

เวลาผ่านไปนาน และตอนนี้ คนคนนั้นก็กลายมาเป็นหนึ่งในทีมงาน Kingdom Hearts ที่ทำงานร่วมกับผมอยู่

Q5: จากนี้ไปคุณอยากท้าทายอะไรบ้าง และมีข้อความอะไรฝากถึงนักพัฒนาเกมรุ่นใหม่หรือไม่?

โนะ : สิ่งที่ผมอยากทำ กับสิ่งที่ผู้คนคาดหวังให้ผมทำ

จริง ๆ แล้วมันเป็นคนละเรื่องกัน

แต่ในตอนนี้ ผมยังอยากทำหน้าที่ในสิ่งที่ผู้คนคาดหวังจากผมให้สำเร็จก่อน

แล้วสักวันหนึ่ง

เมื่อถึงเวลาที่ผมสามารถวางภาระทั้งหมดเหล่านั้นลงได้

ผมก็อยากออกไปลองทำอะไรใหม่ ๆ ร่วมกับเหล่าเพื่อนร่วมงานที่แยกย้ายกันไปแล้ว ผมคิดว่ามันคงเป็นอะไรที่สนุกดี

และสำหรับคนที่อยากเข้าสู่วงการพัฒนาเกม

ผมอยากบอกว่า

จงหาเพื่อนร่วมทางที่มองเห็นภาพเดียวกับคุณ และมีแนวคิดไปในทิศทางเดียวกัน

เพราะเมื่อผู้คนรวมพลังกัน

พวกเขาจะสามารถสร้างพลัง ที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้จากการต่อสู้เพียงลำพัง


https://www.famitsu.com/article/202606/78495

ไม่มีความคิดเห็น