สรุปเนื้อเรื่อง Captain Tsubasa Dream Team: Next Dream Part 5


- ณ ลา มาเซีย ในบาร์เซโลนา

- ลาลีกาเปิดฤดูกาลไปได้พักนึงแล้ว (จารย์แกข้ามนัดเปิดสนามไปเลย ไม่เหมือนนัดเปิดสนามของอิตาลี กับเยอรมัน ที่เล่าเรื่องฝั่งพวกเฮียวงะ นิตตะ โซดะ) อีกไม่นานขุนพลบาร์ซาจะทำศึกดาร์บีแมตช์กับเหล่าซูเปอร์สตาร์จากเรอัล มาดริด วันนี้ที่สนามซ้อม ก็เป็น Open Traning Session เปิดให้บุคคลทั่วไปเขาชมการฝึกซ้อมได้ 

- ภาพที่เห็นคือซึบาสะโยนทรูพาส ทะลุไปให้รามอน วิคตอริโน นักเตะอุรุกวัยรุ่นเดียวกันที่อยู่มาตั้งแต่ภาคแรก สปีดตามไปเก็บบอล วิคตอริโนบอกว่าวันหลังโยนไปลึกกว่านั้นอีกก็ได้ เขาตามไปเก็บทัน

- เปเป้ เพื่อนซี้ซึบาสะจากเซาเปาโล ก็ตะโกนขอบอลจากวิคตอริโน 

- เท่ากับว่าบาร์ซา ซื้อเปเป้กับวิคตอริโน มาเติมขุมกำลังทีมน่ะเอง

- นักข่าวที่ไปชมการฝึกซ้อม เริ่มคุยกันเองว่าทั้งเปเป้และวิคตอริโน เป็นการเซ็นสัญญาที่ดีมาก ทั้งคู่ทำผลงานดีในแมตช์ล่าสุดกับนูมานเซีย แล้วตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา บาร์ซาก็จะสะกดคำว่าแพ้ ไม่เป็นเลย

- นักข่าวอีกคนบอก มิคาเอลแม่งดับไปเลย แพ้แบบหมดรูป ไม่มีโอกาส แบบนี้ลาลีกา คงหวานเจี๊ยบบบบบบบบบบบบบบบ


- ว่าแล้วหลังการฝึกซ้อมจารย์หลุยส์ "อ้วนปรัชญา" ฟานกัล ก็เรียกซึบาสะเข้าไปคุยในห้องผู้จัดการ ซึ่งมีริวัล (โด) รออยู่ด้วย

- ฟานกัลบอกว่าในนัดต่อไปที่เราจะต้องลงเตะกับมาดริด เขาอยากให้ซึบาสะเป็นกัปตันทีมแทนริวัล

- ริวัลก็บอกว่านัดต่อไป มันสำคัญและอาจส่งผลต่อการตัดสินแชมป์ แต่อาการเจ็บหลังของเขา ก็ยังไม่หายดี ซีซันก่อนนายพาทีมคว้าชัยชนะเป็นกอบเป็นกำระหว่างที่ฉันพักไป 


ซึบาสะ

"เอ่อ... เอาคนที่อาวุโสกว่าผม ไม่ดีกว่าเหรอครับ?


ริวัล

"อายุไม่สำคัญดิ"

"ใครเก่งที่สุดในทีม คนนั้นแหละสมควรเป็นกัปตัน"


ฟานกัล

"ริวัลกับฉัน คิดเหมือนกันว่า อนาคตของอาซูลกรานา..."

"ขึ้นอยู่กับสายเลือดใหม่ที่จะเติบโตขึ้นมาทดแทน"

"และนายคือคน ๆ เดียวที่จะมาแทนที่ริวัลได้ ซึบาสะ"


ซึบาสะ

"แทนที่ริวัล?"

"ผมน่ะเหรอ...?"


ริวัล

"นายคือคนที่ฉันอยากฝากทีมไว้ ซึบาสะ"

"ไม่ใช่ใครอื่นแล้ว"


- ซึบาสะอึ้งไปแต่ก็รับปากว่าจะพยายามให้เต็มที่

- ฟานกัลก็บอกว่าแสดงให้เห็นหน่อย ว่านายสามารถเป็นผู้นำของพวกปูโยล อิเนียสตา แล้วทำให้มันปลดปล่อยศักยภาพที่แท้จริงออกมา!

- และแล้ววันแข่งเอลคลาสิโก บาร์เซโลนาปะทะเรอัลมาดริด ก็มาถึง... ซึบาสะ และนาทูเรซา กำลังก้าวลงสู่สนาม พร้อมดวลกันอีกครั้ง



- แล้วภาพก็ตัดมา ขณะเดียวกันที่ ปาร์กเดแพร็งส์ ในฝรั่งเศส P$G กำลังจะทำศึกกับมาร์กเซย

- ผู้บรรยายเริ่มพากย์ให้ข้อมูลว่ามาร์กเซย พึ่งคว้าตัวนโปเลียน ที่เป็นตัวแทนฝรั่งเศสลงทำศึกโอลิมปิกที่มาดริดมา แล้วยังมีจิโต กับซาโนะจากญี่ปุ่นอีกด้วย ขณะเดียวกัน นัดเปิดตัวมิซากิ ก็เป็นเลอ คลาสิก แห่งฝรั่งเศสแบบเกมนี้เลย ชาวฝรั่งเศสต่างจับตาดูเขาอยู่ 

- และแล้วโอโคชา เนย์มา ประธานเป้ ก็เดินลงสนามเรียงคิวกันมา ทว่าชาวฝรั่งเศสต่างตะโกนเชียร์เรียกชื่อมิซากิ! มิซากิ!

- มิซากิคิดว่าในที่สุด ก็ได้กลับมาที่บ้านหลังที่สอง ได้เล่นในเวทีระดับโลกแล้ว ก่อนหน้านี้เกือบยอมแพ้ไปหลายครั้ง แต่ฉันก็ผ่านมาได้ มายืนอยู่ที่นี่ ตรงนี้แล้ว


- เอลซิด-ปิแอร์กับ ดิดิเย-เดอชองส์ ก็ลงมาร่วมปลุกเร้าให้ปารีสคว้าชัยชนะไปด้วยกัน

- และแล้วนโปเลียน จิโต และซาโนะ ก็ก้าวลงสนามเข้ามาพร้อมกัน ทั้งเลอ คลาสิก และเอล คลาสิโก กำลังจะเตะไปพร้อมกัน จะให้พี่บู๋พากย์สองเกมพร้อมกันไปเลยยย ก็คงจะไม่ได้สินะะะะ


- ปาร์กเดแพร็งส์ ฝรั่งเศส

- นายอดิสรณ์ พึ่งยา หรือพรี่แจ็คกี้เริ่มบรรยาย

"นักเตะลงประจำตำแหน่งกันเรียบร้อยแล้วครับคุณผู้ชม!"

"อีกไม่กี่วินาทีเท่านั้น เกมคู่นี้ก็จะเริ่มต้นขึ้น!"

"แต่มีประเด็นสำคัญนะครับ ปิแอร์วันนี้ยังไม่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง!"

"ต้องนั่งอยู่ที่ม้านั่งสำรองไปก่อน!"

"ดูเหมือนอาการบาดเจ็บที่เจ้าตัวได้รับจากศึกโอลิมปิก นัดที่ดวลกับบราซิล จะยังไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ!"

"แฟนบอลปารีสอาจจะต้องรอลุ้นกันอีกสักพัก ว่าเราจะได้เห็นปิแอร์ลงสนามเมื่อไหร่!"


- เริ่มเกมมามิซากิต่อบอลไปมา ร่วมกับเดอชองส์ โอโคชา ค่อย ๆ ทำเกมบุกขึ้นมา 

- แม้มิซากิจะเจอซาโนะกับจิโตรุม แต่เจ้าตัวก็ไม่ฝืน ไม่ดื้อ มิซากิจ่ายบอลหนีไปให้เดอช็องส์ เดอช็องส์จ่ายทะลุให้ประธานเป้ที่สปีดวิ่งสวนตัดจิโตขึ้นไป

- ประธานเป้ควบตะบึงเข้าไปหน้าเขตโทษของมาร์กเซย ซาโนะตามเข้าไปชุลมุนยื้อแย่ง แต่ประธานเป้ไม่ฝืน ตักบอลโยนข้ามหัวซาโนะ ส่งให้เนย์มาที่วิ่งเติมมาทางฝั่งซ้าย

- จิโตตามกลับมาขวางเนย์มา เนย์มาพยายามหลอกซ้าย หลอกขวา จิโตยังไม่หลง และตามทันได้ จนเนย์มาชมว่ารวดเร็วกว่าที่คิดไว้นี่หว่า แต่แค่นี้มันยังไม่พอ!! วัดชั้นเชิงกันแล้วยังไงกูก็เหนือชั้นกว่า

- แล้วเนย์มาก็เลี้ยงหลบฝ่าจิโตไปได้ (ตามคาดดดด) แล้วกระแทกบอลเข้าไปเต็มตีน


- พรี่แจ็คกี้บรรยายยยย 

"ไม่เหลือออออออครับ!"

"เข้าไปแล้วครับคุณผู้ชม!"

"โอ้โห! ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีของครึ่งแรกเท่านั้น!"

"ปารีส แซงต์ แชร์กแมง มาได้ประตูขึ้นนำจนได้!"

"แล้วต้องชมจังหวะนี้เลยครับ!"

"เนย์มาร์ทำได้สุดยอดจริง ๆ!"

"ทั้งการพาบอล การตัดสินใจ การจ่ายบอล ทุกอย่างลงตัวหมด!"

"กองเชียร์เจ้าถิ่นเฮกันลั่นสนามแล้วตอนนี้!"

"เอาแล้วครับ!"

"ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ออกนำ มาร์กเซย ไปก่อน 1 ประตูต่อ 0!"


- ภาพซูมมาที่หน้าโธมัส ทูเคิล กุนซือของปารีสที่นั่งยิ้มอยู่ข้างสนาม ในใจคิดว่า

"ปล่อยให้เดอช็องส์กับมิซากิควบคุมจังหวะของเกม"

"ให้พวกเขาเชื่อมเกมและสร้างพื้นที่"

"เมื่อพื้นที่เปิดขึ้น เนย์มาร์และเอ็มบัปเป้จะหาทางทำลายคู่แข่งเอง"

"ฟุตบอลระดับสูงไม่ใช่เรื่องของคนที่ยิงประตู"

"มันเริ่มต้นจากคนที่ควบคุมเกม"

"และวันนี้มิซากิกำลังทำหน้าที่นั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ"

"ตอนนี้เราไม่ได้มีแค่เกมรุกที่อันตราย"

"เราไม่ได้มีแค่เกมรับที่แข็งแกร่ง"

"เรามีความสมดุล"

"ทุกคนเข้าใจบทบาทของตัวเอง"

"ทุกคนทำงานเพื่อโครงสร้างเดียวกัน"

"เมื่อทีมเล่นด้วยระเบียบและเชื่อใจกันแบบนี้..."

"มันเป็นเรื่องยากมากที่จะมีใครหยุดเราได้"

"นี่คือทีม"

"นี่คือโครงสร้าง"

"และนี่คือฟุตบอลที่กูใฝ่ฝันมาโดยตลอด"


- นโปเลียนตะโกนใส่จิโต อย่าพึ่งใจเสียสิเว้ยยย กูจะโชว์ความสามารถที่แท้จริงให้โลกรู้ พลังของมาร์กเซยให้โลกเห็น จะมาแพ้ตอนนี้ไม่ได้ว้อยยยย! แล้วนี่ปิแอร์มันยังนั่งดูเฉย ๆ อยู่ข้างสนามเลย!!

- พอเริ่มเล่นกันต่อ ซาโนะไล่ตามประกบมิซากิ มิซากิจ่ายบอลหนีให้โอโคชา โอโคชาต่อให้เนย์มา เนย์มายิงไปบอลถูกสกัดออกมา

- ประธานเป้ ตามไปยิงต่อ แต่คราวนี้จิโต ตามไปขวางลูกยิงของเป้เอาไว้ได้ทัน

- มิซากิเริ่มรู้สึกว่า จิโตมีความคล่องตัว รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม

- จิโตบอกว่าเกือบไปแล้ว! ถ้าโดนอีกลูก คงไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน ดูเหมือนการฝึกพิเศษกับซาโนะจะผลิดอกออกผลแล้ว


- ย้อนอดีตไปหลายวันก่อน จิโตรู้ตัวว่าตัวเองขาดความเร็ว สปีดต้น การอ่านเกม แม้จะฝึกวิ่งมาราธอนเพื่อเพิ่ม stamina มา แต่พอเจอพวกคล่องตัวก็ทำอะไรไม่ได้ เลยฝึกวิ่งไล่จับกับซาโนะ (มันคงจะจับทันหรอกกกก) จิโตบอกว่าไอ้วิธีเรียบง่ายแบบนี้แหละได้ผลดีที่สุด จิโตรู้ว่าในยุโรปเต็มไปด้วยผู้เล่นที่กำยำและแรงเยอะแบบเขามากมาย ถ้าจะไปแข่งกับพวกนั้นได้ เราก็ต้องฝึกฝนตัวเราให้ดีกว่าที่เป็นอยู่นี้

- หลังจากนั้นจิโตก็เล่นวิ่งไล่จับกับซาโนะจากบ่าย จรดเย็น จนมืดค่ำ


- กลับมาปัจจุบัน ไม่ว่านโปเลียนจะพยายามเจาะยังไง ก็ไม่อาจฝ่าแนวรับปารีสเข้าไปได้ จนเป้กับเดอช็องส์สังเกตเห็นว่าฝั่งมาร์กเซยเริ่มท้อและขวัญเสียไปเรื่อย ๆ

- ใกล้จะจบครึ่งแรก เดอช็องส์ส่งบอลให้เนย์มา ควบบุกขึ้นไป... เนย์มาโยกหลบจิโต แต่ในจังหวะโยกนั้นก็ถูกซาโนะฉกบอลไปได้

- ซาโนะคิดว่าตอนนี้แหละ พวกปารีสเติมกันขึ้นมาหมด หลุดตำแหน่งกันหมดแล้ว นี่คือโอกาสสวนของเรา

- ซาโนะลากบอลบุกขึ้นมาริมเส้น ในขณะที่จิโตวิ่งจากหลัง เติมขึ้นในเขตโทษของปารีสเพื่อจะชิงโหม่ง ทว่าเพรสเนล คิมเพมเบ ปราการหลังของปารีส ก็เบียดจิโตไม่ให้ขยับได้ถนัด

- บอลลอยข้ามหัวจิโตไป ไปเข้าตีนนโปเลียนที่วิ่งตามมาจากอีกฟากของสนาม นโปเลียกระโดดวอลเล่ย์ ฟาดเข้าไป ทำให้มาร์กเซย์ตีเสมอ 1-1

- กรรมการเป่านกหวีดจบครึ่งแรก


- ในห้องแต่งตัวปารีส เดอช็องส์เตือนว่าเราประมาทจิโตกับซาโนะมากเกินไป 

ทูเคิล

"ปิแอร์..."

"ครึ่งหลังคือโอกาสของนาย"

"แต่อย่าคิดว่านายต้องลงไปเปลี่ยนเกมคนเดียว"

"ฟุตบอลไม่ใช่กีฬาของคนคนเดียว"

"พวกแกแต่ละคนต่างเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ยิ่งใหญ่ "

"เล่นตามแผน เล่นเพื่อกันและกัน"

"และเมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น..."

"พวกเรา P$G จะชนะเลอ คลาสิกไปด้วยกัน"

- และแล้วในครึ่งหลัง ปิแอร์ก็ลงสนามไปยืนเคียงข้างกับมิซากิ


- ในครึ่งหลังของเกม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง vs มาร์กเซย ทาง P$G ยังคงครองเกมเหนือกว่า บุกเป็นพายุอุกกาบาตถล่มหัวหมา แม้แนวรับของมาร์กเซยจะยังยันไว้ได้ แต่ก็เหงื่อแตกและหอบแดกกันถ้วนหน้า การเคลื่อนไหวช้าลงเรื่อย ๆ

- เพราะปิแอร์ลงมาทำเกมแล้ว เดอช็องส์เลยถอยลงไปต่ำกว่าเดิมเพื่อช่วยเกมรับ

- ปิแอร์ต่อบอลให้โอโคชา โอโคชา ส่งให้มิซากิ

- มิซากิเห็นว่าแต่ละคนถูกประสบแน่น เลยตัดสินใจเลี้ยงบุกขึ้นไปเองบ้าง

- จิโตวิ่งเข้ามาขวาง มิซากิพลิกตัวกลับหลังหันฉับพลัน เท้าซ้ายแตะบอลเข้าเท้าขวา เท้าขวาตอกบอลลอดดากของจิโต แล้วก็พลิกตัววิ่งผ่านจิโตไปแบบไร้ตัวตนนนนนนนนนนนนนน

- นโปเลียนตะโกนตามหลัง ตายห่าาาา!! ใครก็ได้หยุดมันนนนนน!!

- มิซากิวิ่งฝ่าไปจนเหลือแค่ดวลตัวต่อตัวกับประตู เจ้าตัวคิดว่าบางครั้งสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทีม ก็คือการบุกเข้าไปคนเดียวแบบนี้แหละ

- แล้วมิซากิก็ยิงปั่นโค้ง หนีมือผู้รักษาประตู เสียบเข้าประตูอย่างสวยงาม P$G ขึ้นนำมาร์กเซย 2-1

- โอโคชาชมว่าทำดีมาก มีทั้งทักษะและการตัดสินใจเฉียบขาด

- ส่วนปิแอร์ก็บอกว่า ความสามารถในการสลับไปมา ระหว่าง "ใส่พานให้เพื่อน" กับ "ชงเองกินเอง" คือจุดแข็งของมิซากิเลย


- เริ่มเกมกันต่อ มิซากิแย่งบอลจากนโปเลียน ส่งให้เนย์มา > โอโคชา > ปิแอร์ > เป้ ต่อบอลกันไวจัด แล้วเป้ก็ลากเข้าไปซัด P$G ทิ้งห่าง 3-1

- หลังจากนั้นไม่มีประตูเพิ่ม กรรมการเป่านกหวีดหมดเวลา แล้วจิโตก็หมดสภาพ ลงไปนอนหอบแดกกับพื้นสนาม จนมิซากิกับซาโนะเข้ามาดู

- ซาโนะบอกว่าตอนนี้รู้แล้วว่าสไตล์การเล่นของพวกเขา มันก็ใช้กับเวทียุโรปไหว แต่จิโต ยังต้องไปฝึกเพิ่ม Stamina อีกเยอะ

- มิซากิก็มองขึ้นฟ้าแล้วนึกถึงซึบาสะ...


มิซากิ

"ซึบาสะ ผมทำได้แล้วนะ"

"ผมคับเขี่ยวอยู่ในเวทีระดับโลกแล้ว"

"สักวันหนึ่ง..."

"เราจะได้ดวลกันในสนามอีกครั้ง"

ไม่มีความคิดเห็น