รีวิว The Music of Square Enix Thailand 2026 ประทับใจไม่หยุด
วันนี้ จน. ได้มีโอกาสไปดู The Music of Square Enix ที่สิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดลมาค่ะ บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งวันที่คนเป็นแฟนเกมค่าย Square Enix อย่างเจนนี่มีความสุขมากกกกก 5546545635533
อย่างแรกที่ทำเอาตกใจตั้งแต่ยังไม่เข้าฮอลล์คือ... "ทอนแบรีจาก FFVII Rebirth ขนาดเท่าตัวจริง!!"
ตอนเห็นครั้งแรกคือ "เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยย!!" 
แล้วไม่ใช่หุ่นตั้งโชว์เฉย ๆ นะ มันเดินได้! โบกมือได้! หันมาทักคนถ่ายรูปได้ด้วย!
ทีแรกเจนนี่นึกว่าเป็นพร็อพของผู้จัดงาน ที่ไหนได้... ได้ยินมาว่าเป็นของแฟนเกมคนหนึ่งที่ทำมาเองแล้วแบกมาให้ทุกคนถ่ายรูป โหหหหหห ความรักในเกมมันพาคนไปได้ไกลจริง ๆ คนต่อคิวถ่ายรูปกันยาวเลย แล้วตอนเจนนี่เข้าไปถ่าย มันหันมาโบกมือให้ด้วย น่ารักจนใจเจ็บ 
พอเข้าไปในฮอลล์ การแสดงก็เริ่มทันที
สำหรับคอนดักเตอร์ คุณ Eric Roth เจนนี่ว่าคุมวงโอเคนะ แต่ถ้าเทียบกับ Arnie Roth ที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกัน เจนนี่ยังแอบคิดถึงสไตล์ของอาร์นีมากกว่า
อาร์นีจะเป็นสายเอนเตอร์เทนกว่า ก่อนเล่นเพลงแต่ละช่วงจะเล่าเกร็ดเกม เล่าความหลังบ้าง และ Arnie จะชวนคนดูมีส่วนร่วมตลอด แบบ "ภาคนี้กำลังจะครบรอบนะ!" หรือ "ขอเสียงแฟน Final Fantasy X หน่อย!" ทำให้ทั้งฮอลล์คึกคักมาก
แต่คุณเอริคจะนิ่งกว่าเยอะ MC ไม่บ่อย ส่วนใหญ่ก็แนะนำว่าเพลงต่อไปมาจากเกมอะไร แล้วก็กล่าวขอบคุณคุณโยโกะ ชิโมมุระ กับคุณยาสึโนริ นิชิคิ ประมาณนั้น เรียบ ๆ เลยให้บรรยากาศคนละแบบ
ส่วนตัวเจนนี่ก็ไม่ได้ติดอะไรนะ แค่รู้สึกว่าถ้ามีการเล่าเรื่องก่อนแต่ละเพลงอีกนิด คนดูน่าจะอินกว่าเดิม
เรื่องการบรรเลง แอบรู้สึกเหมือนหลาย ๆ คนเลย คือบางช่วงน้ำหนักเสียงของเครื่องดนตรีไม่เหมือนต้นฉบับที่เราคุ้นหู ฟังแล้วมีความรู้สึกแปลกนิด ๆ
แต่ถามว่าชอบไหม...
ชอบค่ะ!
เพราะสุดท้ายสิ่งที่เราได้ยิน ไม่ใช่แค่โน้ตดนตรี แต่มันคือความทรงจำที่เคยใช้เวลากับเกมเหล่านั้นต่างหาก
บางเพลงขึ้นมาแค่ไม่กี่วินาที ภาพในเกมก็ลอยเข้ามาเต็มหัวเลย
อันนี้เป็นความรู้สึกที่อธิบายยากเหมือนกัน 
อีกเรื่องที่เจนนี่ว้าวมาก คือทีมงานเอาจริงกับการห้ามอัดวิดีโอมาก!
มีคนแถวหน้าของเจนนี่แอบยกมือถือขึ้นมาตั้งแต่อินโทรเพลงแรกเลย แล้วอยู่ ๆ ก็มีเลเซอร์สีแดงยิงตรงไปที่มือถือแบบแม่นมาก สะบัดไปมาบนหน้าจอเพื่อเตือนให้หยุดถ่าย
คือเจนนี่ไม่เคยเห็นกับตาตัวเองมาก่อน 55554455465445331
เลยแอบนั่งมองว่า "โห... ท้าทายระบบไม่ได้เลยนะ"
แล้วก็มาถึงช่วงที่เจนนี่เซอร์ไพรส์ที่สุดของทั้งงาน...
เพลงจาก Xenogears
สารภาพเลยว่าเจนนี่ไม่เคยเล่น Xenogears มาก่อน เพราะงั้นเนื้อเรื่องรู้แบบงู ๆ ปลา ๆ จากภาพบนจอเท่านั้น
แต่เท่าที่จับใจความได้ มันเหมือนมีคุณพ่อที่กลายเป็นเครื่องจักรหรือ AI แล้วพยายามชวนลูกสาวให้เดินเข้าสู่ "บทใหม่ของชีวิต" แบบเดียวกับตัวเอง ขณะที่ลูกสาวกลับเริ่มตั้งคำถามและไม่ยอมเชื่อทุกอย่างง่าย ๆ
ไม่รู้ว่าที่เจนนี่ตีความถูกหมดไหมนะ แต่แค่ดูจากภาพกับฟังเพลงไปด้วย มันเศร้ามาก...
สุดท้ายไม่ว่าใครจะบอกอะไร คนเราก็ต้องเป็นคนคิดและตัดสินใจด้วยตัวเองอยู่ดี
แค่ฉากไม่กี่นาที แต่ทำให้เจนนี่อยากกลับไปหาเกมนี้มาเล่นเลย
แล้วก็มีอีกช่วงที่ทำเอาเจนนี่หลุดกรี๊ดในใจแบบสุด ๆ 

ตอนเพลงจาก Kingdom Hearts Dream Drop Distance ขึ้น ฉากเปิดที่เป็นหนังสือนิทานค่อย ๆ เปิดออก มีริคุกับไคริวิ่งเล่นอยู่บนเกาะ ก่อนที่โซระในร่างคนจริงจะค่อย ๆ ลอยลงมาจากท้องฟ้า แล้วทุกอย่างถึงเริ่มมีชีวิตขึ้นมา...
โอ๊ยยยยยยย!!!
เมื่อคืนพี่บอนเพิ่งโยนเงื่อนงำ Kingdom Hearts มาให้เจนนี่นั่งวิเคราะห์เป็นสิบข้อ
พอมาเห็นซีนนี้บนจอใหญ่...
สมองคือทำงานทันที
"เดี๋ยวนะ..."
"นี่มันก็เป็นเงื่อนงำอีกชิ้นหนึ่งไม่ใช่เหรอ?"
เหมือนโนมุระกำลังแอบบอกอะไรเรามาตั้งนานแล้ว แต่เราเพิ่งเริ่มต่อจิ๊กซอว์กันถูกทาง
เดี๋ยวเรื่องนี้ไว้เจนนี่ขอเรียบเรียงเป็นบทความเต็ม ๆ อีกที เพราะยิ่งคิด ยิ่งสนุกจริง ๆ 
โดยรวมแล้ว สำหรับเจนนี่ คอนเสิร์ตครั้งนี้อาจไม่ได้สมบูรณ์แบบทุกอย่าง แต่เป็นงานที่ทำให้รู้สึกว่า "ดีจังที่เราโตมากับเกมของ Square Enix"
หลายเพลงพาเราย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง หลายเกมทำให้คิดถึงช่วงเวลาที่เคยนั่งเล่นทั้งคืน และหลายฉากก็ยังทำให้หัวใจเต้นแรงเหมือนเดิม แม้จะผ่านมาหลายสิบปีแล้วก็ตาม
สุดท้ายนี้ก็ต้องขอบคุณ 54 Entertainment ที่พาคอนเสิร์ตดี ๆ แบบนี้มาจัดในประเทศไทยนะคะ หวังจริง ๆ ว่าจะได้เห็นงานแบบนี้กลับมาอีก เพราะเชื่อว่ามีแฟนเกมอีกเยอะมากที่ยังรอฟังบทเพลงเหล่านี้กับวงออร์เคสตราสด ๆ เหมือนเจนนี่ค่ะ 

ลูกเพจคนไหนไปดูรอบเดียวกับเจนนี่บ้าง? หรือใครมีความเห็นยังไงกับซีนโซระตกจากฟ้ามาเม้าท์มอยกันด่วน ๆ เลยน้าาา เจนนี่รออ่านคอมเมนต์อยู่จ้าาา! เลิฟ ๆ น้าาา~



Post a Comment