สรุปเนื้อเรื่อง Captain Tsubasa Dream Team: Next Dream Part 14
- การแข่งขันนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มแชมเปียนส์ลีก กลุ่ม C การดวลกันระหว่าง อาแจ็กซ์ vs บาเลนเซีย ที่บ้านของอาแจ็กซ์ สนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา
- ตอนนี้ทั้งสองทีม มีแต้มเท่ากัน เลยแข่งกันแค่ว่าใครจะเข้ารอบในฐานะผู้นำกลุ่ม
- ปีนี้ บาเลนเซียได้เลโอ คู่หูของซันตานาที่พึ่งย้ายมาจาก คาชิมา แอนต์เลอร์ส มาเสริมทัพ
- มิสุงิ จุน คุยกับไบรอัน ไครฟอร์ด ของฝั่งอาแจ็กซ์คุยกันว่าเราต้องช่วยกันประกอบซันตานาและเลโอ ที่เป็นคีย์แมนของบาเลนเซียไว้
เบอทรานด์ ตราโอเร (อยู่อาแจ็กซ์ ปี 2016-2017 และ 2024-2025)
“เดี๋ยวสิพวก”
“คือถ้าประกอบพวกซันตานาได้ มันก็ดีอยู่”
“แต่แค่นั้นมันจะพอรึ?”
“นี่ไม่ใช่แค่การหยุดพวกซันตานานะ”
“เรากำลังสู้กับบาเลนเซียทั้งทีม”
“ก็ต้องคำนึงถึงการขึ้นเกมรุกของเราด้วยเหมือนกัน”
ไครฟอร์ด
“บาเลนเซีย เป็นหนึ่งในทีมที่ทำประตูได้เยอะที่สุดในโลกแล้วนะ”
“จะไปบ้าบุกสู้ด้วย มันก็เสี่ยงเกินไป”
“ก่อนอื่น เราต้องตั้งรับให้เหนียวแน่นก่อนสิ”
ตราโอเร ตะโกนใส่ไครฟอร์ด
“ทำแบบนั้นจะไปมีโอกาสชนะได้ยังไง!”
“กูไม่สนหรอกว่า ซันตานามันจะเป็นกองหน้าที่เก่งขนาดไหน”
“กูจะยิงให้ได้มากกว่ามัน แล้วเราก็จะชนะ”
“มันก็เท่านั้นเอง!”
- แต่แล้วก็มีกองหลังลุงหนวดชื่อ สตาร์ แฮนเซน (Star Hansen) ซึ่งผม google แล้ว คาดว่าน่าจะเอามาจากนักมวลปล้ำอเมริกา John Stanley Hansen พูดแทรกขึ้นมา
แฮนเซน
“ใจเย็นก่อน ตราโอเร”
“อย่าใจร้อนสิ”
“อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด”
- สักพักตราโอเรก็ขอโทษที่ตะโกนใส่ไครฟอร์ด ซึ่งไครฟอร์ดก็ไม่ถือสา
- แล้วพวกกลุ่มเพื่อนไครฟอร์ด ที่มาจากชุดเยาวชนฮอลแลนด์ รุด คริสมาน, โยฮัน เรนเซนบริงค์, เกิร์ต ไคเซอร์ เลออน ดิก และฮานส์ โดลแมน ก็ออกมาพูดอาแจ็กซ์ร่วมใจกันคนละท่อนกัน
- เมื่อเกมเริ่มขึ้น ฝั่งบาเลนเซียของซันตานาก็เดินหน้าถ่ายบอลไปมา บุกไม่เลี้ยง แต่มิสุงิ กับแฮนเซน ก็ช่วยกันตั้งรับได้อย่างเหนียวแน่น
- ช่วงใกล้หมดเวลาครึ่งแรก ซันตานาได้บอล แล้วเลี้ยงบอลลุยขึ้นมาเพื่อทิ้งทวนครึ่งแรก ไครฟอร์ดก็เข้าไปเพื่อจะแย่งบอลจากซันตานา
- ทว่าตอนนั้นเอง เลโอสับตีนวิ่งฝ่าแนวรับของอาแจ็กซ์ขึ้นไป ซันตานารอจังหวะนี้อยู่ก็โยนทรูพาส ยาวไปให้เลโอ
- เลโอยิง แต่แฮนเซนก็แหย่เท้าขวางเอาไว้ได้ทัน
- บอลกระเด้งขึ้น ซันตานากับไครฟอร์ดวิ่งแข่งกันไปเอาบอลที่ถูกสกัดออกมา
- ซันตานาถึงบอลก่อนนน แล้วก็ อิเครรรรรรรรรรรร!!! ฮว๊าาาาาาาาาาาาา!!!
- ซันตานา ยังมีเวลาหมุนตัว 1 ตลบ ในกระบวนท่าที่ยกมือขวาขึ้นจับข้อเท้าขวาเอาไว้ ก่อนจะปล่อยมือขวาออก แล้วโถมสะบัดเท้า ครูดลงไปกับพื้น แล้วกระแทกบอลออกไป ด้วยเพลงแข้ง Tornado Arrow Skywing Shoot
- บอลที่อัดแน่นไปด้วยพลังเน็นสายเขียว พุ่งเลียดพื้นไปอย่างรุนแรง และค่อย ๆ ลอยตัวขึ้น กระซวกตะข่ายเข้าไป บาเลนเซียขึ้นนำอาแจ็กซ์ไปก่อน 1-0
- ไครฟอร์ดก็จะขอโทษ และมองว่ามันเป็นความผิดพลาดของเขาเอง ที่โดนทั้งเลโอหลอก ทั้งตามซันตานาไม่ทัน
- มิสุงิก็บอกไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ไม่ใช่เวลามาตกใจ แค่ลูกเดียว
- ผู้ตัดสินเป่าจบครึ่งแรก ซันตานาบอกกับทีมว่าครึ่งหลังต้องยิงให้ได้อีกลูกเพื่อตอกตะปูปิดฝาโลง
- ส่วนเลโอก็ดีใจ ที่ซันตานาเต็มไปด้วยไฟกระตือรือร้น กระเหี้ยนกระหือรือ คิดถูกจริง ๆ ที่กลับมารียูเนียนกัน
- เริ่มครึ่งหลัง ตราโอเร ของฝั่งอาแจ็กซ์ มีโอกาสบุกขึ้นไปยิง แต่ถูกโกลบาเลนเซียปัดออกมา
- ซันตานาและเลโอ พากันบุกเคาเตอร์กลับมา ซันตานาใช้ฮีลช็อต งัดบอลหลบเลออน ดิก (กองหลังอาแจ็กซ์) แล้วกระโดดขึ้นไป **ตอนกระโดดยังอุตส่าห์ใช้มือขวาจับร้องเท้าง้างเป็นคันธนูอีกกก แล้วก็ซัดออกไปทั้งแบบนั้น บอลตุงตะข่าย บาเลนเซียทิ้งห่างหากเป็น 2 ประตู
- ตราโอเรเริ่มหน้าเครียด เก็บอาการไม่อยู่ กัดฟันปากสั่น
- ไครฟอร์ด มีโอกาสทำเกมบุกขึ้นมา จ่ายให้เกิร์ต ไคเซอร์ ถ่ายต่อไปยังโยฮัน เรนเซนบริงก์ แล้วโยนให้ตราโอเรโขก
- ตราโอเรโขกบอลซุกก้นตะข่ายไปแล้ว แต่กรรมการกลับเป่าว่าเป็นลูกล้ำหน้า!! ไม่ให้ประตู!!
- ตราโอเร หัวเสียจนเดินปรี่เข้าไปโวยวายกับกรรมการ
- รุด คลิสมานกับเลออน ดิก รวมถึงสตาร์ แฮนเซนด้วย รีบปรี่เข้าไป… แต่ไม่ได้ไปช่วยรุมกรรมการนะ ช่วยลากไอ้ตราโอเรออกมา…. ทั้ง 3 คนคิดเหมือนกันว่าขืนปล่อยตราโอเรไปโวยกรรมการแบบนั้น เดี๋ยวก็โดนไล่ออกกันพอดี
- ตราโอเรโดนเพื่อน ๆ ลากออกมา… แล้วยิงเจ็บแค้นในใจว่า แม่งยังใจเย็นกันได้ยังไงวะ? ทีมพวกเรากำลังจะแพ้อยู่แล้ว!?
- เล่นกันต่อ มิสุงิ แย่งบอลมาจากเลโอได้ แล้วทำชิ่งกับรุด คลิสมาน แล้วก็จ่ายบอลต่อกันไปหมดทั้งทีม จนไปถึงตราโอเร ที่คราวนี้มีโอกาสยิงอีกครั้ง ซัดเข้าไปไม่พลาด
- อาแจ็กซ์ไล่หลังตามมา 2-1
- แล้วเรื่องก็เล่ารวบรัดมาช่วยท้ายเกม ไครฟอร์ดมีจังหวะทำประตู อาแจ็กซ์ตีเสมอบาเลนเซีย 2-2 ได้สำเร็จ
บอ.บู๋
"เอ๊ะ... เดี๋ยวก่อนครับ!"
"คาร์ลอส ซันตานา!"
"ฮีโร่ผู้ซัดไปแล้วสองประตูในเกมนี้!"
"จู่ ๆ ก็ยืนนิ่งอยู่กับที่!"
"แทบไม่ขยับไปไหนเลยครับ!"
"เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าตัวหรือเปล่า?"
"หรือว่าจะมีปัญหาเรื่องสภาพร่างกาย!?"
ซันตานา กัดฟัน
“โอยยย…!”
“กล้ามเนื้อน่องน่าจะอักเสบแล้วแบบนี้”
“แทบจะขยับไม่ได้เลย!”
“สงสัยกูเอง คงยังไม่ฟื้นตัวดีหลังจบศึกโอลิมปิกมาเหมือนกัน”
เลโอ
“ซันตานา ไหวมั้ยวะ?”
“ไม่ต้องฝืนก็ได้นะ”
“เรายังเหลืออีกทั้งซีซัน ให้สู้กันต่อ”
ซันตานา
“ไม่ต้องห่วง”
“ก็แค่ตะคริวกินนิดหน่อยเท่านั้น”
“กูยังต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้พวกเราชนะเกมนี้”
- เล่นกันต่อในช่วงใกล้หมดเวลา เลโอจ่ายถวายพานมาให้ซันตานา
- ซันตานาพยายามกัดฟันวิ่งแล้วยิง แต่กลายเป็นว่าด้วยความเจ็บปวด ซันตานายิงบอล “แป้ก…” ดอลแมน (ประตูอาแจ็กซ์) รับลูกแป้กเอาไว้ได้ แล้วเขวี้ยงบอลให้มิสุงิ
- แล้วจู่ ๆ มิสุงิมันก็ตะโกน “เราจะชนะด้วย Total Football ของฮอลันดาาาาาา ไปกันเลยยย”
- แล้วมิสุงิ ไครฟอร์ด ตราโอเร เรนเซนบริงก์ ไคเซอร์ แม่งก็วิ่งบุกเรียงแถวกันขึ้นมาพร้อมกัน 5 คน ถ่ายบอลกันไปมาอย่างรวดเร็ว
- ไคเซอร์ส่งให้ตราโอเร แต่ตราโอเร โดนประกบแน่น เจ้าตัวคิดว่าถึงยิงไปก็ติดอยู่ดี กูอยากทำยังไงก็ได้ ขอแค่ทีมชนะ
ตราโอเร
“ฝากด้วยนะ ไครฟอร์ดดดดดดดดดด”
“ห้ามพลาดนะโว้ยยยยยยยย!!”
- ไครฟอร์ดสะบัดเอว กระแทกบอลเข้าไปตุงตะข่าย ทำให้อาแจ็กซ์พลิกกลับมาแซงนำ 3-2
บอ.บู๋
“เข้าไปแล้วครับบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ!!”
“ประตูที่พาอาแจ็กซ์กลับมาจากความตาย”
“ของไบรอัน ไครฟอร์ดดดดดดดดดดดดด”
"อาแจ็กซ์พลิกแซงขึ้นนำบาเลนเซียได้แล้วครับ!"
“อ๊ะ อ๊าววววววววว”
“และผู้ตัดสิน ก็เป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขันทันทีครับ”
“จบเกมที่สนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา!”
"เกมที่เต็มไปด้วยดราม่า!"
"เกมที่พลิกไปพลิกมา!"
"และสุดท้าย..."
“อาแจ็กซ์กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงครึ่งหลัง”
"พลิกสถานการณ์จากความเป็นรอง!"
“และปาดหน้าแย่งชัยชนะจากบาเลนเซียไปได้สำเร็จ”
"ส่วนบาเลนเซีย..."
"หลังจากเคยกุมความได้เปรียบเอาไว้..."
"สุดท้ายกลับต้องเดินออกจากสนามด้วยความผิดหวังอย่างที่สุดครับ!"
- ทว่าสิ่งที่ไครฟอร์ดทำทันทีหลังสิ้นเสียงนกหวีด ก็คือเดินไปหาซันตานา
ไครฟอร์ด
“ซันตานา ขานายเป็นไงบ้าง?”
“ท่ายิงเมื่อกี้ของนาย ทำให้ฉันกังวลขึ้นมา…”
ซันตานา
“ไม่เป็นไรหรอก”
“ก็แค่ตะคริวกินนิดหน่อย..”
มิสุงิ
“ถ้าพูดแบบนั้น…”
ซันตานา
“วันนี้กูพ่ายแพ้โดยสมบูรณ์”
“จากนี้ไป จะต้องพยายามซ้อมให้มากขึ้น”
“และจะไม่ยอมพลาดซ้ำแบบเดิมอีกแล้ว”
“ฝากไว้ก่อนเถอะ”
“ครั้งหน้าที่เจอกันใหม่ ชัยชนะจะต้องเป็นของบาเลนเซีย”
- หลังจากนั้นมิสุงิกับไครฟอร์ดก็แยกมาคุยกัน
มิสุงิ
“หลังจากนี้ ซันตานาก็คงจะพัฒนาตัวเองขึ้นไปอีก”
ไครฟอร์ด
“ซันตานา ไม่ใช่เป้าหมายเดียวที่ต้องกังวลหรอกนะ”
“ทัวนาเมนต์ในรอบน็อคเอาท์”
“ยังเต็มไปด้วยเสือสิงห์กระทิงแรด ที่ผ่านรอบแบ่งกลุ่มเข้ามาได้”
“ทุกแมตช์ต่อจากนี้ มีแต่จะยิ่งยากขึ้นไปอีก”
“แต่นั่นก็เหมาะจะเป็นเวที สำหรับการแข่งขันชิงเบอร์ 14 ระหว่างเรา”
มิสุงิ (ใช้สรรพนามสุภาพตลอด boku-kimi)
“ใช่แล้ว”
“ฉันไม่ยอมปล่อยให้นายเอาเบอร์ 14 ของฉันไปใช้อย่างเย็นใจหรอกนะ”
ไครฟอร์ด
“ยิ่งเราแข่งกันทำผลงานแย่งเบอร์เสื้อกันมากเท่าไหร่”
“ทีมก็ยิ่งได้ประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น”
“คิดว่าตอนนี้ผลงานระหว่างเรา น่าจะเจ๊ากันอยู่มั้ง?”
“งั้นเราก็บดบี้กันไปทั้งแบบนี้ จนกว่าจะจบซีซันกันเลย!”
มิสุงิ
“ฉันก็ว่างั้นแหละ”
“ตอนนี้ ฉันน่ะโลภอยากได้ชื่อว่าเป็นแชมป์ ชปล. และเสื้อหมายเลข 14”
“จะเรียกว่าไอ้โลภมากก็ได้นะ”
“แต่นั่นแหละ คือเหตุผลที่ฉันมาที่ยุโรปนี้”
- ณ ซานติอาโก เบอร์นาบิว (อีกแล้ว ทำไมมันมาเตะที่นี่บ่อยจังวะ!?)
- เรอัล มาดริด เปิดบ้านรับการมาเยือนของแวร์เดอร์ เบรเมนจากเยอรมัน ในการแข่งขันแชมเปียนส์ลีกกลุ่ม A
- ทีมนกนางนวลเขียวขาวนั้น ตอนนี้มีแต้มอยู่ในอันดับที่ 2 ของกลุ่ม และพยายามจะเอาชนะราชันย์ชุดขาว เพื่อจะผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปให้ได้
- แล้วภาพก็ตัดมาที่นาทูเรซา กระแทกเข้าไปตุงตะข่าย นำให้เรอัล มาดริด นำห่าง 3-0
โซดะ
“แฮ่ก… แฮ่ก…”
“เรอัล มาดริดแม่งร้ายกาจเหลือเกิน”
เชสเตอร์
“ใกล้จะทดเวลาบาดเจ็บแล้ว”
“นำห่าง 3 ลูกขนาดนี้ คงยากที่จะพลิกเกมได้แล้วล่ะ”
โซดะ
“ล้อเล่นน่า!”
“กูพึ่งได้เปลี่ยนตัวลงมาตอนครึ่งหลังเอง”
“ยังไม่ได้ทำผลงานเป็นชิ้นเป็นอันเลย!”
“ไม่ยอมให้จบแบบนี้หรอกโว้ยยยยย!!”
“เราต้องแสดงให้ไอ้พวกชุดขาวเห็นสิว่าเบรเมนไม่ใช่หมู!!”
มาริโอ เกอเธ่ (มาริโอ เกิทเซ่นั่นแหละ!!)
“ใช่แล้ว โซดะ”
“ไม่ว่ายังไงก็ต้องสู้จนหยดสุดท้าย!”
มาร์กัส
“งั้นก็๋ไปทวงคืนมาสักลูก!!”
“แสดงพลังที่แท้จริงของเราให้พวกมันเห็น!”
- มาร์กัสลากบอลมา ดวลกับซีดาน แล้วก็โดนซีดานฉกไปอย่างง่ายดาย
- แต่โซดะก็ตามมาสไลด์แย่งบอลจากซีดาน แทบจะในทันที
บอ.บู๋
“เอ้าครับบบ โซดะครับ!!
“นักเตะสัญชาติญี่ปุ่นที่พึ่งเปลี่ยนตัวลงมาในครึ่งหลัง”
“ใช้วิชา เรเซอร์แทกเกิล แย่งบอลจากซีดานไปได้อย่างเหลือเชื่อ!!”
ซีดาน
“ยังไม่ยอมแพ้อีกเหรอ!?”
โซดะ
“กูยังฟิตเต็มถังอยู่!!”
“และจะเอาคืนมาดริดอย่างสาสมมมมมมมม”
“อร๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!”
“ทันเวลาด้วยเถอะ”
- แล้วโซดะก็โยนบอลไปทางด้านหน้า
- แต่แล้วผู้ตัดสินก็เป่าหมดเวลา
- เรอัล มาดริด บดขยี้ แวร์เดอร์เบรเมนไปอย่างราบคาบ 3-0
โซดะ
“โธ่เว้ยย จบแล้วเหรอ…”
“ไม่ใช่แค่นาทูเรซา”
“นักเตะทั้งทีมมัน มีแต่พวกเหนือดุจเทวดา”
“ราชันย์ชุดขาว มันเป็นอีกระดับนึงไปแล้ว…”
“แต่ทว่า….”
“กูไม่ได้รู้สึกสิ้นหวังเหมือนตอนที่เล่นในนัดเปิดบุนเดสลีกาหรอกนะ”
“หลังจากถูกเหยียบย่ำมาแสนนาน”
“กูก็ค่อย ๆ เก่งขึ้นเรื่อย ๆ”
“วันนี้กูอาจจะได้อยู่ในสนามไม่นานนัก”
“แต่ก็รู้สึกว่า กูรับมือกับพวกชุดขาว ได้ไม่เลว”
“ประสบการณ์เหล่านี้ จะเป็นแรงผลักดันให้กูโตขึ้น พัฒนาขึ้น”
“นั่นแหละ คือเหตุผลที่กูมายืนอยู่บนผืนแผ่นดินยุโรปนี้!”
- แล้วภาพก็ตัดไปทางกลุ่ม D
- บาเยิร์น มิวนิค ของชไนเดอร์ เลวีน และเซียว บดขยี้ทีมอื่นจนสิ้นซาก การันตีอันดับที่ 1 ของกลุ่มล่วงหน้า
- ส่วนวากาบายาชินั้น “เจ็บยาวมาตั้งแต่โอลิมปิก” และยังไม่สามารถลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่มได้เลย
ชไนเดอร์
“กูจะใช้ความอับอายเมื่อครั้งมหกรรมโอลิมปิก”
“เป็นเชื้อไฟให้กูในการแข่ง ชปล. และบุนเดสลีกา”
“เมื่อไหร่ที่วากายาชิหายเจ็บ ทีมจะแข็งแกร่งขึ้นอีก”
“ด้วยมือของวากาบายาชิ”
“เราจะพิชิตบุนเดสลีกา และคว้าแชมป์ ชปล. มาครองได้!”




Post a Comment