สรุปเนื้อเรื่อง Captain Tsubasa Dream Team: Next Dream Part 15



  • ในกลุ่ม D นอกจากบาเยิร์นที่กระหน้ำชัยชนะรัว ๆ ไม่เกรงใจใครแล้ว ยังมีนาโปลีของดิอาซ & ฮิโนะเรียวมะ กับอาร์เซนอลที่มัตสึยามะสถิตอยู่ด้วย มันเลยเกิดการแข่งขันว่าใครจะได้เข้าป้ายเป็นอันดับสองของกลุ่ม

  • ในการซ้อมครั้งสุดท้ายก่อนแข่งกับนาโปลี มัตสึยามะบอกกับทีมว่า เกมเยือนเราออกไปแพ้นาโปลีมาแล้ว พรุ่งนี้จะแพ้คาบ้านอีกไม่ได้

  • อันที่จริงเพื่อน ๆ ไม่ได้เครียด แต่มีมัตสึยามะเครียดคนเดียว

  • หลังซ้อมเสร็จ มัตสึยามะค่อย ๆ เดินกลับบ้านเพื่อสงบใจ เขาเดินอยู่ก็เหม่อมองฟ้า ที่มีเครื่องบินบินผ่าน


มัตสึยามะ

“โยชิโกะ จะทำอะไรอยู่นะ…?”

“เธอเลือกจะเป็นแอร์โฮสเตส เพื่อทำฝันให้เป็นจริง”

“จากฟ้าไกลนั้น เธอจะติดตามการแข่งขันของฉันอยู่รึเปล่านะ?”

“พรุ่งนี้จะแพ้ไม่ได้”

“จะชนะ แล้วผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ให้ได้”


  • แล้วก็มาถึงวันแข่งขัน ไอ้ปืนใหญ่ “อาร์เซนอล” เปิดรังเอมิเรตสเตเดียม ต้อนรับการมาเยือนของทีมอัซซูลี “นาโปลี”  โดยมีการผ่านเข้ารอบเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มเป็นเดิม

  • ฮิโนะ ยังเลี้ยงบุกแบบบ้าบิ่นเต็มพลัง จนสามารถบดเบียดผ่านอลัน บานส์ไปได้ แต่พอเจอกับอดัม สตรอง ที่รูปร่างสูงใหญ่หนากว่าหลายเบอร์ ฮิโนะ ก็ยังสามารถ หันหลังบังบอลหลอก แล้วพลิกตัวหลบผ่านไปได้ แปลว่ามันเริ่มเล่นใช้สมองเป็นเแล้วววววววววววว


ฮิโนะ

“ผลจากการฝึกกับดิอาซทุกวัน”

“ร่างกายเริ่มจำเทคนิคของมันมาใช้ได้บ้างแล้ว”

“ใครก็เอากูไม่ลงแล้วตอนนนนนนนนี้!!”

“อิคุโซวววววววววววววว!!!”

“อาร์เซนอลลลลลลุ”


  • แล้วฮิโนะก็เริ่มหมุนตัว นับแล้วได้ 4 รอบเต็ม ๆ วง ก่อนจะยิงบอลพุ่งเป็นมังกรเน็นลำแสงสีน้ำเงินออกไป คือถ้าตัดมาแต่ภาพให้ดูเฉย ๆ ใครเห็นก็ต้องนึกว่ามันคือพลังคลื่นเต่า!!

  • ลูกยิงกระหน่ำตะข่ายจนสิ้นซาก นาโปลีขึ้นนำอารเซนอล 1 ประตูต่อ 0

  • โอบาเมยอง ยังทึ่งว่าทำไมฮิโนะมันยิงได้แรงขึ้นทุกครั้งที่เจอกันวะเนี่ย

  • ส่วนมัตสึยามะ เริ่มประหม่าว่าฮิโนะมันเล่นบอลเทคนิคเป็นแล้วววว!!! ก่อนหน้านี้มันไม่เห็นเล่นแบบนี้เลย…

  • แล้วระหว่างที่กำลังประหม่าอยู่นั้นนนน อาจารย์ก็ปล่อยลายเซ็นของแกด้วยการ “ย้อนอดีตตตต”


  • คืนก่อนการแข่งขัน หลังจากมัตสึยามะกลับถึงบ้าน ก็โทรหาเฮียวงะ มัตสึยามะก็บอกว่าเกมที่ไปเยือนนาโปลี ออกไปแพ้มา พรุ่งนี้เปิดเอมิเรตสู้ ต้องชนะให้ได้


เฮียวงะ

“มึงก็ระวังไว้ละกัน มัตสึยามะ”

“ตอนนี้ฮิโนะแม่ง แรงกว่า เร็วกว่า ที่พวกเราเจอมันตอนเยาวชนโลก”

“กูเองก็ไม่อยากแพ้มันเหมือนกัน”

“ตอนนี้ในชาร์ตดาวซัลโวลาลีกา มันกับกูก็ยิงประตูไปเท่ากันเลยเนี่ย”

“แต่เอาเหอะ”

“มึงก็คงไม่ได้อยากได้คำแนะนำสะเปะสะปะ จากกูหรอกมั้ง”


มัตสึยามะ”

“ไม่เลย”

“มันช่วยให้กูยิ่งมุ่งมั่นกับเกมวันพรุ่งนี้มากขึ้น”

“กูจะชนะ แล้วผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปให้ได้”

“รอก่อนนะ”

“แล้วเจอกันในรอบน็อคเอาท์ล่ะ เฮียวงะ”



  • กลับมาเล่นกันต่อ โอบาเมยองคิดว่าถ้าเลี้ยงกินตัวดิอาซได้ ก็จะเปลี่ยนโมเมนตัมของเกมได้

  • แต่กลายเป็นไม่ได้แดกดิอาซซซ โอบาโดนดิอาซฉกบอลไปอย่างง่ายดาย

  • มัตสึยามะจะเข้าไปแย่ง แต่ดิอาซไม่เล่นด้วย แล้วก็ส่งบอลต่อไปให้ฮิโนะ

  • ฮิโนะสะบัดสะโพก ยิงลูกธรรมดาเข้าไป ตุงตะข่าย นาโปลีขึ้นนำ 2 ประตูต่อ 0

  • มัตสึยามะกลับมาอ้าปากค้าง… ถ้าเป็นปกติ ดิอาซมันต้องสวมบทพ่อเลี้ยงเดี่ยว ลากไปยิงคนเดียว ทำไมคราวนี้ มันส่งให้คนอื่นเอาดื้อ ๆ เลยวะะะะะะ


  • เวลาในสนามผ่านไป 30 นาที อาร์เซนอลตามหลังนาโปลี 0-2 ในเกมที่มีเดิมพันเป็นการแย่งอันดับ 2 ของกลุ่ม เพื่อผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ของ ชปล. ต่อไป

  • แม้จะตามหลังสองลูก และผลัดกันรุกรับสูสี แต่มัตสึยามะยังคงตะโกนปลุกเร้าทีม ไม่ให้ท้อ ตั้งสติ พลาดก็เอาใหม่

  • ช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก มัตสึยามะหวังว่าก่อนจบครึ่งแรก ต้องไล่ขึ้นมาสักลูกให้ได้ เลยวิ่งขึ้นมา แล้วก็ใช้อีเกิลพาส ส่งบอลเรียดพื้นระยะไกลไปให้ร็อบบี้ ฮอคส์


ร็อบบี้ ฮอคส์

“ไนซ์พาสสสสสึ”

“บัสต้าาาา!!”

“โฮคุสึ ชูโตะะะะะะะะ~~~~!!!”


  • ลูกยิง Buster Hawks ของร็อบบี้ตุงตะข่าย ทำให้อาร์เซนอลไล่ตามมาเป็น 1-2 ก่อนจบครึ่งแรก

  • ช่วงพักครึ่ง ในห้องพักฝั่งนาโปลี ฮิโนะ เรียวมะ บ่นอุบว่าอุตส่าห์นำ 2 ลูกไปแล้ว นึกว่าพวกปืนโตจะถอดใจ ที่ไหนได้มันยังกัดไม่ปล่อย มัตสึยามะแม่งกระหายชัยชนะไม่ต่างจากเฮียวงะเลย ครึ่งหลังกูจะต้องยิงอีกให้ด้ายยยย ฝากเรื่องปั้นทรงเกมด้วยนะ ดิอาซซซ


  • ครึ่งหลังเปิดมา หลังนาโปลีเขี่ยลูก ดิอาซควบบอล สวมบทพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ถนัด ลากบอลหลบเคลลี และร็อบบี้ของอาร์เซนอลไปอย่างง่ายดาย แล้วก็เปิดบอลให้ฮิโนะ


ฮิโนะ

“ไนซ์พาส ดิอาซ”

“เท่านี้ก็แฮตทริกแล้ววว!”

“อิคุเส~!!!”


  • ฮิโนะหมุนตัวเต็มวง 4 รอบเต็ม ๆ รวบรวมพลังเน็นจากทั้งร่างกาย ระเบิด Tornado Shoot x4 เป็นลำแสงสีฟ้าพุ่งสู้ประตูปืนโตไปอีกครั้ง

  • แล้วมัตสึยามะ ก็วิ่งเข้าไป “อร๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา”



บอ.บู๋
"โอ้โหหหหหหหหหหหหหหหหห!"
"มัตสึยามะ!"
"หยุดเอาไว้ด้ายยยยยยยยยยยยยยย!"
"เหลือเชื่อจริง ๆ ครับ!"
"ตอนแรกผมนึกว่าลูกนี้..."
"จะพุ่งเข้าไปฉีกตาข่ายแบบไม่มีใครหยุดได้แล้ว!"
"แต่มัตสึยามะ!"
"พุ่งเข้ามาเอาชีวิตเข้าแลก!"
"ใช้ทั้งลำตัวบล็อกลูกยิงทอร์นาโดชู้ตของฮิโนะ เรียวมะ เอาไว้ได้!"

มัตสึยามะ

“เอื้อออออออออออออออออออออออออออออออ~~~”



บอ.บู๋
"ดูแรงปะทะสิครับ!"
"มัตสึยามะปลิวถอยหลังไปตามความแรงของลูกแล้ว!"
"ด้วยแรงปะทะมหาศาล!"
"แต่...แต่เดี๋ยวก่อน!"
"เขาไม่ล้มครับ!"
"ยังยืนอยู่ด้ายยยยยยยยยยยยยย!"

ฮิโนะ

“อะไรวะะะะะะะะะะะะ!?”

“ตอบสนองต่อลูกยิงได้อย่างสมบูรณ์”

“แล้วนั่นไม่ใช่ลูกยิงอ่อน ๆ เลยนะ”


ดิอาซ

“ไม่น่าเชื่อ!!”

“หมอนั่นพุ่งเข้าขวางลูกยิงของฮิโนะตรง ๆ เลย!!”


ฮิโนะ

“ทั้งปฏิกิริยาตอบสนองในเสี้ยววินาที”

“และความแข็งแกร่งของกล้ามท้องที่ที่ต้องใช้ในการขวางลูกเอาไว้”

“วันนี้ มึงทำให้กูเซอร์ไพรส์มาก มัตสึยามะ…”

“น่าสนใจนี่… แต่นาโปลีต้องชนะ”

“พวกเราจะต้องขยี้มัตสึยามะ และผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ให้ได้!”

“ดูอยู่รึเปล่า เฮียวงะ!”

“สไตรเกอร์อันดับ 1 ของโลก จะต้องเป็นกูคนนี้!!”


  • หลังจากนั้นมัตสึยามะก็ยังเล่นต่อได้ 

  • ฮิโนะเลี้ยงเข้าไป ท้าดวลกับมัตสึยามะ แต่ก็ขลุกขลิกกันจนบอลออกเส้นข้างสนาม

  • อดัม สตรอง มองว่ามัตสึยามะ น่าจะฟื้นตัวสมบูรณ์จากอาการบาดเจ็บที่ติดตัวมาจากโอลิมปิกแล้วสินะ ช่วงพึ่งย้ายมาร่วมทัพใหม่ ๆ ก็มาทั้งที่บาดเจ็บอยู่ แล้วก็ยังอุตส่าห์เข้ายิมเล่นเวท ฝึกซ้อมอย่างหนัก การฝืนสังขารมากไปประสาคนญี่ปุ่นแบบนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เขาสรรเสริญหนัก แต่นั่นนนน ก็คือเหตุผลว่าทำไมมันถึงยังยืนอยู่ด้ายยยย



เคลลี อีเกิลส์

“มัตสึยามะ!!”

“ถ้ามีโอกาส มึงวิ่งเติมขึ้นมาได้เลยนะ!”

“เวลาที่เหลือ เราต้องทวงประตูคืนให้ได้!

  • เล่นกันต่อมาถึงนาที่ 65 เคลลีมีโอกาส โยนบอลโด่ง ให้โอบาเมยอง กระโดดซัดเข้าไปได้ ทำให้อาร์เซนอล ตามตีเสมอเป็น 2-2 ได้สำเร็จ

  • หลังจากเขี่ยบอลกันใหม่ ฮิโนะพุ่งเข้าแทคเกิล แย่งบอลจากโอบาเมยองไปได้

  • แล้วฮิโนะก็เลี้ยงแบบบ้าพลัง บุกทะลวงเข้าไปมา


มัตสึยามะ

“มาวัดกันสิวะ ฮิโนะ!!”


ฮิโนะ

“มัตสึยามะ… น่าสนุกนี่!!”

“เอาสิวะ!!”

“ไม่ใช่แค่เฮียวงะเท่านั้น”

“กูก็จะไม่ยอมแพ้มึงหรอก มัตสึยามะ!!”


มัตสึยามะ

“จิตใจแน่วแน่มุ่งมั่นฉิบหายยย”

“แต่ก็ไม่ได้มากไปกว่ากูหรอกกกก!!”

“อว๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาากกก”


  • มัตสึยามะพุ่งเข้าสไลด์สกัดบอล แทงบอลกระเด็นออกจากการครอบครองของฮิโนะ แต่ไปเข้าตีนดิอาซแทน

  • ดิอาซลากบอลหนีไป แต่ความคล่องแคล่วช้าลงเรื่อย ๆ 


อลัน บานส์

“ไม่เปรี้ยวเท่าครึ่งแรกแล้วนี่หว่า!”

“นายเอง ก็ใกล้ถึงขีดจำกัดแล้วสินะ!!”

“ถ้าวัดกันเรื่องความอึด”

“ดูเหมือนฉันจะเหนือกว่าสินะ!!”


  • แล้วอลัน ก็ตามมาแย่งบอลจากดิอาซ แล้วเปิดบอลยาวให้เคลลีได้

  • เคลลีเปิดให้ร็อบบี้ ร็อบบี้ไม่มีเหลี่ยมยิงเลยส่งกลับ

  • แต่เคลลีปล่อยบอลผ่านโดยไม่จับ บอลทะลุไปถึงโอบาเมยอง

  • โอบาเมยอง โยนบอลไปทางพื้นที่กราบซ้ายของสนามที่ไม่มีคนอยู่ แต่มัตสึยามะกำลังสับตีนวิ่งขึ้นมา


มัตสึยามะ

“ด้วย Top Speed ตอนนี้”

“กูจะปลดปล่อยอีเกิลช็อตเต็มกำลังออกมา!!!”

“อิเคคคคคคคคคคคคคค~~~~~~~~!!!”



บอ.บู๋

“โกลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล!!!”
“เข้าไปแล้วครับบบบ!!”
“มัตสึยามะ… มัตสึยามะทำได้!!”
"ตะบันด้วยเท้าขวาเต็มข้อ!"
"ส่งบอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างหมดจด!"
"อาร์เซนอล! "พลิกนรกกลับมาขึ้นนำ 3 ประตูต่อ 2 แล้วครับ!"

ฮิโนะ

“ไอ้หมอนั่นนน…!”

“แต่เกมยังไม่จบหรอกโว้ย!”

“กูจะแสดงความมุ่งมั่นของสไตรเกอร์ของนาโปลีให้เห็น!!”


  • หลังจากนั้นนาโปลีก็ยังบุกเป็นพายุโหมกระหน่ำ แต่อาร์เซนอล ก็ยังตั้งรับได้ไม่มีผิดพลาด เป็นการประชันอันดุเดือด


บอ.บู๋

"และแล้ววววววววววววววววววว!"
"ผู้ตัดสินก็เป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขันครับ!"
"จบเกมที่เอมิเรตส์ สเตเดียม!"
"เกมที่เต็มไปด้วยหัวใจนักสู้!"
"และเป็นอาร์เซนอล..."
"ที่โกงความตายกลับมาคว้าชัยชนะได้อย่างเหลือเชื่อ!"
"เฉือนเอาชนะนาโปลีไป 3 ประตูต่อ 2!"
"พร้อมตีตั๋วเข้าสู่รอบต่อไป!"
"ในฐานะรองแชมป์ของกลุ่ม D!"



  • มัตสึยามะ นอนแผ่ลงกับพื้นสนาม หมดก็อก หลับตาลง…


มัตสึยามะ

“หมดแรง….”

“ตอนนี้ขยับสักก้าวก็ไม่ไหวแล้ว”

“สำเร็จแล้วนะ โยชิโกะ”

“ฉันผ่านรอบแบ่งกลุ่ม สำเร็จแล้ว…”


หลังทัพปืนโต เอาชนะอัซซูรีไป 3-2 และผ่านเข้ารอบแบ่งน็อคเอาท์ของ ชปล. ปีนี้สำเร็จ ฮิโนะ เรียวมะ ก็เดินเข้าไปหามัตสึยามะ ฮิคารุที่นอนแผ่หลับตาอยู่กลางสนาม


ฮิโนะ

“จะนอนเป็นซากไปทำไมฟะ?”

“แกชนะพวกเราได้นะเว้ย”

“เชิดหน้าเข้าไว้สิ!”


มัตสึยามะ

“ฮิโนะ…”


ฮิโนะ

“ถึงจะหน้าหงุดหงิดแค่ไหน…

“แต่ก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ในวันนี้”

“เส้นในทางแชมเปียนส์ลีกของพวกกู จบลงตรงนี้แล้ว…”

“กูอยากจะสู้กับเฮียวงะในรอบน็อคเอาท์ก็จริง”

“แต่ไม่เป็นไร”

“เอาไว้ไปดวลกับมันต่อในกัลโชเอาก็ได้”


มัตสึยามะ ลุกขึ้นมายิ้ม

“เฮียวงะ มีคู่แข่งที่ร้ายกาจจริง ๆ”


ฮิโนะ

“ไม่ใช่แค่หมอนั่นเท่านั้น”

“ตอนนี้มึงก็ขึ้นไปอยู่ในบัญชีรายชื่อ…”

“คนที่กูต้องเอาคืนไว้แล้ว”


มัตสึยามะ

“เอ๋!?”


ฮิโนะ

“ในเมื่อแกจะชนะพวกเราได้แล้ว ก็ต้องพิชิต ชปล. ให้ได้”

“อย่ามาหลุดฟอร์มเอาซะล่ะ”

“ไม่งั้นกูไม่ให้อภัยมึงแน่!”


  • หลังจากนั้น มัตสึยามะก็บอกว่าตั้งใจไว้แบบนั้นอยู่แล้ว! จะจดจำคำพูดของฮิโนะไว้ แล้วคว้าแชมป์ ชปล. ให้ได้



  • ตัดภาพไปทางปอร์โต… ประเทศโปรตุเกส

  • ปอร์โตของเฮียเครียด โฆเซ มูรินโญ ที่มีนักเตะญี่ปุ่นอย่างอุราเบะ วากาชิมัตสึ และพวกตัวละครออริจินอล กลุ่ม 7 ประจัญบาน สถานการณ์ยังลุ่ม ๆ ดอน ๆ แถมออกไปแพ้ยูเวนตุสมาแล้ว แมตช์ต่อไปจะได้เปิดรัง เอสตาดิโอ โด ดราเกา (สนามมังกร) รับมือยูเวนตุสอีกครั้ง

  • วากาชิมัตสึ และอุราเบะ ต่างก็ผ่านการเคี่ยวกรำอย่างหนักจากเฮียเครียด เสียเลือด เหงื่อ น้ำตาไปมากมาย

  • วากาชิมัตสึก็คิดว่าแทคติกของมูรินโญ อาศัยทั้งพลังกายและสมองไปพร้อมกัน ถ้าจะเล่นให้ได้ตามคามคาดหวังของน้ามู เราก็ต้องเล่นแบบก้าวข้ามขีดจำกัดไปให้ได้ทุกเกม

  • วากาชิมัตสึบอกว่า นึกถึงตอนชิงแชมป์ U-15 นัดรองชนะเลิศที่เจอกับฝรั่งเศส ตอนนั้นโซดะโดนแจก 2 เหลือง แล้วโดนไล่ออกไป พวกเรา 10 คนที่เหลือต้องพยายามเป็น x1.1 เท่าของปกติ ให้ได้เท่ากับพลังของ 11 คน

  • อุราเบะบอกว่าตอนนั้นดูเกมจากทีวีอยู่ จำได้ ๆ

  • วากาชิมัตสึก็บอกว่า น้ามูก็ต้องการให้พวกเราเล่นแบบนั้น ตั้งแต่ต้นยันจบนั่นแหละ ถ้าทำไม่ได้ก็โดนแช่ข้างสนามแน่

  • อุเราเบะ แชร์บ้างว่าตอนไปอยู่ในทีม Real Japan 7 เขาก็โดนกาโม่เคี่ยวมาเหมือนกัน ไม่มีปัญหาาาากับมูหรอกโว้ย ตอนนี้กูได้มาฟาดแข้งกับทีมทั่วยุโรปตามฝันของกูแล้ว ไม่มีเวลาจะมาเฉื่อยชาหรอก

  • วากาชิมัตสึ ฟังแล้วก็รู้สึกว่าอุราเบะมันคล้ายอิชิซากิเลย มันส่งพลังบวกสดใสเริงร่า เปล่งประกายให้คนอื่นอยู่เสมอ และเป็นพลัง ทำให้คนอื่นสดใสขึ้นมาได้ มันเป็น Mood Maker และเพราะมีอุราเบะเป็นสะพานอยู่ คนเก็บตัวไม่ยอมคนอื่นแบบวากาชิมัตสึ ก็เลยปรับตัวอยู่ร่วมกับคนอื่น ๆ ในปอร์โตได้ ดีจังโว้ยยยยย ที่มีเพื่อนคนญี่ปุ่นอยู่ในทีมด้วยยย ไม่งั้นตายหยังเขียดดดด

  • อุราเบะบอก เขาเองก็โชคดีเหมือนกัน ถ้าต้องไปอยู่ในทีมต่างชาติตัวคนเดียวแบบซึบาสะ หรือเฮียวงะ สถานการณ์มันคงยากลำบากกว่าที่พวกเราเจอ เยอะะะะ

  • วากาชิมัตสึก็คิดว่า แมตช์แรกที่ไปเยือนอลิอันซ์ สเตเดียม เขาไม่ได้ลง แต่นัดเปิดรังมังกรต้อนรับม้าลายเนี่ยแหละ กูจะชนะะะะ

  • ว่าแล้วน้ามูก็เดินมาตะโกนนนนน หมดเวลาพัก!! กลับไปเข้าที่ได้!!


  • เข้าสู่บทบรรยาย

  • ในกรุ๊ป E นอกจากยูเวนตุสและปอร์โตแล้ว ยังมีแอตเลติโก มาดริด และสตุ๊ทการ์ท

  • ทีมตราหมี นำโดยโค้ชดิเอโก ซิเมโอเน และมีบุญนาค สิงห์ประเสริฐ สุดยอดปราการหลังนำเข้าจากแผ่นดินสยาม พึ่งปราบทีมม้าขาว และอยู่อันดับ 3 ของกลุ่ม 

  • สตุ๊ทการ์ท หรือม้าขาวนั้น แม้จะมีโคตรนายทวารอย่าง ดิวเตอร์ มุลเลอร์ ชาวเยอรมัน บอสระดับ Epic จากภาคแรกอยู่ แต่โดนเนิร์ฟให้บาดเจ็บไปแล้ว ก็เลยจมบ๊วยกลุ่ม 

  • ขณะที่เฮียวงะ หลังซ้อมเสร็จ ทุกค่ำก็จะออกวิ่งไปรอบเมืองตูริน เพื่อรักษาความฟิตของตัวเองไว้


เฮียวงะ

“นัดหน้าเลือดลมสูบฉีดแน่!”
“คราวนี้ กูจะพับแขนเสื้อขึ้นล่ะนะ” (**สำนวนที่หมายถึง เอาจริง)
“วากาชิมัตสึ…”
“กูหวังว่ามึงจะหายกลับมาทันแมตช์นี้”
“แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!!”

ไม่มีความคิดเห็น