ฮามากุจิเชื่อ ยังไงก็ต้องมี Physical Media อยู่เสมอ และจะพยายามให้ Revelation เป็นแบบนั้น


หลังจบงาน Final Fantasy XIV Fan Festival ที่กรุงเบอร์ลิน นาโอคิ ฮามากุจิ ผู้กำกับ Final Fantasy VII Revelation ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ Express และ GamesRadar แบบข้อมูลแน่นมากกก ตั้งแต่ความร่วมมือกับ Evercold การเปลี่ยนแปลงของโลกในเกม ระบบต่อสู้กับเหล่าเวพอน ไปจนถึงอนาคตอันแสนเปราะบางของเกมแผ่น (พี่บอนบอกว่าสาระมีอยู่แค่ไอ้ตรงท้ายเนี่ยแหละ นอกนั้นซ้ำเดิม) ซึ่งฟังแล้วมีทั้งเรื่องที่ชวนว้าว เรื่องที่แฟนมินิเกมน่าจะถอนหายใจโล่งอก และเรื่องที่สายสะสมเกมกล่องต้องพนมมือขอบคุณคุณพ่อฮามากุจิเลยค่ะ


เฮียฮามากุจิเล่าว่า เนื่องจาก Evercold และ Final Fantasy VII Revelation มีกำหนดวางจำหน่ายใกล้เคียงกัน ทั้งสองทีมจึงเลือกจับมือร่วมกันกระตุ้นบรรยากาศของซีรีส์ Final Fantasy ให้กลับมาคึกคักแบบยิงคอมโบต่อเนื่อง เรียกว่าค่ายไม่ได้ปล่อยเกมแล้วต่างคนต่างอยู่ แต่พยายามช่วยกันสร้างโมเมนตัมให้ผู้เล่นรู้สึกว่า ช่วงนี้ชาว Final Fantasy มีเรื่องให้ตื่นเต้นตลอดนะคะ ไม่ได้ปล่อยให้แฟน ๆ นั่งแห้งรอข่าวอยู่หน้าจอแบบเมื่อก่อนแล้ว
อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งมโนไกลว่า Revelation จะได้รับอิทธิพลจาก Evercold แบบลับ ๆ เพราะฮามากุจิยืนยันว่า ทิศทางการพัฒนาของ Revelation ถูกกำหนดเอาไว้เรียบร้อยหมดแล้วก่อนที่ความร่วมมือครั้งนี้จะเริ่มต้นขึ้น ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีการหยิบระบบหรือแนวคิดอะไรจาก Evercold กลับไปใส่ในโปรเจกต์ FFVII Remake แบบเร่งด่วนค่ะ สรุปคือร่วมมือกันในแง่การโปรโมตและสร้างกระแสเป็นหลัก ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ทีม Revelation จะเห็นของเพื่อนแล้วพูดว่า “อุ๊ย อันนี้ดี ขอหยิบกลับบ้านนะคะ” เพราะของตัวเองล็อกแผนไปหมดแล้วแม่
ส่วนโลกภายใน Revelation นั้น ฮามากุจิบอกว่า พลังของมาเทเรียดำ การปรากฏขึ้นของเมเทโอ รวมถึงความเคลื่อนไหวของเหล่าอสูรเวพอน จะส่งผลกระทบต่อผืนแผ่นดินอย่างเห็นได้ชัด ภูมิประเทศบางแห่งจะเปลี่ยนแปลงไป และวิธีการเดินทางหรือสำรวจก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่ทีมงานไม่ได้ตั้งใจเปลี่ยนฉากเก่าแล้วปล่อยให้เราวิ่งผ่านเฉย ๆ แบบ “โอเค โลกจะแตกนะ แต่เดินเปิดหีบกันต่อค่ะ” เพราะในแต่ละพื้นที่จะมีเนื้อหาและภารกิจใหม่เกิดขึ้นตามสถานการณ์ด้วย
ลองคิดในมุมของชาวบ้านดูนะคะ อยู่ดี ๆ เมเทโอก็ลอยเด่นอยู่บนฟ้า เวพอนตัวเท่าภูเขาออกมาเดินเพ่นพ่าน แผ่นดินก็เปลี่ยนสภาพ ชีวิตประจำวันของคนธรรมดาจะสงบได้ยังไงก่อน
ดังนั้นคลาวด์และพรรคพวกจะต้องช่วยเหลือผู้คน รับมือกับปัญหาใหม่ ๆ และเข้าไปจัดการผลกระทบที่เกิดจากวิกฤตของโลก โดยฮามากุจิสรุปคีย์สำคัญของภาคนี้เอาไว้ชัดเจนว่า **ภูมิประเทศเปลี่ยน วิธีการสำรวจเปลี่ยน และจะมีคอนเทนต์ใหม่ให้ทำในพื้นที่ต่าง ๆ** เพราะโลกกำลังเผชิญเหตุการณ์ระดับวันสิ้นโลก จะให้ทุกอย่างเหมือนเดิมก็คงไม่ได้แล้วค่ะ ชีวิตต้องมีคอนเทนต์ โลกจะแตกก็ต้องมีเควสต์ 
อีกเรื่องที่ฮามากุจิออกมาย้ำกันอีกรอบแบบกลัวแฟนเข้าใจผิด คือทีมงานไม่ได้เอาความคิดเห็นหรือความนิยมของผู้เล่นไปใช้เปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องหลักตามกระแส ใครรอด ใครตาย ใครลงเอยกับใคร ไม่ได้เปิดโหวตแล้วให้ชาวเน็ตช่วยกันปั่นแท็กเพื่อเปลี่ยนชะตากรรมค่ะ เพราะเส้นทางของเนื้อเรื่องยังคงเป็นสิ่งที่ทีมสร้างสรรค์กำหนดเอาไว้
สิ่งที่ทีมงานนำฟีดแบ็กไปใช้จริง ๆ จะอยู่ในส่วนของรูปแบบการเล่นและการเข้าถึงเกมมากกว่า โดยเฉพาะประเด็นมินิเกมที่ใน Rebirth เคยทำเอาผู้เล่นบางคนถึงกับมองจอยแล้วถามตัวเองว่า “นี่ฉันกำลังช่วยโลก หรือกำลังบำเพ็ญทุกรกิริยาอยู่คะ”
ใน Revelation ผู้เล่นจะสามารถปรับระดับความยากของมินิเกมได้ และบางส่วนสามารถกดข้ามหรือ Skip ได้ด้วย ใครเป็นสายเก็บครบก็ยังเล่นให้สุดได้เหมือนเดิม ส่วนใครอยากตามเนื้อเรื่อง ไม่อยากให้โลกต้องรอเพราะตีลูกเบสบอลไม่ผ่าน ก็สามารถเลือกเดินหน้าต่อได้ ไม่ต้องถูกมินิเกมจับเป็นตัวประกันอีกแล้วค่ะการเก็บ Trophy เองก็จะง่ายลงเล็กน้อยด้วย ฟังแล้วนักล่าถ้วยรางวัลน่าจะเริ่มมีน้ำตาซึม เพราะทีมงานดูเหมือนจะเข้าใจแล้วว่า ความท้าทายกับความทรมานนั้นเป็นญาติกันก็จริง แต่ไม่จำเป็นต้องให้เข้าบ้านมาพร้อมกันทุกครั้งนะคะ

ส่วนศึกกับเหล่าเวพอน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์ระดับตัวมัมของภาคนี้ ฮามากุจิอธิบายว่า การต่อสู้ยังต้องใช้ระบบหลักของเกมเป็นพื้นฐาน ไม่ใช่เปลี่ยนทั้งไฟต์ให้กลายเป็นมินิเกมหรือเมคานิกเฉพาะกิจจนหมด เพราะถ้าทำแบบนั้น ผู้เล่นจำนวนมากอาจรู้สึกผิดหวัง เนื่องจากสิ่งที่ลงทุนสร้างมาตลอดทั้งเกม ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนตัวละคร การจัดมาเทเรีย การวางบิลด์ หรือการเรียนรู้ระบบต่อสู้ จะไม่ได้ถูกนำมาใช้แบบเต็มที่
พูดง่าย ๆ คือ เราฝึกคลาวด์มาตั้งสองภาค จัดมาเทเรียจนช่องเต็ม ปั้นทีมจนพร้อมบวก แต่หากเจอเวพอนแล้วเกมบอกว่า “มาเล่นเกมกดปุ่มตามจังหวะกันค่ะ” แบบนั้นไม่ได้ค่ะพี่ มันเสียของ
ฮามากุจิจึงยืนยันว่าแกนหลักของการต่อสู้กับเวพอนจะยังเป็นระบบต่อสู้ปกติของเกม เพียงแต่อาจมีมินิเกมหรือกลไกพิเศษแทรกเข้ามาในช่วงเริ่มต้นของการต่อสู้บ้าง เพื่อเพิ่มความหลากหลายและสร้างบรรยากาศให้การเผชิญหน้าดูยิ่งใหญ่ขึ้น แต่เมื่อถึงเวลาบวกจริง ผู้เล่นจะยังได้ใช้ทุกสิ่งที่ฝึกฝนและสะสมมาตลอดการเดินทางอย่างแน่นอนอีกประเด็นที่ถูกถามคือแนวโน้มของตลาดเกม Physical หลังเกิดกระแสว่า GTA 6 อาจวางขายบางรูปแบบด้วยรหัสภายในกล่อง รวมถึงข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ Sony จะลดหรือยุติการผลิตสื่อแผ่นในอนาคต ซึ่งฮามากุจิบอกว่า ก่อนหน้านี้เขาเคยแสดงความคิดเห็นเรื่อง Game-Key Card ของ Nintendo Switch 2 ไปแล้ว และยอมรับว่าอุตสาหกรรมกำลังขยับไปสู่ระบบดิจิทัลมากขึ้นเรื่อย ๆ แบบต้านแทบไม่อยู่
แต่โดยส่วนตัว เขายังคงชื่นชอบสื่อแบบ Physical มาก โดยเฉพาะเวลาที่ไปงานอีเวนต์แล้วเห็นแฟนเกมถือกล่องเกม หนังสือ แผ่น หรือของสะสมมาขอลายเซ็น ฮามากุจิมองว่าภาพเหล่านั้น “lovely” และเป็นวัฒนธรรมที่ “wonderful” มาก เขาจึงไม่อยากเห็นสิ่งเหล่านี้หายไปจากวงการเกม เพราะเกมกล่องไม่ได้เป็นแค่บรรจุภัณฑ์ แต่มันคือของที่ผู้เล่นสามารถหยิบมาดู เก็บไว้บนชั้น และพกไปพบผู้สร้างเกมที่ตัวเองรักได้จริง ๆ
ฮามากุจิเชื่อว่า ไม่ว่าอนาคตของตลาดจะเปลี่ยนไปแค่ไหน สุดท้ายก็น่าจะยังต้องมีผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ Physical หรือ Packaged Edition หลงเหลืออยู่เสมอ ต่อให้ภายในกล่องจะมีเพียงกระดาษพิมพ์รหัสดาวน์โหลด เป็นการ์ดแบบ Nintendo เป็น Boot Disc หรือกลายร่างเป็นอะไรสักอย่างที่วงการยังคิดชื่อไม่ออก อย่างน้อยมันก็ควรมี “บางสิ่งที่จับต้องได้” อยู่ในกล่อง และเขาหวังว่าวัฒนธรรมนี้จะสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้
สำหรับ Final Fantasy VII Revelation เอง ฮามากุจิบอกว่า ทีมงานยังอยู่ระหว่างพูดคุยภายในเกี่ยวกับรูปแบบการจัดจำหน่าย และยังไม่ได้ข้อสรุปสุดท้าย แต่พวกเขาจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้มีเวอร์ชัน Physical ออกมาแน่นอน อย่างไรก็ตาม แต่ละแพลตฟอร์มก็มีข้อจำกัดของตัวเอง เช่น Nintendo มีข้อจำกัดเรื่องความจุของการ์ด ส่วนแพลตฟอร์มที่ใช้แผ่นดิสก์ก็มีข้อจำกัดด้านพื้นที่จัดเก็บและกฎระเบียบแตกต่างกัน ทีมงานจึงต้องพิจารณารายละเอียดเหล่านี้ทั้งหมดก่อนเลือกรูปแบบที่เหมาะสมที่สุด
ฟังมาถึงตรงนี้ เจนนี่รู้สึกว่าฮามากุจิไม่ได้มองเรื่องเกมกล่องแบบโลกสวยว่า “ทุกอย่างจะเหมือนเดิมตลอดไปค่ะ” เพราะเขาก็รับรู้ชัดเจนว่าตลาดกำลังเปลี่ยนไปทางดิจิทัล แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ยอมแพ้แล้วบอกว่า Physical ตุยเย่แน่นอน เขากำลังพยายามหาจุดกึ่งกลางว่า ต่อให้ข้อมูลเกมอาจไม่ได้อยู่ในแผ่นทั้งหมด อย่างน้อยควรเหลือสิ่งของบางอย่างไว้เชื่อมผู้เล่นเข้ากับเกมในโลกจริง
สรุปบทสัมภาษณ์รอบนี้ Revelation ยังคงเดินหน้าตามแผนเดิม เนื้อเรื่องไม่ถูกปรับตามเสียงโหวตของมหาชน แต่เกมเพลย์จะเป็นมิตรขึ้น มินิเกมปรับความยากหรือกดข้ามได้ Trophy ลดความโหดลงเล็กน้อย โลกและภูมิประเทศจะเปลี่ยนตามภัยพิบัติ การสำรวจมีรูปแบบใหม่ การต่อสู้กับเวพอนยังใช้ระบบหลักอย่างเต็มตัว และทีมงานก็ยังพยายามรักษาเกมฉบับ Physical เอาไว้ให้ได้
งานนี้เรียกว่าแฟนสายเนื้อเรื่องได้ลุ้น แฟนสายบู๊ได้ใช้บิลด์ที่ปั้นมา แฟนที่แพ้มินิเกมมีทางหนี และแฟนเกมกล่องยังพอมีแสงสว่างปลายอุโมงค์อยู่ค่ะ—ฮามากุจิเขาดูแลครบทุกด้อมจริง ๆ พ่อคุณเอ๊ย



https://www.gamesradar.com/games/final-fantasy/naoki-hamaguchi-talks-final-fantasy-7-revelation-final-fantasy-14-and-physical-media-plans-its-a-wonderful-culture-and-it-would-be-a-shame-to-lose-that/
https://www.gamesradar.com/games/final-fantasy/final-fantasy-7-revelation-director-wants-some-kind-of-physical-edition-for-the-rpg-but-he-cant-promise-it-as-sony-becomes-the-latest-to-shift-away-toward-digital/


Post a Comment