บทสัมภาษณ์ FFVII Revelation โดย Popular Software


สรุปบทสัมภาษณ์ของนาโอคิ ฮามากุจิ จาก Popular Software (สื่อจีน) เฉพาะส่วนที่ไม่เคยพูดมาก่อน

2. ยกระดับระบบ NPC และการถ่ายทอดบรรยากาศของแต่ละภูมิภาค

เมื่อถูกถามถึงรายละเอียดของเกม ผู้สัมภาษณ์ได้กล่าวถึง ระบบบทสนทนาแบบไดนามิกของ NPC (ตัวละครที่ผู้เล่นไม่ได้บังคับ) และถามว่า

ในภาคสุดท้าย ซึ่งเป็นช่วงที่ "วิกฤตของดาวเคราะห์" กำลังลุกลามไปทั่วโลก ทีมงานจะพัฒนาระบบบทสนทนาของ NPC ให้สมจริงยิ่งขึ้นหรือไม่ เพื่อให้ผู้เล่นสัมผัสได้โดยตรงถึงความรู้สึกและปฏิกิริยาของผู้คนในแต่ละพื้นที่ที่กำลังเผชิญหายนะ

ฮามากุจิตอบว่า ทีมงานให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

ตั้งแต่ช่วงพัฒนาและวางจำหน่าย FINAL FANTASY VII REMAKE และ FINAL FANTASY VII REBIRTH ทีมงานสังเกตเห็นว่าผู้เล่นจำนวนมากให้ความสนใจกับบทพูดและบทสนทนาในชีวิตประจำวันของ NPC ตามเมืองต่าง ๆ มากกว่าที่คาดไว้

ความคิดเห็นเหล่านั้นถูกนำมาพูดคุยภายในทีมอย่างจริงจัง และข้อเสนอแนะของผู้เล่นก็ถูกนำไปใช้ในการพัฒนาภาคสุดท้ายด้วย

ความจริงแล้ว ภายในทีมพัฒนามีทีมงานเฉพาะที่รับผิดชอบด้านบทสนทนาของ NPC โดยตรง

อย่างไรก็ตาม การสร้างบทพูดของ NPC เป็นงานที่ใช้ทรัพยากรมหาศาล เพราะมีข้อความจำนวนมาก และยังต้องบันทึกเสียงพากย์เป็นจำนวนมากเช่นกัน ทำให้เป็นส่วนงานที่มีภาระการผลิตสูงมาก

ในภาคสุดท้าย ผู้เล่นจะได้เดินทางไปยังพื้นที่ใหม่อย่าง

  • วูไถ (Wutai)
  • หมู่บ้านร็อกเก็ต (Rocket Town)

เมื่อเรื่องราวหลักดำเนินไปจนวิกฤตระดับโลกทวีความรุนแรงขึ้น ปฏิกิริยาของ NPC ในแต่ละภูมิภาคก็จะแตกต่างกันไปตามสภาพสังคมของพื้นที่นั้น

ตัวอย่างเช่น

  • บางพื้นที่ผู้คนจะตกอยู่ในความหวาดกลัวและตื่นตระหนก
  • บางพื้นที่จะยอมรับชะตากรรม ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามโชคชะตา
  • ขณะที่บางคนเลือกใช้ชีวิตให้เต็มที่ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่

มาตรฐานการออกแบบ NPC ที่ทีมงานสร้างไว้ใน REBIRTH จะยังคงถูกนำมาใช้ในภาคสุดท้าย พร้อมทั้งขยายรายละเอียดให้มากขึ้นอีกระดับหนึ่ง


เมื่อพูดถึงการออกแบบพื้นที่ต่าง ๆ ฮามากุจิยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า

ในภาคสุดท้าย วูไถ (Wutai) จะกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่หลักของเกม และจะได้รับการนำเสนออย่างละเอียดเป็นพิเศษ

ในเกมต้นฉบับ วูไถเป็นเพียงเนื้อหาเสริมที่ผู้เล่นสามารถเลือกไปหรือไม่ไปก็ได้ แต่ในซีรีส์รีเมก ภาคสุดท้ายจะนำวูไถเข้ามาเป็นส่วนสำคัญของเนื้อเรื่องหลักอย่างเต็มรูปแบบ

เมื่อเทียบกับต้นฉบับ ภาครีเมกยังขยายรายละเอียดเกี่ยวกับ

  • ความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  • การเมือง
  • สงครามระหว่างบริษัทชินระกับวูไถ

ให้มีความสมจริงและมีมิติมากยิ่งขึ้น

แม้จะเล่าเรื่องราวที่จริงจังเกี่ยวกับสงคราม แต่ทีมงานก็ยังคงรักษาเสน่ห์ของวูไถเอาไว้ ทั้งบรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ความสงบ และเอกลักษณ์ของเมือง เพื่อให้ฉากต่าง ๆ มีความหลากหลายและมีมิติยิ่งกว่าเดิม


3. การกำหนดขอบเขตการใช้ Generative AI

เมื่อพูดถึงการเติบโตของเทคโนโลยี AI ซึ่งกำลังถูกนำมาใช้ในการพัฒนาเกมมากขึ้น ผู้สัมภาษณ์ถามว่า ทีมงานได้นำ Generative AI มาใช้ในงานต่าง ๆ เช่น

  • การสร้างงานศิลป์
  • การทดสอบเกม
  • การแปลภาษา

หรือไม่

ฮามากุจิตอบอย่างชัดเจนว่า

เขาได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ตั้งแต่ต้นโครงการว่า

ผลงานที่ผู้เล่นได้รับในเกม จะไม่มีเนื้อหาใดที่สร้างขึ้นโดย Generative AI โดยตรง

กล่าวคือ โมเดล ตัวละคร ฉาก ภาพ เนื้อเรื่อง หรือข้อความที่ปรากฏในเกม จะไม่ใช่สิ่งที่ AI สร้างขึ้นแล้วนำมาใช้เป็นผลงานสำเร็จรูป

อย่างไรก็ตาม เขาก็ยอมรับว่า

ในปัจจุบัน การพัฒนาเกมระดับ AAA ทั่วโลก (รวมถึงในจีน) มีต้นทุนและความซับซ้อนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น การใช้ AI เป็น "ผู้ช่วย" เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน จึงกลายเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปในอุตสาหกรรม

ในฐานะผู้กำกับ เขาเองก็ใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยในการทำงานประจำวัน เช่น

  • ช่วยสื่อสารแนวคิด
  • ช่วยค้นหาข้อมูล
  • ช่วยจัดระเบียบความคิด

ยกตัวอย่าง

เวลาต้องกำหนดระบบเกมหรือปรับสมดุลเกม เขาจะต้องอธิบายทิศทางการออกแบบให้ทีมหลายฝ่ายเข้าใจตรงกัน

ในอดีต การเขียนแนวคิดเบื้องต้นเกี่ยวกับ

  • ไอเท็ม
  • ตัวละคร
  • ศัตรู
  • โลกของเกม

จำเป็นต้องใช้เวลานานในการค้นคว้าข้อมูลและเรียบเรียงข้อความ

แต่ปัจจุบัน

เขาสามารถใช้ AI ช่วยสร้าง

  • รายชื่อชื่อเรียกที่เหมาะกับบรรยากาศของเกม
  • คำอธิบายเบื้องต้น
  • ไอเดียตั้งต้น

ได้อย่างรวดเร็ว

จากนั้น นักวางแผนเกมและนักเขียนบทมืออาชีพ จะนำข้อมูลอ้างอิงเหล่านั้นมาคิดต่อยอด โดยคำนึงถึงโลกของเกมและบรรยากาศของ Final Fantasy VII ก่อนจะเขียนออกมาเป็นข้อความจริงที่ใช้ในเกม

กล่าวอีกนัยหนึ่ง

ทีมงานมองว่า AI เป็นเพียง

"ผู้ช่วยค้นหาข้อมูลและช่วยระดมความคิดที่ทำงานได้รวดเร็ว"

ไม่ใช่ผู้สร้างผลงานแทนมนุษย์


ฮามากุจิสรุปว่า

ก่อนที่ Generative AI จะได้รับความนิยม นักพัฒนาเกมมักอาศัย Search Engine เพื่อค้นหาข้อมูลจำนวนมากแล้วคัดเลือกสิ่งที่เหมาะสม

แต่ในปัจจุบัน AI ได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเสนอแนวคิดเบื้องต้น ทำให้การสื่อสารและการเริ่มต้นงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม งานสำคัญที่สุดของการพัฒนาเกม ไม่ว่าจะเป็น

  • การสร้างสรรค์งานศิลปะ
  • การเขียนเนื้อเรื่องหลัก
  • การออกแบบโลกของเกม
  • การสร้างภาพสุดท้ายที่ผู้เล่นเห็น

ยังคงเป็นหน้าที่ของนักสร้างสรรค์ที่เป็นมนุษย์ทั้งหมด

และนี่คือหลักการที่ทีมพัฒนา Final Fantasy VII Remake Project ยังคงยึดถืออยู่ในปัจจุบัน

https://www.bilibili.com/opus/1223343579437465620

ไม่มีความคิดเห็น