คาวาซึ เปิดประวัติ Final Fantasy II เผย Lore ของจักรวรรดิครั้งแรก
ผมไม่คิดมาก่อนเลยว่า ผมจะอิ่มและฟินใจ กับการไล่ดูสัมภาษณ์ ของหนึ่งในเกมที่ผมชังที่สุดได้ 555555555555 ทั้งระบบ FXXK Work, และดันเจี้ยนบ้าบอที่มีแต่ห้องเปล่า ๆ เต็มไปหมดทั้งเกม เล่นมุกซ้ำเดิมทั้งเกม
อันนี้ สรุปเรื่องน่าสนใจ เท่าที่นึกได้ก่อน ยังไม่เรียง
1. จักรพรรดิในเรื่อง (มีชื่อจริง อยู่ในส่วนหนึ่งของเอกสาร แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้ในเกม) เดิมก็เป็นคนปกติที่เติบโตมาในครอบครัวที่พ่อทุบตี ทารุณกรรมแม่อย่างหนัก เป็น Domestic Violence ที่มืดมน จนเขาตัดสินใจฆ่าพ่อตัวเองแล้วปิดเรื่องไว้ จากวันนั้นมาจักรพรรดิ ก็กลายเป็นคนที่เกลียดชังความยุติธรรม อยากจะปกป้องโลกให้อยู่ในระบบที่สมบูรณ์ ก็เลยพยายามรวม (ยึดครอง) 7 อาณาจักรให้เป็นหนึ่งเดียวแล้วกูจะปกครองมันเอง
ทว่าเลือดของพ่อมันก็ข้นอยู่ดี จักรพรรดิค่อย ๆ บิดเบี้ยวและกลายเป็นคนที่ป่าเถื่อนใช้กำลังกับคนอื่นได้ไม่ต่างกัน มันกลายเป็นความย้อนแย้งที่น่าเศร้า กระทั่งจักรพรรดิ ก็เกลียดด้านนั้นของตนเอง
จักรพรรดินั้น เดิมเป็นคนที่ charisma สูงมาก ถึงขนาดที่เจ้าหญิงฮิลด้ายังชื่นชม และการที่เลออนฮาร์ท ก็หลงใหลในบารมีของจักรพรรดิ นั่นก็เป็นเหตุผลที่เลออนฮาร์ทอยากแข็งแกร่งขึ้นและไปร่วมมือด้วย
2. เดิมจะให้แม่ของจักรพรรดิ ปรากฏตัวและมีบทบาทในเรื่องด้วย
จริง ๆ แล้วตัวแม่ของจักรพรรดิจะเป็น key และ lore ว่าที่มาที่ไปของจักรพรรดิ มันเป็นยังไง มันเกิดอะไรขึ้น
แต่เนื่องจากความจุตลับไม่พอ
กับการที่ในยุคนั้น "ผู้เล่นยังไม่คุ้ยเคยกับเกมที่มิติทางศีลธรรมที่ซับซ้อน" คือถ้าให้แม่จักรพรรดิมันมาเล่าที่มาที่ไป จนเราเข้าใจว่าทำไมจักรพรรดิมันกลายมาเป็นแบบนี้ ผู้เล่นบางส่วนก็อาจจะไปเห็นใจจักรพรรดิได้... หรือบางคนก็อาจจะสับสน การเขียนเรื่องยุคนั้นเลยเน้นโครงเรื่องเรียบง่าย และนำเสนอไปในทางเดียวว่าจักรพรรดิคือพวกตัวร้าย เพื่อให้คนเล่นอินง่ายกว่า
3. ไอเดียที่จักรพรรดิ จะกลืนอีก 6 อาณาจักรให้เป็นหนึ่งเดียวกับพาราเมเซีย เขาเอามาจาก รัฐฉินในยุคเลียดก๊กของจีน ที่ีรุกรานและกลืนอีก 6 รัฐที่เหลือเข้ามา แล้วก็มีการเอาจักรวรรดิไบเซนไทน์ มาผสมเข้าไปด้วย
4. ชื่อของซิดมาจาก El Cid วีรบุรุษของสเปนในศตวรรษที่ 11 เป็นภาษาสเปน
5. มินอูอายุ 27 ปี เพราะวัย 27 นั้นเป็นช่วงที่มนุษย์เริ่มขับเคลื่อนประวัติศาสตร์ และถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ แล้วก็ยกตัวอย่างว่าตอนเล่าปีไปเชิญขงเบ้งถึง 3 ครั้ง แล้วขงเบ้งมาร่วมมือกับเล่าปี่ด้วย ขงเบ้งก็อายุ 27 ปีพอดี หรืออย่างตอนที่โอดะ โนบุนากะเริ่มสร้างชื่อในประวัติศษสตร์ ก็อายุ 27 ปีเหมือนกัน
6. ตอนคาวาซึอายุ 27 ปี (1989) ก็ทำ 魔界塔士Sa・Ga หรือ FF Legend อยู่
7. ไอ้ระบบความชำนาญเนี่ย จริง ๆ มาจากการที่คาวาซึแกศึกษาบอร์ดเกม เล่นเยอะ แล้วไปรู้จักไอ้ RuneQuest ที่มีค่าพลังยิบย่อยตามชิ้นส่วนอวัยวะร่างกาย ยิ่งใช้ยิ่งชำนาญ และแต่ละส่วนของร่างกายก็มี HP เฉพาะของมันเอง แต่ถ้าหัว HP หมดก็ตายห่าอยู่ดี แล้วใน RuneQuest นั้นถ้าติดพิษ ก็จะค่อย ๆ ต้านทานพิษขึ้นเรื่อย ๆ
สมัยนั้น เกมที่ซับซ้อนแบบนี้ พอเอามาเล่นกันแบบ analog ให้คำนวณกันเองแล้ว คนเล่นจะประสาทแดกก่อน แต่พอทำเป็นเกมคอมพิวเตอร์ ให้มันประมวลผลแทน ก็เป็นความฝันของคาวาซึเลย มันเลยเป็น FFII
8. แต่แกก็ไม่ได้ทำระบบให้คนเล่นปั๊ม HP จากการติดพิษหรอกนะ ตอนนั้นคิดว่าขืนใส่ไปแบบนั้น แม่งจะมีคนแกล้งติดพิษรัว ๆ เพื่อปั๊ม HP แน่
ส่วนไอ้การที่คนเล่นเอาตัวละครซัดกันเองเพื่อฟาร์มค่าพลัง อันนี้อยู่นอกเหนือการคาดการณ์ของเขาจริง ๆ
ตอนนั้นเขาแค่ปลดให้เลือก target ได้อย่างอิสระ เพื่อให้ตัวละครใช้ cure ใส่อันเดด และให้โจมตีใส่เพื่อนที่ติด confuse เพื่อช่วยเหลือได้ เป้าหมายคือแบบนั้น แต่คนเล่นเสือก เอ้ย ดันเอาไปฟาร์มค่าพลังให้ตัวเอง
9. เรื่องลัดไปมิซิเดียตั้งแต่ต้นเกม...
พล็อตแรกของแกกะให้โยเซฟตายคนเดียว
ชื่อฟรีโอนีลมาจาก Kingdom of Furyondy ในบอร์ดเกม D&D เพราะเขาเสพบอร์ดเกม เลยเอาชื่อมาดัดแปลงกลายเป็นฟรีโอนีล
เสียง อุบโบ้ววววววววววว อันนั้นซากากุจิคิด
10. ตอนที่จักรพรรดิ กำลังจะแพ้ แล้วถามว่าฟรีโอนีล "แกเป็นใครกันแน่?" แล้วสรุปแล้วมันเป็นใคร???
คาวาซึบอกว่า ฟรีโอนีลไม่มีสายเลือดผู้กล้าอะไรทั้งนั้น เป็นแค่เด็กกำพร้าที่สูญเสียพ่อแม่จากสงคราม แล้วถ้าตอนนั้นฟรีโอนีลจะตอบจักรพรรดิกลับไป ก็คงจะตอบว่า "ทหารแห่งกองกำลังปฏิวัติคนหนึ่งเท่านั้นแหละ!!" คาวาซึมองว่าการตอบแบบคนธรรมดาแบบนี้ มันเท่กว่าโม้ประกาศศักดาเยอะ
11. ซากากุจิอยากให้จบสวย ๆ แบบ Star Wars IV ที่ทุกคนมายืนตั้งแถวรับเหรียญผู้กล้า แล้วพากันตะโกน "บันซายยยยย บันซายยยยย"
แต่คาวาซึน่ะคิดว่า คนที่ผ่านสงครามและเพื่อนตายเป็นเบือแบบนั้น หลังจบเรื่อง พวกเขาไม่มีวันกลับเป็นคนเดิมได้อีกแล้ว ทุกคนจะมีบาดแผลในจิตใจ และต้องแยกย้ายกันออกไปเติบโต... รวมถึงเลออนฮาร์ทด้วย ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย แต่เป็นสัจธรรมของมนุษย์ ฉากจบของ FFII ก็ออกแบบมาให้เหงาและสมจริงแบบนั้นแหละ แต่อีเวนต์โคลาโบกับ FFRK วันที่ 10 ก.ค. มันจะมีอะไรที่เชื่อมโยงต่อไปยังอนาคตตต ก็ไปเล่นกันดร้วยยยย
12. คาวาซึบอกว่า พอรู้ว่าต้องมานั่งตอบคำถามล้านแปดของผู้ชม ก็เลยกลับไปขุดข้อมูล ทำการบ้านมา เอา proposal document มาด้วย (กางเปิด พล็อตเริ่มแรกให้ดู โคตรซึ้งเลยกูวววว)
คาวาซึก็ทิ้งท้ายแบบ อยากบอกเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันไว้ว่า พอไปขุดเอกสารโบราณพวกนี้ขึ้นมาแล้ว ก็คิดว่าพวกเรา (ซากากุจิ อามาโนะ ทานากะ หลายคนที่เอ่ยถึงไปก่อน ฯลฯ) น่าจะไปขุดค้นโบราณวัตถุพวกนี้อย่างจริงจังสักครั้ง เอามา preserve ไว้ให้คนรุ่นหลัง มันควรทำนะ
แล้วแกก็คิดว่า ถ้าโลกนี้ไม่มี Final Fantasy เกิดขึ้นมา ประวัติศาสตร์พัฒนาการของเกม RPG บนโลกมันก็คงจะต่างออกไป ไม่รู้เลยว่าโลกจะเป็นยังไง การที่ได้รับโอกาสมาเล่าว่า พวกคนแก่ที่สร้าง FF ยุคแรกขึ้นมา เขาคิดอะไร เขาทำอะไรลงไปบ้าง ก็เลยดีใจมาก ๆ เลยล่ะ
ฮืออออออ
ป.ล. สรุปจักรพรรดิ มันเป็น ENTJ น่ะ มันเลยคิดแบบ Te-Ni, Se-Fi ยึดมั่นในเป้าหมายอุดมการณ์ตรรรกะกฎเกณฑ์, แต่เพราะมันเป็น Extrovert มันเลยเลือกที่จะใช้กองทัพ ใช้มนุษย์ และเป็นจักรพรรดิ ต่างจากพวก INTJ ที่เป็นพวกกูมาคนเดียว


Post a Comment