อาหวังเชื่อแฟนเกมปัจจุบันต้องการ Hype ไปพร้อมกันมากกว่าที่ผู้พัฒนาตระหนัก


บทสัมภาษณ์นาโอคิ ฮามากุจิ ในโอกาส Final Fantasy VII Rebirth วางจำหน่ายบน Nintendo Switch 2

- ฮามากุจิบอกว่านี่ไม่ใช่ยุคที่จะมาคุยว่าเครื่องไหนแรงสุดอีกต่อไปแล้ว เราต้องทำให้ผู้เล่นอินไปกับโลกของเกมได้เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเล่นจากเครื่องไหน

- ในอดีตประสบการณ์เล่นเกมคอนโซลกับพกพา เป็นคนละเรื่องกัน แต่ตอนนี้คำพูดเดิม ๆ ว่า "เพราะเป็นเครื่องพกพาเลยทำได้แค่นี้" มันล้าหลังไปแล้ว ฝั่งผู้พัฒนาเอง เข้าสู่ยุคที่ต้องคิดแต่แรกว่าจะทำยังไงให้มันรันได้ทั้งหมด ไม่ใช่คิดว่าเอาลงเครื่องพกพาแล้วจะตัดอะไรออก

- สมัยก่อน กระบวนการทำงานคือทำให้เกมให้เสร็จบน platform นึงแล้วค่อยมาคิดเรื่องการพอร์ตทีหลัง แต่แนวคิดนั้นใช้ไม่ได้แล้ว เราต้องออกแบบเกมโดยรองรับว่ามันจะไปรันบนหลาย platform ตั้งแต่แรก เลยต้องคำนึงถึงทั้งการเรนเดอร์กราฟิก การสตรีมมิ่งข้อมูล การบริหารเมโมรี รวมถึง asset ในเกม นี่ไม่ใช่ยุคที่ปล่อยให้ทีมพอร์ตเกมไปหาทางลำบากกันเอาเองแล้ว

- FFVIIR Part 3 ก็จะออกแบบโดยคำนึงถึงปัจจัยเหล่านั้น (ว่าต้องลงหลาย platform) ตั้งแต่แรก

- ระหว่างที่กำลังผลักดันการทำ multi-platform ในครั้งนี้ ก็อยากให้ผู้เล่นทุกคน (หมายถึงคนที่เล่นจากสารพัด platform) ตื่นเต้นไปพร้อมกัน เลยกำลังขบคิดว่าจะทำอย่างไรในการเปิดตัว Part 3 แบบ multi-platform ให้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทั้งแฟนเกมและในแง่ธุรกิจ เพื่อให้แฟนเกมยุคนี้ ได้แชร์ประสบการณ์และช่วงเวลาร่วมกัน (ก็คือแทนที่จะทยอยออกทีละ platform, ถ้าลงทุก platform พร้อมกันได้ มันก็ hype ไปด้วยกันได้ทั้งก่อนเกมออกและหลังเกมออก เสียงสะท้อนจะกังวานกว่า) ดังนั้นคำตอบสุดท้ายที่ทีมงานจะเลือก ก็จะออกมาในแบบที่ตอบสนองความคาดหวังของทุกคนแน่นอน**

**แกพูดแบบนี้ ก็เหมือน hint กลาย ๆ แล้วว่า จะลงทุก platform พร้อมกันไปเลยทีเดียว ไม่ได้ลง PS5 ก่อนแล้ว


- ผู้สัมภาษณ์บอกว่า เดโมของ PS5 มันมีเหตุการณ์ที่นีเบิลไฮม์ตอนเริ่มเรื่อง กับช่วงสำรวจพื้นที่จูน่อน ทว่าเดโมของ Switch 2 นั้นจะเป็นตั้งแต่เริ่มเกมไปจนถึง Chapter 2 เลย ทำไมถึงตัดสินใจให้ต่างกันแบบนั้น?

- อาหวังบอกว่า เจตนาก็คือ FFVII Rebirth มันจะเปล่งประกาศก็ต่อเมื่ออกสู่โลกกว้างและแวะทำ side content ดังนั้น ก็อยากให้ไปเอ้อระเหยแวะทำสิ่งต่าง ๆ กันในพื้นที่เปิด แล้วก็อยากให้ไปลองเล่น Queen's Blood กัน

- เมื่อถามว่ามีการใช้งานระบบควบคุมด้วยเมาส์ หรือพวกเอกลักษณ์ของ Joy-con บ้างมั้ย? อาหวังตอบว่าหลักการที่พวกเขาวางไว้คือ ไม่ว่าเล่นบนเครื่องไหน ประสบการณ์ในการเล่นต้องไม่เปลี่ยนแปลง เลยไม่ได้มุ่งออกแบบวิธีเล่นรูปแบบอื่นสำหรับ Switch 2 ขึ้นมา

- อันที่จริงก็มีทีมงานพูดกันว่า ถ้าให้เล่น Queen's Blood ด้วยเมาส์และ Joy-con มันต้องเวิร์กแน่ ๆ แต่เขาอยากให้เท่าเทียมกันทุกเครื่องมากกว่า อาหวังรู้สึกว่าแทนที่จะชูจุดเด่นเฉพาะเครื่องที่สะท้อนความแตกต่างของฮาร์ดแวร์ เขาอยากทำให้ ไม่ว่าจะเล่นจากเตรื่องไหน ก็เข้าสู่โลกใบเดียวกัน มากกว่า

- อาหวังบอกว่า มุมมองว่าคนเล่น PC เป็นสายฮาร์ดคอร์, คนเล่น Swtich 2 เป็นพวก Casual ดูจะเป็นมุมองมองที่ล้าสมัยไปแล้ว แฟนเกมในปัจจุบัน ไม่ได้ถูกแบ่งแยกด้วย platform แล้ว

- แกทิ้งท้ายว่า ยุคสมัยที่มองว่าเกม AAA เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะบางเครื่องเท่านั้น ได้เปลี่ยนไปแล้ว, จากโจทย์ว่า "เกมจะวางจำหน่ายให้กับเครื่องไหนบ้าง" มันกลายเป็น "เราจะสามารถทำให้มันมอบประสบการณ์เท่าเทียมกันทุกเครื่องได้แค่ไหน" ก็จะไม่ปล่อยให้มันครึ่ง ๆ กลาง ๆ จะตั้งใจทำเพื่อให้ไปถึงจุดที่ยืดอกพูดได้เต็มปากว่า ได้ทำ FFVIIR อย่างสุดความสามารถแล้ว


สรุปสั้นประเด็นสำคัญที่ได้จากบทสัมภาษณ์นี้คือ ฮามากุจิพยายามทำ Part 3 ให้ launch แบบ multi-platform ไปได้เลยตั้งแต่แรก เพื่อให้คนที่รออยู่บนทุก platform มีประสบการณ์ร่วมในการ hype ก่อนเกมออก และช่วงเกมออกไปพร้อมกันได้ 


https://www.famitsu.com/article/202606/76406

ไม่มีความคิดเห็น