สรุปเนื้อเรื่อง Captain Tsubasa Dream Team: Next Dream Part 17



  • ณ ปาร์กเดแพร็งส์ ในฟุตบอลยูฟาแชมเปียนส์ลีกกลุ่ม B ทีมปารีสมีคะแนนนำลิ่วเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม และกำลังจะลงแข่งขันกับหมาป่าเหลืองแดง โรมา จากอิตาลี
  • กลุ่มยอดมนุษย์ มิซากิ โอโคชา เอ็มบัปเป้ เนย์มา ปิแอร์ บุกขึ้นไปไล่ขย่มพญาหมาป่าอย่างไม่ไว้หน้า
  • ประธานเป้ ยิงติดกองหลัง เนย์มาตามเข้าไปซ้ำ 1-0
  • ประธานเป้บอก ไม่เอา ไม่เอา ลูกต่อไปให้กูยิงบ้าง
  • มิซากิ จ่ายให้ประธานยิง 2-0
  • เนย์มาบอก ซัดไปคนละลูกแล้ว ลูกต่อไปกลับมาให้กูบ้างนะ
  • โอโคชาบอกพวกมึงขอกันแบบนี้เลยเหรออออ
  • มิซากิก็หัวเราะ บอกว่าในทีมมีคนแข่งกันเด่น มันก็ทำให้ทีมดีขึ้นอยู่แล้ว
  • แล้วก็ Timeskip ไปตอนจบเกม ไม่รู้จัลโลรอสซีโดนไปเท่าไหร่ แต่โรมาก็จบอันดับ 2 ของกลุ่มอยู่ดี
  • พี่บู๋บอกมิซากิ มีส่วนกับประตูทุกลูกเลย จนได้รับเสียงชื่นชมจากเพื่อนร่วมปารีสเป็นอย่างมาก
  • ส่วนโรมา แม้จะผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะอันดับ 2 ของกลุ่ม แต่ก็อับอายจากการโดนปารีสกระทำย่ำยีไม่ไว้หน้า ผู้ใหญ่ของสโมสรเลยวางแผนสร้างทีมระยะยาวเพื่อจะพัฒนาโรมาให้กลับมาเรืองอำนาจอีกครั้ง
  • ตัดมาทางสโมสรซามพ์โดเรีย ที่ฤดูกาลนี้พึ่งได้เลื่อนชั้นกลับมาเล่นบนลีกสูงสุดของอิตาลี ก็ได้อาคาอิ โทเมยะ ปราการหลังชาวญี่ปุ่นที่เคยบาดเจ็บปิดเทอมยาวววว กลับมาเป็นคีย์เพลเยอร์ของทีม
  • อาคาอิกลับมาเล่นอย่างมุ่งมั่น วิ่งเป็นม้าาาา ชดเชยช่วงเวลาที่ตัวเองบาดเจ็บจนพลาดการร่วมทีมโอลิมปิก และช่วยให้ซามโดเรีย เก็บคลีนชีตในแมตช์คืนสนามของเขาได้สำเร็จ
  • อาคาอิคิดในใจว่า อาการบาดเจ็บทำให้เขาหายไปครึ่งซีซัน แต่เขาก็อยากไปเล่นในรายการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ ก็ต้องตั้งใจสร้างผลงาน รอคอยโอกาส และเตรียมตัวให้พร้อมเข้าไว้
  • ในเวลาต่อมา แท็บลอยด์ในอิตาลี ก็เริ่มลงข่าวว่ามีทีมใหญ่ตามจีบอาคาอิ และพยายามติดต่อไป
  • ปารีสก็แล้ว… ซามพ์โดเรียก็แล้ว คราวนี้ตัดข้ามไปอีกประเทศ ที่นูมานเซีย สเปน
  • ในเกมลาลีกาสัปดาห์ล่าสุด นูมานเซียกำลังเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของแอตเลติโก มาดริด ของดิเอโก ซิเมโอเน
  • แอตเลติโกมาดริด บดขยี้นูมานเซียที่ปราศจากมิคาเอลที่ปิดเทอมยาวจากโอลิมปิก
  • บุนนาค สิงห์ประเสริฐ (กองหลัง) และเฟอร์นานโด ตอร์เรส กระหน่ำกันไปคนละลูก
  • ราฟาเอลได้แต่สิ้นหวังว่า พอปราศจากมิคาเอลที่เป็นเสาหลักและศูนย์กลางแทคติกของทีมไป นูมานเซียก็เละ เละ เละตุ้มเป๊ะ ไม่มีใครแทนได้ พอเสาหลักหายไป แต่คนยังพยายามเล่นกันแบบเดิม มันก็ไม่เป็นระบบ
  • แม้ราฟาเอลจะพยายามดิ้นรนลากเลื้อยไปคนเดียว แต่ก็ไม่รอด พอโดนสวน ก็ถูกตอร์เรส ลงโทษอีก
  • ราฟาเอลได้แต่คิดว่า ถ้ามิคาเอลหายเจ็บเมื่อไหร่ ปัญหานี้คงจะบรรเทา สภาพทีมน่าจะดีขึ้น… ทว่า การที่ทั้งทีมนูมานเซียหวังแต่จะพึ่งมิคาเอลแบก คงไม่ใช่เรื่องดีกับทีม หรือกับมิคาเอลนัก… แบบนั้นมันไม่ยั่งยืน


  • นูมานเซีย ประเทศสเปน
  • มิคาเอลล้มหายตายจาก ปิดเทอมยาวไปครึ่งปีหลังจากเหินหาวเดินล่องท่องอากาศ ฝืนสังขารมากเกินไปในนัดรองชนะเลิศโอลิมปิก แถมทั้งที่พยายามขนาดนั้นก็ยังไม่สามารถเอาชนะ นาคาซาวะ ซานาเอะ เทพีแห่งโชคของญี่ปุ่นได้
  • นูมานเซียมีฟอร์มครึ่งฤดูกาลแรกที่ออกทะเล เละตุ้มเป๊ะ
  • ราฟาเอลเอง พยายามสุดชีวิตแล้ว แต่ก็ไม่เกิดผลอะไร
  • กองเชียร์ของนูมานเสียเริ่มสิ้นศรัทธา ไม่เหลือความเชื่อใจ ส่งเสียงโห่ หลายคนทนดูสภาพทีมไม่ได้

ราฟาเอล
“แฮ่ก…. แฮ่ก….”
(หายใจไม่ทัน)
“ไม่ไหวเลย…”
“พยายามให้ตายยังไง”
“ชั้นก็ไม่มีวันแทนที่มิคาเอลได้”

  • ปรากฏว่าในวันนั้น มิคาเอลก็สวมฮูดสีแดงบานเย็นตัวโปรด ย่องมาดูสภาพทีมในฐานะคนดูคนหนึ่งด้วย พอเห็นความย่อยยับของทัพโรฆิโยส ก็ทักไปนัดเจอราฟาเอลหลังจบเกม

ราฟาเอล
“ขานาย เป็นไงบ้างแล้ว?”

มิคาเอล
“ก็ค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ”
“แต่ยังไม่พร้อมกลับไปเล่นได้ในเร็ว ๆ นี้”
“หมอบอกให้ปิดเทอมยาวไปเลยครึ่งซีซัน”

ราฟาเอล
“นายเองก็เจอการแข่งขันอันดุเดือด หลายแมตช์ในโอลิมปิก”
“ทั้งที่ก่อนหน้านั้น แทบไม่เคยเล่นฟุตบอลอาชีพมาก่อนเลยนี่เนอะ”
“ไม่แปลกที่สุดท้าย มันจะเป็นภาระร่างกายนายมากเกินไป”

มิคาเอล
“อื้อ”
“พระเจ้าคงอยากบอกให้ฉัน พักซะบ้าง”
“การต่อสู้กับซึบาสะคุงครั้งนั้น มันหนักจริง”

ราฟาเอล
“นั่นสินะ”
“เรื่องทีม ยังไม่ต้องห่วงหรอกนะ”
“ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือสุขภาพของนาย”

มิคาเอล
“ขอบใจนะ ราฟาเอล”

ราฟาเอล
“ชั้นน่ะ ชอบเล่นฟุตบอลกับมิคาเอลที่สุด”
“พักผ่อนให้พอนะ”
“แล้วกลับมาในสภาพสมบูรณ์เต็มร้อย”
“อย่าฝืนล่ะ…”

  • หลายวันต่อมา มิคาเอลไปสนามฝึกซ้อมของทีม
  • ราฟาเอลกำลังตะโกนสั่งกองหน้า ให้กล้าเล่น กล้าบุกขึ้นไปเองมากขึ้น
  • มิคาเอลเห็นแล้ว ก็อยากลงไปเล่นด้วย แต่ขายังไม่พร้อม
  • แล้วก็นึก flashback ตอนโอลิมปิก ที่โดดเหินหาวสูงแล้วร่วงลงมา ร้อง “อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก” ดังลั่น (ทำตัวเองทั้งนั้นนน)
  • มิคาเอลคิดว่าในขณะที่ตัวเองขิตไปแล้ว แต่ซึบาสะก็ยังเล่นต่อในซีซั่นใหม่ เล่นฟุตบอลได้อย่างมีชีวิตชีวา ซึบาสะเป็นคนที่พลังเยอะจริง ๆ แต่ก็เชื่อว่าข้างในลึก ๆ… ซึบาสะเองก็ต้องเพลียสะสมไปเรื่อย ๆ
  • สักพัก มิคาเอลก็ไปเรียกราฟาเอลมาคุยด้วย
  • มิคาเอลคิดว่าแมตช์ที่เตะกับซึบาสะตอนนั้น เขาคงใช้ร่างกายเกินขีดจำกัด แต่ก็ไม่เคยเสียใจเลย ไม่เคยเตะแมตช์ไหนแล้วอยากชนะเท่าวันนั้นมาก่อน เกมที่ไม่อยากแพ้ เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม.. ก็เลย อยากจะสู้กับซึบาสะคุงอีกครั้ง อยากจะกลับไปเตะบอล แล้วเอาชนะซึบาสะคุงให้จงได้

มิคาเอล
“เพราะงั้น ผมจะไม่รีบกลับไปนะ”
“ถ้าคิดจะวัดกับซึบาสะคุง”
“ผมจะไปในสภาพครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่ได้”
“ขอฝากทีมไว้อีกหน่อย จนกว่าจะถึงตอนนั้นด้วยนะ”

ราฟาเอล
“ได้อยู่แล้ว”
“พวกเราก็จะสู้กันเต็มที่ จนกว่านายจะกลับมานะ มิคาเอล!”

มิคาเอล
“ขอบใจนะ ราฟาเอล”
“ผมจะกลับมาในร่างสมบูรณ์ให้ได้”
“รอก่อนนะ”



  • เข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของฤดกาล มิคาเอลที่ปิดเทอมยาวไปตั้งแต่ศึกโอลิมปิก ได้หายจากอาการบาดเจ็บ และพร้อมกลับมาลงสนาม เพื่อออกสตาร์ตเป็นตัวจริงให้กับนูมานเซียอีกครั้ง
  • แฟนบอลนูมานเซียที่หมดศรัทธากับทีมไปพักใหญ่ ตื่นเต้นกับการกลับมา และจูงมือพากันกลับเข้าสนามอีกครั้ง เพื่อจะได้เห็นมิคาเอลตัวเป็น ๆ ลงไปเหยียบฟลอร์หญ้าด้วยหมายเลข 88

มิคาเอล (คิดในใจ)
“ความรู้สึกก่อนเริ่มเขี่ยบอลแบบนี้ ไม่ได้สัมผัสมานานแล้วสินะ”
“หมอบอกว่าไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว”
“ตอนซ้อม ก็ไม่มีปัญหาอะไร”
“แต่ว่า…”
“ฉันจะรับมือกับเกมการแข่งขันจริงได้มั้ยนะ?”

  • มิคาเอลยังคงกระชากหลากเลื้อยได้อย่างคล่องแคล่ว มีลีลาพริ้วไหวเหนือดุจเทวดา และยิงประตูขึ้่นให้นูมานเซียไปก่อน 1-0 ทำให้รู้สึกว่าแม้จะร้างสนามไปปักใหญ่ แต่สัญชาตญาณไม่ได้ทื่อลง เป็นอันใช้ได้
  • หลังจากนั้น มิคาเอลก็มีจังหวะทำประตูเพิ่ม และยิงขึ้นนำไป 2-0
  • ความคาดหวัง เสียงเชียร์ และศรัทธาของแฟน ๆ ทะยานขึ้นสูงเสียดฟ้าในทันที
  • แต่ว่า…. ไม่ทันไร มิคาเอลที่ร้างสนามไปนาน ก็เหนื่อยหอบ และเหงื่อแตกพลั่ก
  • ในช่วงครึ่งหลัง นูมานเซียค่อย ๆ เสียการควบคุมไปเรื่อย ๆ และโดนตีโต้คืน
  • มิคาเอลเหนื่อยและเชื่องช้าลงเรื่อย ๆ ในขณะที่นูมานเซียโดนตีเสมอ 2-2
  • แม้มิคาเอล จะมีโอกาสยิงอีก แต่ก็ไม่อาจควบคุมได้ดั่งใจนึก… บอลชนเสา… แล้วก็เด้งออกมา
  • หลังจากนั้น นูมานเซียก็โดนสำเร็จโทษคาบ้าน กลับมาแพ้ 2-3
  • ผู้ตัดสิน เป่านกหวีดหมดเวลา เกมคัมแบ็คของมิคาเอล จบลงด้วยความพ่ายแพ้
  • กองเชียร์พากันส่งเสียงโห่ระงม และพูดกันอื้ออึงในสนาม

“แพ้อีกแล้ววววว…!!”

“นึกว่ามิคาเอลกลับมาแล้ว จะแบกทีมได้ซะอีก”

“ถึงยิงได้เท่าไหร่ก็ไร้ค่า หากยังเสียประตูเยอะแบบนี้”

“ทีมแม่ง มีปัญหาเยอะจริง ๆ”

“เกมรับเนี่ยแหละ เป็นบ่อเลย”

“ยังไงซะ นูมานเซียก็ไม่มีเงินถุงเงินถังไปสู้กับพวกทีมใหญ่ในลาลีกาได้อยู่แล้ว”

“น่าหงุดหงิดชะมัด”

  • มิคาเอลเงยหน้าขึ้นไปมองกองเชียร์ด้วยสายตาที่สลด

มิคาเอล
“แฮ่ก….. แฮ่ก……” (หายใจไม่ทัน)
“โธ่เอ้ย…”
“รู้ว่ามันจะยาก”
“แต่ก็ไม่คิดว่า Stamina ของตัวเอง จะลดลงขนาดนี้”
“ฉันควรจะยิงตุนไว้ให้เยอะแท้ ๆ ….”
“ขอโทษนะ ราฟาเอล”
“ดูเหมือน ฉันจะไม่ได้กลับมาเป็นคนเดิมซะทีเดียว…”

ราฟาเอล
“พวกเราต่างหากที่ต้องขอโทษนาย”
“ทีมไม่ควรจะผลักภาระทั้งหมดในนายแบกขนาดนี้”
“ทั้งที่พึ่งเป็นเกมคัมแบ็คแท้ ๆ”

มิคาเอล
“อย่าพูดแบบนั้น! พวกเราคือทีมเดียวกัน”
“พยายามไปด้วยกัน”
“แล้วนัดหน้า เราจะชนะให้ได้!”

  • ในเวลาต่อมา มิคาเอลที่ Stamina ตกลงไปจากเดิม ยังคงรักษาฟอร์มการเล่นได้คงเส้นคงวา ฝีมือไม่ได้หายไป แต่หายใจไม่ทันแล้วววว
  • ทั้งที่มิคาเอลกลับมา นูมานเซียก็ยังสะกดคำว่า “ชนะ” ไม่เป็นอยู่ดี
  • เท่านั้นยังไม่พอ พอทีมอื่นส่งคนมาประกอบติดมิคาเอล นูมานเซียก็เล่นบอลกันไม่เป็นแล้ว
  • ในขณะที่เพื่อนร่วมทีม ขอโทษที่ทำให้มิคาเอลต้องผิดหวังไปด้วย
  • ไอ้บ้ามิคาเอล ยังคงมองโลกในแง่ดี และบอกให้ทุกคนคิดบวกไว้
  • ทว่าข้างในใจของมิคาเอลนั้น….

มิคาเอล
“ทำยังไงดีนะ?”
“ทั้งที่พยายามสุดความสามารถแล้ว”
“ไอ้สิ่งที่ฉันทำอยู่เนี่ย มันช่วยทีมได้จริง ๆ รึเปล่า?”

  • มิคาเอลเริ่มเคร่งเครียดว่า ในสถานการณ์แบบนี้ ทางออกของเขาคืออะไร? และสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับนูมานเซียคืออะไร? แต่เขาก็ไม่มีคำตอบ
  • แล้วในช่วงวันหยุด…. มิคาเอลมันก็เลยไปเดินเล่นหาดพักใจ ณ หาดบาร์เซโลเนตา ที่ซึบาสะเคยมาเหยียบตอนโดนฟานกัลไล่ให้ไปพัก


  • วันหยุด ชายทะเลแห่งหนึ่งในสเปน
  • มิคาเอล มาเดินเอาเท้าแตะน้ำ พักผ่อนเบา ๆ ตามลำพัง

มิคาเอล
“ไม่ได้ยินเสียงคลื่นทะเลมาตั้งนานแล้ว”
“อากาศดีจริง ๆ”
“เยี่ยมไปเลย”
“ลืมความรู้สึกแบบนี้ไปเลย”
“เพราะมัวแต่จมกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น”

  • แล้วก็มีเสียงราฟาเอล คู่หูที่โตมาด้วยกัน ตะโกนขึ้นมา ราฟาเอลวิ่งหน้าตื่นลงชายหาดมาหา
ราฟาเอล
“บิ๊กนิวส์เลย! บิ๊กนิวส์!”
“ฉันเลยรีบมาบอกนายเนี่ย!”
“ตอนนี้หลายสโมสร ยื่นข้อเสนอมาสู่ขอนายมาเต็มไปหมดดด!!”
“แล้วอย่างโรมา ทีมเก่าแก่ทรงเกียรติจากอิตาลี…”
“ก็เสนอซื้อเป็นแพ็คคู่ ฉันกับนายด้วยนะ!!”

มิคาเอล
“ราฟาเอลก็ด้วยเหรอ!?”

ราฟาเอล
“นี่มันข้อเสนอจากทีมหัวแถวเลยนะ!”
“โรมาก็ยังได้ไปต่อในแชมเปียนส์ลีก ปีนี้ด้วย!!”
“แน่นอน มันก็แล้วแต่นายจะเลือก”
“แต่ไม่ว่านายจะตัดสินใจยังไง”
“ฉันก็เคารพการตัดสินใจ”

มิคาเอล
“แต่พวกเราย้ายไป มันจะดีเหรอ?”
“ยิ่งซีซั่นนี้ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันให้ทีมเลย?

ราฟาเอล
“เข้าใจความรู้สึกนั้นนะ”
“แต่การทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันให้ทีม”
“มันไม่ได้มีแต่การสร้างผลการแข่งขันที่ดีเท่านั้น”

มิคาเอล
“เอ๊ะ?”

ราฟาเอล
“ถ้าเราสองคนย้ายจากนูมานเซียไปโรมา”
“นูมานเซียก็จะได้เงินก้อนโตมหาศาล”
“สโมสรยักษ์ใหญ่ทีมอื่น ๆ เขาไม่ได้ให้ค่าตัวขนาดนี้ด้วยนะ”
“ฉันว่า การย้ายทีมก็จะเป็นผลดีกับนูมานเซียด้วยแหละ”
“แล้วพอได้เงินมาแล้ว นูมานเซียก็จะเอาไปพัฒนาสโมนสร”
“ยกเครื่องทีมขึ้นมาใหม่ได้”
“ทีมก็จะแข็งแกร่งขึ้น ในซีซันหน้า”

มิคาเอล
“งั้นเหรอ มืออาชีพเขาจะมองแบบนั้นเองสินะ”

ราฟาเอล
“แล้วนายก็จะได้เล่นฟุตบอลกับทีมใหญ่ด้วย”
“ฉันว่ามัน Win-Win กันทุกฝ่ายนะ”

มิคาเอล
“แต่ถ้าย้ายไปโรมา…”
“ก็จะไปอยู่คนละลีกกับบาร์เซโลนาของซึบาสะคุงสิ”
“เป้าหมายของฉัน คือการสู้กับซึบาสะคุงอีกครั้ง”
“ถ้าย้ายไปทีมในต่างแดน”
“ก็จะเสียโอกาสเหล่านั้นไปสิ”

“เอิ่ม…”
“แม้จะกังขาอยู่ว่านูมานเซียจะเอาอะไรไปสู้กับบาร์ซาก็ตาม…”
“แต่บางที ราฟาเอลคงพูดถูก ฉันควรจะย้าย”
“เพื่อหลีกหนีไปจากความรู้สึกที่ว่า ฉันต้องแบกทีม และทีมก็จะฝากทุกอย่างไว้กับฉัน”
“โรมาก็เป็นทีมที่แข็งแกร่ง แล้วยังไม่ตกรอบแชมเปียนส์ลีก”
“ฉันอาจจะได้รีแมตช์กับซึบาสะคุง”
“ในเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เหมือนกับตอนโอลิมปิกอีกครั้ง”

“............”
“อืมมมมมมมมมมมมมม”
“ฉันจะไปโรมา”
“ราฟาเอล ก็ไปด้วยกันนะ!”
“ข้อเสนอนี้ คงจะเป็นของขวัญจากพระเจ้า”
“และหากว่านี่คือชะตากรรม”
“ฉันก็จะเชื่อมั่น และก้าวต่อไป”



  • ณ หาดบาร์เซโลเนตา หลังจบแชมเปียนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่มครบทุกกลุ่มแล้ว
  • ซึบาสะในชุดสีขาว สวมหมวกแก็ป กำลังวิ่งออกกำลังไปบนชายหาด
  • ซึบาสะคิดว่า การที่ต้องเล่นทั้งลาลีกา และแชมเปียนส์ลีกไปพร้อมกัน เป็นอะไรที่หนักมาก ถึงบาร์ซาจะจบด้วยการเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม แต่ของจริง มันพึ่งเริ่มต้น
  • อินเตอร์มิลานของอิชิซากิ และอาโออิ ก็ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ในฐานะอันดับ 2 ของกลุ่ม ถ้าพวกเขาชนะไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็อาจจะได้แข่งกันอีก
  • ทว่า PSG ของมิซากิคุง ก็ผ่านเข้ารอบมาเป็นอันดับ 1 ของอีกกลุ่ม โดยมีโรมามาเป็นที่ 2
  • ยูเว่ของเฮียวงะ ก็เข้ารอบมาเป็นแชมป์กลุ่มเช่นกัน
  • นอกจากนี้ ยังมีอาแจ็กส์ของมิสุงิและไครฟอร์ด ที่ผ่านเข้ามา
  • และบาเยิร์นของวากาบายาชิและชไนเดอร์

ซึบาสะ
“เพื่อนร่วมทีมชาติที่โตมาด้วยกัน”
“ทำผลงานใน ชปล. ได้ดีกันทุกคน”
“กูเองก็ต้องพยายามเต็มที่ ไม่ให้แพ้พวกเค้า”
“น่าสนุกจริง ๆ”
“แต่ก่อนจะเจอกับมิซากิ หรือวากาบายาชิ”
“เราต้องโค่น ปอร์โต คู่แข่งในรอบ 16 ทีมให้ได้ก่อน”
“ปอร์โตเองก็มีวากาชิมัตสึ และอุราเบะอยู่ด้วย”

  • ภาพตัดมาที่ ศูนย์ฝึกซ้อมและพัฒนาเยาวชน Jorge Costa ของสโมสรปอร์โต โปรตุเกส
  • ปอร์โตนั้นจบ ชปล. รอบแบ่งกลุ่มด้วยการเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม E และช่วงเปิดตลาดปีใหม่ ก็เสริมทีมด้วยการซื้อตัวทาเคชิ คิชิดะ นักเตะญี่ปุ่นมา โดยคิชิดะ เป็นอดีตคู่หูของอุราเบะ ตั้งแต่สมัยเรียนที่โอโตโมะด้วยกัน

อุราเบะ
“จ่ายบอลเหี้ยอะไรของมึง คิชิด่าาาาา?”
“ส่งให้มันรู้จังหวะหน่อยสิ!”

คิชิดะ
“มึงนั่นแหละที่วิ่งช้าไป”
“ถ้าวิ่งเร็วกว่านั้น ก็เก็บบอลทันแล้ว!”

อุราเบะ
“หน่านิ๊!!!”

วากาชิมัตสึ
“พอเห้ออออออ”
“ถ้ามีเวลาจะมาเถียงกัน ก็ไปเริ่มใหม่ดีกว่า”

เดโก้
“สองคนนั้น เข้าขากันดีนะเนี่ย”

น้ามู - เฮียเครียด (โฆเซ มูรินโญ)
“อื้อ”
“ได้ยินว่าสองคนนั้นเคยอยู่ทีมเดียวกันตอนเด็ก ๆ”
“ในฐานะกัปตัน นายคิดว่าไงล่ะ?

เดโก้
“เรื่องแท็คติก ยังต้องปรับปรุง”
“แต่พวกนั้นปฏิกิริยาตอบสนองไว้ พลังกายก็เหลือเฟือ”
“คิชิดะเองก็มีความมุ่งมั่นแน่วแน่ แรงกล้าเหมือนอุราเบะ”
“น่าจะเข้ากับวิชันของปอร์โตได้ดีเลยล่ะครับ”

น้ามู (ยิ้มมม)
“ใช่เลย”
“ด้วยวากาชิมัตสึ อุราเบะ และคิชิดะ”
“เกมรับที่เคยเป็นจุดอ่อนของทีมเรา ก็จะสมดุลมากขึ้นแล้ว”
“บาร์ซ่า เป็นทีมที่มีนักเตะเทวดาอย่างริวัลโดและซึบาสะ”
“แถมยังเต็มไปด้วยดาวดังล้นทีม”
“เป็นคู่แข่งที่น่าเกรงขามจริง ๆ”
“แต่พวกเรา ปอร์โต ก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน”
“ชั้นพร้อมแล้ว สำหรับแชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีม…”

และแล้วฟุตบอลยูฟาแชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ก็ได้รูดม่าน เปิดฉากขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น