Tuesday, June 14, 2011

สรุปบทสัมภาษณ์ FFXIII-2 จาก Dengeki PS เล่มล่าสุด

สรุปจ้ะ ตรงไหนเป็นเรื่องใหม่ ก็ทำไฮไลต์สีตามเดิม

ในส่วนของตัวละคร

ตัวละครใหม่อย่างโนเอลนั้นไม่ค่อยรู้เรื่องของโคคูนและแกรนพัลส์ ในจุดนี้คุณโทริยามะต้องการให้โนเอลอยู่ในตำแหน่งเดียวกับผู้เล่นหน้าใหม่ที่ไม่เคยเล่น FFXIII มาก่อน คือไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกนั้นเหมือนๆ กัน (แปลว่าเจ้าตัวมาจากที่อื่นแล้วล่ะ)

- ภาคนี้เหมือนมีตัวเอก 2 คนคือไลท์นิ่งและโนเอลก็จริง แต่เทียบเวลาบังคับแล้ว เนื้อเรื่องเกือบทั้งหมดเราจะได้เล่นเป็นฝั่งโนเอลกับเซร่าห์กันมากกว่า

- เรื่องที่ไลท์นิ่งตายแล้ว มีความเกี่ยวข้องกับตำนานของเอโทร

- สโนวจะปรากฏตัวในภาคนี้ด้วย ในประเด็นที่เซร่าห์เดินทางไปกับโนเอลนั้น สโนวไม่ใช่คนประเภทที่จะกังวลกับเรื่องแบบนี้ ขณะเดียวกันตัวละครอื่นๆ จาก FFXIII ก็จะปรากฏตัวด้วย (ノエルとセラが旅しているが、スノウは知ってても気にするタイプじゃない。)

- เวลาต่อสู้ให้คิดว่าโนเอลยืนอยู่หน้า แล้วมีเซร่าห์สนับสนุนจากด้านหลัง ในใจของคุณโทริยามะนั้นคิดอิมเมจให้โนเอลเป็นอาชีพฮันเตอร์ไปแล้ว

เรื่องเดโมในงาน E3

- เดโมในงานเป็นเนื้อหาย่อๆ ของเนื้อเรื่อง 2 ตอนให้ได้เล่นกัน ซึ่งทีมงานได้ตัดพวกฉากเหตุการณ์ส่วนใหญ่ออกไปแล้ว ในส่วนตัวเกมจริงๆ นั้นก็จะมีฉากตอนที่โนเอลกับเซร่าห์พึ่งพบกันให้ได้เห็น

ส่วนของเพลงประกอบ

- ผู้ประพันธ์หลักยังเป็นคุณมาซาชิ ฮามาอุซึคนเดิมจาก FFXIII แต่จะมีผู้ประพันธ์คนอื่นๆ ที่จะเปิดเผยภายหลังอีก ในส่วนของคุณฮามาอุซึนั้นจะแต่งเพลงที่ให้อารมณ์ของ FFXIII เหมือนเดิม ส่วนผู้ประพันธ์ท่านอื่นจะแต่งเพลงที่ให้ความรู้สึกของโลกใหม่

ในส่วนของการเลี้ยงมอนสเตอร์

- องค์ประกอบหนึ้งที่เพิ่มเข้ามาใหม่ก็คือการรวบรวมมอนสเตอร์เข้าเป็นพวก ซึ่งในเกมจะมีทั้งมอนสเตอร์ที่เน้นตั้งรับ เน้นโจมตี และแบบอื่นๆ ทั้งนี้ตัวเกมจะมีระบบพัฒนาตัวมอนสเตอร์ด้วย ปาร์ตี้ของผู้เล่นนั้นจะประกอบด้วยตัวละครสูงสุดไม่เกิน 3 ตัว ซึ่งใน 3 ตัวนี้ก็รวมมอนสเตอร์เข้าไปด้วยแล้ว ทว่าบางครั้งก็จะมี Guest Character เข้ามาปนด้วย

ระบบอื่นๆ

- ภาคนี้เหตุการณ์ต่างๆ จะเป็น Realtime มากขึ้น จึงเป็นไปได้ว่าตัวเกมเวอร์ชั่น Xbox 360 จะใช้แผ่นน้อยลง

- ตัวเกมใช้ระบบ Encounter แบบใหม่ที่เรียกว่า Mog Clock และด้วยระบบ Cinematic Action จะทำให้จบการต่อสู้ได้ไวขึ้น

- ตัวเกมมีฉากจบหลายแบบก็จริง ทว่าในส่วนของระบบเลือกตอบคำถามที่เรียกว่า Live Trigger นั้น แต่ละครั้งที่เล่นต่างคนก็อาจจะเลือกตอบไม่เหมือนกัน คุณโทริยามะบอกว่าจุดนี้ทำเพื่อความสนุกสนานในการทำความเข้าใจเนื้อเรื่อง ไม่ใช่เพื่อแตกกิ่งก้านสาขาให้เนื้อเรื่อง

- ในเมืองนั้น ชาวบ้านแต่ละคนก็จะมี AI ที่แตกต่างกันออกไป

 - เวลาฝนตก ตัวละครในเมืองจะรีบวิ่งเข้าหาที่ร่ม หาสิ่งกำบัง

- สภาพอากาศส่งผลต่อค่าต่างๆ ในการต่อสู้

- การค้นหาสำรวจอะไรต่างๆ ต้องมีม็อคช่วยด้วย (ดั่งตัวอย่างที่เห็นกันว่าม็อคทำให้หีบล่องหนปรากฏได้)

- ระบบเซฟเป็นแบบ Auto-Save

- ยังไม่มีความคิดที่จะสร้าง Mode Multiplayer ให้เล่นผ่านอินเตอร์เน็ตกัน

- DLC ของเกมก็จะเป็นพวกไอเดียดีๆ ที่เขาคิดได้ภายหลัง หรือไม่ก็คอมเมนต์ดีๆ จากผู้เล่น

เรื่องแพทซ์ของ FFXIII เดิม

- จะมีแพทซ์เพิ่ม Easy Mode ให้กับ FFXIII เวอร์ชั่น PS3 ในวันที่ 21 กรกฎาคม ซึ่งไม่ได้เป็น DLC แต่เป็น Patch ของเกม ถ้าต่อเน็ตแล้วเข้าเกมไปก็จะขึ้นให้โหลด

ที่มา : Andriasang, Dengeki PS, hokanko

คิตาเสะรับยังไม่รู้จะวางขาย FF Type-0 นอกญี่ปุ่นยังไง!?

ถึงตอนนี้ทุกท่านคงทราบกันดีแล้วว่า Final Fantasy Type-0 มีกำหนดวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นภายในช่วงฤดูร้อนนี้ ทว่าเมื่อสอบถามไปยังคุณโยชิโนริ คิตาเสะ ถึงโอกาสในการวางจำหน่ายเกมนี้ในชาติตะวันตกคุณคิตาเสะก็หย่อนความเห็นกลับมาว่าในตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะวางจำหน่ายนอกแดนเอวีอย่างไร

สำหรับประเด็นนี้ คุณคิตาเสะได้กล่าวไว้ว่า "ก็อยากที่คุณทราบกันดีว่าตลาด PSP ในกับนอกญี่ปุ่นนั้นมีความแตกต่างกันมาก เราต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบสุดๆ ว่าจะทำอย่างไรถึงจะเป็นการดีที่สุด ที่จะส่งมอบเกมของพวกเราไปยังเหล่าเกมเมอร์ทั้งหมดได้ ในตอนนี้ผมยังไม่อาจยืนยันการตัดสินใจได้ๆ ได้ทั้งนั้น ดังนั้นช่วยอดทนรอกันไปอีกสักหน่อยละกันครับ" คุณคิตาเสะกล่าวต่อสื่อในงาน E3

จากที่กล่าวมาคงเห็นกันว่าคุณคิตาเสะก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าเกมจะไม่ขายให้กับผู้บริโภคฝั่งตะวันตกซะทีเดียว เพียงแต่ทางค่ายยังไม่แน่ใจว่าควรจะขายด้วยวิธีไหนถึงจะดีที่สุด การที่เขากล่าวถึงความแตกต่างของตลาด PSP ระหว่างในและนอกญี่ปุ่นนั้น ก็ทำให้ชวนคิดได้ว่าบางทีทางค่ายอาจกำลังพิจารณาที่จะวางจำหน่ายตัวเกมผ่านทาง PSN อย่างเดียวก็เป็นได้

ที่มา : Gamingunion

สรุปบทสัมภาษณ์ FFXIII-2 จาก Fokgames

 สรุปจ้ะ ตรงไหนเป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่เคยเขียนในข่าวเก่า จะไฮไลต์ไว้

Q : เนื้อเรื่องจะเบากว่าเดิมมั้ย?
A : ซีเรียสเหมือนเดิม แถมมืดมนและลึกลับยิ่งขึ้นด้วยเอ้า!

Q : เห็นตัวเดโมมีตัวเลือกให้ผู้เล่นเลือก แล้วยังมีวิธีการใดอีกที่ทำให้เกมเป็นเส้นตรงน้อยลง?
A : ภาคนี้เน้นให้คนเล่นเลือกตามสบาย การทำอะไรหรือการตัดสินใจอะไรต่างๆ จะมีผลภายหลังทั้งนั้น

Q : ก็เลยส่งผลให้มีฉากจบหลายแบบ?
A : เป็นครั้งแรกในซีรียส์เลยทีเดียว รอฟังรายละเอียดใน TGS ละกัน

Q : ได้ดูเกม RPG ของทางตะวันตกบ้างมั้ย?
A : ไม่ได้เอาแรงบันดาลใจมาจากเกมฝั่งตะวันตกหรอกน่า เกมตะวันตกมันเป็น Open World แต่เราไม่อยากให้ XIII-2 เป็นแบบนั้น มันก็ยังอยู่ในเรื่องของมัน แต่มีตัวเลือกให้เลือกว่าจะไปทางเส้นทางไหน

Q : ทำไมไปเน้นบทเซร่าห์แล้วล่ะนั่น?
A : ใน XIII ไลท์นิ่งหาทางช่วยเซร่าห์ ส่วนใน XIII-2 เซร่าห์ตามหาไลท์นิ่ง ที่มันกลับกันพอดีแบบนี้ เพราะเราอยากเอาเรื่องความผูกพันของคนในครอบครัวมาเล่นอีกครั้ง

Q : ทำไมถึงมีโนเอล? แทนที่จะเป็นตัวละครเก่า?
A : ยังบอกอะไรไมไ่ด้ เอาเป็นว่าเจ้าตัวมาจากต่างโลก ไม่เคยไปโคคูนมาก่อน ก็อยากให้เกมนี้เป็นที่สนใจของทุกคน ทั้งคนที่เคยและไม่เคยเล่น FFXIII เลยใช้ตัวละครใหม่

Q : ใครเป็นผู้ประพันธ์เพลงภาคนี้?
A : มาซาชิ ฮามาอุซึ เจ้าเก่าแน่นอน แล้วยังมีคนอื่นๆ ที่จะเผยชื่อภายหลัง

Q : ระบบต่อสู้ในเดโมมีระบบ QTE ให้เห็น แล้วยังมีการเปลี่ยนแปลงใดอีกที่เปิดเผยได้ในตอนนี้?
A : พื้นฐานของระบบยังเป็น Optima เหมือนเดิม ที่เพิ่มมาก็มีจับมอนสเตอร์ เอาเข้าทีม ช่วยสู้ มอนสเตอร์พวกนี้ยังพัฒนาได้ด้วย ทำให้ทีมแข็งแกร่งไปด้วยแล

Q : แล้วคริสตัลเลียมจะกลับมาด้วยมั้ย?
A : ในส่วนของตัวละครก็แทบเหมือนเดิม แต่ก็มีส่วนที่เปลี่ยนแปลงซึ่งยังบอกไม่ได้ ทว่าการพัฒนาของฝั่งมอนสเตอร์นั้นจะใช้ระบบที่ต่างออกไป ตัวอย่างเช่นยัดเครื่องประดับเพื่อปั๊มสเตตัสให้มันได้..... (กลิ่น X-2 Inter โชยมา)

Q : ระบบเซฟเหมือนเดิมรึเปล่า? **** (เฉพาะข้อนี้ไม่แน่ใจว่าแปลถูกมั้ย)
A : ใช่ แถมตอนนี้อยากจะเซฟที่ไหนก็เซฟได้ เหมือนกับเกมฝั่งตะวันตก เลยเซฟง่ายกว่า FFXIII ขึ้นไปอีก

Q : มีเมืองมีร้านค้าให้สำรวจแล้ว?
A : ภาค XIII โดนเล่นประเด็นนี้จนอ่วม ภาค XIII-2 เลยจัดไป อยากคุยอยากช็อบก็เอาไปเลย

Q : ทั้งเกมแบ่งเป็นคัตซีนกี่ชั่วโมง และเกมเพลย์กี่ชั่วโมง?
A : ไม่รู้หรอกว่าคัตซีนมันกี่ชั่วโมง แต่เล่นๆ รวมๆ กว่าจะจบก็ 40 ชั่วโมง แล้วยังมีอะไรให้ทำอีกมาก แถมต้องเล่นใหม่เพื่อเอาฉากจบแบบอื่นๆ ด้วย

Q : มีโหมด New Game+
A : ม่ายล่ะ แต่มีอะไรที่เจ๋งกว่านั้น ซึ่งยังบอกไม่ได้

Q : ตัวเกมภาค Xbox360 คราวนี้จะดีกว่าเดิมรึยัง?
A : ตอนทำ FFXIII เราเริ่มทำไปก่อน แล้วมาค่อยคิดเอาลง Xbox360 ภายหลัง แต่กรณี XIII-2 เรากะทำลงบน Xbox360 ตั้งแต่แรก คงไม่มีความแตกต่างในเรื่องใหญ่ๆ ให้เห็นกันระหว่างทั้งสองเครื่องแล้ว

Q : มีเนื้อหาที่ตัดออกจาก XIII แล้วมาใส่ใน XIII-2 มากแค่ไหน?
A : ตอนสร้าง XIII ต้องตัดเอาบางส่วนออกไปก็จริง แต่ไม่ได้ตัดเพื่อมาใส่ใน XIII-2 เฟ้ย

Q : แล้วมันจะวางจำหน่ายเมื่อไหร่ล่ะ?
A : ที่ญี่ปุ่นก็ธันวาคมนี้ ที่ยุโรปก็ต้นปีหน้า อาริกาโตะ โกะไซมัซ!

ที่มา : Fokgames

Friday, June 10, 2011

โทริยามะเผย FFXIII-2 ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Red Dead Redemption

 เนื่องจากไม่เหลือกำลังแปลแล้ว ขอสรุปบทสัมภาษณ์จาก RPGSite เลยละกันนะครับ

แปลแบบมองผ่านแล้วเขียนเอารวดเดียวจบ ไม่ต้องตรวจทาน ไม่ต้องกดดิกซ้ำ ลุยโลด

คิตาเสะ : เราไม่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกม RPG ฝั่งตะวันตกแต่อย่างใด, ระบบ Optima ใน FFXIII เป็นที่ชื่นชอบอยู่แล้ว เราเลยเอามาใช้ต่อแต่มีการปรับเปลี่ยนมัน ให้ไม่เหมือนเดิมซะทีเดียว ซึ่งนอกจากมอนสเตอร์กว่า 150 ชนิดที่สามารถจับเป็นพวกได้แล้ว พวกมันยังพัฒนาได้แบบเดียวกับตัวละครอื่นๆ นอกจากนี้ยังมี Cinematic Action ในการต่อสู้กับบอส

คิตาเสะ : ผมคิดว่าที่ FFXIII ถูกวิพากย์วิจารณ์ก็เพราะเราตั้งใจจะให้มันเป็นเกมที่ขับเคลื่อนไปโดยเนื้อเรื่อง แต่ว่ามันมากเกินไป ผู้คนเลยคิดว่ามันเป็นเส้นตรง ซึ่งคนไม่ชอบกัน ดังนั้นก่อนที่เราจะเริ่มสร้าง XIII-2 เราจึงตัดสินใจที่จะรวบรวมคำตำหนิทั้งหลายมาอย่างจริงจัง และนำความเห็นทุกอันมาแก้ไขปรับปรุงให้เหมาะสม ดังนั้นเกมใหม่นี้จึงเป็นแบบขับเคลื่อนไปตามคนเล่น ผู้เล่นจะมีส่วนร่วมมากขึ้น จะมีอะไรมากมายให้คนเล่นได้ทำและสำรวจ เช่นเมือง และสิ่งอื่นๆ อีก และสามารถเลือกได้ว่าจะคุยอะไรกับ NPC ด้วย

RPGSite : หนึ่งที่จุดที่โดนวิจารณ์หนักที่สุดก็คือการไม่มีเมือง ในบทสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ทีมงานสักคนเคยบอกว่า การสร้างเมืองในระบบ HD นั่นเป็นเรื่องที่ยากมากๆ แล้วตอนนี้มันง่ายขึ้นแล้วรึยังครับ? มีหนทางที่จะสร้างมันขึ้นได้อย่างรวดเร็วแล้วหรือไม่? หรืออย่างน้อยเราสามารถคาดหวังถึงเมืองเล็กๆ แบบที่เคยเห็นกันใน FFVII-IX ได้รึเปล่า?

โทริยามะ : ก็อย่างที่คุณคิตาเสะกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าเราได้รวบรวมคำวิจารณ์ทั้งหลายมากอย่างจริงจัง รวมถึงเรื่องการขาดหายไปของเมือง เราก็รู้แล้วว่าผู้คนไม่ชอบ แล้วก็แก้ให้ตัวเกมภาคใหม่นี้มีเมืองแล้ว คุณสามารถสำรวจเมืองและสามารถคุยกับทุกคนได้ ซึ่งนั่นก็จะนำไปสู่เหตุการณ์อื่นๆ ต่อไป ร้านค้าเองก็เช่นกัน ใน FFXIII-2 นี้คุณจะได้พบกับตัวละครบางตัว ที่พอเข้าไปคุยแล้วพวกเขาก็จะขายของให้เรา แต่ผมก็คิดนะว่าถ้าเราสร้างเมืองแบบเดียวกับใน FFVII-IX มันคงเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ และก็ยากด้วย ดังนั้นเราจึงใส่ AI ให้กับตัวละครทุกคนในเมือง ให้พวกเขาทำอะไรของเขาไป พวกเขาอาจจะนั่งลงแล้วก็คุยไปเรื่อย หรืออาจจะกำลังคุยกับครอบครัว หรืออาจจะกำลังเดินไปหาคนคุยด้วย พวกเขาก็จะทำอะไรของเขาไป ด้วยเหตุนี้มันจึงเป็นเมืองที่แตกต่างจากเมืองต่างๆ ที่คุณเคยเจอมาใน FF ภาคก่อนๆ

คิตาเสะ : เราตัดสินใจสร้างภาคต่อทันทีหลังจากวางจำหน่าย FFXIII ไปทั่วโลก ตอนที่เราไปโปรโมตเกมในอเมริกาและชาติอื่นๆ ในยุโรป เราก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากแฟนๆ ซึ่ง FFXIII ก็มีการขายได้ดี ทำยอดขายทั่วโลกได้ 5-6 ล้านชุด และเราก็รู้ว่าผู้คนต้องการภาคต่อ ตอนสร้าง FFXIII เราก็รู้ว่าตัวละครและเนื้อเรื่องของเกมนี้มันมีศักยภาพมากเกินกว่าที่จะเป็นแค่เกมภาคเดียว

RPGSite : FFXIII-2 จะใช้ระบบ Chapter อีกรึเปล่าครับ? ผู้ึคนคิดว่าระบบนี้ทำให้ FFXIII มันออกมาเป็นเส้นตรง แล้ว XIII-2 จะเป็นแบบนั้นด้วยหรือไม่?

โทริยามะ : เรื่องนี้ผมพูดได้ว่ามันไม่เลวร้ายขนาดนั้น แต่เราก็ได้เปลี่ยนโครงสร้างนั้นแล้ว ทั้งนี้ก็เพราะผู้คนเค้าไม่ชอบกัน แต่ในส่วนรายละเอี่ยดของโครงสร้างใหม่เนี่ย คงต้องรอไปจนกว่าจะถึง TGS ก่อน แต่ผมบอกพวกคุณได้อย่างหนึ่งเลยว่า นี่เป็นครั้งแรกใน FF Seris เลย ที่ FFXIII-2 จะมีฉากจบหลายแบบ

RPGSite : อธิบายหน่อยได้มั้ยว่าทำไมถึงเอาระบบ Optima กลับมาใช้อีก? เป็นเพราะนี่คือภาคต่อของ FFXIII? หรือคุณเห็นว่านี่เป็นระบบต่อสู้ที่สมดุลดีที่สุดในซีรียส์แล้ว?

คิตาเสะ : เราตัดสินใจที่จะเอามันใช้ต่อในภาคใหม่นี้ก็เพราะเหตุผลที่คุณกล่าวมาแล้ว นั่นก็คือภาคต่อ คุณก็รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ควรทำ เราก็เลยเอาระบบเก่ามาใช้ ซึ่งใน XIII ระบบนี้ก็ได้รับความนิยม เราเลยคิดว่ามันเป็นระบบต่อสู้ที่ดีที่สุดแล้วที่จะเอามาใช้ในเกม แต่ถึงจะพูดแบบนั้น นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะเอาระบบเก่ามาใช้ซะทีเดียว ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่า คุณสามารถรวบรวมมอนสเตอร์กว่า 150 ชนิดมาได้ นั่นทำให้เกมเพลย์มีความหลากหลาย ต้องวางกลยุทธให้สนุกกันมากขึ้นกว่าตอนภาค XIII

คิตาเสะ : มันแตกต่างจากตอน X ไป X-2 ใน X-2 นั้นเราต้องการเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งดนตรีและอรรถรส ภาค X นั้นให้บรรยากาศสไตล์เอเชีย ส่วน X-2 มันจะออกแนวป๊อป มันก็แตกต่างกันสิ้นเชิง ทว่าจาก XIII ไป XIII-2 นั้นโลกและการดำเนินไปของเนื้อเรื่องนั้นยังออกแนวเคร่งเครียดไม่เปลี่ยนแปลง เราก็แค่อยากเพิ่มองค์ประกอบใหม่้ๆ แต่ไอเดียพื้นฐานต้องไม่เปลี่ยนไปมาก ต่างจาก X ไป X-2 ที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง XIII กับ XIII-2 จะเป็นภาคต่อกันอย่างแท้จริง และเมื่อพูดถึงเรื่องดนตรีแล้ว ใน XIII คุณมาซาชิ ฮามาอุซึเป็นคนทำดนตรีให้ ซึ่งเขาก็มีชื่อทางด้านการทำเพลงออเครสต้า ในจุดนี้ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมเช่นกัน แต่เราจะเพิ่มสิ่งใหม่ๆ เข้าไป แล้วคุณคิดยังไงกับเพลงของ XIII-2 ล่ะ?

RPGSite : เหลือเชื่อครับ มันทำให้ผมนึกถึง Persona...

คิตาเสะ : เราก็อยากปรับเปลี่ยนแหละครับ เพราะถ้าเรายึดติดกับเพลงแบบเดิมๆ มันก็คงไม่ใช่เรื่อง หรือไม่ก็คงแปลกไป เราก็ปรับแต่งทุกอย่างให้มันเหมาะสมขึ้นครับ

RPGSite : ที่ผมอยากถามก็คือเรื่องของไซด์เควสต์และเอนด์เกม ปัญหาหนึ่งที่ผู้คนมากมายประสบใน FFXIII เดิม ซึ่งมันแตกต่างจาก FF ภาคอื่นๆ ก็คือเมื่อคุณจบเกมแล้ว มันก็ไม่ค่อยเหลืออะไรให้ทำเลย ใน XIII นั้นมีไซด์เควสต์ก็จริง แต่ทั้งหมดก็เป็นการล่ามอนสเตอร์ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ผมเลยสงสัยว่ามันจะมีอะไรให้ทำหลังจากจบเกมไปแล้วรึเปล่า และไซด์เควสต์นั้นจะมีความหลากหลายแค่ไหน

โทริยามะ : อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าจะมีฉากจบหลายแบบ ในตอนนี้เรายังกล่าวอะไรมากไม่ได้ แต่เมื่อผู้เล่นจบเกมรอบหนึ่งไปแล้ว เราก็ได้คิดเผื่อถึงการสร้างคุณค่าให้กับการเล่นตั้งแต่ีรอบ 2 ขึ้นไปด้วย ก็เหมือน New Game+ แหละครับ เป็นระบบเดียวกัน จะมีไอเทมและระบบต่างๆ ชักจูงให้คุณเล่นกันต่อไป สำหรับไซด์มิสชั่นนั้น จะมีไซด์มิสชั่นแบบเดียวกับ Red Dead Redemption มากขึ้น ดังนั้นมันจะไม่ใช่แค่การล่า แต่จะเป็นมิสชั่นแบบอื่นไปเลย จุดหนึ่งที่เราโดนวิพากย์กันมากใน FFXIII ก็คือการที่มีมินิเกมน้อยเกินไป และผู้คนก็อยากจะเห็นมัน นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราเสริมเข้าไปเช่นกันครับ

คิตาเสะ : ในส่วนการจับมอนสเตอร์นั้น อย่างแรกคุณก็ต้องกำจัดมันให้ได้ก่อน และเมื่อทำเงื่อนไขถูกต้อง มันจะเข้าร่วมปาร์ตี้ของคุณและเริ่มรับใช้คุณเอง คุณสามารถผสมผสานพวกมันได้ราวกับการสร้างเด็คในการ์ดเกม ประมาณนั้นเลย ส่วน Cinematic Action นั้นก็มี 2 แบบด้วยกัน แบบแรกคืออย่างที่คุณเห็นตอนสู้กับ Atlas ในเดโม เวลาคุณเจอบอสจริงๆ เมื่อทำดาเมจใส่บอสไปได้ถึงระดับหนึ่งแล้ว มันก็จะเข้าสู่ Cinematic Action เอง ส่วนอีกแบบคือ มอนสเตอร์บางตัวที่คุณจับมา มันสามารถทำ Cinematic Action ของมันได้เอง

RPGSite : จากที่คุณเอ่ยถึง Red Dead Redemption เมื่อกี้ คุณอธิบายสักหน่อยได้มั้ยว่าเกมนี้มีอิทธิพลใดกับคุณบ้าง?

โทริยามะ : ท่ามกลางเกมนับล้านที่วางจำหน่ายในปีก่อน Red Dead Redemption เป็นที่บูชาของนักพัฒนาเกมชาวญี่ปุ่นกันมาก รวมทั้งพวกเราด้วย เกมของเราอาจไม่ใช่ Open-Field แบบเกมนั้น แต่เราก็รับแรงบันดาลใจมา ตัวอย่างเช่น เราสามารถรับมิสชั่นที่ไหนก็ได้ ไม่ใช่แค่ที่สถานศักดิ์สิทธิ์หรือยึดติดกับอะไรสักอย่าง ในเกมนี้คุณจะได้เห็นโจโคโบะมากมาย และสามารถขี่พวกมันได้ ความรู้สึกที่คุณได้ตอนขี่โจโคโบะ มันก็เหมือนกับตอนที่คุณควบม้า มันจะให้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่อย่างแท้จริง นี่แหละคือสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเกมนั้น

RPGSite : สำหรับภาค XIII นั้นมีคนมากมายรู้สึกว่าเวอร์ชั่น Xbox360 มันไม่ดีเท่าเวอร์ชั่น PS3 คุณจะทำยังไงให้คนทั่วไปมั่นใจได้ว่าอย่างน้อยๆ XIII-2 ของเวอร์ชั่น 360 มันจะออกมาใกล้เคียงกับเวอร์ชั่น PS3?

คิตาเสะ : สำหรับ FFXIII เราเชื่อว่าในส่วนของเรียลไทม์กราฟฟิคมันไม่ได้แตกต่างกันมากมายขนาดนั้น เกมนี้ก็เหมือนกัน แต่ในส่วนของไฟล์มูวี่ที่มีขนาดใหญ่้มาก ขนาดของไฟล์ที่ถูกบีบอัดมาแล้วของทั้งสองเครื่องจะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ทว่าในตอนนี้เราสามารถทำฉากดราม่าให้เป็นแบบเรียลไทม์ได้โดยไม่ต้องเป็นมูวี่ ดังนั้นปัญหาที่แท้จริงที่ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างตัวเกมทั้งสองเวอร์ชั่นนั้นคงมีค่อนข้างน้อยแล้ว มันเป็นเพียง % ส่วนน้อยเท่านั้นเมื่อคิดจากกราฟฟิคทั้งหมดใน XIII-2 ดังนั้นมันคงไม่ใช่ประเด็นใหญ่แล้วล่ะครับ

อ่านบทสัมภาษณ์นี้จบแล้ว ผมจับใจความได้ดังนี้

- ทีมงานเอาคอมเมนต์ต่างๆ มาปรับปรุงตัวเกม บางจุดโทริจังเห็นว่าของเดิมมันไม่ได้เลวร้าย ผู้เล่นก็ด่ากันเวอร์ไป แต่เค้าในฐานะผู้กำกับก็ต้องน้อมรับไปแก้ไขอยู่ดี จะติสต์ทำตามใจฉันต่อไปไปคงไม่ได้

- จุดต่างๆ ที่โดนว่าในภาคก่อน ทั้งความเป็นเส้นตรง การไม่มีเมือง ได้รับการแก้ไขแล้ว ส่วนระบบต่อสู้ทีมงานบอกว่าได้ฟีดแบ็คดี ก็เลยเอาของเก่ามาต่อยอด

- ยังไม่มียืนว่าเนื้อเรื่องจะเป็น Chapter อีกรึเปล่า เห็นว่าจะมีการเปลี่ยนโครงสร้าง แต่ขอเปิดเผยใน TGS

- ตัวเกมจะมีมินิเกมให้เล่นกันมากขึ้น เนื่องจากโทริจังได้แรงบันดาลใจจาก Red Dead มา พวกมิสชั่นต่างๆ เควสต์ต่างๆ คงจะลอกไอเดียกันมาบ้าง แล้วจะได้ขี่โจโคโบะด้วยอารมณ์คนควบม้ากันมากขึ้น

- เรื่องกราฟฟิคของ Xbox360 กับ PS3 ภาพเรียลไทม์คงไม่ต่างกันมาก แต่ภาพมูวี่คงยังแตกต่างกันเหมือนเดิม ถึงกระนั้นเฮียคิตาเสะยังพยายามพูดให้ดูดีว่า เกมภาคนี้มีมูวี่น้อยแล้ว ดังนั้นความแตกต่างจึงคงมีไม่มาก

ที่มา : RPG Site