Saturday, January 30, 2021

คิตาเสะให้สัมภาษณ์ถึง FFVII Remake ในงาน CEDEC+KYUSHU 2020 ONLINE


จากงาน CEDEC+KYUSHU 2020 ONLINE

https://peatix.com/event/1750894/view

เป็นการสัมภาษณ์คุณนาโอคิ ฮามาคุจิ กับโยชิโนริ คิตาเสะ

- คุณฮามากุจิบอกว่าในภาคออริจินอล คุณไม่เคยเห็นว่าภาพที่แหงนมองจากสลัมขึ้นไปบนเพลทนั้นเป็นยังไง แต่เราก็ได้ทำภาพนั้นให้เป็นจริงแล้วใน Remake ก็อยากใส่ใจรายละเอียดเหล่านั้น และมอบประสบการณ์เรื่องราวสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลกอย่างที่ผู้เล่นได้พบในมิดการ์ฉบับ Remake

- คุณคิตาเสะบอกว่าผู้เล่นเก่ารู้เนื้อเรื่องเดิมว่าจะเป็นยังไง แต่เพราะพวกนั้นรู้เนื้อเรื่องแล้ว เลยเป็นโอกาสที่ทีมงานจะแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่พวกเขาคาดหมายนั้น แท้จริงแล้วเหตุการณ์มันเป็นแบบนี้! ไม่เพียงแต่เซอร์ไพรส์ แต่จะเกินความคาดหวังของผู้เล่นเก่าไป คนที่เล่น Part 1 มาแล้วก็คงทราบกันดีแล้วว่าทีมงานกำลังสร้างเกมออกมาในรูปแบบไหน เราอยากจะสร้างเกมที่ดำเนินรอยตามความคาดหวังของผู้เล่น แต่แล้วก็เขวี้ยงพวกเขาออกไป (ประหนึ่ง Chapter สุดท้ายของ Part 1 ที่หลุดโลกไปเลย) ในทางที่ดีนะ


- ผู้สัมภาษณ์บอกว่าใน FFXIII แผนที่ครึ่งเกมแรกเป็นเส้นตรง แล้วขึ้นเกมหลังค่อยเป็นแมพกว้างใหญ่ ก็อยากให้เป็นแบบนั้นใน Part 2 นะ

- ทุกคนฟังแล้วหัวเราะ คุณฮามากุจิบอกว่าเขาจะจดไว้

- คุณฮามากุจิบอกว่าตอนสร้าง Part 1 สตาฟฟ์ที่มาร่วมทีมส่วนใหญ่เป็นแฟนของภาคออริจินอล แต่ตอนนี้มีสตาฟฟ์ใหม่ ๆ เข้ามาร่วมทีม เป็นพวกคนที่ได้เล่นภาค Remake 1 แล้วและอยากจะมาร่วมขบวนทำ Part 2 ด้วย

- https://twitter.com/aitaikimochi/status/1355340206556078083

Friday, January 29, 2021

ช่วงชีวิตสุดท้ายของ ม.ปลาย

ม.6 เกียมอุดม
สอบ Online
ไม่ได้กลับไปเรียนในห้องเรียนอีกแล้ว


ขณะนี้ต่างคนต่างเศร้าเสียใจ

เสียใจ อาลัยถึงช่วงเวลาสุดท้ายที่จะได้สร้างความทรงจำด้วยกันในห้องเรียน


เด็ก ๆ ต่างไม่รู้มาก่อนว่า หลังจากเปิดเทอม 2 มาได้ 17 วัน ในวันสุดท้ายที่ได้นั่งเรียนด้วยกันก่อนที่จะเกิดการระบาดระลอกใหม่ของ COVID-19 นั้น จะเป็นวันสุดท้ายที่พวกเราจะได้อยู่ด้วยกันในห้องเรียน


ยังไม่ได้บอกลาโต๊ะเรียนของเรา ยังไม่ได้มองห้องเรียนของเราเป็นครั้งสุดท้ายเลย


ไม่รู้มาก่อนด้วยซ้ำ ว่าจะไม่มีโอกาสได้กลับไปหามันอีกแล้ว


รู้สึกเหมือนว่าความทรงจำชีวิต ม.ปลาย บางอย่าง จะขาดหายไปชั่วชีวิต


รู้สึกว่าจู่ ๆ ก็เหมือนสูญเสียเพื่อนคนหนึ่งไป โดยไม่ทันได้มีโอกาสมองหน้าครั้งสุดท้ายและบอกลา


ทั้งที่ไม่ได้มีเพื่อนเป็นอะไรแท้ ๆ .... ก็แค่โอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตมัธยมปลายอย่างปกติด้วยกันในห้วงสุดท้าย มันหายไป


แต่ทำไม หัวใจถึงรู้สึกว่ารูโหว่ที่หายไปนั้น มันช่างใหญ่เหลือเกิน....


เด็ก ๆ น้ำตาซึมออกมา ที่จะไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว


(ส่วน ม.4-5 เขาให้กลับไปเรียนแบบสลับเลขที่ วันเว้นวัน)



"เดี๋ยววันจันทร์ เอ็งก็ใส่ชุดนักเรียน แล้วเดินเข้าโรงเรียนไปหาข้าวกินตอนกลางวัน แล้วก็นัดเพื่อนไปด้วยกันหลาย ๆ คนสิ กินเสร็จก็แวะไปห้องเรียนเก่าสักหน่อย"

"ห่ะะะะ"

"ไปกันนิด ๆ หน่อย ๆ ...ถ้าเจอครูก็บอกว่ามาหาข้าวกิน และมาบอกลาครู เขาไม่น่าจะว่าอะไรหรอก ยังไงก็จะจบการศึกษาแล้ว... ถ้าเขาต่อว่า เราก็แค่เดินออกจากโรงเรียนมา"

"O[]o!!!!"

"เอาชุดไพรเวทไปเผื่อต้องเปลี่ยนด้วยล่ะ"


終わり

เรื่องสั้น Death Note จุดกำเนิดของ L

 


พึ่งหลงเข้าไปอ่านเรื่องสั้น 14 หน้า ชีวิตวัยเด็กของ L (ตลกดี)

พึ่งรู้ว่า L ตอนเด็กก็แข็งแกร่งไม่เบา วันที่เข้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าใหม่ ๆ แกเกือบจะโดนรับน้อง ก็เลยจัดการซัดทุกคนร่วงหมด

หลังจากนั้นวาตาริก็จัดห้องส่วนตัวให้ L, ช่วงนั้นการใช้งานคอมพิวเตอร์เริ่มเป็นที่แพร่หลายแล้วแม้ว่าอินเตอร์เน็ตจะยังไม่พัฒนา แต่ L เล็งเห็นว่าต่อไปคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทรงอานุภาพ ก็ไปขอคอมพิวเตอร์หลาย ๆ เครื่องมาไว้ในห้อง

แล้ว L ก็ไปแนะนำให้วาตาริ เอาเงิน 1 ล้านปอนด์ไปกว้านซื้อเงินเยน แล้วเอาเงินไปลงทุนกว้านซื้อหุ้นของบริษัทต่าง ๆ ตามที่เขาลิสต์มาให้ 

ผลคือ 2 ปีต่อมา วาตาริมีทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้น 20,000 เท่า 🤣

ด้วยความที่ L ชอบเล่นเกมแก้ปริศนาอยู่แล้ว วันหนึ่งพอเจอเรื่องฆาตกรต่อเนื่องที่ตำรวจปิดคดีไม่ได้ ตา L ก็เป็นประกาย แล้วก็ค้นพบว่าตัวเองเกิดมาเพื่อสิ่งนี้... วาตาริเองก็ดีใจว่าหากเป็นเส้นทางนี้ เขาก็จะสามารถร่วมมือสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ ไปกับ L ได้

ตัว L เองไม่ได้ตื่นนอนเป็นเวลาเหมือนคนทั่วไป แต่ชอบตื่นมายาว ๆ เป็นร้อยชั่วโมง แล้วก็หลับยาวไปทีเดียว... ช่วงตื่นยาวแล้วใกล้จะหมดแรง ก็เอนเก้าอี้ลงกับพื้น แล้วก็ลงไปพิงกับพื้นโดยที่ขายังเกาะเก้าอี้อยู่

L เองรักความสะอาด ชอบอาบน้ำบ่อย ๆ แต่ไม่ชอบการขยับตัวเยอะ วาตาริเลยประดิษฐ์ "เครื่องซักมนุษย์" ขึ้นมา ให้ L เดินเข้าไปในตู้นั้น แล้วเครื่องจะทำการอาบน้ำกับเป่าแห้งให้เอง

แล้ว L ก็ไม่ชอบการใส่เสื้อผ้าเอง ไม่ได้สนใจ วาตาริเลยเป็นคนใส่เสื้อให้

นอกจากการไขคดีแล้ว บางครั้ง L ก็ออกไปพัก โดยสถานที่ที่ L มักจะไปก็เช่น

- สวนสนุก
- สวนสาธารณะ
- พิพิธภัณฑ์ศิลป์
- ดูการแสดงสดของไอดอลลลลล ท่ามกลางเสียง เยทไทก้าาาาาา

🤣🤣🤣 ซึ่ง L ไม่ชอบยืน ก็โดนบังไปนั่นแหละ
.
เนื้อหาทั้งหมดมีแค่นี้ครับ จบที่บั่นทอนปัญญาแบบนี้แหละ

Thursday, January 28, 2021

FFVII Remake Orchestra World Tour รอบ Live Streaming ประกาศ Set List เพลง


จากเดิมที่เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนทาง Distant Worlds ได้ประกาศยกเลิกคอนเสิร์ต Final Fantasy VII Remake Orchestra World Tour รอบที่จะแสดงในประเทศญี่ปุ่นวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ และแจ้งให้ลูกค้าไป Refund ตามหน้ารายละเอียดภายใน 28 กุมภาพันธ์ 2021 มิเช่นนั้นจะมุบมิบเงินทั้งหมดนะจ้ะ

มาวันนี้ทาง Distant Worlds ได้ประกาศว่าจะมีการจัดการแสดงแบบ Live แทนในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2021 (ก็คือยังไงก็จะเล่นอยู่ดี แม้จะจัดให้ผู้ชมเข้ามาดูไม่ได้) 

ทั้งนี้การ Live ในวันที่ 13 ก.พ. 2021 จะเปลี่ยนคอนดัคเตอร์จากลุงอาร์นี รอธ เป็นคุณชิมเป ซาซาคิ

จากเดิมที่คุณโยชิโนริ คิตาเสะ, มาซาชิ ฮามาอุซึ และมิซึโตะ ซึสึกิ จะมาร่วมงานในฐานะ Special Guest ก็เปลี่ยนเป็นอัดคลิปส่งมาแทน ไม่ต้องเอาตัวเป็น ๆ มายืนให้ดูกันสด ๆ

นักร้องยังเป็นคุณ Yosh คนเดิม และบรรเลงโดย Japan Philharmonic Orchestra ตามกำหนดเดิม

แล้วก็ประกาศ Set List เพลง ตามภาพ (2) ที่แนบมา


https://www.jp.square-enix.com/music/sem/page/FF7R/orchestraconcert/

------------------------------------

[ซุบซิบ]

- พวก VDO ประกอบการแสดงที่จะฉายขึ้นโปรเจคเตอร์ให้ผู้ชมดู ทำกันเสร็จก่อนที่ FFVII Remake จะวางจำหน่ายสักพักนึงแล้ว แต่ก็ถูกดองยาว ไม่มีโอกาสได้นำออกมาฉายเพราะอีไวรัสโควิด ทำให้ลุงอาร์นี ระทมกบาลมาก

- และลุงแกอยากจะกรี๊ดไปอีก เพราะ Merchandise จำนวนมากที่ผลิตมาแล้วตามภาพ (3), (4) และกะจะหิ้วไปทัวร์ขายทั่วโลกตั้งกะปีที่แล้ว ยังดองคาไว้อยู่ ไม่มีโอกาสขาย... เร็ว ๆ นี้ลุงพึ่งหารือกับ Organizer ทั่วโลกไปว่าจะฝากไปปล่อยขายได้มั้ย? ทำไงดี? จะให้ลูกค้า Pre-order มาแล้วลุงส่งสินค้าไปยัง Organizer ตามยอด Pre-order ดีมั้ย? ซึ่งผมไม่ทราบว่าข้อสรุปเป็นอย่างไร รู้เพียงลุงระทมกบาลและขอหารือมา



เรื่องก็ประการฉะนี้ครับ

Wednesday, January 27, 2021

เปิดประวัติยมทูตดาบเยือกแข็ง คุราซาเมะ

Square Enix เตรียมเอามังงะ "Final Fantasy Type-0 Gaiden : ตำนานยมทูตดาบเยือกแข็ง" เนื้อเรื่อง Side Story ชีวิตวัยหนุ่มของคุราซามะ อาจารย์และผู้บังคับบัญชาของห้องคลาส 0 ซึ่งเคยตีพิมพ์ลงนิตยสาร Shonen Gangan และรวมเล่มเป็นหนังสือการ์ตูนความยาว 5 เล่มจบระหว่างปี 2013-2014 มาลงให้อ่านกันฟรี ๆ ในเว็บ Manga-Up ของทางค่ายแล้ว เริ่มตั้งแต่ 4 ทุ่มวันนี้

เว็บ Manga-Up - https://magazine.jp.square-enix.com/mangaup/comics/

ต้นข่าว - https://twitter.com/mangaup_PR/status/1353712730079973384

โดยทางเว็บไซต์ Dengeki Online ให้ข้อมูลเพิ่มอีกว่า เว็บดังกล่าวจะทยอยลงตอนใหม่ทุกวันอังคาร ตอนถัดไปจะมา 2 กุมภาพันธ์ - https://dengekionline.com/articles/65186/

--------------------------------------


ทั้งนี้ เนื้อหาดังกล่าวเคยตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษไปแล้วระหว่างปี 2015-2016 เนื้อเรื่องในมังงะจึงเป็นที่รู้กันอย่างพรุนของแฟน Type-0 ทั่วโลกที่คอยติดตามเนื้อเรื่องไปแล้ว

คร่าว ๆ ที่เราควรทบทวนรู้คือ

- เรื่องราวเริ่มตั้งแต่คุราซาเมะเป็นนักเรียนคลาส 3

- คุราซาเมะเข้มแข็งกว่าคนอื่นมาก และอยากขึ้นคลาส 1 ไว ๆ

- คาสึซะคอยเป็นมิตรและให้คำแนะนำคุราซาเมะ โดยเฉพาะเรื่องให้เป็นมิตรกับผู้อื่นให้มากขึ้น

- วันหนึ่งพวกคลาส 3 ต้องไปเข้ารับการทดสอบความกล้าในถ้ำแห่งหนึ่ง แต่ไปแล้วหายโหงเกือบยกห้อง เพราะมีกลุ่มคนปริศนาชาวคอนคอร์เดียไล่ฆ่า มีรอดชีวิตกลับมาได้ 5 คน คือคุราซาเมะ มิวะ โควเท็ตสึ กุเร็น โอรุโตะ แต่โอรุโตะก็เสียชีวิตหลังจากรอดกลับมาได้ไม่นาน

- รูบรัมตัดสินใจปกปิดเหตุการณ์ดังกล่าว แล้วกลบเรื่องว่าพวกคลาส 3 ถูกมอนสเตอร์จู่โจมจนตายกัน เพื่อรักษาสัมพันธไมตรีกับคอนคอร์เดียไว้ เนื่องจากแค่ทะเลาะกับจักรวรรดิมิลิเทสก็เหนื่อยแล้ว

- ภายหลัง 4 คนที่รอดมา ไปช่วยกันสร้างวีรกรรม แล้วมิวะก็ประกาศตัวว่าพวกเราคือ 4 จตุรเทพแห่งอาณาจักรรูบรัม และได้รับการยกย่องเป็นนักเรียนทหารที่เก่งที่สุด และได้รับการเลื่อนขั้นเป็นคลาส 1


- คุราซาเมะตกหลุมรักกับ อาโออิ โทโมชิบิ ลูกสาวรองนายกฯ มีตอนที่อาโออิโดนจักรวรรดิมิลิเทสจับตัวไป แล้วคุราซาเมะกับมิวะไปตามช่วยกลับมา คุราซาเมะสารภาพรักและจูบกับอาโออิ

- ผู้บังคับบัญชาของคลาส 1 ชื่อทาคาสึงุ โดนจักรวรรดิมิลิเทสจับตัวไป คุราซาเมะตามไปช่วย แต่เจอกับจักรวรรดิที่พึ่งประดิษฐ์เครื่องตัดการเชื่อมต่อระหว่างชาวรูบรัมกับคริสตัลของสุซาขุเสร็จพอดี ในสภาพที่อีกฝ่ายคนเยอะกว่า แพ้ทั้งยุทโธปกรณ์ แถมยังใช้เวทมนต์ไม่ได้ คุราซาเมะจึงได้แต่ยอมแพ้  จักรวรรดิจึงยื่นข้อเสนอให้คุราซาเมะมาเข้าร่วมกองกำลังของจักรวรรดิ แล้วจะไว้ชีวิตทาคาสึงุและคุราซาเมะ แต่ทาคาสึงุบอกว่าไม่ต้องรับมาคิดเลย ทาคาสึงุจึงโดนฆ่าตายต่อหน้าคุราซาเมะ... นั่นคือวินาทีที่พลังแฝงในตัวคุราซาเมะตื่นขึ้นมา เขาเสกดาบน้ำแข็งขึ้นมาต่อสู้ฟาดฟันกับจักรวรรดิจนชนะ แล้วพาศพของทาคาสึงุ กลับบ้านเกิดได้


- คุราซาเมะโด่งดังขึ้นและได้รับสมญา ยมทูตดาบเยือกแข็ง แต่ต่อมาก็แยกทางกับอาโออิ เนื่องจากทั้งสองมีเส้นทางชีวิตที่ไปด้วยกันไม่ได้

- [เริ่มไคลแมกซ์] วันหนึ่งผู้บัญชาการเหล่าทัพ เรียกคุราซาเมะ มิวะ และโควเท็ตสึไปคุย แล้วมอบหมาย 2 ภารกิจให้ คือ 1. กำจัดกุเร็น จตุรเทพที่ทรยศโดยมีความผิดฐานจารกรรมข้อมูลลับสุดยอดจากฝ่ายข่าวกรองไป 2. ให้ไปกำจัดจอมพลซิด ผู้นำสูงสุดของฝั่งจักรวรรดิ

- คุราซาเมะ มิวะ โควเท็ตสึ ยังไม่อยากจะเชื่อเรื่องกุเร็นทรยศ เลยอยากหาตัวให้พบก่อนใคร, ระหว่างนั้นทั้ง 3 ก็เดินทางไปยังถิ่นมิลิเทส เพื่อจะสังหารจอมพลซิด แต่ระหว่างซุ่มลอบสังหาร กุเร็นดันโผล่มายิง Firaga ใส่พวกคุราซาเมะ ทำให้ที่ซุ่มแอบอยู่โป๊ะแตก เลยต้องหนีกลับรูบรัมตายกัน ...ก่อนจะไปกุเร็นก็เตือนไว้ว่าตอนนี้มีบางอย่างที่สำคัญยิ่งกว่าภารกิจ

- ภายหลังคุราซาเมะสืบจนรู้ว่า ภารกิจลอบสังหารจอมพลซิด แท้จริงแล้วเป็นกับดักที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพของอเคเดเมีย กับจอมพลซิด สร้างร่วมกันไว้... โดยผู้บัญชาการเหล่าทัพของพวกเขา ตกลงจะขายชีวิตของ 4 จตุรเทพให้กับจักรวรรดิ แลกกับการที่จักรวรรดิต้องเปิดเผยข้อมูลของสุดยอดมาจิเทคใหม่ของจักรวรรดิให้ 

- คุราซาเมะ ชวนมิวะกับโควเท็ตสึหนีตาย แต่โควเท็ตสึกลับเข้าโจมตีพวกเขา โควเท็ตสึเปิดเผยว่าแท้จริงแล้วเขารับภารกิจลับสุดยอดมาจากผู้บัญชาการเหล่าทัพ ให้ฆ่าเพื่อนพ้อง 4 จตุรเทพและปลิดชีวิตตัวเอง เพื่อให้ข้อตกลงของผู้บัญชาการเหล่าทัพกับจอมพลซิดเป็นจริง อเคเดเมียจะได้รู้ข้อมูลของสุดยอดมาจิเทคใหม่และเอาตัวรอดได้ 

- โควเท็ตสึแทงมิวะ ล้มเลือดออกปาก, แล้วก็ฆ่ากุเร็นที่ตามมาช่วยพวกคุราซาเมะ

- คุราซาเมะก็โดนแทง แต่ใช้เวทย์น้ำแข็งปิดปากแผลไว้ แล้วดวลตัวต่อตัวกับโควเท็ตสึ จนชนะได้ แต่ก็โดนเวทย์ไฟเผาหน้าจนเสียโฉม แล้วก็เลือดออกมาหยุด


- มิวะใช้ MP เฮือกสุดท้ายฮีลช่วยชีวิตคุราซาเมะไว้ แทนที่จะฮีลให้ตัวเอง คุราซาเมะถามว่าทำไมทำแบบนี้.... มิวะตอบว่า "ก็เพราะว่าฉันรักเธอ..." แล้วก็เสียชีวิตในอ้อมกอดของคุราซาเมะ

- คุราซาเมะกลับอเคเดียเมีย แล้วไปเผชิญหน้ากับผู้บัญชาการเหล่าท้พ ใจหนึ่งก็อยากกให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพมอบตัวซะ เพราะการขายชีวิตประชาชนให้จักรวรรดิ เป็นการผิดกฎหมายร้ายแรง แต่หากทำแบบนั้นก็คงจะเกิดความวุ่นวายในแผ่นดินรูบรัมและกลายเป็นเรื่องใหญ่ แผ่นดินคงแตกเป็นเสียง ๆ และความน่าเชื่อถือต่อตัวผู้นำทั้งหลายจะหมดสิ้นไปทันที... สุดท้ายคุราซาเมะเลยไปต่อรองและขอให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพปลิดชีพตัวเองซะ เพื่อที่ความทรงจำทั้งหมดจะได้หายไปจากคนที่ยังรู้เรื่องนี้

- ในคืนนั้นผู้บัญชาการเหล่าทัพได้ปลิดชีวิตตัวเอง และต่อมาคุราซาเมะ ก็หาหน้ากากมาใส่ปิดบังแผลรอยไหม้ที่โควเท็ตสึทำไว้

- หลายปีต่อมาคุราซาเมะได้มาเป็นผู้บังคับบัญชาชของคลาส 0 และสละชีวิตเพื่อให้เซ็ตสึนะ ใช้พลังชีวิตของเขาเป็นส่วนหนึ่งในการสังเวยเรียกอสูรต้องห้าม อเล็กซานเดอร์ เพื่อทำลายล้างกองทัพจักรวรรดิ

- ในชีวิตหลังความตาย ผีคุราซาเมะกลับไปเจอกับเพื่อคลาส 3 และจตุรเทพ

- ตอนพิเศษท้ายเล่ม เป็น Timeline "สมมติว่า" หรือ Timeline เดียวกับในฉากจบลับของเกมนั่นเอง ในโลกที่ไม่มีสงคราม อาณาจักรต่าง ๆ ไม่ตีกัน มีการจัดงานโรงเรียนขึ้น คนจากอาณาจักรอื่นก็มาร่วมงานด้วย คุราซาเมะกับมิวะพึ่งเริ่มตกหลุมรักกัน และเริ่มจับมือเต้นรำกันในตอนจบ

Tuesday, January 26, 2021

เข้ารอบชิงแล้ว ยินดีด้วยนะ Fever !!

วันนี้น้องสแปม จากวง Fever และหนึ่งในพิธีกรร่วมของ Online Station มาไลฟ์ช่วย 20.00-00.30 น. (พึ่งจบตะกี้)

แล้ววันนี้ก็เป็นวันที่เทปน้องแข่งรายการ Lodi X รอบ 2 เวลา 21.30 น. ฉายพอดีด้วย น้องก็ชวนคุย แล้วก็ลากยาว จน 21.30 น. ก็ให้แฟน ๆ เปิดู Lodi X ไปด้วยกัน และก็คุยเมาธ์ไปด้วยกัน

จริง ๆ น่าเอะใจตั้งกะแรกแล้วว่า ทำไมน้องถึงมาไลฟ์คร่อมช่วงเวลาฉายรายการพอดี แล้วก็ชวนดูไลฟ์คุยกันไป

คำตอบก็เพราะ วง Fever ของน้องผ่านฉลุยเข้ารอบด้วยคะแนนอันดับ 1 น่ะเอง

มันกลายเป็นว่า น้องสแปมน่ะ... อยากดู Live Reaction ของแฟน ๆ อย่างพวกผมมากกว่า ว่าจะมีรีแอคชั่นยังไง เมื่อได้เห็นเทปการแสดงนั้นครั้งแรก เอาแบบความรู้สึกดิบ ๆ จากใจแต่ละคนที่ออกมาในขณะนั้นเลย ไม่ผ่านการปรุงแต่งหรือการชักจูงจากใครอื่นใด 😂 ถือว่าวางแผนมาร้ายยยย

แล้วก็น้องบอกว่า ตั้งแต่แข่งรอบแรก ก็มีเสียงครหาวงน้องมา, พอรอบ 2 นี้มาได้อันดับ 1 เดี๋ยวก็คงมีคำครหาอีก มีคนนินทาต่าง ๆ นานาอีก ก็อยากจะมาไลฟ์รับพลังบวกจากแฟน ๆ ก่อน ก่อนที่จะต้องออกไปเผชิญกับเสียงเหล่านั้น



ท้ายที่สุด หนึ่งในวงที่ผมเชียร์ (CM Cafe, Siam Dream, Daisy Daisy, SY51, Pretzelle, Fever) ก็มีหลุดไปถึงรอบชิงได้วงนึงแล้ว

อาทิตย์หน้าต้องชนะเลิศแล้วล่ะ ฝากด้วยนะ Fever!!

Thursday, January 21, 2021

Square Enix Members แจ้งปิดบริการ Community Service 31 มี.ค. 2021 นี้


ระบบ Square Enix Members ที่เป็นระบบเฉพาะของ Square Enix ฝั่งญี่ปุ่น แจ้งว่าจะปิด Community Service ลงในวันพุธที่ 31 มีนาคม 2021 ตั้งแต่เวลาเที่ยงของญี่ปุ่นเป็นต้นไป

โดย Community Service แรกที่สร้างขึ้นมาคือการทำให้สมาชิกแต่ละคนสร้างหน้า My Page และสร้าง Profile ของตัวเองได้นับแต่ปี 2008 ก่อนจะมีการพัฒนาระบบเรื่อยมา เกิดมาเป็นระบบ SQEX Avatar, Virtual World, Blog, Album, ระบบเชื่อมต่อกับเซฟเกมเพื่อแลกรับของรางวัล, เอา code ที่ได้จากเกมไปกรอกลง ID ตัวเองเพื่อเอาแต้ม สะสมแต้มเยอะ ๆ ไปลุ้นรับของรางวัลปลายปี ฯลฯ



ทว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์แวดล้อมและเทคโนโลยีทางอินเตอร์เน็ตมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปมาก ระบบ SNS เกิดขึ้นและแพร่หลายกลายเป็นรูปแบบที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายและเป็นสากล การจะค้นหาและเชื่อมต่อกับคนที่มีงานอดิเรกและรสนิยมเดียวกัน จึงเต็มไปด้วยหนทางมากมายกว่ากาลก่อน

ในทีนี้ Square Enix จึงตัดสินใจว่าถึงเวลาที่จะยุติบทบาทของ Community Service ลงแล้ว

แต่ถึงแม้ Community Function จะสิ้นสุดลง แต่ Square Enix ก็จะยังคงใช้ระบบ Square Enix Members เพื่อติดต่อสื่อ 1-1 กับลูกค้าและสมาชิกเพื่อยกระดับความพึงพอใจต่อไป

ระบบที่จะสิ้นสุดลงในวันเวลาดังกล่าวมีดังนี้

- ระบบทั้งหมดใน My Page (Profile, เกมที่ชอบ, Blog, เพื่อน, ข้อความส่วนตัว, อัลบั้ม ฯลฯ)

- ระบบ Circle ทั้งหมด

- Comment ตามบทความทั้งหมด

- ระบบ Avatar

- ไดอารีการเล่นเกม

- โพสต์ลง forum ไม่ได้อีกต่อไป (ยังอ่านโพสต์เก่าได้)

- Special Site ของ Dissidia NT และ Bravely Second

สำหรับข้อมูล Blog และอัลบั้มของสมาชิก Square Enix จะสร้างระบบ Data Download ให้โหลดไปเก็บเป็นความทรงจำกันได้ ช่วงเมษายน 2021 ก็รอประกาศรายละเอียดต่อไป

***ระบบ Square Enix Members ของฝั่งญี่ปุ่น กับระบบ Square Enix ID (Global) ที่เกิดมาทีหลัง เป็นคนละระบบกัน โดยคนนอกญี่ปุ่นส่วนใหญ่แทบไม่รู้จักและไม่ได้ใช้งานระบบ Square Enix Members มาก่อน ตอนระบบ Square Enix ID เกิดขึ้นมา ก็จะต้องทำการผูก Square Enix ID เข้ากับ Square Enix Members ด้วย ซึ่งโคตรวุ่นวาย

---------------------------------------


ส่วนตัวผมไม่ได้ไปยุ่งกับระบบมันมากเท่าไหร่ เคยใช้แค่เอา code เกมไปทยอยกรอกเอาแต้มเพื่อชิงรางวัล, สร้างตัว Avatar ขึ้นมาลองระบบเล่น

ช่วงที่ใช้ระบบนี้มากหน่อย ก็ตอนเชื่อมเซฟของ Dissidia -Final Fantasy- และ The 3rd Birthday บน PSP เข้ากับระบบ จำไม่ได้แล้วว่าเชื่อมไปแล้วมันจะแลกของหรืออะไรได้ แต่มีสิ่งที่ต้องทำในนั้น

ที่หนักสุดเลย ก็ตอน Final Fantasy Type-0 ซึ่งคุณทาบาตะแกให้เราเชื่อมเซฟเข้าระบบ แล้วแจกมิชชั่นรายวันให้ทำ ผมจำรูปแบบมิชชั่นไม่ค่อยได้นัก แต่ก็ราว ๆ ว่าวันนี้ให้ทุกคนช่วยกันฆ่าปูรินให้ได้ X แสนตัว, วันต่อมาให้ฆ่าศัตรูตัวนั้น หรือทำภารกิจนี้ให้ได้ครบ XX ครั้ง แล้วเชื่อมต่อเซฟจาก PSP เข้าระบบ มันจะทำการประมวลผลรวมให้ แล้วแจกรางวัลให้ผู้เข้าร่วมตามที่ตั้งไว้

จำได้ว่าพอมีคนใช้น้อย หรือทำได้ไม่ถึงเป้า XXX ตามที่ค่ายตั้งไว้ ทางระบบก็มาลดแลกแจกแถมให้ สุดท้ายก็ให้รางวัลผู้เล่นอยู่ดี จนผมแซวลง exteen ตอนนั้นไว้ว่า Square Enix เค้าอยากแจกให้คุณจริง ๆ (ตอนนั้นผมไล่อัปเดตให้เรื่อย ๆ ว่าช่วงนี้เกมมันแจกอะไรบ้าง)

จำได้อีกอย่างว่า ระหว่างช่วงเล่น Type-0 นั่นแหละ มี 1-2 เดือนที่ผมต้อง Log in เข้า Square Enix Members ไปทุกวัน โดยแต่ละวันต้องกดรับไอเทมแล้วเชื่อมต่อเซฟก่อน XX โมง (ทำให้ผมต้องเปิดคอมมาฯ กดในตอนเช้า ก่อนไปทำงาน เพราะเน็ตที่ทำงานเข้าเว็บดังกล่าวไม่ได้ แล้วตอนนั้นผมยังไม่ได้ใช้ smartphone) เพื่อไปกดรับ Rare Item ที่แจกให้รายวัน ผมจำไม่ได้ว่ามีอะไรบ้าง แต่จำความรู้สึกได้ว่าถ้าไปหาจากการเล่นเควสต์ปกติจะมีโอกาสได้ต่ำมาก บางเควสต์เสียเวลาเล่นครึ่งชั่วโมง แล้วต้องมาลุ้นรับว่าจะได้ไอเทมนั้นมั้ยในเรท 10%, ไอเทมบางชิ้นสุ่มเกิดด้วยเรท 3-8% ต่อการเล่นหนึ่งรอบ ถ้าพลาดแล้วพลาดเลยต้องไปขึ้นเล่นรอบใหม่... ทว่าไอเทมเหล่านั้นมันถูกเอามาแจกอยู่ในระบบนี้

จริง ๆ ผมจำได้ว่าตอนนั้นผมน่าจะทำเซฟสมบูรณ์ (เก็บไอเทมครบทั้งหมดในเกม ตาม check list ของ ultimania) เสร็จไปแล้ว แต่ก็ยังทะลึ่งเล่นกับระบบนี้ต่อไป เพราะอยากจะอยู่ร่วมรับรู้การบริหารจัดการแคมเปญ ดูว่าทีมงาน Type-0 จะปล่อยกิจกรรมให้ผู้เล่นทำไปอีกนานขนาดไหนและ Reward คุ้มหรือไม่ ก็อยากเป็นส่วนร่วมในทุก ๆ หน้าประวัติศาสตร์ของมันว่างั้นเถอะ

อ่อ จำได้อีกอย่างว่ามันมีกิจกรรมที่ให้เราต้องเชื่อมต่อ แล้วส่งข้อความหรืออะไรสักอย่างให้เพื่อนอีก 3 คนเนี่ยแหละ

😂ผมหาคนช่วยไม่ได้ เพราะระบบนี้แทบไม่มีคนไทยใช้หรอก เลยต้องสร้าง ID ขึ้นมาเพิ่มอีก 3 อัน แล้วก็ส่งกันเอง หลักฐานยังคาอยู่ใน message box อยู่

ขอบคุณสำหรับความทรงจำที่สวยงาม

(ชื่อเพลงของ Sweat16)

Wednesday, January 20, 2021

สปอยล์ Dragon Ball Super ตอนที่ 68


- เปิดเรื่องด้วยการย้อนอดีตถึงดาวเคราะห์ที่กำลังถูกยานเหาะของกองทัพฟรีเซอร์โจมตี แถมยังมีเงาลิงยักษ์ 3 ตัวถล่มเมืองอยู่ ชาวบ้านคนนึงก็หนีตายเข้าไปซ่อนในบ้านหลังหนึ่ง แต่พอแหงนหน้ามองขึ้นไปบนรูบนเพดาน ก็เห็นลิงยักษ์ที่มีรอยบาก (บาร์ด๊อค!?) ส่องลงมา

- กลับมาปัจจุบัน กราโนลาตื่นขึ้นมาจากฝันร้าย โอ๊ตมีลถามด้วยความเป็นห่วงว่าฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้วเหรอ? (แสดงว่าเรื่องข้างบนเป็นความทรงจำฝังใจของกราโนลา) แล้วก็ปลอบว่าตอนนี้สภาพ OG73-I ก็ปกติดี แล้วก็ไม่มีใครตามพวกเรามาแล้ว ก็อยากให้กราโนลากลับเข้าสู่สภาพจำศีลต่อ (น่าจะเป็นการหลับยาวระหว่างการเดินทางไกลในอวกาศ)

- โอ๊ตมีลยังปลอบให้ลืมเรื่องกองทัพฟรีเซอร์ไปซะ เพราะฟรีเซอร์ตายไปแล้ว พวกลูกสมุนที่เหลืออยู่ก็ไม่มีความหมายใด ๆ กราโนลาก็เข้าใจว่าคนที่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ซีเรียลของเขา กับพวกลิงยักษ์ชาวไซย่าจากดาวเคราะห์เบจิต้าตายห่านไปหมดแล้ว แต่ก็ไม่รู้ทำไมเขายังคงฝันร้ายซ้ำ ๆ แบบนี้อยู่

- สลับมาที่ดาวของบีรุส โกคูกำลังไล่จับคุณปลาพยากรณ์ที่นอนไม่หลับ เพื่อเอามาให้วิสกรอกวิตามินให้นอนหลับ

- วิสบอกว่าการที่คุณปลานอนไม่หลับเนี่ย เป็นสัญญาณบอกลางร้าย แต่โกคูก็ดีใจที่จะได้พบกับคนที่เก่ง ๆ อีกแล้วสินะ

- โกคูแปลงเป็น UI ฝึกวิชากับวิส โดยใช้วิชาแยกร่างหลอกวิส ส่วนตัวเองลอยขึ้นไปบนฟ้า หาจังหวะลอบโจมตี แต่โดนวิสจับไต๋ได้และแว่บขึ้นไปบนฟ้าเตะโกคูร่วงลงมา

- วิสบอกว่าโกคูไม่ควรเลียนแบบวิธีการต่อสู้ของเขา แต่ต้องค้นหาสไตล์การต่อสู้ที่เหมาะกับตนเองต่อไป แล้วอธิบายเสริมว่า UI มันมีหลายระดับ ของโกคูมันเป็นแค่ขั้นเริ่มต้น ส่วนของวิสนั้นสูงกว่าเมรุส และของไดชินคันก็สูงกว่าวิสขึ้นไปอีก ดังนั้น โกคูยังพัฒนาได้อีกเยอะ

- บีรุสบอกเบจิต้าว่าเทวดานั้นอยู่ในสภาพ UI ตลอดเวลา ว่าแต่เบจิต้าไม่สนใจเป็น UI บ้างเหรอ? แต่เบจิต้ายืนยันว่าไม่สนใจ และอยากก้าวข้ามโกคูด้วยวิถีอื่นมากกว่า

- บีรุสบอกว่า UI เป็นเพียงวิชาหนึ่งของเทพเท่านั้น มันยีงมีวิชาอื่น ๆ อีก ซึ่งวิชา UI ที่ต้องใช้หัวใจอันสงบนั้น ไม่เหมาะกับเทพทำลายล้าง... เขาเองก็ไม่คิดจะสอนใครหรอกนะ แต่ถ้าอยากได้ ก็เข้ามาแย่งชิงไปเองสิ!! แล้วเบจิต้าก็ตามบีรุสไปฝึกด้วย

- กลับมาทางกราโนลาที่เดินทางมาถึงดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง เจ้าตัวกำลังมุ่งหน้าเข้าไปยังตึกสูงพร้อมกับแทงก์ที่ใส่ OG73-I ไปด้วย ระหว่างทางก็จะมีมนุษย์ต่างดาวชื่อโซชิรุ จะมาขอให้ช่วยแอบอ้างว่าเขากับกราโนลาช่วยกันจับ 73 มา ก็จะได้รับเงินรางวัลไปด้วยกัน แต่กราโนลาปฏิเสธ

- กราโนลาเข้าไปถึงห้องใหญ่ซึ่วมีคน 4 คนอยู่ข้างใน บอสที่ชื่อ 'อิเล็ค' (Elec - คาตาคานะเขียนเอเรคุ - คงมาจากไฟฟ้า) ก็ชมกราโนลาใหญ่ แล้วสั่งให้ลูกน้องที่ชื่อ 'ออยล์' (Oil - ตรงตัวว่ามาจากน้ำมัน) ไปเช็คดูว่า 73 นั่นเป็นของจริงมั้ย พอชัวร์ว่าจริงก็ให้ลูกน้องหญิงที่ชื่อมาคิ (Maki - คงมาจาก Machine) ส่งมอบเงินที่มีรูปร่างเหมือนปากกาให้กราโนลา

- กราโนลาถามว่าพวกนายจะเอา 73 ไปทำอะไร? วางแผนจะสร้างกองทัพอาวุธชีวภาพแบบโกอิจิเหรอ? แต่อิเล็คหัวเราะ แล้วบอกว่าพวกเขากลุ่ม "ฮีตเตอร์ส" (Heaters) ไม่ใช่กองทัพ ไอ้ของแบบนั้นมันตกยุคไปแล้ว พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาลตอนนี้คือ "เงิน" กับ "ข่าวสาร" ต่างหาก คนที่มีข้อมูลมากที่สุดก็จะครองจักรวาลได้ ซึ่งข้อมูลพวกนั้นก็อยู่ภายในตัว 73

- กราโนลาได้ยินก็ได้แต่ อิหยังวะะะะะะะะะะ

- กราโนลาจะของานชิ้นต่อไป แต่อิเล็คบอกว่าตอนนี้กองทัพฟรีเซอร์กลับมาแล้ว ฟรีเซอร์คืนชีพขึ้นมา สถานการณ์ของจักรวาลได้เเปลี่ยนไป ก็เลยไม่มีงานใหม่ให้แล้ว

- กราโนลาช็อคเรื่องฟรีเซอร์คืนชีพขึ้นมา แต่ก็ดีใจ ที่จะได้มีโอกาสล้างแค้นสักที.... กราโนลารีบถามว่าฟรีเซอร์อยู่ที่ไหน ได้โปรดบอกเขาด้วย แล้วก็ดึงดันจะถามให้ได้แบบนั้น ลูกน้องอีกคนของอิเล็คเลยเข้าไปเตะให้กราโนลาล้ม แล้วอิเล็คก็บอกว่าฟรีเซอร์ก็เป็นศัตรูกับพวกเขาเหมือนกัน และพวกเราต่างจำเป็นจะต้องมีแผนที่ดีเพื่อที่จะล้างแค้น ดังนั้นกราโนลาควรจะใจเย็นก่อน

- กราโนลากลับออกมา โอ๊ตมีลเองก็บอกว่าควรจะใจเย็น

- ด้านอิเล็คเองก็คิดว่าปล่อยกราโนลาไปตอนนี้ ก็คงตายโดยที่ยังเก่งไม่เท่ากับ 'แก็ส' (Gas) ลูกน้องคนที่เก่งที่สุดของเขา ส่วนหลังจากนี้ พวกเขาจะใช้ข้อมูลจาก 73 ตามหาที่อยู่ของซูโน่ (คนที่รู้เรื่องทั้งหมดในจักรวาล ตอบได้ทุกอย่าง เคยโผล่มาแล้ว)

- โอ๊ตมีลบอกว่าต้องใช้เวลาอีก 2 เดือนกว่าจะกลับถึงดาวซีเรียล ก็อยากแนะนำให้กราโนลาไปนอน แต่ไม่ทันไรยานของกราโนลาก็ถูกโซชิรุที่จ้องจะขโมยเงินยกพวกมาโจมตี  กราโนลาเลยเอายานลงยอดที่ดาวเคราะห์แคระ

- โซชิรุลงจอดตาม และเดินเข้าไปในยานของกราโนลา แต่ก็พบแว่นของกราโนลาแขวนอยู่บนเก้าอี้พร้อมกับเสียงโอ๊ตมีลที่พูดหลอกให้เข้ามาในยาน จากนั้นกราโนลาที่ซุ่มอยู่นอกยานก็ตลบหลังลอบโจมตีจนไล่พวกโซชิรุไปได้

- กราโนลาตระหนักดีว่าตัวเองตอนนี้คงเอาชนะฟรีเซอร์ไม่ได้ แต่ก็อยากแข็งแกร่งขึ้นไปอีก

- ตัดกลับมาปิดที่ปลาพยากรณ์ กำลังนอนละเมอว่า "สมดุลของจักรวาลที่ 7 กำลังจะเปลี่ยนไป ในไม่ช้า นักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล จะถือกำเนิดขึ้น"

https://twitter.com/DbsHype

Friday, January 15, 2021

Final Fantasy VII Remake Orchestra World Tour รอบญี่ปุ่น "ยกเลิก" แล้ว


คอนเสิร์ต Final Fantasy VII Remake Orchestra World Tour ซึ่งตอนแรกวางแผนจะเริ่มแสดงในประเทศญี่ปุ่นเดือนพฤษภาคม 2020 หรือคิดเป็นเวลา 2 เดือนหลังแต่หลังจากเกมวางจำหน่ายในเดือนมีนาคมตามกำหนดการวางจำหน่ายเดิม แต่แล้วเมื่อเกมดังกล่าวเลื่อนวันวางจำหน่าย ก็ทำให้กำหนดการแสดงคอนเสิร์ตในญี่ปุ่นเลื่อนยาวมาเป็นวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ 2021 แทน

ล่าสุดวันนี้มีการประกาศว่างานคอนเสิร์ตรอบกุมภาพันธ์ 2021 ก็ "ยกเลิก" แล้วจ้า ด้วยเหตุผลเรื่องความเหมาะสม ความปลอดภัย เพื่อป้องกันจากไวรัสนั่นแล

https://www.jp.square-enix.com/music/sem/page/FF7R/orchestraconcert/

Tuesday, January 12, 2021

Project Athia วางแผนจำหน่ายมกราคม 2022


จากพรีเซนต์ของงาน Sony CES 2021 ได้เปิดเผยว่า Project Athia มีแผนจำวางจำหน่ายในช่วงเดือนมกราคม 2022

โดยเทรลเลอร์ใหม่ของเกมนั้น เปิดเผยว่าตัวเอกของเกมเป็นผู้หญิงที่อิเซไค ไม่ได้อยู่ในโลกของตัวเอง และถูกทดสอบความตั้งมั่นของจิตใจ จากทั้งมังกรเอย อสูรยักษ์ที่รูปร่างเหมือนพืชเอย แล้วความเป็นจริงทั้งหลายแหล่ก็จะถูกตั้งคำถามขึ้นมา

เกมดังกล่าวพัฒนาโดย Luminous Production หรืออดีตกลุ่มทีมงานจาก Business Division 2 ผู้พัฒนา Final Fantasy XV ซึ่งใช้ Luminous Engine ในการสร้างเกม โดยหลังจากที่คุณทาบาตะและพี่ซันเสร็จสิ้นงานจาก FFXV (เมนเกม) ก็ได้ย้ายมาวางแผนเกมใหม่สำหรับเจนฯ ถัดมา หลังจากนั้นคุณทาบาตะก็ลาออกจาก Square Enix ในวันที่ 31 ตุลาคม 2018, Project Athia เปิดตัว 13 มิถุนายน 2020 ก่อนที่พี่ซันจะลาออกจาก Square Enix ในช่วงสิ้นปี 2020

https://novacrystallis.com/2021/01/sony-ces-presentation-states-project-athia-planned-for-january-2022/

https://square.sony.com/ces2021/digital-press-event

-----------------------------

ย้อนอ่าน Timeline การพัฒนาเกมนี้ย้อนหลัง

http://re-ffplanet.blogspot.com/2020/06/sqex-project-athia-luminous-productions.html

RPG Site วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของ Ever Crisis


RPG Site วิเคราะห์ความเป็นไปได้ว่าไตเติล Ever Crisis ที่ SQEX พึ่งจดทะเบียนไปนั้นจะเป็นอะไรได้บ้าง

1. เป็นชื่อ Part 2 ของ Final Fantasy VII Remake

2. เป็นชื่อเกมภาคเสริมย่อยภาคใหม่ โดยคำว่า Ever ที่หมายถึงไปเรื่อย ๆ ไม่สิ้นสุด ก็อาจจะเป็นเกม Multiplayer หรือเกมที่จะต้องมีการเปิดให้บริการของเซอร์เวอร์

3. เป็นชื่อที่แท้จริงของ Final Fantasy VII Remake Part 1 !?

อันนี้พิสดารแต่น่าสนใจ... ณ จุด ๆ นี้ซึ่งเราได้เล่น FFVII Remake จนจบแล้ว และต่างเข้าใจสิ่งที่เท็ตสึยะ โนมุระพูดไว้ตั้งแต่เปิดตัว FFVII Remake ในปี 2015 ว่า "มันจะไม่ใช่การ Remake ธรรมดา ๆ" ว่าแท้จริงแล้ว มันไม่ได้เป็นเพียงการ Remake แต่มันคือภาคต่อของ Compilation of Final Fantasy VII ในคราเดียวกันไปด้วย

ซึ่งในหนังสือ FFVII Remake Ultimania ในส่วนบทสัมภาษณ์ท้ายเล่ม เปิดมาข้อแรกก็เป็นการเฉลยเลยว่าแท้จริงแล้วเกมนี้ถูกวางโปรเจคท์ไว้ตั้งแต่ตอนทำ Compilation of FFVII ซึ่งประกอบด้วย AC-DC โดยจะให้ภาคที่ Remake นี้เป็นผลงานลำดับที่ 5 แต่ด้วยปัญหาต่าง ๆ จึงถูกระงับโปรเจคท์ไป ก่อนจะถูกหยิบขึ้นมาใหม่ในภายหลัง

ดังนั้น ในเมื่อตอนแรกแกอยากจะทำให้คนเล่นว่าภาคนี้เป็นเพียงการ Remake ของตัวเกมออริจินอล แกก็เลยใช้ชื่อว่า Remake เฉย ๆ แต่หลังจากที่เกมหมดสัญญา 1-Year Exclusive กับ PS4 แล้ว เกมดังกล่าวก็อาจย่อมจะถูกนำไปวางจำหน่ายบน Platform อื่นต่อ ซึ่งถึงตอนนั้นก็เป็นไปได้ว่าโนมุระจะเปิดเผยชื่อที่แท้จริงของภาคนี้พร้อมการประกาศวางจำหน่ายบน Platform อื่น

[E3 2015] ช่วงเปิดตัวเกม ข่าวที่คุณโนมุระบอกว่าจะเปิดเผย Official Title ของเกมในภายหลัง

https://re-ffplanet.blogspot.com/2015/06/ffvii-remake.html

https://www.siliconera.com/final-fantasy-vii-remake-will-have-more-work-done-to-its-story/

[PSX 2015] ช่วงนำเสนอข้อมูลครั้งที่ 2 ซึ่งโนมุระบอกแฟมิซือว่าสุดท้ายก็ไม่ได้ใส่ชื่อไตเติลย่อยลงไปในเกม ทั้งที่มีไอเดียเรื่องชื่อไตเติลย่อยที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องไว้แล้ว แต่ปล่อยไว้แค่ชื่อ Remake แบบนี้มัน excited กว่า

https://re-ffplanet.blogspot.com/2015/12/ffvii-remake.html

https://femto-jiokichi.tumblr.com/post/134714135603/ffvii-remake-famitsu-article-translated

------------------------

ส่วนชื่อ The First SOLDIER นั้น มองได้ 2 แง่

SOLDIER ในนิยามของโลก FFVII ยุคปัจจุบัน ซึ่งหมายถึงคนที่อาบมาโคและมีเซลล์เจโนว่าอยู่ในตัว ในนิยามนี้เซฟิรอธที่เป็นคนที่ถูกฉีดเซลล์เจโนว่าเข้าไปในขณะที่เป็นเพียงตัวอ่อนในครรภ์ ก็คือ SOLDIER คนแรก

ทว่ากองกำลัง SOLDIER นั้น ถูกจัดตั้งขึ้นมาก่อนที่เซฟิรอธจะเกิดมาเสียอีก ดังนั้นหากมองไปถึงความหมายเก่าก่อนที่เซฟิรอธจะเกิดขึ้นมา SOLDIER ก็รวมถึงกลุ่มทหารแนวหน้าของชินระด้วย

ซึ่งก็ไม่รู้ว่า The First SOLDIER ที่ว่านี้ จะพูดถึง SOLDIER คนแรกในนิยามเก่า หรือนิยามใหม่หลังเซฟิรอธเกิดขึ้นมา

ทว่าหากให้ RPG Site ฟันธงแล้ว เขาก็คิดว่า The First SOLDIER น่าจะเป็นเรื่องราวขยายขยี้จุดกำเนิดของเซฟิรอธเนี่ยแหละ เอามาฆ่าเวลา และปูความอลังการ ระดมทุนสู่การพัฒนา FFVII Remake Part 2

https://www.rpgsite.net/news/10648-square-enix-trademarks-ever-crisis-the-last-soldier-and-other-final-fantasy-vii-names-but-what-might-they-mean

*****

มีคนทักท้วง RPG Site ว่าเจเนซิสและแองจีล แก่กว่าเซฟิรอธ และได้รับเซลล์เจโนว่าเข้าไปก่อน คำว่า The First Soldier จึงอาจหมายถึงเจเนซิสได้ด้วย

ทาง RPG Site ตอบว่าแต่ 2 คนนั้นถูกตีว่าเป็นผลงานล้มเหลวตั้งแต่เด็กและถูกส่งไปเฝ้าสังเกตการณ์ที่หมู่บ้านบาโนล่า ในขณะที่เซฟิรอธได้รับการยอมรับและป้อนเข้าสายงาน SOLDIER โดยตรง

SQEX จดทะเบียน Ever Crisis, The First SOLDIER และโลโก้ชินระ

 

Square Enix ย่องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพิ่ม 3 อย่างระหว่างวันที่ 17-22 ธ.ค. 2020 ได้แก่

- Ever Crisis (จด 17 ธ.ค.)
- The First SOLDIER (จด 17 ธ.ค.)
- โลโก้บริษัทชินระ (จด 22 ธ.ค.)

และพึ่งเปิด Public สถานะการจดเมื่อไม่ถึงชั่วโมงที่ผ่านมา

https://chizai-watch.com/t/2020155923
https://chizai-watch.com/t/2020155922
https://chizai-watch.com/t/2020157792

ณ ตอนนี้ยังไม่มีการประกาศเปิดตัวใด ๆ จากทางเหลี่ยมเอง ว่าจะเอา title เหล่านั้นไปทำเป็นสื่อบันเทิงในรูปแบบไหนบ้าง...

แต่สำหรับมนุษย์เจนฯ X, Y ที่ติดตาม FFVII ออริจินอลมาตั้งแต่ตอนเปิดตัว, ได้สัมผัสบรรยากาศและคอมมูฯ คนไทยที่เล่นเกมนี้ในช่วง 1997-2000, ได้เห็นการเปิดตัว Compilation of Final Fantasy VII และชื่อภาคที่ย่อเป็นอักษร AC (Advent Children), BC (Beforec Crisis), CC (Crisis Core), DC (Dirge of Cerberus) ...ก่อนที่ทีมงานจะมาบอกว่าตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจ แต่พอตั้งไป 2-3 ชื่อแล้วตัวอักษรมันเรียงกัน เลยทำให้ Title ที่เหลือมันเรียงไปด้วย

พวกเราที่เคยล้อกันมาตั้งแต่ปี 2005 ว่า Title ถัดไป มันจะต้องชื่อว่า End of Cloud, Eternal Crisis หรืออีกสารพัดที่จะย่อเป็น EC ได้....

ล่าสุดมันก็มาถึงแล้ว.... ในชื่อ

E

V

E

R

C

R

I

S

I

S

โปรดติดตามแถลงกาวจากเท็ตสึยะ โนมุระต่อไป... พร้อมส่งเสียงกวนประสาทแกไปด้วยว่า Kingdom Hearts ล่ะอยู่หนัยยย

Saturday, January 9, 2021

พี่ซันเผยลาออกจาก Square Enix พร้อมเริ่มงานใหม่กับ Nintendo


พี่ซัน (ประเสริฐ ประเสริฐวิทยาการ) หนึ่งในทีมงานผู้สร้าง Final Fantasy XV ซึ่งสังกัด Luminous Production (อดีต Business Division 2) ซึ่งเป็น Lead A.I. Designer และมีผลงานระบบเป็นที่ชื่นชอบแฟน ๆ มากอย่างการออกแบบกลไกการถ่ายรูปของอีพรอมท์ในเกมดังกล่าว แจ้งว่าได้ลาออกจาก Luminous Production และงานที่ Square Enix Group ทั้งหมดแล้ว

พี่ซันบอกว่าเป็นเวลานับ 10 ปีที่เข้าร่วม Square Enix มา ได้ร่วมสร้าง Final Fantasy XV กับพวกเขา ได้พบเจอผู้คนที่วิเศษมากมาย ก่อเกิดความทรงจำที่สวยงาม เป็นเกียรติและความสุขยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทนี้

ก็อยากขอบคุณแฟน ๆ และพวกพ้องทุกคนที่คอยส่งแรงใจและให้การสนับสนุนมาโดยตลอด เพราะ FFXV ก็เลยได้รู้จักกับทุกคน และเป็นหนึ่งในประสบกาารณ์ที่ดีที่สุดในชีวิต

ขอบคุณ




ทั้งนี้ พี่ซันก็เป็นอีกคนในทีม FFXV ที่ได้ลาออกจากบริษัทไป ซึ่งก่อนหน้าที่ก็มีคุณฮาจิเมะ ทาบาตะ ผู้กำกับที่ไปเปิดบริษัทใหม่ในชื่อ JP Games เอง และกำลังทำเกม The Pegasus Dream Tour ที่จะวางจำหน่ายในปี 2021 นี้, มีคุณโทโมฮิโระ ฮาเซกาวะ อดีตผู้กำกับศิลป์ที่ลาออกไปอยู่กับคุณทาบาตะ, มีคุณวัน ฮัซเม่ร์ คู่หูชาวมาเลย์ของพี่ซันที่พอจบ FFXV ก็ลาออกกลับไปปักหลักพัฒนาวงการเกมในมาเลเซีย เช่นเดียวกับพี่หน่อย ที่ลาออกกลับมาทำงานในประเทศไทย ฯลฯ (นึกออกแค่นี้)

ซึ่งพี่ซันเอง ไม่ได้ลาออกนั่งเล่นเกมหรือเลี้ยงลูกเฉย ๆ แต่พี่ได้ผ่านสัมภาษณ์เป็นผู้พัฒนาเกมของบริษัทเกมแห่งใหม่ และพร้อมจะเริ่มต้นเส้นทางการพัฒนาเกมใหม่ ในบริษัทแห่งใหม่ ในกรุงโตเกียว บริษัทอันเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจยิ่งของชาวญี่ปุ่นแล้ว

ชื่อของบริษัทนั้นก็คือ.....


N

I

N

T

E

N

D

O




แล้วมาร่วมเอาใจช่วยให้พี่ซันประสบความสำเร็จ ผมเองก็จะติดตามผลงานของพี่ซันต่อไปครับ

ฉากลากเข้าเต็นท์ใน Life is Strange 2


 <Spoiler Alert📣‼️> เปิดเผยเนื้อหาที่น่าจะสำคัญมั้ง บางส่วนใน Life is Strange 2

พูดถึงเหตุการณ์กางเต็นท์สุดระทึก ก็นึกถึง Life is Strange 2 Episode 3

มันไม่ใช่การกางเต็นท์ธรรมดา แต่มันเป็นการกางเต็นท์ลากไปตึ่ง!! ตึ่ง!! ตูมมมม!!

ในเกมนี้ มันมีช่วงที่เราได้รู้จักกับ Finn (ผช) และ Cassidy (ผญ) และเลือกได้ว่าจะมุ่งเน้นพัฒนาความสัมพันธ์ไปกับใคร

แน่นวล ผมก็ไปพัฒนาความสัมพันธ์กับ Cassidy ซึ่งถึงจุดนึง ก็พบว่าเธอจะชวนเราเปลื้องผ้า ลงไปบรรเลงเพลงรักและจุมพิตในทะเลสาบใต้แสงจันทร์ยามวิกาลสไตล์ Suteki Da Ne 

ก่อนจะขึ้นบกมา ควงแขนเราไปยังเต็นท์ของเธอ...


Sean : You want me to.... come inside?

Cassidy : If you want to .....Yeah


หลังจากนั้นก็จะเป็นจุดวัดใจ

ก. จัดไป!!

ข. กูไม่รู้! กูไม่รู้! วาคาราไน!!

ซึ่งก็อย่างที่คาด พอหากเลือกเข้าไปในเต็นท์... Sean หนุ่มในวัย 16 ก็จะได้มีประสบการณ์ครั้งแรกกับ Cassidy ซึ่งมันก็ลงเอยแบบ real ๆ ที่.... ไปไม่เป็นสักเท่าไหร่ จน Cassidy ต้องปลอบว่าเธอเข้าใจว่ามันเป็นครั้งแรกของ Sean เธอไม่ไปลงรีวิวออนไลน์หรอก~😋 แต่จงใช้เวลาไปฝึกฝนวิชามาใหม่ ก่อนจะมาเข้าเต็นท์ใหม่อีกรอบ...

นี่ก็เป็นหนึ่งในฉากที่ผมว่าทุกคนที่เล่นเกมนี้ครั้งแรก ต้องหัวใจระทึกตามไปด้วยกัน

ลิงก์ประกอบ

ฉาก Suteki Dane - https://youtu.be/fQ7T3AToHDk

ฉากลากเข้าเต็นท์ - https://youtu.be/F7q2Ip_CLUs

Monday, January 4, 2021

งานแปลในยุค 80-90s

วันก่อนมีคุยเรื่องข้อจำกัดในการแปลของยุค 80-90 กับคุณทรังซ์ด้วย สนุกดี

คุณทรังซ์บอกว่าแม่เขาก็เป็นนักแปลเหมือนกัน สมัยก่อน จะเรียนรู้จะค้นความหมายของศัพท์ญี่ปุ่น ก็ได้แต่เปิดจากดิกชันนารีเล่มหนา ๆ หาทีละคำ ทำให้การแปล การเรียนรู้ของคนในสมัยนั้น เป็นไปอย่างเชื่องช้า จะหาความหมายแต่ละคำ ก็ใช้พลังงานชีวิตโคตรเยอะแล้ว แถมจะหา ref ที่มาของแต่ละคำก็ลำบาก ทั้งหมดเพราะอินเตอร์เน็ต (ไลฟ์สตรีมของมนุษย์โลก) ยังไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นมาและยังไม่ได้พัฒนาจนก้าวล้ำพอ

อืม ผมตอนประถม ก็ได้แต่นั่งเปิดดิกภาษาอังกฤษแบบนั้นแหละ จน ม.ปลาย ถึงได้มี talking-dict ใช้ ก็รู้สึกว่าช่วยให้เรียนรู้ได้ไวขึ้นมากเลย

ในโลกก่อนปี 2000 แอนิเมที่เราดูทั้งหมดก็เป็นเสียงภาษาไทย การ์ตูนก็เป็นแปลไทยหมด แปลผิดแปลถูกเราก็ไม่รู้ แถมพอดูแบบไทย ๆ หมดแบบนี้ มันก็ไม่ได้ช่วยในการเรียนรู้ด้วย ต่างจากช่วงผมเริ่มเข้า ม.ปลาย ที่เน็ต 1M เริ่มเข้ามาในไทย คนเริ่มโหลดบิทแอนิเมมาดู แล้วบิทแอนิเมที่ว่ามันก็เป็นซับไทยเถื่อนที่แปลกันเอง (ซึ่งแม้จะแปลไม่ได้ถูกทั้งหมด แต่การทำให้เด็กได้คลุกคลีกับประโยคภาษาญี่ปุ่น พร้อมมีซับไตเติลไทยไปด้วย มันก็ช่วยพัฒนาการในการเรียนรู้ภาษาอย่างมาก)

ผมเองกับคุณทรังซ์ เหมือนกันอย่างนึงคือ เริ่มอ่านคาตาคานะ ฮิรางานะเป็น จากการเล่นโปเกมอน และยูกิโอเนี่ยแหละ

ทุกวันนี้พอมองย้อนกลับไปดูผลงานการแปลของคนในยุค 80-90 บ่อยครั้งเราก็เอาจุดผิดพลาดของเขามาล้อเลียนกันอย่างสนุกปาก แต่ผมกับคุณทรังซ์ก็รู้สึกเคารพเหมือนกันว่า ภายใต้ข้อกัดในเทคโนโลยี การเรียนรู้ และอุปกรณ์ในยุคนั้น การที่คนรุ่นนั้นเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นจนแปลได้ขนาดนั้น แม้อาจจะไม่ได้สมบูรณ์ถูกต้องร้อย ก็เป็นเรื่องที่เยี่ยมยอดมากแล้ว #respect

แต่แล้วผมก็ตบท้ายประเด็นด้วยการบอกคุณทรังว่า "แต่ไอ้จอมเวทย์มนต์ดำกาลูนี่ก็ไม่ไหวนะ 555 ผมตอน ม.ต้น อ่านครั้งแรกก็รู้แล้วว่าแม่งแปลผิดดดดด อีนักรบแม่เหล็กบัลคิรอน กับ จั๊ดจิมัน ด้วยยยย"

Friday, January 1, 2021

เก็นโคฯ วาดภาพ Subarashiki Kono Sekai ฉลองปีใหม่ 2021

 


ภาพฉลองปีใหม่ 2021 ที่วาดโดยคุณเก็น โคบายาชิ (คนวาด NPC ใน Subarashiki Kono Sekai) 

ทวีตภพหลักของเกมยังบอกอีกว่าภาคแอนิเมจะเริ่มฉายเดือนเมษายนนี้ ส่วนเกมภาคใหม่ (Neo) จะวางจำหน่ายช่วงฤดูร้อน

https://twitter.com/TWEWY_PR/status/1344659830380793862/photo/1