Sunday, November 29, 2020

SaGa Frontier ประกาศ Remaster วางจำหน่ายในปี 2021

 

SaGa Frontier (1997) เกมเทพจากยุค PS1 ประกาศ Remaster พร้อมเพิ่มเนื้อเรื่องใหม่ และเพิ่มตัวเอกตัวที่ 8 ....ซึ่งก็คือเจ้า Fuse ที่ตอนยุค PS1 ก็สร้างไว้แล้วแต่สุดท้ายตัดทิ้งนั่นแหละ

เกมจะวางจำหน่ายลงทั้ง PS4, Nintendo Switch, Steam, iOS และ Android ในปี 2021 

https://youtu.be/jYnCp7_fh7M

---------------------------------

สมัย PS1 นี่เป็นเกมที่ผมหยิบมาเล่นซ้ำบ่อยที่สุดและประทับใจสุด ๆ เลยเพราะ

- หาเนื้อเรื่องไม่เจอ.... เกมมัน Open Open Opennnn Universe มากไป (Free-Form Scenario System) คือเปิดมาเราก็นั่งยานโดยสารไปได้ทั่วทั้งจักรวาล แล้วแต่ละดาวมันก็มีเทคโนโลยี ขนธรรมเนียม เรื่องราว ปัญหาที่แตกต่างกัน

- ตัวเอกมี 7 คน เนื้อเรื่องจุดหมายฉากจบไม่ซ้ำกัน

- เกมสู้เป็นระบบปาร์ตี้ 5 ตัวละคร แต่เราไปชักชวนเพื่อนมาเข้ากลุ่มได้สูงสุด 15 คน...

- มีความส้นตีนอย่างหนึ่งคือ ถ้าเกิดเรามีเพื่อนในทีม 15 คนแล้ว พอไปชักชวนเพื่อนคนที่ 16 17 18 เข้ามา... มันก็เข้าปาร์ตี้ได้ แต่เราดันเอาออกมาใช้ไม่ได้ เพราะ slot ตัวละครมันเลือกได้แค่ 15 ตัว

- แต่ถ้าเล่นไปถึงจุดที่เนื้อเรื่องบังคับให้เพื่อนคนที่ 16 ของเราเข้ามาร่วมต่อสู้ด้วย ไอ้เพื่อนคนที่ 16 มันก็จะเขยิบเข้ามาอยู่ใน 5 คนแรก... แล้วกลายเป็นว่าจะมีเพื่อน 1/15 คนของเรา กระเด็นไปอยู่นอกโควต้า แล้วเราก็จะหยิบเพื่อนคนนั้นออกมาใช้ร่วมปาร์ตี้ไม่ได้อีก (WTF!?)

- เกมไม่มีเลเวล

- ศัตรูเก่งตามสเตตัสของเรา

- ตัวละครยิ่งใกล้ตาย ยิ่งมีโอกาสคิดสกิลใหม่ ๆ ออกมาใช้ได้ ซึ่งระบบนี้โคตรบันเทิง เพราะเป็นระบบที่ทำให้เราได้ลุ้นว่าในห้วงวิกฤต ตัวละครของเราจะพัฒนาตัวเองอย่างก้าวกระโดด และแสดงปาฏิหาริย์ในการเอาตัวรอดออกมาได้

- มีการโจมตีผสาน Combination กันระหว่างตัวละคร ทำให้ค่าพลังโจมตีเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ ซึ่งการจะโจมตีผสานกันได้ มันต้องเป็นกระบวนท่าที่ผสานร่วมกันได้ และเทิร์นของตัวละครก็ต้องสอดคล้องกัน

- ผมจำได้ว่าตอนเด็กผมเล่น Emelia, T260G, Red ส่วนพี่สาวเล่น Asellus, Riki, Blue, Lute

- สมัย ป.6 ที่เล่นเกมนี้ เว็บบอร์ดเกมในไทยยังเป็นวุ้นอยู่ หนังสือไกด์เกมนี้ของ Tonbo ก็แทบไม่ได้ช่วยอะไร.... มีแต่เกริ่นเบื้องต้นแล้วให้ไปคลำเอาเอง

- ตอนนั้นต้องไปคลำเอาบทสรุปจาก GameFaqs แล้วก็นั่งเปิดดิกทีละคำ... 

- จำฝังแน่นเลยว่า พอเกมมันเปิดกว้างมากไป ไปไหนก็ได้ทั่วจักรวาล ไม่ได้เป็นเส้นตรงแล้ว เราแม่ง lost จริง ๆ ...แต่ก็สนุกมาก

- T260G ร่างสุดยอด แปลงร่างเป็นยานอวกาศพุ่งชนศัตรู ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบบบ ป๊าบบบ ป๊าบบบ โคตรบันเทิง

- เรดก็มีแปลงร่างไปมา พอแปลงเป็นฮีโร่ผดุงคุณธรรมก็เก่งเทพเมพขึ้น

- เอเมเลีย เล่นง่าย ชิล เพื่อนเยอะ

- จำได้ว่ามีเก็น เป็นนักดาบในตำนาน ต้องเอามาเข้ากลุ่มแต่เนิ่น ๆ ให้ได้

- คุ้น ๆ ว่าของริกิ เริ่มมาก็มีเพื่อน 5 คนตั้งแต่ต้น ๆ เลยมั้ง

- บลูนี่ จำได้ว่าเป็นจอมเวทย์ แล้วก็ฉากจบ WTFFF หยั่งกับทำไม่เสร็จ

- เหมือนบลูจะมีฝาแฝดชื่อรูจมั้ง ...คือเพื่อนคนอื่นเอาบลูเข้ากลุ่มไม่ได้ แต่เราก็ไปเอาฝาแฝดมันมาเข้ากลุ่มได้

ประทับใจ T T

------------------------------------------------------------------------------------------------------

ย้อนดูฉากจบของ 7 ตัวละครใน SaGa Frontier เมื่อ 23 ปีก่อนเพลิน ๆ

https://youtu.be/0oJ-hqaycQA

เอมิเลียมี 2 ฉากจบ (Bad กับ Happy)

อเซลลัสมี 3 ฉากจบ

--Spoiler Zone--

เอ่อ... ผมก็พึ่งจะเคยเห็นอีกฉากจบหนึ่งของเอมิเลียเนี่ยแหละ ตอนเด็ก ๆ จบแต่แบบ Bad... ในคลิปนี้ถึงเห็นฉากจบที่เอมิเลียช่วยเร็นเอาไว้ได้

ของ T260G นี่อบอุ่นหัวใจและจบแบบพอใจแล้ว

ของเรดนี่ก็เหมือนอวสานขบวนการเซนไท แล้วตัวร้ายขบวนการใหม่กำลังจะออกมา

ส่วนบลูนี่ก็ยังอิหยังวะจนมาถึงทุกวันนี้... แต่ในคลิปก็มีคนอธิบายไว้ละ

เสียดายเทคโนโลยี และการเล่าเรื่องด้วยกราฟฟิกตอนนั้น มันยังมีข้อจำกัดเยอะ อย่างใน Bad Ending ของเอมิเลีย ตอนที่เธอรู้สึกทนไม่ไหวแล้ว และกรีดร้องออกมา ภาพตัดฉับไป

ถ้าเป็นการกำกับใหม่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันนี้ ต้องจับนักพากย์มาพากย์เสียงกรีดร้อง ฮว๊ากกก ของเอมิเลียดัง ๆ แล้วใช้มุมกล้องแบบซูมจากหน้าเธอทะยานออกนอกหน้าผาไปเห็นฟ้ากว้างแล้ว

-----------------------

เสริมเรื่องของบลูอีกหน่อย ในคลิปมีคนบอกว่าเคยอ่าน The Essence of Saga Frontier ที่เป็นหนังสือเสมือน Ultimania ของเกมนี้ และได้บอกเล่าอธิบายขยายเรื่องราวต่าง ๆ ที่ถูกตัดทิ้งไปมากมาย ไม่ว่าจะเพราะข้อจำกัดของเวลา หรือเพราะความไม่เหมาะสมต่าง ๆ

เขาว่าบลูที่เป็นแฝดวิญญาณร้าย หลังชนะ Hell Lord แล้วก็ติดอยู่ในนั้นชั่วนิรันดร์ ซึ่งนี่เป็นเนื้อเรื่องที่ไม่ Canon และนับเป็น Bad Ending

ส่วนเนื้อเรื่อง Canon คือ รูจ (แฝดวิญญาณดี) ชนะในการดวลกับบลู และรูจลงไปสู้กับ Hell Lord ตัวคนเดียว ไม่ให้เพื่อนไปด้วย หลังจากรูจชนะ Hell Lord ได้ก็กำลังโซซัดโซเซอยู่ในวังวนนั้น (กรุณานึกภาพสคอลล์ที่ติดอยู่ใน Time Compression หลังชนะอัลติมิเซีย) แต่ด้วยเสียงเรียกจากเพื่อน ๆ รูจจึงกลับมายังโลกมนุษย์ได้...... (ตอนเขียนพล็อตนี่.... ไปคุยกับคิตาเสะเยอะไปใช่มั้ยยย)

-----------------------

สำหรับรีมาสเตอร์ที่จะมาปีหน้า หวังว่าจะได้เห็น content ที่ถูกตัดออกไป ย้อนกลับมาทำใหม่ เยอะ ๆ เลยนะะ

Wednesday, November 25, 2020

Square Enix จะเริ่มใช้โปรแกรม Work from home เต็มรูปแบบ 1 ธันวาคม 2020 นี้


ความเป็นมา

- ตั้งแต่ COVID-19 ระบาด ทางค่ายก็ปรับเปลี่ยนสไตล์การทำงานให้ยืดหยุ่นขึ้นตั้งแต่ ก.พ. 2020 เป็นต้นมา ซึ่งมีทั้ง Work from Home, ทำงานแบบเหลื่อมเวลา, ใช้การประชุม Online ต่อมาในช่วงมิถุนายน ก็ได้ทำการเซอร์เวย์ พบว่าพนักงาน 80% มีความคิดเห็นในทางบวกต่อการ Work from home ทางค่ายจึงพิจารณาปัจจัยด้านการผลิตและพัฒนาผลงานหลายอย่างจากบ้าน สุดท้ายก็ได้ออกมาเป็นโปรแกรมดังกล่าวที่น่าจะสร้างความพึงพอใจเป็นอย่างมากให้กับทั้งคนทำงานและคนบริหาร

วันที่เริ่มมีผลบังคับใช้

- 1 ธ.ค. 2020

ชื่อโปรแกรม

- Work-From-Home Program

บริษัท/บริษัทในเครือ ที่ใช้โปรแกรมนี้

- Square Enix Co., Ltd.

- Square Enix Holdings Co., Ltd.

- Luminous Productions Co., Ltd.

รูปแบบของโปรแกรม

- แบ่งการทำงานของออกเป็นโมเดล home based และ office based

- home based คือทำงานที่บ้าน เฉลี่ยอย่างต่ำสัปดาห์ละ 3 วัน

- office based คือทำงานที่ออฟฟิศ เฉลี่ยอย่างต่ำสัปดาห์ละ 3 วัน

- โดยพื้นฐาน พนักงานทั้งหมดจะถูกกำหนดเป็น home based ไว้ก่อน

- หัวหน้าของแต่ละ Division (ตอนนี้มี 8 Division) จะเป็นคนกำหนดว่าพนักงานตำแหน่งใด หรือเจาะจงตัวบุคคลคนใดบ้าง ให้ทำงานแบบ officia based โดยพิจารณาจากความเหมาะสมของสภาพการทำงาน

- แต่ละเดือน หัวหน้าของ Division ก็สามารถปรับเปลี่ยนโมเดลการทำงานของพนักงานได้ ขึ้นอยู่กับความชุกของงาน

- ทางค่ายคิดว่าในเดือนธันวาคม เดือนแรกของการใช้โปรแกรมนี้ พนักงาน 80% จะทำงานแบบ home based

https://www.jp.square-enix.com/company/en/news/2020/html/df9995782da2d516db9ebac425d02d4019665f70.html

Tuesday, November 24, 2020

โนมุระเปิดตัว Shin Subarashiki Kono Sekai หรือ Neo : The World Ends with You


เท็ตสึยะ โนมุระ เฉลยแล้ว เว็บไซต์ที่นับถอยหลัง 7 วันปริศนาคราวนี้ แท้จริงแล้วก็คือการเปิดตัวเกม Shin Subarashiki Kono Sekai หรือในชื่ออังกฤษว่า Neo : The World Ends with You

เกมนี้จะวางจำหน่ายให้กับ 2 ระบบทั้ง PS4 และ Nintendo Switch สอดคล้องกับที่ก่อนหน้านี้แกให้สัมภาษณ์ทางสื่อของ Nintendo ว่าเดี๋ยวก็จะได้กลับมาให้สัมภาษณ์ถึงเกมอื่นอีก

คุณโนมุระบอกว่า เกมนี้เป็นภาคต่อของ Subarashiki Kono Sekai - The Animation ที่จะออกอากาศในเดือนเมษายน 2021 โดยเกมภาคต่อนี้จะออกมาในช่วงฤดูร้อน 2021

สำหรับภาคเอกที่ชื่อรินโด (Rindo | リンドウ) คุณโนมุระบอกว่าตอนออกแบบก็ยังไม่ได้คิดว่าการใส่ mask จะกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับโลกนี้ไปแล้ว

ส่วนเครื่องหมาย 日 ที่มีขีดขวางทับจากซ้ายบนลงขวาล่าง ที่เผยมาเมื่อวานนั้น คุณโนมุระบอกว่า มันคือการผสมรวมกันของตัวอักษร N E O นั่นเอง

ทั้งนี้เกมได้เปลี่ยนจาก 2D ในภาคแรกมาเป็นระบบ 3D แล้ว แต่ยังคงสไตล์กราฟิก และใช้ย่านชิบุยะกับเกมยมทูตเป็นแกนหลักในการดำเนินเนื้อเรื่องเหมือนเดิม แถมยังมีตัวละครเก่าอย่างโช มินามิโมโตะ (So Zetta Slowww) และยมทูตคาริยะ กลับมาปรากฏตัวด้วย

รินโดเห็นนิมิตที่ชิบุยะจะโดนลบทิ้ง แล้วสงสัยว่านั่นเป็นความฝันรึเปล่า? ส่วนตอนท้ายเทรลเลอร์ รินดูบอกว่ารอก่อนนะทุกคน เราจะต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตากรรมไปด้วยกัน





ตัวละครรองอื่น ๆ ที่ปรากฏตัวมาแล้วได้แก่

- เฟร็ต (Fret)

- นากิ (Nagi) เธอพากย์เสียงโดย 片平美那 (มินะ คิตาฮิระ) ที่เคยพากย์เป็น NPC ใน KH III ด้วย

- ซึกุมิ มัตสึนาเอะ (Tsugumi Matsunae) หรือ Hype-chan ที่ปรากฏตัวในครั้งแรกในฉากจบของภาค Solo Remix และมีเนื้อเรื่องนิดหน่อยในภาค Final Remix - http://re-ffplanet.blogspot.com/2018/10/new-day-subarashiki-kono-sekai-final.html เธอเป็นผู้รอดชีวิตจากชินจูกุที่ถูกลบไปแล้ว และได้เดินทางมาถึงชิบุยะแล้ว

***ในเทรลเลอร์มีฉากที่รินโด เฟร็ต นากิ โช ต่อสู้ร่วมกันเป็นทีมปาร์ตี้ 4 ตัวละครแล้ว

https://twitter.com/TWEWY_PR/status/1330891568811708417/photo/1


เทรลเลอร์เปิดตัวเกม 

[JP] - https://youtu.be/thvqIawz5lc

[EN] - https://youtu.be/6bUU_58xrtc

เว็บไซต์หลักของเกม

- https://www.jp.square-enix.com/shinsubarashiki


ภาคชิน เป็นเนื้อเรื่อง 3 ปีต่อมาหลังเกมยมทูตในภาคแรก

Sunday, November 22, 2020

Hint สุดท้ายภาคต่อของ Subarashiki Kono Sekai


นี่มันหมายความว่าไงเนี่ยยย

https://www.jp.square-enix.com/7days/index.php

สิ่งที่ผมคิดได้คือ

- มือที่ถือโทรศัพท์อยู่

- ภาพในจอคือคันจิ วัน (日) ที่ถูกขีดฆ่า อาจหมายถึงหมดเวลาแล้ว

- หรือจะหมายถึงระบบ dual screen ในภาคแรกบน NDS?

- ตะ... แต่มันก็เป็นสี่เหลี่ยม Quadratum ด้วยนะะะ

ที้งนี้มีคนแงะชื่อไฟล์ภาพนี้ออกมา พบว่าภาพไฟล์คนถือโทรศัพท์ กับไฟล์ตัว 日 มันแยกกัน

ไฟล์คนถือโทรศัพท์ชื่อไฟล์ smartphone

ไฟล์ 日 ชื่อไฟล์ Mark Blue

Saturday, November 21, 2020

รายชื่อเพลงน่าสนใจในอัลบั้ม Final Fantasy VII Remake OST Plus


เดิม FFVII Remake OST วางจำหน่ายไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2020 แต่ในอัลบั้มใหม่ที่ทะลึ่งเติม "Plus" ลงไปด้านท้าย แล้วเปลี่ยนปกขายใหม่ จะรวมเพลงจากคัตซีนต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใส่ลงในแผ่น OST อันเก่าลงไปด้วย... นี่มัน Final Mix, International โมเดลชัด ๆ 

อัลบั้มนี้วางจำหน่าย 23 ธ.ค. 2020 ราคา 4,180 เยน

อันที่จริง ผมก็ไม่ได้สนใจเรื่องชื่อเพลงมาก่อน พึ่งจะได้มาไล่อ่านชื่อเพลงของภาคนี้ก็คราวนี้ และเห็นว่ามีชื่อที่น่าสนใจเช่น

- Under the Rotting Pizza - Battle Edit (腐ったピザの下で Battle Edit) - เรียกสภาพใต้เพลทมิดการ์ว่า ใต้พิซซ่าเน่า

- The First Guy I Ever Loved (はじめて好きになった人) - ตอนถามถึงชื่อของรักแรก แล้วแอตอบเต็มปากเต็มคำ 

- Poor Man's Course (ごぶごぶモミー) - ชัดเจนดีจัง

- Rock That Dress, Aertith (エアリスにロックオン) - เพลงตอนที่คลาวด์เห็นชุดเดรสของแอริธ แวบแรกผมสงสัยว่าแปลผิดรึเปล่า เพราะ ロックオン ในที่นี้ผมเข้าใจว่าหมายถึง Lock on หรือ เพ่งเล็ง,พินิจไปยังแอริธ ซึ่งมันคนละความหมายกับ Rock

btw.... ในความคิดแวบสอง ผมคิดว่าจะ lock on หรือ rock that dress มันก็เป็นความหมายในเชิงบวกว่าคลาวด์ตะลึง สตั๊น ประทับใจกับเดรสของแอริธเหมือนกัน... ผมว่าคนแปลแกก็คงรู้ว่า ロックオン หมายถึง Lock on แหละ แต่ก็พยายามแปลให้เป็น Rock that Dress ในความหมายที่ชื่นชมชุดของแอริธเหมือนกัน เป็นการแปลโดยเลือกคำที่เสียงคล้ายกันมาใช้นั่นเอง

- Tifa's Tears (ティファの涙) - ในคืนที่ทิฟาร้องไห้ คลาวด์พยายามปลอบเธอด้วยการกอดแบบผู้ใหญ่ แต่ด้วยความไม่เคย เลยรัดแรงไป

- Every Moment Matters (この一瞬を大切に) - เจ๊แอที่มาหาในฝัน และบอกว่าจะรักฉันไม่ได้นะ / ส่วนชื่อญี่ปุ่นหมายถึงให้ cherish ช่วงเวลาขณะนี้เอาไว้

- They'll All Be Fine (アバランチへの信念) - หมีแบร์ บ่นถึงสหายอวาแลนซ์คนที่เหลือ จนถึงทุกวันนี้ผมก็ยังฟังไม่รู้เรื่อง / ส่วนชื่อญี่ปุ่นจริง ๆ มันหมายถึงเชื่อมั่นศรัทธาในอวาแลนซ์ ก็คงแกล้มไปกับ They'll all be fine ได้แหละ

- A Death Not Ordained by Fate (運命は死よりも) - น่าจะตอนที่แบร์ตายนอกบท

- Goodbye, Wedge (さらばウェッジ) - เวจด์บินทะลุกระจก แต่ชื่อทั้ง jp,en เขียนเหมือนกับว่าลาก่อยยยย จองเมรุได้เลย

- Changing Fate (運命の壁) - ใน Jp เขียนว่ากำแพงแห่งชะตากรรม... .ซึ่งศัพท์มันเป็นคนละเรื่องกับ Changing Fate เลย แต่บริบทมันก็ไปกันได้ เราต่างรู้ว่าถ้าแหกกำแพงนี้ไป ก็จะก้าวข้ามชะตากรรมไปได้แล้ว

- Rufus's Ascension (ルーファウス社長就任) - ใน Jp เขียนตรง ๆ ว่าการขึ้นเป็นประธานบริษัท แต่ผมก็ชอบการใช้คำ Ascension ของ En นะ

- Ending - Out of Destiny's Reach (エンディング:運命の外側で) - โพ้นไปจากอุ้งมือของชะตากรรม

https://www.jp.square-enix.com/music/sem/page/FF7R/ostplus/

https://www.jp.square-enix.com/music/sem/page/FF7R/ostplus/en



Thursday, November 19, 2020

His heart persisted against all odds. คำเฉลยจากประโยคปริศนาของโนมุระ

 

ภาพนี้จากคัตซีนไคริเล่าเรื่องทั้งหมดใน KH ให้ฟัง

https://youtu.be/74CsyCIQg0E

ผมเปิดคลิปนี้ทิ้งไว้ ระหว่างที่แปลบทสัมภาษณ์ที่พึ่งลงไปอยู่

ช็อตนี้เป็นการเล่าตอนที่ทีมผู้พิทักษ์แสงสว่างไปถึงสุสานคีย์เบลดใน Kingdom Hearts III แล้วก็สู้พวกฝูงฮาร์ทเลสกับ Devil Wave ไม่ได้ 

ซึ่งไคริบรรยายว่า

Darkness will prevail, and the light expire.

It all unfolded just as the Book of Prophecies foretold.

But Sora refused to give up.

His heart persisted against all odds.

--------------------------

อันนี้มี 2 ประเด็น

1. ไคริ หล่อนไปรู้คำทำนาย และรู้เรื่องตำราพยากรณ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ ชั้นจำไม่ด้ายยยยย 5555 หล่อนยังไม่น่าจะรู้จักไม่ใช่เหรออออ

2. สี่บรรทัดที่ลอกมานั่น อ่านแล้วรู้เลยว่าคุณโนมุระเขียนขึ้นโดยจงใจให้มันสอดคล้อง ล้อกับสิ่งที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้

โดยแกพูดในงาน KH III Premiere Event ที่ LA วันที่ 18 พ.ค. 2018 ว่า

https://www.khinsider.com/news/KINGDOM-HEARTS-3-Premiere-Part-1-The-Developer-Panel-12037

"If you have been playing Kingdom Hearts Union X[Cross] on your mobile platform, you would know that we have foreshadowed that light will be defeated by darkness. So you may see what happens with that being foreshadowed. I actually do believe it may have some kind of a "difficult ending" that you may find a bit difficult to grasp."

"It depends on whether or not everyone can go against all odds and overcome what's being foretold."

ก็คือตำราพยากรณ์ใน UX มันพยากรณ์ไว้แล้วว่ายังไงความมืดจะมีชัย ซึ่งแบบนั้นก็จะเป็นฉากจบที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่.... มันก็ขึ้นอยู่กับว่าทุกคนจะก้าวข้ามทุกคำทำนาย และคว้าโอกาสที่อยู่นอกเหนือความเป็นไปได้ทั้งหมดไว้ได้รึเปล่า

ซึ่งต่อมาวันที่ 12 มิ.ย. 2018 พอมีการเปิดเผยชื่อ Dynamic Theme ของเกม ในชื่อ Impossible Odds แล้วเป็นรูปพวกโซระ หมา เป็ด ริคุ มิคกี้ ผมก็บอกลงในข่าวเลยว่า มันชัดแล้วว่านี่คือการสปอยล์ว่าพวกโซระ จะคว้า Impossible Odds ที่โนมุระพูดถึงในเดือน พ.ค. เอาไว้ได้แน่นอน - http://re-ffplanet.blogspot.com/2018/06/kingdom-hearts-iii-sony-conference-e3.html

กลับมาถึงภาพล่าสุดในปัจจุบัน ที่ไคริพูดถึงคำทำนายว่าความมืดจะมีชัย แต่หัวใจของโซระก็ยืนหยัดอยู่เหนือความเป็นไปได้ทั้งหมด

ผมถึงบอกว่า มันเป็นการเขียนเพื่อให้สอดคล้องกับคำพูดของแกที่ LA ว่าสุดท้ายแล้วทุกคนก็ก้าวข้ามคำทำนาย และฟันฝ่า against all odds ทั้งหมดไปได้นั่นเอง

Wednesday, November 18, 2020

โนมุระขอแย้ง ไม่ได้เป็นอย่างที่ทีม Composer พูด, พร้อมจับตาดูเซอร์ไพรส์ปี 2022

 

สรุปบทสัมภาษณ์เท็ตสึยะ โนมุระ ถึงเกม Kingdom Hearts -Melody of Memory- ที่พึ่งวางจำหน่ายไป จากเว็บไซต์ Dengeki Online

- โนะเล่าให้ฟังว่า ตอนแรกทางสตูดิโอ Indieszero ส่ง proposal ของเกมนี้มาอย่างสั้น ๆ ด้วยนิยามว่านี่คือ KH เวอร์ชั่นของ Theatrhythm -Final Fantasy- เป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่า Theatrhythm FF All-Star Carnival ซึ่งคุณโนมุระอ่านแล้วก็คิดว่าเขาไม่อยากจะให้มันเป็นแค่เวอร์ชั่น KH ของ Theatrhythm

- เดิมทีแล้วที่ Theatrhythm มีเกมดีไซน์แบบมุมมอง side view เพราะคุณโนมุระคิดว่าถ้าจะสร้างเกมดนตรีของ FF เขาก็มีภาพอิมเมจในหัวแบบนั้น เดิมทีแล้ว FF มันก็เป็นมุมมอง side view แต่สำหรับ KH (ซึ่งเริ่มมาภาคแรกก็เป็น 3D แล้ว) มันก็ต้องทำให้แตกต่างกัน เขาจึงอยากผสมผสาน Action ของ KH เข้าไปในเกมดนตรีเกมนี้ ก็เลยขอให้ทาง Indieszero ลองทำดู ผ่านการลองผิดลองถูก แก้ไปแก้มา จนกระทั่งได้ออกมาเป็นอย่างที่เห็น

- เนื้อเรื่องภาคนี้อาจไม่ได้เยอะแบบปกติของซีรีส์ แต่เนื้อเรื่องก็เดินหน้าไปในอย่างที่แฟนซีรีส์น่าจะอยากเห็นกัน

- พอถามว่าคุณโนมุระแสดงความเห็นว่าไงตอนที่ให้ทีมงานเลือกเพลง 140 เพลงมาใส่เกมนี้? คุณโนมุระบอกว่าแกก็ไม่ได้สั่งอะไรเป็นพิเศษ แต่ไม่อยากให้เพิ่มเพลงเป็น DLC หลังวางจำหน่าย ก็เลยบอกให้ทีมงานใส่เพลงลงไปให้เยอะที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ละกัน

- Kingdom Hearts Union X Dark Road ไม่ได้สร้างมาเพื่อส่งไม้ต่อให้ภาคต่อไป แต่เป็นโปรเจคท์ที่มีคิดเก็บไว้ก่อนนานแล้ว ทีนี้ทีมสร้าง Union X เขาอยากจะทำ คุณโนมุระก็เลยตัดสินใจให้ทำออกมา

- โนะคิดว่าเซอานอร์ทคงไม่ได้กลับมาเป็นบอสหลักของเนื้อเรื่องการต่อสู้ในอนาคตอีก แต่อิทธิพลจากเซอานอร์ท จะยังคงอยู่ต่อไป เมื่อผู้เล่นได้เล่น KH MoM แล้วก็คงเข้าใจ

- ผู้สัมภาษณ์ถามว่าตอนสร้าง KH1 นั้น คุณโนมุระมองออกไปไกลขนาดไหน ได้คิดถึงตัวตนของร็อคซัสแล้วหรือไม่? โนะบอกว่าตอนสร้าง KH1 ก็คิดถึงภาคต่อในชื่อ Chain of Memories แต่ในขณะเดียวกันก็คิดเซตติ้งเรื่องของร็อคซัสขึ้นมาเป็นพระเอกคนใหม่ ทว่าไอเดียตอนนั้นก็ยังไม่ชัดเจนนัก หลายสิ่งที่คิด ๆ ไว้ก็ไม่ได้กลายเป็นจริง กรณีของภาค Dark Road ก็มีคิดไว้ และก็ถูกคิดแล้วเก็บไว้ในลักษณะนั้น

- ผู้สัมภาษณ์สงสัยว่าในยุค PS3 และ PS Vita ไม่มี KH ภาคใหม่มาลงเครื่องนั้นเลย (ไม่นับ 1.5, 2.5 ที่เป็นการมัดของเก่ารีมาสเตอร์) มันไม่มีการดันภาคใหม่มาลงเครื่องนั้นเลยรึ? คุณโนมุระบอกว่ายุค PS3 เขาก็มีไอเดียภาคใหม่อย่างฟุ้ง ๆ อยู่บ้าง แต่ที่ไม่ได้ทำภาคใหม่ ก็เพราะตอนนั้นเขาทำ FF Versus XIII อยู่ ขณะที่ PS Vita นั้นเป็นเครื่องเกมพกพาที่สเปคสูง จนเขาคิดว่าถ้างั้นก็ไปทำลงคอนโซลไปเลยน่าจะดีกว่า

- เมื่อพูดถึงเครื่องเกมเจนฯ ใหม่ โนะบอกว่าหลายค่ายก็ประกาศเกมฟอร์มยักษ์ลง PS5, Xbox Series X ไปหมดแล้ว ถ้าเขาจะสร้าง KH ลงเครื่องเจนฯ ใหม่ ก็คงตามมาทีหลัง เลท ๆ หน่อย เอาในจังหวะเซอร์ไพรส์ แต่นี่ก็ยังไม่ใช่การประกาศนะ แค่พูดลอย ๆ ไว้ (หัวเราะ)

- เมื่อถามว่าทำไมถึงตัดสินใจเลือกคุณโยโกะ ชิโมมุระเป็นผู้ประพันธ์เพลงให้ซีรีส์นี้ตั้งแต่แรก? คุณโนมุระบอกว่าเพราะฝ่ายมิวสิคของค่ายแนะนำมา และเขาเองก็คุ้นเคยกับคุณชิโมมุระตั้งแต่ตอนทำ Parasite Eve ด้วยกัน คุณชิโมมุระเป็นคนคุยง่าย

- โนะเล่าว่าตอนเขาไปต่างประเทศ ทีมงานบอกเขาว่าแฟน ๆ เรียกเธอว่า Goddess Shimomura แต่กลับเรียกเขาว่า Papa Nomura!! ไหงงั้นฟะ!!

- เมื่อถามว่าได้ขออะไรคุณชิโมมุระไปในตอนที่แต่งเพลงแรกให้ KH โนะบอกว่าจำได้ว่าขอไปว่า ให้เป็นเพลงที่เปลี่ยนสลับไปมาระหว่าง Field Song กับ Battle Song ได้อย่างราบรื่น และให้เพลงมันมอบความรู้สึกเหมือนอยู่ในสวนสนุก

- คุณโนมุระคิดว่าจุดเด่นในเพลงของชิโมมุระ คือมันเต็มไปด้วยคลื่นอารมณ์ หรือดราม่านั่นเอง

- โนะบอกว่าส่วนคุณทาเคฮารุ อิชิโมโตะ ก็มาช่วยแต่งเพลงตั้งแต่ภาค Birth by Sleep แล้วยังแต่งเพลงให้ Subarashiki Kono Sekai กับ Dissidia ด้วย ก็คุ้นเคยกันมานาน แฟน ๆ รู้ดีว่าอิชิโมโตะถนัดแต่งเพลงเท่ ๆ เขาก็เลยมักจะมอบหมายให้อิชิโมโตะ แต่งเพลง Battle ให้

- ส่วนคุณสึโยชิ เซคิโตะจากทีมงานฝั่งโอซาก้านั้น ถนัดแต่งเพลงสดใสร่าเริง ก็เลยง่ายที่จะขอให้แต่งเพลงประกอบพวกซิสเต็มและมินิเกม

- จากเพลงทั้งหมดในซีรีส์ เพลงที่โนะประทับใจเป็นพิเศษ ก็ยังคงเป็น Hikari ของอุทาดะ ฮิคารุ ซึ่งตอนแรกเขาก็ไม่คาดคิดว่าอุทาดะจะรับทำให้ เขาจึงประทับใจมากในหลาย ๆ ทาง ตอนที่เพลงเสร็จสมบูรณ์ เขาได้ฟังในสตูดิโอบันทึกเสียงพร้อมด้วยเครื่องเสียงเต็มรูปแบบ ซึ่งเพลงมันอิมแพคท์มาก มาก มว๊ากกก จนเขาไม่มีวันลืมความรู้สึกขนลุกในวันนั้นได้ลง

- โนะบอกว่าก่อนหน้านี้มีบทสัมภาษณ์ทีมผู้ประพันธ์เพลงของเกมออกมา (อันนั้นผมไม่สนใจเลยไม่ได้แปล แต่เห็นผ่านตาอยู่) ที่ว่าโนะสั่งให้แก้เพลงหลายรอบ โนะก็อยากเสริมและแก้ต่างส่วนที่ทีมงานบอกว่าเขาสั่งแก้โดยไม่ให้รายละเอียด

- โนะขอแก้ต่างว่ากู เอ้ย โนะเนี่ย สั่งอะไรลงไปเยอะแยะเลย อย่าง "อินโทรดีนะ แต่ว่าหลังจากนั้น....", "เพิ่มเครื่องดนตรีนั้นลงไปด้วยสิ", "ตัดท่อนนี้ เสียงนี้ไม่เอา" แล้วก็จี้รายละเอียดนะ (หัวเราะ) ซึ่งโนะก็งงว่าเวลาสตาฟฟ์เอาคอมเมนต์ของเขาไปส่งบอกต่อกัน ไปบอกกันอีท่าไหน แต่ก็ควรจะบอกต่อกันโดยไม่ต้องไปดัดแปลงคำพูด (หัวเราะ)

- โนะบอกว่า ตรงที่เซคิโตะให้สัมภาษณ์ว่า "โคตรยากที่จะเทคเดียว OK" แต่เพลงของเซคิโตะเนี่ย เขาให้เทคเดียว OK เกือบ 80% เลยนะ (หัวเราะ) สงสัยไอ้ 1 เพลงที่ไม่ OK ไปนั่น มันคงฝังใจ (เซคิโตะบอกว่าโนะสั่งแก้เพลง Mission Complete ของ Unchained X 8 รอบ)

- ผู้สัมภาษณ์ก็พยายามบอกว่าคงเพราะคนส่วนใหญ่มักจะจำเรื่องที่ไม่ดี มากกว่าเรื่องที่ดีไง ทีมผู้ประพันธ์ก็เลยอาจจะไปจำแบบนั้น ซึ่งโนะก็บอกว่าพวกนั้นหาว่าโนะให้แก้พร่ำเพรื่อ แต่โนะก็ยืนยันว่าความจริงมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย (หัวเราะ)

- ผู้สัมภาษณ์ถามว่าโนะสั่งอะไรบ้างตอนเสนอเพลงให้ไปทำ? โนะบอกว่าโดยหลักแล้วออเดอร์มันไม่ได้ออกไปจากเขา แต่ออกไปจากตัวทีมงาน ทีมงานจะสรุปว่าจำเป็นต้องมีเพลงอะไรบ้าง และส่งไปให้ผู้ประพันธ์แต่ง จากนั้นพอแต่งเพลงขึ้นมาได้ เขาจะเข้ามามีบทบาทเป็นคนเช็คแบ็ค ถึงตอนนั้นเขาก็อาจจะสั่งแก้ หรือให้ OK ในเทคเดียว

- โนะปิดท้ายว่าในปี 2022 จะครบรอบ 20 ปีของซีรีส์ ตอนนี้โนะก็ทำงานเพื่อจะนำเสนอข่าวดีอยู่ ก็ขอให้คอยจับตาดูกันต่อไป

https://dengekionline.com/articles/55983

อันนี้ลิงก์บทสัมภาษณ์ของทีมผู้ประพันธ์ ที่โนะพาดพิงถึง

>>> https://www.kh13.com/news/famitsu-interview-with-yoko-shimomura-takeharu-ishimoto-and-tsuyoshi-sekito-on-kh3s-soundtrack-r3424/

Tuesday, November 17, 2020

Square Enix เปิดเว็บไซต์ใหม่ของ Subarashiki Kono Sekai มามุกนับถอยหลัง 7 วันอีกครั้ง!

จู่ ๆ Square Enix ก็เปิดเว็บไซต์นับถอยหลัง 7 วันขึ้นมาใหม่ ซึ่งดูจาก Art และเพลงแล้ว เห็นได้ว่าต้องเป็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับ Subarashiki Kono Sekai หรือ The World Ends with You เป็นแน่!

https://www.jp.square-enix.com/7days/index.php

------------------------------------------

ทั้งนี้หากจำกันได้ วันที่ 20 ส.ค. 2012 หรือ 8 ปีก่อน Square Enix ก็เคยทะลึ่งเปิดเว็บไซต์ http://www.square-enix.co.jp/subaseka นับถอยหลัง 7 วันแบบเดียวกันนี้ ด้วยภาพ Art แบบเดียวกันกับคราวนี้เป๊ะเลย ตอนนั้นแฟน ๆ ก็กรี๊ดดีใจกันมาก เพราะนึกว่าจะเป็น Subarashiki Kono Sekai 2 แถมตอนนั้นคุณ Brian Gray ซึ่งเป็นกำลังหลักในการ Localize เกมของ Square Enix ยุคนั้น ก็ทวีต hype เว็บนับถอยหลังดังกล่าวด้วย

ทว่า 8 ปีก่อน เหตุการณ์จบไม่สวยนัก เมื่อผ่านไป 7 วัน สิ่งที่เปิดตัวออกมา กลับเป็นการนำตัวเกมภาคแรก ไปลงบน iOS และแปะชื่อใหม่เป็น Subarashiki Kono Sekai -Solo Remix- ซึ่งจากเหตุการณ์นั้น แฟน ๆ ที่ผิดหวังก็แห่ชักชวนกันไปกด Dislike ในคลิปเปิดตัวบน Youtube จนโกลาหลกันไปหมด แฟน ๆ หลายส่วนก็ท้วงกันว่าแบบนี้มันก็ไม่ดีนะ จริงอยู่ว่าพวกเรารู้สึกผิดหวังที่ค่ายไม่ได้เปิดตัวภาค 2.... แต่การไปแห่กด Dislike แบบนี้ มันจะทำให้คนที่ไม่ได้ตามเกมนี้มาก่อน นึกว่าเกมนี้เป็นเกมที่ไม่ดีไป

ขณะเดียวกันวันนั้นคุณ Brian ก็โดนทัวร์ลง มีคนไปแห่ด่าแก Fuck You จนจะประสาทแดกกันไป

คุณ Brian แกก็ทวีตตอบว่า "But I'm not dumb. You were expecting something else. I think the iOS release will make you happy in the end. That's all I have to say."

https://twitter.com/brilingual/status/239745129651519488

------------------------------------------

ตัดภาพกลับมาปัจจุบัน คราวนี้ทางค่ายมันจะเปิดตัวอะไรอีกก็ไม่รู้ แต่คุณ aibo แอดมิน FF-Reunion แกรู้สึกเดจาวู และบอกว่าแกยังจำ Trauma ในอดีตนั้นได้เป็นอย่าง ddddddd

https://twitter.com/aibo_ac7/status/1328640484009414656

Sunday, November 15, 2020

ซึสึกิ ผู้พากย์เสียงน็อคติสเผยพล็อตเดิมของ FFXV มีเนื้อหามากกว่านี้ถึง 3 เท่า

ส่วนข้อมูลที่คุณซึสึกิ ผู้พากย์เสียงน็อคติสพูดในข่าวนี้คือ

https://www.online-station.net/pc-console-game/330284

https://automaton-media.com/articles/newsjp/20201113-143269/

"ตอนที่ Final Fantasy Versus 13 จะกลายมาเป็นเกม Final Fantasy 15 จริง ๆ แล้วตัวโปรเจ็คต์มันเกือบจะถูกยกเลิกไปแล้ว และหลังจากที่เปลี่ยนชื่อเกมไปก็มีเวลาพัฒนาประมาณ 3 ปีครึ่งเท่านั้น แถมตัวเอนจิ้นก็เปลี่ยนทำให้ต้องมาสร้างเกมกันใหม่ จนการที่ Final Fantasy 15 ได้วางขายเป็นปาฏิหาริย์มาก และก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเกมเคยบันทึกเสียงเอาไว้แล้วด้วย และตัวเกมมีเนื้อหามากกว่านี้ถึง 3 เท่า แต่เพราะปัญหาในกระบวนการสร้าง และจำนวนพื้นที่จำกัด ทำให้เนื้อเรื่องส่วนแรกถูกตัดทอนลงไป และไอ้ส่วนที่ถูกตัดทอนเหล่านั้นบางส่วนก็ได้เปลี่ยนแปลงกลายไปเป็น Kingsglaive: Final Fantasy 15 นั่นเอง"

"มีหลายอย่างที่อยากพูด แต่สิ่งที่พวกผมทำได้มีเพียงนำทุกสิ่งที่เรามีมาทำให้เป็นผลงาน และข้อติเตียนทั้งหลายเราก็น้อมจะยอมรับ แต่อยากให้รู้ว่าทีมงานทุกคนต่างก็ตั้งใจจะสร้างประสบการณ์ FF ที่ยอดเยี่ยมกันทุกคน ซึ่งถ้าหากความรู้สึกนี้สามารถถ่ายทอดไปถึงผู้เล่นได้เราก็พอใจแล้ว"

-------------------------------------------

[วิพากษ์+เปรียบเทียบกับข้อมูลเดิมรายจุด[

[ประเด็น 1] -  "จริง ๆ แล้วตัวโปรเจ็คต์มันเกือบจะถูกยกเลิกไปแล้ว"

สอดคล้องกับข้อมูลเก่าที่คุณทาบาตะบอกว่าในปี 2012 คุณโยอิจิ วาดะ ประธานบริษัทในตอนนั้น โทรหาเขาบอกว่ากำลังพิจารณายกเลิกโปรเจคท์ เพื่อเริ่มต้นสร้างขึ้นด้วยแนวทางใหม่ และให้คุณทาบาตะรับไปทำ

http://re-ffplanet.blogspot.com/2018/02/ff-versus-xiii.html

----------------------------------------

ประเด็น 2 - "หลังจากที่เปลี่ยนชื่อเกมไปก็มีเวลาพัฒนาประมาณ 3 ปีครึ่งเท่านั้น"

อันนี้นับยาก เพราะไม่รู้ว่าคุณซึสึกิแก นับ start ถึง finish ตอนไหน

แต่ถ้าเอาปลายทางเป็น พ.ย. 2016 ที่เกมวางจำหน่าย (แต่ส่งผลิตแผ่นสิ้นเดือน ก.ย. 2016)

หักลบกับ ธ.ค. 2013 ช่วงที่เปลี่ยนตัวคุณทาบาตะขึ้นเป็น ผกก. เดี่ยวแทน ก็จะนับได้แค่ 3 ปีเท่านั้น http://re-ffplanet.blogspot.com/2016/04/ffxv-5-2016.html

แต่ถ้าหักลบกับ มิ.ย. 2013 ช่วงที่ประกาศเปลี่ยนชื่อเกมเป็น FFXV อย่างเป็นทางการในงาน E3 2013 ก็จะพอแกล้มได้ว่า 3 ปีครึ่งอยู่... ทว่าในความเป็นจริง เกมมันก็เปลี่ยนชื่อกันเป็นการภายใน ตั้งแต่ 2012 แล้ว

----------------------------------------

ประเด็น 3 - "ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเกมเคยบันทึกเสียงเอาไว้แล้วด้วย และตัวเกมมีเนื้อหามากกว่านี้ถึง 3 เท่า"

อันนี้ผมว่าสอดคล้องกับที่คุณโนมุระ และคุณชินจิ ฮาชิโมโตะ พูดไว้ในช่วง E3 2013 ว่า FFXV (ก่อน reboot) เนื้อเรื่องจะไปถึงไคลแมกซ์หนึ่ง แต่ยังไม่จบลง เกมยังมีต่อ และได้จด trademark A World of Versus Epic ไว้ 

ซึ่งไอ้ 3 เท่าที่คุณซึสึกิพูดนั้น ผมคิดว่าคงหมายถึงเนื้อเรื่องเต็ม ที่รวมภาคต่อไว้

*คุณชินจิพูดเรื่องอาจมีภาคต่อ http://ffplanet.exteen.com/20130612/future-of-final-fantasy-e3 | https://twitter.com/RPGSite/status/344494650603737088 | https://twitter.com/RPGSite/status/344494913024577536 | https://novacrystallis.com/2013/06/the-future-of-final-fantasy-event-report

*คุณโนมุระบอกว่า A World of Versus Epic เป็นซีรีส์ของมันเอง XV จะไปถึงไคลแมกซ์ เป็นแค่บทสรุปแรกแต่ยังไม่จบ ให้แฟมิซือฟัง http://ffplanet.exteen.com/20130613/sqex-e3-2013-12-13 | http://ffplanet.exteen.com/20130619/final-fantasy-xv-1 | http://novacrystallis.com/2013/06/nomura-details-final-fantasy-xv-and-kingdom-hearts-in-famitsu | https://www.famitsu.com/news/201306/12034847.html

----------------------------------------

ประเด็น 4 - "ไอ้ส่วนที่ถูกตัดทอนเหล่านั้นบางส่วนก็ได้เปลี่ยนแปลงกลายไปเป็น Kingsglaive: Final Fantasy 15 นั่นเอง"

ในพล็อตเดิม ตอนที่นิฟไฮม์มาบุก น็อคติสที่ปลีกตัวจากงานเลี้ยงขึ้นมาชั้นบนคุยกับสเตลล่า หลังคุยเสร็จก็ต้องวิ่งหนีตายออกจากเมืองเอง แต่หลัง reboot ได้เปลี่ยนพล็อตเป็นนิฟไฮม์บุกในขณะที่พวกน็อคติสอยู่นอกเมืองหลวงอินซอมเนีย... และกลายเป็นเราได้เห็นนิกซ์กับลูน่า หนีตายออกจากเมืองใน Kingsglaive แทน

http://re-ffplanet.blogspot.com/2015/06/4-2015.html

-------------------------------------------

สุดท้าย ผมอยากย้ำหมุดประวัติศาสตร์ว่า

มิ.ย. 2013 - ในช่วงงาน E3 เทรลเลอร์ของเกม FFXV ยังแปะหราว่าเป็นส่วนหนึ่งของ Fabula Nova Crystallis, คุณโนมุระยังเรียกนางเอกของเกมว่าสเตลล่า และบอกว่าเนื้อเรื่องของเกม จะไปถึงไคลแมกซ์หนึ่ง แต่ยังไม่จบในตัวเอง มันยังมีต่อ และมีการจด trade mark A World of Versus Epic (ยังเป็นเนื้อเรื่องเวอร์ชั่นที่คาสึชิเงะ โนจิมะ เขียนสคริปต์ให้)

ธ.ค. 2013 - เกิดข่าวลือว่าโปรเจคท์ FF15 โดนยุบไปแล้ว, ผมลองติดต่อคนในบริษัทไป ได้ความว่าโปรเจคท์ไม่ได้โดนยุบ แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครั้งใหญ่, คุณทาบาตะให้สัมภาษณ์ภายหลังว่าเขาได้รับแต่งตั้งเป็น ผกก. แทนในเดือนนั้น

ซึ่งเนื้อเรื่องก็เริ่ม Reboot และเขียนสคริปต์ขึ้นกันใหม่โดยผู้หญิงที่เป็นทีมงานรุ่นใหม่ ตอนนั้นแล

Wednesday, November 11, 2020

[โคตรสปอยล์ 2] Kingdom Hearts - Melody of Memory

อันนี้เป็นคลิปเข้าดาวสุดท้าย + Ending + Credit ครับ แต่ไม่มี Post-Credit Scene เนื่องจากโนะ เปิดระบบ block recording ไว้

โพสต์นี้ขอคุยสำหรับคนที่เล่นจบแล้ว หรือคนที่ยังไงก็จะไม่หลบสปอยล์เท่านั้นนะครับ

1. ผมเล่นจบแล้ว ตอนจบขึ้นเวลา Playtime รวม 7 ชั่วโมงเท่านั้น

2. เล่นแรก ๆ ก็สนุกครับ แต่เล่นไปสัก 50 เพลงก็เบื่อ

3. หลังจบเกมแล้ว มันยังมีเนื้อเรื่องให้ปลดล็อกต่อด้วยครับ ต้องทำ Objective (ดาว) ให้ถึง 280 อย่างก่อน ซึ่งตอนผมเล่นจบนี่พึ่งได้ 185 เอง คงอีกไกลมาก ๆ

โดยไอ้เนื้อเรื่องที่ต้องปลด 280 ดาวนี่ เห็นมีภาพพรีวิวเป็นสุสานคีย์เบลด กับ Station of Awakening (Destati) และเนื้อหาอยู่ก่อน KH III ผมเองก็เดาไม่ถูกว่ามันคืออะไร

4. เนื้อเรื่องก็เป็นไปตามสปอยล์ที่ออกมาเมื่อวานกัน แต่เรื่องที่ผมได้เล่นแล้วทราบเพิ่มเติมคือ

- มาสเตอร์เซอานอร์ทยืนยันว่าเยนซิดเป็นมาสเตอร์ที่รีไทร์แล้ว และชมว่าสำหรับคนรีไทร์แล้ว ฝึกไคริมาได้ขนาดนี้ก็ถือว่าไม่เบา

- ไคริสู้เซอานอร์ทไม่ได้เลย จนโซระที่หัวใจหลงเข้าไปยังโลกอีกด้าน ใช้สายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับหัวใจของไคริ แทรกแซงเข้ามาช่วย

- แต่โซระพูดไม่ได้ เซอานอร์ทบอกว่าก็เพราะว่าอยู่ที่นั่น (โลกอีกด้าน) เสียงเลยส่งผ่านมาไม่ได้

- พอชนะมาสเตอร์เซอานอร์ทได้ เซอานอร์ทก็บอกว่าเงื่อนงำในการตามหาโซระ อยู่ในประโยคที่เขาเคยพูดกับไคริในวัยเด็กเมื่อนานมาแล้วในร่างเทอร์ร่าเนิร์ด ตอนนั้นเขาพูดว่า "ในไม่ช้าโลกจะถูกความมืดกลืนกิน ทางที่จะช่วยโลกได้ ต้องให้ไคริ นำทางเขาไปหาผู้ใช้คีย์เบลด" เขาเลยจับไคริยัดใส่ Ark แล้วเทอร์ร่าเนิร์ด ก็บอกว่า "ถ้าไคริหลงเข้าไปในโลกอีกด้าน จะตกที่นั่งลำบาก ให้ล้มเลิกการค้นหา (ตัวผู้ใช้คีย์เบลดได้เลย) ถือว่าล้มเหลวแล้ว"

- พอไคริออกมาหาจอมปราชญ์อันเซม อันเซมก็ยืนยันว่าโลกแห่งความฝันใน 3D, Data World ในหลายภาค และโลกแห่งความทรงจำในภาคนี้ ล้วนอยู่ใน Reality World (โลกฝั่งของเรา) / ส่วน Unreality หรือ Fictional World เป็นสิ่งที่กูก็ไม่รู้

***[Opinion] จากตรงนี้ ผมตีความว่า... ไคริเคยหลงเข้าไปในโลกอีกด้านมาก่อน และสูญเสียความทรงจำเรื่องนั้นไปแล้ว ถึงไคริรอดปลอดภัยกลับมาได้และไปเจอกับโซระด้วยมนต์ที่อควอปลุกเสกลงสร้อยไว้ แต่ผลพวงจากการไปทำอะไรที่โลกอีกด้าน ทำให้ชีวิตไคริเจอมรสุม พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกมาตลอด... ไอ้ที่เทอร์ร่าเนิร์ดพูดเหมือนอยากจะช่วยโลก แต่ตอนหลังนิสัยเปลี่ยนไป กลายเป็นฮาร์ทเลส... บางทีแกอาจจะได้รับผลพวงจากการที่ไคริหลงเข้าไปในโลกอีกด้าน (?)

- พอไคริ ริคุ แฟรีก้อดมาเธอร์ไปหาสเตลล่า (ขอเรียกแบบนี้ เพราะสเตลล่าก็มีความหมายเท่ากับดาวนิรนาม และมีสถานะเป็นคนรักของนายท้องฟ้ายามค่ำคืนเหมือนกัน) สเตลล่าบอกว่าถ้าริคุพูดถึงตึกระฟ้า เมืองที่เธอรู้จักก็คือ Quadratum ...

- อ่าว!!! ไม่ได้ชื่อชินจูกุเหรอออออออออออ

- สเตลล่าบอกว่าอยากจะช่วยโซระด้วย ริคุก็อยากจะช่วยสเตลล่า และสเตลล่าก็จะช่วยนำทางไปหาโซระได้ แฟรีก็อดมาเธอร์ก็บอกว่าทำไปตามนั้น แล้วสเตลล่าจะได้คืนร่าง

- เยนซิดบอกว่า ข้อมูลเรื่องโซระอยู่ใน "โลกอีกด้าน" ที่ได้มาจากเทอร์ร่าเนิร์ดนี่ แสดงว่ามันศึกษาเรื่องโลกอีกด้านมาพอตัว... แต่เซอานอร์ทดันเด๊ดห่าไปแล้ว ตอนนี้เลยไม่เหลือใครให้ถาม... เท่าที่เขาทราบ คนที่เคยไปโลกอีกด้านมาก่อน ก็มีแต่พวกคีย์เบลดมาสเตอร์ยุคโบราณ.... งั้นถ้าปล่อยให้พรรคพวกที่ Radiant Garden, สามระทมที่ Land of Departure, แก็งเบาหวานที่ Twilight Town ค้นหาโซระต่อไปก็ไลฟ์บอย

- เยนซิดสั่งหมาเป็ด ให้เดินทางไปบอกพวกเพื่อน ๆ ว่าให้หยุดตามหามั่วซั่วได้แล้ว, สั่งมิคกี้ให้ไปค้นคว้าเรื่องโลกอีกด้านและความเกี่ยวข้องกับคีย์เบลดมาสเตอร์ยุคโบราณ โดยมึงต้องไปหาข้อมูลที่ Scala ad Caelum

- จบปิ้ง แยกย้าย

โคตรสปอยล์!! สรุปเนื้อเรื่อง Kingdom Hearts : Melody of Memory

-: [โคตรสปอยล์ Alert] :-

ใครอยากเล่นเอง ก็ไว้รอเล่นเอง แต่สำหรับภาค MoM นี้ ผมคิดว่าไม่น่ามีอรรถรสหรือเซอร์ไพรส์ให้หวือหวามาก ก็เลยตัดสินใจว่าคราวนี้ผมไม่หลบสปอยล์ละกัน

ข้างล่างนี้สปอยล์หมดเปลือกทั้งเกม... ใครรอเล่นเอง ก็ข้ามไปนะครับ

- ไคริลืมตาตื่นขึ้นที่ Final World (พรมแดนสุดท้ายก่อนถึงความตาย) เราใช้ไคริเล่นเพลงท่องไปใน Final World

- ไคริเจ็บหัว มีภาพย้อนอดีตแล่นเข้ามา

- ภาพย้อนอดีตจากมุมมองสายตาของเธอสมัยยังเด็ก ที่ Radiant garden เธอวิ่งหนีพวกฮาร์ทเลสชาโดว์ แล้วเทอร์ร่านอร์ทร่างเนิร์ด (ที่เรียกตัวเองว่ากูคือเซอานอร์ท) ที่เป็นศิษย์อันเซมแล้ว มาช่วยหิ้วเธอไป

- เทอร์ร่านอร์ท-เนิร์ด พามาที่ห้องทดลอง บอกว่าในไม่ช้าโลกนี้ก็จะถูกความมืดกลืนกิน แต่หากไคริมีพลังของเจ้าหญิงแห่งแสงอยู่จริง หัวใจของเธอจะเชื่อมโยงกับหัวใจของผู้ใช้คีย์เบลด ทำให้เทอร์ร่านอร์ทพบตัวผู้ใช้คีย์เบลดได้ และนั่นคือหนทางเดียวที่จะช่วยโลกได้

- เทอร์ร่าเนิร์ด (เรียกแบบนี้ละกัน) เตือนไคริว่า แต่หากไคริหลงเข้าไปยังโลกที่ไม่ใช่ทั้งแสงสว่างหรือความมืด แต่เป็นที่ไหนสักที่ ในอีกด้านหนึ่ง งานของเธอก็จะยากแล้ว ถ้าเป็นแบบนั้น ให้ทิ้งการค้นหาซะ ถือว่าเราลืมเหลวแล้ว ว่าแล้วเทอร์ร่าเนิร์ดที่ยัดไคริเข้าไปในเครื่อง Ark ก็กดปุ่มเดินเครื่อง

- ผมคุ้น ๆ ว่า Key Word โลกอีกด้านหนึ่ง เคยมีการพูดถึงแล้วครั้งหนึ่ง แต่ผมจำไม่ได้ว่าใครพูด และพูดเมื่อไหร่.... (น่าจะเป็น MoM)

- ไคริในปัจจุบันได้สติ พบว่าตัวเองยังอยู่ที่ Final World เหมือนเดิม

- ไคริเจอมาสเตอร์เซอานอร์ท เธอรู้ว่านี่ไม่ใช่ตัวจริง แต่ก็นึกโกรธแค้นกับสิ่งที่มาสเตอร์เซอานอร์ททำไว้ แล้วก็เข้าไปโจมตีเขา แต่ก็สู้ไม่ได้

- มาสเตอร์เซอานอร์ท บอกว่าไคริกำลังใช้ความทรงจำตัวเองตามหาโซระ แต่ไม่มีประโยชน์ เพราะคำตอบมันอยู่ในความทรงจำที่เธอลืมไปนานแล้ว

- มาสเตอร์เซอานอร์ท กำลังจะปลิดชีพไคริ แต่แล้วไคริก็เรียก Kingdom Key ออกมาป้องกันการโจมตีได้ แล้วไคริก็กลายร่างเป็นโซระ!? เซอานอร์ทบอกว่าตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าหัวใจของเจ้าอยู่ที่ไหน

- Final Boss – โซระร่าง KH III สู้กับมาสเตอร์เซอานอร์ท ด้วยเพลง Dark Domination

- ชนะแล้ว โซระจะกลับคืนร่างเป็นไคริ มาสเตอร์เซอานอร์ทบอกว่าคำตอบนั้นอยู่ในคำพูดที่เขาบอกไว้ ในวันที่พบกันที่ Radiant Garden

- ไคริตื่นขึ้นในห้องทดลองของอันเซม โดยมีเอเวน เยนโซ อันเซม ช่วยกันวิเคราะห์คำพูดของเซอานอร์ท แต่ก็ไม่เข้าใจ

- อันเซมบอกว่าโลกที่ไม่ใช่ทั้งแสงสว่างและความมืด แต่เป็นอีกด้านหนึ่ง.... อาจจะเป็น Unreality ของโลกที่สมมติขึ้นมา (Fictional World) **อย่างโลกของโยโซระ ที่เป็นเรื่องสมมติในดาว Toy Story

- ริคุเข้ามาบอกว่า เงื่อนงำที่เขาได้จากความฝัน คือเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้า

- แฟรีก็อดมาเธอวาร์ปตามมาสมทบ แล้วบอกว่าเยนซิดส่งมาให้ข้อมูลใหม่ว่าการตามหาโซระ จะต้องใช้เงื่อนงำ 3 อย่าง คือความฝันของริคุ, ความทรงจำของไคริ และ...

- ตัดแว้บข้ามเข้ามาใน Final World ….แฟรีก็อดมาเธอร์ ไคริ ริคุ เข้ามาหาดาวนิรนาม (คนรักของโยโซระ) คือเงื่อนงำสุดท้าย ซึ่งเป็นคนที่มาจากโลกอีกด้านหนึ่ง เธอยังคงเป็นร่างดาวอยู่ กลับเป็นมนุษย์ไม่ได้

- ริคุใช้พลัง Power of Waking กับดาวนิรนาม เปิด Portal ไปสู่โลกใหม่ (อิหยังวะ!? พลังบ้าอะไร ใช้ทั้งเปิดประตูกาลเวลาได้ ปลุกหัวใจ ฟื้นฟูหัวใจได้ แล้วยังจะใช้เปิดทางไปสู่ดาวใหม่ได้...!? มั่วไปหมดแล้วววว)

- ไคริอยากจะตามไปโลกใหม่ด้วย แต่เธอรู้ว่าตัวเองยังอ่อนแอ ไม่เข้มแข็งพอ เลยจะกลับไปฝึกวิชาต่อ

- ริคุเข้า Portal ไป การเดินทางครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

- ขึ้น Credit เป็นเพลง Dearly Beloved ด้วยเราเล่นเป็นโซระ และมีตัวละครอื่น ๆ อยู่รอบ ๆ

- ฉากหลังเครดิต ที่หอคอยเยนซิด เยนซิดอยู่กับ หมา เป็ด และไคริ

- เยนซิดบอกว่าพอเซอานอร์ทเดี้ยงไปแล้ว เลยไม่มีใครให้เราสอบถามเรื่องโลกอีกด้านหนึ่งได้อีกแล้ว แต่คีย์เบลดมาสเตอร์ยุคโบราณ เคยเดินทางไปยังโลกอีกด้านมาก่อน (ก็น่าจะพวก MoM และโหร นั่นแหละ) นั่นก็เป็นหนทางที่จะทำให้เรารู้เรื่องของโลกอีกด้านมากขึ้น แต่ก่อนอื่น ก็จะต้องรู้เรื่องของพวกคีย์เบลดมาสเตอร์ยุคโบราณก่อน

- เยนซิดมอบภารกิจใหม่ ให้หมากับเป็ด ไปอัปเดตข้อมูลปัจจุบัน ให้เพื่อนผู้ใช้คีย์เบลดที่เหลือทุกคนซึ่งกำลังตามหาโซระทราบ (ทำไมมึงไม่ใช้โทรศัพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพท์)

- ไคริออกไปฝึกวิชา โดยคราวนี้ไปเรียนกับอควอ

- มิคกี้เริ่มรวบรวมข้อมูลเรื่องโลกอีกด้าน และความเกี่ยวข้องกับคีย์เบลดมาสเตอร์ยุคโบราณ

- ในขณะที่ริคุไปยังโลกใบใหม่ (ซึ่งก็น่าจะชิบุยะ+ชินจูกุ ตามที่เห็นในฝัน), ไคริไปหาอควอ, มิคกี้ก็ออกเดินทางไปยัง Scala ad Caelum

====== An Oath to Return ======

สรุปว่า ไม่มีอะไรเกี่ยวกับ MoM เลย อีโนะะะะะะะ 🤣😂🤣😂🤣😂😂 อีเลวววว

https://old.reddit.com/r/KingdomHearts/comments/joqkuo/i_have_khmom_full_game_ama/gbrt2vh

Tuesday, November 10, 2020

Kingdom Hearts - Dark Road : Episode 3 The Purpose of the Journey


Kingdom Hearts - Dark Road : Episode 3 The Purpose of the Journey

- ต่อจากตอนที่แล้วที่พวกเซอานอร์ท 6 คน กำลังตามหาผู้ใช้คีย์เบลดคลาสชั้นสูงที่หายตัวไป 7 คน โดยแยก 3 คนไปค้นหาที่ดาวอื่น ส่วนเซอานอร์ท เอราคุส กับเพื่อนอีกคน (แล้วแต่เราเลือก) จะค้นหาในวันเดอร์แลนด์ต่อ

- เซอานอร์ทย้อนอดีต นึกถึงตอนออกเดินทางจาก Destiny's Islands ครั้งแรก เขาได้เดินผ่าน CoD (Corridor of Darkness) ที่ผีกระสอบ (ร่างฮาร์ทเลสของตัวเองในอนาคต) เปิดให้

- เซอานอร์ทรู้สึกถึงความมืดที่โถมเข้าหาตัวเขาเป็นระยะ และได้ยินเสียงกระซิบประหลาดดังระงมไปทั่ว เสียงเหล่านั้นไปกระตุ้นอารมณ์ในจิตใจ ก่อเกิดเป็นคำพูด เขาก็ไม่รู้ว่านี่เป็นความมืดของคนอื่น.. อารมณ์ของคนอื่นรึเปล่า? ไอ้ความรู้สึกชิงชัง ริษยา กังขา ต่าง ๆ ที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน.... ตอนนั้นเขาไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร แต่ภายหลังก็รู้ว่า มันคือความมืดจากคนที่เขายังไม่ได้พบเจอ แถมบางส่วนก็มุ่งมาที่เขาโดยตรง... เซอานอร์ทเองก็ไม่รู้ว่าการที่ตัวเองตกเป็นเป้าหมายของความมืดจากหัวใจใครสักคย เขาจะรับมือไหวมั้ยวะ?

- เซอานอร์ทเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่าง ก่อตัวขึ้นในใจ แล้วก็คิดว่าถ้าเดินใน CoD แบบนี้ต่อไป ไม่ว่าหัวใจของใคร ก็คงโชกไปด้วยความมืดแน่นอน แต่เอาเถอะ ไม่ว่ามันจะเป็นอารมณ์ชั่วร้ายของใคร อย่างน้อยมันก็ทำให้เซอานอร์ทสบายใจได้ว่า หัวใจของเขายังมีความรู้สึก...

- แต่ตอนนั้นเขาไม่รู้เลยว่าอะไรที่รออยู่ในภายภาคหน้า มันมีสิ่งที่น่าหวาดเกรงยิ่งกว่าความมืดอยู่... นั่นก็คือ ความว่างเปล่า

--------------------------------------------------
วิพากษ์
--------------------------------------------------

- เราไม่เคยได้เห็นการบรรยายความรู้สึกของคนที่เดินผ่าน CoD อย่างละเอียดมาก่อนเลย เต็มที่ก็แค่ใน Secret Ansem's Report ซึ่งไม่ละเอียดเท่าไหร่ แต่อันนี้ละเอียดกว่ามาก

- เซอานอร์ทรู้สึกว่ามีความมืดของใครก็ไม่รู้ โถมซัดเข้าใส่ตัว และกระตุ้นอารมณ์ในจิตใจ หากปล่อยไว้แบบนี้ ต้องโดนความมืดแดกแน่นอน -> สอดคล้องกับที่ Secret Ansem's Report 7 ที่อันเซมก็บรรยายคล้ายกัน และเป็นเหตุผลให้เขาต้องสร้างชุดคลุมดำ ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันความมืดขึ้นมา ทำให้สามารถเดินทางผ่าน CoD ได้อย่างปลอดภัย (https://kingdomhearts.fandom.com/wiki/Ansem%27s_Reports)

- และก็สอดคล้องกับ Xehanort's Report 2 ที่เซอานอร์ทบอกว่ามาสเตอร์เลยสั่งให้ใส่เกราะเพื่อป้องกันความมืดไว้ แต่เขาคิดว่า ถ้าสามารถควบคุมความมืดได้ ก็ไม่จำเป็นต้องใส่เกราะแต่อย่างใด (https://kingdomhearts.fandom.com/wiki/Xehanort%27s_Report)



กลับมาปัจจุบัน

- เจอ NPC เตือนเรื่องความขี้สงสัยจะนำไปสู่อันตราย ซึ่งเพื่อนก็จะบอกว่าทั้งเอราคุสและเซอานอร์ท เป็นคนขี้สงสัยด้วยกันทั้งคู่

- เจอพวก NPC เพี้ยน ๆ

- เซอานอร์ทบอกราชินีทรงอำนาจในโลกนี้ ทุกคนหวาดกลัวเธอ ความหวาดกลัวนั้นเป็นรากฐานกฎระเบียบของโลกนี้

- เพื่อนบอกว่าพวก Tweedles ไม่เกรงกลัว ไม่มีความมืดปรากฏขึ้นในใจ และรู้แล้วว่าเซอานอร์ทอยู่โลกนี้ต่อเพื่อจะหาข้อมูลราชินีเพิ่ม เซอานอร์ทก็สงสัยว่าเราอาจจะได้ข้อมูลของเพื่อนที่หายตัวไปจากที่แห่งนี้ ซึ่งจากปฏิกิริยาของราชินี้ แปลว่านานมาแล้วที่ไม่ได้มีคนนอกอย่างเรา ๆ หลงเข้ามา ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าความมืดเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้รึเปล่า แต่การที่ผู้ใช้คีย์เบลดหายตัวไปพร้อมกัน 7 คน หากเราไล่ตามความมืดไปก็อาจได้พบกับความจริง 

- พวกเซอานอร์ทให้แมวเชสเชอร์ ช่วยนำทางไปหาราชินี


- พอไปหาราชินี ราชินีเข้าใจว่าเซอานอร์ทจะมารับโทษ เลยบอกว่าให้รอพรุ่งนี้ก่อน เพราะที่นี่จะมีคำพิพากษาวันละครั้ง

- เซอานอร์ทบอกว่าเขาแค่อยากเจรจาด้วย เอราคุสเสริมว่าเขาเข้าใจและเคารพสถานะของราชินีซึ่งเป็นผู้ปกครองดินแดนนี้ เพียงแต่อยากสอบถามอะไรหน่อย

- ราชินีไม่คุยกับเซอานอร์ทที่มาดนิ่ง แต่ยอมคุยกับเอราคุส ที่พูดจาให้ความเคารพกว่า

- เอราคุสบอกว่าราชินี้เป็นคนกำหนดแนวทางทุกอย่างของดินแดนนี้และทุกคนต้องเชื่อฟังเธอ เป็นความจริงหรือ? เขาสงสัยว่าหัวใจที่อยู่กับราชินีนั้น เป็นของราชินีจริง ๆ รึเปล่า? ราชินีก็ตอบว่าใช่สิ เธอเป็น Queen of Hearts นะ

- เซอานอร์ทกระทุ้งว่าแล้วความเย่อยิ่งนั้นล่ะ? เป็นของราชินีเอง หรือเป็นของปิศาจในตัวราชินี ควบคุมให้ทำแบบนั้น / เอราคุสเสริมว่าเขาไม่เชื่อว่าหัวใจของราชินีจะหยั่งรากลึกลงความมืด เขาเชื่อว่าหัวใจของทุกคนยึดถือแสงสว่าง

- ถึงตรงนี้ เงามืด ก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังราชินีอีกครา

- เอราคุสถามว่าราชินีรู้สึกยังไงอยู่ ราชินีบอกโกรธพวกเด็กเหลือขอสอดรู้สอดเห็นอย่างพวกเข้า โกรธพวกงี่เง่าไร้ประโยชน์รอบตัว / เซอานอร์ทเลยสรุปว่าความมืดของราชินีเกิดมาจากความโกรธ


เซอานอร์ทนึกย้อนถึงตอนนั่งเรียนในคลาสกับโวเดน

- เฮอร์ม็อด ยกมือถามว่าความมืดเกิดจากตัวคนเราเองใช่มั้ย? มาสเตอร์ตอบว่า บางส่วนน่ะใช่ (แปลว่าบางกรณี เราก็อาจได้รับความมืดภายนอกตัวเข้าไป) เมื่อครั้งโบราณ ความมืดได้หลบซ่อนในตัวผู้คน และเข้าครอบงำควบคุมอารมณ์ของพวกเขา ผู้คนกลายเป็นเพียงภาชนะ แล้วความมืดก็แพร่กระจายออกไปกว้างไกล ติดกันอย่างโรคระบาด

- โวเดนกล่าวต่อว่า เมื่อเวลาผ่านไป อะไร ๆ ก็เปลี่ยนไป หัวใจของผู้คนก็ให้กำเนิดความมืดขึ้นเองได้ นั่นก็คือฮาร์ทเลส กายสภาพของความมืดในหัวใจของผู้คน ความมืดกับหัวใจก็พัวพันกันมานาน

- เอราคุสบอกว่าไม่เห็นต้องไปตั้งชื่อแยกเลย (ระหว่างฮาร์ทเลส กับความมืด) ยังไงก็เหมือน ๆ กันหมด

- อูลถามว่าแล้วความมืดเกิดขึ้นได้มาจากผู้คนได้ยังไง? โวเดนตอบว่ามันเป็นการสำแดงของอารมณ์ด้านลบในตัวคนเรา (manifest of negative emotion - นิยามเดียวกับพวกอันเวิร์สเลย) กับที่ เช่นความโลก โกรธ ริษยา ส่วนใหญ่ก็สามารถควบคุมอารมณ์ส่วนลึกของเราได้ แถมบางส่วนยังเปลี่ยนมนุษย์อย่างเรา ๆ เปลี่ยนตัวตนและสิ่งที่เราเป็นไป


กลับมาปัจจุบัน

- ราชินีโวยวาย บอกให้เอาพวกมัน (เซอานอร์ท เอราคุส เพื่อน) ไปตัดหัววว แล้วความมืดด้านหลังราชินี ก็พุ่งออกมากลายเป็นฮาร์ทเลสสีแดงตัวยักษ์ (Furious Reaper) รูปร่างคล้ายตัวที่สู้ตอนก่อน (Fairy Reaper) แต่พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น

- ทั้งสามไม่รู้ว่านี่คือความมืดในใจของราชินีเองรึเปล่า เป็นเจตจำนงค์ของเธอเองหรือไม่? แต่ราชินีก็ย้ำว่าเธอบอกแล้วว่าหัวใจของเธอ ก็คือของเธอเอง แล้วราชินีก็ทหารก็หนีไป ปล่อยให้ทั้งสามรับมือกับฮาร์ทเลสเอง

- หลังชนะได้ เซอานอร์ทแนะนำว่าเราควรกลับไปรวมตัวและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเพื่อน ๆ ที่เหลือ


- ทั้ง 6 รวมตัวกันที่ Scala ad Caelum อีกครั้ง เพื่อน ๆ ก็สรุปกันว่าความมืดคือเบาะแสที่เราต้องไล่ตาม เซอานอร์ทบอกว่าแสงสว่างเพียงจุดเดียว ก็สามารถทอดเงามืดออกไปได้มากมาย แล้วทุกคนก็มองขึ้นไปดูแสงสว่างหนึ่งเดียวจากฟากฟ้า แล้วก้มลงมองเงามากมายที่เท้าของทุกคน

- เซอานอร์ทบอกว่าในฐานะผู้พิทักษ์แสงสว่าง พวกเราเองก็คงเหมือนกัน ยิ่งเราท่องไปยังโลกต่าง ๆ ความมืดก็ยิ่งทอดตามมา

- เวียร์ถามแทรกว่างี้หมายความว่า พวกเราเป็นเหตุผลที่ความมืดเกิดขึ้นมารึเปล่าเนี่ย? เซอานอร์ทตอบว่ามันก็เป็นแค่ทฤษฎี

- บรากิคิดว่างี้สงสัยพวกเพื่อนจากคลาสชั้นสูงที่หายตัวไป ก็คงเพราะไปดึงดูดความมืดเข้าหา / เวียร์สงสัยว่าความมืดมันซ่อนในตัวคนได้ งี้คงไม่ง่ายเลยที่จะตามรอยได้ มันไม่เหมือนการไล่ตามฮาร์ทเลส

- บรากิทวนคำสอนของโวเดนให้ฟังว่า เมื่ออารมณ์ด้านลบในส่วนลึกของหัวใจคนเรางอกเงยขึ้นจนทนไม่ไหว ความมืดก็จะถือกำเนิดขึ้น แต่นี่เราก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่ากรณีของราชินี ความมืดนั้นเป็นของเธอเอง หรือเธอรับเข้ามาโดยไม่รู้ตัว

- เซอานอร์ทบอกว่าบอกตามตรงเขาคิดว่านั่นไม่ใช่ประเด็นแล้ว เพราะยังไงความมืดก็คือความมืด (ไม่ต้องไปสนว่ามาจากไหนหรือของใคร) ในโลกนั้นราชินีขี้เหวี่ยงเป็นผู้คุมกฎ ดังนั้นหลักที่ว่าแสงสว่างคือความถูกต้อง ความมืดคือสิ่งที่ผิด ก็ไม่จริงเสมอไป มันก็แล้วแต่ใครจะมองยังไง

- เอราคุสของขึ้น แย้งว่าไม่จริง ความมืดก็คือสิ่งที่ชั่วร้ายตลอดมา อย่าลืมว่าเราคือผู้พิทักษ์แสงสว่าง และเรามีหน้าที่ต้องปกป้องมัน

- เซอานอร์ทบอกว่าเขาเกรงว่าหากพวกคนที่หายตัวไป ไปเผชิญหน้ากับความมืด แล้วความมืดก็เป็นกฎของโลกใบนั้น (เหมือนที่พวกเซอานอร์ทไปเจอกับราชินี) พวกคนที่หายตัวไปก็อาจจะโดนกำจัดไปแล้ว

- เฮอร์ม็อดเข้ามาปลอบเอราคุสให้ใจเย็น เรามีหน้าที่ต้องตามหาพวกเขาให้เจอตามที่โวเดนขอมา แต่ถ้าการตามหาพวกเขาจะทำให้เราต้องเจาะลึกลงไปในปริศนาของความมืด เราก็ต้องทำ ตามนั้นเครนะ (ทุกคนพนักหน้า)


1 สัปดาห์ต่อมา

- บัลด์ที่ตอน 1 และ 2 ไม่อยู่ เพราะโวเดนส่งไปทำภารกิจอื่น ได้กลับมายัง Scala ad Caelum แล้ว (โวเดนให้ปิดบังเรื่องที่พี่สาวของบัลด์ ซึ่งเป็นนักเรียนในคลาสชั้นสูง หายตัวไป)

- บัลด์บอกว่าพี่สาวเขาออกไปทดสอบเป็นมาสเตอร์ฯ แต่เขารู้สึกใจคอไม่ดีเลย 

- เอราคุสแทรกว่าควรจะตื่นเต้นกับพี่สาวไม่ใช่เหรอ ตัวเอราคุสเองยังอดใจรอที่จะได้อออกไปข้างนอก Scala บ้างแทบไม่ไหวแล้ว... >>> ซึ่งนี่เป็นการเนียนโกหก เพราะพวกเอราคุสได้เรียนรู้วิธีเดินทางข้ามดาวจากโวเดน และได้ออกไปนอก Scala แล้ว แต่โวเดนสั่งให้ปิดบังไม่ให้บัลด์รู้เรื่องที่พี่สาวหายไป และปิดบังบัลด์เรื่องที่ให้เด็ก 6 คนออกไปตามหา เอราคุสเลยต้องโกหกแบบนั้น

- บัลด์บอกว่าก่อนพี่สาวจะออกเดินทาง พี่บอกว่าคนที่กลับมาได้ จะได้แต่งตั้งเป็นมาสเตอร์ฯ 

- เอราคุสบอกว่า ฟังดูเหมือนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะได้กลับมายังไงยังงั้น... บัลด์ก็ว่าฟังดูไม่เหมือนการเดินทางเพื่อขยายวิสัยทัศน์ (อย่างที่โวเดนพูดในตอนแรกเลย) บางทีไอ้การเดินทางนี่แหละคือการสอบ? แต่มันก็ฟังดูไม่เหมือนการสอบเป็นมาสเตอร์ฯ ทั่ว ๆ ไปที่เราเคยรู้กันมาก่อน

**แปลว่าการสอบเป็นมาสเตอร์ฯ คราวนี้ ไม่เหมือนครั้งก่อน ๆ และไม่ได้ให้เดินทางเพื่อขยายวิสัยทัศน์ แต่ให้ไปทำภารกิจบางอย่าง และเป็นการสอบไปในตัวด้วย

- เอราคุสฟังแล้วก็ยิ่งสงสัย อยากจะไปถามโวเดน แต่ก็ไม่รู้ว่าอาจารย์จะยอมตอบมั้ย

- บัลด์ก็กลัวว่าพี่สาวจะแพ้พ่ายให้กับความมืด กลัวว่าจะไม่ได้เจอหน้าพี่สาวอีกครั้ง... แล้วบัลด์ก็ทักว่าปู่ของเอราคุสก็เคยต่อสู้กับความมืดใช่มั้ย เขาก็เลย...

- เอราคุสขัดขึ้นว่าเขาเองก็ไม่รู้ว่าที่จริงเกิดอะไรขึ้นกับปู่กันแน่ แต่พอได้ยินคำว่าความมืด ก็รู้สึกร้อนใจ บางทีไอ้การเกลียดความมืดนี่คงฝังลึกอยู่ในสายเลือดของเขา

- บัลด์ก็ขอโทษนะ ไม่ได้อยากจะชวนพูดเรื่องที่น่าเจ็บปวด... เอราคุสก็รีบปัดว่าไม่ต้องห่วง โอเค

- เอราคุสจบท้ายว่า ไม่ต้องห่วงนะ พี่สาวนาย ต้องปลอดภัยแน่...

--------------------------------------------------
วิพากษ์
--------------------------------------------------

- หลับ... เนื้อหาออกมาตั้งแต่พฤหัสฯ แล้ว แต่ทำให้ผมไม่รู้สึกอยากจะอ่านหรือติดตามได้เลย...

- เล่าเรื่องเอื่อย สับสน ไม่รู้เรื่อง.... จังหวะคัตซีนก็ช้า ยืดยาดไปหมด

- ใจความมีกระจึ๋งเดียว คือการปูที่มาของความมืด ที่จะเป็นเผ่าพันธุ์ศัตรูใหม่ และขยายเรื่องที่ MoM เคยเกริ่นไปแล้วว่าความมืดสามารถซ่อนในตัวคนได้ โดยคราวนี้ขยายว่า... ถึงเจอความมืดที่ซ่อนในตัวใครคนหนึ่ง มันอาจจะเป็นความมืดที่เกิดมาจาก negative emotion ของคนนั้นเอง (สังเกตว่าใช้ term - negative emotion แบบพวกอันเวิร์ส) หรือเป็นความมืดจากภายนอก ที่มาซ่อนในตัวคนนั้นก็ได้

- ออกจากวันเดอร์แลนด์ ย้อนกลับไปตกลงกับเพื่อนที่เหลือว่าพวกเราจะตามหาเบาะแสของผู้ใช้คีย์เบลดที่หายไป จากความมืดต่อ

- จากที่บัลด์บอกว่า พี่สาวออกเดินทางไปโดยบอกว่าคนที่กลับมาได้ จะได้รับการแต่งตั้งเป็นมาสเตอร์ฯ... ซึ่งมันฟังดูไม่เหมือนการให้ผู้ใช้คีย์เบลดออกเดินทางข้ามดาว "เพื่อขยายวิสัยทัศน์" ตามหลักสูตรเลย และมันไม่เหมือนการสอบเป็นมาสเตอร์ฯ ตามหลักสูตรอีกด้วย >>> ผมตีความว่ามันเกิดความผิดปกติบางอย่างขึ้น โวเดนเลยใช้ให้พวกผู้ใช้คีย์เบลดจากคลาสชั้นสูง 7 คน ซึ่งยังไม่เคยออกเดินทางข้ามดาวมาก่อน รวบรัดกระบวนการ... โดยทั้งให้ออกเดินทางข้ามดาว ไปทำภารกิจ และเป็นการสอบเป็นมาสเตอร์ฯ ไปในตัวด้วย

- หากจำกันได้ใน Re: Mind เซอานอร์ทก็เคยบอกไว้ว่า ปกติมันต้องได้ออกเดินทางทั่วจักรวาล เพื่อเปิดหูเปิดตาขยายวิสัยทัศน์ก่อน แล้วค่อยสอบเป็นมาสเตอร์ฯ ทีหลัง

- เอราคุสเองก็ยังช่วยปิดบังเรื่องที่พี่สาวของบัลด์หายตัวไป และก็เนียนตามที่โวเดนสั่ง (ให้ศิษย 6 คนออกตามหา ปิดบังโวเดนไม่ให้รู้ว่าพี่สาวหาย ป้องกันความวุ่นวาย เอราคุสก็เนียนทำเป็นเหมือนยังไม่ได้เรียนรู้วิธีเดินทางข้ามดาวที่โวเดนพึ่งสอนมา)

- ผมเคยย้ำหลายรอบ และอยากตอกอีกรอบว่า ใน KH III Ultimania โนะ ก็บอกว่าเอราคุสสืบเชื้อสายมาจากหนึ่งในแกนนำยูเรียนรุ่นที่ 2 >> ซึ่งดูจากสีและทรงผมแล้ว มันก็น่าจะเป็นเบรนที่สุดเนี่ยแหละ >> ซึ่งฟังจากบทสนทนาแล้ว เหมือนว่าเบรน/ปู่ของเอราคุส อาจจะโดนความมืดเล่นงานเข้าให้ เกิดเรื่องไม่ดีขึ้น แล้วก็ทำให้เอราคุสเกลียดความมืดฝังเข้าเส้นเลยทีเดียว

Monday, November 2, 2020

FFXVI เผยจิลเป็นเจ้าหญิงจากดินแดนที่ล่มสลายไปแล้ว

ทวีตภพของ FFXVI ให้ข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมนิดหน่อยว่า จิล มีสถานะเป็น "เจ้าหญิง" ของดินแดนทางตอนเหนือที่ได้ล่มสลายไปแล้ว  และถูกพาตัวมายังโรซาเรียเพื่อเป็นองค์ประกันสัมพันธไมตรีระหว่างสองชาติที่สู้รบกันมา

https://twitter.com/finalfantasyxvi/status/1323294043925704709

---------------------------------------

เดิมในเว็บไซต์หลักของเกมที่เปิดตัวสัปดาห์ก่อน ไม่ได้มีการระบุว่าจิลเป็นเจ้าหญิงไว้ แต่เราก็คาดหมายได้ว่า การที่เธอถูกใช้เป็นองค์ประกันสัมพันธไมตรีระหว่างสองประเทศที่ตีกัน (ก็น่าจะโรซาเรีย กับบ้านเกิดของจิลนั่นแหละ) แปลว่าเธอย่อมเป็นบุคคลสำคัญของประเทศนั้น ๆ ซึ่งก็ไม่แคล้วเป็นเจ้าหญิงนั่นแหละ

แฟน ๆ ค่อนข้างเชื่อกันว่าเธอก็น่าจะเป็นร่างทรงของศิวะ

คำถามน่าสนใจคือ ในฐานะตัวแทนของประเทศที่ล่มสลายไปแล้ว เธอจะยังมีความคิดแค้นต่อโรซาเรียมั้ย? ในเมื่อเธอก็เติบโตมาอย่างพี่น้องพร้อมกับโจชัวและไคลฟ

เธอจะอยากรวบรวมผู้คน ประกาศเอกราช คืนอธิปไตยให้กับดินแดนที่ล่มสลายไปแล้วมั้ยนะ?

FFXVI ระบุอิฟรีตเป็นอสูรมายาตัวที่ 9


วันก่อนในเว็บไซต์หลักของเกม Final Fantasy XVI

- JP บอกว่าไคลฟจะไปล้างแค้นอิฟรีตดำ (謎の召喚獣 黒きイフリート)

- Eng แปลว่าไคลฟจะไปล้างแค้น mysterious dark Eikon, Ifrit

ล่าสุดวันที่ผ่านมา ทวีตภพหลักของเกมเวอร์ชั่น Eng ดันเขียนประโยคเดียวกันใหม่ว่า mysterious ninth Eikon, Ifrit


ทำไมเปลี่ยนจาก Dark -> ninth?


แปลว่าในโลกนี้มีสัตว์อสูรที่เป็นที่รู้จักกันของมนุษย์อยู่แล้ว 8 ตัว? แล้วอิฟรีตดำโผล่มาเป็นตัวที่ 9 อย่างเป็นปริศนา?

https://twitter.com/finalfantasyxvi/status/1322554169555824641

ซาคุไรเผย! ขนลุกซู่ตอนที่รู้ว่าความหมายที่แท้ทรูของ Remake คืออะไร...


จากหนังสือ Final Fantasy VII Remake Material Ultimania ที่วางจำหน่ายวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา

มีช่วงหนึ่งที่เป็นการสัมภาษณ์ผู้พากย์เสียงคลาวด แอริธ และเซฟิรอธ ด้วยคำถามน่าสนใจว่า

Q: รู้สึกยังไงกัน ตอนที่ได้ยินว่า Remake จะมีเนื้อเรื่องที่แตกต่างไปจาก FFVII ทั้งภาคออริจินอลและ Crisis Core นิดหน่อย?

ทาคาฮิโระ ซาคุไร (คลาวด์) : บอกตามตรงว่าผมเซอร์ไพรส์มาก เมื่อถึงช่วงบันทึกเสียงกัน ผมก็ได้รับข้อมูลมากขึ้น ซึ่งเกมนี้มันไม่เพียงนำเสนอด้วยกราฟิกที่สวยงามจากเทคโนโลยีล่าสุดเท่านั้น แต่โลกของ Remake มันไม่ได้แค่บิดไป แต่มัน Reborn ขึ้นใหม่... จำได้เลยว่าตอนที่ผมได้รู้ซึ้งถึงความหมายที่แท้จริงของคำว่า "Remake" ผมถึงกับขนลุก

มาอายะ ซามาโมโตะ (แอริธ) : จำได้ว่าฉันเคยคิดว่าภาค Remake จะทำให้เราสามารถเจาะลึกลงไปเนื้อเรื่องได้มากขึ้น ด้วยการนำเสนอองค์ประกอบทั้งสิ่งใหม่และสิ่งที่ชวนคิดถึง ทว่า ฉันรู้ว่าเนื้อเรื่องของ Remake แตกต่างไปจากเกมภาคออริจินอล แต่ Crisis Core ก็ด้วยเหรอ? ฉันไม่รู้มาก่อนเลยจริง ๆ ...! อาจเพราะฉันได้ยินเนื้อเรื่องมาเพียงบางส่วนเท่านั้น จึงไม่รู้เลยว่าภายภาคหน้านั้นจะมีอะไรรออยู่

โทชิยูคิ โมริคาวะ (เซฟิรอธ) : ผมว่ามันอยู่ที่ขอบเขต (ว่าจะต่างออกไปขนาดไหน) แต่ในแง่การทำงานแล้ว มันย่อมดีกว่าการทำซ้ำของเดิม มันเป็นอะไรที่แปลกใหม่ และทำให้ผมตื่นเต้นมาก

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1322936713052737537

---------------------------------------------

แวบแรกผมอ่านแล้วคิดว่า ไอ้ความหมายแท้จริงของ Remake ที่โนะพูดไว้ในอัลติมาเนีย ว่าตอนนี้ยังเฉลยไม่ได้ แต่อีก few years ค่อยมาถามใหม่.... แกบอกซาคุไรไปแล้วรึเปล่านะ...

แต่แวบสอง คิดว่าโนะอาจจะยังไม่ได้บอกซาคุไร แต่ซาคุไรสรุปเอาเอง และคิดเองเออเองว่าใช่ ต้องใช่แน่ ๆ ....

เอาเป็นว่าซาคุไรจะรู้จริงรึเปล่า? ก็สรุปไม่ได้ แต่ที่แน่ ๆ แกก็อิหยังวะไปแล้ว

Sunday, November 1, 2020

ฉากดวลเซฟิรอธใน FFVII Remake สื่อว่ารวมพลัง และ อนาคตถูกเปิดกว้าง

จากหนังสือ Final Fantasy VII Remake Material Ultimania ที่วางจำหน่ายวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา

คุณซาคาเนะ ทีมงานตำแหน่ง Lead Battle Designer บอกว่าการต่อสู้ระหว่างคลาวด์และเซฟิรอธในช่วงสุดท้ายของเกมภาคออริจินอล ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้เล่นอย่างมาก เราจึงอยากจะให้การต่อสู้ (กับเซฟิรอธ) ในภาครีเมค เริ่มต้นด้วยการดวลตัวต่อตัวระหว่างทั้งสองคน

หลังจากนั้นหลายสิ่งหลายอย่างก็ค่อย ๆ ถูกต่อเติมลงไปในการต่อสู้กับเซฟิรอธ ซึ่งการจะผสมทุกอย่างรวมเข้าไปด้วยกันก็ยากเอาเรื่องทีเดียว

ขณะที่คุณโจวชิ ทีมงานตำแหน่ง Lead Battle Designer อีกคน ก็บอกว่าการต่อสู้กับเซฟิรอธอยู่ในโค้งสุดท้ายของเกมแล้ว เราจึงยืมพลังจากทีมงานทุกภาคส่วนมาช่วยกันสร้างฉากนี้ให้มีเอกลักษณ์และเน้นเป็นพิเศษ

การต่อสู้ครั้งสุดท้ายในภาคออริจินอล เมื่อการต่อสู้ดำเนินไป ปาร์ตี้ของผู้เล่นจะเล็กลงเรื่อย ๆ (เซฟิรอธร่างแรกโดน 3 ปาร์ตี้รุม, ร่างสองสู้กับปาร์ตี้เดียว และร่างสุดท้ายสู้กับคลาวด์ตัวต่อตัว) ทว่าการต่อสู้ในฉบับรีเมค เหตุการณ์กลับตาลปัตรเมื่อสมาชิกในปาร์ตี้เข้ามาช่วยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

การที่พวกของคลาวด์มาช่วยเขาในการต่อสู้นั้น เราต้องการจะสื่อว่า "รวมพลัง" และ "อนาคตได้ถูกเปิดกว้างออกไป"

https://twitter.com/aitaikimochi/status/1322538440030760962/photo/2