Friday, December 7, 2007

คดี IVY ได้ข้อสรุปแล้ว!


คดีของ IVY นักร้องในเกาหลีที่นำฉาก CG ที่ทิฟาสู้กับรอสใน Advent Children ไปดัดแปลงและใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้าง MV ของเพลง Temptation Sonata ออกมา โดยแม้ว่าในช่วงท้ายของ MV นั้นจะมีการให้เครดิต Square Enix เอาไว้ แต่ก็เป็นการนำงานของ Square Enix ไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตอยู่ดี เรื่องนี้ยุติลงที่ทางบริษัทต้นสังกัด Fantom Entertainment Group ถูกปรับเงินจำนวน 10 ล้านวอน (1.195 ล้านเยน) ส่วนโปรดิวเซอร์ก็โดนไป 6 ล้านวอนครับ (717,000 เยน)

Wednesday, December 5, 2007

Aerith Timeline

 Aerith Timeline

เป็นบทความที่เว็บ Advent Children แปลมาจากหนังสือ FFVII 10th Anniversary Ultimania และผมก็นำมาแปลต่อเป็นภาษาไทยครับ

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=


[ μ ] - εуλ 1985 – 7 กุมภาพันธ์
・วันเกิดของแอริธ

27 กุมภาพันธ์
・ที่ไอซิเคิลลอดจ์ ศจ.กัสต์ผู้เป็นพ่อของแอริธถูกฆ่าตายด้วยฝีมือของกองทัพตามคำสั่งของโฮโจ หลังจากนั้นเธอถูกพาตัวไปยังที่กักตัวภายในตึกชินระพร้อมกับอิฟาลน่าผู้เป็นแม่

μ ] - εуλ 1992
・ภายในเมืองมิดการ์ แอริธที่ในตอนนั้นมีอายุได้ 7 ปีได้หนีออกมาจากตึกชินระพร้อมกับแม่ของเธอ ทว่าอิฟาลน่ากลับเสียชีวิตลงที่สถานีสถไฟของเขต 7 หลังจากนั้นเอลมัยร่าได้รับแอริธไว้และเลี้ยงดูเธอในฐานะลูกบุญธรรม

ν ] - εуλ 0000
・ภายในเมืองมิดการ์ แอริธที่มีอายุได้ 15 ปีได้พบกับแซ็คที่โบสถ์ของเขต 5 หลังจากนั้นทั้งสองก็กลายเป็นเพื่อนสนิทต่อกัน

ν ] - εуλ 0002/8/9
・ภายในเมืองมิดการ์ แอริธที่มีอายุได้ 17 ปีได้รับความช่วยเหลือจากเหล่าเทิร์คหลังจากที่เธอได้บอกปัดข้อเสนอในการให้ความช่วยเหลือกับพวก AVALANCHE  ไป

ν ] - εуλ 0007/12/9
・ภายในเมืองมิดการ์ แอริธที่มีอายุได้ 22 ปีได้พบกับคลาวด์โดยบังเอิญขณะที่เธอกำลังขายดอกไม้อยู่ในเขต 8 หลังจากที่คลาวด์พึ่งวางระเบิดเตาปฏิกรณ์เขต 1 เสร็จไปหมาดๆ

・แอริธพบกับคลาวด์อีกครั้งในตอนที่เขาตกลงมาจากเขต 5 คลาวด์ในตอนนั้นได้ร่วงลงมาทะลุหลังคาของโบสถ์ แอริธได้ขอให้คลาวด์ช่วยเป็นบอดี้การ์ดคุ้มกันเธอกลับไปยังบ้าน แลกกับการเดทกับเธอ 1 ครั้ง

・ขณะที่คลาวด์และพรรคพวกกำลังพยายามหยุดยั้งการถล่มของเพลทในเขต 7 แอริธได้รับหน้าที่ให้คอยดูแลมาลีน ทว่าหลังจากนั้นทั้งสองก็โดนชินระจับกุมตัว แอริธตกลงยอมที่จะไปยังตึกชินระดีๆ เพื่อแลกกับความปลอดภัยของมาลีน

・คลาวด์และพรรคพวกถูกขับยัดเข้าซังเตระหว่างพยายามช่วยแอริธออกมาจากตึกชินระ ทว่าพวกเขาก็ได้ใช้โอกาสที่เซฟิรอธสังหารประธานชินระหลบหนีออกไปนอกเมือง คลาวด์และพลพรรคตัดสินใจตามล่าเซฟิรอธไป

・ที่วิหารชนเผ่ายุโบราณ แอริธได้รับรู้ถึงแผนการณ์ที่เซฟิรอธจะเรียกเมเทโอมายังโลก เธอรู้ว่าเธอจำเป็นต้องหยุดยั้งมันให้ได้ จึงตัดสินใจแยกตัวออกจากกลุ่มเพื่อสะสางเรื่องนี้ด้วยตัวเธอเพียงคนเดียว

・ที่นครที่ถูกลืมเลือน แอริธได้ส่งคำอธิษฐานในการขอใช้โฮลี่ไปยังดวงดาว หลังจากนั้นเธอก็เสียชีวิตด้วยน้ำมือของเซฟิรอธ

ν ] - εуλ 0008 - มกราคม
・แอริธใช้พลังของไลฟ์สตรีมช่วยหยุดยั้งการตกลงมาของเมเทโอ


ในภาค Advent Children

・ที่นครที่ถูกลืมเลือน แอริธได้ปรากฏตัวให้คลาวด์เห็นในโลกวิญญาณ เธอพยายามช่วยเยียวยาความเจ็บปวดจากบาปและความรู้สึกผิดในใจของคลาวด์

・ที่มิดการ์ เธอร่วมมือกับทุกคนในการต่อสู้กับบาฮามุทชิน มอบพลังเพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ป่วยจากอาการรอยปานดวงดาว 
และช่วยหาทางทำให้คลาวด์กลับเป็นปกติดังเดิม


=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

Tuesday, October 30, 2007

Compilation of FFVII Timeline

 CRISIS CORE -FINAL FANTASY VII- Related Chronology

* เป็นบทความที่เว็บ Advent Children แปลมาจากหนังสืออัลติมาเนียของ Crisis Core -Final Fantasy VII- และผมก็นำมาแปลต่อเป็นภาษาไทยครับ

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

[μ]-εγλ 1959 - 23 กันยายน
・ ShinRa Manufacturing Works (ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น ShinRa Electronic Company) ได้ค้นพบพลังงานมาโค

ประมาณ 30 ปีก่อนเข้าสู่ภาคหลักของ FFVII
・ ดร.กัสต์ขุดพบเจโนว่าแต่กลับเข้าใจผิดคิดว่ามันคือชนเผ่าบุคโบราณ หลังจากนั้นเจโนว่าโปรเจคท์ก็ถูกตั้งขึ้น

ตั้งแต่ช่วง 20 ปีก่อนเข้าสู่ภาค Crisis Core เป็นต้นมา
・ เจเนซิสเกิดขึ้นมาในฐานะผลผลิตของเจโนว่าโปรเจคท์ G
・ แองจีลเกิดขึ้นมาทีหลังในฐานะผลผลิตของเจโนว่าโปรเจคท์ G เช่นกัน
・ เซฟิรอธเกิดขึ้นทีหลังสุดในฐานะผลผลิตของเจโนว่าโปรเจคท์ S
・ หลังจากที่มนุษย์ทดลองคนแรกซึ่งก็คือเจเนซิสได้ถือกำเนิดขึ้น ก็ได้มีการเริ่มการทดลองลับขึ้นที่ดินแดนที่อยู่ภายใต้ตึกชินระซึ่งเรียกกันว่าดีพกราวด์
・ ดร.กัสต์ หายสาบสูญไป ส่วนโฮโจที่มีผลงานเหนือกว่าฮอลันเดอร์ก็สามารถกุมอำนาจในฝ่ายวิจัยวิทยาศาสตร์ของชินระเอาไว้ได้

[μ]-εγλ 1976 - 24 มิถุนายน
・ เป็นวันก่อตั้งเมืองมิดการ์ มีการย้ายสำนักงานใหญ่ของชินระมาตั้งอยู่ที่นี่

ตั้งแต่ช่วง 8 ปีก่อนเข้าสู่ภาค Crisis Core เป็นต้นมา
・ สงครามระหว่างชินระกับเมืองวูไถอุบัติขึ้น

[μ]-εγλ 2000 - ปลายฤดูร้อน
・ เจเนซิสได้รับบาดเจ็บระหว่างการฝึกซ้อมกับแองจีลและเซฟิรอธ ขณะที่ฮอลันเดอร์รักษาตัวเข้าให้ เจเนซิสก็ได้รับฟังความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดและความลับในร่างกายของเขา เจเนซิสพยายามจะหาทางเยียวยาอาการเสื่อมสภาพจึงได้ตกลงร่วมมือกับฮอลันเดอร์
・ ลาซาร์ดติดต่อกับฮอลันเดอร์ และตกลงที่จะวางแผนกบฎต่อชินระ จากนั้นมาลาซาร์ดก็ได้มอบเงินทุนสนับสนุนให้กับฮอลันเดอร์อย่างลับๆ

ตุลาคม
・ เจเนซิสที่ถูกส่งไปเข้าร่วมสงครามวูไถ ได้หายสาบสูญไปพร้อมกับเหล่าทหารเซคันด์และเธิร์ดคลาสจำนวนมาก
・ ฮอลันเดอร์แอบขโมยพวกเอกสารงานวิจัยจากฝ่ายวิจัยวิทยาศาสตร์ของชินระและหายตัวไป

พฤศจิกายน
・ ชินระได้ส่งแองจีล (พ่วงด้วยแซ็ค) เพื่อไปปฏิบัติภารกิจในสงครามวูไถแทนที่เจเนซิสที่หายสาบสูญ ทว่าแองจีลกลับไปแล้วไปลับ

ธันวาคม
・ รูฟัสที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานชินระ ได้ออกเดินทางเพื่อไปเจรจาธุรกิจกับเมืองต่างๆ (คิดว่าคงเป็นเรื่องการสร้างเตาฯ)
・ แซ็คและเส็งเดินทางไปยังหมู่บ้านบาโนล่า ที่ๆ เจเนซิสได้ใช้เป็นที่ซ่องสุมกองกำลังของเขา ภายหลังหมู่บ้านนั้นได้ถูกชินระทิ้งบอมบ์

[ν]-εγλ 0001 - กุมภาพันธ์
・ สงครามวูไถสิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของฝ่ายชินระ

30 กุมภาพันธ์ * ขอบอกว่าไม่ได้เขียนผิดนะจ้ะ ในหนังสือมันเขียนแบบนี้จริงๆ
・ กลุ่มองค์กรผู้ต่อต้านชินระของวูไถที่ก่อตั้งขึ้นในนามกลุ่ม AVALANCHE ได้เริ่มต้นทวีความรุนแรงในการก่อการร้าย

มีนาคม
・ มีการประกาศว่าแองจีลและเจเนซิสได้เสียชีวิตไปแล้ว

เมษายน
・ แซ็คได้เลื่อนขั้นเป็นเฟิร์สคลาสในวันเดียวกับที่เจเนซิสได้ยกพลบุกเข้ามาในมิดการ์
・ ซิสเนย์ของกลุ่มเทิร์คได้รับมอบหมายภารกิจลับให้คอยจับตาดูพฤติกรรมของแซ็ค
・ แซ็คและแอริธได้พบกันโดยบังเอิญภายในโบสถ์ของสลัม

ฤดูใบไม้ร่วง
・ แซ็คได้รับมอบหมายให้ไปสำรวจโมเดโอ้เฮม ซึ่งช่วงนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้ทำความรู้จักกับคลาวด์
・ หลังจากเอาชนะเจเนซิสและแองจีลได้ แซ็คก็ได้รับสืบทอดบัสเตอร์ซอร์ดต่อจากแองจีล
・ ฮอลันเดอร์ถูกพาตัวไปกักขังที่สำนักงานสาขาของชินระที่อยู่ในเมืองจูน่อน

[ν]-εγλ 0002 - 16 มกราคม
・ กองทัพชินระที่นำโดยแซ็ค (และพวกเทิร์คที่ตามไปด้วย) ถูกส่งไปกวาดล้างกลุ่ม AVALANCHE ที่กบดานอยู่ที่หมูบ้านไอซีเคิลลอดจ์ ทว่ากองทัพทั้งหมดยกเว้นแซ็คกับพวกเทิร์ค ต่างก็ถูกฆ่าตายทั้งหมด

ต้นฤดูร้อน
・ ลาซาร์ดหายตัวไป ก่อนที่หลังจากนั้นไม่นานความลับที่ว่าเขาแอบติดต่อกับฮอลันเดอร์อยู่จะถูกเปิดโปง
・ แซ็คไปเที่ยวปิดเทอมหน้าร้อนที่คอสต้าเดลโซล
・ จูน่อนและสถานที่อื่นๆ ถูกกองทัพลึกลับบุกจู่โจมในเวลาเดียวกัน

กรกฎาคม
・ มีการประกาศว่าลาซาร์ดและฮอลันเดอร์ได้เสียชีวิตไปแล้ว
・ เจเนซิสยกพลไปบุกโจมตีเตาปฏิกรณ์ตามสถานที่ต่างๆ

22 กันยายน
・ แซ็ค เซฟิรอธ และคลาวด์ ได้ถูกส่งไปตรวจตราความผิดปกติที่เตาปฏิกรณ์เมืองนีเบิลเฮม

1 ตุลาคม
・ เซฟิรอธเผานีเบิลเฮมวอด หลังจากนั้นก็เจอคลาวด์จับเหวี่ยงตกมาโคในเตาปฏิกรณ์ไป
・ แซ็คและคลาวด์ถูกพาตัวไปใช้เป็นร่างทดลอง

ตุลาคม
・ มีการประกาศว่าเซฟิรอธ แซ็ค รวมทั้งสมาชิกที่ถูกส่งไปตรวจตราที่เมืองนีเบิลเฮมได้เสียชีวิตไปแล้ว

[ν]-εγλ 0006 - 19 ธันวาคม
・ แซ็คได้พาคลาวด์ที่มีอาการพิษจากมาโคออกไปจากคฤหาสน์ชินระ

[ν]-εγλ 0007 - ต้นฤดูใบไม้ร่วง
・ แซ็คไปสะสางเรื่องทั้งหมดกับเจเนซิสภายในทางใต้ดินของหมู่บ้านบาโนล่า
・ เจเนซิสถูกพาตัวไปยังดีพกราวด์

ปลายเดือนกันยายน
・ แซ็คถูกฆ่าตายที่ดินแดนรกร้างแถบชานเมืองมิดการ์ คลาวด์ได้รับมอบบัสเตอร์ซอร์ดและมุ่งหน้าเข้าเมืองมิดการ์

5 ตุลาคม
・ รูฟัสเขียนรายงานส่งป๊ะป๋าว่าเอลเฟ่ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม AVALANCHE ถูกสังหารแล้ว

9 ธันวาคม
・ คลาวด์และกลุ่ม AVALANCHE ชุดใหม่ได้เข้าไปวางระเบิดเตาปฏิกรณ์หมายเลข 1

[ν]-εγλ 0008 - ปลายเดือนมกราคม
・ คลาวด์และพรรคพวกได้ช่วยกันหยุดยั้งเซฟิรอธ และสามารถปกป้องโลกจากเมเทโอได้สำเร็จ

[ν]-εγλ 0010
・ วินเซนต์ได้ร่วมมือกับกลุ่ม WRO ในการหยุดยั้งเป้าหมายของพวกดีพกราวด์ และช่วยดวงดาวจากการถูกทำลายเอาไว้ได้
・ "G" ตื่นขึ้นในถ้ำใต้ดินของเมืองมิดการ์

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

Sunday, September 30, 2007

รวมข้อมูลน่าสนใจจาก Crisis Core -Final Fantasy VII- หลังเกมวางจำหน่าย 2 สัปดาห์

**คัดลอกจาก entry ที่ผมเขียนลง exteen ในวันที่ 30 ก.ย. 2007
http://ffplanet.exteen.com/20070930/crisis-core-final-fantasy-vii

------------------------------------------------



เป็นการสรุปข้อมูลที่น่าสนใจจากบทสัมภาษณ์เก่าๆ หลายๆ ฉบับที่ผมยังไม่เคยได้แปลนะครับ

- จุดกำเนิดของภาคนี้คือ วันหนึ่งคุณคิตาเสะอยากจะทำ FFVII สำหรับภาค PSP ขึ้นมา เขาก็เลยไปบอกคุณทาบาตะ (ไดเรคเตอร์) ว่าอยากให้ช่วยทำเกม FFVII ลง PSP ให้หน่อย เอาเป็นไซด์สตอรี่ของภาคเก่าๆ แบบภาค BC ก็ได้ คุณทาบาตะเองก็บอกว่าขอเวลาไปคิดซักหน่อย ว่าแล้วเขาก็รีบไปปรึกษากับคุณโนมุระ วันต่อมาพวกเขาก็เลยได้ไอเดียว่าเราจะทำเกมที่ดำเนินเรื่องโดยมีแซ็คเป็นตัวเอกกัน ตอนแรกนั้นกะจะให้เกมนี้มีชื่อภาคกว่า "Before Crisis Core" แต่ก็มีคนค้านว่ามันไม่ใช่เกมพอร์ทนะ จะเอาชื่อ BC ไปเอี่ยวด้วยมันก็ดูยังไงๆ อยู่ สุดท้ายก็เลยเปลี่ยนมาเป็น Crisis Core เฉยๆ

- คุณคิตาเสะต้องไปรับลูกที่โรงเรียนอยู่บ่อยๆ ระหว่างที่เขานั่งรอลูกเลิกเรียนอยู่ในรถเขาก็มักจะหยิบ PSP ขึ้นมาเล่นเป็นประจำ สำหรับเขาแล้วที่เขาเลือก PSP ก็เพราะถ้าเขาอยู่ในเขตที่มี wireless-lan เขาก็จะสามารถเล่นเว็บได้ ส่วนตัวแล้วเขาเป็นคนไม่ชอบพกโน้ตบุ๊คไปไหนมาไหนเพราะมันลำบาก พก psp ใส่กระเป๋าเนี่ยแหละง่ายสุดแล้ว และนี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมคุณคิตาเสะถึงได้เลือก PSP

- เรื่องที่ชื่อ CC BC AC มันต่อกันพอดี ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาวางแผนกันแต่แรก ทว่าหลังจากที่ได้เปลี่ยนชื่อจาก BCC มาเป็น CC พวกเขาก็คิดว่าถ้ามีเกมต่อไปก็จะให้ไล่ลำดับตัวอักษรแล้วล่ะ

- ระบบหลายๆ อย่างในเกมนี้ถูกคิดขึ้นมาแล้วก็โละทิ้งไปมากมาย แต่มีระบบ DMW เนี่ยแหละที่ยืนหยัดตั้งกะเริ่มโครงการมาจนถึงช่วงเกมออกได้ คุณคิตาเสะเองเป็นกังวลว่าระบบนี้มันจะสนุกเร้อ?ขณะที่คุณทาบาตะ มองว่าระบบนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจ และมันก็สื่อความหมายในตัวมันเอง ส่วนคุณโนมุระบอกว่าจุดเด่นของมันอยู่ที่การทำให้ผู้เล่นได้ลุ้นระทึก ด้วยระบบ DMW เนี่ยแหละมันสามารถจะพลิกสถานการณ์ในการต่อสู้ เปลี่ยนกระแสและอารมณ์ของผู้เล่นได้อย่างง่ายดาย ขณะเดียวกันกว่าที่เราจะบรรลุสัจธรรมถึงความหมายที่แท้จริงในการมีอยู่ของ DMW ก็ต้องเล่นไปถึงการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของแซ็คกับทหารนับพันแล้วเท่านั้นแหละ

- คนคิดระบบ DMW คือคุณโนมุระ และคนที่คิดว่าในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของแซ็คต้องให้ DMW มันเกิดลูกเล่นแบบนั้นก็คือคุณโนมุระน่ะแหละ ตอนที่เอาเกมนี้ไปให้คนทดลองเล่นกัน หลายๆ คนที่ได้เล่นฉากสุดท้ายบอกว่าในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังระบบ DMW แล้ว คุณโนมุระเองเมื่อได้ยินก็ดีใจมากที่ในที่สุดความตั้งใจของเขาก็ส่งผ่านไปถึงตัวผู้เล่นได้

- ในบรรดาฉากต่างๆ ที่เคยเห็นกันแล้วในภาค VII เก่าและปรากฏซ้ำในภาคนี้อีก มีหลายๆ ฉากที่พวกทีมงานอยากจะแก้ใหม่ให้มันต่างจากของเดิม แม้ว่าคุณคิตาเสะจะอนุญาตให้ทำได้ตามความเหมาะสม แต่ดูเหมือนว่าพวกสตาฟฟ์ใหม่ๆ หรือสตาฟฟ์เด็กๆ จะไม่กล้าทำกัน พวกเขารู้สึกกดดันที่จะต้องเข้าไปแก้ไขเนื้อหาของ FFVII เดิมที่มีแฟนๆ อยู่หลายล้านคนทั่วโลก สุดท้ายคุณคิตาเสะก็เลยต้องลงไปสั่งการเอง เขาพยายามบอกกับตัวเองว่ามันเป็นของที่เขาสร้างมันขึ้นมาเองเขาไม่จำเป็นต้องกลัว ในเวลานั้นไม่มีใครกล้าออกความเห็นขัดกับคุณคิตาเสะ แต่ก็มีทีมงานคนหนึ่งคนเดียวเท่านั้นที่สามารถออกความเห็นมาเบรคคุณคิตาเสะไว้ได้ นั่นก็คือคุณโนมุระ เดิมทีแล้วคุณคิตาเสะอยากจะแก้ฉากเซฟิรอธ vs แซ็ค โดยเขาตั้งใจจะให้ร่างเจโนว่านั่นมีส่วนเอี่ยวด้วย ทว่าคุณโนมุระก็บอกว่าอย่านะเฮีย ของเก่ามันไม่มีอะไรแบบนั้น!!!

- แม้ฉากจบของภาคนี้จะหม่นหมอง แต่คุณโนมุระก็หวังว่าผู้เล่นจะสามารถรู้สึกได้ถึง "ความหวัง" ที่ถูกส่งต่อไปยังอนาคต และด้วยความเสียสละของแซ็คนั่นแหละ ตำนานบทใหม่ของ FFVII ถึงได้เริ่มต้นขึ้นมาได้

- คุณทาบาตะเป็นคนคิดฉากจบส่วนที่เป็นการวนลูปกลับไปยังฉากเปิดเกมของ FFVII และด้วยฉากๆ นี้คุณทาบาตะก็หวังว่าพวกคุณโนมุระและคิตาเสะ จะได้รับข้อความที่ว่า "รีเมค FFVII เหอะ" จากเขา ซึ่งผลปรากฏว่าพอคุณคิตาเสะได้ดูฉากจบแล้วเขาก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องที่ว่าคุณทาบาตะอยากจะให้รีเมคแต่อย่างไร แถมยังตอบกลับไปอีกว่าถ้าอยากให้รีเมคนัก ก็ทำเอาเองสิ (555+)

- ฉากที่คุณคิตาเสะชอบมากที่สุดคือฉากเซฟิรอธ vs แซ็ค แต่ต้องเป็นเวอร์ชั่นที่มีเจโนว่าเอี่ยวด้วย ซึ่งก็โดนคุณโนมุระหั่นทิ้งไปแล้ว ขณะเดียวกันฉากที่คุณโนมุระชอบมากที่สุดคือฉากที่แซ็คตัดสินใจเด็ดขาดว่าเขาเป็นโซลเยอร์ ไม่ว่าศัตรูจะเป็นใคร ไม่ว่าเขาต้องเผชิญกับอะไร เขาก็จะสู้สุดใจ ส่วนคุณทาบาตะชอบฉากเปิดตัวของเจเนซิส

- ฉากจบเกมนั่นมีการถ่ายทำกำกับกันใหม่ถึง 20 รอบ กว่าจะได้ออกมาเป็นอย่างที่เห็นนะนั่น

- คุณโนมุระบอกว่าเขาก็อยากทำ FFVII รีเมค แต่มันไม่มีสตาฟฟ์จะทำด้วยอ่ะดิ (ก็เล่นเอาไปทำเกมอื่นๆ หมด)

- สำหรับเครื่องชุดพิเศษนั้นตอนแรกว่าจะทำแค่ 10,000 ชุด แต่ด้วยแผนการตลาดอันแยบยล ไปๆ มาเลยทำกัน 77,777 ชุดดีกว่าคุณโนมุระเองได้พยายามจะจองเครื่องชุดนี้จาก SE e'STORE แต่ดันจองไม่ทันเลยต้องไปยืนต่อคิวในวันวางจำหน่ายแทน ส่วนคุณทาบาตะใช้เส้น เอ้ย! สั่งจองกับร้านสะดวกซื้อเอา

- ระหว่างที่แซ็คไปท่องเที่ยวทั่วโลก เขาจะได้รับ sms จากเพื่อนๆ มาเรื่อยๆ แต่เขาจะไม่มีวันได้ sms จากแอริธเลย สาเหตุก็เพราะแอริธไม่มีโทรศัพท์มือถือน่ะเอง

- ซิสเนย์เป็นเด็กกำพร้าที่เกิดที่วูไถจริงๆ นะ และเธอก็เป็นคนที่เข้าร่วมเทิร์คด้วยสถิติอายุน้อยที่สุดซึ่งก็คือ 16 ปี

- ทหารที่สำออยทำเป็นนอนสะดีดสะดิ้งหลังจากช่วยปกป้องทิฟาจากมอนสเตอร์ คือคลาวด์น่ะเอง

- ลายกางเกงว่ายน้ำของแซ็คที่เป็นรูปดอกทานตะวัน (หรือใครจะมองว่าดวงอาทิตย์ก็แล้วแต่) เอามาจากชื่อสกุลของแซ็คที่แปลว่า "แจ่มใส" น่ะแหละ

- สังเกตได้ว่าโซลเยอร์คลาสสองทุกคนจะใส่ชุดสีแดง แต่มีแซ็คคนเดียวที่ดันเป็นชุดสีน้ำเงินเข้ม..ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณโนมุระบอกว่าจงทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เถิด ก็แซ็คในชุดสีแดงมันคงจะดูไม่จืดจริงๆ

- โซลเยอร์เฟิร์สคลาสสามารถใส่ชุดอะไรก็ได้ตามใจ เจเนซิสกับเซฟิรอธเองก็มีชุดของตัวเอง แองจีลที่เป็นคนซีเรียสก็ใส่ชุดมาตรฐานที่เป็นสีดำ

- คุณโนมุระเคยคิดจะออกแบบแอริธในกางเกงขายาวหรือมินิสเกิร์ตหลายทีแล้ว แต่มันไม่เวิร์คจริงๆ ให้ดิ้นตาย

- แองจีลในเรื่องอายุแค่ 25 เท่านั้น...แม้ว่าหน้าลุงแกจะดู 30+ แล้วก็เถอะ

- พอลองถามว่าซิสเนย์เป็นอะไรกับแซ็ค คุณโนมุระก็บอกว่าจำได้มั้ยแอริธเคยพูดใน FFVII ว่าแซ็คเค้ามีเกิร์ลเฟรนด์อยู่เยอะ คุณทาบาตะก็เสริมว่าซิสเนย์เนี่ยก็ถูกวางบทบาทให้สอดคล้องกับสิ่งที่แอริธพูดน่ะแหละ

(สรุปว่าเป็นกิ๊กไปละกัน -_-")

Wednesday, September 26, 2007

"ปรีชญา"สาวไทยคนแรกภายใต้ชื่อบริษัท Square Enix


โดยผู้จัดการออนไลน์ : 26 กันยายน 2007

ใครเล่าจะเชื่อว่าคนไทยที่เคยเล่นเกมจากต่างประเทศมาโดยตลอด สักวันหนึ่งจะได้มีชื่อเข้าไปร่วมพัฒนาเกมกับบริษัทชื่อดังระดับโลกอย่าง สแควร์ เอนิกซ์ เจ้าของผลงานเกมที่หลายคนหลงใหลในมนต์เสน่ห์โลกแห่งจินตนาการ ไฟนอล แฟนตาซี และที่สำคัญเขาคนนั้นกลับไม่ใช่ผู้ชายเหมือนที่หลายคนคิด น.ส.ปรีชญา ศรีสมบัติ หญิงสาวคนแรกและน่าจะเป็นคนเดียวของไทยในตอนนี้ที่ได้ร่วมงานกับค่ายสแควร์ เอนิกซ์ ในดินแดนซากุระ

น.ส.ปรีชญา ศรีสมบัติ เธอหอบเอาความรู้ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมื่อปี 2546 ไปร่ำเรียนในระดับปริญญาโทด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สถาบันเทคโนโลยีโตเกียวในระดับปริญญาโท ค่อนข้างน่าเสียดายเธอไม่ขอเปิดเผยโฉมหน้าให้เราได้เห็น ส่งมาเพียงบัตรเข้างาน โตเกียว เกมโชว์ ที่ผ่านมาในฐานะหนึ่งทีมงานของสแควร์ เอนิกซ์เท่านั้น

น.ส.ปรีชญา เล่าให้ฟังว่า ตัวเธอไม่เคยศึกษาด้านการทำเกมในญี่ปุ่นมาก่อน แต่เคยทำเกมเป็นโปรเจกต์ตอนเรียนปี 4 สมัยอยู่ที่เมืองไทย และมาเรียนต่อป.โทที่ญี่ปุ่นด้านคอมพิวเตอร์กราฟิก ไม่ได้เกี่ยวกับเกมโดยตรง ออกแนวทฤษฏีเกี่ยวข้องกับการคำนวณเสียมากกว่า จากนั้นก็ได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ของบริษัทสแควร์ เอนิกซ์ โดยเธอบอกว่าความรู้สึกส่วนตัวว่า ค่อนข้างดีใจ เพราะเป็นบริษัทที่ใฝ่ฝันเอาไว้เหมือนกัน

เมื่อถามว่าคิดอย่างไรถึงเลือกการทำเกมเป็นอาชีพ เธอตอบกลับมาว่า เพราะชอบโปรแกรมมิ่งและชอบเกม จำได้ว่าเคยไปฝึกงานตอนปี 3 เขียนโปรแกรมสำหรับใช้ในโรงงานแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่สิ่งที่อยากเขียน เลยคิดว่าเขียนเกมคงสนุกและมีความสุขมากกว่า

การเข้าไปร่วมงานกับสแควร์ เอนิกซ์ ลำบากมากน้อยขนาดไหน โปรแกรมเมอร์คนเก่งจากไทยตอบว่า กว่าจะได้เข้าเป็นพนักงานจริงก็ลำบากเหมือนกัน ตัวเธอเริ่มจากการสมัครเป็น เคงชูเซย์ (เหมือนเด็กฝึกงาน)โดยการสมัครผ่านอินเทอร์เน็ต อันดับแรกให้ส่งเอกสารและประวัติส่วนตัวไปให้เขา พร้อมกับเรียงความหนึ่งหน้ากระดาษ A4 ว่าทำไมเราถึงอยากเป็นเกมโปรแกรมเมอร์ (แน่นอนว่าเป็นภาษาญี่ปุ่น) เมื่อขั้นเอกสารผ่านไปเป็นที่เรียบร้อย เนื่องจากตัวเธอไม่มีผลงานเกมไปส่งเลย เขาจึงให้หัวข้อการบ้านมาทำผ่านทางอีเมล์ โดยให้เขียนเกม โอเทโร่ ถ้าจำไม่ผิดจะให้เวลาหนึ่งอาทิตย์ แล้วก็ส่งเมล์ตัวโปรแกรมไปพร้อมกับรายงาน อธิบายโปรแกรมและอัลกอริทึ่มที่ใช้ จากนั้นเมื่อผ่านรอบนี้ถึงจะเข้าสู่การสัมภาษณ์ (แน่นอนว่าเป็นภาษาญี่ปุ่นเช่นกัน)

เมื่อผ่านสัมภาษณ์ ก็เข้าสู่ช่วงฝึกงานเป็นเวลา 2 เดือน โดยยังไม่ได้สัมผัสงานจริง แต่เป็นการให้การบ้านเรื่อยๆเช่นเคย เดือนแรกให้เราเขียนเกม ปุโยะปุโยะ แล้วเดือนที่สองให้เขียนเกม สนุกเกอร์ แต่ว่าเด็กฝึกงานแต่ละคนทำการบ้านแต่ละอย่างไม่เหมือนกัน และเราเพิ่งมารู้ในตอนหลังจากเข้าเป็นพนักงานแล้วว่า คนที่ดูแลเราตอนช่วงฝึกงานเป็นโปรแกรมเมอร์ชั้นผู้ใหญ่ในโปรเจกต์ที่เราจะเข้าไปทำงานด้วย นั่นก็แปลว่าตัวเธอคงถูกกำหนดตั้งแต่แรกหลังจากการสัมภาษณ์แล้วว่าจะถูกจัดเข้าโปรเจกต์เกมไหน (ตอนสัมภาษณ์มีคนสัมภาษณ์หลายคน และคนที่มาดูแลเราตอนฝึกงานก็เป็นหนึ่งในนั้น) ทั้งนี้ ในช่วงฝึกงาน เขาคงให้การบ้านที่คิดว่าจะให้เราไปทำงานในส่วนนั้นว่าเราจะทำได้ไหม และพิจารณาด้านมนุษยสัมพันธ์ไปด้วยในตัวเลย

ปรีชญาเล่าต่อว่า จากนั้นเมื่อผ่าน 2 เดือนไปแล้ว ตัวเธอถึงได้เข้าทำงานในโปรเจกต์เกมจริงๆ ในระหว่างนั้นก็มีเด็กฝึกงานที่ไม่ผ่านการฝึกงานหายหน้าไปทีละคนสองคน นับว่าเป็นการคัดสรรที่ค่อนข้างเข้มงวดทีเดียว นี่คือระบบการรับสมัครในแบบ เคงชู แต่หลังๆมา สแควร์ เอนิกซ์ เริ่มรับเด็กจบใหม่โดยตรงเข้ามาทำงานแล้ว รู้สึกว่าขั้นตอนการพิจารณาจะไม่เหมือนกัน โดยจะไม่ต้องผ่านขั้นตอนฝึกงานก่อน และสำหรับคนที่เคยมีประสบการณ์การทำงานจากที่อื่นมาก่อนแล้ว ขั้นตอนการพิจารณาก็จะเป็นอีกอย่างหนึ่ง

ส่วนเกมที่กำลังพัฒนาอยู่ไม่สามารถบอกได้ เพราะเป็นเกมที่ยังไม่ได้ประกาศเป็นทางการ ปรีชญาปิดความลับเกมที่เธอกำลังร่วมพัฒนาอยู่

ด้านบรรยากาศการทำงานในบริษัทใหญ่ ปรีชญาเล่าว่า โดยมากหนึ่งโปรเจกต์เท่ากับหนึ่งเกม แต่บางโปรเจกต์ก็ไม่ได้ทำเกมโดยตรง เช่น โปรเจกต์ที่ทำตัวเอนจิน แต่ค่อนข้างโชคดีที่โปรเจกต์ของเธอทำอยู่ค่อนข้างครึกครื้น ผู้ร่วมงานครื้นเครง ส่งผลให้การทำงานเลยค่อนข้างสนุกสนานเลยทีเดียว ตัวงานมีกำหนดเป็นขั้นๆ เช่นขั้นอัลฟ่า ,เบต้า และมาสเตอร์ แต่อาจจะเลื่อนขึ้นเลื่อนลงแล้วแต่สถานการณ์

ในส่วนของความเป็นอิสระของทีมงานในการออกไอเดียนั้น ปรีชญาระบุว่า ไอเดียเกือบทั้งหมดคือความคิดจากคนในโปรเจกต์ แต่ก็จะมีการส่งให้ระดับผู้บริหารพิจารณาเป็นขั้นๆดังกล่าว แล้วก็ถูกปรับแก้ หรือถ้าไม่รอดก็ถูกยุบโปรเจกต์ ก็ว่ากันไป แต่ถ้าพูดถึงในส่วนโปรแกรมเมอร์แล้ว ไอเดียหลักของเกมโดยมากจะมาจากตัวผู้วางแผน จากนั้นค่อยมาปรับแก้อีกทีด้วยโปรแกรมเมอร์ว่าเราสามารถเขียนโปรแกรมได้ตามที่เขาต้องการไหม หรือถ้าเป็นแบบนี้จะประมวลผลได้เร็วกว่า แต่เราก็สามารถเสนอไอเดียของตัวเองได้เช่นกัน เพราะจะมีประชุมอยู่เรื่อยๆอยู่แล้ว

ปรีชญาบอกว่า การทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์เกม แต่ละเกมใช้คนทำงานในส่วนนี้ไม่เท่ากันหรือตายตัว ถ้าเกมเล็กมากอาจจะแค่คนเดียว แต่บริษัทสแควร์ เอนิกซ์โดยมากจะไม่ค่อยทำเกมเล็ก อย่างน้อยๆที่เคยรู้มาก็มี 3-4 คน แต่ถ้าเกมใหญ่ๆ 10-20 คนไปเลยก็มี ซึ่งบางเกมรวมทีมงานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมเมอร์, แพลนเนอร์ หรือดีไซเนอร์ ในช่วงพีคๆของงาน เคยได้ยินมาว่าเลยขึ้นไปเกิน 150 คนเลยทีเดียว

ทีมงานจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงขึ้นอยู่กับช่วงพีคด้วย เช่น ช่วงเริ่มต้นทีมอาจน้อยคน พอช่วงที่โปรแกรมเริ่มเข้ารูปเข้ารอย ต้องการคนวาดรูปมากขึ้นดีไซเนอร์ก็จะเพิ่มขึ้น และช่วงท้ายที่เกมเริ่มเสร็จ ทีมก็จะเริ่มลดจำนวนลงเพราะย้ายคนไปทำโปรเจกต์อื่นต่อไปปรีชญากล่าว
สำหรับน้องๆที่อยากทำเกม ปรีชญาแนะแนวทางให้ฟังว่า คนไทยมักจะเข้าใจว่า เกมโปรแกรมมิ่ง คือ กราฟิก ซึ่งตัวเธอก็เคยคิดแบบนั้น แต่พอเข้ามาทำงานจริงๆแล้วเราถึงได้รู้ว่ามันไม่ใช่แค่นั้น มันมีหลายส่วนมากๆ ยกตัวอย่างเช่น Collision Detection, Game AI(ระบบปัญญาประดิษฐ์), Database, Tools ต่างๆที่ต้องพัฒนาขึ้นให้ Event Scripter หรือ Designer ใช้, หรือถ้าเกมออนไลน์ก็จะมีส่วน Network ด้วย แน่นอนว่ากราฟิกเป็นส่วนที่เป็นหน้าเป็นตาของเกม แต่ถ้า AI ห่วยแตก หรือเกมออนไลน์ที่ถูกเจาะระบบกันได้แหลกลาญ เกมมันก็คงจะไม่สนุกแน่ๆ เพราะฉะนั้นเราถึงได้รู้สึกว่าเกมไม่ได้มีแค่กราฟิกอย่างเดียว

ส่วนใหญ่เข้ามาในบริษัทช่วงแรกๆ เราจะได้จับงานส่วนไหนเรามักเลือกเองไม่ได้ แน่นอนว่าเขาคงจะถามเราก่อนว่าเราอยากทำอะไร แต่มันก็ต้องขึ้นด้วยว่าตอนนั้นเขาขาดคนในส่วนไหน ซึ่งถ้าเรามีความสามารถทำได้หลายอย่าง ก็เป็นข้อได้เปรียบให้เราเข้าไปทำงานในส่วนนั้น และอาจค่อยๆขยับขยายเปลี่ยนหน้าที่ในขั้นต่อๆไป

ส่วนใหญ่เข้ามาในบริษัทช่วงแรกๆ เราจะได้จับงานส่วนไหนเรามักเลือกเองไม่ได้ แน่นอนว่าเขาคงจะถามเราก่อนว่าเราอยากทำอะไร แต่มันก็ต้องขึ้นด้วยว่าตอนนั้นเขาขาดคนในส่วนไหน ซึ่งถ้าเรามีความสามารถทำได้หลายอย่าง ก็เป็นข้อได้เปรียบให้เราเข้าไปทำงานในส่วนนั้น และอาจค่อยๆขยับขยายเปลี่ยนหน้าที่ในขั้นต่อๆไป

ใครที่อยากทำงานเป็นเกมโปรแกรมเมอร์ สนับสนุนให้มีพื้นฐานด้านโปรแกรมมิ่งให้แน่นหนาก่อน เขียน C/C++ ให้คล่องๆ ยิ่งถ้าแน่นด้าน OOP หรือมีความรู้ด้านดีไซน์ แพตเทิร์นด้วยก็จะยิ่งได้เปรียบ หลังจากนั้นก็ลองให้การบ้านตัวเองเป็นการฝึกเขียนเกมง่ายๆขึ้นมาสักหนึ่งเกม ถ้าเขียนเองตั้งแต่ศูนย์ได้ทั้งหมดเลยยิ่งดี จะทำให้เราได้ลองงานในทุกๆส่วน ไม่ว่าจะเป็นกราฟิก,AI หรือระบบฟิสิกส์ นอกจากนี้ ควรฝึกเขียนโปรแกรมให้เป็นระเบียบ ให้อ่านง่ายๆ และเขียนคอมเมนต์กำกับไว้ด้วยก็จะดีมาก เพราะเวลาไปเขียนโปรแกรมร่วมกับคนอื่น เรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญทีเดียว ปรีชญาเล่าข้อเท็จจริงในการทำงานให้ฟัง

โปรแกรมเมอร์เกมสาวชาวไทยแนะนำด้านการมาเรียนพัฒนาเกมในญี่ปุ่นว่า ถ้าเอาเป็นเซมมงกักโค(โรงเรียนสายอาชีพ)โดยตรงด้านเกมเลย ก็เห็นมีที่ดังๆก็คือ DEA (Digital Entertainment Academy) แต่รู้สึกว่าเขาจะไม่ออกวีซ่าให้ เพราะฉะนั้นคนไทยคงจะเข้าเรียนได้ลำบาก นอกจากนั้นก็มีอีกหลายโรงเรียนที่เปิดสอน แต่ไม่ค่อยรู้จักเท่าไร อันที่จริงแล้วการมาเป็นเกมโปรแกรมเมอร์ ส่วนตัวคิดว่าไม่จำเป็นต้องมาเรียนโรงเรียนด้านเกมโดยตรงก็ได้ อาจจะมาเรียนมหาวิทยาลัยด้านคอมพิวเตอร์ปกติ เพียงแต่เราต้องสนใจอ่านหนังสือและศึกษาด้วยตนเอง ส่วนการมาเรียนที่โรงเรียนด้านเกมโดยตรง อาจจะได้เปรียบกว่าตรงที่ทางโรงเรียนอาจจะมีการแนะแนวแนะนำบริษัทต่างๆให้เรารู้จักโดยตรง

ในด้านความรู้แล้ว คิดว่าเรียนที่ไหนก็คงไม่ต่างกันมาก หากเรารู้จักขวนขวาย อาจจะไม่จำเป็นต้องมาเรียนถึงญี่ปุ่นก็ได้ ความรู้ในเมืองไทยหาได้มากมาย หนังสือ Textbook บ้านเราก็ถูกกว่า รู้สึกว่าการมาที่นี่เหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้เราเข้ามาหางานได้มากกว่า น.ส.ปรีชญากล่าว

สำหรับคนที่อยากไปเรียนทำเกมในญี่ปุ่นจะต้องมีพื้นฐานด้านภาษาญี่ปุ่นมากน้อยขนาดไหน ปรีชญาเล่าประสบการณ์ส่วนตัวให้ฟังว่า หากแค่ มาเรียน คิดว่าไม่จำเป็นมาก เพราะอย่างไรก็ดีเราต้องมาเรียนภาษาญี่ปุ่นก่อนเข้าเรียนจริงอย่างน้อย 6 เดือนอยู่แล้ว เพียงแต่ถ้าเรามีพื้นฐานมาก่อน เราอาจจะใช้ชีวิตในญี่ปุ่นได้ง่ายกว่า และเรียนภาษาได้ไวกว่า แต่ถ้าใครตั้งใจเรียนภาษาจริง คิดว่าเวลา 6 เดือนเพียงพอให้เราพูดคุยภาษาญี่ปุ่นและใช้ชีวิตในญี่ปุ่นได้


แต่ผู้ที่คิดจะมา ทำงานในญี่ปุ่น ปรีชญาบอกว่า ภาษาญี่ปุ่นจำเป็นมาก อย่างน้อยๆจะต้องพูดคุยกับคนญี่ปุ่นได้ตามปกติ เพราะคนที่ทำงานร่วมกันคือคนญี่ปุ่นทั้งนั้น น้อยกรณีมากที่บริษัทจะรับคนที่พูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ แต่ก็เคยพบบ้าง อย่างเช่นเข้าไปทำงานในทีมวิจัยร่วมกับคนต่างชาติ ซึ่งในกรณีนั้น ภาษาอังกฤษก็จะเข้ามาเป็นสิ่งจำเป็นแทน

ด้านชีวิตการเรียนกับคนญี่ปุ่นนั้น ตอนที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยก็มีคนไทยค่อนข้างเยอะ ประมาณ 30-40 คนได้ มีข้อดีก็คือรุ่นพี่เทกแคร์ดีมาก ทำให้ตอนมาใหม่ๆไม่ต้องงมเข็มลำบากเอง แต่ข้อเสียก็คือคนไทยค่อนข้างเกาะกลุ่มกัน ทำให้มีโอกาสพูดคุยกับคนญี่ปุ่นน้อย และคนญี่ปุ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนโตเกียว มักจะไม่ค่อยเข้าไปพูดคุยกับคนอื่นก่อน ยิ่งพอเป็นคนต่างชาติเขาจะออกกลัวๆ แต่ถ้าเรากล้าเขาไปพูดคุยและทำความรู้จักกับเขาสักพัก คนญี่ปุ่นก็ใจดีกว่าที่คิดไว้เสียอีก กล่าวปิดท้าย

น.ส.ปรีชญา ศรีสมบัติ
ประวัติการศึกษาและการทำงาน
-มีนาคม 2546 ปริญญาตรี วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
-เมษายน 2546 ถึงมีนาคม 2547 นักศึกษาวิจัย Tokyo Institute of Technology
-เมษายน 2547ถึงมีนาคม 2549 ปริญญาโท Information Science and Technology, Tokyo Institute of Technology
-สิงหาคม 2549 ถึงปัจจุบัน โปรแกรมเมอร์บริษัท Square Enix

ผู้จัดการเกม เปิดโครงการสนับสนุนกลุ่มพัฒนาเกมไทยที่อยากจะเผยแพร่ผลงานเกมและการถ่ายทอดความรู้ผ่านทางสื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอินดี้เล็กๆในกลุ่มหรือบริษัทพัฒนาเกมรายย่อยอื่นๆ ด้วยการเป็นกระบอกเสียงหนึ่งเพื่อช่วยอุตสาหกรรมเกมของคนไทยให้เติบโตไปในอนาคต สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 0-2629-4488 ต่อ 1453 หรือ 1454 ในเวลา 14.00-18.00 น. วันจันทร์-ศุกร์

Tuesday, July 31, 2007

จบ Subarashi Kono Sekai แล้ว~

หลังจากที่ติดแหงกอยู่กับเนื้อเรื่องวันที่ 20 ของเกมร่วมครึ่งวัน เมื่อไขปริศนาและสามารถผ่านปริศนาดักควายตรงนั้นไปได้ (แล้วตรูก็โดนดักไปเต็มๆ) ผมก็ลุยแหลกแล้วก็เข้าไปตบตีกับบอสใหญ่แบบชิลๆ -____,-"

บันทึกสถิติการเล่น
วันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ : 27 ก.ค. 2007
เริ่มเล่น : 28 ก.ค. 2007 - 0.00 น.
จบเกม : 31 ก.ค. 2007 - 3.00 น.
รวมเวลา : 3 วันกับอีก 3 ชั่วโมง

จำนวนครั้งที่เล่นแล้วติดปริศนา : 3 ครั้ง
เวลาที่เสียไปกับการติดปริศนา : ราว 6 ชั่วโมง

เต๊ะท่าก่อนเข้าสู่การต่อสู้ครั้งสุดท้าย!!


ปะทะรองบอส (หรือจะเรียกว่าบอสใหญ่ร่างแรกดี ?)


บอสใหญ่ไม่ได้ถ่ายมา เพราะอยากให้ไปชมความอลังการงานสร้างของมันเอง อิอิ (จริงๆก็คือลืมถ่ายมาน่ะแหละ)

เดี๋ยวเร็วๆนี้จะเอาวีดีโอฉากจบเกมมาลงนะครับ กำลังอัพอยู่ ตอนเช้ารอชมกันได้เลย ^^!

ป.ล. ฉากจบเกม....ต่างจากที่คิดนิดหน่อย...แต่โดยรวมแล้วก็เหมือนที่หลายๆคนคาดกันเอาไว้ แต่ก็นะ อย่างที่ผมเคยบอกไว้แหละว่าเกมแบบนี้ ถ้าจะแต่งให้จบแบบ Happy Ending มันจะแต่งได้แบบเดียวเท่านั้น

Edit : คลิปฉากจบเกมมาแล้วจ้ะ...ช่วงต้นไม่ต้องแปลกใจนะว่าทำไมถึงมีเสียงคนคุยกันแทรกด้วย ผมลืมปิดวิทยุเองแหละ พอดีเล่นไปฟังข่าวกีฬาไป (555+) พอถึงช่วงที่บรรเลงเพลง Lullaby for You ผมก็จะเดินไปปิดวิทยุ แล้วเสียงก็จะเป็นปกติเองแหละ

(ใครไม่ถูกกับ Google Video ลองดูเอาจาก File Front Video ทางด้านล่างละกันนะ)

คลิ๊กเพื่อเข้าสู่เมนูดาวน์โหลดฉากจบเกมจากเว็บ File Front

Thursday, July 26, 2007

Subarashiki kono Sekai มาแล้วนะคร้าบ~

Subarashiki kono Sekai หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า "It's a Wonderful World" เป็นเกม Touch Action RPG ตัวใหม่ล่าสุดจากทีมงานผู้สร้าง Kingdom Hearts ที่สร้างลงบนเครื่อง NDS โดยเนื้อเรื่องของเกมจะกล่าวถึงตัวเอ "เนกุ" เด็กโรคจิต ติดวอล์คแมน แถมยังเก็บกดอีกต่างหาก เขาเป็นเด็กที่มีความเหนื่อยหน่ายเบื่อสภาพความเป็นอยู่ของโลกปัจจุบันเป็นอย่างมาก ว่าแล้วก็เลยหยิบหูฟังขึ้นมาอุดหูซะ แล้วก็เดินฟังเสียงเพลงไปเรื่อยๆโดยไม่สนใจที่จะฟังเสียงของคนรอบข้าง ความใฝ่ฝันและความปรารถนาอันหนึ่งเดียวของเขาก็คือ การได้อยู่ในโลกอันสวยงาม โลกอันมีแต่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้นน่ะเอง

อยู่มาวันหนึ่ง...ความปรารถนาของเนกุก็เป็นจริง คนรอบข้างกายเขาค่อยๆทยอยหายไปเรื่อยๆ ซึ่งเนกุก็เริ่มรับรู้ถึงความผิดปกตินี้ในไม่ช้า แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร ทว่าจู่ๆก็มีเมลล์ประหลาดจากผู้ที่เรียกว่า "ชินิกามิ" (ยมทูต) ส่งมาหาเขา และบอกเขาว่าบัดนี้ความปรารถนาของเขากำลังจะเป็นจริงแล้ว ทว่า..เขาจะต้องถูกทดสอบด้วยเกม และต้องมีชีวิตรอดให้ได้อีก 7 วัน หากไม่เช่นนั้นแล้ว ตัวเขาจะต้องหายไปอย่างถาวร

แน่นอนว่าเด็กโรคจิตอย่างเนกุ พอรู้ว่าเมลล์นี้มันเป็นของจริง มิใช่ของเล่นแล้ว เขาก็เริ่มมีไฟที่จะเอาชีวิตรอดให้ได้ ถึงเขาจะเบื่อโลก.. แต่เขาก็ไม่อยากหายไป เพราะถ้าเขาหายไป เขาก็จะไม่มีวันได้เห็นโลกที่มีแต่เขาคนเดียว...It's Wondeful World ที่เขาใฝ่ฝันน่ะสิ !!!

ระบบของเกมก็ เราต้องบังคับตัวเอกสองตัวคือพระเอกและนางเอกพร้อมกัน นางเอกอยู่จอบนใช้ D-Pad บังคับ ส่วนพระเอกอยู่จอล่างใช้ Stylus บังคับ เล่นๆไปก็ต้องมองสองจอพร้อมกันไป หากใครคนหนึ่งตายขึ้นมาก็เป็นอันโอเวอร์

เวลาในเกมนี้จะอิงตามโลกปัจจุบัน เราตั้งเวลาของ NDS ว่ากี่โมงมันก็จะขึ้นเท่านั้น อีกทั้งในเกมจะมีเมนูบอกระดับแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือของเนกุ ซึ่งก็จะอิงเอาตามระดับแบตเตอรี่ของ NDS เราเช่นกัน นอกจากนี้ตัวเกมยังมีเสียงพากย์และมีเพลงประกอบเกมด้วย พูดได้เลยว่าเกมนี้ถูกบรรจงสร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างดี ไม่ใช่สั่วๆทำขึ้นมาเล่นๆแบบที่ใครหลายๆคนคิดมาแต่แรกแน่นอน

สุดท้าย...ตัวเกมได้ออกมาวันนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เห็นเค้าว่าเกมนี้ใช้ภาษาญี่ปุ่นมากสุดๆ ใครอ่านไม่ออกเป็นอันจบเห่ ก็ขอให้ทุกคนเล่นได้ และเอาตัวรอดไปจนจบได้นะครับ ฮ่าๆๆๆ

Friday, March 23, 2007

SQEX จดเทรดมาร์คชื่อ FF Haeresis XIII ที่ญี่ปุ่นแล้ว

หลังจากที่เมื่อ 1 พ.ค.ปีก่อนทางบริษัทได้ไปจดทะเบียนชื่อ Final Fantasy Haeresis XIII กับทาง US Patent Office ของอเมริกา เมื่อวานนี้เองทางบริษัทก็ได้นำชื่อนี้ไปจดทะเบียนกับทาง Patent Office ที่ญี่ปุ่น สำหรับรายละเอียดของชื่อนี้ ปัจจุบันยังไม่มีการเปิดเผยออกมาว่าจะทำเป็นเกมหรืออะไรนะครับ

* Haeresis เป็นภาษาลาตินที่แปลว่า "นอกรีต"

Thursday, March 15, 2007

100 อันดับเกมโดนใจผู้อ่าน Famitsu ประจำปี 2006

1. PS2 Final Fantasy XII 775 10.00 9.19

1. PSP Metal Gear Solid Portable Ops 111 9.25 9.19
1. 360 Lost Planet Extreme Condition 99 9.00 9.19
4. Wii Zelda: Twilight Princess 247 9.50 9.17
5. PS2 Sengoku Musou 2 114 9.00 9.05
6. PS2 Okami 123 9.75 8.93
7. PS2 Yakuza 2 264 9.50 8.91
8. PS2 Monster Hunter 2 309 9.25 8.87
9. DS Fuurai no Siren DS 136 8.50 8.87
10. 360 Blue Dragon 241 9.25 8.86

11. DS Power Pro Kun DS Koushien 57 8.00 8.85
12. PS2 Winning Eleven 10 105 9.00 8.84
13. 360 Dead Rising 89 8.75 8.80
14. PS2 Gensou Suikouden V 74 8.00 8.79
15. GBA Mother 3 246 8.75 8.77
15. PS2 Disgaea 2 61 8.50 8.77
17. PS2 Sengoku Basara 2 131 8.5 8.76
18. PSP Jeanne d'Arc 83 8.25 8.74
19. PS3 Ridge Racer 7 83 9.00 8.69
20. DS Dragon Quest Monsters Joker 271 9.00 8.67

21. PS2 Valkyrie Profile Silmeria
22. PS2 Tales of Destiny
23. DS Final Fantasy III
24. PS2 Tsuyo Kiss
25. PSP DQ & FF in Itadaki Street Special
26. PS2 Wild Arms the 5th Vanguard
26. PS2 Ace Combat Zero
28. PS2 Xenosaga Episode III
28. PSP Eiyuu Densetsu: Sora no Kiseki FC
30. PS2 Another Century's Episode 2

30. PSP Loco Roco
30. PS2 Gundam Seed Destiny Rengou vs ZAFT II Plus
33. PS2 DQ Shonen Yangus
34. PS2 Shin Onimusha
35. PS2 Persona 3
35. DS Tetris DS
37. PS2 Kimi Kiss
37. PS2 Utawareru Mono
39. GBA Final Fantasy V Advance
40. PS2 Powerful Major League

40. GBA Yggdra Union
42. PSP Valkyrie Profile Lenneth
43. PS2 Summon Night 4
44. PSP Tekken Dark Resurrection
45. PSP Ace Combat X
46. PS2 Siren 2
46. PSP Goku Makaimura
48. DS Children of Mana 107 9.00 8.29
48. PS2 007 From Russia with Love
50. DS Pokemon Diamond / Pearl

50. DS Rune Factory
52. Wii Wii Sports 84 7.50 8.23
52. PSP Gundam Battle Royale
52. GBA Rhythm Tengoku
52. PS2 The King of Fighters XI
56. DS New Super Mario Bros 247 9.00 8.19
56. PS2 Atelier Iris Grand Phantasm
56. PS2 Powerful Pro 13
56. PSP Metal Gear Solid Bande Dessinee
56. PS2 Tenkabito

61. PSP Powerful Pro Portable
62. PS2 Street Fighter Zero Fighters Generation
63. Wii Wii Play
63. PSP Dokodemo Issho Let's School!
65. PSP Tales of the World Radiant Mythology 67 7.75 8.14
66. DS Jump Ultimate Stars
66. PS2 Melty Blood Act Cadenza
66. PS2 Kuuronyoumagakuenki re:charge
69. PS2 Minna no Tennis
70. PS2 .hack//G.U. vol.2

70. PSP Derby Stallion P
70. GC Baten Kaitos II 57 8.50 8.07
73. PS2 Kamiwaza
73. PS2 Ar Tonelico
73. PS2 Eve New Generation
76. GBA Callcio Bit
77. DS English Training 91 --- 8.02
78. PSP SD Gundam G Generation Portable
78. DS Gekitou! Custom Robo DS
78. PS2 Beatmania II DX 11 II DX Red

81. PS2 Capcom Classics Collection
82. 360 Culdcept Saga
83. PSP Ridge Racers 2
84. PS2 KOF Maximum Impact 2
84. DS Contact
86. PS2 .hack//GU vol.1
86. PSP Gradius Portable
86. 360 Chrome Hounds
89. DS Kirby Squeak Squad
89. 360 PGR3

91. PS2 Dragonball Z Sparking Neo
92. PS2 Sengoku Musou 2 Empires
92. PS2 Gundam Climaz UC
94. PS2 Tourist Trophy
95. PS2 Dirge of Cerberus FFVII 225 7.00 7.88
96. DS Biohazard Deadly Silence
97. PSP Tales of Phantasia
98. DS Castlevania
99. PSP Guilty Gear Judgment
100. 360 Dead or Alive Xtreme 2 89 7.5 7.82

Monday, March 5, 2007

FF Agitio XIII ไม่สามารถเล่นบนโทรศัพท์ยุคปัจจุบันได้!

เป็นที่รู้กันดีว่าการพัฒนา Final Fantasy XIII และ Final Fantasy Versus XIII นั้นได้ทำขึ้นสำหรับเครื่อง Playstation 3 ในขณะที่น้องเล็กอีกคนหนึ่งของโปรเจคท์ Fabula Nova Crystallis นั้นกลับเป็นเกมสำหรับโทรศัพท์มือถือ

กว่า 1 ปีแล้วนับจากวันที่ Final Fantasy Agito XIII ได้ถูกเปิดตัวขึ้นมา แต่ในวันนี้คุณโนมุระและทีมงานของกลับเขาเปิดเผยว่าพวกเขาไม่สามารถสร้างเกมนี้ลงบนระบบโทรศัพท์มือถือยุคปัจจุบัน (3G ในญี่ปุ่น) ขณะเดียวกันพวกเขากำลังสร้างเกมนี้สำหรับระบบ 4G สำหรับยุคต่อไป ทว่าปัญหาอย่างหนึ่งก็คือ มือถือระบบ 4G นั้นยังไม่ได้ถูกประกาศออกมาเลย

นอกจากเกม Final Fantasy Agito XIII แล้ว ยังมีอีกหนึ่งโปรเจคท์สำหรับโทรศัพท์มือถือที่คุณโนมุระกำลังดูแลอยู่ นั่นก็คือเกม Monotone ซึ่งคุณโนมุระเผยว่าเขาได้ใช้เกมนี้เป็นตัวทดสอบอะไรเล็กๆน้อยสำหรับ Final Fantasy Agito XIII ที่จะตามมาภายหลัง

แม้จะดูเหมือนว่าหนทางยังอีกยาวไกล แต่ก็เชื่อว่า Final Fantasy Agito XIII นั้นมีค่ามากพอที่จะให้ทุกคนรอคอย ในปัจจุบันนี้การสร้างเกมได้มาถึงจุดที่วางพล็อตเสร็จเรียบร้อยแล้ว เนื้อเรื่องของมันจะค่อนข้างยาวยืดมาก โนมุระกล่าว

ในขณะที่เกม Before Crisis : Final Fantasy VII นั้นได้ค่อยๆเปิดให้โหลดไปเล่นทีละตอนๆ จนกินเวลานานมากกว่าที่เกมจะมาถึงจุดสุดท้าย แต่ Final Fantasy Agito XIII จะปรากฏตัวในแบบที่มีเนื้อเรื่องเกือบสมบูรณ์ตั้งแต่แรกที่เปิดให้เล่น สำหรับพวกเราเองก็คงได้แต่หวังว่าจะได้มีโอกาสสัมผัสเกมนี้กับเค้าบ้างนะครับ T__T

Thursday, March 1, 2007

โนมุระโบกมือ "ลาก่อน FF" อั๊วขอไปทำ KH ดีกว่า !!?

จากข้อมูลของนิตยสาร Gemaga ฉบับล่าสุด ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์คุณโนมุระได้เผยความในใจว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะดำเนินการกับโปรเจคท์ใหญ่ถึง 2 โครงการในเวลาเดียวกัน ตอนนี้เขาต้องการจะสะสางเรื่องของ Final Fantasy Versus XIII ให้เสร็จสิ้นเสียก่อนที่จะพูดถึงภาคต่อของ Kingdom Hearts ขณะเดียวกันคุณโนมุระยังได้กล่าวต่อไปว่า เขาอยากให้ Final Fantasy Versus XIII เป็น FF ภาคสุดท้ายที่เขาเป็นผู้กำกับดูแล ในอนาคตเขาอยากที่จะมุ่งความสนใจไปที่การพัฒนา Kingdom Hearts Series มากกว่า