Saturday, December 6, 2008

[Spoiler] - เผยพล็อตเรื่องเบื้องต้นของนักรบแห่งแสงทั้งสิบคนใน Dissidia

หลังจากที่หนังสือ Dissidia -Final Fantasy- Ultimania Alpha ได้วางจำหน่ายได้ 1 วัน... ในที่สุดก็มีชาวญี่ปุ่นใจดีที่ชาวคัดลอกเนื้อเรื่องเบื้องต้นของเกมมาเขียนแปะลงในเว็บบอร์ดที่ญี่ปุ่น จากนั้นก็มีฝรั่งใจดีช่วยแปลเนื้อหาส่วนนั้นเป็นภาษาอังกฤษให้อีกทอด และบอนๆ สุดหล่อก็นำมาแปลให้กลายเป็นภาษาไทย

บอกกันก่อนว่าใครที่ไม่อยากโดนสปอยล์ก็ให้ข้าม entry นี้ไปได้เลย ส่วนใครที่ยังไงก็อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก และรอเล่นตัวเกมภาคอังกฤษไม่ไหว เราก็มาอ่านสปอยล์กันก่อนดีกว่าครับ

วอริเออร์ออฟไลท์ - คอสมอสได้ชี้แนะให้วอริเออร์ออฟไลท์ทราบว่าโลกกำลังจะตกอยู่ในห้วงหายนะอีกครั้ง ดังนั้นเขาจึงต้องออกเดินทางเพียงลำพังเพื่อตามหาสิ่งที่จะมาช่วยปกป้องโลกเอาไว้ได้ ซึ่งนั่นก็คือ "คริสตัล" ทว่าระหว่างทางกองทัพของเคออสกลับปรากฏกายขึ้นและพูดถึง "ความจริง" อีกด้านนึงที่วอริเออร์ออฟไลท์ไม่เคยรับรู้ หากว่าว่าสิ่งที่เจ้าพวกนั้นพูดคือ "ความจริง" แล้วเขาจะยังสามารถยึดมั่นในเส้นทางแห่ง "แสงสว่าง" ได้อย่างไร?

ฟรีโอนีล - ฟรีโอนีลเริ่มต้นการผจญภัยโดยมี เซซิล คลาวด์ และทีดะ เป็นพรรคพวก ในตอนแรกเขาเชื่ออย่างสนิทใจว่าการตามหาคริสตัลจะช่วยแก้ปัญหาทุกอย่างได้ แต่เมื่อการเดินทางได้ผ่านพ้น เพื่อนฝูงมากมายได้พบพาน ความคิดของเขาก็เริ่มแปรเปลี่ยน เขาไม่สามารถเชื่อในสิ่งใดนอกจากความฝันของตัวเขาเอง และเขาก็เข้าใจว่าบทเรียนของ "Wild Rose" ก็คือกุญแจสู่ความจริง

นักรบหัวหอม - นักรบหัวหอมเป็นเด็กหนุ่มที่มีความปราดเปรื่องเกินกว่าอายุของตน เขาภาคภูมิใจในความสามารถที่สั่งสมมาตลอดการเดินทางที่ผ่านมา ทว่าเขาก็ไม่อาจหลีกหนีความจริงที่ว่าตัวเขาเองยังคงอ่อนต่อโลกอยู่โลกอยู่มาก ความกังวลเหล่านี้ล้วนฝังแน่นอยู่ในใจของเขา ในการเดินทางเพื่อตามหาคริสตัลนั้น เขาพยายามจะทำตัวให้เข้มแข็งไม่น้อยหน้า ทีน่า ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทางของเขา อย่างไรก็ตามความสามารถที่เขาแสนทะนงยิ่ง อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ปลายทางข้างหน้าปิดฉากลง

เซซิล - เซซิลที่ร่วมเดินทางไปกับ ฟรีโอนีล คลาวด์ และทีดะ เกิดความแคลงใจขึ้นว่าการตามหาคริสตัลนั้นเป็นคำตอบที่ถูกต้องแล้วหรือ ระหว่างการเดินทางนั้นกอลเบซ่าและกองทัพเคออสก็ได้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าของเขา ในบางครั้ง คำพูดของกอลเบซ่าก็ทำให้รู้สึกได้ว่านั่นคือคำแนะนำในฐานะพี่ชายที่มีต่อน้องของตน ทว่านั่นคือกับดักที่มีไว้เพื่อปั่นหัวเซซิลงั้นรึ? ...หน้าที่ในฐานะนักรบแห่งแสงผู้รับใช้คอสมอส กับความรู้สึกที่เขามีต่อพี่ชาย ได้สร้างความกลัดกลุ้มที่จะฉีกแยกหัวใจของเขาให้แหลกสลาย

บัทซ์ - ด้วยความตั้งใจที่จะเปลี่ยนวิกฤตให้กลายเป็นเรื่องมันส์ๆ เขาและซีดานได้แข่งกันว่าใครจะหาคริสตัลได้เจอก่อนกัน ทว่าบัทซ์กลับพลาดท่าให้แก่กับดักปริศนา จนถูกจับไปยังฐานทัพของเคออส แต่เขาก็ไม่ท้อถอย ในท้ายที่สุดบัทซ์ก็สามารถหลบหนีออกมาและสามารถหาคริสตัลได้สำเร็จ โดยไม่รู้เลยว่าหนทางข้างหน้าที่เขากำลังจะก้าวเดิน คือที่ตั้งของกับดักสุดร้ายกาจที่รอคอยเขาอยู่

ทีน่า - ภายใต้ความสุภาพอ่อนน้อม ทีน่ากลับครอบครองพลังเวทอันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะมองออกจากรูปลักษณ์ภายนอก ทว่านั่นกลับเป็นพลังที่เธอไม่สามารถควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ ในการเดินทางเพื่อตามหาคริสตัลนั้น เพื่อนรวมทางที่แสนเริงร่าอย่างนักรบหัวหอมกับพยายามที่จะแข่งรบแข่งสู้กับเธอ ระหว่างการเดินทางนั้นความทรงจำบางอย่างของเธอได้สูญหายไปอย่างฉับพลัน และในไม่ช้าเธอกลับต้องเผชิญกับความจริงที่ซ่อนอยู่หลังช่วงเวลาที่หายไป เพื่อนำมันกลับคืนมา...

คลาวด์ - ระหว่างที่ความสงสัยว่าเพื่อนร่วมทีมอย่าง ฟรีโอนีล เซซิล และทีดะ จะสามารถเชื่อใจได้แค่ไหนได้ก่อตัวขึ้น จู่ๆ อาการค้าวของหมอนี่ก็กำเริบขึ้นมาอย่างฉับกลัน... ตูจะสู้ไปทำไม? ตูต้องสู้อีกนานแค่ไหน? คำถามมากมายก่อตัวขึ้นเพื่อรุมเร้าคลาวด์ที่สับสน แต่แล้วการได้พูดคุยกับพวกพ้องก็ทำให้เขาได้รับเงื่อนงำและค่อยๆ เข้าใจอะไรต่างๆ ขึ้นมา ทว่าในตอนนั้นเอง..."เงามืด" จากอดีตกลับย้อนคืนมาเพื่อปิดกั้นหนทางข้างหน้าของเขา

สคอลล์ - ในฐานะคนที่เกิดมาเพื่อเป็นที่หนึ่งอยู่เสมอ เขารู้สึกว่าเพื่อนร่วมทีมนั้นเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับเขา ด้วยความคิดเช่นนี้หมอนั่จึงแยกตัวออกจากนักรบแห่งคอสมอสคนอื่นๆ และคิดที่จะหาคริสตัลให้พบด้วยฝีมือของตนเพียงลำพัง แต่แล้วระหว่างการเดินทางเขาก็ได้พบกับกลุ่มของบัทซ์ที่เข้ามาอธิบายว่าพวกเขาเป็นห่วงสคอลล์กันมากแค่ไหน สคอลล์ได้สัญญาว่าจะกลับมาพบกับทุกคนอีกครั้งอย่างแน่นอนก่อนที่จะแยกจากกันไป อย่างไรก็ตามการที่เพื่อนๆ เป็นห่วงสคอลล์แบบนี้กลับทำให้สคอลล์รู้สึกสับสน แต่หัวใจของเขาก็เริ่มอ่อนโยนขึ้นโดยที่เขาไม่ทันได้รู้สึกตัว

ซีดาน - "การแข่งขันเพื่อหาหาว่าใครจะหาคริสตัลพบก่อนกัน..." คือสิ่งที่ซีดานเสนอให้กับเพื่อนร่วมทีมอย่างบัทซ์ แต่แล้วบัทซ์กลับต้องติดกับดักศัตรูวางไว้ดักซีดาน จนเขาถูกพวกกองทัพเคออสจับตัวไป ด้วยความตระหนักดีว่านี่มันความผิดของตูนี่หว่า ซีดานจึงขอแก้ตัวด้วยการพยายามตามหาและช่วยเหลือบัทซ์อย่างสุดความสามารถ

ทีดะ - แม้ว่าจะได้รับคำสั่งให้ตามหาคริสตัล แต่นัยน์ตาของทีดะกลับจับจ้องไปยังเป้าหมายอื่น ซึ่งก็คือการเล่นงานเจ้าพ่อบ้าที่ชอบคุยโวโอ้อวดและปฏิบัติราวกับเขาเป็นเด็กเหลือขอ ด้วยความที่หมอนี่จับจ้องอยู่กับเป้าหมายที่นอกเรื่องแบบนี้ เพื่อนร่วมทีมเลยต้องเป็นกังวลไปด้วยว่าเส้นทางข้างหน้าของหมอนี่จะจบลงอย่างไร ทว่าความรู้สึกที่แท้จริงที่ทีดัสมีแต่พ่อของเขา กลับหลับใหลอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจโดยที่เขาไม่เคยรู้สึกตัวมาก่อน

ที่มา : HissiFFchaoticcosmos

Friday, November 28, 2008

สัมภาษณ์ล่าสุด Final Fantasy XIII

ทีมงานประจำเว็บไซท์ Kikizo ได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์หัวเรือใหญ่ในการพัฒนาเกม Final Fantasy XIII สองท่าน ซึ่งก็ได้แก่คุณ Yoshinori Kitase (Producer) และคุณ Shinji Hashimoto (Co-Director) เพื่อสอบถามถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาเกม Final Fantasy XIII อย่างไรก็ดีมีข้อน่าสังเกตว่าคำถามและคำตอบของบทสัมภาษณ์นี้มันคล้ายกับที่เคยลงในนิตยสาร OPM ฉบับเดือนที่แล้วราวกับลอกกันมา จะมีแตกต่างกันก็เพียงบางส่วนเท่านั้น เอาเป็นว่าใครสนใจก็ลองอ่านดูนะครับ

==================================================

Kikizo : เมื่อมองย้อนกลับไปในวันที่ FF ซีรียส์พึ่งเริ่มต้นขึ้น ในวันนั้นการแปลงเกมเป็นเวอร์ชั่นต่างประเทศยังเป็นสิ่งที่ไม่ได้มีการคาดคิดกันมาก่อน แต่เมื่อถึงวันที่ซีรียส์นี้โด่งดังในชาติตะวันตกแล้ว ตลาดฝั่งนั้นก็กลายเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับพวกคุณ สิ่งเหล่านี้มีผลกับการพัฒนา FFXIII หรือไม่? การเอาใจตลาดตะวันตกเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการพัฒนาด้วยรึเปล่า?

Kitase : หลังการวางจำหน่ายของ FFVII ผู้คนมากมายก็ได้เปิดใจต้อนรับการมาถึงของซีรียส์นี้ ชาวต่างชาติมากมายได้ลองเล่นซีรียส์นี้เป็นครั้งแรก เมื่อเรารู้ว่าชาวต่างชาติจำนวนมากหันมาสนใจเกมนี้แล้ว เราก็เริ่มตั้งสติและพยายามที่จะทำลายเอกลักษณ์และคอนเซปต์ในแบบญี่ปุ่นๆ ให้หมดไป แต่บางทีเราก็คงจะคิดกันมากเกินไป? บางทีความเป็นญี่ปุ่นของเกมนั่นแหละที่เป็นสเน่ห์อย่างหนึ่งของมัน สำหรับ FFXIII นั้นเราพยายามจะทำสิ่งต่างๆ ให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด ไม่ต้องห่วงเพราะเราจะไม่ทำเพื่อเอาใจตลาดใดตลาดหนึ่งเป็นพิเศษ ในเมื่อเกมนี้สร้างในญี่ปุ่น ดังนั้นมันก็ควรเป็นไปตามปกติของมัน

Kikizo : ช่วยบอกถึงความก้าวหน้าในการพัฒนา FFXIII หน่อยสิครับ

Kitase : การพัฒนาเกมเวอร์ชั่น PS3 ก็ดำเนินไปด้วยดี เราจะทำเวอร์ชั่นนี้ให้เสร็จก่อนแล้วค่อยเริ่มหันไปทำเวอร์ชั่น X360 ตอนนี้เราอยู่ในขั้นที่สามารถนำข้อมูลบางส่วนใส่ลงใน BRD และทดลองเล่นได้แล้ว

Kikizo : เป็นที่รู้กันว่า FFXIII ไม่ใช่เกม exclusive ของเครื่อง PS3 อีกแล้ว แฟน PS3 บางคนนั้นเสียใจกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก บางรายถึงขั้นพูดไม่ได้นอนไม่หลับ คุณมีอะไรจะบอกพวกเขาหรือไม่?

Hashimoto : พวกเขาไม่ควรคิดว่านี่เป็นการหักหลังหรือเป็นเรื่องน่าเสียใจ พวกเราไม่ได้ยกเลิกหรือดีเลย์การพัฒนาเกมเวอร์ชั่น PS3 ออกไปซะหน่อย! มันก็แค่การมอบโบนัสให้กับแฟน X360 เท่านั้น พวกเราไม่ได้ทำให้พวกเขาต้องเสียเปรียบนะครับ

Kitase : ขอเสริมหน่อยนะครับ.... ผมคิดว่าการประกาศมัลติแพลตฟอร์มเนี่ยอาจทำให้แฟนๆ บางส่วนกังวลว่าจะมีการลดสเปคของเกมลงเพื่อให้มันทำลงทั้งสองคอนโซลเครื่องได้อย่างเหมาะสม แต่ความจริงคือพวกเรากำลังพัฒนาเวอร์ชั่น PS3 กันอยู่ และทีมงานก็พยายามจะดึงศักยภาพของ PS3 มาใช้อย่างสูงสุด เมื่อเสร็จแล้วเราถึงจะพอร์ทลง X360 และค่อยปรับแต่งให้เหมาะสมกับฮาร์ดแวร์ ดังนั้นแล้วถึงจะประกาศลงสองเครื่องแต่จะไม่มีการลดคุณภาพของเกมลงเด็ดขาด

Kikizo : ความจุอันมหาศาลของ BRD มีผลมากแค่ไหนกับการพรีเซนต์เกม?

Hashimoto : ความจุของ BRD ไม่ได้สำคัญเท่ากับประสิทธิภาพของตัวฮาร์ดแวร์หรอกครับ ในอดีตนั้นการทำ CG คุณภาพสูงต้องทำเป็นแบบ Pre-Rendered CG เท่านั้น แต่ในปัจจุบันเราสามารถทำ CG คุณภาพสูงเหล่านั้นในแบบ Realtime ได้แล้ว เราสามารถสร้างมอนสเตอร์ขนาดมหึมา สภาพธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ได้ ดังนั้นแล้วฮาร์ดแวร์ต่างหากที่เป็นกุญแจสำคัญของความก้าวหน้าในการพรีเซนต์เกม

Kikizo : เครื่อง PS3 ก็ได้วางขายในญี่ปุ่นมานานพอควรแล้ว พวกคุณจะช่วยวางจำหน่าย FFXIII ออกมาให้เร็วกว่านี้ซักนิดได้มั้ย?

Hashimoto : แน่นอนว่าเราก็อยากจะทำมันให้เสร็จโดยเร็วที่สุด แต่การพัฒนาเกมบนฮาร์ดแวร์ใหม่เป็นอะไรที่ซับซ้อนยุ่งยาก มันเลยกินเวลามากครับ

Kikizo : ในตอนนี้ยังไม่ค่อยมีการเปิดเผยถึงระบบการเล่นของ FFXIII เลย ช่วยชี้ทางสว่างให้กับเหล่านักอ่านซักหน่อยสิครับ?

Kitase : เกมเพลย์หรอ... ในเวลานี้เรายังเปิดเผยอะไรไม่ได้มาก บอกได้แค่ว่ามันจะคล้ายกับ FFXII ก็จะมีมอนสเตอร์เตร็ดเตร่ไปมาอยู่ทั่วฟิลด์ ผู้เล่นสามารถเข้าไปลุยหรือเลือกที่จะหลีกหนีพวกมันได้ และเมื่อสัมผัสพวกมันแล้วก็จะเกิดการต่อสู้ขึ้นมา เราไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีสมาชิกกี่คนอยู่ในกลุ่มปาร์ตี้ แต่เกมจะมีระบบปาร์ตี้ตามที่เคยมีมาอย่างแน่นอน

Kikizo : อีกนานแค่ไหนกว่าจะทำเนื้อเรื่องและคอนเซปต์ของ FFXIII เสร็จ? ตรงไหนที่เป็นส่วนยากครับ?

Kitase : โปรเจคท์มันก็ดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไปนะครับ ก็เลยไม่ได้มีการกำหนดว่าเราจะต้องทำให้เสร็จกันภายในเมื่อไหร่ ด้านระบบต่อสู้นั้นเป็นส่วนที่เราพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา ซีนาริโอ้นั้นก็ทำเสร็จไปมากแล้ว ส่วนพวกงานอาร์ทก็เสร็จไปราวๆ 80% ครับ

Kikizo : FFXIII เกี่ยวข้องกับเกมอื่นในโปรเจคท์ "Fabula Nova Crystallis" อย่างไรครับ?

Hashimoto : FFXIII แต่ละภาคถูกสร้างขึ้นโดยผู้กำกับคนละคนกัน ทุกภาคจะอิงตาม "ตำนานคริสตัล" ที่ปรากฏในเนื้อเรื่องหลักของเกมเหมือนกัน ทว่าแต่ละคนก็จะมีวิธีการตีความถ่ายทอดเรื่องราวต่างกัน เราให้ไดเรคเตอร์แต่ละคนมีอิสระในการคิดเนื้อเรื่องและรูปแบบเกมตามใจชอบ ดังนั้นทั้งสามเกมจะแตกต่างกันมาก

Kikizo : ไลท์นิ่งเป็นตัวละครหลักของเกมหรือว่าเป็นตัวละครอื่นกันแน่ครับ?

Kitase : มองภาพรวมแล้ว ไลท์นิ่ง - ซึ่งก็ไม่ใช่ชื่อจริงของเธอหรอกนะ เธอจะเป็นตัวละครหลักของเกม ทว่าในบางช่วงของเกมตัวละครอื่นก็จะขึ้นมาเป็นตัวหลักแทน ถึงแม้ว่านั่นจะเป็นส่วนสำคัญของเกม แต่รวมๆ แล้วไลท์นิ่งก็ยังคงเป็นตัวหลักอยู่ดี

Kikizo : ทำไมคราวนี้ถึงใช้ผู้หญิงเป็นตัวละครหลักล่ะครับ?

Kitase : ที่ผ่านมาเราเคยใช้ผู้หญิงเป็นตัวละครกึ่งผู้นำมาแล้วอย่างทีน่าใน FFVI หรือยูน่าใน FFX แต่พวกเขาก็ไม่ได้เป็นตัวหลักของเนื้อเรื่องจริงๆ ดังนั้นเราก็เลยอยากจะลองให้ผู้หญิงเป็นผู้นำแบบเต็มๆ ซักครั้ง อยากจะลองเผชิญกับความท้าทายในการสร้างเนื้อเรื่องที่จะเกิดขึ้นรอบๆ ตัวเธอดู

Kikizo : ดูเหมือนโลกของ FFXIII จะไม่ได้เป็นทั้งแฟนตาซีหรือไซไฟแบบเพียวๆ ซะทีเดียว คอนเซปต์เบื้องหลังโลกของเกมนี้คืออะไรกันแน่ครับ?

Kitase : การที่เกมจะมีรสของแฟนตาซีหรือไซไฟมากกว่ากันนั้นก็ขึ้นอยู่กับทีมพัฒนา เราจะตัดสินใจว่าเราจะทำอะไรตั้งแต่ช่วงต้นของการพัฒนา สำหรับ FFX นั้นตัวเกมจะให้ความเป็นแฟนตาซีมากกว่า ขณะที่ FFVII ก็จะให้อารมณ์ความไฮเทค สำหรับทีมสร้าง FFXIII นั้นส่วนมากก็มาจากทีมพัฒนา FFX ในเมื่อ FFX ถูกสร้างขึ้นแบบแฟนตาซีแล้ว คราวนี้เราเลยอยากเปลี่ยนอารมณ์หันมาเพิ่มความเป็นไซไฟให้กับ FFXIII แทน

Kikizo : จากที่เราได้เห็นกันมา พบว่าในเกมมีแต่พวกปืนและอาวุธแนวไซไฟทั้งนั้น ศัตรูส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกมนุษย์ด้วยกัน ไม่ค่อยได้เห็นพวกมอนสเตอร์เลย นี่คือสิ่งที่เราจะได้เห็นในตัวเกมจริงๆ ด้วยใช่มั้ย?

Kitase : จริงๆ แล้วเทรลเลอร์และสกรีนช็อตที่เห็นกันนั้นเป็นสิ่งที่เราสร้างกันตั้งแต่ช่วงต้นของการพัฒนาเกม ซึ่งในตอนนั้นตัวเกมยังมีแค่ศัตรูที่เป็นมนุษย์ พวกปืนก็เช่นเดียวกัน ทว่าสำหรับตัวเกมจริงๆ นั้นขอรับรองว่าจะได้เห็นความหลากหลายมากกว่านี้อย่างแน่นอน

Kikizo : งั้นช่วยบอกอะไรก็ได้เกี่ยวกับศัตรูที่เราต้องสู้หน่อยสิครับ?

Kitase :  ในเกมจะมีมอนสเตอร์หลากหลายชนิดขึ้นอยู่กับสถานที่ต่างๆ ภายในเกม ตัวอย่างเช่นที่เห็นในเทรลเลอร์ ถ้าตัวละครอยู่ในเมือง ศัตรูก็คือกองกำลังทหาร แต่ถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติแล้ว ก็จะเจอพวกมอนสเตอร์ที่เป็นสัตว์เอง

Kikizo : เวลาที่คุณปล่อยเทรลเลอร์หรือภาพใหม่ๆ ออกมาและได้รับเสียงตอบรับแรงๆ จากแฟนๆ มันสร้างความกดดันให้กับทีมของพวกคุณรึเปล่า?

Kitase : มันก็ไม่ได้กดดันอะไรมากมาย ทุกวันนี้เรามีอินเตอร์เน็ตใช้กันแล้ว ดังนั้นเราจึงได้เห็นกระแสตอบรับทันทีที่เราปล่อยอะไรใหม่ๆ ออกไป ได้เห็นความคิดมากมายของผู้คนที่ว่าส่วนนี้ดี ส่วนนี้เลว ประมาณนั้น เราก็จะดูกระแสตอบรับเหล่านั้น แล้วดูว่าเสียงตอบรับตรงไหนว่าดีตรงไหนว่าไม่ดี แล้วก็เอาไปพิจารณาเพื่อแก้ไขตัวเกมต่อไป

Kikizo : แล้วพวกคุณเอาดูฟีดแบ็คกันจากที่ไหนล่ะครับ?

Hashimoto : ของแบบนี้มันเป็นความลับครับ! (ฮา~) นอกจากอินเตอร์เน็ตแล้ว เวลาพวกเราจัดงานกันเนี่ย พวกสตาฟฟ์ก็จะแอบมองจากหลังม่านนะครับว่าผู้ชมรู้สึกตอบรับกันอย่างไร เราก็นำส่วนนี้มาพิจารณาด้วย!

Kikizo : ในความคิดพวกคุณนั้น อะไรคือแก่นแท้ของคุณค่าความเป็น Final Fantasy - อะไรคือสิ่งที่ทำให้ Final Fantasy แตกต่างจาก RPG อื่นๆ - แล้วพวกคุณรู้สึกว่า FFXIII ได้มีสิ่งเหล่านี้อยู่หรือไม่?

Kitase : เฮ่ยยย... คำถามยากนะเนี่ย

Hashimoto : เออนั่นสิ!

Kitase : เชิญคุณตอบก่อนเลยละกัน (ฮา~)

Hashimoto : เอ่อ..แต่ละเกมนั้นก็จะมีเป้าหมายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เกมของตนแตกต่างจากเกมอื่นๆ ในท้องตลาด สำหรับ Final Fantasy แล้ว พวกเรารู้สึกว่ากุญแจสำคัญที่ว่านั้นก็คือการไปให้ถึงศักยภาพสูงสุดที่เป็นไปได้ การไปให้ถึงระดับคุณภาพสูงสุดที่เป็นไปได้ในยุคนั้นๆ  เราพยายามจะยกระดับมาตรฐานและก้าวข้ามมันไปให้ได้อยู่เสมอ เราพยายามทำแบบนี้มาทุกยุคทุกสมัย และเมื่อเราทำสำเร็จ ผู้คนก็จะบอกเราว่า "เป็นเกมที่เจ๋งไปเลย" และนี่ก็คือเป้าหมายในการสร้าง FFXIII ของเรา

Kitase : ผมมีเรื่องเล็กๆ จะเสริมซักหน่อย เป็นเรื่องของคุณฮิโรโนบุ ซากากุจิที่เคยเป็นผู้นำของ FF ซีรียส์ ผมกับเขาเคยคุยกันในหัวข้อนี้มาก่อน...แต่มันเป็นเรื่องกึ่งโจ๊กน่ะนะ ผมถามเขาว่า "อะไรคือสิ่งที่ควรมีอยู่ใน Final Fantasy ตลอดไปเพื่อให้มันเป็นในสิ่งที่มันควรเป็น? หรือว่า..อะไรคือสิ่งที่เป็น Final Fantasy กันแน่?" แล้วเขาก็ตอบมาว่า "ตราบใดที่ยังใช้กล่องข้อความที่มีพื้นหลังสีน้ำเงิน และใช้ข้อความพร้อมกรอบสีาว แค่นั่นก็เป็น FF แล้ว!" นี่เป็นเรื่องลับสุดยอดที่ไม่เคยบอกใครจนถึงบัดนี้นะเนี่ย! (ฮา~) แต่เมื่อกราฟฟิคมันพัฒนาไปมากแล้ว เราก็ไม่สามารถที่จะรักษาสิ่งเหล่านั้นไว้ได้... ดังนั้น...ซากากุจิซัง...ผมขอโทษนะ! (ฮา~)

Kikizo : ทุกวันนี้เราเริ่มเห็นเกมที่มีข้อความและบทสนทนาเยอะๆ วางขายพร้อมกันทั่วโลกแล้ว  คิดว่าเป็นไปได้มั้ยที่ Final Fantasy จะทำแบบนั้นบ้าง?

Kitase : พวกเราก็พยายามที่จะลดช่องว่างเวลาระหว่างการวางขายในญี่ปุ่นกับต่างแดนลงอยู่แล้วล่ะครับ คราวนี้เราก็อยากจะเริ่มทำเวอร์ชั่นต่างประเทศให้เร็วที่สุด ถ้าทำได้ก็จะสามารถลดระยะห่างในการวางจำหน่ายลงได้ แต่ก็อย่างที่รู้กันว่า RPG นั้นมีข้อความบทสนทนาอยู่มากมายมหาศาล เราพยายามทำงานอย่างเต็มที่แล้ว แต่ยังไงก็ไม่สามารถทำลายช่องว่างของเวลานั้นให้หมดไปได้ซะทีเดียว

ที่มา : Kikizo

Sunday, October 26, 2008

รีพอร์ท VBK วันที่สอง...วีที่บินหายไป

 ผมไปงานวิบูลย์กิจ

ผมไปเดินล่าเทรดดิ้งการ์ดที่กำหนดเพื่อให้ได้สิทธิเข้าชิงเครื่อง Wii ในช่วงท้ายงาน

ผมรวบรวมการ์ดมาได้เอง 4 ชุด

ได้การ์ดจากเพื่อนมาสมทบอีก 2 ชุด

มีคนไม่รู้จักยินดีทำสัญญามืดกัน ให้ผมมาอีก 1 ชุด รวมทั้งหมดเท่ากับผมมีการ์ด 7 ชุด

กติกาในการแลกเครื่อง Wii คือคนที่มีการ์ดที่กำหนดมากชุดที่จะเป็นคนได้ของรางวัลไป

ด้วยใจที่มุ่งมั่นเต็มเปี่ยม กรรมการเรียกผมที่มีการ์ดถึง 7 ชุดขึ้นไปยืนรอผู้ท้าชิงบนเวที

กลุ่มเด็กกลุ่มหนึ่งที่พยายามเรียกเพื่อนมาระดมการ์ดอยู่ข้างเวที ได้บอกให้กรรมการรอเดี๋ยว... นับการ์ดจะเสร็จแล้ว

กรรมการก็พยายามเร่งเรื่อยๆ ว่ามันจะหมดเวลาแล้วนะครับ ต้องรีบแจกรางวัลเพื่อเปิดทางให้กิจกรรมต่อไปแล้ว

ผมยืนรออยู่บนเวทีประมาณ 10 นาที ตั้งแต่ 16.55 ถึง 17.05 น. แล้วในที่สุดอีกกลุ่มนึงก็ส่งตัวแทนขึ้นเวที

ผมมีการ์ด 7 ชุด อีกกลุ่มก็มีการ์ด 7 ชุด

กรรมการจึงให้ตัดสินด้วยการใช้การ์ดมาเป่ายิ้งฉุบกัน ใครชนะ 2/3 ได้รางวัลไป

ผมหยิบการ์ดขึ้นมาพิจารณาดู พบว่าการ์ดส่วนใหญ่เป็นกรรไกร ค้อนมีบ้าง กระดาษแทบจะไม่มีเลย

ความคิดแรกแล่นเข้ามาว่า อีกฝ่ายน่าจะหยิบกรรไกรที่เป็นการ์ดที่มีจำนวนมากที่สุดขึ้นมา

แต่แล้วความคิดที่สองกลับบอกว่า ค้อนคือสัญลักษณ์แห่งพลัง อีกฝ่ายต้องออกค้อนแน่....

เมื่อคิดได้ดังนี้ ผมจึงหยิบการ์กระดาษมาหมอบไว้...

แต่พอเปิดการ์ด "โช๊ะ!!!!"

อีกฝ่ายออกกรรไกร ผมออกกระดาษ ผมถูกนำไป 1-0

กรรมการให้สัญญาณเลือกการ์ดใบที่สอง ผมครุ่นคิดว่าจะออกอะไรไปดี

ผมเริ่มพยายามตีความรูปแบบความคิดของคนทั่วไปให้เป็นตรรกะ

ส่วนใหญ่แล้วเมื่อชนะแล้วมักจะเปลี่ยนเครื่องหมายที่จะออก แต่ถ้าแพ้ก็มักจะใช้เครื่องหมายเดิมซ้ำในตาถัดไป

ผมเชื่อว่าอีกฝ่ายไม่น่าออกกรรไกรซ้ำ น่าจะออกค้อนหรือกระดาษ ดังนั้นถ้าผมออกกระดาษไว้ก่อนก็น่าจะได้เปรียบ

ผมหมอบการ์ดกระดาษ ขณะที่อีกฝ่ายหมอบการ์ดปริศนา

พอกรรมการให้สัญญาณเปิด "โช๊ะ"

อีกฝ่ายออกกรรไกร ส่วนผมออกกระดาษ ผมแพ้ไป 2-0

......

...................

เครื่องวีเครื่องหนึ่งติดปีกบินผ่านไปต่อหน้า

ผมได้กิฟท์วอลเชอร์จากร้าน Zest มูลค่า 1,000 บาทเป็นรางวัลปลอบใจ

ทว่านับตั้งแต่ช่วง 5 โมงเป็นต้นมาจนถึงตอนนี้ นัยน์ตาผมยังคงเหม่อเลย พูดไม่รู้เรื่อง ช็อคค้างไม่หาย

มีเสียงหนึ่งดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท "เอาวีกูคืนมาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"

..............

................................

......................

เสียใจ แค่ไหน อยากรู้.....บอกเธอได้คำเดียว....อยากตายยยยยยย TTTwwwTTT

....

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การเป่ายิ้งฉุบด้วยการ์ด เอาตรรกะการเป่ายิ้งฉุบด้วยมือมาใช้บ่ได้....

Thursday, October 16, 2008

บทสัมภาษณ์ทีมงานเกี่ยวกับเรื่องทั่วไปของ Final Fantasy XIII

ไม่เป็นไรครับถ้าคุณรู้สึกว่างาน Tokyo Game Show ที่เพิ่งผ่านมาไม่ค่อยจะมีข้อมูลอะไรใหม่ ๆ ของ Final Fantasy XIII ออกมาซักเท่าไหร่ เพราะเรามีบทสัมภาษณ์ของคุณ Yoshinori Kitase ผู้อำนวยการสร้าง และคุณ Shinji Hashimoto ผู้บริหารฝ่ายประสานงานของเกมในภาคนี้อยู่ด้านล่างนี้แล้ว สิ่งที่ทั้งสองท่านได้ให้สัมภาษณ์ไว้ก็เป็นเรื่องของความเกี่ยวโยงกันในซีรีส์ Fabular Nova Crystalis เรื่องตัวละครหลัก ระบบการต่อสู้ ธีมหลักของเรื่อง และอื่น ๆ รวมไปถึงเรื่องขัดใจแฟน ๆ PS3 อย่างการลดอัตราความขลังของตัวเกม แต่อย่างไรก็ตาม CD/DVD บันทึกงานแสดงสดตัวล่าสุดของของ Linkin Park ที่มีชื่อว่า Road to Revolution จะเริ่มออกวางจำหน่ายในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้แล้วนะครับ ไปอ่านบทสัมภาษณ์กันได้เลย


แรงบัลดาลใจหลักในการเขียนเนื้อเรื่องของ Final Fantasy XIII คืออะไร
Kitase: เนื้อเรื่องของ Final Fantasy XIII นี่เขียนขึ้นโดยอิงจากเทพนิยายคริสตัลครับ มันก็เทียบได้กับเทพนิยายกรีกในชีวิตจริงของเรานี่แหละ เทพนิยายคริสตัลคือเรื่องเล่าของเทพเจ้าที่มีความเกี่ยวโยงกับคริสตัล ซึ่งถือเป็นเทพนิยายเฉพาะของตัวเกม การตั้งชื่อบางอย่างภายในเกมเราจะอิงตามเทพนินยายนี้ รวมไปถึงจะมีสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่มีอยู่ตามในเทพนิยายด้วยครับ และตัวเทพนินยายคริสตัลนี้ก็จะเป็นตัวเชื่อมเรื่องราวของเกม FFXIII ทุกภาคเข้าไว้ด้วยกันครับ
Hashimoto: แต่ละภาคของ Final Fantasy XIII รวมไปถึง Agito กับ Versus ถูกสร้างขึ้นโดยอิงเรื่องราวจากเทพนินยายคริสตัลครับ ผู้กำกับแต่ละคนมีสิทธิ์ที่จะตีความเทพนินยายเหล่านั้นได้ตามความคิดความเข้าใจของตัวเอง เพราะฉะนั้นผู้กำกับของเราแต่ละคนจึงจะสามารถสร้างเนื้อเรื่องรวมไปถึงรูปแบบของการเล่นได้อย่างอิสระครับ ถึงจะถูกเชื่อมโยงด้วยเทพนินยายเดียวกัน แต่ทั้งสามเกมจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันมาก ๆ ครับ

Lightning จะได้รับบทนำตลอดทั้งเกมหรือเปล่า
Kitase: Lightning ตัวละครหญิงที่เห็นกันในเทรลเลอร์นี่จริง ๆ แล้วชื่อจริงของเธอไม่ใช่ Lightning นะครับ เธอแค่ถูกเรียกว่า Lightning เฉย ๆ และเธอก็เป็นตัวละครหลักครับ แต่อย่างว่าบางทีก็อาจจะมีเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นโดยมีตัวละครอื่นเป็นตัวดำเนินเรื่อง แต่โดยรวมแล้ว Lightning นี่แหละครับที่เป็นตัวละครหลักของเรื่องราวทั้งหมด

ทำไมถึงเลือกผู้หญิงมาเป็นตัวละครหลัก
Kitase: ในอดีตเราก็มีตัวละครหญิงที่มีบทเด่นอย่าง Terra จาก FFVI และก็ Yuna จาก FFX นะครับ ถึงถึงอย่างนั้นพวกเธอก็ยังไม่ใช่ตัวเอกแบบเต็มตัว เราก็เลยอยากจะลองปั้น Lightning ขึ้นมาเป็นตัวละครเอกและท้าทายตัวเราเองด้วยการแต่งเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นรอบตัวเธอครับ

นี่ก็นานแล้วแต่เรายังไม่ได้เห็นรูปแบบของระบบปาร์ตี้เลย หรือนี่จะเป็นจุดเปลี่ยนของซีรีส์
Kitase: ระบบปาร์ตี้น่ะมีแน่นอนครับ แต่ตอนนี้เรายังบอกไม่ได้ว่าตัวละครในกลุ่มจะมีกันกี่คน แล้วในส่วนของระบบการต่อสู้ตรงจุดนี้ผมก็ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้มากนัก แต่ภาพรวมของมันก็จะคล้าย ๆ กันกับ FFXII ครับ จะมีศัตรูเดินไปมาในฉากแผนที่ ผู้เล่นจะสามารถโจมตีพวกมันได้ ในทางกลับกัน พวกมันก็จะโจมตีผู้เล่นก่อนได้เช่นกัน เพราะเราเขียน A.I. ครอบคลุมในส่วนนี้ไว้ด้วย และเมื่อเกิดการปะทะก็จะเกิดฉากต่อสู้ขึ้นมาครับ ก็ประมาณนี้ล่ะนะ ระบบต่อสู้ของ Final Fantasy XIII

Final Fantasy XIII จะเน้นไปทางนิยายวิทยาศาสตร์หรือว่าเนื้อหาที่เป็นแฟนตาซี
Kitase: เรื่องจะ Sci-fi หรือ Fantasy นี่เราได้ตัดสินใจกันตั้งแต่ช่วงต้นของการสร้างแล้วครับ ทีมงานของภาคนี้ก็คือทีมที่สร้าง Final Fantasy X ซึ่งเน้นความเป็นแฟนตาซีเป็นหลัก แล้ว Final Fantasy XIII ก็คืองานชิ้นถัดมาของพวกเขา เพราะฉะนั้นครั้งนี้พวกเขาก็เลยอยากจะทำมันออกมาโดยที่เพิ่มความเป็น Sci-fi ให้มากขึ้นครับ

การประกาศสร้างเวอร์ชั่น Xbox 360 จะส่งผลให้เกิดความล่าช้าขึ้นกับเวอร์ชั่น PS3 หรือเปล่า
Kitase: เราจะสร้างเวอร์ชั่น PS3 ให้เสร็จก่อนครับถึงจะเริ่มต้นงานในส่วนต่อไปได้ เราจะจับมันลงแผ่น Blu-ray ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน จนกว่าจะถึงตอนนั้นเรื่องอื่นก็ไว้ค่อยว่ากันทีหลังครับ

คุณคิดว่าเจ้าของเครื่อง PS3 จะผิดหวังกับการประกาศลง Xbox 360 ด้วยหรือไม่
Hashimoto: ไม่ว่าจะยังไงเราก็ไม่อยากจะทำให้เจ้าของเครื่อง PS3 ต้องมาเสียความรู้สึกครับ เราไม่ได้ยกเลิกหรือทำให้มันล่าช้าลง การพัฒนาจะยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิมครับ
Kitase: บางคนอาจจะกังวลเรื่องที่เราโกมัลติแล้วจะทำให้มันกลายเป็นเกมเกรด B ก็ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เป้าหมายในการพัฒนาของเราก็คือการดึงเอาประสิทธิภาพของเครื่อง PS3 ออกมาใช้ให้เต็มที่ พอเสร็จแล้วเราก็ค่อยพอร์ตมันไปลง Xbox 360 แล้วปรับปรุงให้เข้ากับความสามารถของตัวเครื่องอีกต่อนึง เราจะใช้ประสิทธิภาพของทั้งสองเครื่องอยางเต็มที่โดยไม่มีการปรับลดคุณภาพของตัวเกมครับ

ทุกวันนี้ความสัมพันธ์กับ Sony เป็นอย่างไรบ้าง
Hashimoto: ไม่มีความเปลี่ยนแปลงในด้านความสัมพันธ์ระหว่างเรากับ Sony ครับ อีกอย่างเราก็มีหลาย ๆ เกมที่กำลังจะลงให้กับ PSP ด้วย เพราะฉะนั้นความสัมพันธ์ระหว่างเราจะมีแต่มั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ ครับ

การเปลี่ยนมาลงเครื่องยุคใหม่ทำให้การพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปในด้านใดมากที่สุด
Kitase: สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือประสิทธิภาพของตัวเครื่องเกมครับ เมื่อก่อนอย่างมากเราก็ทำได้แค่ CG แบบพรีเร็นเดอร์ แต่ตอนนี้เราสามาระควบคุมภาพระดับ CG ได้ในแบบเรียลไทม์ รวมไปถึงการแสดงผลมอนสเตอร์พร้อมกันได้มากขึ้น ระยะการมองเห็นก็ไกลขึ้น บอกได้เลยว่าประสิทธิภาพของตัวเครื่องเกมน่ะเป็นกุญแจสำคัญในยุคนี้ครับ

ตัวเกมพัฒนาไปได้มากแค่ไหนแล้ว และคุณคิดว่าจะต้องใช้เวลาในการสร้างนานเท่าไร
Kitase: ขอบเขตงานของเรายังคงโตขึ้นเรื่อย ๆ ครับ เพราะฉะนั้นผมเลยยังบอกกำหนดเวลาที่แน่นอนไม่ได้ อย่างตัวระบบการต่อสู้ก็ยังไม่ได้ข้อกำหนดตายตัวครับ เรายังคงพัฒนามันไปเรื่อย ๆ ปรับนู่นแต่งนี่ลองผิดลองถูกกันอยู่ เนื้อเรื่องโดยรวมก็ค่อนข้างจะเรียบร้อยดีแล้ว แล้วในส่วนของงานศิลป์ฏ้เสร็จไปประมาณ 80% แล้วครับ

จะลองออกวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกเหมือนอย่าง MGS4 ไหม
Kitase: เราพยายามจะลดช่องหว่างระหว่างการวางจำหน่ายเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นกับเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษให้ได้มากที่สุดครับ แต่ก็อยางที่รู้ว่าเกม RPG เนี่ยพวกข้อมูลตัวหนังสือมันเยอะมาก แต่เราจะพยายามทำทำมันออกมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ

เราดูเทรลเลอร์ตัวเดิม ๆ มาสองปีแล้ว พอจะมีโอกาสที่จะได้เห็นอะไรใหม่ ๆ บ้างไหม
Hashimoto: (หัวเราะ) เราก็บอกไม่ได้นะครับว่าเมื่อไหร่ แต่สิ่งที่เราตั้งเป้าไว้เป็นอันดับแรกในตอนนี้ก็คือตั้งใจพัฒนาตัวเกมให้เสร็จสมบูรณ์ เอาเป็นว่ายังไงก็รอดูกันต่อไปละกันนะครับ

จากการที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จในตลาดต่างประเทศ คุณคิดจะเพิ่มความเป็นตะวันตกให้กับตัวเกมบ้างไหม
Hashimoto: Final Fantasy VII เป็นตัวเปิดโอกาสให้กับอะไรหลาย ๆ อย่างครับ ตอนนั้นทีมงานของเรากังวลเรื่องการวางจำหน่ายที่ต่างประเทศอยู่เหมือนกัน ก็เลยตัดอะไร ๆ ที่มันดูเป็นญี่ปุ่นจ๋าออกไปพอสมควร แต่กับภาค XIII เราจะพยายามเป็นธรามชาติให้มากที่สุดครับ ถึงทีมงานของเราเกิดที่ญี่ปุ่น โตที่ญี่ปุ่น แต่เราก็จะไม่กำหนดว่าเกมจะต้องเน้นไปตามวัฒนธรรมของที่ไหน เราจะปล่อยไปพวกเขาแสดงความคิดความเห็นออกมาตามธรรมชาติครับ

แรงกดดันจากแฟนเกมหลังจากที่ได้ชมเทรลเลอร์ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาหรือเปล่า
Kitase: ก็ไม่เท่าไหรนะครับ เพราะอินเทอร์เน็ตในทุกวันนี้ทำให้หลังจากที่เราปล่อยเทรลเลอร์ตัวใหม่ออกไป เราก็จะได้รับเสียงตอบรับจากแฟน ๆ กลับมาทันที แล้วถ้าเกิดมีความเห็นไหนที่ดูเข้าท่า เราก็จะนำมาพิจารณาครับ เพราะงั้นกระแสตอบรับจากแฟนเกมก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ครับ

คุณคิดว่าคุณค่าของ Final Fantasy อยู่ที่ตรงไหน
Hashimoto: แน่นอนว่าเกมแต่ละเกมมุ่งที่จะสร้างจุดเด่นให้กับตัวเอง สำหรับ Final Fantasy ผมคิดว่ามันคือการที่เราพยายามสร้างเกมที่เหมาะสมกับประสิทธิภาพของเครื่องเกมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาขีดความสามารถของตัวเราเองครับ

ตกลงว่า Final Fantasy จะได้ Final จริง ๆ สักทีไหม หรือมันจะอยู่ต่อไปอีกสัก 40 ปี
Hashimoto: (หัวเราะ) ตอนนั้นผมก็คงจะ 80 แล้วล่ะนะ ผมก็คงจขะไม่ได้ทำงานกับ Final Fantasy แล้ว จริง ๆ ก็อย่างที่รู้กันว่าเนื้อเรื่องของ FF ภาคหลักในแต่ละภาคน่ะไม่เกี่ยวข้องกัน แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ FF แต่ละภาคจะเกิดขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อมีทีมพัฒนาที่ต้องการจะสร้างเกมที่สมบูรณ์แบบและเหมาะสมกับเครื่องเกมเครื่องนึง ตราบเท่าที่ยังมีกลุ่มคนที่คิดแบบนี้อยู่ ผมก็คิดว่า Final Fantasy ก็จะยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปครับ
Kitase: ตอนที่เกมสี่ภาคแรกออกมาผมยังเป็นแค่แฟนเกมคนนึงอยู่เลยครับ แล้วผมก็เพิ่งจะได้เข้ามาร่วมงานจริง ๆ จัง ๆ เอาตอนภาค VII ทีมงานของ FFXIII ในตอนนี้ก็มีแต่แฟนเกมรุ่น FFVII ไม่แน่ว่าต่อไปแฟนเกมรุ่นใหม่ที่มี FFXIII เป็นแรงบันดาลใจอาจจะเข้ามาทำงานที่นี่แล้วเป็นคนสร้าง Final Fantasy ภาคต่อ ๆ ไปในอนาคตเองก็ได้ครับ

แปลและเรียบเรียง : P5HNG_Gconsole
ที่มา : Official Playstation Magazine

Saturday, October 11, 2008

รายละเอียดเนื้อหาเทรลเลอร์ Final Fantasy Versus XIII

ทีมข่าวจากเว็บไซท์ joystiq ได้มีโอกาสไปร่วมงาน TGS2008 ที่กำลังจัดอยู่ในช่วงตั้งแต่วันที่ 9 - 12 ตุลาคม หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเพื่อโลกแล้วพวกเขาก็ได้กลับมาเขียนบรรยายความประทับใจที่มีต่อเทรลเลอร์และเดโมเกมต่างๆ ซึ่งสำหรับเกม Final Fantasy Versus XIII แล้วก็มีเนื้อหาดังต่อไปนี้ครับ......

เทรลเลอร์เริ่มต้นด้วยข้อความที่พวกเราเห็นกันมานับสิบรอบแล้ว "This is a fantasy based on reality." จากนั้นภาพก็ฉายไปที่รถของเจ้าชายโนคุโตะที่แล่นด้วยความเร็วสูงลอดผ่านเข้าไปในอุโมงค์แห่งหนึ่ง เขากำลังฟังข่าวที่ดังขึ้นผ่านวิทยุประจำรถ เมื่อพาหนะคันเก่งวิ่งออกมาจากอุโมงค์แล้วภาพก็ฉายให้เห็นท้องฟ้าที่สว่างไสวด้วยแสงจันทร์ ซึ่งมียานเหาะยักษ์สองลำบินร่อนอยู่ไกลๆ หลังจากนั้นเราก็ได้เห็นวลีเด็ดของเช็คสเปียร์ที่ได้เห็นกันมาตั้งแต่เทรลเลอร์เปิดตัวเกมแล้ว พอข้อความดังกล่าวหายไป ฉากใหม่ๆ ก็เริ่มปรากฏขึ้นมาให้เห็นกัน (จริงๆ คือฉากเก่าที่ฉายในงาน DK แต่ทีมงาน Joystiq ไม่เคยเห็นมาก่อน)

โนคุโตะในชุดสูทสีดำปรากฏตัวในกราฟฟิค Realtime  ซึ่งภาพนั่นแจ่มแจ๋วดึงดูดใจไม่แพ้ FFXIII ตัวหลักเลย เขาขึ้นบันไดหินอ่อนไปยังห้องที่ดูคล้ายห้องอาร์ทแกลลอรี่ และได้เจอกับสเตลล่าที่เราเคยเห็นในชุดขาวดำ แต่คราวนี้เธอมาในชุดค๊อกเทลสีขาว ทั้งสองกำลังคุยกันโดยมีซัพไตเติ้ลภาษาญี่ปุ่นขึ้นมาประกอบ แต่ดันไม่มีเสียงซะงั้น คงยังไม่ได้ทำหรือไม่ก็ทำแล้วแต่ถูกตัดออกด้วยเหตุผลบางอย่าง  ในห้องนั้นก็มีภาพศิลป์ที่เป็นฝีมือของคุณอามาโนะห้อยอยู่หลังสเตลล่า พวกเขายังคงคุยกันต่อไปอย่างถูกคอ

ฉากที่ตามต่อมาก็คือพวก Pre-rendered Cutscene เก่าๆ ที่เคยเห็นกันตั้งแต่ปีที่แล้ว รถสีดำวิ่งเข้าไปในถนนทรายจนไปถึงแหล่งน้ำ ถนนขาดอยู่ที่จุดนี้ ส่วนสะพานที่ใช้ข้ามทะเลก็พังและกำลังจมลงไปให้เห็นกัน จากนั้นก็เป็นฉากในสภาที่อุดมไปด้วยคนชุดดำกำลังนั่งล้อมโต๊ะสุมหัวคุยกัน คงเป็นคนจากประเทศที่เป็นคู่สงครามกับประเทศของโนคุโตะ และคิดที่จะแย่งชิงคริสตัลจากโนคุโตะไป แล้วก็มีฉากที่คนในชุดคลุมขาวเผชิญหน้ากับโฮคุโตะ แล้วก็สู้กันด้วยพลังเวทมนต์ แต่แล้วยังไงเราก็ไม่ได้เห็นหน้าของคนในชุดคลุมอยุ่ดี

จากนั้นก็เป็นฉากโชว์เพื่อนทั้ง 3 ของโนคุโตะ ซึ่งก็มีเจ้าช็อตกันผมเป็นคลื่น พ่อแว่นเจ้าสำอาง และพี่บากใจดี หลายคนคงจะได้เห็นสกรีนช็อตกันมาบ้างแล้ว ก็เป็นฉากที่ทั้งสี่คนอยู่บนสะพานแห่งหนึ่งเตรียมไปสำรวจอาคารที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า

แล้วภาพมันก็ตัดกลับมาที่สเตลล่ากับโนคุโตะ เป็นฉากเก่าที่เคยเห็นไปเมื่อปีก่อน นั่นคือเหตุการณ์ที่พวกเขาได้พบกันกลางถนนและเตรียมจะดวลดาบสู้กันอย่างศัตรู เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น

ข้อสังเกตที่เราได้จากเทรลเลอร์ก็คือแทบจะหาคัตซีนที่เป็นฉากต่อสู้ไม่ได้เลย แน่นอนว่าไม่มีฉาก In-game Battle ให้ดูแม้แต่นิด เทรลเลอร์นี้เป็นเหมือนบทแนะนำตัวละครหลักและรอง มากกว่าจะเป็นบทแนะนำเกมเพลย์ และทั้งหมดนี้ก็คือเทรลเลอร์ FF Versus XIII ใน TGS2008 นี้

หมายเหตุ
- พระเอกชื่อเต็มคือ Noctis แปลว่ากลางคืน แต่เพื่อนในกลุ่มเรียกกันสั้นๆ เป็นภาษาญี่ปุ่นว่าโนคุโตะ เวลาพูดเร็วๆ ก็จะกลายเป็นน็อคท์
- นางเอกชื่อ Stella แปลว่าดวงดาว
- ชื่อพระนางทั้งสองคนตั้งขึ้นเป็นภาษาลาติน
- เทรลเลอร์ในงาน TGS2008 เป็นตัวเดียวกับที่ฉายในงาน DK นี่หว่า....ทั้ง FFXIII และ FFV XIII เลย....นี่เราทำอะไรไปเนี่ย...
- ไปนอนล่ะครับ...เหนื่อย

ที่มา : Joystiq

รายละเอียดเนื้อหาเทรลเลอร์ Final Fantasy XIII

ทีมข่าวจากเว็บไซท์ joystiq ได้มีโอกาสไปร่วมงาน TGS2008 ที่กำลังจัดอยู่ในช่วงตั้งแต่วันที่ 9 - 12 ตุลาคม หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเพื่อโลกแล้วพวกเขาก็ได้กลับมาเขียนบรรยายความประทับใจที่มีต่อเทรลเลอร์และเดโมเกมต่างๆ ซึ่งสำหรับเกม Final Fantasy XIII แล้วก็มีเนื้อหาดังต่อไปนี้ครับ......

ถึงงาน Tokyo Game Show ทีไรระยะหลังนี้เราก็จะได้เห็นโรงภาพยนตร์ปิดของ Square Enix ทุกที เข้าไปแล้วเจออะไรบ้างน่ะเหรอ? ก็เทรลเลอร์ Kingdom Hearts 3 ภาครวด แล้วก็เกมในโปรเจคท์ Fabula Nova Crystallis ซึ่งก็รวมทั้งเกมแม่เหล็กอย่าง Final Fantasy XIII ด้วยไง

จะว่าไปแล้วตอนนี้ FFXIII ก็เหมือนธงสัญลักษณ์ประจำค่ายไปแล้วมั้ง เพราะฉะนั้นเราก็เลยมีอาการเอ็กไซท์อยากจะเห็นอะไรใหม่ๆ ในเกมนี้มาก ถึงแม้ปกติมันก็จะแทบไม่มีอะไรใหม่เลยก็เหอะ สำหรับงานนี้ก็เหมือนเคย เนื้อหาส่วนใหญ่ของเทรลเลอร์ "ใหม่"  ก็เหมือนๆ กับเทรลเลอร์ตัวก่อน (ซึ่งเราก็ไม่แปลกใจอยู่แล้ว) ทว่าสิ่งใหม่ๆ แม้เพียงเล็กน้อยที่เราได้เห็น กลับทำให้เราเชื่อมั่นได้ว่ามันจะสามารถรักษาความศรัทธาและความสนใจที่ปวงประชามีต่อ FF ได้อย่างแน่นอน

เอาล่ะมาเริ่มกันซักที เทรลเลอร์เริ่มต้นด้วยมุมมองจากฟากฟ้าที่ฉากให้เห็นถึงดินแดนอันอุดมสมบูรณ์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ แล้วก็มีเจ้าตัวที่คล้ายๆ สเตโกซอวรัสร่อนเร่ไปมาดังที่เคยเห็นกัน จากนั้นก็มีปิศาจยักษ์ที่เราเห็นในตอนต้นของเทรลเลอร์ในงาน E3 บินผ่านเหนือพวกมันไป จากนั้นภาพก็ซูมไปที่ปลายผาแห่งหนึ่งที่คุณหนูเซร่าหัวแดงยืนสวยอยู่ จากนั้นภาพก็สวิงกลับไปใหเเราเห็นภูมิประเทศรอบข้าง ไม่ว่าจะป่าทึบและสัตว์ดุร้ายมากมาย จากนั้นก็เป็นฉากที่เซร่าเรียกคาร์บังเกิลออกมา แล้วเราก็รู้สึกตัวว่า...พวกเราโดนจับนั่งดูฉากที่เคยเห็นมาแล้วในเทรลเลอร์เก่าๆ นี่หว่า!!!

ผ่านจากฉากนั้นไปเราก็ได้เห็นฉากใหม่ๆ ที่เราได้เห็นกลุ่มหินโบราณก้อนมหึมา ดูๆ แล้วก็น่าจะเป็นโลกใต้พิภพ ก็มีการเอาสายเคเบิลสีเขียวเชื่อมต่อกับพวกมัน คงเป็นการดูดพลังหรือไม่ก็ป้อนพลังงานเข้าไป บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่คิดว่ามันน่าจะเกี่ยวกับคนในโคคูน เพราะเห็นทหารโคคูนยืนรักษาการณ์อยู่บริเวณนั้นเต็มไปหมด

จากนั้นก็เป็นฉากใหม่ที่เราเห็นกองทัพเรือเหาะบินผ่านเหนือชายหาด กำลังหาทางไปยังเมืองๆ นึงอยู่ซึ่งก็คงจะเป็นโคคูน แล้วยานมันก็ไปจอดอยู่ในที่ๆ นึงซึ่งเราจะได้เห็นคนที่ดูมาคุ ตัวสูงๆ ผมขาวๆ เงินๆ เดินออกมาจากยาน คงจะเป็นพวกระดับสูงในกองทัพ และน่าจะเป็นตัวร้ายล่ะมั้ง

จากนั้นเราก็โดนจับดูฉากเก่าๆ ต่อ (พึ่งโผล่มาในงาน DK และผมไม่เคยเขียนลง Gcon) ก็มีฉากที่เซร่าใส่ซึ่งใส่ฮูดขาวคลุมทั้งตัวได้รับการคุ้มกันจากพวกทหารโคคูน แล้วเธอก็ไปพบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่มีผมยาว ผมสีบลอนด์อ่อนๆ ใส่เสื้อโค๊ทสีเขียวและสวมแว่น บุคลิกของเธอชวนให้นึกถึงเซฟิรอธจริงๆ นะ นึกภาพเซฟิรอธเวอร์ชั่นผู้หญิงละกัน แต่สีหน้าของเธอสร้างความรู้สึกคุกคามน้อยกว่าหน่อย

พอฉากนั้นจบลงแล้ว ก็ต่อด้วยฉากใหม่ๆ มากมาย  ที่น่าสนใจก็คือฉากที่เจ้าหมวกไหมพรมดำ คุยกับไลท์นิ่งและดูเหมือนจะมีปัญหากันซะแล้ว ซึ่งนั่นก็เป็นฉากสุดท้ายของเทรลเลอร์แล้วครับ

หลังจากที่เทรลเลอร์ Full CGI จบลงแล้วก็มีประโยคขึ้นเตือนว่าเกมนี้มันยังเป็น PS3 Exclusive ในญี่ปุ่นอยู่ และจะวางจำหน่ายบนแดนปลาดิบภายในปี 2009 สรุปแล้วเทรลเลอร์นี้เราได้รู้จักตัวละครที่น่าจะเป็นตัวร้ายเพิ่มขึ้นมา 2 ตัว นอกนั้นก็มีแต่คำถามและความสงสัย ไอ้ของที่มันอยู่ในโลกใต้ดินนั่นมันอะไร? แล้วตัวละครใหม่คือใคร? กองทัพของโคคูนรู้จักไลท์นิ่งและตัวละครอื่นๆ เป็นการส่วนตัวรึเปล่า? สุดท้ายแล้วกลายเป็นว่าตอนออกมาจากโรงพวกเราได้ข้อสงสัยเพิ่มขึ้นมากกว่าตอนก่อนที่เราจะเข้าไปในโรงเสียอีก

หมายเหตุ
เซร่า หรือ ซาร่าห์....คือชื่อน้องเปียคู่นะครับ ฝรั่งและคนญี่ปุ่นเรียกกันมาตลอดว่าทวินเทลเกิร์ล แต่จากนี้ไปในเมื่อมีการเปิดเผยชื่อแล้วว่าเธอชื่อเซร่า เราก็จะเรียกเธอว่าเซร่า การที่เธอของชื่อลงท้ายด้วยเสียง 'อา' แบบนี้ อาจเป็นเพราะจริงๆ แล้วเธอคือนางเอกตัวจริงของเกมก็ได้ ใครจะไปรู้...

ที่มา : Joystiq

Thursday, October 9, 2008

สัมภาษณ์ล่าสุดก่อนขึ้นงานโตเกียวฯ Dissidia -Final Fantasy-

เว็บไซท์ Nikkei ของญี่ปุ่นได้ลงบทสัมภาษณ์ของคุณ ทาเคชิ อาราคาวะ ผู้เป็นไดเรคเตอร์ของเกม Dissidia -Final Fantasy- เอาไว้เมื่อวันสองวันที่แล้ว (แต่คุณ Eliefinis ของ Gamefaqs พึ่งแปลเสร็จวันนี้) โดยทีมงานของ Nikkei ก็ได้คุยกับคุณทาเคชิในเรื่องความเป็นมาของเกม การพัฒนาและระบบการต่อสู้ ซึ่งเนื้อหาของการสัมภาษณ์มีใจความดังนี้

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=


ก่อนอื่นเลยช่วยแนะนำ Dissidia -Final Fantasy- ให้เราฟังหน่อยสิครับ

ทาเคชิ : มันก็คือเกมไฟติ้งแอคชั่นที่สร้างขึ้นเพื่อฉลองการครบรอบ 20 ปีของวีดีโอเกมซีรียส์ "ไฟนอลแฟนตาซี" ครับ

ไอเดียในการสร้างเกมไฟติ้งแอคชั่นที่นำตัวละครมาจาก RPG ซีรียส์ FF นี่มาจากไหนเหรอครับ?

ทาเคชิ : ที่จริงคุณ โนมุระ ที่เป็น ครีเอทีฟไดเรคเตอร์ ของเกมได้เริ่มคิดคอนเซปต์นี้เอาไว้ตั้งแต่ 7 ปีที่แล้ว โดยเขาต้องการที่จะสร้างเป็นเกมไฟติ้งออกมา แต่เมื่อปีที่แล้วที่ซีรียส์ FF ฉลองครบรอบ 20 ปีเราก็เลยคิดจะสร้างมันขึ้นมาเพื่อเป็นการฉลองในโอกาสนี้ ตัวโปรเจคท์นั้นพึ่งจะเริ่มทำกันไม่นานก่อนหน้านั้น ดังนั้นพวกเราจึงใช้เวลาในการพัฒนายาวนานกันกว่าที่คาดไว้

มีการตัดสินใจตั้งแต่แรกแล้วรึเปล่าว่าจะเอาคาแรคเตอร์ตัวไหนมาร่วมต่อสู้บ้าง?

ทาเคชิ : ใช่ครับ มีการกำหนดไว้ตั้งแต่แรกแล้ว เราตั้งใจจะให้ตัวเอกปรากฏตัวพร้อมกับคู่ปรับของพวกเขา ก็กะจะเลือกตัวละครจาก 2 ตัวมาจากแต่ละภาค ตั้งแต่ภาค 1-10 และก็ให้มาสู้กันครับ

ตัวละครจากซีรียส์ FF แต่ละคนเค้าก็มีเนื้อเรื่องเป็นของตัวเอง แล้วอย่างงี้จะเอามารวมกันได้อย่างไรล่ะครับ

ทาเคชิ : เนื้อเรื่องของ Dissidia ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับเนื้อเรื่องประจำภาคของตัวละครแต่ละตัวเท่าไหร่หรอกครับ ทว่าเราก็ได้ดีไซน์ไปว่าเมื่อผู้เล่นได้เข้าใกล้บทสุดท้ายของเกมมากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะได้เห็นบางสิ่งบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของแต่ละคนมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นแม้ว่านี่จะเป็นต่างโลกต่างเนื้อเรื่อง แต่คาแรคเตอร์ทุกคนจะยังคงบุคลิกดั้งเดิมที่ถูกจดจำเอาไว้ เอาไว้ ฉะนั้นก็ขอให้แฟนๆ ทั้งหลายอุ่นใจไว้ได้เลยครับ

นอกจากนี้ในเมื่อตัวละครจากภาค 1-10 จะมาปรากฏตัวแล้ว เราจึงยังมีคิวที่จะต้องเปิดเผยตัวละครที่ยังไม่ได้เผยโฉมจากภาค 5-7 อีก ผมคิดว่าเราจะเปิดเผยเนื้อหาตรงนั้นเพิ่มขึ้นบางส่วนในงาน TGS นี้ครับ

จากการที่เกมนี้มีประวัติอันยาวนานกว่า 20 ปีจึงทำให้ในแต่ละภาคก็จะมีกลุ่มแฟนที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นแล้วการที่จะทำให้แฟนๆ ทั้งหมดพอใจได้จึงเป็นเรื่องยากรึเปล่าครับ?

ทาเคชิ : อย่างหินเลยครับ ผมเองก็เคยทำเกมภาคหลักมาก่อน เวลาผมทำไปก็ชอบถามตัวเองไปพลางว่า "นี่เรากำลังสร้างสิ่งที่ไม่ใช่ FF ขึ้นมารึเปล่าเนี่ย" นั่นเพราะว่านี่ไม่ใช่ซีรียส์ที่มีรูปแบบที่ตายตัวชัดเจน ภาคใหม่ที่เกิดขึ้นมาก็พยายามทำตัวให้แตกต่างจากภาคก่อนอยู่เรื่อยไป สำหรับ Dissdia นี้เราก็ต้องสร้างให้มันครอบคลุมประวัติศาสตร์ 20 ปีของ FF ดังนั้นพวกเราจึงต้องถามตัวเองให้ชัดว่า "นี่คือ FF จริงๆ หรือ?" นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมทีมพัฒนาถึงต้องกลับไปเล่นมันทุกภาคในซีรียส์ แล้วไม่ใช่ว่าแค่รู้สคริปต์กับเนื้อเรื่องแล้วจะจบนะครับ พวกเขายังต้องไปศึกษากลุ่มแฟนของแต่ละภาคกันด้วย ไอ้ตรงนี้ปัญหามันก็อยู่ที่ว่าทีมพัฒนาส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นแฟน FF ตัวยงกันทั้งนั้น แต่ละคนก็เลยมีความคิดที่แตกต่างหลากหลายกันไป เวลาจะตัดสินใจอะไรทีนึงก็มักจะได้เถียงกันไฟลุกประจำ (หัวเราะ)

ไม่เพียงความคิดที่มีต่อซีรียส์เท่านั้นที่แตกต่างกัน แต่ความคิดที่มีต่อแต่ละภาคก็แตกต่างกันด้วยสินะครับ

ทาเคชิ : ที่จริงมันก็มีข้อดีหลายอย่างและก็ทำให้เราได้มุมมองที่หลากหลาย มันเป็นเรื่องยากว่าตกลงแล้วพวกเราจะเลือกทำแบบไหนกันดี แม้ว่าสุดท้ายพวกเรามักตกลงได้ด้วยการโหวต แต่การจะตัดสินทุกอย่างด้วยวิธีการแบบนั้นมันก็ออกจะเกินไป ดังนั้นพวกเราจึงพยายามเลือกในสิ่งที่จะทำให้ผู้เล่นรู้สึกสนุกกันได้มากที่สุด

การพรีเซนต์ตัวละครที่อยู่กับซีรียส์มาตั้งแต่สมัยยุคแฟมิคอมเป็นเรื่องยากใช่มั้ยครับ

ทาเคชิ : กราฟฟิคตั้งแต่สมัยภาค 7 เป็นต้นมามันก็งามชดช้อยกันได้ที่ ตัวละครแต่ละตัวก็ถูกสร้างขึ้นมาไม่ให้ต่างจากภาพอิมเมจมากนัก สำหรับส่วนของตัวละครจากภาค 6 และก่อนหน้านั้นที่เป็นกันแค่สไปรท์ พวกเราก็พยายามที่จะเรนเดอร์ขึ้นมาเป็น 3D สมัยใหม่ในแบบที่จะทำให้แฟนๆ จดจำตัวละครเหล่านั้นได้ ผมเองก็พยายามที่จะสร้างรูปแบบและเนื้อเรื่องที่จะคงอยู่ในความทรงจำของทุกๆ คนที่เคยเล่นไฟนอลแฟนตาซีให้ได้เช่นกัน

ในเมื่อเกมไฟติ้งนั้นก็มีคอนเซปต์อยู่มากมายหลายแบบ แล้วทำไมถึงได้เลือกที่จะสร้างบรรยากาศในแบบ 3D ที่สามารถเคลื่อนไหวไปได้โดยรอบ?

ทาเคชิ : ทีมพัฒนาเกมนี้ก็คือทีมที่อยู่เบื้องหลังการทำฉากต่อสู้ในเกมแอคชั่นอาร์พีจีของ PS2 อย่าง "คิงดอม ฮาร์ทส 2" น่ะครับ ผมเองก็คิดว่าเป็นเรื่องน่าสนุกที่เราจะรวมเอาความอิสระในรูปแบบ 3D มาใช้กับเกมไฟติ้ง ผมว่าผู้เล่นคงประเมินค่าเกมนี้กันต่ำไปแน่ๆ เพราะเกมไฟติ้งที่มีคอนเซปต์สไตล์แอคชั่นอาร์พีจีนั้นก็มีให้เห็นกันไม่มากนัก

แล้วผู้เล่นหน้าใหม่จะเล่นกันได้ง่ายรึเปล่าครับ?

ทาเคชิ : แน่นอนครับ การที่พวกเราสร้างสภาพแวดล้อมแบบ 3D อิสระนี่มันทำให้พวกเราต้องสร้างการควบคุมให้เล่นกันได้ง่ายตามด้วย นึกดูนะครับว่ากฎของเกมไฟติ้งก็คือการมีตัวละครโผล่มาจากทางซ้ายและทางขวาและผู้เล่นก็ใส่คอมมานด์ควงจอยเพื่อปล่อยท่าพิเศษเข้าใส่กัน แต่กฎที่ว่ามันเอามาใช้กับเกมที่มีสภาพแวดล้อมแบบ 3D ไม่ได้ เราจึงต้องพยายามที่จะสร้างการกดปุ่มอย่างง่ายๆ ที่จะทำให้คุณสามารถเคลื่อนไหวอย่างที่คุณต้องการได้ และผมก็ได้สร้างมันให้สามารถบินหรือไต่กำแพงได้อย่างง่ายดายจนคุณรู้สึกเหมือนเป็นฮีโร่เลย

เราสามารถที่จะต่อสู้ผ่านระบบเน็ตเวิร์คของ PSP ได้ด้วยใช่มั้ยครับ

ทาเคชิ : ใช่ครับ ผู้เล่นสองคนสามารถสู้กันได้ นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล AI คาแรคเตอร์ที่ถูกปรับแต่งแล้วของกันและกัน และสู้กับมันได้ด้วย ซึ่งก็จะให้ความรู้สึกเหมือนเผชิญหน้ากันอยู่ตรงๆ เลย

(สมมติผมเล่นจนสคอลล์ Lv.100 เซตติ้งอุปกรณ์ทุกอย่างจนเทพแล้ว เพื่อนๆ ก็สามารถโหลดข้อมูลตัวละครของผม เอาไปลองสู้เล่นในเครื่องเวลาว่างๆ ได้)

ด้านการต่อสู้เป็นอย่างไรบ้างครับ?

ทาเคชิ : ตัวเกมหลักๆ ก็เป็นการเล่นคนเดียวที่คุณจะได้เดินทาง เลเวลอัพ แล้วก็ซื้อของมาปรับแต่งคาแรคเตอร์ ส่วนหลักๆ ก็คือการเอาคาแรคเตอร์ที่คุณปรับแต่งไปแล้วไปสู้ ยิ่งคาแรคเตอร์มีเลเวลสูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสามารถปรับแต่งได้มากเท่านั้น ดังนั้นพวกคุณจะไม่มีทางได้เห็นความเท่าเทียมกันในการต่อสู้แน่นอน มันคือการแข่งกันว่าใครจะสามารถพัฒนาตัวละครของตนได้ดีที่สุด

เกมจะออกเดือนธันวาคมแล้ว การพัฒนาในตอนนี้เป็นยังไงบ้างครับ?

ทาเคชิ : พวกเรารู้กันตั้งแต่ต้นแล้วว่านี่เป็นเกมใหญ่ ตารางงานจึงถูกปรับให้แน่นขึ้นกว่าปกติ มันก็ไม่ได้วุ่นวายอะไรกันมากหรอกครับแต่ทีมพัฒนาเขาก็ได้ทำกันเต็มที่แล้ว และตอนนี้พวกเราอยู่ในขั้นตอนของการปรับแต่งขั้นสุดท้ายกันแล้ว

มีตรงไหนที่เป็นปัญหาทางเทคนิคบ้างมั้ยครับ?

ทาเคชิ : ก็เจ้า UMD สื่อของ PSP นั่นแหละครับ อย่างที่รู้กันว่าเครื่องคอนโซลในยุคนี้ต่างก็มีเมโมรี่กันมากทำให้เราสามารถโปรแกรมให้มันอ่านข้อมูลของ DVD ในแบ็คกราวด์ได้ ทำให้เวลาเล่นไม่ต้องมานั่งเครียดกับการโหลด ทว่าในส่วนของเครื่องมือถืออย่าง PSP การให้แผ่น UMD มันหมุนมากเกินไปจะทำให้สิ้นเปลืองพลังงานของแบตเตอรี่มาก แต่ถ้าเราไม่ทำแบบนั้น เวลาที่ใช้ในการโหลดก็จะต้องเพิ่มมากขึ้น และความเครียดมันก็จะบังเกิดตามมา โปรแกรมเมอร์ของพวกเราก็ลำบากกันมากกว่าจะหาวิธีที่มันพอจะเวิร์คได้

เวอร์ชั่นที่จะเอาไปโชว์ในงาน TGS เป็นยังไงบ้างครับ?

ทาเคชิ : ในงานเกมโชว์เราก็จะแสดงเดโมตัวล่าสุด และจะมีการเตรียมเครื่องจำนวนมากให้ลองเล่นกัน คราวนี้เราจะมีคาแรคเตอร์ให้เลือกใช้กัน 6 ตัว นี่คงเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้ลองเล่นกันก่อนที่เกมจะวางจำหน่าย ดังนั้นมาร่วมสนุกกันให้ได้นะครับ

มีข้อความสุดท้ายอยากจะบอกแฟนๆ มั้ยครับ?

ทาเคชิ : พวกเราได้พยายามที่จะรวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นไฟนอลแฟนตาซีลงไปให้ทันก่อนวันวางจำหน่าย ก็เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วนับแต่ที่ซีรียส์นี้ถือกำเนิดขึ้นมา พวกเราจะไม่ทำให้ความทรงจำอันน่าประทับใจของแฟนๆ FF ต้องถูกดูหมิ่นเป็นอันขาด ดังนั้นมาร่วมสนุกด้วยกันอีกนะครับ

แม้ว่าในทางเทคนิคแล้วเกมนี้จะเป็นเกมแอคชั่น แต่ในเมื่อ FF เป็นเกมอาร์พีจีแล้วเราจึงพยายามดึงดูดคนที่ไม่เล่นเกมแอ็คชั่นด้วยการใส่ระบบที่เป็นอาร์พีจีขนานแท้ลงไป เราได้ทำให้มันเป็นแบบนั้น แล้วไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ หรือไม่ว่าเพศอะไร คุณจะสามารถจบเกมได้แน่นอน

นอกจากนี้เรายังสร้างให้คุณสามารถเซฟในช่วงเวลาที่คุณชื่นชอบได้ ถึงมีเวลาว่างแค่ 5-10 นาทีก็สามารถเล่นได้ ดังนั้นคุณก็สามารถใช้เวลาว่างเพื่อลองสู้กับคนอื่นๆ ได้

ส่วนตัวแล้วผมเชื่อว่าเกมๆ นี้คือจุดเริ่มต้นของ FF แบรนด์ใหม่ ผมดีใจที่ได้มีส่วนร่วมในเกมๆ นี้ เกมที่เป็นบทสรุปแห่งการพิชิตเหนือความแตกต่างระหว่างผู้เล่นและความแตกต่างระหว่างกลุ่มสตาฟฟ์ครับ

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

จากบทสัมภาษณ์นี้เราก็ได้เห็นกันแล้วว่าแม้แต่ทีมงานเองก็ยังตระหนักดีว่า FF แต่ละภาคนั้นก็มีกลุ่มแฟนที่แตกต่างกันออกไป และกลุ่มแฟนแต่ละกลุ่มก็มีความเห็นต่อสิ่งที่เรียกว่าความเป็น FF ไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ขนาดคนที่เป็นแฟนภาคเดียวกันเองก็ยังมีความคิดเห็นที่ไม่เหมือนกันอีก ดังนั้นการที่จะทำเกมใดเกมหนึ่งที่ให้ความรู้สึกว่า "นี่แหละคือ FF" จึงเป็นเรื่องยาก แต่คุณทาเคชิ อาราคาวะก็ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และพยายามที่จะหาศูนย์รวมของสิ่งที่เรียกว่าไฟนอลแฟนตาซี เพื่อที่จะใส่ลงไปในเกมนี้ให้ได้มากที่สุด แล้วไว้เรามาดูกันใหม่ว่า "บทสรุปแห่งการพิชิตเหนือความแตกต่างระหว่างผู้เล่นและกลุ่มสตาฟฟ์" มันจะเป็นอย่างไร....

ที่มา : NikkeiGameFaqs

Tuesday, September 16, 2008

25 คำถามวัดระดับความรู้เนื้อเรื่อง Final Fantasy XII

พอดีวันนี้ว่างๆ ก็เลยคิดคำถามเกี่ยวกับ Final Fantasy XII ขึ้นมา 25 ข้อด้วยกัน คำถามทั้งหมดผมพยายามตั้งให้คนที่เล่นไปอ่านไปตอบได้ ทั้งหมดก็เพื่อจะใช้วัดว่าแต่ละคนเข้าใจเนื้อเรื่องภาคนี้ดีแค่ไหน โดยจะเรียงลำดับจากคำถามที่ง่ายไปยังคำถามที่ยาก แต่เอาเข้าจริงแล้วคำถามทั้งหมดก็ไม่ได้ยากซักเท่าไหร่ เพราะผมเองก็ไม่ใช่คนที่ตั้งคำถามแบบกาได้เก่งนัก ดังนั้นแล้วคนที่เล่นเกมได้จบบริบูรณ์จริงๆ คงจะตอบได้ถูกหมดเป็นแน่แท้


ยังไงก็ขอฝากคำถามนี้ให้เพื่อนๆ เล่นกันด้วยล่ะครับ ใครทำได้กี่คะแนน อยากจะถามจะท้วงอะไรก็ตามสบายครับ

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=


1. บาช มีบ้านเกิดอยู่ที่เมืองอะไร?
ก. ดัลมัสก้า
ข. นาบราเดีย
ค. อาร์เคเดีย
ง. แลนดิส

2. ใครเป็นคนฆ่ากษัตริย์รามินาส?
ก. โนอา
ข. บาช
ค. เรคส์
ง. เวย์น

3. กัปตันอเซลัส (วอสเลอร์) ไม่ถูกชะตากับใครในกลุ่มเป็นพิเศษ?
ก. บัลแฟรย์
ข. วาน
ค. บาช
ง. อาเช่

4. ใครที่เป็นคนทำลายรังไหมสุริยะ?
ก. วาน
ข. อาเช่
ค. บัลแฟรย์
ง. เรดัส

5. ว่ากันว่าของที่ตกลงมาจากบิวเจอร์บา จะมาโผล่ที่สถานที่ใด?
ก. หาดโฟน
ข. ป่าสาลิกา
ค. ที่ราบสูงมอสฟอร่า
ง. ทุ่งซิตต้า

6. จัดจ์มาสเตอร์เซคท์ (Zecht) ที่หายตัวไปหลังเกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้นที่นัปบูดิส เขาหายไปไหน?
ก. เข้าร่วมกับกองกำลังต่อต้านที่ดัลมัสก้า
ข. เข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้านของบิวเจอร์บา
ค. หนีไปอาศัยอยู่ที่บาฟอนไฮม์
ง. จับคู่กับฟรานแล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นบัลแฟรย์

7. เรื่องใดไม่ได้เกิดขึ้นจริงในเกม?
ก. เวย์นได้สั่งทหารอาร์เคเดียที่ไปให้พูดจากับชาวดัลมัสก้าให้ดีขึ้น เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างกัน
ข. โอเมก้ามาร์ค 12 เป็นลูกหลานของมิมิคควีน
ค. คุณสมบัติพิเศษของฮามะเซกิเทียม (Manufactured Nethocite) คือการดูดซับพลังเข้าไป
ง. มาควิสออนดอร์อยากจะขับไล่พวกสลัดอากาศที่พักชุมนุมอยู่ในบิวเจอร์บาออกไปใจจะขาด

8. จากคำกล่าวอ้างในเกม เรือเหาะที่ผลิตจากเมืองใดแจ่มแจ๋วที่สุดในอิวาลิซ?
ก. อาร์เคเดีย
ข. โรซาร์เรีย
ค. บิวเจอร์บา
ง. โก๊ก

9. เหตุผลแรกเริ่มที่ทำให้อาเช่ต้องเดินทางไปเอาศิลารุ่งอรุณ (Dawn Shard) คืออะไร?
ก. ต้องการพลังที่จะเอามาห้ำหั่นกับฮามะเซกิชิ้นอื่น ที่ฝ่ายอาร์เคเดียถือครองอยู่
ข. ต้องใช้เป็นหลักฐานในการแสดงความเป็นรัชทายาทของดัลมัสก้า
ค. ต้องการเอาไปเป็นข้อแลกเปลี่ยนในการเจรจาต่อรองให้ดัลมัสก้าประกาศอิสรภาพได้
ง. ต้องการนำไปมอบให้ฝ่ายโรซาร์เรียเพื่อแสดงความเป็นพันธมิตรระหว่างกัน โรซาร์เรียจะได้ช่วยดัลมัสก้าได้

10. โจวี่ (Jovy) เจ้าลูกหมูเผ่าซีคที่โดนจับใช้แรงงานอยู่ที่นัลบิน่า มีใครเป็นฮีโร่ในดวงใจ?
ก. ราสเลอร์
ข. บาช
ค. เรคส์
ง. บัลแฟรย์

11. มีอยู่ช่วงหนึ่งในเกมที่เราจะได้เห็นวานกับอาเช่เดินคู่กัน โดยมีเพเนโล่ที่ดูประหลาดใจเดินตามหลังอยู่ต้อยๆ... นั่นคือช่วงไหน?
ก. ตอนเดินทางออกจากเมืองจาฮาร่า
ข. ตอนเดินทางออกจากเทือกเขาเบอร์โอมิเซส
ค. ตอนเดินทางออกจากบาฟอนไฮม์เพื่อจะไปยังกิลเวกัน
ง. ตอนเดินทางออกจากบาฟอนไฮม์เพื่อจะไปยังริเดิลน่า

12. เมืองใดมีการปกครองด้วยระบบพฤฒสภา? (Senate)
* เดิมที Senate หมายถึงระบบสภาผู้เฒ่าผู้แก่ แต่ยุคหลังๆ คนแก่เค้าทำงานไม่ได้ใจ เลยมีการลดระดับอายุลงมา และเปลี่ยนชื่อเป็นวุฒิสภา
ก. ดัลมัสก้า
ข. อาร์เคเดีย
ค. โรซาร์เรีย
ง. กิลเธีย

13. เรดัสบุกเข้าไปที่ศูนย์วิจัยดราคอร์โดยมีจุดประสงค์หลักคืออะไร?
ก. กำจัดด๊อกเตอร์ซิด
ข. ขโมยข้อมูลเกี่ยวกับการวิจัยฮามะเซกิเทียม (Manufastured Nethicite) ออกมา
ค. ขโมยศิลาสนธยา (Dusk Shard) ออกมา
ง. มันไม่ได้บุกเข้าไป...แต่มันพยายามหนีออกมาตะหาก...

14. Scion ตนใดเคยเป็นหัวโจกในการวางแผนต่อกรกับพระเจ้า?
ก. Ultima
ข. Zodiark
ค. Zeromus
ง. Belias

15. Scion ตนใดไปขโมยร่างคนอื่นเค้ามาใช้?
ก. Famfrit
ข. Zalera
ค. Mateus
ง. Shemhazai

16. ทำไมโอควิเลียถึงต้องเลือกผู้ถูกเลือกขึ้นมาต่อกรกับเวย์น?
ก. ต้องการให้ดัลมัสก้าได้รับอิสรภาพในบั้นปลาย
ข. เกลียดชังการไล่ล่าอาณานิคมของอาร์เคเดีย
ค. เพื่อยุติสงครามในหมู่มวลมนุษย์
ง. แค่อยากให้ประวัติศาสตร์มนุษย์เป็นไปตามที่ใจตนต้องการ

17. เป้าหมายใหญ่ที่ทำให้ซิดแนะนำพวกอาเช่ให้ไปที่กิลเวกันคืออะไร?
ก. ต้องการให้อาเช่ได้รู้ความจริงเบื้องหลังประวัติศาสตร์ของมนุษย์
ข. ต้องการให้อาเช่ได้รับดาบแห่งพันธสัญญาและศิลาก้อนใหม่ จะได้เห็นศึก Nethicte vs Nethicite
ค. ต้องการให้โอควิเลียแต่งตั้งอาเช่เป็นผู้ถูกเลือกคนใหม่ และเปิดทางไปยังรังไหมให้
ง. ต้องการถ่วงเวลาพวกอาเช่เพื่อความพร้อมในการเตรียมการรบของพวกตน

18. สภานที่อันเป็นที่ตั้งของรังไหมสุริยะคือที่ใด?
ก. ประภาคารริเดิลน่า
ข. ประภาคารนัลดอน
ค. ประภาคารนัลดอ
ง. ประภาคคารฟารอส

19. สงครามในท้ายเรื่องระหว่างกองทัพของโรซาร์เรียและออนดอร์ ปะทะกองทัพอาร์เคเดีย มีชนวนเหตุมาจากอะไร?
ก. ออนดอร์รวบรวมกลุ่มต่อต้านได้มีกำลังมากพอแล้ว จึงสั่งเปิดศึกแบบฉับพลัน
ข. กองบัญชาการของโรซาร์เรียส่งคนเข้าไปสมัครเข้ากองทัพออนดอร์ แล้วระหว่างซ้อมรบก็แอบแยกตัวไปเปิดศึกกับกองทัพอาร์เคเดีย
ค. กองบัญชาการของโรซาร์เรียเห็นอาร์เคเดียปล่อยปราการบาฮามุทออกมา จึงชิงเปิดศึกก่อนทันที
ง. อาร์เคเดียใช้ปราการบาฮามุทเริ่มเปิดศึกด้วยการโจมตีใส่กองทัพของออนดอร์ก่อนใครเพื่อน

20. อะไรคือความจริงที่ซ่อนอยู่หลังเรื่องโกหก CDZCKZMCRANZS ?
ก. บึงนาเบรอุส
ข. เหมืองเฮนเน่
ค. เหมือนลูซู
ง. นครกิลเวกัน

21. กิลก้าแมชไปที่ทางใต้ดินบัลไฮม์เพราะได้ยินข่าวลือเรื่องสมบัติในตำนาน ซึ่งสมบัติที่ว่าก็คือ?
ก. ดาบโทโระ
ข. ดาบ Excalibur XII
ค. เบ็ดตกปลามุรามาตะ
ง. เบ็ดตกปลามาตามุเนะ

22. ข้อใดมีเนื้อหาไม่ถูกต้อง?
ก. Relj ยอมละทิ้งหมู่บ้านเอรูทเพื่อออกเดินทางตามหาคนมาปราบ Fafnir
ข. Relj สรุปว่าสาเหตุที่ฮิวม์เจริญกว่าเผ่าอื่นก็เพราะฮิวม์นั่นอ่อนแอ ถึงได้รู้จักที่จะให้อภัย ยอมรับ และช่วยเหลือกัน
ค. Fafnir เป็นน้องของ King Behemoth
ง. Fafnir ที่ร้ายกาจเคยพ่ายแพ้ให้กับตาลุงอนาสตาซิสมาก่อน

23. Ixion ที่เป็นม้าปิศาจ เดิมทีเคยเป็นม้าธรรมดาที่อาศัยที่ไหนมาก่อน?
ก. เมืองบาฟอนไฮม์
ข. เมืองราบานัสต้า
ค. ที่ราบสูงมอสฟอร่า
ง. ทุ่งซิตต้า

24. ท่าไม้ตายของใคร ที่แปลความหมายได้ว่า Final Fantasy?
ก. Gabranth
ข. Gilgamesh
ค. Omega Mk.XII
ง. Hell Wyrm (มาจินริว)


25.จุดประสงค์ที่แท้จริงในการก่อตั้งแคลนเซนทริโอคืออะไร?
ก. เพื่อรวบรวมคนมีฝีมือมาทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ความสงบสุขให้อิวาลิซ
ข. เพื่อรวบรวมกลุ่มผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกันขึ้นต่อต้านจักรวรรดิ
ค. เพื่อกวาดล้างเหล่าสลัดอากาศที่สร้างความเดือดร้อนไปทั่วอิวาลิซ
ง. เพื่อปลุกปั้นใครซักคนให้มีความเก่งกาจจนสามารถเอาชนะยัสมัทได้

เฉลยคำตอบ (ลากเอา)
1. ง. แลนดิส
2. ก. โนอา
3. ก. บัลแฟรย์
4. ง. เรดัส
5. ก. หาดโฟน
6. ค. หนีไปอาศัยอยู่ที่บาฟอนไฮม์
7. ง. มาควิสออนดอร์อยากจะขับไล่พวกสลัดอากาศที่พักชุมนุมอยู่ในบิวเจอร์บาออกไปใจจะขาด
8. ค. บิวเจอร์บา
9. ข. ต้องใช้เป็นหลักฐานในการแสดงความเป็นรัชทายาทของดัลมัสก้า
10. ค. เรคส์
11. ก. ตอนเดินทางออกจากเมืองจาฮาร่า
12. ข. อาร์เคเดีย
13. ค. ขโมยศิลาสนธยา (Dusk Shard) ออกมา
14. ก. Ultima
15. ค. Mateus
16. ง. แค่อยากให้ประวัติศาสตร์มนุษย์เป็นไปตามที่ใจตนต้องการ
17. ค. ต้องการให้โอควิเลียแต่งตั้งอาเช่เป็นผู้ถูกเลือกคนใหม่ และเปิดทางไปยังรังไหมให้
18. ง. ประภาคคารฟารอส
19. ข. กองบัญชาการของโรซาร์เรียส่งคนเข้าไปสมัครเข้ากองทัพออนดอร์ แล้วระหว่างซ้อมรบก็แอบแยกตัวไปเปิดศึกกับกองทัพอาร์เคเดีย
20. ก. บึงนาเบรอุส
21. ง. เบ็ดตกปลามาตามุเนะ
22. ก. Relj ยอมละทิ้งหมู่บ้านเอรูทเพื่อออกเดินทางตามหาคนมาปราบ Fafnir
23. ก. เมืองบาฟอนไฮม์
24. ข. Gilgamesh
25. ง. เพื่อปลุกปั้นใครซักคนให้มีความเก่งกาจจนสามารถเอาชนะยัสมัทได้

Thursday, August 28, 2008

A Chance Encounter : เนื้อเรื่องหลังฉากจบ FFTA2

เมื่อเร็วๆ นี้เว็บไซท์ Square Enix Members ทางฝั่ง NA ได้อัพเดทเนื้อหาไซด์สตอรี่ของ FFTA2 ลงไปในเว็บ โดยไซด์สตอรี่ดังกล่าวเป็นเนื้อหาที่เคยเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นลงไว้ในเว็บไซท์หลักของ FFTA2 แล้ว แต่ในคราวนี้ Square Enix NA ได้ช่วยแปลไซด์สตอรี่ดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษและจัดให้มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซท์ Square Enix Members ฝั่ง NA

ไซด์สตอรี่ที่จัดทำลงในเว็บไซท์หลักของ FFTA2 จะมีทั้งหมด 4 ตอนด้วยกัน แต่ละตอนก็จะเป็นเนื้อเรื่องเฉพาะของแต่ละคน โดยผมก็ได้เคยกล่าวถึงในข่าวๆ เก่าๆ ไว้แล้ว ทว่าล่าสุดนี้ทีมงานก็ได้แต่งไซด์สตอรี่ตอนที่ 5 ขึ้นมา โดยเนื้อเรื่องตอนที่ 5 นี้จะเป็นบทปิดท้ายที่แท้จริงของ FFTA2 และจะเผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษผ่านทางเว็บไซท์ Square Enix Members ฝั่ง NA ที่เดียวเท่านั้น

บทสรุปที่แท้จริงของ FFTA2 จะเป็นอย่างไร รุสโซ (ลูโซ) ได้ฝากอะไรไว้ให้กับทุกคนบ้างหลังจากที่เขาได้เดินทางกลับโลกของเขาแล้ว ขอเชิญเพื่อนๆ ที่สนใจลองอ่านเนื้อเรื่องตอนจบเล็กๆ ที่ชวนให้แฟนๆ อมยิ้มได้บัดนี้เลยครับ

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

การพบพานโดยบังเอิญ

เนื้อเรื่องโดย : Square Enix
แปลและเรียงเรียงเป็นภาษาไทย : BoN

นับตั้งแต่ที่ชายคนนั้นจากไปได้เพียงไม่กี่วัน ซิด อาเดล และฮาร์ดี้ ได้กลับมาพักกันที่ผับโดยหวังว่าจะมาดื่มฉลองหลังจากที่พึ่งจัดการภารกิจได้เสร็จสิ้นมา ทว่าทันทีที่พวกเขาก้าวย่างเข้าไปในร้าน ชายเจ้าของร้านก็ส่งเสียงเรียกทักพวกเขาขึ้น


"ซิด ดูเหมือนนายกับพวกฮันเตอร์ลูกน้องกำลังอยากหาอะไรมากระดกเข้าปากนะ"

"แหม...งั้นเหรอครับ? ไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี่ย"
"ฉันมีอะไรบางอย่างที่คิดว่านายต้องสนใจให้ดู ตามฉันมาสิ"

ชายเจ้าของผับเดินออกมาจากด้านหลังของเคาเตอร์ เขาเดินฝ่าโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยลูกค้ามากมายที่กำลังดื่มฉลองกันอย่างอึกทึก ซิดเองก็ได้เดินตามชายคนนั้นไปอย่างเงียบๆ

จากทางด้านหลังของซิด อาเดลได้ถามขึ้นด้วยเสียงที่แผ่วเบา
"นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?"
"แย่จริงๆ เลย"

ฮาร์ดี้เองก็ส่งเสียง "คุโป๊ะ-โปะ" ราวกับจะเห็นด้วยจากทางด้านข้างของอาเดล

ชายเจ้าของร้านได้พบทุกคนไปจนถึงอีกด้านปลายของห้องอาหาร เขาชี้ไปยังบริเวณด้านล่างของกำแพง ซิดและคนอื่นๆ จึงได้ชะเง้อหน้าเข้าไปดูยังจุดๆ นั้น แล้วพวกเขาก็อุทานออกมาแทบจะพร้อมกัน

"อ๋า!?"
"คุโป๊ะ!"
"ฮึ่มม"

ใครบางคนได้เขียนอะไรบางอย่างลงไปในจุดๆ นั้น ทว่าข้อความดังกล่าวก็ได้บ่งบอกตัวการไว้ชัดแจ้งแล้ว



ลูโซ เครเมนส์แห่งแก็งกัลลี่อยู่ที่นี่แล้ว!

ชายเจ้าของร้านไขว้มือเข้าหากันพลางพูดกับทั้งสามที่กำลังจ้องมองงานที่ลูโซฝากเอาไว้

"ถ้าเป็นหมึก ฉันก็คงลบมันออกได้สบายๆ แต่ก็อย่างที่เห็น นี่เล่นสลักลงไปในกำแพงเลย ทำให้เรื่องมันยุ่งยากขึ้นแท้ๆ ข้อความที่จารึกบอกไว้ชัดเจนว่าแก็งของนายต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้ ฉันเลยคิดได้อย่างเดียวว่าพวกนายต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซมซะ"

"กระทั่งตอนนี้หมอนั่นก็ยังสร้างความลำบากให้ฉันไม่เลิก" ซิดบ่นออกมาด้วยความรำคาญ
"แล้วเราจะทำยังไงกันดี คุโป๊ะ?"

"ตามปกติฉันว่าเราก็ควรที่จะจ่ายค่าซ่อมแซมให้กับเขา แล้วเรื่องก็จะได้จบๆ ไป"

"คุโปะ....ฉันก็ไม่รู้ว่าถ้าทำแบบนั้นแล้วฉันจะรู้สึกยังไงนะ"

ซิดเกาคางของเขาไปพลาง สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความรู้สึกที่ขัดแย้งกันออกมา แต่แล้วในท้ายที่สุดเขาก็หันไปหาชายเจ้าของร้าน และก้มหัวลงโค้งเล็กๆ ให้กับชายคนนั้นหนึ่งที

"นี่ลุง ผมขอให้ลุงปล่อยข้อความนี้ไว้แบบนี้ได้มั้ย แน่นอนว่าผมจะจ่ายเงินชดเชยที่ทำให้ลุงต้องลำบากให้"

ชายเจ้าของร้านยืนคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็ตอบกลับมาด้วยการยักไหล่พลางถอนหายใจ "งั้นฉันจะทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรอยู่ตรงนี้ก็ได้"

หลังจากนั้นซิดก็สั่งอาหารที่มีราคาแพงกว่าอาหารที่พวกเขากินกันประจำเล็กน้อย ว่าแล้วพวกเขาก็เข้าไปจับจ้องที่นั่งในโต๊ะที่ยังว่างอยู่

"ฉันว่านี่คงไม่ได้เป็นผับแห่งเดียวแน่ๆ ที่เราจะได้เจอกับเรื่องแบบนี้" อาเดลรำพึงขึ้นมา

"เอาปอมๆ ของฉันเป็นเดิมพันได้เลย คุโปะ"
"ถ้าเราไปที่อื่น ก็คงต้องเจอหยั่งงี้อีก"
"งั้นก็ชัดเจนแล้ว อย่างน้อยก็ฉันคนหนึ่งล่ะ ที่ไม่มีความคิดว่าจะจ่ายเงินแม้แต่กิลเดียวให้กับหนี้ของเจ้าลูโซเลย"
"ฮิ ฮิ"

เมื่อเหล่าเครื่องดื่มมาถึง พวกเขาต่างยกแก้วของตนขึ้นไปทางข้อความที่สลักอยู่บนกำแพง แด่การดื่มอวยพรที่ผ่านไปอย่างเงียบบๆ ในครานี้

ที่มา : Square Enix Members