Thursday, August 28, 2008

A Chance Encounter : เนื้อเรื่องหลังฉากจบ FFTA2

เมื่อเร็วๆ นี้เว็บไซท์ Square Enix Members ทางฝั่ง NA ได้อัพเดทเนื้อหาไซด์สตอรี่ของ FFTA2 ลงไปในเว็บ โดยไซด์สตอรี่ดังกล่าวเป็นเนื้อหาที่เคยเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นลงไว้ในเว็บไซท์หลักของ FFTA2 แล้ว แต่ในคราวนี้ Square Enix NA ได้ช่วยแปลไซด์สตอรี่ดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษและจัดให้มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซท์ Square Enix Members ฝั่ง NA

ไซด์สตอรี่ที่จัดทำลงในเว็บไซท์หลักของ FFTA2 จะมีทั้งหมด 4 ตอนด้วยกัน แต่ละตอนก็จะเป็นเนื้อเรื่องเฉพาะของแต่ละคน โดยผมก็ได้เคยกล่าวถึงในข่าวๆ เก่าๆ ไว้แล้ว ทว่าล่าสุดนี้ทีมงานก็ได้แต่งไซด์สตอรี่ตอนที่ 5 ขึ้นมา โดยเนื้อเรื่องตอนที่ 5 นี้จะเป็นบทปิดท้ายที่แท้จริงของ FFTA2 และจะเผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษผ่านทางเว็บไซท์ Square Enix Members ฝั่ง NA ที่เดียวเท่านั้น

บทสรุปที่แท้จริงของ FFTA2 จะเป็นอย่างไร รุสโซ (ลูโซ) ได้ฝากอะไรไว้ให้กับทุกคนบ้างหลังจากที่เขาได้เดินทางกลับโลกของเขาแล้ว ขอเชิญเพื่อนๆ ที่สนใจลองอ่านเนื้อเรื่องตอนจบเล็กๆ ที่ชวนให้แฟนๆ อมยิ้มได้บัดนี้เลยครับ

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

การพบพานโดยบังเอิญ

เนื้อเรื่องโดย : Square Enix
แปลและเรียงเรียงเป็นภาษาไทย : BoN

นับตั้งแต่ที่ชายคนนั้นจากไปได้เพียงไม่กี่วัน ซิด อาเดล และฮาร์ดี้ ได้กลับมาพักกันที่ผับโดยหวังว่าจะมาดื่มฉลองหลังจากที่พึ่งจัดการภารกิจได้เสร็จสิ้นมา ทว่าทันทีที่พวกเขาก้าวย่างเข้าไปในร้าน ชายเจ้าของร้านก็ส่งเสียงเรียกทักพวกเขาขึ้น


"ซิด ดูเหมือนนายกับพวกฮันเตอร์ลูกน้องกำลังอยากหาอะไรมากระดกเข้าปากนะ"

"แหม...งั้นเหรอครับ? ไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี่ย"
"ฉันมีอะไรบางอย่างที่คิดว่านายต้องสนใจให้ดู ตามฉันมาสิ"

ชายเจ้าของผับเดินออกมาจากด้านหลังของเคาเตอร์ เขาเดินฝ่าโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยลูกค้ามากมายที่กำลังดื่มฉลองกันอย่างอึกทึก ซิดเองก็ได้เดินตามชายคนนั้นไปอย่างเงียบๆ

จากทางด้านหลังของซิด อาเดลได้ถามขึ้นด้วยเสียงที่แผ่วเบา
"นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?"
"แย่จริงๆ เลย"

ฮาร์ดี้เองก็ส่งเสียง "คุโป๊ะ-โปะ" ราวกับจะเห็นด้วยจากทางด้านข้างของอาเดล

ชายเจ้าของร้านได้พบทุกคนไปจนถึงอีกด้านปลายของห้องอาหาร เขาชี้ไปยังบริเวณด้านล่างของกำแพง ซิดและคนอื่นๆ จึงได้ชะเง้อหน้าเข้าไปดูยังจุดๆ นั้น แล้วพวกเขาก็อุทานออกมาแทบจะพร้อมกัน

"อ๋า!?"
"คุโป๊ะ!"
"ฮึ่มม"

ใครบางคนได้เขียนอะไรบางอย่างลงไปในจุดๆ นั้น ทว่าข้อความดังกล่าวก็ได้บ่งบอกตัวการไว้ชัดแจ้งแล้ว



ลูโซ เครเมนส์แห่งแก็งกัลลี่อยู่ที่นี่แล้ว!

ชายเจ้าของร้านไขว้มือเข้าหากันพลางพูดกับทั้งสามที่กำลังจ้องมองงานที่ลูโซฝากเอาไว้

"ถ้าเป็นหมึก ฉันก็คงลบมันออกได้สบายๆ แต่ก็อย่างที่เห็น นี่เล่นสลักลงไปในกำแพงเลย ทำให้เรื่องมันยุ่งยากขึ้นแท้ๆ ข้อความที่จารึกบอกไว้ชัดเจนว่าแก็งของนายต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้ ฉันเลยคิดได้อย่างเดียวว่าพวกนายต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซมซะ"

"กระทั่งตอนนี้หมอนั่นก็ยังสร้างความลำบากให้ฉันไม่เลิก" ซิดบ่นออกมาด้วยความรำคาญ
"แล้วเราจะทำยังไงกันดี คุโป๊ะ?"

"ตามปกติฉันว่าเราก็ควรที่จะจ่ายค่าซ่อมแซมให้กับเขา แล้วเรื่องก็จะได้จบๆ ไป"

"คุโปะ....ฉันก็ไม่รู้ว่าถ้าทำแบบนั้นแล้วฉันจะรู้สึกยังไงนะ"

ซิดเกาคางของเขาไปพลาง สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความรู้สึกที่ขัดแย้งกันออกมา แต่แล้วในท้ายที่สุดเขาก็หันไปหาชายเจ้าของร้าน และก้มหัวลงโค้งเล็กๆ ให้กับชายคนนั้นหนึ่งที

"นี่ลุง ผมขอให้ลุงปล่อยข้อความนี้ไว้แบบนี้ได้มั้ย แน่นอนว่าผมจะจ่ายเงินชดเชยที่ทำให้ลุงต้องลำบากให้"

ชายเจ้าของร้านยืนคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็ตอบกลับมาด้วยการยักไหล่พลางถอนหายใจ "งั้นฉันจะทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรอยู่ตรงนี้ก็ได้"

หลังจากนั้นซิดก็สั่งอาหารที่มีราคาแพงกว่าอาหารที่พวกเขากินกันประจำเล็กน้อย ว่าแล้วพวกเขาก็เข้าไปจับจ้องที่นั่งในโต๊ะที่ยังว่างอยู่

"ฉันว่านี่คงไม่ได้เป็นผับแห่งเดียวแน่ๆ ที่เราจะได้เจอกับเรื่องแบบนี้" อาเดลรำพึงขึ้นมา

"เอาปอมๆ ของฉันเป็นเดิมพันได้เลย คุโปะ"
"ถ้าเราไปที่อื่น ก็คงต้องเจอหยั่งงี้อีก"
"งั้นก็ชัดเจนแล้ว อย่างน้อยก็ฉันคนหนึ่งล่ะ ที่ไม่มีความคิดว่าจะจ่ายเงินแม้แต่กิลเดียวให้กับหนี้ของเจ้าลูโซเลย"
"ฮิ ฮิ"

เมื่อเหล่าเครื่องดื่มมาถึง พวกเขาต่างยกแก้วของตนขึ้นไปทางข้อความที่สลักอยู่บนกำแพง แด่การดื่มอวยพรที่ผ่านไปอย่างเงียบบๆ ในครานี้

ที่มา : Square Enix Members

Thursday, August 21, 2008

บทสัมภาษณ์ล่าสุด FFXIII และ FFvXIII จาก Famitsu PS3

* บทความนี้คัดลอกมาจากบทแปลของคุณ Cynthia และ uhara จาก Gconsole.com

* แต่ผมได้แก้ไขจุดที่เขาแปลพลาดอย่างเด่นชัดตามที่ผมพอทราบให้แล้ว

Final Fantasy XIII

Q: ทำองค์ประกอบของตัวละครออกมาได้ดีมากเลยนะครับเนี่ย
โทริยามะ:ครึ่งหลังของเทรลเลอร์นั้นเป็นฉากที่ไลท์นิ่งอยู่กับพวกเพื่อนๆ ซึ่งฉากใหม่ที่เราเอาออกมาให้ชมกันคราวนี้เป็นเรียลไทม์ทั้งหมดครับ แต่ว่าเรายังไม่ได้ใส่รายละเอียดลงไปทั้งหมด ยังมีส่วนของพวกบรรยากาศแถวๆนั้นที่ผมอยากเติมลงไปอีกเยอะเลยครับ

Q: เห็นมีสถานที่ที่มีน้ำกับไฟแข็งตัวอยู่
โทริยามะ:ไม่ใช่แข็งตัว ต้องบอกว่ากลายเป็นคริสตัลครับ มันเป็นผลกระทบจากของที่ตกลงมาเลยทำให้อะไรที่อยู่แถวๆนั้นถูกปกคลุมไปด้วยคริสตัล

Q: ประมาณว่า เพราะสิ่งที่เราเห็นอยู่กลางจอนั่นตกลงมา ก็เลยทำให้อะไรแถวๆนั้นเปลี่ยนเป็นคริสตัลหรือครับ
โทริยามะ:ครับ สิ่งที่ตกลงมานั่นคือสิ่งที่ถูกอันเกอร์ (アンカー) โจมตีในเทรลเลอร์ที่แล้ว

Q: ผมเห็นเหมือนมันถูกทำให้ระเบิดนะ
โทริยามะ:สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องใหญ่กว่านั้น เหตุการณ์ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของฉากโอเพ่นนิ่งครับ เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เป็นกุญแจของโลกที่ลูชิหรือพวกฟัลชิอยู่เลยครับ และเพื่อที่จะให้ผู้เล่นได้สัมผัสประสบการณ์นั้นจริงๆเราเลยเอาส่วนตรงนี้มาเป็นโอเพ่นนิ่ง

Q: ตรงนี้มีฉากที่พวกตัวเอกถูกทหารล้อม แต่ดูเหมือนทหารพวกนี้แต่งตัวไม่เหมือนกับพวกทหารที่เราเห็นกันในเทรลเลอร์ก่อนๆ นะครับ
โทริยามะ: ทหารพวกนี้รับภารกิจพิเศษบางอย่างมาครับเลยแต่งตัวไม่เหมือนกัน

Q: แล้วก็มีที่ๆดูเหมือนเป็นซากปรักหักพังที่มีไฟแข็งตัวอยู่ด้วยใช่ไหมครับ
โทริยามะ:ที่นี่เนี่ย เป็นซากปรักหักพังที่มีตัวตนอยู่จริงแล้วกลายมาเป็นโมทีฟ และเป็นสถานที่ใช้อ้างอิงถึงเครื่องแต่งกายของสาวน้อยซินเทลและตัวพื้นที่นั้นเองด้วยครับ

*โมทีฟ : Motif 

Q: พอลองมาดูดีๆแล้ว สิ่งที่กลายเป็นโมทีฟนี่ก็อาจเป็นสิ่งที่ประหลาดเหมือนกัน ตกลงคริสตัลที่อยู่บนโลกใบนี้มันคืออะไรกันแน่ครับ
โทริยามะ:คริสตัลเป็นเหมือนสัญลักษณ์อย่างนึงของโลกโคคูน เป็นลางแห่งความหายนะ เช่น เป็นการชี้นำถึงการทำลายล้าง

Q: คำสั่งที่พวกกไลท์นิ่งได้รับมาในเทรลเลอร์อันใหม่นี้คืออะไรครับ
โทริยามะ:ที่โคคูนเนี่ย สิ่งที่เรียกว่าฟัลชิจะเลือกลูชิ และมอบภารกิจบางอย่างให้กับลูชิคนนั้นครับ

Q: ตรงส่วนนั้นเกี่ยวอะไรกับการ เห็น หรือเปล่าครับ
โทริยามะ:ครับ เป็น vision ที่ได้รับจากฟัลชิ ซึ่งมีเพียงผู้ที่มาเป็นลูชิแล้วเท่านั้นถึงจะเห็น ส่วนที่ว่าจะรู้สึกอย่างไรกับ vision ที่เห็นนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตีความของลูชิแต่ละคน มีบางครั้งที่พวกลูชินั้นมองเห็นในสิ่งเดียวกันแต่รู้สึกกับสิ่งที่เห็นต่างกัน

Q: ในภาพใหม่นี่เราเห็นน้องเปียคู่ถูกทหารขวางอยู่ แล้วดูเหมือนมีอะไรที่คล้ายๆกับโลงศพอยู่ข้างหน้าหล่อนด้วย
โทริยามะ:บางทีเธออาจจะต้องเจออะไรที่โหดร้ายยิ่งกว่การถูกขับไล่ก็ได้ รายละเอียดตรงนี้ยังบอกอะไรมากไม่ได้ครับ
โนมูระ:ซัพไตเติ้ลที่เขียนว่า “ จะถูกดึงเข้าสู่ควาทรงจำอันอ่อนโยน” นั่นเป็นคำพูดของน้องเปียคู่ครับ

*น้องเปียคู่ : ต้นฉบับเขียนว่าทวินเทล แต่ผมเรียกแบบไทยๆ ว่าน้องเปียคู่ 

Q: ในฉากนี้มีผู้หญิงผมยาวที่คาดว่าเป็นฝั่งเดียวกับพวกทหารออกมาอยู่หน้าน้องเปียคู่ด้วย เธอคนนั้นเป็นใครหรือครับ
โทริยามะ:เป็นคนของทางกองทัพ และก็เป็นพวกชนชั้นสูงด้วยครับ

Q: ดูเหมือนจะมีการเดินทางทางอากาศกันเยอะเลยนะครับ
โทริยามะ:เนื่องจากโคคูนเป็นโลกกลมๆลอยในอากาศ จึงใช้ประโยชน์จากตรงนี้ในการเดินทาง ให้ความรู้สึกประมาณรถยนต์ของโลกเราน่ะครับ และภายในก็จะมีเมืองลอยฟ้าอยู่อะไรประมาณนั้น แน่นอนว่าในเมืองเองก็มีรถวิ่งกันอยู่ด้วย concept ของไฟนอล 13 นี้คือโลกอนาคต เราก็เลยเอาความเป็นแฟนตาซีไปผสมแล้วดีไซน์ออกมา

Q: ในงาน DKΣ3713 นี่โนมูระซังถึงกับลงทุนเป็นตากล้องเองเลยแล้วค่อยแจกจ่ายภาพออกไป ก็คือลงมาจัดการเรื่องภาพสเกลของไฟนอล 13 ที่จะหลุดออกไปสู่สายตาประชาชีเองเลยสินะครับ
โทริยามะ:ผมยังแอบคิดอยู่เลยครับว่าให้ดูมากเกินไปหรือเปล่า (หัวเราะ) ดังนั้นเราถึงให้ชมได้เฉพาะผู้ที่มาร่วมงานเท่านั้นครับ
โนมูระ:ก็คืออยากทำให้แฟนๆที่รอเล่นอยู่สบายใจขึ้นน่ะครับว่า”เราทำได้ถึงขนาดนี้แล้วนะ” ขอแค่แฟนๆรู้สึกได้อย่างนั้นก็ถือว่าเราโชคดีแล้วครับ (หัวเราะ)

Q: เรื่องที่ว่าจะใส่ Demo Game ของไฟนอล13 ลงไปใน FF7ACC ที่จะออกขายเดือนมีนาปีหน้าล่ะครับ
โทริยามะ:เพราะว่าตอนนี้แฟนๆกำลังรอเล่นเกมเราอยู่ ผมก็เลยรู้สึกว่าอยากให้เขาได้ลองสัมผัสตัวเกมเร็วๆ ถึงมันจะมีแค่นิดเดียวก็เถอะ ก็เลยตัดสินใจใส่เดโมลงไปน่ะครับ โดยจะเล่นได้ตั้งแต่ช่วงโอเพ่นนิ่งจนถึงฉากเปิดของเกมเหมือนกับเดโมของไฟนอล7 ที่ใส่ไปในเกม Tobal ของpsแหละครับ พอเล่นแล้วจะเข้าใจครับว่าโลกโคคูนเป็นอย่างไร และก็พวกลูชิได้รับการปฏิบัติจากคนอื่นอย่างไรบ้าง

Q: เกมจะยาวสักขนาดไหนครับเนี่ย
โทริยามะ: เนื่องจากแมปมีขนาดใหญ่มาก การที่ว่าจะตัดส่วนไหนออกดีเป็นเรื่องที่ยากมากครับ ตอนนี้ก็กำลังคิดๆกันอยู่ คือผมอยากใส่เนื้อหาลงไปให้เยอะที่สุดเท่าที่ทำได้ครับ คิดว่าเนื้อหาน่าจะยาวกว่า FF7ACC เสียอีก (หัวเราะ)

Q: ภาพใหม่ที่เอามาให้เราชมกันนี้รวมอยู่ในส่วนของเดโมด้วยหรือเปล่าครับ
โทริยามะ: ไม่ครับ ส่วนนึงเป็นฉากที่เกิดขึ้นต่อจากเดโมครับ

Q: แทบจะไม่เหลือเวลาให้ทำเดโมแล้วสิครับเนี่ย
โทริยามะ:เราต้องทำตัวเกมหลักไปพร้อมๆกันด้วย ก็เลยจะรีบทำเดโมให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ครับ

Q: ที่ประกาศไว้ในงานว่าจะเสร็จภายในปีนี้คือส่วนของเดโม ไม่ใช่ตัวเนื้อเรื่องหลักสินะครับ
โนมูระ: ครับ เนื่องจากเราตัดสินใจเรื่องเดโมไปแล้ว ตอนนี้ก็จะหันมาพยายามไม่ให้ FF7ACC ต้องเลื่อนครับ

Q: เห็นบอกว่ายังมีตัวละครที่ยังดีไซน์ไม่เสร็จอยู่ด้วย อยากจะถามว่าเหลืออีกเยอะไหมครับ
โนมูระ:ตัวละครที่ผมต้องรับผิดชอบนั้นมีอยู่น้อยแต่แรกแล้วครับ ตัวละครที่ยังไม่ได้ดีไซน์เหลืออีกไม่มากครับ ตัวละครผมยาวที่ออกมาในเทรลเลอร์นี้ก็เป็นฝีมือสตาฟคนอื่นออกแบบมานะ แต่เนื่องจากดีไซน์ออกมาได้เยี่ยมมากเลยดูสะดุดตาดีครับ

Q: ในเดโมจะให้เราบังคับไลท์นิ่ง?
โทริยามะ:ภาคนี้จะสามารถต่อสู้ขณะที่เปลี่ยนตัวละครเล่นได้ครับ ดังนั้นเราสามารถบังคับตัวละครอื่นนอกจากไลท์นิ่งได้ ภาคนี้คาแรกเตอร์หลักทุกตัวจะมีการดำเนินเนื้อเรื่องราวกับว่าตัวเองเป็นตัวเอกได้ครับ การที่ได้ดำเนินเนื้อเรื่องจากมุมมองของตัวละครหลายๆตัวนี้เรียกว่าเป็นจุดใหญ่จุดนึงที่อยากให้ได้ลองสัมผัสกันจากในเดโมครับ

Q: ถ้างั้นเราก็สามารถบังคับผู้ชายที่อยู่ในภาพได้สิครับ
โทริยามะ:ครับ สามารถเปลี่ยนมาบังคับเขาได้ เรากะว่าจะให้เขาเป็นตัวละครที่อยู่ในระดับประมาณเดียวกับไลท์นิ่ง ชื่อก็จะแนวๆเดียวกับไลท์นิ่ง ก็คือชื่อโมทีฟเกี่ยวกับดินฟ้าอากาศเหมือนกัน

Q: เห็นที่แขนของตัวผู้ชายนี่มีอะไรที่เหมือนกับรอยสักอยู่ด้วย มันคืออะไรเหรอครับ
โทริยามะ:เอาจริงๆมันไม่ใช่รอยสักหรอกครับ ถึงเขาจะมีมันที่แขน แต่คนอื่นอาจจะมีมันอยู่ที่อื่นก็ได้ เรื่องรายละเอียดเป็นความลับครับ เอาเป็นว่ามันเกี่ยวข้องกับลูชิ

Q: เดโมออกเดือนมีนา แล้วตัวเกมเต็มๆจะวางจำหน่ายเมื่อไรล่ะครับ
โทริยามะ:ที่คิดไว้ตอนนี้ก็คือปี2009แหละครับ
โนมูระ: ยังไงตอนนี้ก็ขอให้ทันมีนาปีหน้าก่อนครับ

Final Fantasy Versus XIII

Q: ในที่สุดก็เผยภาพในเกมมาซักทีนะครับ ไม่ทราบว่ามีจุดไหนที่น่าสังเกตรึเปล่าครับ
โนมุระ: อันนี้เป็นฉากอีเวนแรกที่รันบนเครื่อง PS3 ครับ แต่เนื่องจากมันใกล้เคียงกับ Movie มากคนเลยไม่นึกว่าเป็นเรียลไทม์ ผมเลยเอาฉากในห้องประชุมมาโชว์เป็นหลักฐานซะเลย แต่เนื่องจากเราพัฒนาเกมนี้บน PS3 พอเวลาเราใช้เม้าท์จิ้มนู่นนี่โชว์ให้ดู คนก็จะมีความคิดขึ้นมาว่า “อาว แบบนี้ก็มีพอร์ทลงคอมล่ะซิ” ซึ่งทำให้มีคนไม่เชื่อเราด้วยส่วนนึงว่าเราพัฒนาลง PS3 ส่วนที่อยากจะให้สนใจและสังเกตกันของ Versus ก็คือส่วนของเรื่องกราฟฟิกที่ผสมผสานกันระหว่างส่วนของ Gameplay กับ ส่วนของ Movie น่ะครับ แต่เอาเถอะอะไรที่เราทำมันเสร็จแล้วก็คือเสร็จแล้วล่ะนะ (หัวเราะ) แล้วก็อีกเรื่องคือ ที่คนชอบคิดกันว่าภาพเรียลไทม์ของเครื่อง Next Gen ต้องเป็นความประทับใจเวลามองเห็นด้วยตาเนี่ย มันทำให้ผมเหนื่อยเวลาทำนะเนี่ย

Q: แล้วคำว่า Next ของคุณคืออะไรหรอครับ
โนมุระ: ผมว่ามันคือการที่เรามองเห็นขอบเขตของโพลีก้อนได้อย่างชัดเจนน่ะครับ การที่มองเห็นจุดเชื่อมต่อที่มองแล้วไม่เป็นธรรมชาตินั้นมันดูขัดหูขัดตาชอบกลนะผมว่า มันจะเป็นจุดที่คนมักจะมองกันเป็นสิ่งแรกเลยต้องค่อนข้างระวังหน่อย

Q: พูดถึงเรื่องดวงตา ภาพคราวนี้เผยสีตาของนางเอกไว้อย่างชัดเจนเลยนี่ครับว่าเป็นสีม่วง ส่วนของตัวเอกนั้น จากภาพที่เคยนำออกมาให้ชมกันนั้นสีแดงของเขาเป็นสีแดงนี่ครับ แสดงว่าสีตาสีฟ้านี่เป็นสีตาปรกติของเขาเหรอครับ
โนมุระ: 
ใช่แล้วครับ ถ้ามีอะไรสักอย่างที่มาจุดชนวน ตาของเขาจะกลายเป็นสีแดงครับ

Q: แสดงว่าตอนเจอนางเอกนี่ไม่เรียกว่าเป็นการจุดชนวนสิครับ (ฮา)
โนมุระ: เป็นเพราะพระเอกเค้าขี้อายน่ะครับ (ขำสิขำ)

Q: เข้าเรื่องๆ คือ อยากจะให้ช่วยอธิบายถึงสถานการณ์ของภาพที่นำออกมาให้ชมตอนนี้ให้ฟังน่ะครับ
โนมุระ: สถานที่คืองานเลี้ยงปาร์ตี้แห่งหนึ่งน่ะครับ เป็นที่ๆทั้งสองจะได้พบกันเป็นครั้งแรกและได้แนะนำตัวทำความรู้จักกันด้วยครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอโทษด้วยนะครับที่ยังไม่ได้ประกาศถึงชื่อของตัวละครเลย แต่อย่างน้อยเราก็จะพยายามทำชื่อตัวละครให้ทันงาน Tokyo Game Show แล้วกันครับ

Q: ห้องโถงที่จัดงานเลี้ยงนี่ ให้อิมเมจประมาณงานเลี้ยงสังสรรค์ที่มีผู้คนเยอะมากๆรึเปล่าครับ
โนมุระ: คือจริงๆแล้วเป็นตอนที่พระเอกเดินขึ้นมาที่ชั้นบนเพื่อที่จะหลีกจากที่เขตแออัดเพราะว่าชั้นล่างนั้นจัดงานปาร์ตี้กันอยู่น่ะครับ ตอนแรกก็คิดว่าคงไม่มีใครอยู่แต่พอเจอนางเอกยืนเงยหน้ามองรูปภาพอยู่ก็เลยตกใจน่ะครับ

Q: Motif ของรูปภาพนั้นคืออะไรครับ
โนมุระ: เรื่องนั้นยังเป็นความลับครับ

Q: แล้วเรื่องที่กรอปรูปเป็นลายกระโหลกล่ะครับ
โนมุระ: Motif ของประเทศนี้คือ “ยมทูต” ครับ เนื่องจากมีเรื่องเล่ากันถึง รูจูล่า โนว่า และ คริสตัล ผู้คนในประเทศนี้จึงได้ยึดถือในยมทูตกันครับ

Q: การออกแบบเสื้อผ้าของตัวเอกรอบนี้ ได้มีประกาศออกมาแล้วว่าได้มีคุณทาคาฮาชิ เคย์อิจิหรือทาง Roenเป็นผู้รับผิดชอบ อยากทราบถึงสาเหตุของความร่วมมือในครั้งนี้ครับ
โนมุระ: สิ่งที่ทำให้มันดูประทับใจได้ขนานนี้ก็เพราะ”จุดเริ่มต้น”ครับ เราคิดว่าการที่เราทำงานโดยอ้างอิงจากความเป็นจริงของสิ่งที่มีอยู่อยู่จริงๆจะทำให้ตัวงานดูสมจริงมากกว่า ในตอนแรกที่เราจะคิดว่าจะเอาอิมเมจของเมืองให้เป็นแบบชินจูกุในปัจจุบัน ด้วยการที่เป็น “VersusXIII” เราจึงดีไซน์ชุดที่เป็นจริงให้เขาสวมใส่ครับ และจากการที่เรามี concept ของเกมว่า “ภาพลวงตาท่ามกลางความเป็นจริง” จึงให้ Creative Design ของทาง Roen ทำให้จะเหมาะสมที่สุดครับ

Q: แล้วเสื้อผ้าชุดที่ใส่ในเทรลเลอร์อันแรกล่ะครับ
โนมุระ: คือตอนแรกเราก็จะใช้ชุดนั้นในเนื้อเรื่องต่อๆ ไป แต่เนื่องจากมีการตัดนู่นนี่ไป เลยมีการเปลี่ยนแปลงชุดครับ ตอนนี้เราก็ได้ให้ทางคุณทาเคยะเป็นผู้ปรับแต่งอยู่ ฉะนั้นรถก็คงมีการปรับเปลี่ยนด้วยครับ แต่ว่าไปถึงที่พูดกันเมื่อกี้นี้ มองยังไงพระเอกก็ดูเหมือนพวกโฮสนะครับเนี่ย (ขำอีกสิขำ)

Q: พูดออกมาเองเลยเหรอครับเนี่ย (นี่ก็ขำอีก)
โนมุระ: 
ในเกมก็จะมีคำพูดประมาณนั้นหลุดออกมาแหละครับ

Q: นางเอกเป็นคนพูดเหรอครับ
โนมุระ: เธอเป็นคนที่สุภาพน่ะครับ ฉะนั้นเวลาเจอกันครั้งแรกเธอจะไม่พูดแบบนี้ออกมาแน่นอน นอกจากนั้นเธอจะมีวิธีพูดที่เป็นเอกลักษณ์เพื่อให้ประทับใจกันด้วย ก็ขอให้ติดตามกันต่อไปแล้วกันครับ

Q: ทีมพัฒนานี่สุดยอดไปเลยนะครับ
โนมุระ: เพราะมีสตาฟที่โคตรเทพมารวมตัวกัน และ ส่วนตัวผมเองก็ทำงานด้วยความสนุกสนาน เลยทำให้ทีมนี้เป็นทีมที่สุดยอดครับ

ที่มา : คุณ Cynthia และ Uhara จาก Gconsole

สรุปข้อมูลจากบทสัมภาษณ์ KH ล่าสุดใน Famitsu PS3

นิตยสาร Famitsu PS3 ฉบับล่าสุดได้ลงบทสัมภาษณ์ของ KH ทั้งสามภาคเอาไว้ เนื่องจากช่วงนี้ผมยุ่งมากๆ จึงไม่สามารถแปลบทสัมภาษณ์ทั้งหมดได้ไหว จึงขอสรุปใจความสำคัญที่ควรรู้ไว้มาให้อ่านกันแทนนะครับ


=-=-=-= Birth by Sleep =-=-=-=

- ในเทรลเลอร์ล่าสุดมีประโยคที่บอกเป็นนัยว่ามาสเตอร์เซอานอร์ทกำลังมองหาเหล่าผู้ที่มีหัวใจอันเปี่ยมไปด้วยแสงสว่าง ขณะเดียวกันก็มี้เป้าหมายที่ที่จะยึดครองโลกทั้งหมดด้วย

- ฉากที่อควอ เทอร์ร่า เวนได้มาอยู่พร้อมหน้ากันเป็นฉากตอนต้นของเกม หลังจากนั้นพวกเขาก็จะต้องแยกกันไปทำหน้าที่ของตน ในระหว่างการดำเนินเรื่องพวกเขาก็จะได้มาเจอกันด้วย พวกเขามีเป้าหมายเดียวกันคือการตามล่ามาสเตอร์เซอานอร์ทที่หายตัวไป แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงของแต่ละคนนั้นต่างกัน

- ผู้ใช้คีย์เบลดในยุคนี้จะถูกสอนให้เน้นเรื่องของสปิริตมากกว่าเรื่องของหัวใจ

- สโนว์ไวท์ในเรื่องจะพูดเบ๊าเบา... เขาบอกว่าเขาแค่เลือกเสียงที่เหมาะกับสโนว์ไวท์ดั้งเดิมที่เคยฉายในญี่ปุ่นเมื่อปี 1950 ซึ่งเสียงมันก็เป็นแบบนั้นแหละ

- เจ้าตัว Unbirth นั้นจริงๆ แล้วถ้าเรียกว่า Unborn จะให้ความหมายที่ตรงตัวมากกว่า โดยเจ้า Unbirth นี่ก็จะเป็นประเด็นหลักของภาคนี้ ส่วนมันเป็นสิ่งมีชีวิตแบบไหนนั้นจะเปิดเผยในภายหลัง

- ระหว่างการต่อสู้จะมีปุ่มขึ้นมาให้กดเรื่อยๆ มากมาย มันคือระบบที่พัฒนาต่อยอดขึ้นจากระบบ Reaction Command ที่เอะอะอะไรก็กดสามเหลี่ยมท่าเดียว เอาเป็นว่าภาคนี้คุณต้องกดกันหลายปุ่มมากขึ้น แถมจะมัวโอ้เอ้ไม่ได้เพราะปุ่มมันมาไวไปไว... แม้ว่าระบบนี้จะมีใช้ในเกมอื่นมานานแล้ว แต่ก็หวังว่ามันจะยังสร้างเซอร์ไพรซ์ให้กับผู้เล่นได้อยู่...

- การต่อสู้กับบอสในเกมนี้จะถูกสร้างมาให้มีลูกเล่นซับซ้อนมากขึ้น ทีมโอซาก้าที่รับผิดชอบในส่วนนี้เขาก็ภูมิใจกับงานของพวกเขามาก และอยากให้ลองเล่น และลองได้พบกับความแตกต่างนั้นดู

=-=-=-= 358/2 Days =-=-=-=

- คุณโนมุระบอกว่าการเปิดเผยชื่อและเสียงของจูซังคิคังคนที่ 14 ออกไปในเทรลเลอร์ล่าสุดเป็นความผิดพลาดของทีมงาน จริงๆ แล้วยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดเผยเสียงของเธอออกไปในตอนนี้ เพราะเสียงของเธอนั้นเป็นเงื่อนงำหนึ่งที่จะทำให้เราสาวถึงตัวตนที่แท้จริงของเธอได้

- หลังจากที่ริคุได้เห็นหน้าของซิออน คุณโนมุระบอกว่าดูเหมือนริคุจะรู้แล้วว่าซิออนเป็นใคร

- ร็อคซัสจะไม่ได้ไปมีปฏิสัมพันธ์อะไรกับพวกตัวละครจากดิสนีย์มากเท่าที่โซระมี แต่เขาก็จะได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากตัวละครเหล่านั้น อาทิการค้นหาความหมายของคำว่ารักที่เบลล์และบีสท์มีต่อกัน สิ่งนั้นทำให้ความสงสัยที่มีต่อองค์กรเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจของร็อคซัส

- ประเด็นหลักของภาคนี้คือความทรงจำ เรื่องของเรื่องมันเริ่มมาจากคำพูดในเกมที่ว่า "ฉันจำไม่ได้เลย บางสิ่งบางอย่างที่สำคัญมาก..." แม้ว่าคอนเซปต์ในภาคหลักจะเป็นเรื่องการอธิบายทฤษฎีของหัวใจ แต่ในภาคนี้ที่ได้โนบอดี้ซึ่งเป็นตัวละครที่ไม่มีหัวใจมาเป็นตัวละครหลัก ดังนั้นธีมของเรื่องจึงเป็นความทรงจำแทน

=-=-=-= Coded =-=-=-=

- ภาคนี้เป็นเนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นต่อจากภาค 2 คุณโนมุระบอกว่าเนื้อหาของภาคนี้ก็เปรียบเหมือนภาค Chain of memorires ที่เป็นบันไดไปสู่ภาคต่อไป

- ประเด็นหลักของเรื่องคือ "ความเจ็บปวดที่ถูกบรรเทา" ซึ่งเป็นประโยคที่ใครก็ไม่รู้ไปเขียนไว้ในบันทึกของจิมินี่

- รับรองว่าเล่นไปเรื่อยๆ แล้วจะเข้าใจเองว่าใครกันที่เป็นคนทิ้งข้อความไว้ในบันทึกของจิมินี่ และเขาเขียนทิ้งไว้ทำไม

- เนื้อหาของเกมจะมีหลายจุดที่เชื่อมโยงกับอีก 2 ภาค

- ภาคนี้ทำมาให้เล่นมือเดียวได้... ก็มันทำมาให้เครื่องโทรศัพท์นี่นา...

ที่มา : KHinsider

Saturday, August 2, 2008

ประมวลภาพบรรยากาศภายในงาน DKΣ3713

- เริ่มจากบรรยากาศทั่วไป...


- ผู้ชมต่างให้ความสนใจกับเทรลเลอร์ใหม่กันอย่างมากมาย จะยืนดูก็ได้ จะนั่งดูก็ได้ ถ้ามีที่เหลือให้น่ะนะ..

- ภายในงานก็มีเดโมเกม Dissidia -Final Fantasy- มาให้ลองเล่นกันก่อน

- กระดาษรองที่วางอยู่ที่บูธ เป็นคู่มือวิธีการเล่น และบอกคอมมานด์ของตัวละคร


- มี Custom Theme ของ PSP ให้โหลดกันด้วย เป็นรูปเงาพระเอกจาก FF1,2,3,8,9,10



- อีกทางด้านหนึ่งก็มีเดโมเกมเครื่องอื่นให้ทดลองเล่นกัน


- พวกเขากำลังมันส์กับ KH 358/2 Days โหมดมัลติเพลเยอร์เลยครับ


- ตรงนี้เป็นมุมจัดแสดงภาพอาร์ทเวิร์คของ Final Fantasy XIII งามจนอยากได้ไปประดับผนังบ้านมั่งครับ



- กระหัง เอ้ย...คาร์บังเกิล




- ตรงนี้เป็นมุมของสะสมจากเกมต่างๆ ในเครือ Final Fantasy และ Kingdom Hearts

- สงสัยไลท์นิ่งกับพวกตัวละครจาก Dissidia พึ่งจะทำเสร็จเมื่อคืน...เลยยังไม่ได้ลงสี..


- มุมละลายทรัพย์ ใครเห็นค่าของเงินทองห้ามย่างกรายเข้าไปเด็ดขาด


- ภายในตู้โชว์ได้ตั้งแสดง OST ของ Kingdom Hearts, It's a Wonderful World และอัลบั้ม Drammatica

- ส่วนตู้นี้โชว์ OST ของ Final Fantasy VII ภาคต่างๆ

- มีการย้ำเตือนกันอีกว่า ปลายปีนี้นอกจากจะได้เล่น Dissidia แล้ว ยังจะได้ชิม Potion รุ่น Dissida อีกต่างหาก

- พอกลับถึงบ้านแล้วลองค้นว่าได้อะไรกลับมาบ้าง ก็จะเห็นภาพแบบนี้แล..

เกาะติดสถานการณ์ DKΣ3713


แปดนาฬิกาตามเวลาประเทศไทยของวันนี้ ที่ฮารูจูกุเควสฮอลล์ของประเทศญี่ปุ่นได้มีการจัดงาน DKΣ3713 ซึ่งเป็นงานแสดงเกมของค่าย Square Enix ขึ้น โดยจะเปิดให้เฉพาะสมาชิกของเว็บไซท์ Square Enix Members ที่ได้ยื่นความจำนองขอเข้าร่วมงานและได้รับคัดเลือกเท่านั้นถึงจะเข้าไปได้ ในงานนี้ Square Enix จะเข็นอะไรมาโชว์ให้เราดูบ้าง จะมีข้อมูลใหม่ๆ อะไรบ้าง วันวางจำหน่ายของ Advent Children Complete คือวันใด และประกาศสำคัญที่คุณโนมุระเคยกล่าวถึงหมายความว่าอย่างไร เราไปเกาะติดสถานการณ์กัน

Kingdom Hearts 358/2 Days
- มีวีดีโอตัวใหม่มาฉาย กำหนดวางจำหน่ายภายในช่วงหน้าหนาวปี 2008
- เปิดเผยชื่อจูซังคิคังคนที่ 14 Xion ผู้มีหน้าตาคล้ายคลึงกับไครี่ เชื่อว่าต้องเกี่ยวข้องกันแน่
 


Kingdom Hearts -Coded-
- กำหนดวางจำหน่ายภายในช่วงหน้าหนาวปี 2008


Kingdom Hearts -Birth by Sleep-
- กำหนดวางจำหน่ายภายในปี 2009


The 3rd Birthday
- นอกจากลงมือถือระบบ DoCoMo แล้วยังประกาศลง PSP ด้วยแล้ว
 


Dissidia -Final Fantasy-
- มี Custom Theme ของ PSP ให้โหลดในงาน ขนาดไฟล์ 260KB
- กำหนดวางจำหน่ายภายในเดือนธันวาคมปีนี้
- เทรลเลอร์ที่เอามาฉายในงานเป็นเทรลเลอร์ใหม่ที่เผยโฉมเคฟก้า เอกซ์เดธ กอลเบซ่า เซฟิรอธ และเซซิลมาดพาราดิน 
- จะมีชุดพิเศษมาพร้อมกับเครื่อง PSP ด้วย
 


Final Fantasy VII -Advent Children Complete-
- วางจำหน่ายภายในมีนาคมปีหน้า
- จะมีแถมแผ่นเดโม FFXIII และเทรลเลอร์ HD ของ FFVersus XIII และ FFAgito XIII ด้วย
- นอกจากนี้ยังอุตริเตรียมวางขาย PS3 ชุดพิเศษ แพ็คมากับ FFVII -ACC- ด้วยอีกต่างหาก
- ฉากที่เพิ่มเข้ามามีความยาวรวมกัน 30 นาที มีฉากเดนเซลสู้กับมอนสเตอร์ด้วย
 


Final Fantasy XIII
- นอกจากจะมีเดโมแถมมากับ FFVII -ACC- แล้ว ตัวเกมก็ยังมีกำหนดการวางจำหน่ายอยู่ภายในปี 2009
- จะประกาศรายชื่อ Voice Actors ในงาน TGS
- จากเทรลเลอร์ตัวใหม่ในส่วนที่เป็น Realtime Render เมื่อพิจารณาจากที่เห็นตัวละครวิ่งไปมาในฟิลด์แล้ว มันอารมณ์เดียวกับ FFXII แต่ดูพัฒนาขึ้นมามาก
- ในเกมเพลย์...บังคับให้ไลท์นิ่งกระโดดได้ด้วย...
- การพัฒนาเวอร์ชั่น X360 ยังไม่เริ่มขึ้นเนื่องจากเครื่องไม้เครื่องมือยังไม่ได้เครื่องไม้เครื่องมือมาเลย
- คุณโนมุระปฏิเสธข่าวลือเรื่อง FFXIII เวอร์ชั่น PC และบอกว่าตัวเกมมันแค่ใช้เครื่องพัฒนาแบบ PC Based เท่านั้นเอง
 


Final Fantasy Agito XIII
- มัลติฯ ลง PSP ด้วยแล้วจ้ะ


Final Fantasy Versus XIII
- เทรลเลอร์ที่เอาไปฉายปิดท้ายด้วยคำว่า PS3 only Worldworld....ก็คือยังไม่คิดมัลติฯ นั่นเอง
- เทรลเลอร์ดังกล่าวมีส่วนที่เป็น Realtime Render ให้ดูกันเป็นครั้งแรกด้วย ว่ากันว่าฟิลด์ของเกมใหญ่มากๆ ตัวคุณโนมุระเองก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ภาคภูมิใจว่านี่แหละ Realtime
- ในเว็บญี่ปุ่นเรียกตัวเอกว่า เจ้าชายชินจูกุ แล้วก็เขียนวงเล็บว่านามแฝง...มันหมายความว่าไงหว่า?
- ตัวละครในเกมแต่งกายในชุดเสื้อผ้าแบรนด์ "ROEN" เรียกได้ว่าเป็นเกมโฆษณาเสื้อไปในตัวว่างั้นเถอะ

 

ขอขอบคุณ : Famitsu, Gemaga, Forever-Fantasy, FFKH Onlinfo, FF7AC Reunion

Thursday, June 26, 2008

บทสัมภาษณ์ล่าสุด Dissidia -Final Fantasy-

นิตยสาร Dengeki Playstation ฉบับล่าสุดได้ลงบทสัมภาษณ์ของทีมพัฒนา Dissidia -Final Fantasy- เอาไว้ โดยบทสัมภาษณ์ชิ้นใหม่นี้ได้เปิดเผยข้อมูลรายละเอียดที่น่าสนใจของเกม Dissidia ไว้มากมาย สิ่งที่คุณจะได้อ่านจากข้อความด้านล่างต่อไปนี้ก็คือสาระสำคัญส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ครับ

Dissidia -Final Fantasy-
Creative Producer 
- เท็ตสึยะ โนมุระ
Senior Director - ทาเคชิ อาราคาวะ
Planning Director - มิซึโรนิ ทาคาฮาชิ

ทาคาฮาชิ : ตอนนี้เราได้เปิดเผยข้อมูลของ Dissdia ไปแค่ 20% จากภาพรวมทั้งหมดเท่านั้น ในส่วนของระบบการต่อสู้นั้นยังมีองค์ประกอบอีกมากมายที่เรายังไม่ได้แสดงให้ดู ผมคิดว่าเหล่าแฟนๆ ที่เคยเล่นซีรียส์ไฟนอลแฟนตาซีมาก่อนจะต้องพอใจกับมันมาก จากการที่ตัวเกมดั้งเดิมนั้นเป็นแนว RPG ดังนั้นเราจึงมุ่งสร้าง Action-RPG ในแบบที่เน้นไปที่การต่อสู้ประชันกัน เราพยายามสร้างความสมดุลระหว่างการเป็นกึ่ง Action และกึ่ง RPG นอกจากนี้ในส่วนของการต่อสู้เรายังได้สร้างตัวละครหลักขึ้นมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เราจึงใช้เวลาไปกับการปรับแต่งสมดุลของระบบต่อสู้เท่านั้น

ทำไมถึงต้องเป็นเจคท์ ทำไมจึงไม่ใช่ซีมัวร์?

โนมุระ : เจคท์อาจจะไม่ใช่บอสใหญ่ของเกมก็จริง แต่ถ้าจะเอาซินมาแทนก็คงจะไม่เวิร์คเท่าไหร่นัก (หัวเราะ) ผมคิดว่าถ้าเราเลือกซีมัวร์มาแทนคงเป็นการยากที่จะแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับทีดัสออกมาได้ ถ้าจะทำแบบนั้นเราอาจจะต้องใส่ยูน่าเข้าไปด้วย ดังนั้นเราจึงตัดสินใจเลือกใช้เจคท์ที่มีความผูกพันกับทีดัสอย่างแน่นแฟ้นดีกว่า

อาราคาวะ : ฉากในเกมระหว่างทีดัสกับเจคท์จะเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก ในเนื้อเรื่องหลักของ FFX นั้นเราจะเห็นสองคนนี้ได้มีโอกาสคุยกันก็ในตอนฉากสุดท้ายของเกมแล้วเท่านั้น ทว่าในคราวนี้เราจะได้เปิดเผยส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่องที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อนภายในเกม

หมายความว่าเราจะได้เห็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยปรากฏในเนื้อเรื่องหลักด้วยงั้นหรือ?

อาราคาวะ : ก็คงมีบ้างเล็กน้อย ตอนนี้เรากำลังพยายามจะแต่งเนื้อเรื่องหลักในส่วนของชาติกำเนิดของตัวละคร ความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ อย่างทีดัสนี่ก็ต้องคิดว่าจะให้เขามีความสัมพันธ์กับฮีโร่คนอื่นๆ อย่างไร แล้วเจคท์นี่จะให้ไปพัวพันกับคาแรคเตอร์ฝ่ายเคออสได้อย่างไร

ตัวเกมดั้งเดิมนั้นนักรบแห่งแสงไม่ค่อยได้มีบทพูดกับการ์แลนด์เลย?

อาราคาวะ : ใน FFI และ FFIII นั้นเราไม่สามารถที่จะเข้าใจลักษณะเฉพาะของตัวละครได้ เราเองก็อยากจะให้ผู้เล่นได้สัมผัสงานของเราอย่างเต็มที่ ดังนั้นในเมื่อเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นใน Dissidia แล้วเราก็ไม่ควรจะไปมองว่าการร่วมมือกันของตัวละครจากหลายๆ ภาคเป็นเรื่องที่แปลกแต่อย่างใด (ก็คืออย่าไปคิดถึงเรื่องเหตุผลเลย) ยิ้มเข้าไว้ แล้วอย่าเอามันไปคิดปนกับเนื้อเรื่องดั้งเดิมของเกมเลย

เมื่อพูดถึง RPG แล้วคุณหมายถึงการได้ควบคุมตัวละครเดินทางไปในดินแดนต่างๆ รึเปล่า?

อาราคาวะ : หมายถึงเกมที่มีการสร้างและการปรับแต่งตัวละครเป็นปัจจัยสำคัญ นี่เป็นเกมที่จะแสดงความยินดีของเราไปยังผู้เล่นที่ได้สนุกสนานไปกับ Final Fantasy ภาคที่ผ่านมา ฉะนั้นด้วยความสนใจที่มีอยู่เป็นทุนเดิม กระทั่งเกมเมอร์ที่ไม่สันทัดเกม Action ก็คงสนุกไปกับ Dissidia ได้ เกมๆ นี้จะไม่เหมือนกับ Kingdom Hearts ที่คุณสามารถเดินทางไปที่ต่างเพื่อต่อสู้กับศัตรู เกมนี้ไม่ได้ใช้ระบบ Encounter แบบต่อเนื่องอย่างนั้น แต่มันจะเป็นแบบว่า "ขอฉันซัดเจ้านี่คว่ำเป็นรายต่อไปได้มั้ย? อ่า หรือว่าฉันควรสู้กับเจ้านั่นแทนดีกว่า" หากให้สคอลล์ที่เลเวล 80 สู้กับนักรบแห่งแสงที่เลเวล 20 ถึงจะมีความแตกต่างในด้านเลเวลมาก แต่ตัวที่เลเวลน้อยกว่าก็มีหนทางที่จะล้มอีกฝ่ายได้

โนมุระ : การตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่างหากที่มีส่วนสำคัญมาก

อาราคาวะ : พวกเรากำลังคิดถึงเรื่องการสร้างคอมมูนิตี้ให้กับ Dissidia ก็กำลังมองหาและรวบรวมไอเดียเกี่ยวกับระบบสื่อสารที่เหมาะสมเอาไว้ อาจจะมีการใส่ระบบ Battle Ranking ลงไป แต่อย่างแรกเลยคือเราต้องการจะใส่ระบบที่ผู้เล่นจำนวนมากสามารถมีส่วนรวมใน Battle Comminity ได้ อยากจะให้มันเป็นโลกที่ไม่ได้มีแต่การแพ้ชนะ แต่เป็นการเชื่อมต่อระหว่างผู้เล่นที่ต้องการพิสูจน์ความสามารถของตนเอง เราอยากให้ผู้เล่นที่ชื่นชอบในไฟนอลแฟนตาซีได้มาเล่นร่วมกัน

ทาคาฮาชิ : เป็นการทำให้ผู้เล่นได้เจอกับการต่อสู้ที่ยากลำบาก และได้รู้สึกทำนองว่า "การปั๊มให้ถึงเลเวล 100 มันก็แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น" (หัวเราะ)

อาราคาวะ : ปกติเรื่องราวมักจะมีจุดสิ้นสุดเสมอ แต่นั่นไม่จำเป็นเสมอไปในเวลาที่คุณเล่นเกม หลังจากที่จบเกมไปแล้วคุณอาจคิดได้ว่า "มันยังไม่จบนะ" ยังมีอีกหลายส่วนในเกมให้เล่น มีอะไรอีกหลายอย่างให้ทำ

อาราคาวะ : คุณโนมุระได้ไปกำกับการบันทึกเสียงแล้ว และสคริปต์ของเกมนี้จะยาวเป็นสองเท่าของ Crisis Core -Final Fantasy VII- เลยทีเดียว

โนมุระ : เรามีกำหนดการวางจำหน่ายอยู่ในใจแล้ว ตอนนี้เราก็กำลังเร่งทำงานกันอย่างหนัก ผมยืนยันได้ว่าอีกไม่นานนักหรอกก็จะได้ฤกษ์วางจำหน่ายแล้ว ดังนั้นก็ขอให้คอยจับตาดูกันได้เลย เราวางแผนว่าจะประกาศวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในอีเวนต์ตอนเดือนสิงหาคมนี้

ที่มา : Forever-Fantasy

Wednesday, June 18, 2008

สรุปข้อมูลความคืบหน้าซีรียส์ FF&KH ในปัจจุบัน


นิตยสารแฟมิซือฉบับล่าสุดได้อัพเดทรายชื่อเกมและรูปแบบที่จะไปจัดโชว์ในงาน DKΣ3713 ซึ่งก็เป็นไปตามลิสต์ด้านล่างนี้

Trailer
Final Fantasy XIII (PlayStation 3)
Final Fantasy Versus XIII (PlayStation 3)
Final Fantasy Agito XIII (Mobile)
Kingdom Hearts Coded (Mobile)
The 3rd Birthday (Mobile)
Final Fantasy VII -Advent Children Complete-

Trailer + Playable Demo
Kingdom Hearts 358/2 Days
Kingdom Hearts Birth by Sleep
Dissidia Final Fantasy
Sigma Harmonics

นอกจากนี้นิตยสารยังได้ลงบทสัมภาษณ์ระหว่างทีมงานแฟมิซือกับคุณโนมุระ โดยหัวข้อหลักของการสอบถามก็คือความคืบหน้าของเกมที่จะไปแสดงในงาน DKΣ3713 ซึ่งสามารถสรุปใจความสำคัญได้ดังนี้

- งาน DKΣ3713 จะมีรูปแบบเหมือนกับงานอีเวนต์ก่อนๆ ของทาง Square Enix แน่นอนว่าหัวใจหลักของงานก็คือโรงภาพยนตร์ปิดที่มีไว้ฉายเทรลเลอร์เกมใหม่ๆ และมีการเฝ้าระวังไม่ให้ผู้คนสามารถแอบถ่ายเทรลเลอร์ออกไปได้ นอกนั้นก็เป็นบูธสำหรับต่อคิวเพื่อทดลองเล่นเดโมเกมใหม่

- จะมีเดโมเกม KH -Birth by Sleep- ให้ทดลองเล่นกันเป็นครั้งแรกในงานนี้

- ถึงแม้จะมีข่าวว่าทางบริษัทกำลังตัดสินใจหั่นเกมมือถือโปรเจคท์ยักษ์อันหนึ่งทิ้งไป แต่ KH -Coded-, The 3rd Birthday, FF Agito XIII ก็ยังคงอยู่รอดปลอดภัยดี

- ตอนนี้ทีมงาน FF Agito XIII ก็กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานกันอย่างเคร่งเครียด เกมๆ นี้นจะมีโลกทัศน์และประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมาก เรียกว่าตั้งใจใส่รายละเอียดกันสุดๆ

- การพัฒนาเกม FF Versus XIII ถูกชะลอไว้ก่อนเพราะทีมงานฝ่าย Programmer และ Planner ได้ถูกเกณฑ์ไปช่วยทำ Final Fantasy XIII ให้เสร็จโดยเร็วที่สุด ส่วนฝ่าย Designer ก็ทำการออกแบบคิดคอนเซปต์ต่างๆ และทำเนื้อเรื่องของภาค Versus ไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว

- ส่วน KH -358/2 Days- กำลังอยู่ในขั้นการปรับแต่งสมดุลเกม ทีมงานเองก็ตั้งตารอดูฟีดแบ็คของผู้เล่นจากงาน DKΣ3713 กันอยู่ หลังจากนั้นไม่นานเกมก็จะได้ฤกษ์วางขายเสียที

- ขณะที่ KH -Birth by Sleep- แม้จะยังพัฒนาไม่ไปถึงไหน แม้พวกเราต้องรออีกนานกว่าเกมจะเสร็จก็ตาม แต่คุณโนมุระก็อยากให้แฟนๆ ได้ลองเล่นกันไวๆ

- อีกไม่นานก็คงสามารถหาฤกษ์วางจำหน่ายให้ FFVII -Advent Children Complete- ได้แล้ว

Update : ล่าสุดทาง Square Enix ได้แถลงแก้ความเข้าใจผิดเรื่องที่เป็นข่าวว่าบริษัทได้ระงับการพัฒนา Final Fantasy Versus XIII เอาไว้ก่อน โดยจริงๆ แล้วทางบริษัทเพียงเรียกให้ทีมพัฒนา Final Fantasy Versus XIII ไปช่วยทีม Final Fantasy XIII สร้างเกมเท่านั้น แต่ไม่ได้มีคำสั่งให้ระงับการพัฒนา Final Fantasy Versus XIII แต่อย่างใด

ที่มา : Forever-Fantasy

Wednesday, May 28, 2008

บทสัมภาษณ์ล่าสุดของคิตาเสะ - DQ น่ะแจ่มกว่า FF เยอะ!!!

นิตยสาร LEVEL เล่มล่าสุดได้จับคุณ โยชิโนริ คิตาเสะ (Director FFVII, Producer FFX, FFXIII) มาให้ปากคำเกี่ยวกับความเป็นมาของ Final Fantasy VII แล้วก็ความสัมพันธ์กับทีมงานคนอื่นๆ ในตอนท้ายของบทสัมภาษณ์คุณคิตาเสะได้อุตส่าห์หยอดมุกเป็นการทิ้งท้ายไว้ด้วย เนื้อหาจะเป็นยังไงนั้น ต้องลองอ่านกันดูครับ


คิตาเสะ : ผมยังจำเรื่องราวของการประชุมหารือเรื่องของ FFVII ในออฟฟิศครั้งแรกเมื่อ 14 ปีที่แล้วได้ดี เราพึ่งจะเสร็จสิ้นภาระกับ FFVI และกำลังต้องการที่จะหางานสานต่อไป ไอเดียที่คิดกันได้ในตอนนั้นคือการสร้างเกมใหม่สำหรับเครื่อง SFC  แล้วคุณฮิโรโนบุ ซากกากุจิก็อธิบายกับพวกเราว่างานชิ้นต่อไปจะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี 1999 ในมหานครนิวยอร์ค

ทีมงาน : เวลาที่เรามองเข้าไปในเมืองมิดการ์แล้วเรามักจะรู้สึกได้ถึงความทันสมัยที่แตกต่างจากเมืองที่ผ่านมาใน FF ภาคก่อนๆ มันให้ความรู้สึกเหมือนกับได้รับภาพลักษณ์ของนิวยอร์คในปัจจุบันมาเป็นต้นแบบ ผมเดาว่าว่าความคิดนี้ก็เป็นรากฐานของ Parasite Eve ...หรือไม่ก็อาจจะรวมถึง Chrono Trigger ด้วยใช่มั้ย?

คิตาเสะ : ใช่แล้ว มันเป็นแบบนั้นแหละครับ ส่วนมากพวกที่มาเข้าร่วมประชุมวางแผนในช่วงแรกต่างก็เป็นคนที่กำลังทำ Chrono Trigger กันอยู่ และหลังจากที่ทำ FFVII เสร็จแล้วคุณซากากุจิก็จูงมือคุณโนมุระและคนอื่นๆ ไปสร้าง Parasite Eve ต่อด้วยกัน ดังนั้นไอเดียบางอย่างที่เราคิดได้ในช่วงนี้เลยไปปรากฏอยู่ในเกมเหล่านั้นแทน

ทีมงาน : ช่วยอธิบายถึงงานในแต่ละวันในช่วงนั้นหน่อยสิครับ

คิตาเสะ : การพัฒนา FFVII นั้นแบ่งออกเป็นหลายระยะมาก ชีวิตประจำวันของผมก็ได้รับผลกระทบแตกต่างกันไปตามช่วงระยะต่างๆ การละทิ้ง SFC แล้วหันไปพัฒนาให้กับ PlayStation นั้นถือเป็นการก้าวเดินครั้งสำคัญมาก และเมื่อเราได้ตัดสินใจแล้วก็จะไม่มีการถอยหลังเด็ดขาด ระหว่างนั้นผมมักจะนึกภาพเกมที่ผมกำลังจะสร้างขึ้นมาอยู่ในหัว ผมสามารถจินตนาการว่าสุดท้ายแล้วเกมจะออกมาเป็นอย่างไรได้เป็นอย่างดี แต่บอกตามตรงว่าไม่คิดว่าทีมงานคนอื่นๆ จะนึกภาพตามออกหรอกนะ

ในตอนแรกเราพยายามระดมไอเดียที่เราสามารถทำเป็น 3D ได้ เราได้ศึกษาเกม 3D ทุกๆ เกมที่เราได้มา ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเกมที่ฝรั่งเป็นผู้พัฒนา และก็มักจะเป็นเกม PC เสียด้วย

ทีมงาน : คุณเคยบอกว่าเกม 4D Sports Boxing เป็นเกมที่มีอิทธิพลกับงานทำงานตั้งแต่แรกแล้วใช่มั้ย?

คิตาเสะ : ใช่ นั่นเป็นเกมที่ใช้โพลิกอนลำดับแรกๆ ที่ผมได้เล่นและก็หลงใหลกับมันมาก แต่ว่ายังมีอีกหนึ่งเกมที่น่าจะมีอิทธิพลกับพวกเรามากกว่านั่นก็คือ Alone in the Dark มันเป็นเกมที่ใช้กราฟฟิค 3D ในการสร้างช่วงเวลาแห่งความหลอนขึ้นมา แต่เราต้องการจะสร้างอะไรที่มันอลังการมากกว่านั้น เราพยายามทำงานด้วยแนวทางนั้นมาตลอด ก็มีการรวบรวมความคิดจากทุกๆ คนในทีม แล้วก็พยายามนำมันมาหลอมหลวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ให้มันกลายเป็นอะไรที่เรียกว่า RPG สไตล์ญี่ปุ่น

ทีมงาน : บทบาทในทีมพัฒนาของคุณคืออะไร?

คิตาเสะ : ผมก็ได้ชื่อว่าเป็น Director ล่ะนะ จริงๆ ผมก็ทำงานนั้นมาตั้งแต่ตอนที่สร้าง FFVI แล้ว ทว่าการสร้างเกมกราฟฟิค 3D เป็นอะไรเปลี่ยนรูปการทำงานของผมโดยสิ้นเชิง ในช่วงนั้นผมต้องลงมือทำงานเองซึ่งต่างกับตอนนี้ที่แค่คอยควบคุมการทำงานอยู่เบื้องหลังมาก ผมต้องใช้เวลางานทั้งวันขลุกอยู่กับโปรแกรมพวกซอฟต์อิมเมจ แล้วก็วุ่นอยู่กับเหล่าคาแรคเตอร์ ผมต้องมานั่งกำกับฉากต่างๆ ในเกม เวลาที่คุณคาซึชิเงะ โนจิม่า ซึ่งเป็นผู้เขียนบทได้ส่งสคริป์มาให้ผม ผมก็จะแปลงมันเป็นสตอรี่บอร์ดแล้วก็ลองสร้างมันด้วยกราฟฟิคเอนจิ้นของพวกเรา จะว่าไปแล้วทั้งสคริปต์และรูปแบบการทำงานของพวกเรามันทำให้นึกถึงการสร้างหนังมากกว่าการสร้างเกมที่ผ่านๆ มานะเนี่ย

ทีมงาน : คุณเป็นคนศึกษาหนังเก่าใช่มั้ย?

คิตาเสะ : ใช่แล้ว ผมชอบดูหนังมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ช่วงเวลาโปรดของผมก็คือการได้ไปใช้บริการโรงหนัง หนึ่งในช่วงที่ผมประทับใจมากที่สุดก็คือตอนที่ได้ดู The Bridge on River Kwai  แล้วในตอนที่ผมอายุ 12 ขวบหลังจากที่ผมออกมาจากโรงหนังที่พึ่งฉาย Star Wars จบไป ผมก็ได้ตัดสินใจว่าเมื่อโตขึ้นแล้วผมต้องเป็นผู้กำกับหนังให้ได้

การที่ผมได้ได้ทำงานในอุตสาหกรรมเกมอาจเป็นแค่เรื่องของความบังเอิญ หลังจากที่ผมเรียนจบแล้วผมก็เริ่มทำงานสร้างอนิเมชั่น ทว่าในตอนนั้นผมกลับผลาญเวลาว่างไปกับการเล่นเกมอย่างเดียว วันหนึ่งผมได้เห็นโฆษณางานของ Square ในนิตยสารเกมและคิดว่างานมันดูน่าสนใจมาก และแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นก็ได้กลายมาเป็นหน้าที่การงานของผม

ทีมงาน : ความรู้ในการทำหนังเป็นประโยชน์ในการสร้าง FF ของคุณมากแค่ไหน?

คิตาเสะ : ปีแรกที่ผมได้มาทำงานในบริษัทซึ่งก็คือในช่วงต้นของยุค 90 ผมได้เรียนรู้อะไรต่างๆ มากมายจากคุณซากากุจิ เราได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เขามีวิธีการคิดโครงเรื่องให้กับเกมในแบบเฉพาะของตัวเอง เขาพัฒนาวิธีการเล่าเรื่องของเขาทุกๆ ครั้งที่มีโปรเจคท์ FF ภาคใหม่เกิดขึ้น และเขาก็สอนวิธีการทำงานให้กับผม ทว่าในตอนที่เราเปลี่ยนมาเป็น 3D เนี่ยแหละ ผมและทีมงานถึงได้มีโอกาสความรู้และประสบการณ์จากการทำหนังมาใช้ประโยชน์ ในตอนที่เราลองสร้างเดโมขึ้นมาผมก็เห็นความเป็นไปได้เหล่านั้น

ทีมงาน : แล้วนั่นก็คือเวลาที่คุณได้สอนอะไรต่างๆ ให้คุณซากากุจิแทน?

คิตาเสะ : ฮา ฮา บางทีก็คงใช่นะ แต่เขาไม่ได้มีส่วนร่วมกับการสร้าง FFVII ในแต่ละวันเท่าผมหรอก เขาเป็นคนเขียนสคริปต์แรกเริ่ม ทำไกด์ไลน์ และสร้างศูนย์กลางของคอนเซปต์ทุกๆ อย่าง เขาเป็นคนออกแบบมหานครที่น่าจะเป็นนิวยอร์คแต่ดันกลายมาเป็นมิดการ์ในตอนหลัง คอนเซปต์ทั้งหมดของไลฟ์สตรีมก็มาจากความคิดของเขาเนี่ยแหละ

ทีมงาน : ดูเหมือนว่า FF จะเปลี่ยนไปหลังจากที่คุณได้ยึดบัลลังค์ Director มาจากคุณซากากุจิตั้งแต่สมัย FFVI หลังจากนั้นซีรียส์นี้ก็เริ่มมีธีมที่มืดมนขึ้น แถมยังดูซีเรียสขึ้นอีกต่างหาก นี่เป็นผลงานของคุณรึเปล่า

คิตาเสะ : ใช่ ก็คงเป็นแบบนั้นแหละครับ คุณซากากุจิเป็นคนที่วิเศษมาก เขาเป็นคนที่ห่วงใยธรรมชาติและวิญญาณ แถมยังเชื่อว่าจิตวิญญาณของคนสามารถเอาชนะทุกๆ สิ่งได้ นี่ก็คือสิ่งที่กลายมาเป็นธีมทั่วๆ ไปของ FFVII เหมือนกัน แต่ผมคงจะเป็นคนทำให้มันดูมืดมนมากขึ้นล่ะมั้ง

ทีมงาน : ทุกวันนี้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคุณโนมุระเป็นอย่างไรบ้าง? ผู้คนพูดกันว่าพวกคุณได้กลายเป็นคู่ปรับต่อกันและจะไม่ยอมทำงานร่วมกันอีกแล้ว ข้อเท็จจริงที่ว่าพวกคุณได้สร้าง FFXIII แบบภาคใครภาคมันก็ยิ่งไปสอดคล้องกับข่าวลือนั้นนะครับ

คิตาเสะ : หึๆ ไม่หรอก อืม...ผมจะอธิบายยังไงดีล่ะ? เริ่มจากว่าคุณโนมุระเป็นคนออกแบบตัวละครให้กับทั้ง FFXIII และ FFvXIII ละกัน นั่นก็แสดงอยู่แล้วนี่ว่าไม่ใช่ว่าเราทั้งสองจะไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ โอเค...ระหว่างเราอาจจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป้าหมายของเราหรือวิธีการสร้างเกมของเรา มันไม่ใช่การเป็นปรปักษ์ต่อกัน แต่เราก็ไม่สามารถแชร์เป้าหมายร่วมกันได้ แต่ถ้าเกิดเราคิดเห็นตรงกันเสมอแล้วมันจะไม่น่าเบื่อแย่เหรอ? ผมคิดว่าเราคือสองครีเอทีฟที่ได้ร่วมงานกันในบางครั้ง ถึงจะแยกย้ายกลับไปทำในเส้นทางของตนเองแล้ว แต่พวกเราก็จะได้กลับมาพบกันใหม่อยู่เรื่อยๆ

ในตอนที่เราเริ่มวางแผนเกี่ยวกับ FFXIII ผมบอกโนมุระว่าเรามีความคิดบางอย่างที่ต้องยึดถือตาม นั่นก็คือการสร้าง FF ภาคใหม่ให้เป็นไปตามประเพณีที่ผ่านมา ในตอนนั้นเราวางแผนจะสร้าง FFXIII สำหรับ PS2 และให้โนมุระสร้าง FFvXIII สำหรับ PS3 ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วเขาจะสามารถสร้างอะไรที่แตกต่างออกไปได้ เกมๆ นั้นจะไม่ต้องทำอะไรตามประเพณีที่เป็นมาของ FF เลย ผมมักจะให้กำลังใจเขาอยู่เสมอ บอกให้เขาทดลองสร้างอะไรที่เป็นการฉีกความคิดเดิมๆ ทิ้งไป เขามีสิทธิที่จะแบกรับความเสี่ยงเอาไว้ได้ และแล้วมันก็จบลงด้วยการกลายมาเป็นโปรเจคท์นั้นแหละ

ทีมงาน : แล้วคุณซากากุจิล่ะครับ ความสัมพันธ์ในทุกวันนี้เป็นยังไงกันบ้าง?

คิตาเสะ : ก็ดีครับ เร็วๆ นี้เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนพึ่งไปทานซูชิด้วยกันมาเอง

ทีมงาน : แล้วได้คุยอะไรกันมั่งครับ?

คิตาเสะ : เรื่องที่คนอายุ 40 กว่าๆ สองคนเค้าคุยกันตอนกินซูชิส่วนใหญ่ก็คงเป็นเรื่องส่วนตัวล่ะนะ ฮา ฮา แต่หลังจากนั้นเราก็เริ่มคุยเรื่องที่น่าสนใจกัน เราพูดกันถึงเรื่องเกมที่เราเคยร่วมมือกันสร้าง และก็อนาคตของเกมที่เราจะสร้างขายทั้งในและนอกญี่ปุ่น เราพูดคุยว่า RPG จะพัฒนาต่อไปได้อย่างไร และระบบ Command-based จำเป็นต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงใหม่แค่ไหน ทั้งหมดก็เพราะมันเป็นส่วนสำคัญที่สร้างความนิยมขึ้นมา

ทีมงาน : เขามีความคิดอย่างไรเกี่ยวกับโปรเจคท์ FFVII ที่คุณสร้างขึ้นมาหลังจากที่เขาออกจาก Square Enix ไปแล้ว?

คิตาเสะ : โอ้..ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมมั่นใจว่าเราได้ส่ง FF ทุกภาคให้กับเขาแล้ว แต่เขาไม่ได้บอกเราว่าเขาได้เล่นมันรึเปล่า หรือมีความคิดอย่างไรเกี่ยวกับมัน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ไม่รู้ผมเคยบอกเขาไปรึเปล่าว่าผมคิดยังไงกับ FF ก่อนที่จะมาทำงานที่ Square สาบานได้ว่าผมพูดว่ามันเป็นเพียงการลอกเลียนสั่วๆ ของสิ่งที่ Enix ทำในช่วงยุคสมัยเดียวกัน จะบอกให้ว่า Dragon Quest น่ะแหล่มกว่ากันเยอะ!!! (ฮา ฮา)

ที่มา : NeoGAF