Saturday, April 10, 2010

สัมภาษณ์ล่าสุดจากพระเจ้าทานากะ... ถึงอนาคตของ FFXIV

บทสัมภาษณ์ล่าสุดของเกม Final Fantasy XIV จากนิตยสารเดนเกคิ เป็นการสัมภาษณ์โปรดิวเซอร์ "ฮิโรมิจิ ทานากะ" และไดเรคเตอร์ "โนบุอากิ โคโมโตะ" ซึ่งทั้งสองได้มาอธิบายรายละเอียดของตัวเกมในขั้น Alpha Test รวมทั้งแผนการสำหรับช่วง Beta Test ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ โดยบทสัมภาษณ์ดังกล่าวก็มีตามนี้ครับ

- ตอนที่เริ่มทำการทดสอบ Final Fantasy XI ทีมงานได้เริ่มทดสอบในขั้น Beta เลย แล้วทำไมคราวนี้ถึงย้อนกลับไปทดสอบในขั้น Alpha แทนล่ะครับ?

โคโมโตะ : ในขั้น Beta นั้นตัวเกมแทบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทว่าเราต้องการที่จะเอาความคิดของผู้เล่นมาปรับแต่งระบบของเกม ดังนั้นเราเลยอยากให้เขาได้เห็นตัวเกมในเวอร์ชั่นเริ่มแรก และให้เสียงตอบรับของพวกเขามีผลต่อทิศทางของเกมหลังจากนี้ครับ

- หมายความว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังจาก Alpha สิ้นสุดลงเหรอครับ?

โคโมโตะ : ใช่ครับ น่าจะเป็นแบบนั้น พวกเราก็อยากรู้เหมือนกันว่าหลังจาก Alpha Test ได้เเสร็จสิ้นลงแล้ว ตัวเกมจะออกมาเป็นอย่างไร มีประเด็นบางอย่างที่เราได้เห็นและเราคิดกันว่าจะแก้ไขอย่างไรให้มันออกมาดีที่สุด ขณะเดียวกันเราก็ต้องรับฟังคำแนะนำจากผู้เล่นด้วยครับ

ทานากะ : สำหรับ Alpha Test เราได้ทดสอบกับโลกแห่งโลกเดียวเท่านั้น (เซอร์เวอร์เดียว) ความคิดของเราคือเราจะทดสอบความเสถียรของโลก (เซอร์เวอร์) หลังจากนั้นใน Beta Test 1 เราถึงจะเพิ่มโลกลงไป และเก็บรวบรวมข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ครับ

- จะมีการเพิ่มจำนวนเมืองที่เข้าไปเล่นได้ในช่วง Beta มั้ยครับ?

ทานากะ : ไม่ใช่แค่เพิ่มแอเรียที่จะเข้าเลนได้เท่านั้น แต่เราต้องการทดสอบและปรับแต่งกลไกหลักของเกมด้วยครับ ตัวอย่างเช่น เราจะดูว่าการอัพเลเวลมันเหมาะสมดีแล้วมั้ย การได้สกิลใหม่ๆ มาใช้มันเหมาะสมแล้วหรือยัง เป้าหมายหลักของพวกเราคือการจับตาดูสิ่งเหล่านี้อย่างใกล้ชิดครับ

โคโมโตะ : เช่นเดียวกับการตั้งขีดจำกัดของเลเวลครับ เราต้องทำการทดสอบเพื่อดูว่าพวกเขาสามารถไปถึงจุดนั้นได้โดยไม่มีปัญหาหรือไม่ เราได้เพิ่มระบบลงไปอีกเล็กน้อย และจะเก็บข้อมูลจากการทดสอบเหล่านั้น

ทานากะ : เราต้องการดูความเร็วในการพัฒนาตัวละครด้วยครับ กลไกการทำงานหลักของเกมก็เช่นกัน และดูว่าเราต้องปรับแต่งอีกมากแค่ไหน

- ฟังดูเหมือนกับว่าเราจะไม่ได้เห็นตัวเกมจริงๆ จนกว่าจะถึงตอนวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเลยนะครับ

โคโมโตะ : ผมคิดว่าเราจะได้เห็นภาพรวมทั้งหมดของเกมในช่วงใดช่วงหนึ่งของการ Beta นะ

ทานากะ : ระบบของเกมจะเสร็จสมบูรณ์ภายในช่วง Beta ครับ แต่ผมคงต้องบอกว่าพวกคุณอาจจะไม่ได้เห็นโลกของเกมนี้ทั้งหมด จนกว่าจะถึงวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการครับ

- ผมได้ทดลองระบบกิลด์ลีฟแล้ว และรู้สึกว่าเป็นหนทางที่ดีในการบริหารเวลาเล่นเกมของเราเลย เราสามารถทำเควสให้เสร็จได้ใน 30 นาที หลังจากนั้นก็ไปเริ่มทำอันใหม่ได้เลย มันเหมือนกับระบบ Assault ใน FFXI ที่เราสามารถสนุกกับการเล่นแบบแคชชวลได้ ถ้าผมเข้าใจผิดก็ขอโทษด้วยนะครับ แต่ผมว่าระบบมันออกมาแบบมาให้ดูสั้นง่าย แบบแคชชวลยังไงยังงั้นเลย

โคโมโตะ : จริงครับ แต่ผมคงไม่พูดว่าระบบมันทำมาสำหรับการเล่นแบบสั้นๆ ง่ายๆ สิ่งที่เราต้องการคือการออกแบบเกมที่ผู้ที่ชอบเล่นเกมแบบแคชชวลสามารถสนุกไปกับมันได้ ทำให้เราต้องออกแบบอะไรที่เรียบและง่ายขึ้นในทีแรก อย่างไรก็ตามแม้ว่าเควสในตอนนี้จะสั่งให้ทำแต่อะไรที่เรียบง่าย แต่ในอนาคตก็จะมีการเพิ่มคำสั่งให้มากขึ้น และกิลด์ลีฟก็จะมีความหลากหลายมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้เล่นก็ต้องไปบู๊กับมอนสเตอร์ที่โหดขึ้น เราคิดไว้ว่าจะให้ระบบมันออกมาเป็นแบบนั้นครับ

- ในการพัฒนาตัวละคร ดูเหมือนจะมี "สกิลแรงค์" สำหรับคลาส และมี "ฟิสิคคัลเลเวล" สำหรับตัวละครเอง ฟิสิคคัลเลเวลนี้คือที่ๆ คุณสามารถเอาแต้มไปอัพให้พารามิเตอร์ได้อย่างอิสระใช่มั้ยครับ?

โคโมโตะ : ในช่วง Alpha นี้ระบบฟิสิคคัลเลเวลจะยังมีข้อจำกัดอยู่ ดังนั้นเมื่อคุณเอาแต้มไปกรอกให้พารามิเตอร์ไหนแล้ว คุณก็จะกลับมาแก้ใหม่ไม่ได้ แต่หลังจากนี้เราจะอนุญาตให้ผู้เล่นได้ปรับแต่งแต้มใหม่ได้ในกรณีที่เขาเอาแต้มไปกรอกให้ค่าใดค่าหนึ่งมากเกินไป จนเกิดอยากแก้ขึ้นมา เราวางแผนกันว่าจะไม่ให้พวกคุณสามารถอัพค่าทุกอย่างให้เต็มได้ ดังนั้นผู้เล่นต้องพยายามหาทางบาลานซ์มันออกมาให้ดี ผมจะยกตัวอย่างเช่นตอนแรกคุณอาจจะเพิ่มค่าๆ หนึ่งมากๆ เพื่อจะเล่นคลาสนักรบ แต่หลังจากนี้ถ้าคุณอยากจะเล่นเป็นสายเวท คุณก็สามารถกรอกแต้มใหม่ ให้มันออกมาเอื้อประโยชน์ต่อการเล่นของนักเวทได้

- ในการปรับแต่งตัวละครนั้น การเอาสกิลของคลาสหนึ่งไปใช้ตอนเล่นเป็นอีกคลาสหนึ่ง จะมีข้อจำกัดใดๆ บ้างครับ?

โคโมโตะ : ถ้าทำได้ เราก็อยากให้ผู้เล่นสามารถใช้สกิลของคลาสอื่นๆ ที่ไม่ได้เล่นอยู่ได้ ทว่าในเรื่องนี้เราก็ต้องทำการทดสอบกันอีกมาก ทดสอบเช่นว่าเมื่อเอาสกิลของคลาสหนึ่งไปใช้ตอนเล่นเป็นอีกคลาสหนึ่งแล้ว จะให้สกิลมันด้อยลงซักแค่ไหนดี บางทีการผสมผสานสกิลแบบหนึ่งมันอาจจะออกมาไม่เวิร์ค หรือบางทีการผสมผสานสกิลอีกแบบหนึ่งมันอาจจะเจ๋งเกินไป เราต้องทำงานกันต่อโดยรักษาสมดุลของเกมเอาไว้ให้ได้ แน่นอนว่าคงมีสกิลบางอย่างที่เราไม่อนุญาตเอาไปใช้ได้เมื่อเล่นเป็นอีกคลาสหนึ่ง ในขั้นนี้เราแค่กำลังมองว่าอะไรเป็นอะไรเท่านั้น ดังนั้นเชิญลองผสมผสานสกิลใช้ตามใจอยากของคุณเลย

- ใน FFXI นั้นมีระบบ Support Job ซึ่งมันก็มีข้อจำกัดของมันอยู่ ปกติแล้วคุณย่อมต้องการให้ผู้เล่นๆ อาชีพแต่ละอาชีพไปในทิศทางเดียวกัน  เพราะมันจะทำให้ผู้เล่นอื่นรับรู้ได้ง่ายว่าบทบาทของอาชีพนี้คืออะไร แต่ถ้าคุณสามารถเซตอบิลิตี้ของคลาสต่างๆ ได้อย่างอิสระ และยังสามารถอัพพารามิเตอร์ได้อย่างเสรี แบบนี้จะทำให้ผู้เล่นอื่นเข้าใจบทบาทของคลาสนั้นๆ ได้ยากขึ้นรึเปล่าครับ?

โคโมโตะ : นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เรารู้สึกว่าการให้การอธิบายบทบาทของคลาสต่างๆ ผ่านทางสกิลหลักของคลาสนั้นๆ นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด ถึงแม้จะใช้อบิลิตี้อื่นๆ ได้ก็ตาม แต่คลาสที่เก่งในการ tank ก็ต้องถูกพิจารณาให้ทำหน้าที่เป็นคน tank ก่อนใครเพื่อน จากจุดเริ่มต้นนี้ คุณจะสามารถเริ่มต้นปรับแต่งบทบาทของคุณให้เหมาะสมกับสถานารณ์ต่างๆ และดูว่าคลาสที่คุณเล่นจะร่วมมือกับคลาสอื่นๆ ได้ดีแค่ไหน

- แล้วใน Alpha นี่พวกสกิลด้านการช่างเป็นยังไงบ้างครับ?

โคโมโตะ : เราได้จัดการเรื่องนี้แล้ว และให้ผู้เล่นได้มีวัตถุดิบขั้นต้นที่ใช้ในการเพาะปลูก ทว่าเรายังคงจับตาดูว่าระบบมันจะออกมาเป็นอย่างไร เรากะจะให้ผู้เล่นสามารถรวบรวมวัตถุดิบเหล่านั้นได้จากฟิลด์ต่างๆ และกะให้มีกิลด์ลีฟที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว ทว่าเรายังคงอยู่ในขั้นทดสอบลักษณะที่จะออกมา นอกจากนี้เรายังเตรียมสร้างสกิลสำหรับการเพาะปลูกและการสร้างสิ่งต่างๆ และอยากให้มันสร้างประสบการณ์แห่งความสนุกให้แก่ผู้เล่นได้ การต่อสู้นั้นเป็นเรื่องสนุก แต่เราก็อยากสร้างเกมให้ผู้ที่เล่นได้สนุกได้ไม่แพ้กัน ไม่ว่าขณะที่เขากำลังเล่นเป็นช่าง ขณะฝึกฝนสกิล ขณะออกไปผจญภัย รวมทั้งขณะที่กำลังทำดำเนินเนื้อเรื่องของเกม กิลฟ์ลีฟจะมีส่วนสำคัญมากในการทำให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น

- ในช่วง Alpha นี้มีกิลฟ์ลีฟอยู่ด้วยกันทั้งหมดกี่แบบครับ?

โคโมโตะ : ไม่เยอะนะครับ ไม่เกิน 20 แบบได้

- สำหรับกิลฟ์ลีฟระดับสูงนี้ ผู้เล่นจะสามารถเล่นโซโล่ได้มั้ย?

โคโมโตะ : เราหวังว่าจะเป็นไปได้โดยการสร้างให้ผู้เล่นเลือกระดับความยากของมันได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีกิลฟ์ลีฟที่ต้องไปทำกันเป็นปาร์ตี้นะครับ เราแค่ต้องการให้ผู้ที่เล่นแบบโซโล่สามารถสนุกไปกับกิลด์ลีฟได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ครับ

- จะว่าไปแล้ว ถ้ามีสมาชิก 6 คนนี่จะเป็นปาร์ตี้ขนาดกลางใช่มั้ยครับ?

โคโมโตะ : คราวนี้เราได้เซตให้ปาร์ตี้รับสมาชิกได้สูงสุดที่ 15 คนครับ เกือบจะเท่าขนาดของ Alliance เลย (Alliance ใน FFXI คือ 18 คน) แต่จะไม่ได้แบ่งเป็นหน่วยย่อยๆ นะครับ จะปาร์ตี้กัน 3 คนก็ดีหรือ 8 คนก็ดี เราไม่อยากจะกำหนดมาตรฐานลงไป แทนที่จะบังคับให้ผู้เล่นต้องสร้างปาร์ตี้ขนาดเล็กขึ้นมา เราอยากให้ผู้เล่นมีอิสระที่จะรวมกันเป็นกลุ่มน้อยใหญ่แค่ไหนก็ได้ตามแต่ที่พวกเขาต้องการครับ

- ผมแปลกใจมากที่ทุกคลาสสามารถใช้ Teleport และวาร์ปได้ตั้งแต่แรก!

โคโมโตะ : ต่อไปการใช้อบิลิตี้นั้นต้องเสียค่าบางอย่างด้วยครับ แต่ในช่วง Alpha เรายังไม่ได้ตั้งให้เป็นแบบนั้น เราหวังว่ามันจะทำให้ผู้เล่นที่มีเวลาจำกัดสามารถเดินทางไปมาได้อย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกันก็ต้องใส่องค์ประกอบที่ทำให้ผู้เล่นที่ต้องการประหยัดเวลาสามารถสนุกได้หากว่าเขาเลือกที่จะเดินทางด้วยเท้า เราต้องเตรียมจุดวาร์ปให้มากพอ เพื่อที่ว่าอบิลิตี้นี้จะได้ช่วยผู้ที่มีเวลาเล่นน้อยได้จริง สำหรับค่าวาร์ปนั้น เราไม่ได้กะให้มันเป็นการกีดกันผู้เล่น และอยากให้มันน้อยลงจนแทบไม่ต้องเสียอะไรเลย

- จำนวนโมชั่นแสดงอารมณ์นั้นมีเยอะจนทำให้ผมแปลกใจมาก โดยเฉพาะลาลาเฟลนี่น่ารักเป็นพิเศษเลยนะครับ

โคโมโตะ : น่ารักจนแทบแหวะเลยใช่มั้ยล่ะครับ (หัวเราะ) คราวนี้จำนวนโมชั่น ของสวมใส่ และทุกๆ อย่างได้ถูกเพิ่มขึ้นมาก การแสดงออกทางสีหน้าของพัฒนาขึ้นเช่นกันครับ

- การแสดงออกทางสีหน้าก็น่าชมทีเดียวครับ เวลาอยู่ในคัตซีนตัวละครก็จะแสดงท่าทางออกมาและยังมีเสียงพากย์ด้วย เมื่อเทียบกับ MMON ในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะ FFXI โลกของของ FFXIV นี่แทบจะดูดกลืนผู้เล่นเข้าไปอย่างสมบูรณ์เลยนะเนี่ย

โคโมโตะ : ตอนที่ผมดูคัตซีนก็มีความรู้สึกแบบเดียวกันครับ

- Alpha นี้ซัพพอร์ทแต่ Windows แล้วในช่วง Beta จะซัพพอร์ท PS3 ด้วยมั้ยครับ?

ทานากะ : ในช่วง Beta 1 คงยังไม่ครับ แต่ในช่วง Beta 2 เราคาดว่าเราจะซัพพอร์ท PS3 แล้ว

- คุณคิดที่จะทดสอบ Alpha Beta 1 และ Beta 2 นานแค่ไหนครับ? กะว่าจะดูท่าทีและคอยรับฟังเสียงต่างๆ ไปเรื่อยๆ ก่อนรึเปล่า?

ทานากะ : หลายสิ่งหลายอย่างคงเปลี่ยนไปเมื่องานที่เราสร้างถูกปรับแต่งไปเรื่อยๆ ตลอดช่วงการทดสอบ ในช่วง Alpha กับ Beta 1 นั้นคงไม่ต่างกันมาก แต่ในช่วง Beta 2 ตัวเกมจะเริ่มเปลี่ยนไปตามเสียงตอบรับที่เราได้มาจากช่วง Alpha ครับ

- ช่วง Beta 1 จะมีการเพิ่มโลกต่างๆ ให้มากขึ้นกว่าตอน Alpha ใช่มั้ยครับ? ถ้างั้นเสียงตอบรับจากตอน Alpha จะมีผลต่อ Beta ในช่วงเริ่มแรกเลยมั้ย?

ทานากะ : ระหว่างช่วง Alpha กับ Beta 1 เราไม่ได้คาดว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรมากมายครับ ในช่วง Beta 2 และหลังจากนั้นต่างหากที่จะได้เห็นตัวเกมอัพเดทและเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

โคโมโตะ : แทนที่จะกำหนดเวลาสำหรับขั้นต่างๆ ผมว่าประเด็นมันอยู่ที่ว่าเรายังเหลือขั้นตอนที่ต้องทำอีกกี่ขั้นมากกว่าครับ

ที่มา : Zam.com

No comments:

Post a Comment