Thursday, August 30, 2012

บทอธิบายเนื้อเรื่องเพิ่มเติมจาก FFXIII-2 Ultimania Omega [3]

 รวมพวกรายละเอียดจาก Ultimania Omega ที่ยังไม่ได้พูดถึงครับ

  • คุณย่าของโนเอล ได้เห็นยูลเกิดใหม่ถึง 3 ครั้ง
  • โฮปนั้นเข้าใจในธรรมชาติของอลิซซ่า ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงเชื่อมั่นในการทำงานของเธอ
  • ตอนที่อลิซซ่าจะหายไป เธอเคยพยายามที่จะฆ่าตัวตาย ทว่าในวินาทีสุด โฮปก็มาบอกความจริงกับอลิซซ่าอย่างอ่อนโยน แล้วบอกเธอว่าไม่เป็นไร
  • ซานาดูเป็นเมืองที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้นึกถึงโกลด์ซอเซอร์ใน FFVII
  • หลังจบความฝันของโนเอลในช่วงท้ายของบทที่ 5 (ดูสคริปต์จากลิงค์นี้ >คลิ๊ก<) เราเห็นภาพยูลจาก AF700 กับโนลจากโลกที่กำลังจะตายโผเข้ากอดกันด้วยรอยยิ้ม แล้วเรายังเห็นภาพนิมิตนี้อีกครั้งในตอนจบ (ดูสคริปต์จากลิงค์นี้ >คลิ๊ก<) พลังในการมองอนาคตนั้นหมายถึงจะสามารถมองไปทั่วได้ทั้งไทม์ไลน์ กระทั่งการมองอนาคตของอดีตที่เปลี่ยนไปแล้วก็เป็นไปได้ การมองชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ก็เช่นกัน ภาพนิมิตที่เซร่าห์เห็นใตอนสุดท้ายเป็นอย่างไรนั้นยังคงไม่กระจ่างชัด แต่ถ้าเธอมีความหวังเช่นเดียวกันกับยูล บางทีมันอาจจะยังมีทางรอดอยู่

ไคอัสตายแล้วจริงๆ หรือ?

ในตอนจบนั้นไคอัสน่าจะตายไปแล้ว แต่ในฉากจบลับเขากลับปรากฏตัวขึ้นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน นั่นเพราะกระแสเวลาในวาลฮัลล่านั้นดำเนินไปอย่างไม่ปกติ อาจเป็นได้ว่าในช่วงก่อนที่เขาจะตายเขาได้ปรากฏตัวขึ้นแล้วครุ่นคิดอย่างว่า* ถึงยังไม่แน่นอนว่าเขาอยู่หรือตาย แต่คงไม่มีใครปฏิเสธความเป็นไปได้ที่เขาจะยังมีชีวิตรอดอยู่หลังการโจมตีครั้งสุดท้าย

*หมายถึงไอ้ท่าที่มานั่งเต๊ะจุ๊ยคุยกับคนเล่นนั้น เกิดตั้งแต่ตอนที่ไคอัสยังไม่ตาย แต่ด้วยกระแสเวลาที่ดำเนินไปอย่างไม่ปกติ เราจึงเห็นภาพนั้นอยู่แม้ว่าเขาจะถูกพิฆาตไปแล้ว

บูนิเบลเซ่ที่ออกตัว

ตามตำนานเทพ เพื่อจะรุกเข้าไปยังโลกที่มองไม่เห็น เทพสูงสุดนามบูนิเบลเซ่ได้สั่งให้เทพผู้รับใช้และฟัลซิตามหาประตู จากนั้นเขาก็เข้าสู่การหลับใหล เป็นไปได้ว่าทันที่เส้นแบ่งระหว่างโลกที่มองเห็นและมองไม่เห็นถูกทำลายไป บูนิเบลเซ่จะตื่นขึ้น นี่คือสิ่งที่ฉากจบพยายามจะบอกใบ้ในฉากที่โคคูนนามบูนิเบลเซ่ที่มนุษย์สร้างขึ้นออกตัวขึ้นฟ้างั้นหรือ? 

To be continued...

ผู้กำกับฮิโรชิ คาโมฮาระได้บอกไว้ว่าคำว่า To be continued... ในตอนจบนั้นไม่ได้หมายถึง "โปรดติดตามตอนต่อไป..." แต่มันหมายถึง "เนื้อเรื่องจะดำเนินไปสู่รุ่นต่อไป" ทีมงานชาวต่างชาติเป็นคนบอกให้เขียนไว้แบบนั้น พวกเขายังไม่มีความคิดว่าจะมีภาคต่อหรือไม่ แต่ในบทสัมภาษณ์ของคุณคิตาเสะอีกอันหนึ่ง เขาบอกไว้ว่าใส่คำนี้เข้าไปเพื่อสื่อถึง DLC ไลท์นิ่ง

*ส่วนคุณโทริยามะเคยตอบไว้คล้ายๆ คุณคิตาเสะในงานไทเปเกมโชว์ >คลิ๊ก<

เทพธิดาเอโทรที่อ่อนแอลง

เทพธิดาเอโทรจดจำความสัมพันธ์อันใกล้ชิดที่เธอมีต่อมนุษย์ได้ ว่ามนุษย์นั้นกำเนิดขึ้นมาจากเลือดที่หลั่งออกมาจากเธอ เธอได้มอบพลังแห่้งเทพให้มนุษย์หลายต่อหลายครั้งโดยไม่คิดถึงคิดจำกัดของตนเองหรือผลที่จะตามมา เธอยินดีมอบพลังนั้นให้ เพราะเหตุนี้เทพธิดาจึงอ่อนกำลังลง หลังจากที่เธอพยายามช่วยโลกด้วยการสร้างเกลียวเวลาขึ้น เธอก็ตกอยู่ในภาวะหลับใหล เมื่อหัวใจแห่งเคออสที่อยู่ในตัวไคอัสหยุดนิ่งในตอนจบของ FFXIII-2 เธอก็ถูกทำลายล้างไปด้วย

พลังของเพื่อน

ในช่วงตอนจบที่คริสตัลของวานิลล์และแฟงก์ถูกพาออกมาจากเสาคริสตัล หากทั้งสองกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง ซัสซ์ โฮป และสโนวทีท่องไปยังจุดใดจุดหนึ่งของไทม์ไลน์ คงได้ประสานมือกันแน่

[ท่อนสุดท้ายตีความได้ 3 อย่าง]
1. หมายถึงการที่สโนวเอากำปั้นทั้งสองมือมาชกประสานกัน

2. เป็นอากัปกิริยาของคนญี่ปุ่น หมายถึงการปรบมือเมื่อทำอะไรสักอย่างสำเร็จ เมื่อนึกอะไรบางอย่างออก หรือเมื่อตื่นเต้นกับอะไรบางอย่าง 

3. อาจหมายถึงเพื่อให้ไปถึงสถานการณ์ที่คาดหวังไว้ ทั้งสามจำเป็นต้องอยู่ด้วยกันพร้อมเพรียง

http://finalfantasy-xiii.net/forums/showthread.php?p=375132

Friday, August 17, 2012

รายละเอียดระบบการเล่นใหม่ๆ ใน Final Fantasy XIV 2.0

สัปดาห์ที่ผ่านมาคุณ นาโอกิ โยชิดะ ผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้าง Final Fantasy XIV 2.0 ได้เปิดเผยข้อมูลใหม่ๆ ของเกมดังกล่าวผ่านงาน Gamescom 2012 ที่จัดขึ้นในเยอรมันไว้มากมาย อย่างแรกเลยคือเขาเปิดเผยว่าตอนนี้กำหนดการ Beta Test ของเกมดังกล่าวทั้งบน PC และบน PlayStation 3 อยู่ภายในช่วง "ฤดูหนาว 2012" อีกทั้งผู้กำกับคนเก่งยังได้เปิดถึงการกลับมาของระบบ "Limit Break" และระบบอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

ระบบ Limit Break

  • เป็นระบบต่อสู้ของปาร์ตี้แบบใหม่ ซึ่งมาแทน Battle Regimen โดยเมื่อเกจของปาร์ตี้เต็มแล้ว สมาชิกคนใดในกลุ่มก็จะสามารถใช้เกจได้ เมื่อใช้ไปแล้วเกจก็จะกลับไปว่างเปล่าิอีกครั้ง
  • เกจดังกล่าวจะขึ้นได้ด้วยการโจมตีธรรมดาๆ ใส่ศัตรู แต่จะขึ้นเร็วยิ่งขึ้นเมื่อ เล่นดี ฮีลถูกเวลา บล็อคถูกจังหวะ ซึ่งไอ้เล่นดีที่ว่าจะเป็นอย่างไรนั้น ตัวระบบจะเป็นคนกำหนดเอง
  • ตัวเกจจะมีด้วยกันหลายขั้น สามารถสะสมต่อเนื่องไปยังขั้นที่สูงกว่าได้
  • Limit Break แบบเดียวกัน จะให้ผลแตกต่างกันไปตามอาชีพที่ผู้เล่นใช้
  • ผู้เล่นที่เลเวลต่ำ ก็ถูกจำกัดให้ใช้ได้แต่ Limit Break ขั้นต่ำ เมื่อเลเวลสูงขึ้นก็จะสามารถใช้ Limit Break ขั้นที่สูงขึ้นได้ตาม

ระบบอื่นๆ

  • คอนเซปต์สำหรับการต่อสู้คือ "จบอย่างรวดเร็ว และเล่นอย่างเป็นจังหวะ"
  • เมื่อการต่อสู้เริ่มต้น ค่า TP ของผู้เล่นก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผู้เล่นจะสามารถใช้ Weapon Skill และอบิลิตี้ต่างๆ ในการต่อสู้ได้ ซึ่งมอนสเตอร์ตัวหนึ่งอาจจะถูกผู้เล่นกำจัดได้ในการโจมตีเพียง 5 ครั้ง และการต่อสู้ครั้งหนึ่งก็ใช้เวลาไม่เกิน 20 วินาทีก็จบ
  • ทีมงานไม่ต้องการให้ผู้เล่นเน้นไปที่การเก็บ EXP จากการล่ามอนสเตอร์ ก็เลยกำหนดค่า EXP ที่ได้จากการกำจัดมอนสเตอร์ไว้ไม่มาก ในทางตรงกันข้าม หากผู้เล่นผ่านเควสต์ได้ ก็จะได้รับ EXP เพิ่มขึ้นมากๆ
  • ตัวเกมมีการเพิ่มปุ่มกระโดดเข้าไป แต่เนื่องจากนี่ไม่ใช่เกมแอ็คชั่น จึงไม่มีพื้นที่ๆ ต้องกระโดดขึ้นไปเท่านั้นหรอก ทุกที่สามารถเดินขึ้นไปได้หมด
  • มีระบบ "Gear Set" ที่ทำให้ผู้เล่นเปลี่ยนอุปกรณ์สวมใส่ทั้งตัวได้ในพริบตา ตอนแรกผู้เล่นอาจจะตั้งได้เพียงไม่กี่ Set แต่เมื่อผ่านเควสต์ก็จะสามารถเพิ่มจำนวน Set ได้ ตอนนี้ทีมงานกำลังตรวจสอบกันอยู่ว่าจะให้ตระเตรียมไว้ได้สูงสุดกี่ Set ดี ทั้งนี้ของสวมใส่ที่ติดตั้งไว้ใน Gear Set จะไม่ถูกนับเป็นไอเทมที่พกอยู่ กล่าวคือไม่อยู่ใน Inventory นั่นเอง
  • แม้แต่เมืองเล็กๆ ก็มีรายละเอียดอันประณีตซับซ้อน NPC แต่ละตัวก็มีท่าทางแตกต่างกัน
  • Tutorial ของเกมถูกแก้ไขใหม่หมด ทำให้ผู้เล่นสามารถเข้าใจหลายๆ สิ่งมากขึ้น
  • สักเลเวล 15 ผู้เล่นก็จะสามารถสร้างปาร์ตี้และไปดันเจียนได้ กว่าจะไปถึงจุดนั้น ผู้เล่นจะได้ใช้เวลาในการทำความเข้าใจ และทำความคุ้นเคยกับระบบเป็นเวลาราวๆ 30 ชั่วโมง (เล่นแบบไม่อู้)
  • ที่ Guildleve เลเวล 10 ผู้เล่นจะได้รับฉายา Novice ไม่ใช่ Beginner แล้ว
  • เนื้อหาการเล่น โดยหลักจะแบ่งเป็นประเภทสร้างมาให้เล่นเป็นปาร์ตี้ กับสร้างมาให้ฉายเดี่ยว ส่วนเนื้อหาประเภทเปิดให้คนทั่วไปช่วยกันทำ ก็จะมีตามมาทีหลัง แต่หลักๆ แล้วจะเน้นไปที่ปาร์ตี้กับฉายเดี่ยว
  • เมื่อล็อคอินเข้าเกม หรือเมื่อเปลี่ยนฉาก จะมีข้อความรายการแนะนำขึ้นแสดงเพื่อบอกว่าดินแดนแถบนั้นมีอะไรน่าทำบ้าง ซึ่งข้อความที่ขึ้นก็จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าเรามาคนเดียวหรือมาเป็นปาร์ตี้ เนื่องจากเกม MMORPG นั้นมีอะไรให้ทำมากมายก่ายกองอยู่แล้ว เมื่อผู้เล่นพาตัวเองไปถึงเลเวล 20 ก็จะมีอะไรให้ทำมากมาย ถึงตอนนั้นก็ลองทำตามรายการแนะนำละกัน

ที่มา : Gematsu