Saturday, February 29, 2020

Namine's Story เรื่องราวจากหนังสือ KH Series Character Files


ตัดตอนจากหนังสือ Kingdom Hearts Series Character Files ซึ่วางจำหน่ายวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2020 (หลัง DLC Re: Mind ออกเดือนนึง)

ดูรายละเอียดหนังสือได้ที่ https://store.jp.square-enix.com/item/9784757564930.html

--------------------------------

Namine's Story
"อีกความฝันหนึ่ง"

"นอกจากไคริและริคุแล้ว ฉันยังมีสาวน้อยอีกคนนึงเป็นเพื่อน เราสี่คนมักจะเล่นด้วยกันอยู่เสมอ"

นั่นคือความทรงจำที่ฉันสร้างขึ้นมาให้กับโซระ ฉันยังคงจดจำเหตุการณ์เหล่านั้นได้

คลื่นทะเลที่ซัดโถมเข้ามาอย่างไม่สิ้นสุด หาดทรายสีขาว สองหนุ่มกำลังเล่นต่อสู้ฟาดฟันกันด้วยแท่งไม้ ฉันเดินไปทางท่าเทียบเรือตามลำพัง และนั่งลงที่ปลายทาง จับจ้องมองไปยังขอบฟ้า หลับตาลง ตอนนี้ฉันได้ยินเพียงเสียงของคลื่นทะเล

"ทำอะไรอยู่น่ะ นามิเนะ?"

เสียงดังมาจากทางด้านหลัง เมื่อฉันเหลียวไปมอง โซระก็ยืนอยู่ตรงนั้น

"อากาศดีใช่มั้ยล่ะ" ฉันตอบพลางจ้องมองหน้าของเขา "ถ้าสายลมสามารถหอบพวกเราไปที่ไหนก็ได้ เราจะไปไหนกันนะ?"

(*มีการตั้งข้อสังเกตว่าวลีที่ว่าสายลมหอบพวกเราไป... คล้ายกับที่อวาพวยพรแด่แดนดิไลออน)

"อีกแล้วเหรอ?"

ฉันหัวเราะออกมา ในขณะที่คนอื่น ๆ กำลังต่อแพอยู่ แพที่จะพาเราออกไปจากโลกใบนี้

"เธอไม่อยากกลับมาเหรอ?" โซระถามพลางนั่งลงข้างกายฉัน

กลับไป... ที่ไหน? ฉันจะกลับไปที่ไหน? สถานที่เดียวที่ฉันอยากจะกลับไปก็คือหาดทรายสีขาวของที่แห่งนี้ ที่ซึ่งฉันจะได้ยินเสียงของคลื่นที่สาดปะทะเข้ามา แต่ที่จริงแล้ว... ตัวฉัน... ยังอยากกลับมายังหาดแห่งนี้จริง ๆ ใช่มั้ย?

"ถ้าภายนอกมีโลกใบอื่นอยู่อีก ฉันก็อยากเห็นมันทั้งหมด!" โซระกล่าว ใช่แล้ว โซระได้ไปพบเห็นโลกมามากมาย พบเจอผู้คน และมีความทรงจำแห่งสายสัมพันธ์กับพวกเขาเหล่านั้น ฉันพอรู้จักชิ้นส่วนความทรงจำเหล่านั้นบางส่วนด้วย

(*หมายถึงระหว่างที่นามิเนะใช้พลังป่วนความทรงจำของโซระ ก็ได้สำรวจโซ่แห่งความทรงจำที่โซระไปพบเจอโลกต่าง ๆ ใน KH1 มาด้วย)

"เฮ้ พวกเธอลืมฉันไปแล้วเหรอ?"  เราหันไปมองทางต้นเสียงก็เห็นริคุยืนอยู่ ไคริอยู่ด้านหลังเขา ทั้งหมดนี้คือความทรงจำปลอมที่ว่าเราสี่คนมักจะเล่นด้วยกัน

"สงสัยพวกเราคงต้องต่อแพกันฝ่ายเดียวซะละมั้ง" ริคุหันไปมองเธอ ผู้หญิงคนที่มีใบหน้าคล้ายกับฉันอยู่หน่อย ๆ ก็ยิ้มออกมา

นี่เป็นโลกอันแสนพิเศษ โลกที่ใครบางคนได้ออกเดินทางไปเมื่อนานแสนนานมากแล้ว สถานที่อันแสนล้ำค่าในความทรงจำของเขา

(*น่าจะหมายถึงเซอานอร์ท)

คงจะดีนะหากว่าสักวันนึงทุกคนได้กลับมายังที่แห่งนี้ ในท้ายที่สุด

สิ่งที่ฉันเห็นอยู่นี้คือภาพมายา? หรือว่าความฝันกันนะ?

นี่คือโลกที่ฉันต้องการ? หรือโลกที่ใครคนอื่นต้องการนะ? ฉันไม่รู้เลย

สมุดสเก็ตภาพที่ฉันมักจะวาดรูปลงไป มันไปอยู่ที่ไหนกันนะ?

ฉันได้ยินเสียงของคลื่น ความทรงจำที่จมดิ่งลงไปกับเสียงของคลื่น มีเพียงเสียงของคลื่นทะเลเท่านั้นที่ฉันจะได้ยินต่อไป ตราบชั่วนิรันดร์

Friday, February 28, 2020

Isa's Story เรื่องราวจากหนังสือ KH Series Character Files


ตัดตอนจากหนังสือ Kingdom Hearts Series Character Files ซึ่วางจำหน่ายวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2020 (หลัง DLC Re: Mind ออกเดือนนึง)

ดูรายละเอียดหนังสือได้ที่ https://store.jp.square-enix.com/item/9784757564930.html

--------------------------------

Isa's Story
"อยากจะพูดอะไรก็เชิญ"

ท้ายที่สุดแล้ว หัวใจคืออะไรนะ?
เพื่อนคืออะไร?
การเชื่อมใจถึงใจกัน ทำไปเพื่ออะไร?

ความจริงที่ว่าฉันสุขใจเมื่อได้มาอยู่ตรงนี้ มันอาจแปลว่าฉันเองก็ได้เชื่อมสายสัมพันธ์แล้วเหมือนกัน ได้มาทานไอศกรีมอยู่ในบรรยากาศที่สงบสุขแบบนี้ ภายใต้พระอาทิตย์ตกดินเหมือนเช่นเคย มันช่างแสนสุขจริง

การได้อยู่ในจูซังคิคังมีความหมายอย่างไร? หัวใจคืออะไร? ฉันอยากรู้ว่านายคิดกับฉันยังไง ฉันไม่ได้ยินความคิดของนายเลย แต่ก็พอจะเดาได้

ฉันเดาว่านายคงรู้สึกเจ็บปวดอยู่บ้างในอก แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกอบอุ่น แต่ทั้งหมดนั่นล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ใช้คีย์เบลดสมควรจะรู้สึกแล้ว

ความรู้สึกทั้งหมดในอกของนาย มีทั้งหวานและเค็ม เป็นดั่งรสชาติของไอศกรีมเกลือทะเล

เดิมฉันมีแผนที่จะรวบรวมร่าง Replica เพื่อชดเชยความผิด แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังชดเชยความผิดให้ใคร เป็นไปได้ว่าฉันอาจกำลังทำเพื่อตัวเอง

แต่ก่อนนั้นเราเคยคิดว่าเราจะทำอะไรก็ได้ เราคิดว่าเราจะช่วยสาวน้อยคนนั้นได้ ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมเราจึงคิดแบบนั้น

แต่แล้ววันหนึ่ง นายก็เลิกร้องไห้ นายมีเพื่อนใหม่และได้หัวเราะเคียงข้างพวกเขา หลังจากนั้นสักพักฉันก็กลายเป็นคนเห็นแก่ตัว กลายเป็นคนโง่เง่า

ถึงกระนั้น ไม่ว่าพวกเราจะอยู่ที่ไหน นายก็ยังคงเป็นนายคนเดิม ดังนั้นตอนนี้เราถึงได้มานั่งเคียงข้าง ดูพระอาทิตย์ตกดิน นั่งทานไอศกรีมด้วยกัน

ยังไงนายก็เป็นคนขี้แยอยู่วันยังค่ำ แต่นายไม่ต้องมีเครื่องหมาย (หยดน้้ำตากลับหัวใจที่ใต้ตา) อีกต่อไปแล้ว ดูเหมือนนายไม่จำเป็นต้องมีฉันแล้วอีกเช่นกัน ฉันเองก็คิดว่าคงไม่จำเป็นต้องมีนายอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นฉันจึงอุทิศตัวให้กับชายคนนั้น ในเมื่อนายไม่จำเป็นต้องมีฉันแล้ว ฉันก็ไม่มีความหมายอะไร

ทว่าในความเป็นจริงนั้นต่างออกไป มันไม่เกี่ยวหรอกว่านายจำเป็นต้องมีฉันหรือไม่ เพียงหัวใจของเราเชื่อมโยงถึงกัน เท่านั้นก็เพียงพอ

เถิบไปจากฉันตอนนี้คือร็อคซัส ซิออน และกลุ่มเด็กชาว Twilight Town ที่กำลังหัวเราะร่วนอยู่ เสียงดังหนวกหูกันไม่น้อย นายเองก็หัวเราะร่วนจนตาหยีกับพวกเขาไปด้วย สายตาของนายเปี่ยมด้วยความอบอุ่นและความสุข โดยมีฉันนั่งทานไอศกรีมที่เค็ม ๆ หวาน ๆ อยู่เคียงข้าง รสชาติมันยังคงเหมือนกับที่เราเคยทานใน Radiant garden ฉันหวังว่าในอนาคต เราก็จะยังคงได้มาทานไอศกรีมด้วยกันแบบนี้ ดั่งเช่นอย่างที่เคยเป็นมา

ไม่ว่าอย่างไรนายก็ยังเป็นพ่อคนขี้แยคนเดิม

แล้วเราก็จะเฝ้าดูพระอาทิตย์ตกดินไปด้วยกัน

Ienzo's Story เรื่องราวจากหนังสือ KH Series Character Files


ตัดตอนจากหนังสือ Kingdom Hearts Series Character Files ซึ่วางจำหน่ายวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2020 (หลัง DLC Re: Mind ออกเดือนนึง)

ดูรายละเอียดหนังสือได้ที่ https://store.jp.square-enix.com/item/9784757564930.html

--------------------------------

Ienzo's Story
"ความทรงจำวัยเด็ก"

มีความทรงจำในวัยเด็กที่ยังคงหลงเหลืออยู่แค่ไหนกันนะ เมื่อคิดถึงเรื่องหัวใจและความทรงจำ ผมก็มักคิดวนมาเรื่องนี้ ความทรงจำวัยเด็กของผมค่อนข้างจะเลือนลางอยู่

"เยนโซ เธออยู่ที่ไหน? ตอบด้วย"

จำได้ชัดเจน เอเว่นมักจะตะโกนเรียกหาผมด้วยเสียงที่โหยหวน จอมปราชญ์อันเซมก็มักจะงานยุ่งอยู่ตลอดเวลา เอเว่นเลยเป็นคนที่ดูแลผมอยู่บ่อย ๆ ผมมักถูกดุด่าจากการที่ชอบออกไปเดินตามลำพัง แต่ก็รู้ว่าคำดุด่านั้นมันออกมาจากความรัก

เมื่อพูดถึงเรื่องการเรียน ผมมักจะถูกตำหนิอย่างรุนแรงในยามที่คำนวณอะไรพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ตอนนั้นอันเซมค่อนข้างใจดีกับผมมาก เขามักจะซื้อไอศกรีมเกลือทะเลให้ผม ไอศกรีมเค็ม ๆ หวาน ๆ นั่นเป็นของโปรดของเขาเลย ผมเลยได้ทานบ่อยไปด้วย

จำได้ว่า เอเว่นมักโกรธอันเซมเรื่องนี้บ่อย ๆ เขาหาว่าอันเซมสปอยล์ผมมากไป มาคิดดูตอนนี้ บางทีอันเซมอาจจะใช้ผมเป็นข้ออ้างในการกินไอศกรีมเองก็เป็นได้

จนถึงตอนนี้ ความทรงจำของผมใน Radiant Garden ก็ยังคงกระจ่างชัด เพราะฉะนั้นเรื่องที่ผมทรยศ จึงไม่ใช่เรื่องที่จะขอโทษกันได้

นับแต่นี้ไป เพื่อชดเชยความผิดที่เคยกระทำไว้เพียงอย่างเดียว - ผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไป

Tuesday, February 25, 2020

Aeleus's Story เรื่องราวจากหนังสือ KH Series Character Files


ตัดตอนจากหนังสือ Kingdom Hearts Series Character Files ซึ่วางจำหน่ายวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2020 (หลัง DLC Re: Mind ออกเดือนนึง)

ดูรายละเอียดหนังสือได้ที่ https://store.jp.square-enix.com/item/9784757564930.html

--------------------------------

Aeleus's Story
"เพาะบ่มความมืด"

ตัวฉันเองก็ยังคงไม่แน่ใจ

ฉันไม่เข้าใจ หลังจากที่ตัวเองถูกกำจัดใน Castle Oblivion แล้ว ฉันก็ล่องลอยไปยังที่ไหนสักแห่ง ฉันเคยตั้งใจที่จะควบคุมความมืดให้ได้ แต่กลายเป็นว่าฉันเองเป็นฝ่ายที่ถูกควบคุม ฉันยอมรับความพ่ายแพ้หลังต่อสู้กับริคุและร่างสลายไป บางที ไม่ใช่แค่ต้องการมีหัวใจหรอก แต่ฉันถูกความมืดเย้ายวนไป?

หลังจากที่คืนร่างต้น ฉันมีสติครบถ้วนและมีเวลาคิดทบทวนสิ่งต่าง ๆ จนชัดเจน ไม่เหมือนเอเว่นและเยนโซที่ฟื้นมาแล้วเบลอ ๆ และฉันก็ยังคงครุ่นคิดเรื่องนี้เรื่อยมาจนกระทั่งตอนนี้ แม้ว่าจะยังไม่แน่ใจก็ตาม

มันคือความมืดรึเปล่านะ? ฉันยังคงอยากมีพลังแบบเดียวกับริคุ ฉันเคยพยายามควบคุมมัน แต่แล้วกลับแพ้พ่ายสลายไป

ภายหลังริคุก็สามารถใช้พลังความมืดตามที่ฉันยุไว้ แล้วก็ไม่ตกอยู่ในกำมือของพวกเรา ถ้าฉันมีพลังแบบนั้นบ้าง บางทีเรื่องเหล่านี้ก็คงไม่เกิดขึ้น

โลกใบนี้ช่างสวยงามและสงบสุข มันคือโลกอย่างที่ฉันปรารถนา ทว่าในความมืดเอง ก็มีความสงบอยู่เหมือนกัน...

จนตอนนี้ฉันก็ยังคิดไม่ตก บางทีฉันอาจไม่คู่ควรที่จะเป็นศิษย์ของเขาเลย

เรื่องเล่าเคล้าเนื้อหาจาก Re: Mind


-------------------------------------
Scene ซิกบาร์คุยกับลุคซอร์ด
-------------------------------------

ตั้งแต่ช่วงต้นเกมที่ดาวโอลิสปัส ลุคซอร์ดมาถามซิกบาร์แบบเปรียบเปรยว่าถ้าแพะดำเอาจดหมายไปซ่อน แล้วบอกให้แพะขาวออกตามหา เจตนาของแพะดำคืออะไรนะ? แพะดำอาจจะลืมว่าตัวเองเอาจดหมายไปซ่อนที่ไหน แพะดำอาจจะเล่นพิเรนทร์ หรือจดหมายมันอาจจะหายไปจริง ๆ

ลุคซอร์ดหมายถึงการที่เขาถูกซิกบาร์สั่งให้ออกตามหากล่องดำนั้น ทำไปเพื่อใครและเพื่ออะไรกันแน่นะ

ซิกบาร์บอกว่าเดาไปก็เท่านั้น ก้มหน้าทำตามคำสั่งไปเถอะ

ลุคซอร์ดบอกว่าเขาเองชอบก้มหน้าทำตามคำสั่ง แต่บางครั้งก็พยายามอ่านกลยุทธคนอื่นอยู่เหมือนกัน อย่างเรื่องเงี้ย ในเมื่อองค์กรก็ไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในกล่องดำ แล้วจะให้ความสำคัญกับมันทำไม?

ลุคซอร์ดวิเคราะห์ต่อว่าเซอานอร์ทแก่เองก็สนใจแต่การเอา 13 ความมืด ปะทะ 7 แสงสว่าง ดังนั้นไม่น่าสนใจไอ้กล่องนี่ ดังนั้นคำสั่งให้ตามหากล่องดำ อาจจะมาจากเซมุนัส... แต่ลองไปถามเซมุนัสแล้วเจ้าตัวก็ดันไม่รู้เรื่อง... หมายความว่าคนต้นคิดให้ลุคซอร์ดตามหากล่องดำ ก็คือซิกบาร์ที่แอบอ้างว่าเซมุนัสสั่งให้ลุคซอร์ดตามหากล่องดำเนี่ยแหละ

ซิกบาร์บอกว่าเขาก็ไม่รู้ว่าในกล่องดำมีอะไร แต่มันถูกพิทักษ์ด้วยผู้ใช้คีย์เบลดมาแต่โบราณ มันมีข้อมูลลับที่สำคัญต่อผู้ใช้คีย์เบลดทุกคน เขาก็จำไม่ได้ว่าไปได้ยินมาจากไหน เพราะไปไหนต่อไหนมาเยอะ ได้ยินอะไรมาเยอะ จำทุกอย่างไม่ได้หรอก

ลุคซอร์ดเถียงว่าถ้าสำคัญจริง ทำไมพึ่งมาหาเอาป่านนี้? หรือเพราะนายรู้ว่ามีคนอื่นกำลังตามหากล่องดำอยู่เหมือนกัน (มาเลฟิเซนต์) ก็เลยต้องหาให้เจอก่อนคนอื่นเขา? จะได้ไม่มีใครรู้ว่านายเกี่ยวข้องกับกล่องดำยังไง?

แล้วลุคซอร์ดก็ตัดบทความช่างเถอะ เขาโอเคที่จะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แม้จะคาใจอยู่ว่าซิกบาร์เป็นใครกันแน่

ด้านซิกบาร์เองก็คาใจเช่นกันว่าลุคซอร์ดเป็นใคร คาใจจนไปเขียนไดอารีเรื่องโป๊ะแตกนี้เก็บไว้ - http://re-ffplanet.blogspot.com/2019/12/xigbar-story-kh-series-character-files.html


-------------------------------------
Scene เซอานอร์ทหนุ่มคุยกับมาสเตอร์ออฟมาสเตอร์
-------------------------------------

มาสเตอร์เซอานอร์ท (แก่) นึกถึงความหลังเมื่อ 75 ปีก่อน.... ช่วงที่ตัวเองใกล้จบหลักสูตรวิถีแห่งการเป็นผู้ใช้คีย์เบลด

ที่สุสานคีย์เบลด เซหนุ่มบอกว่าชุดคลุมสีดำที่ได้รับมานี้ ใช้ป้องกันความมืดได้ดี
เขาได้ไปเดินทางไปเปิดหูเปิดตาทั่วจักรวาลมา แล้วก็เข้าใจเหตุผลที่โลกนี้ต้องมีเขาอยู่ ทั่วจักรวาลนั้นผู้คนใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุข ต่างคนต่างเชื่อว่าตัวเองเป็นคนดีมีศีลธรรม แต่นั่นมันก็เป็นแค่การแสดง
ความมืดนั้นซุกซ่อนอยู่ในใจของทุก ๆ คน จนทำเอาแสงสว่างของพวกเขา ดูเป็นแค่เรื่องตลกไปเลยด้วยซ้ำ

มาสเตอร์ฯ คอมเมนต์ว่าสงสัยเอ็งเห็นความมืดมาเยอะไป

เซหนุ่ทบอกว่าคนที่อ่อนแอ คนที่อยากจะได้พลังที่แกร่งขึ้นกว่าเดิม ก็ละทิ้งพลังของตนเอง แล้วเปิดรับให้ความมืดเข้ามาแปดเปื้อน แล้วก็หลอกตัวเองว่าเป็นพลังของตัวเอง
ผู้คนเชื่อในแบบที่ตัวเองอยากจะเชื่อ เอาเหตุผลกลวงเปล่ามาใช้เป็นข้ออ้าง ทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา จนความมืดเติบโตขึ้น

มาสเตอร์ฯ แทรกว่าเซหนุ่มกำลังบอกว่าคนที่อ่อนแอ ต้องการหาเหตุผลมาอ้างความชอบธรรมในการใช้ความมืดให้ตัวเองงั้นเหรอ

เซหนุ่มก็มองด้วยสายตาชิงชัง แล้วบอกว่าปล่อยให้พวกมันโดนความมืดครอบงำไปนั่นแหละดี ให้มันหลอกตัวเองกันไปว่าตัวเองมีพลัง ให้มันเป็นลูกแกะที่แกล้งทำตัวเป็นหมาป่าไป

มาสเตอร์ฯ ฟังแล้วเริ่มรู้สึกว่าเซอานอร์ทเริ่มมีความคิดไปเข้ากับฝั่งความมืดแล้วสิ งั้นก็ปล่อยพวกนั้นไว้ จนกว่าจะถูกความมืดกลืนกินกันไปดีมั้ย?

เซหนุ่มกลับบอกว่าถ้าปล่อยไว้แบบนั้น โลกก็จะโกลาหล แต่เขาอยากให้โลกเป็นระเบียบ

มาสเตอร์ฯ ก็บอกว่านั่งเฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ ไม่ดีกว่าเหรอ?

แต่เซหนุ่มก็บอกว่าหัวใจนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์มากมาย ยากที่จะเข้าใจ และคนเราก็มักจะเพิกเฉยต่อสิ่งที่ไม่เข้าใจ... (ตัดพ้อการที่มาสเตอร์ฯ บอกให้เฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ)  เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะทำอะไรได้บ้าง แต่เขาจะต้องทำอะไรบางอย่าง

มาสเตอร์ฯ ก็โอเค เสริมว่าการปล่อยให้แสงสว่างจอมปลอมมากำหนดอนาคต คงไม่ใช่เรื่องที่ดี งั้นก็ใช้พลังเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้สิ กะจะทำอะไรล่ะ?

เซหนุ่มก็บอกว่าไม่รู้สิ เขากำลังจะจบคอร์สการฝึกวิชา อีกไม่นานก็ต้องสอบเป็นมาสเตอร์ ถึงตอนนั้นอาจจะรู้ก็ได้นะ

มาสเตอร์ฯ ก็หน่ายว่าจะปล่อยให้การสอบ มาเป็นตัวกำหนดได้ยังไง ผลลัพธ์ของการสอบน่ะไม่สำคัญหรอก ในเมื่อนายเชื่อว่าโลกต้องการนาย ก็แปลว่านายคิดได้แล้วว่าต้องทำอะไรต่อไป

เซหนุ่มก็บอกว่ามันตลกนะ ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้ว่าตัวเองควรไปไหน ควรจะทำอะไรต่อ อย่างไอ้เสื้อโค้ทดำนี่ ก็รู้สึกคุ้นเคย ราวกับว่าเกิดมาเพื่อใส่มัน

มาสเตอร์ฯ ที่รู้อนาคต ก็บอกว่าไม่หรอก สักวันนึงนายก็จะทิ้งเสื้อโค้ทนี้ไป นายจะเติบโตจนก้าวเหนือมัน เดี๋ยวนายก็จะมีพลังมากจนความมืดควบคุมนายไม่ได้ เลยไม่ต้องใช้โค้ทโง่ ๆ นี่อีกต่อไป แถมยังกลายเป็นคนควบคุมความมืดซะเอง

แล้วมาสเตอร์ฯ ก็พูดติดตลกว่าส่วนเขาเป็นแมวขี้ตกใจที่ไม่กล้าถอดชุดนี้ออก

เซหนุ่มถามกลับว่า คุณเป็นโหรเหรอ?

มาสเตอร์ฯ ก็บอกว่าเขาอาจจะหลอกว่าตัวเองเป็นอะไรก็ได้ ที่จริงเขาอาจจะเป็นจิตรกรอัจฉริยะหรือนักปราชญ์ เขาอาจจะบอกว่าอยากให้โลกสงบสุข ทั้งที่ความจริงอาจจะวางแผนทำให้โลกถึงคราวหายนะ

"ความจริงนั้นคือสิ่งที่นายได้เห็นเองกับตา ไม่ใช่สิ่งที่นายได้ยิน"

แล้วมาสเตอร์ฯ ก็บอกว่าเขาคือ Lost Master... ก่อนจะเดินจากไป

(ในอัลติมาเนีย KH III คุณโนมุระบอกว่า Lost Master หมายถึงก๊วนมาสเตอร์ฯ และลูกศิษย์รวมกัน 7 คน)

-------------------------------------
Scene วางตัวชินจูซังคิคัง
-------------------------------------

เซอานอร์ทที่รำลึกความหลังตอนที่ได้เจอกับมาสเตอร์ออฟมาสเตอร์เสร็จแล้ว ก็นึกได้ว่าไม่รู้ว่าตานั่นเป็นใคร และคงไม่มีทางรู้ แต่สิ่งที่มาสเตอร์ฯ พูดพยากรณ์ไว้เกี่ยวกับเขา ล้วนเป็นจริงทั้งหมด

ไซค์รายงานว่ามาร์ลุกเซียกับลาร์กซีน กำลังตามหา New 7 Hearts, ลุคซอร์ดไปตามหาอะไรบางอย่างตามคำสั่งซิกบาร์ ซึ่งซิกบาร์อ้างว่าจะมีประโยชน์กับกลุ่มในระยะยาว

ส่วนหัวใจอันเซม เซมุนัส วานิทัศ ริคุเสิ่นเจิ้น เซอานอร์ทหนุ่ม ถูกบรรจุเข้าร่าง Replica แล้วกำลังตามหาผู้พิทักษ์แห่งแสง

ซิกบาร์ทวนว่างั้นคนที่กลับเป็นคนปกติแล้ว แต่ก็ยังกลับกลายเป็นโนบอดี้อีกครั้ง ก็มีเขา ไซค์ ลุคซอร์ด มาร์ลุกเซีย ลาร์กซีน

เซอานอร์ทก็เสนอให้เอาหัวใจของเทอร์รานอร์ทใส่ลงไปในร่างเปล่าของเทอร์ร่า เป็นคนที่ 12 (ส่วนหัวใจเทอร์ร่า เซอานอร์ทก็งงว่าหายไปไหน)

ไซค์อธิบายว่าวิกเซ่นสร้าง Replica ขึ้นมาตอนแรก 20 ร่าง โดย 12 ร่างแรกเป็นตุ๊กตาที่ใช้การไม่ได้ ส่วน 8 ร่างที่ใช้การได้ ทำเป็น Riku Replica และ No.i (ซิออน) ไปแล้ว พอเหลือ 6 ร่าง คราวนี้เราก็เอามาใส่หัวใจของอันเซม เซมุนัส วานิทัศ ริคุเสิ่นเจิ้น และเซอานอร์ทหนุ่ม

เท่ากับว่าเหลือร่างเปล่าอีก 1 ร่าง ไซค์อยากให้เป็น No.i หรือจำนวนจินตนภาพ ที่เชื่อมโยงกับความทรงจำของโซระ แม้ทุกคนจะลืมและจำอะไรไม่ได้ แต่ข้อมูลในบันทึกของวิกเซ่นไม่ได้หายไป ดังนั้นคนนี้แหละเหมาะสม

แล้วไซค์ก็พูดเองเสร็จสรรพว่าเซอานอร์ทหนุ่มรับผิดชอบเรื่องโอนย้ายหัวใจ ตัวไซค์จะไปลากวิกเซ่นมาเป็นกำลังเสริม


-------------------------------------
Scene โซระกลับมายัง Final World
-------------------------------------

จิริธีงงว่าทำไมโซระกลับมายัง Final World เร็วจังฟะ... แล้วโซระก็อธิบายสถานการณ์ให้

โซระถามว่าหัวใจของไคริยังไม่ได้หายไปใช่บ่ จิริธีก็บอกว่าใช่ แต่ถึงจะใช้พลังนี้ช่วยมาหลายคนแล้ว ทว่าสถานการณ์คราวนี้มันร้ายแรงกว่า Power of Waking นั้นมีไว้เพื่อปลุกและฟื้นฟูหัวใจที่หลับใหลเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อฟื้นฟูหัวใจที่หายลับไปแล้ว

การที่โซระใช้ Power of Waking รัว ๆ ในเนื้อเรื่องหลัก จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ เป็นการละเมิดกฎของธรรมชาติ และต้องชดใช้มหาศาล

การชดใช้ที่ว่า คือโซระจะสูญเสียพลัง ไม่สามารถใช้ Power of Waking ได้อีก และหายไปจากโลกนี้ พอปราศจากพลัง ก็จะกลับมายังโลกนี้ไม่ได้

แต่โซระก็บอกว่าไม่เป็นไร ถึงไม่เข้าใจ แต่เขาต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ไคริกลับคืนมา นั่นคือเหตุผลในการเดินทางของเขา

จิริธีบอกว่าถึงห้ามก็ไม่ฟังสินะ งั้นก็ตั้งใจฟังให้ดี โซระจะได้กลับไปยังอดีตอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่สามารถเขียนทับเหตุการณ์ได้แล้วนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต้องยอมรับและมุ้ฟอร

โซระจะได้กลับไปยัง "รอยต่อของสายใยแห่งกาลเวลา" ที่เกิดขึ้นตอนโซระเปลี่ยนแปลงชะตากรรม และเพื่อไม่ให้ระหกระเหินออกนอกพลังของ Power of Waking (ที่มีไว้เพื่อปลุกหัวใจ ไม่ใช่ไว้คืนชีพกันซี้ซั้ว) ก็ให้สัมผัสเหตุการณ์ผ่านหัวใจของผู้พิทักษ์แต่ละคนจนไปถึงไคริ เพราะฉะนั้นโซระจะได้รับรู้ความรู้สึกทั้งหมดของผู้พิทักษ์แต่ละคนไปด้วย ก็ตามสายสัมพันธ์หัวใจไป ค้นพบความจริงที่น่าจะช่วยโซระได้ แต่โซระจะมีเวลาถึงแค่ตอนที่ตนเองออกไปจากที่แห่งนี้ (สุสานคีย์เบลด) เท่านั้น ก็ต้องหาไคริให้เจอก่อนหมดเวลา

โซระกลับไปยังร่างของตัวเองในอดีต ก่อนจะเชื่อมต่อเข้าไปยังหัวใจของเวนตุส แต่เมื่อเข้าไปในหัวใจของเวนตุสแล้ว กลับพบว่ามีใครคนอื่นแอบซ่อนอยู่ ใครคนนั้นบอกว่าหัวใจของเวนไร้เดียงสาเกินไป ก็เลยประมาท

พอโซระถามว่าเสียงนั้นเป็นใคร... อีกฝ่ายก็ตอบว่า "ความมืด" (ยามิ)

โซระก็สงสัยว่าเสียงนั้นใช่วานิทัศรึเปล่า แต่กลับเจอเป็น Dark Inferno ...ที่คนละสี ไม่เหมือนกับตัวที่เราเจอมาก่อน....

**ซึ่งภายหลังวานิทัศจะบอกว่าเขาไม่ใช่คนเดียวกันกับเวน แต่เป็นอีกตัวตนนึงที่หลบซ่อนอยู่ในตัวเวนมานาน สิ่งที่วานิทัศพูดกับสอดคล้องกับลักษณะของเผ่าพันธุ์ยามิ ที่เล่าไว้ใน Union X ว่ามาสเตอร์ออฟมาสเตอร์ ก็เคยต่อกรด้วยสมัยหนุ่ม ๆ


-------------------------------------
Scene เทอร์ร่านอร์ท+การ์เดียน vs เกราะผี
-------------------------------------

โซระที่ re-experience เหตุการณ์ที่สูญเสียไคริให้ Devil's Wave ซ้ำแล้ว กลับมายัง Destati ของตัวเอง แล้วสงสัยว่าเขาเลยผ่านจุดรอยต่อของสายใยแห่งกาลเวลามาแล้วรึเปล่านะ?

นามิเนะบินมาถามว่าโซระมาทำอะไรที่นี่ หลงทางมาเหมือนเธอเหรอ? โซระบอกเรื่องมันยาว แต่ทำไมนามิเนะถึงไม่กลับเข้าไปในหัวใจของไคริล่ะ? (เพราะผู้พิทักษ์ทุกคนพึ่งฟื้นกลับมาเป็นปกติ โซระเลยคิดว่านามิเนะก็ควรกลับเข้าร่างไคริตามเดิม) นามิเนะก็บอกว่าเพราะยังทำไม่ได้ แต่เธอได้เรียกหัวใจของเทอร์ร่าแล้ว ทว่าหัวใจเขาจมอยู่ในความมืดลึกเกินไป ก็เลยพาจิตอันโกรธา เศร้าโศก และเสียใจ อันทรงพลังของเทอร์ร่ามาแทน

ขณะนั้นในช่วงเวลาที่ย้อนกลับมา เกราะผีซัดกับเทอร์ร่านอร์ทอยู่ นามิเนะบอกว่าจิตของเกราะผีเกรี้ยวกราดเกิน ทักไปก็ไม่ตอบ

โซระมองว่าแบบนี้ไม่ดีแน่ ถ้าเทอร์ร่านอร์ทร่างพัง เทอร์ร่าก็ไม่เหลือร่างให้กลับ ถ้าเกราะผีแพ้ ก็ไม่รู้เทอร์ร่าจะเป็นยังไง เอาเป็นว่าให้นามิเนะไปแอบที่ Final World ก่อน แล้วเดี๋ยวโซระจัดการต่อเอง

เทอร์ร่านอร์ท+การ์เดียน กำลังจะชนะเกราะผีแล้ว แต่โซระโผล่ไปขัดขวางการต่อสู้ แล้วบอกว่าเขาก็ท่องกาลเวลาได้เหมือนกัน คิดว่าตัวเองมีพลังแบบนั้นคนเดียวเหรอ?

โซระดวลกับเทอร์ร่านอร์ท+การ์เดียน แต่ก็สู้แรงไม่ได้ (บอกแล้วให้ไปกินเวย์มาเยอะ ๆ) จนเกราะผีต้องเข้ามารับการโจมตีแทนให้เพื่อช่วยชีวิตโซระ แต่เกราะผีก็แตกสลายไป (หมายความว่าจิตที่สิงเกราะของเทอร์ร่าสลาย แต่หัวใจของเทอร์ร่ายังอยู่ ส่วนเกราะก็ฟื้นฟูขึ้นใหม่ได้ในภายหลัง)

เทอร์ร่านอร์ทอ่านออกว่าโซระที่ย้อนเวลามา พยายามแทรกแทรง-เปลี่ยนประวัติศาสตร์ เป็นการฝืนกฎธรรมชาติ เดี๋ยวโซระก็จะต้องชดใช้ครั้งใหญ่

โซระ vs เทอร์ร่านอร์ท+การ์เดียนอีกรอบ แต่ก็แพ้อีก จนโดนเทอร์ร่านอร์ทถีบส่งกลับเข้า Destati ไปตามเดิม แล้วโซระก็เชื่อมโยงเข้าไปยัง Destati ของเทอร์ร่า

***********************
ข้อสังเกต
***********************

- ถ้าวัด power กัน เทอร์ร่านอร์ทเสมอกับเกราะผี เทอร์ร่านอร์ทเหนือกว่าโซระ

- ถ้าเทอร์ร่านอร์ท+การ์เดียนแท็คทีมกัน ยังไม่มีใครสู้ได้ (นอกจากอควอ/เวน ที่การ์เดียนจะไม่อยากสู้ด้วย)

- การชนะมาสเตอร์เซอานอร์ทในตอนจบเกม เป็นการสู้แบบ 3 รุม 1 ใส่คนชราที่ตระหนักดีว่าร่างกายตัวเองหมดสภาพไปนานแล้วจนต้องดิ้นรนหาร่างใหม่ จะบอกว่าโซระเหนือกว่าเซอานอร์ทแก่ก็ไม่เชิง ต้องบอกว่าลิงหมาเป็ด 3 คนช่วยกันรุมถึงชนะได้มากกว่า

- เทอร์ร่านอร์ทยังไม่เคยต่อสู้ในสภาพสมบูรณ์เลย แกต่อสู้ในสภาพ "ไม่ชินร่าง" มาตลอดทั้งตอนสู้กับเกราะผีและอควอใน BBS, และในภาค 3 ที่เป็นหัวใจจากอดีตที่ข้ามกาลเวลามา ถ้าแกได้สู้ในสภาพสมบูรณ์ ก็ย่อมจะเก่งกว่านี้

- แต่ทั้งหลายทั้งปวง ล้วนเป็นเหตุผลสนับสนุนว่า มาสเตอร์เซอานอร์ทในวัยฉกรรจ์ น่าจะเป็นหนึ่งในคนที่เก่งที่สุดในซีรีส์ น่าจะเก่งกว่าพวกโหร (ที่เมดัลตกรุ่นไวเหลือเกิน) ด้วยซ้ำ ซึ่งเราก็ยังไม่เคยเห็นเซอานอร์ทในช่วงท็อปฟอร์มมาก่อน จริง ๆ ถ้า Project Xehanort เล่าเรื่องไปถึงช่วงแกท็อปฟอร์ม ก็น่าสนใจเหมือนกันนะ

-------------------------------------
Scene เวนบอกให้วานิทัศกลับบ้าน
-------------------------------------

เวนบอกให้วานิทัศกลับบ้าน ก็คือกลับมาอยู่ในตัวเขา เราเป็นคน ๆ เดียวกัน

แต่วานิทัศหัวเราะแล้วบอกว่านายนี่ซื่อบื้อจัง คิดว่าเราเป็นคน ๆ เดียวกันได้ไง เขาก็แค่ซ่อนตัวอยู่ในเวนมาเป็นเวลานาน เซอานอร์ทก็แค่แยกเอาเขาออกมาจากตัวเวน

เวนเลยบอกว่างั้นก็กลับไปในที่ ๆ นายจากมาสิ...

เวนตุสบอกว่าเราเป็นอิสระที่จะเลือกว่าตัวเองจะเป็นอะไร ไม่ใช่ว่าต้องสว่างจ้าหรือมืดสนิท แต่วานิทัศก็บอกว่าเขาเลือกแล้วจะเป็นความมืด สิ่งที่เขาเป็นก็คือความมืด

***********************
ข้อสังเกต
***********************

- คำพูดของวานิทัศที่ปฏิเสธว่าเราไม่ใช่คนเดียวกัน แต่แอบซ่อนอยู่ในตัวเวนมานานแสนนาน หากประมวลจากข้อมูลล่าสุดเท่าที่เปิดเผยในซีรีส์ตอนนี้ ก็อาจคิดได้ว่าวานิทัศเป็นเผ่าพันธุ์ยามิ ซึ่งเล่าไว้ใน Kingdom Hearts Union X โดยมาสเตอร์ออฟมาสเตอร์เล่าไว้ในเนื้อเรื่องที่อัปเดตเมื่อ ต.ค. 2019 ว่าสมัยเขาเด็ก ๆ เคยต่อสู้กับพวกยามิ ซึ่งพวกยามิไม่ใช่มอนสเตอร์ แต่ดูเหมือนคนอย่างเรา ๆ ทว่าก็ไม่ใช่มนุษย์ แต่สามารถแอบซ่อนในตัวมนุษย์ได้...

ดังนั้นการที่วานิทัศบอกว่าตัวเองแอบซ่อนอยู่ในตัวเวนตุสมานานแสนนาน ก็เลยเข้าคอนเซปต์ของยามิพอดี

- ทั้งนี้ พล็อตที่พยายามบอกว่ายามิกับเวนตุสเป็นคนละคนกัน ดูเป็นการ retcon มาก ในภาค Birth by Sleep เรื่องให้ข้อมูลไปในทางว่าวานิทัศคือความมืดในตัวของเวนตุส แล้วเซอานอร์ทลองแบ่งแยกออกมา วานิทัศกับเวนตุสคือคนเดียวกัน เมื่อนำมาปะทะกันจึงเป็นการปะทะของพลังความมืดและพลังแสงสว่างที่เท่าเทียมกัน ทำให้สร้าง X-blade เทียมได้... แต่ถ้าตามพล็อตใหม่ หากจะบอกว่าวานิทัศกับเวนตุสเป็นคนละคน แล้วมันจะสร้าง X-blade เทียมจากเงื่อนไข "พลังสว่าง-พลังมืดที่เท่าเทียมกัน" ได้ยังไงละโว้ยยยย

- อีกทั้งวานิทัศยังเคยบอกว่าเซอานอร์ทกะจะใช้อควอเป็นแผนสำรองในการสร้าง X-blade เทียมขึ้นมาด้วยกระบวนการเดียวกันหากว่าแผน วานิทัศ-เวนตุส แป้กขึ้นมา... ซึ่งถ้าตีความตามพล็อตเดิมก็คือแบ่งแยกความมืดในจิตใจของอควอออกมาเป็นอีกตัวตนนึง แต่ถ้าตีความตามพล็อตใหม่ มันจะกลายเป็นการดึงยามิ ที่สิงอยู่ในตัวของอควออกมาแทน ซึ่งเซอานอร์ทจะไปรู้ได้ยังไงว่ามียามิสิงอยู่ในตัวอควอรึเปล่า? แล้วการที่คุณโนมุระมา retcon แบบนี้มันจะส่งผลให้เป็นการยืนยันว่ามียามิสิงอควอยู่ด้วยรึเปล่า? แกได้คิดถึงผลกระทบจากการ retcon ตรงนี้มั้ย? ทั้งหลายทั้งปวงนี้ การที่จู่ ๆ มาบอกว่าวานิทัศกับเวนตุส เป็นคนละคนกัน จึงดูเหมือนมาแก้ไข เปลี่ยนพล็อตเอาเองทีหลังและจะทำให้เนื้อหาบางประเด็นอาจได้รับผลกระทบและผิดเพี้ยนไปจากเดิมด้วย


-------------------------------------
Scene เผชิญหน้าซิออนอีกครั้ง
-------------------------------------

ลีอางงว่าคนในชุดดำตัวเล็กนี่เป็นใคร (ซิออน) เซมุนัสก็บอกว่าเป็นคนที่มีความหลังกับลีอา เป็นคนที่พวกเขาก็จำไม่ได้เหมือนกัน Nobody ของจริงแท้ ๆ
ไซค์ก็บอกว่าเขาเป็นคนที่ถูกสร้างจากบันทึกที่วิกเซ่นทิ้งไว้ ผสานกับการทดลองของเซอานอร์ทหนุ่ม (ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับมอบหมายให้เป็นคนโอนย้ายหัวใจ)
เซมุนัสก็บอกว่าตัวตนของเธอถูกลบจากความทรงจำทุกคน และเจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร และก็ไม่มีใครจำได้ว่าทำไม จึงเหมาะสุดยอดสำหรับการเป็นตัวหมากในการต่อสู้

ฉากที่ร็อคซัส ซิออน แอ็คเซล รุมฟาดเซมุนัส แล้วได้ตรา X คืนมา เป็นหนึ่งในฉากที่อิหยังวะที่สุดใน DLC นี้มาก
แอ็คเซลบอกว่านี่คือเครื่องหมายที่เซมุนัสให้ตอนเราเข้าองค์กร เป็นจุดเริ่มต้นแห่งสายสัมพันธ์ของพวกเรา จากนั้นไอ้เครื่องหมาย X ก็ส่องแสงลิงก์กันเป็นสามเหลี่ยม
ร็อคซัสก็บอกว่าเครื่องหมายนี้หายไปพร้อมกับเซมุนัสนานแล้ว (เข้าใจว่าหมายถึงหายไปตอนจูซังฯ ตายยกแก็งตอนจบภาค 2 นั่นแหละ) แต่ร็อคซัสอยากได้กลับมา เป็นการเชื่อมสัมพันธ์สามเกลออีกรอบ

***********************
ข้อสังเกต
***********************

ปัญหาคือไอ้ X นี่มันคืออะไรฟะ... ของแข็ง? ของเหลว? ก๊าซ? จู่ ๆ ฟาดแล้วก็เด้งออกมาจากตัวเซมุนัสได้? แถมเซมุนัสจะเสกมาแล้วให้คนอื่นก็ได้? ยัดเข้าไปในร่างคนอื่นก็ได้? หากจำกันได้ใน KH3D เซอานอร์ทหนุ่มก็บอกว่ายัดไอ้ X เนี่ยใส่ตัวโซระไปตั้งแต่ตอนเริ่มเข้าสู่โลกความฝัน โดยไอ้เครื่องหมายนี้จะบอกพิกัดของโซระให้พวกเขารู้อยู่ตลอด

แม่งอิหยังวะะ พอ ๆ กับตอนที่อันเซมบอกว่าได้ซ่อนข้อมูลงานวิจัยไว้ในร่างกายของโซระะะ มึงจะเอาข้อมูล ความรู้ กระดาษ จู่ ๆ ไปยัดเข้าใส่ร่างกายคนที่นอนอยู่ได้ยังงั้ยยย

คือไอ้จักรวาลนี้โลจิคมัน.. จะเรียกว่าพังพินาศ ก็ไม่ใช่ แต่คือมันเป็นโลจิคเฉพาะของจักรวาลมัน ซึ่งเราเอาจักรวาลไวรัสโคโรน่าของเราไปเทียบเคียงไม่ได้


-------------------------------------
Scene ที่เหลือจนจบ
-------------------------------------

มิคกี้บอกว่าเซอานอร์ทแค่ทำให้ไคริกลายเป็นคริสตัลเท่านั้น

โซระวาร์ปเข้า Portal ไปยัง Scala ad Caelum ช่วงเวลาก่อนที่ตัวเขาในอดีตจะมาถึง

พอไปถึงเซอานอร์ทบอกว่าเขาเป็นคนเอาชิ้นส่วนของไคริไปซ่อนเอง

เซอานอร์ทถามว่าโซระมาคนเดียวเหรอ (งงว่าทำไมพวกคนอื่น ๆ ไม่มาด้วย มันผิดปกติ) เลยลองเพ่งพินิจดู เซอานอร์ทก็ปะชะวิ้งว่าโซระคนนี้ ใช้ Power of Waking ย้อนเวลากลับมาจากอนาคต ก็เลยบอกโซระว่าสุดท้ายเอ็งไม่รอดแน่

พูดถึงตรงนี้ ก็คาบเกี่ยวกับที่โซระในอดีต พร้อมหมาและเป็ดมาถึงพอดี เซอานอร์ทบอกว่าหมดเวลาแล้ว โซระก็จะต้องยอมรับการเดินตามรอยซ้ำชะตากรรมเดิม (อย่างที่จิริธีบอกว่าจะเห็นอะไร ก็ต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น)

โซระเห็นท่าไม่ดี แล้วก็คิดได้ว่าควรเปลี่ยนไปตามรอยผู้พิทักษ์อีกสองคนแทน แล้วเพียงโซระกระโดดขึ้นจาก Destati ของตัวเอง ก็เจอ Destati ของริคุอยู่ด้านบน (ได้ยังไงวะ!!!) แล้วก็เข้าไปสวมหัวใจของริคุ ดูเหตุการณ์จากฝั่งริคุแทน

พวกริคุต่อสู้กับ Replica Xehanort อย่างยากลำบาก

ตอนที่ริคุเข้าปกป้องมิคกี้จาก Replica Xehanort โซระกระเด็นจากหัวใจริคุ ไปเข้าหัวใจมิคกี้

มิคกี้ใช้ยิง Last Holy (Enduring Faith ในเวอร์ชั่น Eng) เหมือน Blasting Zone ของสคอลล์ แล้วหมดพลัง

มิคกี้งงมากว่าโซระมาได้ยังไง แต่โซระก็บอกว่าเขาตามรอยหัวใจมา แล้วก็เข้าตามรูกุญแจปริศนาไป

โซระรวมแสงจากเพื่อนทุกคน ได้ไคริคืนกลับมา แล้วช่วยกันสู้กับ Armor Xehanort

หลังชนะได้ เพื่อน 7 คนออกมาจากรูกุญแจ ริคุเข้าไปช่วยมิคกี้

แล้วทุกคนตกลงมาบนพื้นที่ Keyblade Graveyard โซระพูดหัวใจที่เชื่อมโยงถึงกันคือพลังของฉัน แล้วยิง Armor Xehanort แตกกระจุย

โซระกลับไปสวมหัวใจของตัวเองในช่วงเวลานั้น แล้วร่วมมือกับโดนัลด์กู๊ฟฟี่โค่นเซอานอร์ทใน Portal ลงได้

แอ็คเซลงงว่าโซระไปไหน แต่ริคุบอกว่าก็อยู่กับไครินั่นแหละ

มิคกี้บอกให้ตามโซระไปกันเถอะ แล้วทุกคนก็ตามเข้ารูกุญแจยักษ์บนฟ้าไป

โซระกับไคริ กลับมายังไฟนอลเวิลด์ แต่จิริธีหาย จิริธีบอกว่าแค่อยากช่วยให้เวลาส่วนตัวกัน

โซระชวนจิริธีกลับด้วย ไม่อยากให้รออยู่นี่ ถ้าสามารถไปหาได้ ก็ไม่ต้องเอาแต่รออยู่นี่ ถึงที่นี่จะสวย แต่ไปอยู่กับคนที่แคร์คงดีกว่า ดังนั้นไปกับพวกเราซะ

ฉากจบใหม่ไคริกับโซระ นั่งดูพลุที่ปราสาทดิสนีย์ด้วยกัน

โซระผลักจิริธีให้ไปหาเวน

ที่หอนาฬิกา โซระไครินั่งกินไอติมอยู่อีกชั้นนึง

โซระปล่อยหัวใจนามิเนะออกมาจากไคริ ให้นามิเนะเข้าสู่ร่างภาชนะใหม่ของเธอ


-------------------------------------
Limit Cut Episode
-------------------------------------

ริคุบอกว่าทำตามสัญญาที่มีให้กับเทอร์ร่าได้แล้ว เทอร์ร่าบอกว่าเขาก็ไม่มีอะไรจะสอนแล้ว นายเป็นคีย์เบลดมาสเตอร์เต็มตัวแล้ว มีพลังที่จะช่วยเพื่อนได้เต็มตัวแล้ว แต่ริคุบอกว่าเขายังแข็งแกร่งยังไม่พอ
เทอร์ร่าบอกว่าการมาถึงจุดนี้ได้ก็เป็นหลักฐานแล้วว่าแข็งแกร่งขนาดไหน ก็เลยเรียกมาชมที่นี่

สามระทมเปิด Special Lane ใส่เกราะ แล้วเดินเข้า Realm of Darkness ไป ริคุบอกว่าให้โชคดี (อควอบอกไม่ต้องห่วง คราวนี้เธอไม่ได้ไปคนเดียว)

ริคุไป Radiant Garden ปรึกษาเลออน แอริธ แอริธบอกว่าทุกคนถ้ายังจำโซระได้ ก็แปลว่าเขายังอยู่

เลออนบอกว่าซิดดูข้อมูลมาเป็นปีละ คนในปราสาทก็ทำแบบเดียวกันรึเปล่านะ? ยังไม่มีใครเจออะไรเลยเหรอ? ริคุก็ตอบว่ามันไม่ใช่ฟิลด์ที่พวกเขา (อันเซม) ชำนาญน่ะ

ริคุบอกว่ามิคกี้โดนัลด์กู๊ฟฟี่ ออกตามหาเงื่อนงำในโลกทั้งหมดที่โซระเคยไป

สามระทมไปโลกมืด ส่วนแก็งทไวไลท์ทาวน์ ศึกษาความทรงจำของร็อคซัสซิออน ขณะที่ไคริคิดว่าหัวใจของตัวเองเป็นเงื่อนงำช่วยโซระ เลยไปนอนให้อันเซมวิจัยมาปีนึงละ

ซิดบอกว่าคอมพิวเตอร์เขา ใช้ Network ร่วมกับคอมพิวเตอร์ที่ปราสาทและทไวไลท์ทาวน์ เขาเลยเอาข้อมูลทั้งหมดมาผสานรวมกัน เลยสร้าง Data Sora กับ Data ชินจูซังคิคังขึ้นมาได้

แอริธก็เริ่มมโนว่า ข้อมูลของพวกชินจูซังคิคังอาจเป็นเงื่อนงำไปสู่โซระ

ซิดบอก Data ของพวกชินจูซังคิคังมันทรงพลังเกินไป เขาเลยเข้าถึงไม่ได้เลย
***อะไรคือข้อมูลทรงพลังเกินไป ทำให้เข้าถึงไม่ได้ฟะะะะ

เลออนก็เสนอว่างั้นใช้ Data Sora เป็นตัวผ่านเข้าไปสิ
เลออนบอกว่าอยากไปจัดการชินจูซังด้วยตัวเอง

หลังใช้ดาต้าโซระ ชนะได้หมด

ข้อมูลเกี่ยวกับตัวโซระ ก็ไม่ได้มีการอัปเดต ดังนั้นไอ้ที่แอริธมโนว่าวิธีนี้อาจะช่วยให้ได้เงื่อนงำของโซระ ก็ผิด
***เป็นการแต่งเนื้อเรื่องให้รองรับไอเดียการเอา Data ชินจูซังคิคังกลับมาสู่ได้... งี่เง่ามาก

แฟรีก็อดออกมาบอกว่าเมอร์ลินกับเยนซิดขอให้เธอมาคุยกับริคุที่นี่ ให้ริคุเล่าความฝันให้ฟัง

ริคุบอกว่าเขาฝันว่าไปอยู่ในโลกมืด ๆ มีตึกสูงเยอะ ๆ พยายามมองหาโซระ แต่กลับรู้สึกว่ามีคนแอบมองเขาอยู่จากที่สูง

เพราะริคุเคยเข้าไปอยู่ในความฝันของโซระมาก่อน เยนซิดเลยคิดว่าบางทีความฝันของริคุ อาจเป็นกุญแจนำไปสู่โซระ เยนซิดกับเมอร์ลินจึงขอให้แฟรีก็อดมาเธอร์มาตรวจสอบความฝันของริคุ ซึ่งเป็นฟิลด์ถนัดของเธอ

แฟรีก๊อดมาเธอร์เชื่อว่าความฝันของริคุ กับอีกสองคน จะนำพาไปสู่โซระ
แล้วภาพก็ตัดไปยังไคริ กับ Final World ที่ดาวนิรนามน่าจะยังคงรอคอยอยู่...

-------------------------------------
Secret Episode
-------------------------------------

โซระตื่นมายัง Final World ที่มืดมิด พอตะโกนไปก็เจอโยโซระตอบกลับมา

โซระจำโยโซระได้ (ทำให้โยโซระงงว่ารู้จักเขาได้ไง) แล้วโยโซระ ก็ถามว่านี่คือโซระเหรอ เขาเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน

โซระบอกว่าในเมื่อโยโซระ (ซึ่งเขาเข้าใจว่าเป็นตัวละครในเกม) อยู่ที่นี่ งั้นนี่ไม่ใช่โลกจริงอ่ะดิ? แต่เอ๊ะ ผู้หญิงคนนั้น (ดาวนิรนาม) ก็เคยพูดถึงนายมาก่อน งั้นนายอาจจะมีตัวตนจริง ๆ ก็ได้มั้ง?

โยโซระบอกว่านี่ไม่ใช่โลกจริง ตัวเขาอยู่ที่นี่ แต่ตัวจริงไม่ได้รูปร่างหน้าตาแบบนี้ แล้วทำไมถึงแยกได้ว่าเขาคือโยโซระ? (เจ้าตัวก็บอกว่าตัวจริงไม่ได้รูปร่างแบบนี้) แล้วทำไมนายถึงใช้ชื่อโซระ?

โซระก็บอกว่าก็เพราะเขาคือโซระน่ะสิ

***ตรงนี้ชักรู้สึกว่านี่คือ Data World ของเกม ๆ นึง แล้วโยโซระคือ ตัวอวตารในเกมของเขาเท่านั้น ส่วนโซระนั่นคือโซระตัวจริงที่แปรสภาพเข้าไปอยู่ใน Data World (ใน KH2 ร็อคซัสก็ถูกเอาไปซ่อนใน Data World แล้วอันเซม ริคุ ก็ตามเข้าไป หรือเอาของออกมาได้, ใน Coded พวกมิคกี้ โดนัลด์ กู๊ฟฟี่ พีท มาเลฟิเซนต์ ก็เข้าไปเช่นกัน)

โยโซระบอกเป็นชะตากรรมที่เรามาเจอกัน งั้นเส้นทางเขาชัดเจนแล้ว เขาหลงมาถึงที่แห่งนี้โดยบังเอิญ ผ่านบททดสอบบางอย่าง แล้วก็มีคนบอกให้ช่วยโซระ แล้วโยโซระก็ชักอาวุธขึ้นมาสู้

โซระแพ้ กลายบเป็นคริสตัลบน 104 โยโซระบอกว่าเขาไม่แพ้ แล้วไว้เขาจะมาช่วย

โยโซระมายังไฟนอลเวิลด์ที่สว่างแล้ว แล้วก็ตื่นขึ้นมาที่โลกของตัวเอง แล้วก็คิดเหมือนโซระว่าช่วงหลังมานี้ฝันประหลาดไม่เมคเซนส์สักนริด

พอโซระชนะแล้ว โยโซระบอกว่าพลังของเขาคงไม่จำเป็นแล้ว ไม่เป็นไร แล้วหายไป โซระมาโผล่ไฟนอลเวิลด์ที่สว่าง ส่วนโยโซระก็ตื่นที่โลกเดิม

"พักหลังมีความคิดแปลก ๆ ว่านี่มันเรื่องจริงรึเปล่า?"
"ไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด"

Axel's Story เรื่องราวจากหนังสือ KH Series Character Files


ตัดตอนจากหนังสือ Kingdom Hearts Series Character Files ซึ่วางจำหน่ายวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2020 (หลัง DLC Re: Mind ออกเดือนนึง)

ดูรายละเอียดหนังสือได้ที่ https://store.jp.square-enix.com/item/9784757564930.html

--------------------------------

Axel's Story
"ไม่มีวันลืม"

*ชื่อไดอารีสอดคล้องกับของ Xion ที่ตั้งว่า "อย่าลืมฉัน"

**เป็นความนึกคิดของลีอาที่กำลังเหม่อลอยดูพระอาทิตย์ตกดิน ช่วงที่ไปฝึกวิชาพร้อมกับไคริใน KH III ซึ่งต่างจากตอนของซิกบาร์ที่เป็นเรื่องหลังจบ Re: Mind ไปแล้วอย่างชัดเจน https://www.youtube.com/watch?v=1JoOaHkOaGA

ทั้งความทรงจำที่แผดเผาอยู่ในหัวใจ และความทรงจำล้ำค่าที่ลืมเลือนไปแล้ว ต่างชักนำทำให้การมีชีวิตอยู่ของชั้นมีคุณค่า แล้วความทรงจำที่แสนล้ำค่า ก็ได้กลับเข้ามาสู่หัวใจ

(ลีอานึกถึงเหตุการณ์ในวัยเด็ก : https://www.youtube.com/watch?v=Qvl_7OLug7Y)

"ของนายเหรอ?"

ฉันหยิบดาบไม้ทรงประหลาดขึ้นมา ตอนนี้รู้แล้วว่ามันคือดาบทรงคีย์เบลด แต่ตอนนั้นไม่รู้เฟ้ย

"ลีอา อย่ามัวเถลไถลน่า" ไอซะพูดเร่งฉันขึ้นมา

"ใจเย็นน่าไอซะ ขอเวลาแป๊ป"

ตอนนั้นนายนี่เป็นคนที่ไม่รู้จักเล่นบ้างเอาซะเลย

"ยังเล่นดาบของเล่นอยู่อีกเหรอ? น่ารักเนอะ"

ฉันคืนดาบเล่มนั้นให้กับเจ้าของที่เป็นเด็กผมบลอนด์ และควักจานร่อนของตัวเองออกมา

"ส่วนนี่... ทาด๊าาา! เจ๋งป่ะ?"

"ก็ไม่เท่าไหร่"

"อิจฉาล่ะสิ! ฉันชื่อลีอา"

ฉันกวนหมอนั่นไป ก็โน้มตัวไปข้างหน้า แล้วก็ชี้ที่หัวตัวเอง

"เก็ตป่ะ? แล้วนายอ่ะชื่อไร?"

"เวนตุส"

"โอเค เวนตุส เรามาสู้กัน!"

นั่นคือการพบกันครั้งแรกของเรา จะว่าฉันแพ้ก็ได้ แต่ลองคิดดูดี ๆ ฉันจะไปชนะผู้ใช้คีย์เบลดได้ยังไงล่ะ

"ครั้งหน้าไว้มาเจอกันใหม่ แล้วตอนนี้ เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ! จำเอาไว้"

หลังจากนั้นเราก็แยกกัน ดูเหมือนไอซะจะรำคาญฉันหน่อย ๆ

"เป็นอะไรอยู่ดี ๆ ก็ไปเล่นกับคนแปลกหน้า?"

"ก็อยากให้ทุกคนที่เคยเจอ จดจำฉันเอาไว้ได้ ฉันจะมีชีวิตอยู่ตลอดไปในความทรงจำของทุก ๆ คน"

ไอซะได้ยินก็ยิ้มเจื่อน ๆ

"ฉันไม่มีวันลืมนายหรอก เชื่อเถอะ ก็พยายามมาตลอดนั่นแหละ"

ในตอนนั้นเราไม่รู้เลยว่าบางสิ่งบางอย่างก็อาจหายไปจากความทรงจำ ความทรงจำนั้นเป็นสิ่งที่ฟุ้งเบลอ แถมเวลาก็อาจเขียนทับสิ่งต่าง ๆ ลงไปได้

หลังจากนั้นฉันก็ไม่ได้เจอกับเวนตุสอีกเลย

วันนี้พระอาทิตย์ตกดินส่องแสงสีแดง หลังฝึกเสร็จ ฉันมักจะไปดูพระอาทิตย์ตกดินบนยอดเขาของป่าลับแล

"ไม่รู้สินะว่าทำไมพระอาทิตย์ตกดินถึงเป็นสีแดง แสงสว่างน่ะประกอบขึ้นจากสีต่าง ๆ มากมาย แล้วในบรรดาสีเหล่านั้น สีแดง คือสีที่เดินทางไปได้ไกลที่สุด"

"ยังไม่ได้ถามสักหน่อย! พ่ออับดุล"

ในวันที่ 255 บนยอดหอนาฬิกา ฉันเคยคุยเรื่องนี้กับร็อคซัส และแม้ว่าจะมีความทรงจำล้ำค่าอยู่อีกเรื่องนึง แต่ก็พูดไม่ถูก เหมือนฉันลืมอะไรบางอบ่างไป และไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงลืมไปได้

แสงอาทิตย์ส่องแยงเข้ามาในตา พักหลังนี้ฉันขี้แยอยู่หน่อย ๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสัญลักษณ์หยดน้ำตากลับหัวหายไปแล้วรึเปล่านะ

"แอ็คเซล"

ฉันหันไปทางต้นเสียง แล้วก็พบไคริในชุดใหม่

"ตัดผมด้วยเหรอ"

"อือฮึ เอาบ้างมั้ยล่ะ?"

"อืมมมม... ไม่รู้สิ ไว้วันหลังดีกว่า"

ฉันตอบแล้วก็หันกลับไปมองพระอาทิตย์

"ใส่แต่ชุดเดิม ๆ ตลอดเลยนะ"

จริงแท้ ฉันใส่แต่โค๊ทดำนี่ตลอดแหละ

"แบบนี้แหละดีแล้ว ดูปุ๊บรู้เลยใช่ฉันแน่นอน เป็นวิธีการทำให้คนจำฉันได้ง่าย ๆ"

"หัวแหลมเปี๊ยว"

"เอ่อ ไม่หรอกมั้ง..."

คำชมของไคริทำให้ฉันอายอยู่หน่อย ๆ จากนั้นไคริก็มานั่งข้าง ๆ ดูพระอาทิตย์ด้วยกัน

"การฝึกวิชาของพวกเรา ใกล้จบลงแล้วนะ"

"อื้อ..."

"ที่ใดที่หนึ่งในตัวฉันก็มีนามิเนะอยู่ ถ้าเราสามารถปลดปล่อยร็อคซัสได้ เราก็ปลดปล่อยเธอได้เหมือนกัน"

"คงงั้นมั้ง"

หลังจากนั้นเราก็คุยกันอีกหลายเรื่อง ฉันเล่าเรื่องเวนตุสให้เธอฟังด้วย ทั้งที่ไม่เคยเล่าเรื่องนี้มาก่อน ที่ผ่านมาฉันกลัวว่าถ้าเล่าเรื่องเวนตุสให้ใครสักคนฟัง ฉันอาจไม่มีวันได้เจอเขาอีกเป็นหนที่สอง

"โอ้โห ความจำเป็นเลิศ"

ไคริหยอกด้วยการเลียนแบบท่าขี้ศีรษะของฉัน เล่นซะฮา

"ตอนนี้พอเราใกล้จะกลับไปแล้ว ฉันก็กังวลไปหมดทุกเรื่อง"

"เธอไม่ต้องเป็นกังวลอยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้วนะ แอ็คเซล"

แล้วดวงอาทิตย์ก็ลับหายไป... อย่างที่มันควรจะเป็น

https://twitter.com/CodedbyDays/status/1231696197552934918

Monday, February 24, 2020

ทฤษเฎาของแอริธ


เนื่องจากแฟน ๆ เรียกร้องให้ Kingdom Hearts III ทำ Boss Fight ที่เป็นการสู้กับบอสจูซังคิคัง 13 คน แบบยาก ๆ สนุก ๆ อย่างที่เคยมีใน Kingdom Hearts II Final Mix

เท็ตสึโนจึงจัดให้ โดยคราวนี้ ก็จะให้สู้กับกลุ่มชินจูซังคิคังในภาคนี้แทน...

ทว่าด้วยนิสัยของเท็ตสึโนแล้ว อะไรที่เป็นกิมมิคลูกเล่นในเรื่อง แกก็จะพยายามเขียนโยงมันเข้ากับเนื้อเรื่องให้ได้

หมายความว่า ในส่วนการต่อสู้กับบอสชินจูซังคิคัง 13 คน ซึ่งเรียกว่า Limit Cut Episode นี้ ไม่ใช่การเขียนเนื้อเรื่องขึ้นมาก่อนแล้วสร้างเกมเพลย์ขึ้นมา แต่เป็นการสร้างเกมเพลย์ขึ้นมาก่อน แล้วดริฟต์เนื้อเรื่องขึ้นมารองรับ

อ่ะ... แล้วถ้าเราเป็นเท็ตสึโน เราจะแต่งเนื้อเรื่อง ให้โซระต้องไปสู้กับชินจูซังคิคังทั้ง 13 คนยังไงดีล่ะ???

สิ่งที่แกแต่งขึ้นมา และกลายมาเป็น Limit Cut Episode ก็คือ...

----------------------------------------------

หลังจากที่โซระหายตัวไปอย่างลึกลับในตอนจบ ริคุได้เดินทางไปยังดาว Radiant Garden แล้วปรึกษาเลออน แอริธ ว่ามีเบาะแสใด ๆ เกี่ยวกับโซระรึเปล่า?

พวกเขาก็แลกเปลี่ยนข้อมูลกันว่าตอนนี้ใครทำอะไรอยู่บ้าง ซิดก็นั่งงมกับข้อมูลมาเป็นปีแล้ว, หนูหมาเป็ดก็ออกเดินตามไปหาเบาะแสในโลกต่าง ๆ ที่โซระเคยผ่านไป, แก็งสามระทม BBS ไปตามหาเบาะแสใน Realm of Darkness, พวกชาวทไวไลท์ทาวน์ศึกษาความทรงจำของร็อคซัสและซิออน ส่วนไคริไปนอนให้อันเซมวิจัยมาปีนึงแล้ว แต่ก็ยังไม่พบเบาะแส

แต่แล้วจู่ ๆ ซิดก็โพล่งขึ้นมาว่า... คอมพิวเตอร์ของเขา, อันเซม และเครื่องเก่าของอันเซมที่ทไวไลท์ทาวน์ มันแชร์ Network กันไว้ เขาเอาข้อมูลทั้งหมดมาผสมรวมกัน จนสร้าง Data Sora กับ Data ชินจูซังคิคังขึ้นมาได้

ว่าแล้วแอริธก็เริ่มมโนขึ้นมาว่า.... "ข้อมูลของพวกชินจูซังคิคัง อาจเป็นเงื่อนงำไปสู่โซระ"

ไม่รู้อะไรดลใจให้เจ๊คิดแบบนั้น แต่ผมมองไม่เห็นความสมเหตุสมผล หรือตรรกะอันใด ที่จะเชื่อมโยงไปแบบนั้นได้

แล้วซิดก็โพล่งต่อว่า "ข้อมูลของพวกชินจูซังคิคังมัน Powerful เกินไป เขาเลย Access ไม่ได้"

เดี๋ยวนะะะ!! อะไรคือข้อมูลทรงพลังเกินไปเลยเข้าถึงไม่ได้วะะะะะะะะะะะะะะะะะ!!!

เลออนก็บอกว่าอันที่จริงเขาก็อยากไปจัดการชินจูซังคิคังด้วยตัวเอง แต่ในเมื่อทำไม่ได้ งั้นก็ใช้ Data Sora เข้าไปจัดการพวกมันสิ....

นั่น กลายเป็นว่าอีพวกนี้ต่าง "Okay, I believe you!" แล้วก็บ้าจี้ เชื่อทฤษเฎามั่วซั่วที่แอริธมโนขึ้นมากันหมด





ทีนี้หลังจากเราใช้ Data Sora จัดการ Data ชินจูซังคิคังได้หมดแล้ว ก็ไม่ได้มี Update หรือความเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้นกับโปรแกรม ทุกอย่างสูญเปล่า (ซึ่งมันก็ควรจะเป็นแบบนั้น!!)

แล้วแฟรีก็อดมาเธอร์ หรือนางฟ้าแม่ทูนหัว... ก็ใช้วิชาเคลื่อนย้ายในพริบตาที่เรียนมาจากชาวดาวยาโดแร็ต โผล่มาบอกว่าไอ้ทฤษเฎาของแอริธที่เชื่อว่าข้อมูลของชินจูซังคิคังจะนำพาไปสู่โซระอ่ะ มันไม่จริง

แต่เธอมาที่นี่เพื่อจะแจ้งข่าวว่า... เยนซิด+เมอร์ลิน วานให้เธอมาคุยกับริคุ โดยพ่อมดทั้งสองนั้นต่างเชื่อว่า ความฝันของริคุ กับคนอีก 2 คนต่างหาก ที่เป็นเงื่อนงำที่แท้จริงที่จะนำพาไปสู่ที่ ๆ โซระอยู่...

แล้วภาพก็ตัดไปยัง "ไคริ" ที่นอนให้อันเซมวิจัยเล่นอยู่ กับตัดไปยัง Final World ที่น่าจะสื่อถึง... "สเตลล่า" นั่นแหละ

----------------------------------------------

สรุป... เท็ตสึโนสร้างเหตุผลในการให้โซระสู้กับพวกชินจูซังคิคังใน DLC ว่า... แอริธมโนว่า Data ของชินจูซังคิคังอาจเป็นเบาะแสไปสู่โซระตัวจริงได้ ก็เลยต้องให้ Data Sora เข้าไปสู้... แต่มันไม่สมเหตุสมผล และแกก็รู้ว่ามันไม่สมเหตุสมผล แกเลยเอาแฟรีก็อดมาเธอร์มาถ่มถุยปิดท้ายว่าอันที่จริงมันไม่เกี่ยวกันเลย...

สุดท้ายไอ้การต่อสู้กับ Data ชินจูซังคิคังเลยไม่มีประโยชน์อันใด และไม่ได้ทำให้เนื้อเรื่องเดินหน้าไปได้เลย... เป็นการพยายามโยงเข้ากับเนื้อเรื่อง แต่ก็โยงเข้าไปไม่ได้... Orz กลายเป็นอะไรที่โผล่เข้าไปแค่คั่นเวลา

ด้วยความที่คราวนี้โจทย์ของเท็ตสึโนคือ เอาตัวละครไฟนอลฯ ออกมาใช้ตามที่แฟน ๆ เรียกร้อง และแกก็เผยในอัลติมาเนียไว้แล้วว่าทีมงานแกสร้างโมเดลเลออนกับแฟรีก็อดมาเธอร์กับพวกไว้แล้วแต่ยังไม่มีที่ลง แกก็เลยหยิบ ๆ เอา material ที่สร้างไว้แล้วยังไม่ได้ใช้ มาเรียง ๆ กัน แล้วก็ขยำรวมเข้ากับเรื่องการต่อสู้กับชินจูซังคิคัง 13 ตัว แล้วก็เลยออกมาเป็นแบบที่เห็น

ในแง่การแก้โจทย์และคลุกเอาของทุกอย่างที่มีมาผสมกัน (ตัวละคร FF และแฟรีก็อดที่สร้างไว้แล้ว, Radiant Garden, 13 Boss Battle, Limit Cut Episode) ถือว่ามหัศจรรย์มากที่แกคลุกทั้งหมดนี้เข้าไว้ด้วยกันได้

แต่ในแง่ความสมเหตุสมผลในเนื้อเรื่อง มันไม่ใช่อ่ะโนะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ

Kingdom Hearts คือการทำให้นามธรรม เป็นนามธรรมยิ่งกว่าเดิม...


หลังจากไปโอ้เอ้ ใช้เวลาไปกับการนั่งแต่งภาพไอดอลบ้างล่ะ, เล่น NieR บ้างล่ะ, ปกป้องฮานามุระบ้างล่ะ หรือซ้อมบอลบ้างล่ะ...

เมื่อวานก็พึ่งจัดสรรเวลามาให้ Re: Mind ต่อได้ เผื่อจะได้ย่อยเนื้อหาที่เหลือจนจบ (ปกติหลักการเล่นของผมคือ รอบแรกสปีดเพลย์เพื่อความเข้าใจเบื้องต้น แล้วรอบสองค่อยมาย่อยแบบเอื่อย ๆ คิดไปอย่างช้า ๆ)

แต่จนแล้วจนรอด.... เนื้อหาตั้งแต่ที่มิคกี้บอกว่า เซอานอร์ทมันเจ้าเล่ห์เพทุบาย เขาแค่ทำให้ไคริเป็นคริสตัลเท่านั้นแหละ...

ผมก็พบแต่ความอิหยังวะะะะ แล้วก็ไม่เข้าใจใด ๆ ทั้งสิ้น จนไม่สามารถที่จะอธิบายใด ๆ ได้

ความอิหยังวะมันเริ่มต้นมาตั้งแต่...

1. เซอานอร์ททำให้ไคริเป็นคริสตัลได้ยังไง? มีอบิลิตี้แบบนี้อยู่ในจักรวาลตั้งแต่เมื่อไหร่...? (เอ่อจะว่าไปโยโซระก็ทำได้นี่หว่า) แล้วสภาพคริสตัลที่ว่าคืออะไร? ทำไมแยกกระจายชิ้นส่วนคริสตัลออกเป็นหลายส่วนได้? แล้วเซอานอร์ทเอาชิ้นส่วนคริสตัลไปซ่อนไว้ที่นั่นโน่นนี่ รวมถึงซ่อนในตัวของมิคกี้ได้ยังไง????

2. ความอิหยังวะต่อมา... ตอนโซระตัวอนาคต ตามเซอานอร์ทไปยัง Scala ad Caelum เซอานอร์ทพินิจแล้วมองออกว่าโซระคนนี้ไม่ใช่ตัวใน Timeline ปัจจุบัน แต่เป็นตัวที่ใช้ Power of Waking ย้อนเวลามาจากอนาคต... อ่าว เฮ่ยยย แล้วลุงจะไม่ช่วยตกใจหรือหวั่นวิตกหน่อยเหรอวะสุดท้ายตัวเองจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้!??

3. พอสลับไปเป็นฝั่งริคุ อ่าวเฮ่ยยย อยู่ ๆ รูกุญมิติพิวงโผล่มาเต็มฟ้าเลยยย??? รูกุญแจอะไรเนี่ย? โดนดูดเข้าไปแล้วจะเป็นยังไง? ที่นั่นคือที่ไหน? ทำไมมันดูอันตรายแบบนั้นนน

4. ท่า Last Holy ของมิคกี้ในเวอร์ชั่น Jp ไปแปลยังไงเป็น Enduring Faithhhhhh (แต่จำได้ว่าเคยมีภาคก่อน ๆ ที่แปลเวทย์ Holy เป็น Faith อยู่นะ)

แล้วไหงท่าโจมตีมันนน ... มิคกี้ประสานพลังกับโซระ ภาพของผู้จัดการเซลล์ (โกฮัง+คู) ลอยมาเลยยย ฝรั่งเองก็เอาไปล้อเหมือนกัน

แต่ไอ้ที่ฟาดลงไปมันเป็นเอฟเฟคท์ Blasting Zone ของสคอลล์... นี่มันอะไรวะเนี่ยยยย โคตรยำมั่วซั่วไปหมดดด

5. อ่าวเฮ่ย คราวนี้จู่ ๆ โซระโดดเข้าไปในรูกุญแจปริศนา เข้าไปแล้ว... ที่นี่มันที่ไหน? ภพไหน?? อิหยังวะะะ!? แล้วรูกุญแจที่ลอยเต็มไปหมดคืออะไร? ฝีมือของใคร? แล้วรู้ได้ไงว่าต้องเชื่อมรูกุญแจ!?? ทำไมทำสำเร็จแล้วเพื่อน ๆ กลับมาได้???

6. ในขณะที่โซระจาก Timeline ปัจจุบันกำลังร่วมมือกับหมาเป็ด สู้กับเซอานอร์ทแก่... แล้วโซระจาก Timeline อนาคต ร่วมมือกับไคริ สู้กับ Armor Xehanort อีกคน???? เดี๋ยววววววว แล้วมันมี Xehanort 2 คนในช่วงเวลาเดียวกันได้ยังไง? แล้วพวกเอ็งสู้กันที่ไหนนน

**อ๊ะ แทรกนิดนึงว่าหลังจากนี้ก็ได้คำตอบเรื่องนึงขึ้นมา นั่นคือหลังโซระ Timeline อนาคตชนะ Armor Xehanort แล้ว ก็ย้ายหัวใจเข้าไปสิงในโซระ Timeline ปัจจุบัน ทำให้ห้วงเวลาถูกเขียนทับ ให้ตัวปัจจุบันที่กำลังจะเสียท่าให้เซอานอร์ทแก่ ลืมตาขึ้นมาพบว่าตัวเองเอาคีย์เบลดยันพลังของเซอานอร์ทแก่ไว้ได้ ซึ่งเดิมเรางงกันว่าทำไมเวลามันย้อนกลับมาอีกแล้ว แต่ก็พอจะได้คำตอบแล้วว่าตัวอนาคตมาช่วย

7. พอปราบเซอานอร์ททั้ง 2 ฝั่งได้หมดแล้ว มิคกี้บอกให้ทุกคนตามโซระไปเถอะ... ไอ้ผมก็งงว่าจะตามไปได้ไงวะ? จู่ ๆ ทุกคนก็สลายร่างกลายเป็นแสงสว่าง (เป็น symbol ของหัวใจ) แล้วต่างคนก็ต่างพุ่งเข้ารูกุญแจบนฟ้าปัยยย.... เดี๋ยวววว!! พวกเมิงบินไม่ดร้ายยยยยยย แล้วจู่ ๆ จะสลายร่างเหลือแต่หัวใจ แล้วพุ่งขึ้นฟ้าไปอย่างอิสระแบบนั้นก็ไม่ดร้ายยยยยย

ฯลฯ................

ฯลฯ......

บอกเลยว่าไอ้บทนี้ ตั้งแต่ไคริกลายเป็นคริสตัลจนจบเรื่อง ดูแทบไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจอะไรเลย คำถามเต็มไปหมดดดด นี่มันตรรกะอะไรวะเนี่ยย

เพราะมันเป็นแบบเนี้ย ผมเลยไม่กล้าที่จะสรุป อธิบาย หรือตอบอะไรเกี่ยวกับเนื้อหาในส่วนนี้ทั้งนั้น

อีกทั้งปกติ คุณโนมุระแกต้องให้สัมภาษณ์ลงแฟมิซือเล่มสัปดาห์ถัดมาแล้ว แต่คราวนี้กลับไม่ได้ออกมาพูดอะไรเลย ซึ่งมันผิดวิสัยของแก และแกก็ทำตัวผิดวิสัยมาก ๆ แบบนี้มาตั้งแต่ E3 2019 แล้ว...

คาดว่าป่านนี้คงยังออกจากกองงานอันระอุที่เรียก Final Fantasy VII Remake ไม่ได้...

(เอ่อ พูดถึง FFVII Remake ...อยากนินทาหน่อยว่า เดิม FFVII Remake Orchestra World Tour มันต้องเริ่มทัวร์จากญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกในเดือน XX ที่ SQEX จ่ายเงินจองสถานที่และดีลบลา ๆ ไว้หมดแล้ว แต่เนื่องจากเกมเลื่อน ทำให้กำหนดการพังไปหมด ส่งผลให้ต้องยกเลิกกำหนดการในญี่ปุ่นทั้งหมดนั่น และเลื่อนกำหนดการแสดงในญี่ปุ่นจากที่แสดงเป็นประเทศแรก กลายเป็นแสดงเป็นประเทศสุดท้ายในช่วง ก.พ. 2021 แทน)

ส่วน Kingdom Hearts III Re: Mind กว่าจะหลุดพ้นจากช่วงดูไม่รู้เรื่อง และเข้าสู่ช่วงเนื้อหาเบาสมองอีกทีก็คือหลังเข้ามาใน Limit Cut Episode แล้ว เอาไว้ว่ากันในโพสต์ต่อไป

สุดท้ายขอสรุปเรื่องนี้ด้วยคำพูดของพี่ม็อคว่า...

"หากศิลปะคือการทำให้นามธรรมเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น"

"Kingdom Hearts คือการทำให้นามธรรม เป็นนามธรรมยิ่งกว่าเดิม..."

Orz

Saturday, February 22, 2020

Xion's Story เรื่องราวจากหนังสือ KH Series Character Files


ตัดตอนจากหนังสือ Kingdom Hearts Series Character Files ซึ่วางจำหน่ายวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2020 (หลัง DLC Re: Mind ออกเดือนนึง)


ดูรายละเอียดหนังสือได้ที่ https://store.jp.square-enix.com/item/9784757564930.html

--------------------------------

Xion's Story
"อย่าลืมฉัน"

พระอาทิตย์ตกดินแสนสวยงาม ฉันชอบเวลาที่พวกเราสามคนได้ดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน และมักสงสัยว่าทำไมมันถึงสวยขนาดนี้กันนะ ฉันเคยอิ่มใจกับการกินไอศกรีมเกลือทะเล พูดคุยเรื่องจิปาถะสารพันด้วยกันสามคน เรายังเคยสัญญาว่าจะไปทะเลด้วยกันนี่ จริงมั้ย?

แม้ว่าฉันจะอยู่ในที่ ๆ มืดมิดมาก ๆ แต่มันก็ดูอ่อนโยน ที่รู้สึกแบบนั้นก็เพราะมันคือภายในตัวของโซระใช่มั้ย? แต่ที่นี่ไม่มีอะไรเลย ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันมีตัวตนจริงรึเปล่า เพราะทุกคนลืมเรื่องของฉันไปหมด การถูกลืมนั้นแสนเจ็บปวด เพราะมันหมายความว่าเราได้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป

แต่ตอนนี้ ฉันกำลังทานไอศกรีมกับพวกเธอสองคน เพราะพวกเธอพยายามสุดชีวิตเพื่อตัวฉัน

อันที่จริงฉันไม่ควรจะมีตัวตนอยู่ด้วยซ้ำ เพราะฉันเป็นเพียงแค่ตุ๊กตา ฉันแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าตอนนี้ฉันจะมาอยู่ที่นี่และหัวเราะไปกับพวกเธอได้ ขอบใจมาก ๆ เลยนะ

ขอบคุณนะ... ขอบคุณที่จดจำฉันไว้ ขอบคุณที่ไม่เคยลืมฉันไป

ฉันเคยเลือกที่จะหายไปเพราะไม่อยากกลายเป็นอย่างที่เซมุนัสวางแผนไว้ ดังนั้นฉันจึงไม่ได้เสียใจทีหลัง ฉันจำได้ว่าตัวเองหายตัวไปที่หน้าหอนาฬิกาขณะที่ร็อคซัสกำลังโอบฉันไว้ หลังจากนั้นร็อคซัสเข้าสู่การหลับใหล จึงเหลือแอ็คเซลตัวคนเดียว คนที่น่าจะเจ็บปวดที่สุดก็คือ แอ็คเซล เขาคือคนที่ลืมอะไรต่าง ๆ ไปมากที่สุด ทั้งการถูกลืมและการเป็นคนที่ลืมซะเอง มันต่างก็เจ็บปวดเนอะ

ฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าตัวเองควรจะมีตัวตนอยู่หรือไม่ บางครั้ง แม้จะเป็นเพียงความคิดชั่ววูบ ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ควรจะอยู่ที่นี่ แต่เพราะมีเธอสองคนอยู่ตรงนี้ ฉันถึงอยู่ได้ ฉันจีงมีตัวตนอยู่ที่นี่ตรงนี้ได้

แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน และแม้ว่าเราจะลืมสิ่งต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้น ความจริงที่ว่าฉันเคยอยู่ที่นี่ตรงนี้จะไม่มีวันแปรเปลี่ยนไป ดังนั้น ได้โปรด อย่าลืมนะ

เพราะฉันก็จะไม่มีวันลืมเหมือนกัน

https://www.kh13.com/news/xions-story-dont-forget-me-kingdom-hearts-series-character-files-translations-r3268/

Thursday, February 20, 2020

ปกหลัง FFVII Remake ยืนยันเกมประกอบด้วยเสียงพากย์ 4 ภาษา


หลังจากวันก่อนมีคนถ่ายภาพปกเกม Final Fantasy VII Remake ตัว Dummy สำหรับตั้งโชว์เพื่อการ Pre-order ในร้านขายเกมที่เกาหลีมาแล้ว วันนี้มีภาพปกที่ถ่ายจากร้านเกมในอังกฤษออกมาบ้าง

อันที่จริงข้อมูลทั้งหมดจากหลังปกที่เห็นนั้น ล้วนเป็นข้อมูลเก่าทั้งหมดที่มีการเปิดเผยมานานแล้ว

แต่ที่น่าสนใจสำหรับผมคือ การที่ปกเกมตัวนี้ยังช่วยยืนยันเรื่องที่ว่าเกมจะประกอบด้วยเสียงพากย์ 4 ภาษา ได้แก่ ญี่ปุ่น อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส ตามที่ทางค่ายได้ประกาศไว้ตั้งแต่ 11 มิ.ย. 2019 ช่วงงาน E3

เป็นอันว่างานนี้สบายใจได้สำหรับเหล่าผู้นิยมเสียง JP ซับฯ EN ทุกคน

https://mobile.twitter.com/aibo_ac7/status/1230282631066992640

ส่วนอันนี้ลิงก์ข้อมูลข่าวตั้งแต่ E3 2019 ที่ว่า - http://re-ffplanet.blogspot.com/2019/06/ffvii-remake-ffviii-remastered-e3-2019.html

Wednesday, February 19, 2020

Kingdom Hearts - Dark Road เปิดเผยรายละเอียดแรก


- เป็น Standalone เกมที่แยกเซฟจาก Union χ แต่เข้าเล่นผ่าน App Kingdom Hearts Union χ ที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น Kingdom Hearts Union χ Dark Road ที่รวม 2 เกมทั้ง Union χ และ Dark Road ใน App เดียว


- กราฟฟิกเหมือนภาค Union χ
- สู้กันด้วยการ์ด
- การต่อสู้เน้นรวดเร็ว เน้น reflex
- เป็นเรื่องราวในอดีตของเซอานอร์ท
- รวมถึงเรื่องที่อาศัยอยู่ที่ Scala ad Caelum


- มีแคมเปญสำหรับคนที่เล่นภาค Union χ มาก่อน ยิ่งทำ Medal Album มาได้สมบูรณ์มากขนาดไหน ตอนภาค Dark Road เปิดให้บริการก็จะได้ Point สำหรับไปแลกการ์ดมากขึ้นเท่านั้น (เหมือนตอนที่ KHχ บน PC Browser จะปิดตัว ก็มีแคมเปญร่วมกับ Unchained χ ทำให้ได้แต้มไปแลกเมดัล Tier 4 ที่ดีที่สุดในเกมตอนนั้น)

Dissidia -Final Fantasy- NT ประกาศสิ้นสุดการอัปเดตเกม


จากไลฟ์ของ Dissidia -Final Fantasy NT- วันนี้ทีมงานประกาศว่าอัปเดตใหญ่ครั้งหน้าจะเป็นอัปเดตสุดท้ายของเกมแล้ว ไม่มีปรับปรุงเพิ่มแล้ว แต่หลังจากนั้นระบบ Online ก็ยังใช้งานได้อยู่นะ

ทั้งนี้ตอนนี้ยังไม่ได้มีแผนพัฒนา DFF2 อยู่แต่อย่างใด

ก็รู้กันไว้เป็นข้อมูลข่าวสารครับ ส่วนตัวผมได้เสพ 1st month ของเกมอย่างเต็มที่แล้ว ก็อิ่มเอมและเลิกรากันตรงนั้น

ทั้งนี้ช่วงเปิดตัวเกมภาค Arcade เมษายน 2015 ทีมงานเคยตั้งเป้าว่า จะทยอยอัปเดตเกมจนมีตัวละครราว ๆ 50 ตัว ใครว่าง ๆ ช่วยไปนับหน่อยนะครับว่าสุดท้ายแล้วได้กี่ตัว

FFVII Remake World Preview เตรียมวางจำหน่าย 19 มี.ค. 2020


หนังสือ Final Fantasy VII Remake World Preview กำหนดวางจำหน่าย 19 มีนาคม 2020 ราคา 1,000 เยน (เป็นหนังสือให้ข้อมูลคร่าว ๆ ก่อนเริ่มเล่น)


ทั้งนี้วันนี้มีภาพปก Dummy ตัวตั้งโชว์สำหรับ Pre-order ของ Final Fantasy VII Remake เวอร์ชั่นเกาหลีออกมา ซึ่งปกหลังเขียนว่าใช้พื้นที่ Install เกินกว่า 100 GB

จริง ๆ ปก Dummy ของไทยก็มีออกมานานแล้ว ผมเคยเห็นอยู่แต่ก็ไม่ได้ไปสังเกตว่าด้านหลังเขียนอะไรบ้าง แต่ผมคิดว่าตัวเลข 100+GB ที่เขียนบนปกหลังเวอร์ชั่นเกาหลีนั่นเขียนบนพื้นฐานที่ว่าเกมมันจุด้วย Blu-ray 2 แผ่นตามที่ประกาศไว้นานแล้ว ดังนั้น ถ้าข้อมูลความจุเกมยังไม่นิ่ง การเขียนประมาณว่า 100+ GB ก็น่าจะเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างเซฟ ๆ อยู่

สรุปว่ามันน่าจะเป็น over-estimate compared to the actual size นั่นแหละครับ เพียงแต่หลังจากเกมออกมาระยะนึง เมื่อออก patch ไปมา มันก็คงทะลุ 100+ GB ไปในสักวันนึง

Tuesday, February 18, 2020

Did you know? Playlist ของ NieR Orchestra Concert re: 12018


Did you know?

NieR Orchestra Concert re: 12018 ที่แสดงในประเทศอเมริกา อังกฤษ และไทย... ในปี 2020 เป็นการ replay คอนเสิร์ต NieR Orchestra Concert 12018 ที่จัดปี 2018 ในประเทศญี่ปุ่น

โดย Playlist ทั้ง 22 เพลงเป็นชุดเดียวกันนะ!

แต่รอบปี 2018 ที่ญี่ปุ่น วีดีโอเป็นซับไตเติล Jp ส่วนเสียงพากย์นั้น เป็นการพากย์สดบนเวทีของนักพากย์ตัวละครนั้น ๆ ขณะที่รอบปี 2020 ใน 3 ประเทศ ซับไตเติลเป็น En แล้วเสียงพากย์ก็เป็นเสียง Jp ที่ record ไว้

ตอนที่คนพากย์เอมิลสะอื้นไห้ แล้วพูด 会いたいです....ก่อนที่เสียงคุณ Emi ที่ขับร้อง Kainé Salvation จะกังวานขึ้น โคตรเค้นอารมณ์เลยครับ

ที่จริงคลิปการแสดงรอบญี่ปุ่นนั่นก็มีแขวนอยู่บน youtube มานานแล้ว... และผมก็ดูวนซ้อมฟัง ก่อนไปงานหลายรอบอยู่ครับ 5555

อ่ะ เผื่อใครอยากทบทวน และดูการแสดงเวอร์ชั่นรอบที่ญี่ปุ่นปี 2018 บ้าง เอา Playlist ไปครับ

Saturday, February 15, 2020

โยสึเกะ ไซโตะ ไม่สามารถเข้าร่วมคอนเสิร์ต NieR ที่ไทยได้เนื่องจากติดงาน


ตอนแรกว่าจะมุบมิบไว้เงียบ ๆ
แต่เมื่อเจ้าตัวออกปากพูดเองแล้ว ก็เลยเอามาเขียนได้

โยสึเกะ ไซโตะ ผู้อำนวยการสร้างซีรีส์ NieR ทวีตข้อความกล่าวขอโทษกับแฟน ๆ NieR ชาวไทย ที่เขาไม่สามารถไปร่วมงาน NieR Orchestra Concert re: 12018 รอบ 15-16 กุมภาพันธ์ 2020 ที่ประเทศไทยได้

โดยเจ้าตัวให้เหตุผลว่า แกต้องอยู่ในญี่ปุ่นและแก้ปัญหาหลาย ๆ อย่าง อย่างวันนี้ก็มีประชุม

เป็นอันว่า เราจะไม่ได้เห็นคุณโยสึเกะ ไซโตะ ในงานคอนเสิร์ตวันพรุ่งนี้นะครับ

(ทั้งนี้ โยโกะ ทาโระ ตอบแกไปว่า เดี๋ยวแดร๊กอาหารไทยเผื่อให้เอง)

https://twitter.com/SaitoYosuke_Z/status/1228131861555109888

Thursday, February 13, 2020

อัปเดตล่าสุด Final Fantasy VII Remake


ส่วนที่เป็นข้อมูลใหม่ได้แก่

- มี Healing Materia ...เอ่อ มันก็ลูกที่ใช้ร่าย Cure Cura Regen นั่นแหละ! ยืนยันว่ามีเวทย์ Regen เหมือนเดิมด้วยนะ

- มี Deadly Dodge Materia ...ทำให้การโจมตีสวนกลับหลังจากที่หลบการโจมตีได้ รุนแรงยิ่งขึ้น

- มี Nail Bat ไม้เบสบอลติดตะปู เหมือนเดิม

- มีเควสต์มากมายเพิ่มมาให้ทำ รูปแบบสกาเบือยันเรือรบ กำจัดมอนสเตอร์ ตามหาแมวหาย ช่วยรวบรวมข้อมูล ฯลฯ เควสต์พวกนี้เรียกว่า Mercenary Quest


- ตัวละคร NPC ใหม่ชื่อ Chadley เป็นนักวิจัยฝึกหัด ลูกกระจ๊อกของโฮโจ อยู่ในสลัมเขต 7 ให้กลุ่มเพื่อนคลาวด์ช่วยทำเควสต์ให้เขา แล้วเขาจะสามารถสร้างมาเทเรียใหม่ ๆ มาขายคลาวด์ได้ เควสต์ที่ Chadley ให้ทำ เป็นเควสต์อีกกลุ่มนึงที่เรียกแยกออกไปว่า Battle Report

ที่เหลือเป็นภาพใหม่ ๆ ของสถานที่หรือบุคคล ที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว ลองไปดูกันเอาเอง

https://www.gematsu.com/2020/02/final-fantasy-vii-remake-details-red-xiii-professor-hojo-tifa-abilities-mercenary-quests-battle-report-more
https://blog.us.playstation.com/2020/02/13/new-final-fantasy-vii-remake-screenshots-show-red-xiii-side-quests-and-more

Tuesday, February 11, 2020

ขึ้นบันไดหรือขึ้นลิฟต์

จะเอาคลาวด์วิ่งขึ้นบันไดหนีไฟตึกชินระร่วม 60 ชั้นดี... เส้นทางนี้ไม่เจอศัตรู ไม่มีอุปสรรค.... เอ่อ อุปสรรคก็คือวิ่งขึ้นบันไดวน 60 ชั้นนั่นแหละ

หรือจะบุกเข้าไปหน้าตึกโต้ง ๆ แล้วกดลิฟต์ขึ้นดี วิธีนี้ต้องรับมือกับศัตรูมากมาย แต่ไม่ปวดขาแน่นอน....

---------------------------

Barret
โย่! พวกแกจะเดินขึ้น 'ทาง' บันไดทุกชั้นเลยจริงดิ!?

Tifa
อือ ยังไงเราก็ต้องหา 'ทาง' ไปช่วยแอริธให้ได้

Barret
พูดกันคนละ 'ทาง' แล้ว...

Tifa
ไม่มีเวลามาต่อล้อต่อเถียงน่า รีบไปเถอะ

Barret
ด... เดี๋ยว ทิฟ่า อย่าวิ่งนำไปคนเดียวสิ

คลาวด์ แบร์เร็ต วิ่งตามทิฟาที่นำโด่งไป

Barret
ไม่เข้าใจ... ทำไม... เราต้องมา... ปีนบันไดนรก ...นี่ด้วย

Cloud
...เพราะเราไม่อยากเกิดความแตกตื่น จนกว่าจะช่วยแอริธได้
แต่มันจะเป็นไปได้จริงเร้อ...

Barret
...เหอ เหอ เหอ

Cloud
หยุดเลย... ฟังแล้วขนลุก

Barret
กระทั่งตัวแกเองก็ยังต่อสู้เพื่อคนอื่นเป็นด้วยสินะ ท่าทางฉันคงมองแกผิดไปจริง ๆ (ชม)

Cloud
ไม่สนหรอกว่านายจะมองยังไง!!

Barret
พึ่งพูดหยก ๆ ว่า ท่าทางจะมองคนผิด...

Tifa
เหอ เหอ เหอะ......

Cloud
เป็นไรอ่ะ ทิฟา?

Barret
...แล้วเราต้องเดินขึ้นบันไดกันอีกไกลแค่หนัยยย?

Tifa
ไม่ถามมันเองล่ะะ

Barret
คงไม่ใช่ว่าขั้นบันไดนี้ มันไม่มีที่สิ้นสุดใช่มั้ย?

Tifa
ไม่ใช่อยู่แล้วววว!!

Barret
เออ... คงงั้นมั้ง
ถึงยังเนี่ยยย?

Tifa
ยังงงงงงงงง

Barret
...ถึงยังงงงง?

Tifa
ก็บอกว่ายังงงงงงงงงงงงง!!

Barret
โอยยย...

Tifa
หยุดถามได้มั้ย! ยังอีก ไกล ไกล ไกล ไกล ไกล ไกล กว่าจะถึง เข้าใจมั้ย!?

แบร์เร็ตหยุดเดิน ยืนหอบแดก

Barret
ห่าเอ้ย...!! พอกันที!! กูกลับ!!

Tifa
โดยต้องใช้เวลาเดินลงพอ ๆ กับตอนที่เดินขึ้นมาเนี่ยนะ?

Barret
............

Tifa
เอาน่า แบร์เร็ต สู้ ๆ หน่อย

Barret
เออ ก็รู้นี่ว่าฉันก็มีเลือดมีเนื้อเหมือนกัน เว้นแต่ไอ้แขนข้างนี้เท่านั้นแหละ อย่าทำเหมือนว่าฉันเป็นอดีต SOLDIER แบบใครบางคนเสะ...

Tifa
แล้วฉันล่ะ!? คนเหมือนกันนะ!!
อยากจะทำอะไรก็เชิญ ฉันไปล่ะ!!

ทิฟาวิ่งขึ้นบันไดนำไปอีก แล้วก็หยุด
หอบพร้อมจับกระโปรง

Tifa
แบร์เร็ต! นำไปก่อนเลย!
คลาวด์ เธอก็ด้วย!!

เดินกันต่อ...

Barret
โย่.... ชั้นอะไรแล้วววว

Tifa
...เลิกนับไปนานแล้ววว

Barret
ทำไมพวกมันต้องสร้างตึกนี้ให้สูงฉิบหายด้วย
ชินระนี่แม่ง... เลวระยำตำบอนจริง ๆ

Tifa
.........

Barret
เอื้อออ ...กู ไม่ไหวแล้ววว
มาร์ลีน... พ่อแค่อยากจะเห็นหน้าลูกอีกสักครั้ง...

Tifa
เลิกเอ้อระเหยแล้ววิ่งได้มั้ยย
อีกนิดเดียวเท่านั้นนนนนนนน...... มั้ง

จนสุดท้ายก็มายืนหอบแดกกันที่ชั้น 59

Barret
ถ.... ถึงแล้ววว... สำ... เร็จ
ชี... ชีวิตนี้ ไม่อยากจะเห็น... บันไดอีกแล้ว

Monday, February 10, 2020

ยินดีกับบัณฑิตใหม่ด้วยนะ คุณไข่มุก CM Cafe!


รีวิวเทียบ Fact งานรับปริญญามีมี่ + คุณไข่

มีมี่ - แฟนคลับ/ตากล้อง ไปกัน ~20 คน
ไข่มุก - แฟนคลับ/ตากล้อง ไปกัน ~50 ~60 คน

มีมี่ - มีสตาฟฟ์ CM Cafe ไป 1 คน
ไข่มุก- ยกขโยงกันไปทั้งค่าย CM Cafe ตั้งแต่เจ้าของ (พี่โต) เมียเจ้าของ สตาฟฟ์ทั้งหมดที่ไม่ติดงาน

มีมี่ - มีเพื่อนเมมเบอร์ไปกัน 2 คน คืออะตอมกับปุยฝ้าย
ไข่มุก - มีเพื่อนเมมเบอร์ไปกัน 3 คน คือมู่หลาน อเล็กซิส นาวลิ้ม

มีมี่ - จำนวนของขวัญและดอกไม้ที่ได้จาก FC คือ 1 กอง
ไข่มุก - ตามภาพ นั่นแหละฮะท่านผู้ชม...

มีมี่ - พาแฟนคลับ/ตากล้อง 20 ชีวิต เดินทัวร์ถ่ายรูปรับปริญญาให้เธอ รอบมหาลัย เป็นเวลาครึ่งวัน จนกล้องแบตหมดกัน
ไข่มุก - ไม่สามารถพาแฟนคลับตากล้อง 50-60 ชีวิตเคลื่อนขบวนได้ เลยได้เพียงถ่ายหมุนไปหมุนมา หน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติอยู่ ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น

มีมี่ - บรรยากาศเป็นกันเอง และทุกคนได้เดินชิลคุยกับเธอทั้งวันนั้น
ไข่มุก - ฝูงชนแออัดคับคั่ง แย่งมุมกล้อง แย่งความสนใจ เบียดเสียดกัน

มีมี่ - มีถ่ายภาพกับแฟน ๆ กรุ๊ปละ 3 คน, มีถ่ายรูปกับของขวัญทีละชิ้น และเดินถ่ายรูปรอบมหาลัย
ไข่มุก - ปล่อยแฟน ๆ ยิงถ่ายตามอัธยาศัย แต่ก็อยู่แค่หน้าอาคารเดิมนั่นแหละ อ่อ แล้วก็แฟน ๆ ช่วยกันล้อมบูมให้เธอ

มีมี่ - คุณแม่โผล่มารับกลับตอนท้ายวันนัดพบแฟน ๆ
ไข่มุก - คุณแม่ พี่สาว น้องชาย ลุงป้าน้าอา... มากันทั้งตระกูลได้เลยมั้ง แต่พอพวกเขาเห็นฝูงแฟน ๆ ซอมบี้พยายามรุมถ่ายไข่มุก พวกเขาก็พยายามเว้นระยะห่างออกมา แต่ก็มีบางกลุ่มที่อยากถ่ายพี่สาวไข่

***คุณแม่ของไข่มุก จำผมได้ด้วยย แม้จะได้คุยกันต่อหน้าแค่ครั้งเดียวเอง เก่งอ่ะะะ 😆


ไล่มาถึงตรงนี้ ก็น่าจะสรุปกันได้ล่ะเนอะ งานของทั้งสองคนเป็นคนละฟีลกันเลย

แต่ที่โชคดีที่สุดสำหรับผมคือ สัปดาห์หน้าค่ายเขาจะออกซิงเกิลใหม่ เป็นไข่มุก ร้องกับมีมี่ และน้องเนิร์สอีกคนนน รวมเป็น 3 คน

บอกมีมี่ไว้แล้วว่า ถึงตอนนั้นถ้ามีกรุ๊ปช็อตได้ ให้มีมี่เข้ามาหนีบทางซ้ายของผม และคุณไข่เข้ามาทางขวานะครับ Dream comes trueee

Wednesday, February 5, 2020

Death Note Special One-Shot การกลับมาของตำนานคิระ


หากยังจำกันได้ Death Note ฉบับออริจินอลเคยตีพิมพ์อยู่ในช่วงปี 2003 และจบแบบว่ายฟรีไตล์ขึ้นบนในปี 2006

14 ปีก่อนนั้น การ์ตูนเรื่องนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในบ้านเรา ตามงานคอสฯ นี่มีคนคอสลุค ไลท์ มิสะ เต็มกันไปหมด

ผมเองก็เคยเอา Death Note ตอนจบ มาตัดต่อเป็นการ์ตูนแก็ก เล่าเรื่องจากมุมมองของผมตอนเห็นสถิติคนที่เล่น Time Attack ได้อันดับ 1 ของโลกใน Rockman 9 และสถิติ Kill Ratio อันดับ 1 ของโลกใน Lost Planet 2.... (เสียดายที่ทั้ง FFplanet Exteen และ Photobucket ระเบิดไปแล้ว แต่ก็มีเอามาโพสต์ใหม่ในเพจนะ)

บันทึกสถิติโลก Rockman 9 : https://www.facebook.com/pg/ReFFplanet/photos/?tab=album&album_id=407287892662671
บันทึกสถิติโลก Lost Planet 2 : https://www.facebook.com/pg/ReFFplanet/photos/?tab=album&album_id=407691752622285

ล่าสุดอาจารย์โอบาตะ และอาจารย์โอบะ คนเดิม ได้เอา Death Note มาเขียนเป็นเรื่องสั้นต่อ โดยหมุนเวลาในเรื่องให้เขยิบมาเป็นปี 2019 แล้ว อารยธรรมและเทคโนโลโยในเรื่องก็ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน เรื่องราวของคิระถูกบรรจุอยู่ในหนังสือสอนจริยะของเด็กประถม และเด็ก ม.ต้น ก็ได้เรียนเรื่องราวของคิระในฐานะส่วนหนึ่งของวิชาประวัติศาสตร์โลกด้วย ซึ่งในหนังสือเรียนก็จะหล่อหลอมเด็กว่าคิระเป็นความชั่วร้าย แต่ก็มีการระบุอย่างเปิดเผยว่าคนที่เลื่อมใสศรัทธาในคิระก็มีอยู่ไม่น้อยในโลก

แล้ววันหนึ่ง ลุคที่อยากหาแอปเปิ้ลกิน ก็ลงมายังโลกมนุษย์อีกครั้ง และมอบสมุดโน๊ตนี้ให้กับมิโนรุ เด็ก ม.ต้น ผู้มี IQ ระดับอัจฉริยะ... ซึ่งเจ้าเด็กสมองใสนี่ ก็ไม่เหมือนยางามิ ไลท์ เขาได้เรียนรู้บทเรียนจากการกระทำของไลท์มาก่อนแล้ว และรู้ว่าในโลกปัจจุบันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป ระบบการตรวจสอบและตามรอยพฤติกรรมของพลเรือนพัฒนาขึ้นอย่างมาก วิธีการแบบเดิมของยางามิไลท์ไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป ...(แต่เขาก็เชื่อว่าถ้าไลท์ยังไม่ตาย ไลท์จะสามารถหาทางออก ให้ตัวเองใช้ Death Note ตามอุดมการณ์ของตัวเองได้อยู่ดี)

เมื่อผมอ่านเรื่องสั้นนี้จบแล้ว ก็ยิ่งประทับใจในจินตนาการ และความสามารถของ อาจารย์โอบะ คนแต่งเรื่อง ที่สามารถต่อยอดเนื้อเรื่องเดิมออกมา ได้อย่างอัศจรรย์ และมั่นใจเลยว่าผลงานนี้จะสร้างความประทับใจแก่แฟน ๆ Death Note ทุกคนได้อย่างแน่นอน

------------------------
ข้อดี
------------------------

- กลุ่มตัวละครเก่าที่คิดถึงกลับมาครบ!

- โดยเฉพาะแม่นางลิดเนอร์ SPK สาววววว

- มีตัวละครที่อิงจากผู้นำประเทศในชีวิตจริงไปใช้ และมีบทบาทสำคัญอย่างมากทุกคน

- การต่อยอดเนื้อเรื่องที่เนียนกริ๊บ

- วิธีการใช้ประโยชน์จาก Death Note และจุดประสงค์ของมิโนรุ ที่แตกต่างไปจากยางามิไลท์

- เปิดโลกจินตนาการมาก ว่าถ้ามียมทูตที่ไม่รู้จักมักจี่ มาบอกให้เอา Death Note ไปใช้ ถ้าเราปฏิเสธก็ไม่รู้จะเป็นยังไง.... แล้วเราจะทำยังไงกับชีวิตดีวะเนี่ยยย ให้ได้ประโยชน์จาก Death Note มากที่สุด โดยที่เราไม่ตาย และไม่โดนจับ เป็นโจทย์ที่มหัศจรรย์มาก ๆ และมิโนรุ ก็ให้คำตอบที่ทำให้ผมพึงพอใจมาก ๆ เช่นกัน แม้จะไม่ได้ Perfect ...แต่ก็เป็นอีกครั้งที่ชื่อของ Death Note ได้มอบความตราตรึงใจให้

------------------------
ข้อเสีย
------------------------

- ไม่มี.... เรื่องนี้โคตรอวยจริง ๆ

- ไปอ่านฟรี ๆ พิสูจน์ด้วยตัวเองเถอะ Online Station เขาบอกว่าอ่านฟรีได้ที่ https://mangaplus.shueisha.co.jp/viewer/1006371

Sunday, February 2, 2020

คลิปทฤษฎี Noctis, Stella = Yozora, Nameless Star

< Spoiler Alert for KH III >

คลิปทฤษฎี Noctis, Stella = Yozora, Nameless Star
โดย The Night Sky Prince


จริง ๆ จั่วหัวมาแบบนี้ คงไม่มีอะไรน่าสนใจ คนที่ตามข้อมูลมาตลอด และเชื่อมโยงความเกี่ยวข้องต่าง ๆ ได้ ยังไงก็ย่อมคิดไปในทางเดียวกัน

ในคลิปนี้แค่เอาแต่ละ element ที่เราเชื่อมโยงได้ มา recap ให้คนทั่วไปตามทันว่าทำไมเราคิดแบบนั้นแบบนี้

แต่จุดนึงที่เขาหยิบมาเชื่อมโยง และเป็นสิ่งที่ผมลืม ๆ ไปเลยไม่ได้เอามาเชื่อมโยงด้วย คือสถานะของสเตลล่า...



สมัย ธ.ค. 2016 เคยมีคนที่อ้างตัวว่าเคยทำงานอยู่กับโปรเจคท์ FFXV เป็นเวลา 14 เดือน เอาพล็อตเก่าสมัยเป็น FF Versus XIII มาเล่าในบอร์ด 4chan ซึ่งสำหรับเรื่องของสเตลล่านั้น มีประเด็นน่าสนใจว่า เขาอ้างว่าสเตลล่าคือวิญญาณจากโลกหลังความตายที่มีน็อคติสคนเดียวเท่านั้นที่มองเห็นเธอ เธอเสียชีวิตไปก่อนที่เกมจะเริ่มต้นขึ้น โดยที่ยังทำหน้าที่ในชีวิตไม่สำเร็จ เทพธิดา (เอโทร) จึงช่วยให้เธอกลับออกมาจากโลกหลังความตายได้

แน่นอนล่ะว่าใคร ๆ ก็สามารถแอบอ้างว่าเป็นทีมงานได้ และกระทู้ในบอร์ด 4chan ที่เขียนสปอยล์ FFXV มั่วซั่วก่อนเกมออก หรืออ้างว่าเป็นทีมงานมาเล่าเรื่องเบื้องหลัง มันมีเป็นหลายร้อยกระทู้ ....ดังนั้น กระทู้นี้ก็เป็นแค่ปากคำจากใครก็ไม่รู้ที่ไม่สามารถยืนยันตัวตน และไม่สามารถรับผิดชอบในคำพูดได้ จึงไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงใด ๆ ได้

แต่ที่กระทู้นี้ (404 not found ไปแล้ว แต่ยังเหลือ recap ใน neogaf) มันโด่งดัง ทำให้นักข่าว แฟนพันธุ์แท้ พากัน stun และจดจำมันได้ เพราะการเรียบเรียงของเขา มันสมเหตุสมผล "ในระดับพอดี"...

กล่าวคือกระทู้แนวนี้ส่วนใหญ่ มันมักจะเขียนโดยแฟนพันธุ์แท้ที่ติดตามรายละเอียดมาดี และมักจะเขียนโดยเชื่อมโยงอย่างละเอียดจนเกินไป ดูตอบคำถามได้เจาะจงสิ่งที่แฟน ๆ อยากรู้มากจนเกินไป เอาใจกันเองเกินไป.... ใช้คำและภาษาได้ถี่ถ้วนจนเกินไป จนเหมือนปลอม... ซึ่ง Dev มักไม่ทำแบบนั้น

แต่กระทู้ที่เขียนว่าสเตลล่าเป็นวิญญาณที่ตายไปแล้ว เขาใช้คำได้กลาง ๆ ยกตัวอย่างเช่น เขาไม่ได้เรียกเอโทรว่าเอโทร แต่เขาเรียกว่าเทพธิดา (ซึ่งถ้าเป็นแฟนจริง ๆ ก็ย่อมจะเรียกชื่อว่าเอโทรไปเลย ไม่ให้งง) เขาใช้ภาษาได้ค่อนข้างกลาง ๆ ไม่เหมือนเป็นแฟนพันธุ์แท้... แล้วก็อธิบายตอบคำถามหลาย ๆ เรื่องได้แหวกแนว น่าสนใจ อย่างไอ้เรื่องที่สเตลล่าตายไปตั้งแต่ก่อนเริ่มเกมนั่นก็อย่างนึง แล้วยังเรื่องที่เขาเปิดเผยเรื่องที่อัมบรากลายเป็นคนและเป็นสมาชิกปาร์ตี้ได้ (ซึ่งภายหลังก็มีภาพ Artwork สมัย Versus XIII ที่ยืนยันได้ว่าข้อมูลเรื่องอัมบรานี้เป็นความจริง)

ดังนั้นถึงแม้ข้อมูลครั้งนั้นจะใช้เป็นหลักฐานไม่ได้ แต่มันก็ยอดเยี่ยมพอที่จะประทับลงไปในหัวแฟนหลาย ๆ คนว่า มันมีความเป็นไปได้ ที่สเตลล่าจะตายไปตั้งแต่ก่อนเริ่มเกมแล้วจริง ๆ

ลิงก์ที่ผมเคยย่อกระทู้นั้นให้ฟัง : https://www.ffplanet.page/2016/12/ffxv-ff-versus-xiii.html



ย้อนกลับมาดู Kingdom Hearts III

Nameless Star - นางเอกของ Verum Rex ที่เกิดอาเพศขึ้น แล้วไปโผล่เป็นดาวนิรนามใน Final World สถานที่ซึ่งเป็นพรมแดนสุดท้ายก่อนดับสลายไป

Stella - นางเอกของ Versus XIII ที่ (ลือ) ว่าตายไปตั้งแต่ก่อนเริ่มเกม และเป็นวิญญาณอยู่ในโลกที่มองไม่เห็นใน Lore ของ Fabula Nova Crystallis  (aka. โลกหลังความตาย | Valhalla ในภาษาของฝั่งร้ายนิ่ง)

มันเหมือนกัน.....


นี่ก็เป็นองค์ประกอบนึงที่คลิปนี้ หยิบขึ้นมาเปรียบเทียบบอกว่าพล็อตของสองตัวละครนี้ มันเหมือนกัน...

Saturday, February 1, 2020

FFVII Remake เผยเดโมใหม่พร้อมประกาศคอนเสิร์ต Orchestra World Tour



เทรลเลอร์ใหม่ในวันฉลองครบรอบ 23 ปี Final Fantasy VII Remake พร้อมเพลงธีมใหม่ "Hollow" จากโนบุโอะ อุเอมัตสึ เนื้อร้องโดยคาสึชิเงะ โนจิมะ (คนเขียนสคริปต์)

รอบนี้ตัวละครฝั่งชินระออกมากันเกือบครบแล้ว เว้นก็แต่ลูกประธานที่โดนกักบริเวณอยู่นานโดยช่วยกันแหลว่าไปเจรจาธุรกิจที่แดนไกล แล้วก็ Honey Bee, คลาวด์แต่งหญิง, 3rd Class ตัวละครใหม่ กับการปรากฏตัวของแมน เอ้ย เรด 13 ที่เรนเดอร์ขนเสร็จแล้ว...


Final Fantasy VII Remake -Orchestra World Tour- ที่เจรจากันมาปีนึง ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วครับ รอบที่ไทย 7-8 พฤศจิกายน 2020 นี้เอง


ออกาไนซ์งานโดยทีมงาน Five Four Records ทุกคนที่ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อนำคอนเสิร์ตนี้มาแสดงที่ไทยให้ได้ ตลอดเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา พวกเขารักดนตรี รักเกม และรักพวกคุณจริง ๆ

 

Kingdom Hearts Dark Road เตรียมประกาศรายละเอียดครึ่งหลังกุมภาพันธ์

Kingdom Hearts มือถือภาคใหม่ประกาศชื่อภาคแล้วเป็น Dark Road โดยจะประกาศรายละเอียดเพิ่มในช่วงหลังของเดือนกุมภาพันธ์ และเปิดให้บริการในฤดูใบไม้ผลิปีนี้

เดิมค่ายมีกำหนดประกาศชื่อเกมตอนบ่าย 3 โมงวันนี้ แต่เลื่อนมาประกาศไวขึ้น โดยให้เหตุผลว่าเดี๋ยววันนี้จะมีประกาศอย่างอื่นตามมาอีก

https://twitter.com/kh_dr_na/status/1223097605267132417


KHUχ ตอนเฉลยตัวผู้สวมรอย เวนตุส

ขยายความ Kingdom Hearts Union χ ตอนล่าสุดที่อัปเดตวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
..................................................


จิริธีของเบรน ไปตามเวนตุสกับสคูลด์ให้มารวมตัวกันที่เนินเขาของ Daybreak Town

เวนถามขึ้นก่อนว่าพวกนายเห็นหิมะที่ตกลงมาเมื่อกี้มั้ย แต่สคูลด์กลับตัดบทเข้าประเด็นว่าได้ยินว่ามีเรื่องจะคุยกับพวกเรา เรื่องอะไรและทำไมต้องคุยที่นี่เหรอ?

เบรน : อยากจะถามพวกนายหน่อยว่า ใครเป็นคนแต่งตั้งพวกนายให้เป็นแกนนำยูเนียน?

สคูลด์ : ท่านอวาไง
เวนตุส : ใช่ ท่านนั่นแหละ
เบรน : คุยกันที่ไหน?
สคูลด์ : ก็ที่นี่เนี่ย
เวนตุส : ของผมที่ใกล้ ๆ หอนาฬิกา

เบรนกับเอเฟเมร่า หันมามองหน้ากัน... สคูลด์เห็นท่าทางสองคนแบบนั้นเลยคิ้วขมวดแล้วเดินเข้าไปใกล้เบรน

สคูลด์ : เกิดอะไรขึ้น นี่สอบสวนกันอยู่รึไง?

เอเฟเมร่ายกสองมือขึ้น ทำมือเป็นสัญญาณบอกให้เพลา ๆ ลงหน่อยแล้วบอกว่าเรื่องนี้มันมีเหตุผลน่า

แล้วเบรนก็ชักตำราพยากรณ์ขึ้นมา บอกว่าเขาได้ตำรานี้มาจากอวา... ในนั้นมีกระดาษสอดอยู่ ซึ่งระบุชื่อของคนที่ได้รับเลือกให้เป็นแกนนำรุ่นใหม่ 5 คน และมีวงกลมล้อมรอบคนที่ควรจะได้รับตำราพยากรณ์เล่มนี้ไปตั้งแต่แรก

*มาสเตอร์ออฟมาสเตอร์เป็นคนเขียนกระดาษแผ่นนี้ แล้วส่งมอบให้อวาอีกที อวาถึงค่อยเอามาสอดใส่ตำราเล่มนี้

สคูลด์ฟังแล้วก็ทักขึ้นว่างั้นเบรนก็ไม่ใช่คนที่ถูกวงกลมรอบชื่อไว้น่ะสิ

เบรนนั่งลงบนก้อนหินแถวนั้นบอกใช่ อวาอยากจะเปลี่ยนแปลงอนาคตที่ถูกเขียนเอาไว้แล้ว ก็เลยเอาตำรามาให้เขาแทน แต่ที่สำคัญกว่านั้น... ในชื่อของแกนนำยูเนียน 5 คน มีชื่อของสเตรลิตเซีย น้องสาวของลอวเรียม ที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย

สคูลด์ : อ้าว? งั้นแปลว่าท่านอวาเปลี่ยนตัวเธอด้วยเหมือนกันเหรอ?

เบรน : ไม่น่าใช่นะ อย่างที่เรารู้กันว่าสเตรลิตเซียหายตัวไป อาจจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับเธอ ถ้าอวาเป็นคนพยายามเปลี่ยนตัวแกนนำยูเนียนจริง แล้วเขาจะเอากระดาษนี่ให้ฉันทำไม? และต่อให้เธอเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของสเตรลิตเซีย ฉันก็แคลงงใจว่าเธอจะมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงเร้อ? ฉันไม่เชื่อว่าอวาจะทำอะไรแบบนั้น

สคูลด์ : แล้วถ้าท่านอวารู้ว่าเกิดอะไรบางอย่างขึ้นกับสเตรลิตเซีย ก็เลยส่งมอบตำแหน่งให้แกนนำคนใหม่แทนล่ะ?

เบรนก็บอกว่ามีคนพบเห็นสเตรลิตเซียครั้งสุดท้าย ช่วงที่อวาอธิบายเรื่องสงครามคีย์เบลดที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้าให้แดนดิไลออนฟัง (แต่ลอวเรียมจะได้เบาะแสไปไกลกว่านั้น ไปจนถึงตอนที่น้องนกเดินเข้าโกดังไปแล้ว) ในระยะเวลาสั้น ๆ หลังจากนั้นจนสเตรลิตเซียหายตัวไป ถ้าอวาอยากจะตัดสินใจเปลี่ยนตัวเอาคนอื่นเสียบแทนที่สเตรลิตเซียจริง ก็น่าจะบอกความจริงกับใครสักคน (เพื่อป้องกันไม่ให้แกนนำ 5 คนมาสงสัยแล้วแตกคอกันเอง) อย่างน้อยอวาก็น่าจะบอกเบรน ที่เธออุตส่าห์ไว้เนื้อเชื่อใจมอบตำราพยากรณ์ให้...

(จริง ๆ ไอ้ที่เบรนพูดถึงอวา ก็เป็นแค่การวิเคราะห์ที่ไม่มีหลักฐานสักอย่าง... เป็นความเชื่อส่วนบุคคลล้วน ๆ)

แล้วเอเฟเมร่าก็บอกว่าลอวเรียมมีชื่อเป็นหนึ่งในแกนนำด้วย ตอนนี้ลอวเรียมก็ตามหาน้องสาวให้ควั่ก ดังนั้นหลังจากที่พวกเราค้นพบความจริงของเรื่องนี้แล้ว ก็ต้องไปคุยกับเขา

เบรนบอกว่าเขากับเอเฟเมร่าคุยกันแล้ว และเชื่อว่าการเปลี่ยนตัวแกนนำ เกิดขึ้นโดยที่เจ้าตัวคนที่มาเสียบแทนตำแหน่งสเตรลิตเซีย "ก็ไม่รู้เรื่องว่าตัวเองมาเสียบแทนเขา"

เอเฟเมร่าก็บอกว่าดังนั้น เพื่อคลี่คลายปริศนานี้ ก็อยากให้รักษาความสัมพันธ์กันไว้เหมือนเดิม ทำงานร่วมกันในฐานะเพื่อนเหมือนเดิม

แล้วเบรนก็เดินเข้าไปโอบไหล่เวนตุส

"เวนตุส... ในกระดาษนั้นไม่มีชื่อของนายอยู่"

เวนตุสอ้าปากเหวอ ส่วนสคูลด์ก็ยกสองมือขึ้นมาปิดปากตัวเองด้วยความตกใจ

[ประเด็นพิจารณา]

- กระดาษที่ MoM เขียนให้อวา กับกระดาษที่อวาเอามาเสียบ เป็นแผ่นเดียวกันจริง ๆ ใช่มั้ย?

- เวนตุสโกหกเรื่องที่ว่า อวาเป็นคนแต่งตั้งเขาเป็นแกนนำรึเปล่า? (ซึ่งเบรนกับเอเฟเมร่าคิดว่าไม่ได้โกหก และคิดว่ามาเสียบโดยไม่รู้ตัว)

- ถ้าเวนตุสไม่ได้โกหก ในเมื่ออวาแต่งตั้งแกนนำไว้ถึง 6 คนแล้ว ทำไมถึงไม่บอกเบรนหรือเอเฟเมร่า?

-----------------------------------

อีกฟากหนึ่งมาเลฟิเซนต์กับยามิ ลอบเข้ามาในหอนาฬิกาที่เป็นถิ่นบัญชาการเก่าของเหล่าโหร

มาเลฟิเซนต์ก็งงว่าทำไมมันไม่มีการป้องกันใด ๆ เลย ยามิก็ตอบว่าจริง ๆ แล้วที่นี่มันห้ามเข้า

มาเลฟิเซนต์ก็สงสัยว่ายามิรู้เรื่องทั้งหมดดีจังเลย... ไปเอาข้อมูลขนาดนี้มาจากไหน?

ยามิก็บอกว่าจากเพื่อนเก่าแก่... (ซึ่งเดากันว่าแกอาจจะเปรียบเปรยหมายถึงมาสเตอร์ออฟมาสเตอร์ เพราะ MoM เคยเล่าให้ฟังว่าเคยทำสงครามคีย์เบลดกับความมืดมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก)

ยามิบอกว่าที่เพื่อนเก่าของเขาไม่ส่งมาเลฟิเซนต์กลับอนาคต เพราะอยากให้มาเลฟิเซนต์เป็น "จุดหมาย" เพราะอย่างที่อธิบายไว้แล้วว่าการจะเดินทางด้วย Ark ที่ไม่สมบูรณ์ไปยังอนาคต จะต้องมี "สื่อกลาง" และ "คนกลาง" ที่จดจำคนนั้นได้รออยู่ในอนาคต

"เดิมทีแล้ว คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ในยุคนี้ ไม่มีสิ่งเหล่านั้นรออยู่ในยุคอนาคต.... ดังนั้นหากคุณกลับไปยังอนาคตได้ คุณก็จะกลายเป็นจุดหมายให้พวกเขาเหล่านั้น"

มาเลฟิเซนต์ก็งงว่าใครวะ... อยากให้ใครจากยุคนี้ไปยังอนาคต?

ยามิก็ยืนยันว่ายังไงก็ส่งมาเลฟิเซนต์กลับยุคตัวเองได้อยู่แล้ว ดังนั้นก็ไม่ต้องสนใจอย่างอื่นอยู่แล้วนี่


แล้วยามิก็เปิด Dark Corridor ให้มาเลฟิเซนต์ทะลุเข้าไปในห้อง ๆ หนึ่ง ซึ่งมีเครื่องจักรประหลาดขนาดใหญ่อยู่ โดยมี Pod เปล่าตั้งอยู่ 7 อัน (เครื่องนี้ใน KH1 จะมี Pod 5 อัน)




มาเลฟิเซนต์ก็ถามว่าไอ้เนี่ยน่ะเหรอ (Ark)? ยามิก็ตอบว่าช่าย แล้วก็เปิด Pod เครื่องหนึ่งออกมาให้ แล้วบอกถ้าอยากรีบกลับยุคตัวเองก็เข้าไปเลย

แต่มาเลฟิเซนต์กลับกระหยิ่มยิ้มย่อง แล้วบอกว่าเธอไม่ได้รีบร้อนอะไร

ยามิก็บอกว่ารีบกลับบ้านโดยไม่อยู่สอดรู้สอดเห็นโดยไม่จำเป็น น่าจะดีกว่านะ.... (ถ้าป้ามาเลฟิเซนต์รีบกลับก่อนเห็นหน้าพวกแกนนำรุ่นสอง ก็จะไม่สามารถเป็นคนกลางให้พวกนั้นได้น่ะสิ)

ทันใดนั้น ก็มีเสียงกลไกเกิดประตูของห้องดังขึ้น.... ยามิพอได้ยินก็รีบแว้บหายตัวไปอย่างว่อง

ลอวเรียมเดินเข้ามาแสยะยิ้มแล้วหัวเราะ
"คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?"
"ถ้าตอบไม่เข้าท่า จะจัดการเลยดีมั้ย?"

ลอวเรียมชักคีย์เบลด La Vie en Rose ขึ้นมา... ส่วนป้าที่เคยโดนโซระเอาคีย์เบลดแบบนี้ทุบหัวแตกมาแล้ว ก็ยังกางแขนออกแล้วยิ้มสู้ ทำท่าแบบ สบายมว๊ากกกกก


https://youtu.be/2qvKKKERuuI
https://www.khinsider.com/news/-SPOILERS-Union-X-The-Plot-Thickens-16516