Saturday, December 15, 2018

Dissidia -Final Fantasy- NT อัปเดตเนื้อเรื่องใหม่ของยูน่า ล็อค ริโนอา คัมลานาท

สรุปเนื้อเรื่องคัตซีนเนื้อเรื่องที่ทำเพิ่มมาใหม่ของ Dissidia -Final Fantasy- NT ซึ่งอัปเดตเมื่อ 12 ธ.ค. 2018



[คัตซีนใหม่ - หน้าที่ของผู้ปกครอง]

คัมลานาท (FFXI) ยืนครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ตัวคนเดียว เขาก็เห็นกลุ่มก้อนพลังที่เกิดจากการปะทะของเหล่านักรบจากต่างโลก เลยพยายามจะทำอะไรบางอย่างกับมัน กอลเบซ่า (FFIV) เห็นเลยเข้ามาสต๊อปปุไว้

คัมลานาทชิงออกปากก่อนทันทีว่าเขาไม่ได้จะสูบ/ดูด/หรือแฮ๊ปพลังไป กอลเบซ่าเห็นก็มองออกว่าคัมลานาทปั่นป่วนพลังที่ก่อตัวขึ้น แล้วก็ด่าว่าช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยยย ในความคุ้นเคยกันอยู่ มันแฝงอะไรบางอย่าง..... ไม่ใช่ว้อยยยย

กอลบี้ซังบอกว่า หากปราศจากพลังก้อนนี้ สปิริตัสกับมาเทเรีย ก็จะไม่สามารถปกป้องโลก Dissidia จากการล่มสลายได้

คัมลานาทก็เถียงว่ามาเทเรียและสปิริตัสน่าจะเก็บความกรุณานั้นไว้กับตัว แทนที่จะเอามาใช้เพื่อค้ำจุนดินแดนอ้างว้างนี้ดีกว่ามั้ย?

กอลบี้ซังก็บอกว่ามันเป็นชะตากรรมของพวกเขาที่ต้องปกปักรักษาดินแดนแห่งนี้ และก็คงเกิดผลผลลัพธ์ตอบแทน เหมือนกับการเก็บเกี่ยวพืชผลในไร่นาของตนเอง

คัมลานาทก็ประชดประชัน ยอมหยวนว่าจะเชื่อละกัน แต่ก็ต้องข้อสงสัยว่า... พวกเทพนั้นจำเป็นต้องใช้คนจากต่างโลกช่วยเก็บเกี่ยวจริง ๆ เร้อ?

กอลบี้ก็บอกว่าถ้านายเจอสถานการณ์แบบนี้เข้ากับตัว จะไม่หาคนมาช่วยหน่อยรึไง?

คัมลานาทบอกว่าเขาก็คงหาคนมาช่วย แต่ถ้าเป็นเช่นนั้น พวกเขา (ที่มาช่วยสปิริตัสและมาเทเรีย) ก็สมควรได้รับการตอบแทนความพยายามอย่างเหมาะสมเช่นกัน เป็นผู้ปกครองก็มีภาระหน้าที่ต้องตอบแทนข้ารับใช้ ไม่ใช่รึไง?

ที่คัมลานาทพูด... คือคิดแบบคนปกตินั่นแหละ ไปช่วยงานใคร ก็ต้องได้รับการตอบแทน ไม่ใช่ช่วยเอาบุญและก็ไปตายเอาดาบหน้าเรื่อย ๆ เหมือนพวกพ่อพระตัวเอกทั้งหลาย...

กอลบี้จังเลยบอกว่า เก็บเรื่องนี้ไปต่อรองกับสปิริตัสเองละกัน สปิริตัส (ซึ่งก็เป็นคนมีเหตุผล) คงรับฟัง

กอลบี้จังบินหนีไปด้วยความไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วย... ปล่อยให้คัมลานาทที่ไม่พอใจ บ่นตามหลังว่า พ่อพระกันซะจริ๊งงงงงง

------------------------------------

[คัตซีนใหม่ - สหายเก่าและใหม่]

ล็อค (FFVI) ริโนอา (FFVIII) และยูน่า (FFX) เดินทางอยู่ด้วยกัน ริโนอากับยูน่าพึ่งมาถึงโลก Dissidia ในยุคนี้ได้ไม่นาน ส่วนล็อคมาถึงและได้เจอคนอื่น ๆ มาพักนึงแล้ว

ริโนอาเห็นยูน่าที่ท่าทางอ่อนล้าแต่กลับไม่ยอมพูดอะไร (ตามประสาสาวช่างทน เก็บความทุกข์ไว้กับตัว) ริโนอาเลยชิงพูดขึ้นแทนว่าเธอเหนื่อยแล้ว พักกันเถอะ ว่าแล้วเธอก็ชวนทั้งสองขึ้นไปพักกันบนเนิน

ริโนอา : ที่นี่แตกต่างจากที่ ๆ ฉันอยู่อย่างสิ้นเชิง ไม่เคยเห็นที่ไหนใหญ่โตกว้างขวาง แต่เงียบงันแบบนี้มาก่อน

ยูน่า : ที่นี่เงียบสงบ แต่ก่อนหน้านี้พวกเราพลาดไม่ได้เลย ต้องคอยระวังหลังตลอด (ใน Dissidia 012) นี่ก็ถือว่าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากเลยนะ

ริโนอา : ใช่เลย พวกเทพเขาเลิกต่อสู้กันแล้วจริง ๆ ตอนนี้เราเพียงช่วยพวกเขาสร้างสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาใหม่ ทั้งหมดนี้ก็ต้องขอบคุณฮีโร่คนอื่น ๆ อย่างเช่นเธอ ถูกมั้ย?

ล็อค : เขาว่ากันอย่างนั้น ซึ่งก็เชื่อถือได้ล่ะนะ

ริโนอา : เดี๋ยว... นายไปเจอพวกเขามาแล้วเหรอ?

ล็อค : ช่าย แต่นี่ก็พึ่งจะมาเดินเตร่เก็บความประทับใจแรก

ริโนอา : การได้รู้จักพบเจอผู้คนใหม่ ๆ คนที่คาดไม่ถึง นึกไม่ถึง หรือแบบอื่น ๆ ก็เป็นเรื่องดีเสมอ

ยูน่า : ใช่ค่ะ คราวก่อนนั้นแม้ว่าพวกเราจะแตกต่างกัน แต่ทุกคนก็มอบพลังให้ฉันก้าวข้ามสิ่งต่าง ๆ ไปได้ตลอดรอดฝั่งค่ะ

ริโนอา : อดใจรอพบหน้าทุกคนไม่ไหวแล้วสิ

ล็อค : ถ้ามุ่งหน้าไปทางโน้น (หอคอยของมาเทเรีย) ก็จะมีคนบรีฟเรื่องให้ฟัง ดูเหมือนทุกคนจะคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนั้นกันแล้ว

ยูน่า : งั้นเหรอคะ?

ว่าแล้วล็อคก็เลียนแบบท่าทางของพ่อบาก ด้วยการทำท่ายกกันเบลดไว้ด้านหลังระดับคอ แล้วก็เก็กเสียงเก็กหน้าเลียนแบบพูดว่า "มีคนนึงพูดว่าเราต้องสู้เพื่อช่วยเทพ 'เราต้องทำมิชชั่นให้สำเร็จ' อะไรแบบนั้น"

ริโนอาทำหน้ายิ้่มมั่นใจเต็มเปี่ยมแล้วบอกว่าเดาได้เลย ต้องเป็นคนที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดเวลาชัวร์ป๊าบ ฉันนี่คุ้นเคยกับคนพรรค์นี้ขั้นสุด

ด้านยูน่าก็บอกว่าให้เดินทางกันต่อ และพยายามเต็มที่ อย่าให้คลาดหลง

ริโนอา : ยูน่า... ล็อค... ขอบใจนะ

ริโนอา : ถ้าพวกเธอไม่มาเจอฉัน ฉันก็คง... จะสิ้นหวังไปแล้ว

ยูน่า : ไม่เป็นไรหรอก เป็นเพื่อนกันก็ต้องแบบนี้แหละค่ะ

ล็อค : แหงแซะ ในทางกลับกัน เธอก็คงจะช่วยพวกเราเหมือนกันอยู่แล้ว

ริโนอาลุกขึ้นมายิ้ม และวิ่งเข้าหาทั้งสอง ทั้งสามร่วมเดินทางกันต่อ

https://www.youtube.com/watch?v=5wsgJEglW88

No comments:

Post a Comment