Saturday, November 30, 2019

Hello World ภาพยนตร์บนจุดร่วมเดียวกับ Kingdom Hearts



"แค่อยากได้เห็นรอยยิ้มของเธอ อีกเพียงสักครั้ง... ก็ยังดี"

[บทนำ Hello World]

เทรลเลอร์ - https://youtu.be/_I95N52EeVg

Hello World เป็นเรื่องราวของนาโอมิ คาตางากิ หนุ่มขี้อายขาดความมั่นใจวัยมัธยมปลาย ที่วันหนึ่งก็ได้พบเจอกับตัวเองที่มาจากช่วงเวลา 10 ปีข้างหน้า ซึ่งมาบอกว่าเขาจะช่วยให้นาโอมิสมหวังในความรักกับรูริ อิจิเกียว หญิงสาวผู้เงียบขรึมและมุ่งมั่น

แต่หลังจากคบกับรูริเป็นแฟนได้ไม่นาน ยังไม่ทันจะถ่ายรูปด้วยกัน รูริก็ประสบอุบัติเหตุตายเสียก่อน นาโอมิที่มาจากอนาคตก็เลยอยากจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมนั้น ทำให้เกิดโลกที่รูริไม่ตายขึ้นมา... แม้จะไม่ได้ครอบครอง แต่อย่างน้อยก็อยากได้เห็นรอยยิ้มของเธออีกสักครั้ง...

แล้วเทรลเลอร์ก็ยังบอกแต่แรกเลยว่า... เรื่องราวในโลกที่กำลังจะถูกแก้ไขนั้น คือ Data World...

ถึงตรงนี้ แฟน Kingdom Hearts อย่างผมและหลาน ก็คงหูผึ่งกันขึ้นมาทันที

[เปรียบเทียบกับ Kingdom Hearts]

ในจักรวาล Hello World นั้นมี element หลายอย่างที่เหมือนกับจักรวาล Kingdom Hearts เรียกได้ว่ามันคือคอนเซปต์ไอเดียเดียวกัน เล่นประเด็นคล้ายคลึงกัน เช่น

- ทั้ง 2 เรื่องต่างมีการพัฒนาเทคโนโลยีนำข้อมูลที่บันทึกไว้มาสร้างเป็น Data World เช่นเดียวกัน

- ใน KH มี Master of Master ชายผู้มองเห็นอนาคต และเขาได้เอาอนาคตที่เห็นมาเขียนเป็น "ตำราพยากรณ์" และนำตำราฯ นั้นมาแปรสภาพเป็น Data World ในภาค χ ขึ้นมา โดยเรื่องราวใน Data World ส่วนใหญ่นั้นถูกล็อคไว้ไม่ให้แก้ไขได้ และเรียกเรื่องราวที่จะต้องเกิดขึ้นแน่นอนว่า "โปรแกรมแห่งชะตากรรม"

- ทว่าใน Hello World กระบวนการเกิด Data World นั้นแตกต่างออกไป แต่ก็ตำราฯ ที่บันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ไว้ เทียบเคียงกับตำราพยากรณ์ของ Master of Master ได้เหมือนกัน และมีเรื่องราวที่ควรจะต้องเกิดขึ้นเหมือนกับ Term "โปรแกรมแห่งชะตากรรม" ของ Kingdom Hearts เหมือนกัน

- ใน KH มี "เบรน" ชายที่ประกาศว่าตัวเองจะเป็นไวรัส ที่ Overwrite โปรแกรมแห่งชะตากรรม

- ใน Hello World ก็มีนาโอมิที่มาจากอนาคต ที่อยากจะ Overwrite ข้อมูลใน Data World เช่นกัน

- ใน KH มี Bug ที่เกิดจากการทับซ้อนของข้อมูลที่ดำรงอยู่ในคนละช่วงเวลา ใน Hello World ก็มีเหมือนกัน

[ความประทับใจ]

ตั้งแต่ได้ยินคำว่า Data World กระเด็นเข้าหู ผมก็ตั้งใจว่าจะต้องไปดูหนังเรื่องนี้ให้ได้ ยิ่งเมื่อรู้ว่าเป็นเรื่องราวของคนที่พยายาม Overwrite ชะตากรรม ก็ยิ่งรู้สึกถึงความกาวและภาพใบหน้ายิ้มกวน ๆ ของเท็ตสึยะ โนมุระกับ Kingdom Hearts ก็ลอยโชยมา

พอไปดูแล้ว ถึงเห็นว่าเรื่องมันไม่ได้มีประเด็นแค่นี้ แต่ยังมีโค้งหักศอก รออยู่อีกเยอะ... ซึ่งไอ้โค้งหักศอกที่ว่า เมื่อถึงเวลาที่ Kingdom Hearts Union χ ค่อย ๆ คลี่คลายเรื่องราวในภายภาคหน้า มันก็อาจจะเป็นมุกเดียวกันกับ Hello World

คำถามแรกที่น่าจะเกิดกับแฟน Kingdom Hearts ทุกคนตั้งแต่ดูเทรลเลอร์ก็คือ... เกิดอะไรขึ้นบนโลกแห่งความจริง? และบทสรุปในโลกแห่งความจริงเป็นอย่างไร?

ทั้งหมดนั้นมีคำตอบ รอให้คุณไปค้นหา อยู่ในโรงภาพยนตร์

นี่เป็นเรื่องที่เปิดจินตนาการมาก ๆ ผมโคตรจะแนะนำเป็นพิเศษ ให้แฟน Kingdom Hearts ที่ติดตามเนื้อเรื่องล่าสุดในภาค Union χ ไปดู รวมถึงคนที่ยังมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะทำความเข้าใจกับเนื้อเรื่องทั้งหมดในอนาคตของ Kingdom Hearts คุณควรที่จะไปรับชมเพื่อขยายจินตนาการให้กว้างขึ้น เพื่อให้มองเห็น Possibility แบบใหม่ ๆ และเพื่อเก็บ Element ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในเรื่องอื่น ๆ ซึ่งอาจจะได้ใช้ในการรับมือความกาวของคุณโนมุระ ต่อไปในอนาคต

ผมเดินออกจากโรงมา ได้ยิ้มแก้มปริอย่างมีความสุข และหวังว่ารอยยิ้มนั้นจะปรากฏอยู่กับพวกคุณหลังเรื่องราวสิ้นสุดลงเช่นกัน

Thursday, November 28, 2019

Based on a True story? Final Fantasy XIV : Daddy of Light


Based on a True story?

ช่วงนี้ได้ยินคำนี้บ่อย เลยนึกถึงประเด็นนึงที่ติดค้างมาตั้งแต่ช่วงปลายกันยายนที่หนัง Final Fantasy XIV : Daddy of Light, Hikari no Otou-san หรือ Brave Father Online -Our story of Final Fantasy XIV- เข้าฉาย

เลยอยากพูดสั้น ๆ ถึงความแตกต่างในตอนที่อาคิโอะเปิดเผยให้พ่อตัวเองรู้ว่า ไมดี้ซังที่เล่นเกมกับพ่อทุกวันมานานนับเดือน คือตัวเขาเอง

----------------------------------------------------------
Spoiler Alert มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์
----------------------------------------------------------

1. ในเวอร์ชั่นเรื่องที่เจ้าของเรื่องเขียนลงใน Blog - หลังปราบทวินทาเนียได้ เขาก็บอกก็สารภาพบอกไปว่าเขาเป็นลูกของพ่อเอง แต่ข้อความตอนนั้นมันไหลไวมาก พ่อเขาอ่านไม่ทัน แต่เขาเข้าใจผิดว่าพ่ออ่านไปแล้ว และยังเรียกเขาว่าไมดี้ซังอยู่

ในขณะนั้นเขาเลยสรุปไปเองว่า แม้จะเป็นพ่อ-ลูกกันในชีวิตจริง แต่ในเกม เราต่างก็คือไมดี้ซัง และอินดี้ซัง เป็นอีกตัวตนหนึ่ง แล้วก็ให้เรียกกันแบบนั้นไป ไม่ต้องแสดงออกว่าเป็นพ่อลูกกัน

แต่พอออกเกม แล้วเดินมาคุยกับพ่อ... ปรากฏว่าถึงได้รู้ว่าเมื่อกี้พ่ออ่านข้อความที่เขาสารภาพไม่ทัน เลยต้องเล่าอธิบายกันใหม่ พอพ่อทราบความจริงแล้วค่อยอึ้งไป


2. ในเวอร์ชั่น TV Series - หลังปราบทวินทาเนียได้ เมื่ออาคิโอะสารภาพความจริงกับพ่อ แต่อาคิโอะพูดไม่ชัดเจน พ่อก็เลยงง ๆ ว่าคนที่ไมดี้ซังเรียกว่าพ่อ หมายถึงใครกันนะ แล้วก็ทำเป็นมองหา... อาคิโอะก็มองว่าพ่อนี่ซื่อจังเลย....

แต่ไม่นาน พ่อที่นั่งกดเกมอยู่ด้านล่างของบ้าน ก็ปะชะวิ๊งขึ้นมาได้เองว่าไมดี้ซัง ก็คืออาคิโอะ และพ่อที่ว่าก็คือตัวเขาเอง... แล้วก็แหงนมองขึ้นไปด้านบนที่เป็นห้องของอาคิโอะ


3. ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ - ผมดูไปรอบเดียว จำได้ราว ๆ ว่าพออาคิโอะสารภาพความจริงกับพ่อแล้ว พ่อที่นั่งปวดทรมานเพราะโรคร้ายอยู่ก็เก็ตในทันที พ่อไม่ได้นั่งมึนแบบเวอร์ชั่น 1,2 แล้วทั้งสองก็ซึ้งดราม่าน้ำตาไหล ประเทประทังความทรงจำในอดีตขึ้นมา จนพ่อบอกว่าสัญญาในวัยเด็กที่ว่าจะไปตีบอสด้วยกัน ในที่สุดก็ fulfill แล้วนะ...


ความจริงของเรื่องนี้ เป็นอย่างไรเราก็คงไม่อาจจะทราบได้เนอะ

กระทั่งในเวอร์ชั่นที่เจ้าของเรื่องเล่าลง Blog เอง ผมก็คิดว่าเขาคงมีแต่งเติมอะไรลงไปบ้าง เพื่อให้เรื่องมันมีสีสันน่าสนใจขึ้น

พอเรื่องราวใน Blog ถูกทำเป็น TV Series ...เนื้อหาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ให้มีความบันเทิงขึ้น เหมาะกับการนำเสนอคนหมู่มาก และเหมาะกับโลกธุรกิจมากขึ้น

พอแปลงร่างมาเป็นภาพยนตร์ คนที่ได้เห็นเรื่องนี้เวอร์ชั่น Blog และ TV Series มาก่อน ก็คงคิดเปรียบเทียบความแตกต่างทั้งทางด้านเนื้อหา การเล่าเรื่อง การกำกับ ฯลฯ และเห็นพ้องต้องกันว่าเวอร์ชั่นภาพยนตร์นี้บิวด์เรื่องราวให้ดราม่า น้ำหูน้ำตาไหลที่สุด แม้ว่าเราจะรู้ทั้งรู้ ว่ามันเกิดจากการดัดแปลงเรื่องจริง ให้ไกลห่างความจริงออกไปเรื่อย ๆ ก็เหอะ



ส่วนตัวแล้ว ผมชอบเวอร์ชั่น TV Series ที่สุดนะ ละครมันถูกทำมาให้เล่นกับการทิ้งช่วงของเวลา 7 วันในแต่ละตอน แล้วก็ค่อย ๆ บิ้วด์ความสัมพันธ์ ให้คนดูกับตัวละครค่อย ๆ ผูกพันกันไปอย่างช้า ๆ เป็นธรรมชาติ พอผ่านไป 7 วันเราได้ดูละครตอนใหม่ เราก็จะได้เห็น Progress ในการเล่นของตัวพ่อในอีก 7 วันถัดมาพอดี มันให้ความรู้สึกราวกับว่าระหว่าง 7 วันนั้นพ่อก็มีชีวิตอยู่ในที่ใดที่หนึ่งของโลก แล้วก็กำลังนั่งเล่นเกมนี้อยู่แหละ (แน่นอนว่าคนที่มาดูทีหลัง แล้วดูบน Netflix รวดเดียว 7 ตอน ก็อาจจะเสียอรรถรสในส่วนนี้ไป)

แน่นอน เขียนแบบนี้ ก็จะต้องมีคนบอกว่าเวอร์ชั่นภาพยนตร์ต่างหากที่ดีที่สุด 5555 ซึ่งผมก็ไม่แย้ง เพียงแต่ว่าผมถูกจริตกับเวอร์ชั่น TV Series มากที่สุดแหละครับ

Tuesday, November 26, 2019

โนมุระยันแล้ว! บอสสุดท้าย FFVII Remake เป็นบอสใหม่!

Square Enix ปล่อยภาพ Promotional Art, Artwork และ Screenshot ของ Final Fantasy VII Remake ออกมาชุดใหญ่ โดย 2 ภาพที่โดดเด่นที่สุดในนั้นคือ Promotional Art ของแอริธและแบร็เร็ต ซึ่งเป็นการรีเมกภาพ Wallpaper ประจำตัวอันโด่งดังของแต่ละตัวละครสมัย PS1 ขึ้นมาใหม่ (ก่อนหน้านี้ทำของคลาวด์ไปแล้ว)



มีจุดน่าสนใจว่า ภาพต้นฉบับของแอริธจริง ๆ ต้องแหงนหน้ามองเรือเหาะไฮวินด์... แต่เข้าใจได้ว่าเนื้อเรื่องใน Final Fantasy VII Remake Part 1 ยังไม่ได้ไปถึงจุดที่เจอไฮวินด์ ก็เลยยังไม่ได้ออกแบบขึ้นมาใหม่ (เอิ๊ก...)

นอกจากนี้ก็มีข้อความแนะนำเกมจากทีมงานหลักอีก 11 ชีวิต ซึ่งเดี๋ยวค่อยมาย่อยให้ฟังอีกที แต่ที่น่าสนใจคือตอนนี้ คุณโมโตมุ โทริยามะ อดีตผู้สร้างมินิเกมเรือดำน้ำใน FFVII Original, ผู้กำกับ FFX และซีรีส์ FFXIII ได้มาเป็น Co-Director ของ FFVII Remake ด้วยแล้ว โดยแกรับผิดชอบในส่วน Scenario

ข้อความจากทีมงาน
JP - https://www.inside-games.jp/article/2019/11/26/125936.html
EN - https://square-enix-games.com/en_GB/news/final-fantasy-vii-remake-developers

ภาพอื่น ๆ มีทั้ง
- เมนูอัปเกรด Buster Sword
- มินิเกมปาลูกดอก
- มนต์เรียกอสูรโจโคโบะ-ม็อก มีให้ใช้ในมิดการ์เลย
- คลาวด์ใช้ท่า Blade Beam (ของเดิมเป็น Limit 2 ท่าแรก)
- กราฟฟิกโซนบ้านของแอริธ และโบสถ์
- ฯลฯ

ดูเพิ่มเติมได้จาก
- https://blog.eu.playstation.com/2019/11/25/new-final-fantasy-vii-remake-screens-feature-moogles-weapon-abilities-materia-mini-games-and-more
- https://dengekionline.com/articles/18721
- https://game.watch.impress.co.jp/docs/news/1220293.html
- https://www.jp.playstation.com/blog/detail/9169/20191126-ff7r.html

ข้อมูลระบบใหม่อย่างนึงใน FFVII Remake

Weapon Ability


- อาวุธแต่ละชิ้นจะมีอบิลิตี้เฉพาะตัว (นึกถึง FFIX และ LRFFXIII เลย) อย่างใน Buster Sword มีท่า Focused Thrust อยู่

- เมื่อใช้อาวุธชิ้นใดต่อสู้ไปเรื่อย ๆ แล้ว ค่า Proficiency (ความชำนาญ) จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น เมื่อค่านี้เต็ม 100% ตัวละครก็จะได้อบิลิตี้ของอาวุธนั้น ติดตัวไปใช้ถาวร (เอ่อ... นี่มันระบบ FFIX)

- อาวุธมีค่าสเตตัสของมัน และมีเลเวลของอาวุธ เราสามารถอัปเกรดเลเวลอาวุธ เพื่อเพิ่มสเตตัส หรือเพิ่มช่องใส่มาเทเรียได้

- Buster Sword เขียนรายละเอียดว่า ดาบเล่มโตซึ่งรับสืบทอดความหวังของผู้ที่เคยใช้มันต่อสู้มาก่อน....



ใน Final Fantasy VII Remake Part 1 มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการได้รับมาเทเรียมนต์เรียกอสูรต่าง ๆ ไปจากเกมภาคออริจินอลมากมาย และยังมีอสูรใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาด้วย

นอกจากก่อนหน้านี้ที่มีการเปิดเผย Ifrit และ Shiva เวอร์ชั่นรีเมกไปแล้ว ล่าสุดก็มาถึงคิว Chocobo/Mog มาเทเรียมนต์เรียกอสูร ซึ่งเดิมทีเป็นมนต์อสูรแรกของเกม ที่จะได้เมื่อไปถึงฟาร์มโจโคโบะ

ท่าโจมตีที่โชว์ในภาพ ล้วนเป็นท่าใหม่สำหรับภาครีเมก

- Mog Bomb ยิงลำแสงไฟฟ้าออกมา

- Stampede เรียกฝูงโจโคโบะมารุมกระทืบ


ระบบมนต์เรียกอสูรในภาครีเมก เมื่อเราติดตั้งมาเทเรียมนต์เรียกอสูรให้กับตัวละคร จะมีเกจพิเศษเพิ่มขึ้นมา เมื่อสะสมเกจนี้จนเต็ม ก็จะสามารถเรียกอสูรออกมาได้ โดยมันจะต่อสู้แบบ Auto แต่เราสามารถใช้เกจ ATB สั่งให้อสูรใช้ท่าพิเศษออกมาได้ (เหมือน FFXV Episode Ardyn) ระหว่างต่อสู้เกจอสูรจะลดลงไปเรื่อย ๆ และก่อนที่เกจจะหมด มันก็จะใช้ท่าไม้ตายส่งท้าย ก่อนจะหายไป

สิ่งที่ถูกเปลี่ยนชื่อเล็ก ๆ น้อย ๆ ใน FFVII Remake

- มาเทเรีย Sense เปลี่ยนเป็น Assess (การประเมิน)


- ท่า Blade Beam (Limit Break ขั้น 2 ท่าที่ 1 ของคลาวด์) เปลี่ยนชื่อเป็น Blade Burst


ข้อมูลตัวละครที่เปิดเผยเพิ่มขึ้นมา

- บิ๊กส์ เป็นคนที่เฉียบขาดและมีความสามารถสูงสุดในกลุ่ม Avalanche ชุดปัจจุบัน รับผิดชอบด้านการวางแผน ค่อนข้างหยวนยอมเวลาที่แบร์เร็ตเกรี้ยวกราด เป็นคนสะอาดสะอ้าน ชอบอาบน้ำและรักษาความสะอาด


- เวจด์ เป็นคนใช้คอนเนคชั่นและสเน่ห์ในการวบรวมข้อมูลให้ทีม มีนิสัยประนีประนอมกับศัตรู และยังมีหน้าที่เป็นคนทดสอบชิมเมนูใหม่ให้กับบาร์ 7th Heaven เป็น Mood Maker ของทีม Avalanche


- เจสซี ฝ่ายจัดหาของ Avalanchde คอยเตรียมยุทธภัณฑ์ทุกอย่างสำหรับการทำภารกิจ ทั้งระเบิด, ID ปลอม เจสซียังทีทักษะทางวิศวกรรม การผลิต และยังขายเครื่องกรองน้ำเป็นรายได้เสริมเข้าทีม เป็นคนที่ที่ห่วงใยคนอื่น และแพ้ผู้ชายหล่อ ๆ



โยชิโนริ คิตาเสะ (ผู้อำนวยการสร้าง)

- ตั้งแต่เริ่มเดินสายโปรโมตเกมรอบโลก เริ่มตั้งแต่ FFXIII ในปี 2009 ก็โดนนักข่าวและแฟนคลับถามตลอดว่าเมื่อไหร่จะรีเมค Final Fantasy VII?

- ถึงจุดหนึ่ง เลยต้องท่องประโยคเอาไว้ชิงพูดก่อนจะถูกถามเลยว่า "ถ้าเราจะรีเมกมันขึ้นมาในตอนนี้ ก็คงจะต้องสร้างข้อมูลปริมาณมหาศาลมาก ใครจะไปรู้ว่ามันต้องใช้เวลาสร้างกี่ปี แต่เมื่อ 'ถึงเวลานั้น' เราอาจจะลงมือทำในสักวันหนึ่ง!"

- ในที่สุด เวลานั้น ที่ว่าไว้ ก็มาถึงแล้ว

เท็ตสึยะ โนมุระ (ผู้กำกับ)

- ในอดีตเคยให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่มีตัวละครใหม่ แต่นั่นหมายถึงพวกตัวละครหลัก, เกมจะมีพวกตัวละครย่อยรอง ๆ ลงมาเพิ่มขึ้นมาท่วมมิดการ์

- คุณอาจจะคิดว่า Final Boss ของเกมซึ่งจบแค่หนีออกจากมิดการคือหุ่น Motor Ball (ภาครีเมกเปลี่ยนชื่อเป็น M.O.T.O.R.) แต่ในเวอร์ชั่น Remake Part 1 จะมีบอสใหม่โผล่มาสร้างความตื่นเต้นให้เนื้อเรื่องแทน

- เริ่มทำ Part ต่อไปแล้วนะ และมั่นใจว่า Part 1 จะทำให้แฟน ๆ คาดหวังกับภาคต่อไปมากยิ่งขึ้น ก็เหมือนกับโลกกว้างที่รอคอยอยู่นอกมิดการ์

คาสึชิเงะ โนจิมะ (คนเขียนสคริปต์)

- FFVII ฉบับออริจินอล ใช้การนำเสนอภาพแบบการ์ตูน และผู้เล่นได้ใช้จินตนาการของตัวเองเติมเต็มเนื้อเรื่องในส่วนที่พรรณาได้ไม่สมบูรณ์เข้าไป ดังนั้นคนเล่นแต่ละคน เมื่อดูฉากเดียวกัน ก็ได้ข้อมูลไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาแต่ละคนจะตีความยังไง

- แต่ในภาครีเมกนี้ พอเทคโนโลยีการนำเสนอภาพก้าวหน้าขึ้น ก็เหลือที่ว่างให้ผู้เล่นได้ใช้จินตนาการเติมเต็มลดลง มันทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนไปเลย คนที่เล่นตัวเกมต้นฉบับมาอาจจะรู้สึกแปลกไปก็ได้ คุณโนจิมะเองก็รู้สึกกลัวเรื่องนี้

- แต่ว่าความเปลี่ยนแปลงนี้ ก็จะทำให้คุณรู้สึกถึงสายสัมพันธ์ที่มีต่อคลาวด์เพิ่มมากขึ้น เข้าใจเขามากขึ้น

โมโตมุ โทริยามะ (ผู้กำกับร่วม ในส่วนเนื้อเรื่อง)

- บอกว่าสมัยนู้น เขาเป็นคนสร้างตัวละครรองอย่าง จอห์นนี่ และผู้จัดการชินระด้วยนะ คอยจับตาดูลุคใหม่ของพวกเขาให้ดีล่ะ

- ส่วนซ่องผึ้งน้อยใน Wall Market เราได้คืนชีพขึ้นมาใหม่ ให้เป็นวิหารแห่งความสุขในแบบที่เมื่อก่อนไม่อาจสัมผัสได้แบบนั้น แน่นวล

- ไหนจะฉากคลาวด์แต่งหญิงอีก ขอให้ดูกันอย่างมีฟามสุข

Saturday, November 23, 2019

Arendelle ที่โดนัลด์ได้ปกป้องเอาไว้...


วันนี้ไปเยี่ยมชมความเป็นอยู่ของ Arendelle หนึ่งในโลกที่โดนัลด์ปกป้องไว้ ในภาพยนตร์ Frozen 2 มาแล้วครับ

//กด Switch on - Kingdom Hearts Filter ก่อนการรับชม

หลังจากที่เมื่อต้นปี ฮาร์ทเลสยักษ์ Sköll ได้นำความมืดบุกเข้ามาปกคลุม Arendelle หมายจะกลืนกินทุกอย่างตกสู่ความมืดให้สิ้น ในขณะที่เอลซ่าและแอนนากันกำลังดราม่าชีวิตกันอยู่ แต่ด้วยความร่วมมือระหว่างผู้มาเยือนจากต่างโลก - โดนัลด์ กู๊ฟฟี่ โซระ พร้อมด้วยยักษ์น้ำแข็งของเอลซ่า ทั้ง 4 ก็ร่วมกันปกป้องดินแดนที่มีเจ้าหญิงแห่งหัวใจถือกำเนิดขึ้นพร้อมกันถึง 2 คนเอาไว้ได้

อันที่จริงเอลซ่าเป็น Black Mage ที่เก่งกาจคนหนึ่ง แม้อาจจะไม่เทียบเคียงพวกจอมเวทย์ระดับตำนาน แต่ก็ถือว่าเป็นคนที่พัฒนาทักษะเวทย์มนต์สายน้ำแข็งสายเดียวไปให้ถึงขีดสุด

โอเคว่าในขณะที่พวกโซระ อควอ โดนัลด์ ใช้เวทย์สายน้ำแข็งได้เต็มที่แค่ Blizzagan (Blizzard ขั้น 4) หรือ Freeze

แต่ในเกม Kingdom Hearts Union χ เรียกท่าที่เอลซ่าใช้ว่า "フリージングトリック" หรือ Freezing Trick

ฟังชื่อแล้วดูงง ๆ แต่เอาเป็นว่ามันน่าจะเป็นขั้นสูงกว่า Freeze ที่พวกนั้นใช้ และผมคิดว่าอาจจะเทียบเคียงได้กับ Diamond Dust ของ Shiva

จริง ๆ ในเมื่ออาณาจักร Arendelle มีจอมเวทย์ระดับนี้อยู่ ก็น่าจะสบายหายห่วง แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวงได้ไม่ยาก...

แต่ว่าพลังของเอลซ่ามันมาจากไหน? ทำไมแอนนาที่เป็นน้องสาวถึงไม่มี? และถ้าโลกนี้มีจอมเวทย์ที่มีพลังระดับนี้อยู่แล้ว จะยังมีคนอื่นที่มีพลังแบบเดียวกัน? จากต้นกำเนิดแบบเดียวกันอีกหรือไม่?

แท้จริงแล้วเอลซ่าเป็นใครกันแน่.....

นั่นคือเรื่องที่รอให้คุณไปหาคำตอบกันใน Frozen 2

ซึ่งมันก็เป็นหนังเพลง ที่ร้องเพลงกันไปครึ่งเรื่อง แล้วก็ดำเนินเรื่องแบบเอื่อย ๆ ไปเรื่อย ๆ ไม่ได้บู๊ล้างผลาญกันแบบหนังแอ็คชั่นหรือ Avengers แต่เป็นหนังที่ค่อย ๆ คลี่คลายความเป็นมาในอดีต ทั้งเรื่องของรุ่นพ่อแม่ ดินแดนรอบนอกเมือง

จริง ๆ เปิดเรื่องภาคนี้มา ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟใน Arendelle ก็แปรปรวนเลย... ฟังดูโคตรจะ Old School Final Fantasy ที่จู่ ๆ ความมืดก็มาเยือน แล้วแสงจากคริสตัลทั้ง 4 ก็ดับลง เป็นเหตุให้ผู้กล้าต้องออกเดินทางเพื่อนำแสงสว่างกลับคืนสู่คริสตัล.... แต่โชคดีที่เอลซ่าไม่ต้องไปทำแบบนั้น

โดยรวมแล้วผมเฉย ๆ กับเนื้อเรื่องทั้ง 2 ภาค มันไม่ใช่แนวและไม่ถูกจริตเท่าไหร่ หลาย ๆ ฉากผมว่าหนังสามารถขยี้อารมณ์หรือสร้างความระทึกได้มากกว่านี้ แต่เรื่องนี้ก็ทำได้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไปไม่สุด เนื้อเรื่องก็เดาทางง่ายจนเกินไป

แต่ว่า... มันก็เป็นเรื่องเบาสมองง่าย ๆ ที่อยากให้แฟน Kingdom Hearts และแฟน Frozen กลับไปดูครับ ยังไงดูแล้วก็อบอุ่นหัวใจ ออกจากโรงมาแล้วยิ้มได้ประหนึ่งไปดูโดราเอมอนหรือหนัง GTH ออกมายังไงยังงั้นเลย...

ป.ล. มี Post Credit Scene หลังหนังจบด้วยนะ... 

Friday, November 22, 2019

คิตาเสะเผยฉากที่อยากย้อนกลับไปแก้ไขที่สุดใน Final Fantasy VIII


ย่อยบทสัมภาษณ์ Final Fantasy VIII Remastered ล่าสุดระหว่างโยชิโนริ คิตาเสะ อดีตผู้กำกับตัวเกมภาคออริจินอลบน PlayStation 1 และทีมงานนิตยสาร Game Informer ซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสารดังกล่าวฉบับที่ #319

---------------------------------------
คอนเซปต์ของ Final Fantasy VIII
---------------------------------------

คิตาเสะบอกว่า Final Fantasy VII มีภาพลักษณ์ที่ค่อนข้าง Dark, ซีเรียสและหนักหน่วง ดังนั้นตั้งแต่เริ่มทำ FFVIII ทีมงานเลยอยากทำเกมที่เบาสบายกว่าทั้งภาพและโทน ก็เลยมานั่งคุยกันว่าทำยังไงถึงจะได้เนื้อเรื่องแฮปปี้สบาย ๆ ก็เลยคิดถึงเรื่องราวสมัยเป็นนักเรียน

บางทีอาจไม่ใช่ทุกคนหรอกที่จะมีช่วงเวลาดี ๆ สมัยเป็นนักเรียน แต่เมื่อมานั่งจับเข่าคุยกับคุณโนมุระ ก็ได้ข้อสรุปว่าเรื่องราวของเด็กในโรงเรียนเนี่ยดีแล้ว จะเป็นเรื่องราวที่เบิกบานชัวร์

---------------------------------------
ไม่ได้รู้สึกกดดันที่ต้องสานต่อความสำเร็จ
---------------------------------------

คิตาเสะบอกว่าตอนนั้นก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันประสบความสำเร็จล้นหลามอะไร ก็แค่รู้สึกว่าคนทั่วโลกมีโอกาสได้เล่นมันกันเยอะขึ้นก็เท่านั้น เลยไม่ได้รู้สึกกดดัน แต่ก็อยากจะทำเกมให้เป็นที่ดึงดูดสนใจของคนทั่วโลกมากขึ้นแหละ

---------------------------------------
ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงทำสิ่งใหม่ ๆ
---------------------------------------

คิตาเสะบอกว่าระหว่างพัฒนาเกม ไม่ได้กังวลหรอกว่าแฟน ๆ จะคิดยังไงกับระบบดรอว์เวทย์, ระบบ Junction แต่ที่กังวลคือภาคก่อนหน้านั้นเราสร้างเรื่อวราวของฮีโร่ผู้กู้โลกมาตลอด พอภาคนี้มาทำเป็นเรื่องราวดราม่าในโรงเรียน ก็ค่อนข้างเกรงว่ากระแสมันจะออกมาเป็นยังไง

สมัยนั้นทุกคนไม่ได้มีอินเตอร์เน็ตกัน การจะดูกระแสตอบรับของเกม ก็ต้องอ่านจากรีวิวและจดหมายที่แฟน ๆ ส่งเข้ามา

ซึ่งก่อนหน้า FFVIII จะออกมา เกม RPG ส่วนใหญ่ก็มีแต่ตีมอนฯ หาเงิน ฟาร์ม EXP ฟาร์ม Level ซ้ำไปซ้ำมา

ก็เลยมีจดหมายจากแฟน ๆ ส่งตามหลัง FFVII มาว่า "ถึงเวลาที่จะทำสิ่งใหม่ ๆ แล้วรึยัง? เราอยากจะเห็นระบบใหม่ ๆ"

ดังนั้นแทนที่จะรู้สึกกังวล ทีมงานกลับรู้สึกว่าอยากจะลองทำอะไรใหม่ ๆ มากกว่า

---------------------------------------
โนมุระเคยบอกว่า FF คือลังของเล่นเด็ก
---------------------------------------

คิตาเสะเล่าว่าในค่ายมีการประชุมใหญ่กันทุกเดือน และทีมงานทุกทีมต้องรายงานความคืบหน้าของโปรเจคท์ที่กำลังทำอยู่

ครั้งหนึ่งในการประชุม คุณคิตาเสะก็ได้ถามคนที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้าง Final Fantasy ว่า "Final Fantasy คืออะไร?"

แล้ววันนั้นคุณโนมุระก็ตอบว่า มันเหมือนมีใครสักคนเทลังของเล่นเด็กออกมาให้ของเล่นกระจายเกลื่อนพื้น หมายความว่าในลังนั้นอุดมไปด้วยของเล่นอันหลากหลายให้เราเลือกเล่นได้ คุณคิตาเสะก็คิดเห็นตรงกันเช่นนั้น

---------------------------------------
เมื่อเข้าใจ Draw และ Junction แล้วจะสนุกกับมัน
---------------------------------------

สมัยก่อน Final Fantasy VIII ขายดีมากจนเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ แต่รีวิวที่ออกมามันก็ดีแย่ผสมกัน

คุณคิตาเสะคิดว่าคนที่ไม่แฮปปี้กับเกมในตอนนั้น ก็เพราะพวกเขาเจอระบบที่ไม่คาดหวัง หรือไม่ได้เตรียมตัวรับมือสิ่งแปลกใหม่มาก่อน อย่างจากที่เคยตีมอนสเตอร์แล้วได้เงิน ก็กลายมาเป็นระบบรับเงินเดือนเงี้ย แต่ในทางตรงกันข้ามระบบใหม่ ๆ มันก็จะเป็นจุดดึงดูดใหม่ ๆ

ซึ่งคุณคิตาเสะคิดว่าระบบ Draw และ Junction เป็นระบบที่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ แต่เมื่อเข้าใจแล้วก็จะสนุกไปกับมัน... ทุกวันนี้เวลาเล่นเน็ตแล้วเจอกระทู้ทำนองว่า "ที่จริงแล้ว FFVIII มันสนุกนี่หว่า!" แกก็จะชอบเข้าไปอ่านความมันส์ในนั้น...

---------------------------------------
สิ่งที่ FFVIII ขาดไปคือการสื่อสารกับผู้เล่น
---------------------------------------

คุณคิตาเสะบอกว่าสื่อฝั่งญี่ปุ่นนั้นไม่ค่อยวิจารณ์เกมกันโผงผางรุนแรงเท่าไหร่ แล้วสมัยนั้นทีมงานก็ไม่ได้ไปทัวร์ประชาสัมพันธ์ FFVIII รอบโลก (แบบที่ทำกันในสมัยนี้) ถ้าฝั่งตะวันตกจะรีวิวอัดกันรุนแรง นั่นก็เพราะเราไม่ได้ออกไปเผชิญหน้าหาพวกเขา แล้วในตอนนั้นการที่ผู้เล่นจะหาข้อมูลวิธีการเล่นเกม มันทำได้ยาก เว้นแต่จะมีหนังสือบทสรุป

ถ้าเกมมันออกมาในช่วงที่คอมมูฯ ในอินเตอร์เน็ตก่อร่างสร้างตัวกันแข็งขันแบบในปัจจุบันนั้น ผู้เล่นก็จะแบ่งปันข้อมูลการเล่นกันได้เต็มที่ ซึ่งมันอาจจะทำให้มุมมองที่แฟน ๆ มีต่อเกมเปลี่ยนไป

คิตาเสะรับว่าสมัยนั้นสิ่งที่ FFVIII ขาดไป ก็คือการถ่ายทอดระบบใหม่ ๆ ของเกมให้ผู้เล่นฟังอย่างมีประสิทธิภาพ

---------------------------------------
โนมุระเป็นคนอาสาทำฉากเปิดเกมเอง
---------------------------------------

คุณคิตาเสะบอกว่าฉากเปิดเกมเป็นฝีมือของคุณโนมุระแทบทั้งหมด คุณโนมุระคิดคอนเซปต์และมาพูดว่า "ผมอยากทำ" แล้วก็ไปวาดสตอรีบอร์ดมาให้ และกำกับซีนเองเสร็จสรรพ

ในประเทศญี่ปุ่นเอง พวกชมรมตามโรงเรียนต่าง ๆ จะมีวัฒนธรรมในการฝึกซ้อมรอบเช้าก่อนเข้าเรียน ฉากเปิดเกมนี้ที่ดูเหมือนเป็นการต่อสู้ ก็คือการฝึกรอบเช้าเนี่ยแหละ

นอกจากนี้โนมุระยังเป็นคนออกแบบกันเบลดเอง ตอนที่แกออกแบบตัวละคร ก็จะออกแบบอาวุธให้ตัวละครไปด้วย ตอนแรกคุณคิตาเสะเห็นกันเบลดก็นึกว่าเป็นอาวุธที่เป็นได้ทั้งปืนและดาบ (แบบ Blaze Edge ของไลท์นิ่ง) แต่คุณโนมุระก็บอกว่าไม่ใช่แบบนั้น แต่เป็นการเพิ่มพลังพิเศษจากปืนลงไปในอาวุธ

---------------------------------------
Triple Triad ได้แรงบันดาลใจจากความนิยมของ Magic: The Gathering 
---------------------------------------

ส่วนมินิเกมไพ่ Triple Triad คุณคิตาเสะบอกว่าตอนนั้นเขาอยากสร้างมินิเกมที่แพร่หลายไปทั่วโลกของ FFVIII ตอนนั้น Magic: The Gathering พึ่งออกมาและกำลังดังระเบิดระเบ้ออยู่ ก็เลยเกิดความคิดว่าควรทำให้การ์ดเกมเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมหรือประเพณีที่แพร่หลายอยู่ทั่วโลกและสืบสานต่อมาจากอดีต

นอกจากนี้เวลาเล่น Magic กับเพื่อน เราก็มีการแลกเปลี่ยนการ์ดกันเพื่อปั้นเด็คของตัวเองให้แกร่งขึ้น หรืออย่างกติกาการเล่น กฎที่เล่นกันที่นี่ก็อาจจะต่างจากกฎที่คนในโอซาก้าเล่นกัน การใส่องค์ประกอบเหล่านี้ลงไปในเกมด้วยก็จะทำให้มันสมจริงขึ้น

ทั้งนี้กติกาของการ์ด Triple Triad ออกแบบโดยทาคาโยชิ ทาคาซาโตะ ซึ่งปัจจุบันทำงานอยู่ในทีม Luminous Production ตอนนั้นเขาเป็น Planner ของ FFVIII

---------------------------------------
ยืนยันเรื่องที่เนื้อเรื่องฝั่งลากูน่าถูกตัดออกไป
---------------------------------------

คุณคิตาเสะยังเปิดเผยอีกว่าตอนที่เริ่มพัฒนา FFVIII วางแผนให้เนื้อเรื่องของลากูน่ากับสคอลล์ มีความยาวพอ ๆ กัน ขนานกันไป แต่ภายหลังเรื่องราวของสคอลล์กลายเป็นเนื้อเรื่องหลัก พวกเหตุการณ์เรื่องราวของลากูน่าจึงถูกตัดออกไป

(สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ระหว่างคาสึชิเงะ โนจิมะ กับแฟมิซือเมื่อเดือนก่อน - http://re-ffplanet.blogspot.com/2019/10/ffviii-ffvii-ff-indy.html)

---------------------------------------
ถ้าย้อนกลับไปแก้ได้ อยากจะแก้....
---------------------------------------

คุณคิตาเสะบอกว่ามีซีนหนึ่งระหว่างสคอลล์และริโนอา ที่ Fisherman’s Horizon แกจำไม่ได้แล้วว่าคุยอะไรกัน แต่ริโนอาไปกวนใส่สคอลล์ สคอลล์ก็เลยเหวี่ยงมือใส่เธอ แต่เธอก็หลบทัน

ในตอนนั้นกระทั่งคุณโนจิมะ (คนเขียนบทสนทนา) ก็ยังพูดว่าสคอลล์ไม่ควรทำแบบนั้นนะ ผู้ชายไปตีผู้หญิงมันไม่ดีหรอก... ก็ถ้าย้อนกลับไปได้ คิตาเสะก็อยากเอาฉากนี้ออกไป


----------------------------------

****ฉากนี้คือฉากที่ริโนอาพยายามบอกสคอลล์ว่า ให้เปิดใจพูดกับคนอื่นมากขึ้น อยากให้เชื่อใจ และพึ่งพาเพื่อนพ้องให้มากกว่านี้

ริโนอา : สคอลล์ จากนี้ไปเธอจะต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ อีกมากมาย พวกเราคุย ๆ กันแล้ว และคิดว่าเธอจะต้องพยายามรับมือกับปัญหาทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวแน่เลย

สคอลล์ : (ก็น่าจะ)

ริโนอา : พวกเค้ารู้จักเธอดีนะ ฉันก็เหมือนกัน แม้ว่าจะได้รู้จักกันไม่นานเท่าไหร่ แต่รู้มั้ย เวลาที่เธอคิดมาก เธอมักจะขมวดคิ้วแบบนี้...

พูดถึงตรงนี้สคอลล์ก็ก้มหน้าแล้วยกมือขึ้นแตะหน้าผากขมวดคิ้ว จังหวะเดียวกับที่ริโนอาก็เลียนแบบท่าเครียดของสคอลล์ด้วยท่วงท่าลีลาพอดีเป๊ะ

สคอลล์หันไปมองเห็นริโนอากำลังเลียนแบบท่าของตัวเอง จึงเหวี่ยงมือไปใส่ราวกับจะปัดไปให้พ้น ๆ แต่ริโนอาม้วนตัวหลบทัน แล้วหันมาหัวเราะคิกคักใส่

สคอลล์ : อย่ายุ่งน่า

ริโนอา :  เดี๋ยวสิ! ขอโทษน่า! แค่จะบอกว่า... เธอรับมือกับปัญหาทุกอย่างเองคนเดียวไม่ได้หรอก นั่นแหละ! ก็แค่ปลดปล่อยออกมา! อะไรก็ได้... อยากให้เธอพูดกับเราให้มากขึ้นเท่านั้นเอง ถ้ามีอะไรอยากจะบอกพวกเรา หรือมีอะไรให้พวกเราช่วยได้ อย่าลังเลที่จะพูด ฉันรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็อยากให้เธอเชื่อใจ และพึ่งพาพวกเรา ให้มากกว่านี้นะ

KH Union χ อัปเดตเมดัลเซฟิรอธเวอร์ชั่น Dissidia


Kingdom Hearts Union χ อัปเดตเมดัลใหม่วันนี้เป็นเมดัลเซฟิรอธ เวอร์ชั่น Dissidia -Final Fantasy- Arcade

คุณโนมุระยังคงรักษาคอนเซปต์เดิม คือเมื่อไหร่ก็ตามที่ปล่อยเมดัลเซฟิรอธเวอร์ชั่นใหม่เข้ามาในเกมนี้ มันจะกลายเป็นเมดัลที่เก่งที่สุดในเกม แบบก้าวกระโดดไปยัง Step ใหม่อีกขั้นนึงทันที

สำหรับเมดัลเทอร์ร่านอร์ทสัปดาห์ก่อน มีพลังโจมตีสูงสุด 39,463 แต่ของเซฟิรอธพากระโดดไป 43,500 โดยมีอบิลิตี้บัฟพาวเวอร์ STR ทั้งเทิร์นอีก 2,500

เซฟิรอธมีค่าตัวคูณดาเมจแปรผันตาม HP ที่เหลือของผู้เล่น โดยเมื่อพลังเต็ม จะมีตัวคูณสูงสุด x80.64

บัฟพลังโจมตี ธาตุมืด และพาวเวอร์ 15 | ดีบัฟพลังป้องกัน ธาตุมืด และพาวเวอร์ 15

โจมตี 3 ครั้ง โอกาสตีทะลุเกราะ 30%

SB (อบิลิตี้ที่ 2) บัฟกิลท์ 300% สูงที่สุดในเกมแล้ว แถมยังบัฟพาวเวอร์ STR อีก 5,000 ตัวคูณดาเมจ 220

อวยกันซะขนาดนี้ แถมยกให้เป็นตัวละครที่เก่งที่สุดในเกมภาค χ อยู่เสมอแบบนี้.... ถ้า Kingdom Hearts ภาคถัดไปยังไม่เอาเซฟิรอธกลับมาอีก คงต้องแช่งชักหักกระดูกคุณโนฯ กันจริง ๆ จัง ๆ ล่ะ

ลานแห่งสงครามคีย์เบลด


คลิปสำรวจฉากแบบ Out of Bounds (ออกนอกกำแพงล่องหน) ใน Kingdom Hearts III ตัวล่าสุดที่แชนแนล 13th Vessel ทำไว้


ล่าสุดแกพาไปทัศนศึกษา ลานต่อสู้ระหว่างผู้ใช้คีย์เบลดทั้งหมดเมื่อครั้งอดีตกาล ซึ่งก็มีคีย์เบลดปักพื้นมากมายมหาศาล เมื่อมองจากด้านบนลงมาเห็นเป็นวงกลมที่มีกากบาทเว้นว่างไว้ให้ไปยืนถ่ายรูปอยู่ตรงกลาง

ดีไซน์แบบนี้ มันเหมาะจะสร้างฉากที่มีคนรออยู่ตรงกลาง แล้วก็มีคนเดินเข้ามาจากทางแยกที่เหลือ ซึ่งก็คือฉาก Secret Movie ของภาค 2 และ 3 แต่ก็รองรับสูงสุดได้ไม่เกิน 5 คนเท่านั้น

แวบแรกผมนึกว่าวงกลมที่ถูกแบ่งออกเป็น 4 Quarter นั้นคือภาพแทนของยูเนียนทั้ง 4 ที่เข้าต่อสู้กัน โดยประกอบด้วยยูเนียนของอิรา อินวี กุลา อาเซ็ด

แต่คิดไปคิดมา... ยูเนียนของอวาก็เข้าต่อสู้ในสงครามด้วยนี่หว่า... กระทั่งในสงครามคีย์เบลด อวาก็ยังเข้าร่วมต่อสู้ด้วย ทั้งที่ตัวเองเป็นคนพูดปาว ๆ อยู่ว่าให้พวก Dandelion (กลุ่มพิเศษที่รวบรวมคนฝีมือดีจากแต่ละยูเนียนที่อุดมการณ์ตรงกันมารวมกัน) หนีไปยังต่างโลก (Data World) แต่ตัวเองดันกลับเข้าต่อสู้เสียเอง แถมพอเราถามว่าทำไมถึงพูด-ทำย้อนแย้งกันเอง อวาก็บอกว่าไม่ใช่เรื่องที่เราต้องรู้....

ดังนั้นไอ้เรื่องที่ว่าแต่ละ Quater คือภาพแทนของแต่ละยูเนียนก็ไม่น่าจะใช่ เพราะมันก็ปะทะกันทั้ง 5 ยูเนียนนั่นแหละ

ทว่าผมค่อนข้างเชื่อว่าเรื่องราวตัวตนของ 5 ยูเนียนที่เปิดตัวในปี 2013 (KH X) เป็นสิ่งที่คุณโนมุระ มาคิดขึ้นเอาหลังปี 2010 (KH Birth by Sleep)

ถ้าย้อนกลับไปดู Xehanort's Report ในภาค Birth by Sleep ซึ่งมีบรรยายถึงสงครามคีย์เบลดในครั้งอดีตไว้ ซึ่งคำบรรยายนั้นน่าจะสะท้อน plot สงครามคีย์เบลดแบบแรกที่คุณโนมุระคิดขึ้นมา (ก่อนจะค่อย ๆ มา retcon เติมรายละเอียดทีหลัง)

เซอานอร์ทบันทึกลงในรายงานฉบับที่ 4 ว่า "The Keyblade wielders' great war over Kingdom Hearts was fought by defenders of the light, servants of darkness, those who sought to reconcile the two, and those motivated by nothing more than lust for power."

คือแบ่งเป็น 4 ฝ่าย
- ผู้พิทักษ์แสงสว่าง
- ข้ารับใช้ความมืด
- ผู้ประสานสองฝั่ง
- ผู้กระหายซึ่งพลัง

ซึ่งมันก็ไปลงตัวกับวงกลมที่ประกอบด้วย 4 Quarter พอดี ผมเลยว่าในไอเดียแรกของแก แต่ละ Quarter ก็แทนด้วยผู้ใช้คีย์เบลดแต่ละฝ่ายจากทั้งหมด 4 ฝ่าย

แต่ทีนี้ในเมื่อภายหลังแกมาแต่งเพิ่มว่ามันเป็นการต่อสู้ระหว่าง 5 ยูเนียน แทนที่จะเป็น 4 ฝ่าย.... เราลองมาหยอดกันดูว่าแกนนำยูเนียนทั้ง 5 คนที่เข้าร่วมสงครามคีย์เบลด แต่ละคนเป็นฝ่ายไหน

- ผู้กระหายซึ่งพลัง : ยูเนียนของอาเซ็ดแน่นอน 100%
- ผู้ประสานสองฝั่ง : มีแนวโน้มจะเป็นยูเนียนของอวา
- ผู้พิทักษ์แสงสว่าง : เป็นได้ 2 คนทั้งยูเนียนของอิราและยูเนียนอินวี...

- ข้ารับใช้ของความมืด...............

หวยกลับมาลงที่แกอีกแล้ว กุลาาาา

Tuesday, November 19, 2019

หลับให้สบายนะ Wii



กำลังนั่งจัดห้องอยู่ เห็น Wii ที่ไม่ได้เปิดเล่นมา 2 ปี เลยลองเปิดดู

ผลการทดสอบ เหมือนจะเจ๊งกะบ้งเรียบร้อย
ตอนนี้มีอาการ เปิดได้ไม่เกิน 3 นาทีแล้วมันจะค้าง
ค้างแบบตอนสมัยเครื่อง Famicom ค้างไปเลยน่ะ

เข้าใจว่าไปตามอายุขัย... (แม้ว่า pc หรือ ps3 ที่ผมซื้อมาก่อนหน้า Wii มันจะยังสุขภาพแข็งแรงดีก็เถอะ)

แต่ก็อดที่จะเสียใจไม่ได้

คงไม่ได้เอาไปซ่อมแล้ว ซ่อมมาก็คงไม่ได้เล่น คงต้องเก็บเข้ากรุอย่างเดียว

ขอบใจที่มี Wii Sport หรือเกมตีแบด ชกมวยออกมาให้เล่น (ที่วันแรกเล่นแบบเหงื่อท่วมตัว แต่เล่นไปเล่นมาเหลือแค่เขย่าข้อมือพอประมาณ)

Final Fantasy Crystal Chronicle The Crystal Bearers (ชื่อจะยาวไปไหน) เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก

ไหนจะพวกไบโอฯ อัมเบรลลาโครนิเคิล มาริโอ้ ไทโกะ และเกมห่านจกปวกอีกมากมาย

ไม่รู้ว่าเครื่องของคนอื่นที่ซื้อมาในยุคเดียวกันเป็นไงบ้าง แต่ของผมปลดระวางเรียบร้อย พักให้สบายนะ

--------------------------
ซื้อมา 10 ธ.ค. 2009
ปลดระวาง - 2019

Sunday, November 17, 2019

Life is Stange 2 เรื่องราวของความรวดร้าวหดหู่ใจ


Life is Strange 2 Episode 5 (จบภาค) จะเปิดให้เล่นวันที่ 3 ธันวาคม 2019

ผมพึ่งจะมีเวลาหยิบ Episode 4 มาเล่นจบเมื่อกี้

เนื้อเรื่องภาคนี้นี่ชวนอารมณ์ดิ่งมาก ตั้งแต่ตอนแรกยันตอนล่าสุด เต็มไปด้วยเรื่องสะเทือนใจตลอดทาง มีแต่เรื่องปวดร้าวหัวใจ

บ่อยครั้งผมก็เฝ้าวิงวอนว่าอยากให้อีแมกซ์ ตัวเอกหญิงจากภาคแรกโผล่ออกมาช่วยสักที เพราะปัญหานานัปการบนโลกมันแก้ได้ด้วยพลังย้อนเวลาของอีแมกซ์

แต่อีแมกซ์ก็ไม่เคยได้มีเค้าลางว่าจะโผล่มา และสงสัยคงจะไม่ได้โผล่มาแล้วกระมัง

นี่คือเรื่องราวของสองพี่น้องที่ประสบเหตุ เข้าใจผิดกับตำรวจ พ่อโดนยิงตาย น้องระเบิดพลังแฝงออกมาทำให้เกิดความโกลาหลวุ่นวาย สองพี่น้องตกเป็นผู้ต้องสงสัย เลยเดินเท้าหนีตายหัวซุกหัวซุนเพื่อจะข้ามจากอเมริกาไปเม็กซิโก ระหว่างทางมีทั้งโดนคนแปลกหน้าทำร้าย เข้าใจผิด กดขี่ เหยียดชาติพันธุ์ แต่ก็ได้รับความรักและมิตรภาพจากเพื่อนใหม่ ที่ผ่านเข้ามาและก็จากไป

แม้จะหดหู่และรวดร้าวกว่าภาคแรกมาก แต่ก็ยังคงการนำเสนอแบบสุนทรีย์อาร์ต ๆ ตามสไตล์ของ Life is Strange

เกมจะออกตอนสุดท้ายมาปิดภาคสองแล้ว ใครยังไม่เคยลิ้มลอง นี่คือโอกาสที่จะซื้อตอน 1-4 มาเล่น แล้วมาจบตอนสุดท้ายในวันที่ 3 ธันวาคม 2019 ไปพร้อม ๆ กันครับ

ตำรวจญี่ปุ่นรวบผู้ต้องสงสัยข่มขู่คุกคามผู้พากย์เสียงทิฟา


ตำรวจญี่ปุ่นจับกุมผู้ต้องสงสัยชายและหญิงที่ส่งข้อความข่มขู่คุกคาม อายูมิ อิโต ผู้พากย์เสียงทิฟาที่ปัจจุบันอายุ 39 ปี

โดยผู้ต้องสงสัยหญิงจากไอจิวัย 25 ปี เคยเขียนคอมเมนต์คุกคามลงเว็บไซต์เอเยนต์ของคุณอายูมิหลายอย่าง ตัวอย่างเช่น "ฉันเกลียดแกจนอยากจะฆ่าให้ตาย" ในวันที่ 8 มิถุนายน 2019 แล้วก็บอกให้ถอนพรีวิวหรือรายการของผู้พากย์เสียงทิฟาไปจากจอให้หมด เป็นเหตุ ให้ช่วงนั้นเธอต้องไปถอนรายการออกจริง ๆ เพื่อปลอดภัยไว้ก่อน

ส่วนของผู้ต้องสงสัยชายจากฮอกไกโดวัย 39 ปี ได้ส่งข้อความไปยัง Square Enix วันที่ 11 มิถุนายน 2019 บอกให้เปลี่ยนคนพากย์เสียงตัวละครที่พากย์ด้วยอายูมิ และบอกว่า "อยากจะเอามีดควักลูกตามันออกมา"

ตอนนี้อยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวนตัวผู้ต้องสงสัยทั้งสองคน

Friday, November 15, 2019

SQEX เผยชื่อ 5 ยอดโคตรมินิเกมแห่ง Final Fantasy


Square Enix ชงเองกินเองมาให้ว่า 5 ยอดโคตรมินิเกมใน Final Fantasy (แบบไม่เรียงลำดับ) ประกอบไปด้วย

- น็อคติสตกปลา (Final Fantasy XV)
- โจโคโบะขุดดินหาของ (Final Fantasy IX)
- Gunner's Gauntlet ยูน่ายิงปืนฝ่าออกไปยังหาดบีไซด์ (Final Fantasy X-2)
- โจโคโบะเรซซิ่ง (Final Fantasy XIV)
- Triple Triad โอเระโนะทาน (Final Fantasy VIII)

ดูรายชื่อแล้วก็ อืมมมมมม.... นะ

ส่วนตัวถ้าถามถึงมินิเกมในความทรงจำอันประทับใจ อย่างแรกสุดที่ผุดออกมาสำหรับผมคือ การควบโจโคโบะแข่งกับ "โจ" สุดยอดจ๊อกกี้หมวกดำที่ควบโจโคโบะดำ "เทโอ" ซึ่งมันถูกตั้งสเตตัสมาให้สูงกว่าโจโคโบะที่เราใช้อยู่หน่อย ๆ เสมอ... โอกาสที่โจจะโผล่มาลงแข่งด้วยมีน้อยแล้ว แต่การลุ้นว่าเราจะเอาชนะเขาได้หรือไม่ ก็สนุกยิ่งกว่า (Final Fantasy VII)

นอกนั้นชื่อมินิเกมที่พอจะให้ความรู้สึกดี ๆ ที่ผุดตามมาก็พวกชู๊ตบาส โดดเชือก ขับรถไฟเหาะ สเฟียร์เบรก ขับแมงกะไซ G-Bike... (ทำไมส่วนใหญ่มีแต่ภาค 7 ที่ทำให้ประทับใจวะะะะ)

Square Enix ชงเองกินเองมาให้ว่า 5 ยอดโคตรมินิเกมใน Final Fantasy (แบบไม่เรียงลำดับ) ประกอบไปด้วย

- น็อคติสตกปลา (Final Fantasy XV)
- โจโคโบะขุดดินหาของ (Final Fantasy IX)
- Gunner's Gauntlet ยูน่ายิงปืนฝ่าออกไปยังหาดบีไซด์ (Final Fantasy X-2)
- โจโคโบะเรซซิ่ง (Final Fantasy XIV)
- Triple Triad โอเระโนะทาน (Final Fantasy VIII)

ดูรายชื่อแล้วก็ อืมมมมมม.... นะ

ส่วนตัวถ้าถามถึงมินิเกมในความทรงจำอันประทับใจ อย่างแรกสุดที่ผุดออกมาสำหรับผมคือ การควบโจโคโบะแข่งกับ "โจ" สุดยอดจ๊อกกี้หมวกดำที่ควบโจโคโบะดำ "เทโอ" ซึ่งมันถูกตั้งสเตตัสมาให้สูงกว่าโจโคโบะที่เราใช้อยู่หน่อย ๆ เสมอ... โอกาสที่โจจะโผล่มาลงแข่งด้วยมีน้อยแล้ว แต่การเรียนรู้จนกว่าจะไปถึงจุดที่เอาชนะเขาได้ ก็สนุกยิ่งกว่า (Final Fantasy VII)

นอกนั้นชื่อมินิเกมที่พอจะให้ความรู้สึกดี ๆ ที่ผุดตามมาก็พวกชู๊ตบาส โดดเชือก ขับรถไฟเหาะ สเฟียร์เบรก ขับแมงกะไซ G-Bike... (ทำไมส่วนใหญ่มีแต่ภาค 7 ที่ทำให้ประทับใจวะะะะ)

ไอ้ที่ประหลาด ๆ แล้วจำได้ว่าสนุก ท้าทายก็มีอีกเช่น

- มินิเกมใส่ตัวเลขลงไปในช่องสมการ เพื่อให้สมการถูกต้อง ของริเดีย

- มินิเกมนั่งสมาธิของโรซ่า ที่ให้เราเอาสไตลัสจิ้มค้างไว้ ให้ได้จำนวนเสี้ยววินาทีตามที่เกมกำหนดให้ เป๊ะ ๆ

- มินิเกมเอาดาบฟันต้านศัตรูไม่ให้เข้ามาได้ของเซซิลก็สนุก
รวม ๆ แล้วพวกมินิเกมประจำตัวละครของภาค NDS ทำให้ผมค่อนข้างชอบได้นะเนี่ย

แต่ถ้าถามถึงมินิเกมที่เกลียดแบบไม่เผาผีกันเลยนะ... เล่นได้ไอเทมแล้วบอกลากันเลย...

- โดดหลบสายฟ้าาาาาาา (FFX)

- ขี่โจโคโบะเก็บลูกโป่ง (FFX)

- ขับเรือดำน้ำมืด ๆ (FFVII)

และถ้าจะมีอันนึงที่หลอนประสาทผมที่สุดแล้ว เป็นอันที่สร้างความลำบากใจให้ตอนเล่นมากที่สุด ทำให้เสียเวลาอยู่นานที่สุด เล่นผ่านได้หลังสุด และไม่อยากเล่นโดยไม่จำเป็นอีกแล้วมากที่สุด

เอาไปเลยรางวัลถังขยะทองคำ - มินิเกมจับผีเสื้อ (FFX)

KHUχ ตอนแมสเซจที่เบรนได้รับมา

อัปเดตเนื้อเรื่องล่าสุดของ Kingdom Hearts Union χ สุดยอดเกมแห่งการเล่าเรื่องกระโดดไป ๆ มา ๆ อย่างไม่รู้จบ

ตอนล่าสุดนี้... มาถึงก็เปิดด้วยคำว่า "4 ปีก่อน"

เบรน (บรรพบุรุษของมาสเตอร์เอราคุส) กำลังนอนพักอยู่บนเนินเขาของ Daybreak Town แต่แล้วมาสเตอร์อวา ก็โผล่มาเล่าให้เบรนฟังถึงเรื่องสงครามคีย์เบลดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การอยู่รอดหลังสงครามของของกลุ่ม Dandelion, การอพยพไปยัง Data World และบอกว่าเบรนจะต้องรับบทบาทเป็น 1 ในแกนนำยูเนียนรุ่นใหม่ในอนาคต พร้อมมอบสมุดแห่งกฎ (สมุดปกเขียว) ให้กับเบรนที่นอนฟังอยู่

ตอนแรกเบรนก็บ่ายเบี่ยงว่าเขาไม่เหมาะจะเป็นผู้นำหรอก แต่อวาก็ชี้ว่ามาสเตอร์ออฟมาสเตอร์เป็นคนแต่งตั้งเบรน ให้เป็น 1 ใน 5 แกนนำเองนะ

เบรนได้ยินก็เด้งขึ้นมาฟังด้วยความสนใจ และเริ่มเปิดสมุดปกเขียวดูว่าในกฎนั้นมีอะไรบ้าง? แกนนำอีก 4 คนที่มาสเตอร์ฯ เลือกไว้เป็นใคร?

อวาบอกว่าเธอบอกไม่ได้ และไม่ให้พวกว่าที่แกนนำรู้ตัวและติดต่อกันก่อนจะเกิดสงคราม ไม่งั้นสถานการณ์จะเปลี่ยนกลายเป็นอะไรที่คาดเดาไม่ได้

เบรนฟังแล้วก็ว่า... มันเหมือนถูกมาสเตอร์ฯ วางแผนไว้แล้วเลยว่าจะให้เรื่องราวกลายเป็นแบบไหน ฟังแล้วโคตรรร น่าสงสัยเลย

อวานั่งลงข้างเบรนแล้วถามความเห็นว่าคิดยังไงหากว่าชะตากรรมของโลกนั้นถูกลิขิตเอาไว้แล้ว? เบรนก็บอกว่าถ้าอนาคตเป็นไปตามแผนเป๊ะ ก็คงน่าเบื่อแย่

อวาเลยบอกว่าแต่ทุกอย่างมันคงไม่ได้เป็นไปตามแผนหรอก คนเราหากรู้เรื่องในอนาคตแล้ว (ด้วยการอ่านตำราพยากรณ์) จะทำยังไงล่ะ? ถ้าเราเปลี่ยนแปลงมันได้ก็คงทำใช่มั้ยล่ะ?

เบรนเริ่มงงและถามว่า หากอนาคตเปลี่ยนไป.... มันจะกลายเป็นว่าเราได้เขียนทับ ทำให้ข้อความในตำราเปลี่ยนไปด้วยใช่มั้ยนะ? ถ้าไม่เปลี่ยนก็คงดูแปลกแย่

อวาบอกเราก็ไม่รู้ว่าถ้าเปลี่ยนแปลงอนาคตไปแล้วจะเป็นยังไง แต่การที่เราไม่รู้ก็แปลว่ามันมีอนาคตที่ไม่ได้ถูกวางแผนเอาไว้อยู่ด้วย

แล้วอวาก็ควักเอาตำราพยากรณ์เล่มหนึ่ง ขึ้นมามอบให้เบรน บอกเบรนว่ามาสเตอร์ฯ ให้มอบตำราพยากรณ์นี้ให้ว่าที่แกนนำคนหนึ่งที่เขาได้เลือกเอาไว้ โดยก่อนหน้านี้มาสเตอร์ฯ ได้เขียนชื่อแกนนำ 5 คนลงกระดาษ และวงแดงรอบชื่อคนที่จะให้ตำราฯ ซึ่งคนที่ได้ตำราฯ ไปก็คือเบรน


จากนั้นก็อวาก็ควักกระดาษที่มีชื่อว่าที่แกนนำ 5 คนนั้นขึ้นมา แล้วเสียบเข้าไปในตำราพยากรณ์เล่มที่มอบให้เบรน

อวาบอกว่าเธอสอดกระดาษที่เฉลยชื่อแกนนำ 5 คนไว้ในหน้าที่ชี้ชะตาอนาคต เมื่อถึงเวลาที่เบรนต้องเปิดตำราฯ หน้านั้น เบรนก็จะเข้าใจความหมายที่แท้จริงเอง (เบรนก็จะรู้ว่าใครที่มาสเตอร์ฯ ไม่ได้เลือกให้เป็นแกนนำ แต่กำลังสวมรอยเป็นแกนนำแทนสเตรลิตเซียอยู่)

เบรนรับปากว่าเขาจะพยายามไม่เปิดดูหน้านั้นจนกว่าจะถึงที่สุด อวาก็บอกว่าเธอเชื่อว่าเบรนรู้ว่าเมื่อไหร่คือเวลาอันเหมาะสม

-------------------------

กลับมาที่ปัจจุบัน เบรนนั่งอยู่ในห้องประชุมของเหล่าโหร กำลังนั่งโยกเก้าอี้อยู่มุมห้องที่เป็นมุมประจำของเขา และครุ่นคิดว่าจะเปิดดูหน้านั้นเลยดีมั้ยนะ?

แล้วลอวเรียมก็เข้าปรึกษาเรื่องส่วนตัว ที่ว่าจะมาหารือกับเบรนตั้งแต่ต้นปี แต่นี่ปลายปีแล้ว พึ่งจะได้มาถาม...

ลอวเรียมเล่าให้ฟังว่าจิริธีของเอลเรน่าบอกว่าก่อนจะหายตัวไป สเตรลิตเซียบอกว่าอยากจะช่วยใครบางคนให้รอดจากสงครามคีย์เบลดที่จะเกิดขึ้นด้วยการชวนเขาเข้ากลุ่ม Dandelion ซึ่งเขารู้แล้วว่าคือตัวอวตารของผู้เล่น แต่ครั้งสุดท้ายที่ลอวเรียมเจอสเตรลิตเซีย เธอก็ยังลังเลอยู่ว่าจะเข้าร่วมกลุ่ม Dandelion ดีมั้ย? แล้วอะไรเป็นสิ่งที่ทำให้เธอตัดสินใจจะเข้าร่วม พร้อมไปชวนผู้เล่นเข้ากลุ่ม Dandelion อย่างกะทันหันขึ้นมาล่ะ? มันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาก่อน เป็น Trigger ให้เธอตัดสินใจ?

เบรนเลยบอกว่า ขอเวลาเขาส่วนตัวนะ จะลองคิดอะไรบางอย่างดู (อาจจะลองเปิดดูเฉลยละว่า ในชื่อแกนนำ 5 คนที่ถูกแต่งตั้งมา มีใครบ้าง?)

-------------------------

สลับมาที่ด้านมาเลฟิเซนต์กับยามิ ที่เปิด Corridor of Darkness วาร์ปมาถึง Daybreak Town แล้ว เลยยามิยืนยันว่าหนทางในการกลับสู่ยุคที่มาเลฟิเซนต์เดินทางมา อยู่ในโลกนี้แหละ

-------------------------



ทางด้านตัวอวตารของผู้เล่นยังคงไล่ตามราฟ ที่น่าจะเป็นต้นตอของ Block Noise (Bug) มาจนถึง Candy Kingdom

ด้านราฟเองก็เดินตามหาเหรียญรางวัล Hero ที่ไปติดอยู่บนต้นไม้ แต่วาเนโลปี้มาหยิบเอาเหรียญรางวัลไป

หลังวาเนโลปี้หยิบเหรียญรางวัลไป ก็เกิดอาการ Bug ขึ้นกับเธอ ทำให้เธอวาร์ปไปมาแบบควบคุมไม่ได้ จนผู้เล่นที่กำลังตามหาราฟอยู่ผ่านมาเจอ... พอผู้เล่นเข้าใกล้เธอปุ๊บ อาการ Bug ก็หายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ


วาเนโลปี้บอกว่าเธอเป็นนักแข่งรถ และการแข่งกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว อยากให้เราช่วยพาเธอไปส่งที่สนามแข่งด้วยกันหน่อย


---------------------------

[วิเคราะห์]

ในความเข้าใจผม เหตุการณ์ที่ trigger ให้น้องนก ตัดสินใจเข้าร่วม dandelion 100% และเลือกแหกขี้ตาตื่นมาชวนผู้เล่นไปเข้า dandelion ด้วย ก็คือการที่อวามาหาเธอ แล้วบอกให้เธอเป็นหนึ่งในแกนนำยูเนียนรุ่นใหม่ด้วย

แปลว่าลำดับเหตุการณ์ที่น่าจะเป็นคือ
>น้องนกทราบเรื่อง dandelion/สงคราม แต่ยังลังเลจะเข้า
>น้องนกคุยกับลอวเรียม ลอวเรียมเห็นว่านกยังลังเลอยู่
>อวามาบอกให้น้องนกเป็นว่าที่แกนนำด้วย
>ลอวเรียมไม่รู้เรื่องที่อวามาบอกให้น้องนกเป็นแกนนำ
>น้องนกตกลงเป็นว่าที่แกนนำ และจะไปชวนผู้เล่นเข้ากลุ่ม
>น้องนก โดนลอบสังหาร

ดังนั้น ถ้าเบรนเปิดสมุดเล่มนั้น แล้วพบว่ามีชื่อน้องนกเป็นหนึ่งในแกนนำ ก็จะปะติดปะต่อได้ว่า สิ่งที่ trigger ให้เธอตัดสินใจเข้า dandelion ก็คือการถูกเลือกเป็นแกนนำ / และเบรนก็จะรู้ไปพร้อมกันว่าใครที่มาสเตอร์ฯ ไม่ได้เลือก แต่กำลังสวมรอยเป็นแกนนำแทนน้องนกอยู่

Final Fantasy 9 ภาคและ KH สารพัด ReMix เตรียมลง Xbox Game Pass

จากงาน Microsoft X019 ที่ลอนดอนเมื่อคืนที่ผ่านมา



- อิจิโระ ฮาซามะ ประกาศว่ามีเดโม Kingdom Hearts III ออกให้ Xbox One และ PS4 สามารถโหลดมาฟรีได้เลย เป็นเดโมดาว Olympus กับ Toy Box ซึ่งสำหรับเดโมดาว Olympus นั้นสามารถเอาเซฟหลังเล่นจบไปใช้ในเกมจริงต่อได้ เดโมนี้จึงออกมาเผื่อคนที่สนใจจะเข้าสู่ซีรีส์นี้ในอนาคต

- ทั้งนี้ในเดโมจะมี Memory Archives คลิปสรุปเรื่องราวที่ผ่านมาให้ ส่วนตัวเกม KH III จริงก็มีอัป Patch 1.06 แก้บั๊คและเรียง Main Menu ใหม่นิดหน่อย

- ด้านชินจิ ฮาชิโมโตะ ประกาศว่า Kingdom Hearts -HD I.5 ReMix-, -HD 2.5 ReMix- และ -HD 2.8 Final Chapter Prologue- จะลง Xbox One และ Xbox Game Pass ในปี 2020

- เช่นเดียวกับ Final Fantasy 9 ภาค ที่จะลง Xbox Game Pass ในปี 2020 เช่นกัน

- ส่วน Final Fantasy XIV ก็อยู่ระหว่างการเจรจาให้มาลง Xbox Game Pass

https://www.theverge.com/2019/11/14/20964604/final-fantasy-microsoft-xbox-game-pass-vii-viii-ix-x-zodiac-age-remaster-xiii


Friday, November 8, 2019

กำลังจะครบรอบ 15 ปี Kingdom Hearts -Chain of Memories-


เห็นเมื่อคืน Kingdom Hearts Union χ อัปเดตเมดัลใหม่ เป็นโซระร่างสไปรท์ใน Kingdom Hearts -Chain of Memories- (GBA / 2004)

สมัยนั้นผมอยู่ ม.6 พอดี เป็นช่วงที่เอนท์ติดไปแล้ว คะแนนสบายหายห่วง เลยได้พก GBA ไปนั่งเล่นที่โรงเรียน แล้วสูดอ๊อกซิเจนพร้อมหายใจทิ้งไปวัน ๆ จนหมดเทอม

ยังจำได้ว่าเป็นเกมที่เฟรมเรทฉิบหายวายป่วงมาก โดยเฉพาะช่วงตีบอสท้ายเกม ที่เฟรมตกจนเล่นแล้วเหนื่อยใจ

แต่นอกจากเรื่องเฟรมแล้ว ก็เป็นเกมที่เล่นแล้วสนุกมากในยุคนั้น ได้จัดเด็ค ได้ใช้ท่าโจมตีหลากหลาย ได้เห็นสกิลการแต่งเรื่องของคุณโนมุระภายใต้ข้อจำกัดของลิขสิทธิ์ทำให้ต้องต้องเอาเอาฉากจากหนัง Disney ที่ปรากฏใน KH ภาคแรกมาใช้ซ้ำ โดยคุณโนมุระก็แต่งให้โซระต้องผจญภัยในปราสาทหลงลืม ที่ห้องต่าง ๆ จะปรากฏภาพสะท้อนจากความทรงจำของโซระออกมา

ภาคนั้นเป็นการปรากฏตัวของกลุ่มจูซังคิคังครั้งแรก ซึ่งทำให้เรารู้ว่าพวกคนชุดดำนั้นไม่ได้มีแค่คนเดียว ไหนจะมีทั้งการทรยศกันภายในกลุ่ม มีความเป็นเอกเทศระหว่างกัน มีการจับกลุ่มย่อยภายในระหว่างคนที่สนิทกัน

มาย้อนดูตอนนี้แล้วก็ฮา... นี่คือเรื่องราวขอวลอวเรียม (ชื่อจริงของมาร์ลุกเซีย) ที่พยายามให้นามิเนะ ล้างสมองโซระ เพื่อเอาโซระมาใช้เป็นเครื่องมือยึดองค์กรซะเอง ซึ่งแม้นามิเนะจะป่วนความทรงจำของตัวเองไปเยอะแล้ว ทั้งแกะโซ่ความทรงจำเรื่องของไคริออกไป แทรกโซ่ความทรงจำปลอมเรื่องของนามิเนะลงไปแทน แต่เมื่อถึงจุดที่ลอวเรียมบอกให้นามิเนะ แกะโซ่ความทรงจำทั้งหมดในหัวของโซระให้ Disconnect ออกจากกัน นามิเนะกลับตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะไม่ยอมทำตามคำสั่งลอวเรียมแล้ว

ท่วาโซระกลับบอกว่าทำ ๆ ไปเถอะ ต่อให้ไม่เหลือความทรงจำใด ๆ เขาก็จัดการลอวเรียมได้อยู่ดี

ลอวเรียมก็บอกว่าจะบ้าเหรออ? คนเราถ้าไม่มีความทรงจำ ก็กลวงเปล่า ไร้หัวใจ ไร้ความรู้สึก จะไปทำอะไรได้ ก็เหมือนริคุจีนแดงตัวนั้นงัยยยย

แล้วริคุจีนแดงที่โดนถากถางอยู่ก็โผเข้ามาทันที... บอกว่าเขาจะปกป้องนามิเนะตามสัญญา ไม่ว่าความทรงจำนั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือภาพมายา แต่นั่นก็คือปฏิญาณของเขา!!

ตอนแรกก็เชื่อกันว่าเรื่องราวของริคุจีนแดงน่าจะจบลงในภาคนี้แล้ว แต่เขากลับได้มีบทต่อ และปิดตัวลงอย่างงดงามใน Kingdom Hearts III ช่างเป็นอะไรที่เยี่ยมยอดจริง

Tuesday, November 5, 2019

NieR RepliCant ในปี 2010

เดือนเมษายน 2010... วันหนึ่งขณะที่ผมเดินทางไปที่ร้าน Ocorner ที่ MBK ชั้น 6 เพื่อจะซื้อ Resonance of Fate หรือ End of Eternity ตามคำอวยของน้องเรวี และเหล่าเพื่อนบอทมนุษย์ทั้งหลาย

พอไปถึงร้าน พี่หล่อ เจ้าของร้านก็แนะนำว่ามีเกมนึง พึ่งมาใหม่ อยากให้เอาไปลิ้มลองมาก เพราะหิ้วมาเป็นพิเศษ ของมีน้อย แถมมีแถม Mini-Ost ในชุดด้วยนะ...

เกมที่พี่หล่อแนะนำว่าพึ่งเข้ามาใหม่ คือ NieR RepliCant

ด้วยความอยากอยากเล่นเกมใหม่มากกว่า สุดท้ายก็หิ้ว NieR กลับบ้านแทนรีนเบลล์ ทำให้เพื่อนทั้งหมดงงเป็นไก่ตาแตก

สุดท้ายก็ได้เล่น NieR RepliCant ด้วยกราฟฟิกแบบ "มาเป็นก้อน" จนบริบูรณ์ ได้มีประสบการณ์ตีหมูเป่า, เข้า-ออก ๆ เกมเพื่อฟาร์มไข่มุกดำที่เป็นไอเทมแรร์ที่สุด, หมุนนาฬิกาเครื่อง PS3 รัว ๆ เพื่อทำให้พืชที่ปลูกเจริญเติบโตไวขึ้น, แล้วก็ไปจบที่แบ็คอัปเซฟลง USB ก่อน แล้วค่อยไปจบเกมแบบสุดท้ายที่ต้องลบเซฟ

เพลง Ashes of Dreams 4 เวอร์ชั่นทนี่ก็ปั่นปวนจิตโคตร ๆ .... เพลงทั้งเกมนี้ก็ออกแนวสวด ๆ หลอน ๆ ทั้งนั้น ถ้าใครถูกจริตก็จะรักหลงไปเลย ส่วนผมที่ไม่ถูกจริตนี่ก็ฟังไปเหมือนถูกจับกดน้ำไป

ท้ายที่สุด เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ผมก็ขายแผ่น NieR RepliCant + Mini Ost ให้ลูกเพจคนนึงที่ตามหาเกมนี้มานานไปในราคาแสนถูก เพราะถือว่าถึงเก็บอยู่กับผมต่อไป ก็ไม่ได้เล่นและไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว ให้คนที่เขาเอาไปใช้ประโยชน์ต่อได้ดีกว่า

จำไม่ได้แล้วว่าเขาชื่ออะไร แต่หวังว่าเขาจะเอาไปเล่นจนแพลตฯ เหมือนกัน และหวังว่าเขาจะได้เอาสมบัติชิ้นนั้น ไปให้โยโกะ ทาโระ ตวัดหมึกใส่ในงานคอนเสิร์ตเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า....

สรุป... โพสต์นี้ แทบไม่เกี่ยวอะไรกับ End of Eternity หรือ Resonance of Fate

#NieR #NieRinThailand
#SquareEnix #keiichiokabe
#gamemusic #vgm
#2B #9S #A2
#Orchestral #Concert #RPG #NierConcert #yokotaro #emievans
#WeightoftheWorld #ThailandPhil #princemahidolhall #FiveFourLive

Sunday, November 3, 2019

มีมี่กับระบบความจำอัจฉริยะ


กลับมาสู่ช่วง ตามติดชีวิตไอดอลประจำสัปดาห์นี้~

มีมี่ : พี่บอนใช่มั้ยคะ?

ผม : ใช่ครับ ฮืออ น้ำตาจะไหล... จำชื่อผมด้ายย

มีมี่ : พี่มาหาหนูเป็นครั้งที่สอง?

ผม : จริง ๆ คือครั้งที่สาม แต่ฮือออ น้ามตาจะหลัยยย

มีมี่ : 5555 ผิดไปครั้งนึงนะ พี่บอนจาก "FFplanet" ใช่มั้ย??

ผม : โอววววว ฮืออออ น้ามตาจะหลัยยยยยยยย (ไม่จำผิดเป็น WKplanet เหมือนตอนคุณไข่แล้วโว้ยยย)

มีมี่ : พี่บอนที่ "บ" "อ" "น"

ผม : ฮรือออออ ใช่ ๆ ลงท้ายด้วย น.หนู ไม่ใช่ ล.ลิง (กำลังตื้นตันได้ที่)

มีมี่ : พี่บอนที่ b.. o... n...

ผม : /น้ำตาซึมด้วยความปลื้มปิติยินดี จนไม่อาจพูดอะไรออกมาด้ายยย

มีมี่ : อ๊อออออออออออออออออออออออ พี่บอนที่ใช้รูป profile เป็นรูปหนูกับ "พี่ไข่"

ผม : ..........ฮืออออออออ อุกกกก!!

/ทำตัวไม่ถูกกกว้อยย
/ดีใจที่เขาจำได้แม่น กระทั่งจำได้แม่นถึงความบดควบสองงง 5555

มีมี่ : 5555555555555

ผม : 55555555555555 !@#*()#(*@)$^# (เอาไงดีวะะะะะ)

Meemie Cmcafe เป็นคนที่ความจำดีมากอ่ะ จำได้เร็วได้ไว และดูใส่ใจทุกคนเสมอ ผมถึงอยากบอกน้องว่าขอบคุณนะ ที่แฟน ๆ เขียนอะไรไปงุ้งงิ้ง ก็อ่านหมด คอยตอบหรืออย่างน้อยก็กด like ข้อความที่แฟน ๆ ส่งไปให้ตลอด T^T

และในโอกาสที่เรียนจบแล้ว Congrats ด้วยนะ สัปดาห์หน้าเจอกันใหม่ :)

#meemiecmcafe
#meemiedaifuku
#daifuku
#cmcafe

ราคา Official Goods ที่ร้ายน Animate MBK



ก่อนจะเข้าสู่ช่วงตามติดชีวิตไอดอลประจำสัปดาห์ ผมมาสืบราคาสินค้า Official Goods ของ Square Enix ในร้าน Animate ชั้น 7 MBK ให้

ตุ๊กตาโบะหลับเต็มตัว 2,260 บาท
ตุ๊กตาโบะเฉพาะส่วนหัว 1,750 บาท
ตุ๊กตาหัวเดฟ (ชับบี้) โจโคโบะเฉพาะส่วนหัว 2,170 บาท

ตุ๊กตาโจโคะโบะมี Job ไซส์กลาง 1,650 บาท
ตุ๊กตาโบะไม่มี Job ไซส์กลาง 1,320 บาท

ตุ๊กตาโบะเล็ก ไม่ Job 850 บาท

ตุ๊กตาทอนแบรีไซส์กลาง 1,370 บาท

ตุ๊กตาซาโบเทนเดอร์ไซส์กลาง 1,275 บาท
ตุ๊กตาซาโบเทนเดอร์เล็ก 850 บาท

ตุ๊กตาร้ายนิ่ง ซีดาน สคอลล์ 950 บาท

ตุ๊กตาม็อกไซส์กลาง 1,275 บาท
ตุ๊กตาหัวม็อก 1,750 บาท

โปสเตอร์คลาวด์ FFVIIAC, เซฟิรอธ FFVIIR, คลาวด์ FFVIIR 1,320 บาท

แฟ้มใส 290 บาท
Key Cover ไว้ใส่กุญแจ 290 บาท
พวงกุญแจอะคริลิคตัวละคร 310 บาท

แก้วน้ำโบะ ซาโบฯ ม็อก 580 บาท

บอร์ดเกมโจโคโบะ 2,100 บาท
ถุงผ้าโบะ 1,420 บาท
กระเป๋าใส่ปากกาโบะ 1,180 บาท
ผ้าเช็ดตัวทำเป็นลายชุดของวีวี 3,200 บาท

พวงกุญแจกาชา Job FF14 235 บาท
พวงกุญแจกาชามอนสเตอร์ FF14 190 บาท
เข็มกลัดกาชา FF5 145 บาท

ประมาณนี้ละกันครับ