Saturday, May 9, 2020

หลายปีผ่านไป กับ FFXV Multiplayer Comrades ในความทรงจำ


วันนี้ตอนช่วงเย็น ๆ มีลูกพี่ (บอทมนุษย์) ที่แต่งงานแล้ว และหลังแต่งงานก็ไม่ค่อยมีเวลาเล่นเกม Line มาปรึกษาว่าในเกม FFXV เขาค้าง Trophy (PS4) รวมไว้ที่ 95% โดยเก็บถ้วยจาก Episode ย่อยไปหมดแล้ว แต่ขาดถ้วยจากโหมด Multiplayer Comrades ที่ตอนมันออกมา เขาไม่ได้เล่น... แต่พึ่งอยากจะมาเล่นเก็บถ้วยให้ครบ

ซึ่งหลังจากที่เกมมัน Patch เป็นเวอร์ชั่น 1.29 เกมมันดันแยกโหมด Multiplayer Comrades ออกมาเป็น Standalone Game ที่แยกจากเกมหลัก

ปัญหาคือ พอกดเช็ค Trophy ที่มีให้เก็บจากการเล่น Comrades แล้ว มันมีทั้ง Trophy ที่อยู่ในส่วนของ Standalone Game ที่แยกออกมาทีหลัง, กับ Trophy อีกส่วนหนึ่งที่ยังอยู่กับตัวเกม FFXV เวอร์ชั่น 1.29

คำถามของลูกพี่ผมคือ.... ในเมื่อโหมดนี้มันถูกเอาออกจากไฟล์เกมหลัก แล้วแยกไปอยู่ใน Standalone ที่เกิดขึ้นมาทีหลังแล้ว... งั้น Trophy บางส่วนที่ดันทะลึ่งรวมอยู่กับตัวเกม FFXV เวอร์ชั่น 1.29 ที่ตัดโหมดนี้ออกไปแล้ว จะเก็บยังไง????



ถามผมที่เล่นแค่ช่วงที่เกมมันออกมา พอทำ content ทุกอย่างครบก็มุ้ฟอรกลับฮานามุระไปแบบผม ผมก็ตอบไม่ได้หรอกครับ ก็คิดแบบเบื้องต้นว่า สงสัยจะไม่มีทางเก็บ Trophy 3 อันนั้นได้ตลอดกาลแล้วมั้ง

แต่ด้วยความมุมานะและยึดติดในความสมบูรณ์แบบ ลูกพี่ผมก็ไป Google หาคำตอบดู แล้วก็พบว่า มันมีทางออกที่จะเก็บถ้วย 3 ถ้วยนั้นอยู่คือ :-

- ต้องดาวน์เกรดเวอร์ชั่นเกมลงจาก 1.29 > 1.26 ถึงจะเข้าโหมด Comrades จากตัวเกมหลัก แล้วเก็บถ้วยได้
- ต้องเล่นจากเกมเวอร์ชั่นแผ่นเท่านั้น
- ห้ามออนไลน์ ต้องทำเงื่อนไขให้ผ่านเอง

ซึ่งลูกพี่ก็ถามผมว่ามันเป็นไปได้เปล่าวะที่จะทำเงื่อนไขพวกนั้นให้ผ่านหมดเองโดยไม่ออนไลน์... อืมมม ผมก็จำได้แบบเบลอ ๆ ว่าสุดท้ายผมก็ build up ตัวละครจนเก่งพอที่จะผ่านเงื่อนไขทั้งหมดผ่านได้เอง โดยไม่ต้องให้คนอื่นช่วย แต่เป็นคนช่วยแบกคนอื่นแทนนะ ดังนั้นมันก็น่าจะได้แหละมั้ง....



ระหว่างคุยกัน ผมก็รู้สึกคิดถึงเจ้าโหมด Multiplayer Comrades นี้อยู่ลึก ๆ นะเนี่ย แม้โหมดนี้มันจะมีปัญหาบ้าบอเต็มไปหมด แต่โดยรวมแล้ว มันสร้างประสบการณ์ที่ผมจะจำไ้ด้ไม่รู้ลืม และทำให้โหยหาคิดถึงอยู่มากเลยทีเดียว
.
ในที่นี้ก็อยากจะรำลึกถึงสิ่งที่จำได้ แบ่งเป็นข้อดี ข้อเสีย

------------------------------------------
ข้อเสีย
------------------------------------------

1. บั๊คมันเยอะเกินไปจนทำให้ประสาทเสียได้ โดยเฉพาะบั๊คที่ศัตรูไม่เกิด ทำให้เรา Progress ใด ๆ ต่อไม่ได้, บั๊คที่จู่ ๆ ก็จับเรา Game Over อย่างไม่มีเหตุผล, บั๊คเกมค้างที่เจอทุกวัน วันละหลายรอบ.... คือเจอบั๊คพวกนี้ติดต่อกันเข้าไปทุกตา ยังไงก็หัวร้อนจนวันนั้นทนเล่นต่อไม่ได้หรอก ต้องปิดเกมแล้วรอวันรุ่งขึ้นเท่านั้น

2. ระบบ Online ที่งุงิมาก พอคนนึงตั้งห้องแล้ว เพื่อนที่เหลือทั้งหมดต้องรีบตามเข้าไปให้ทันภายใน 60 วินาที... หากครบ 60 วินาทีแล้ว ถ้ามีคน join มาได้แม้เพียงคนเดียว เกมจะตัดเข้าเควสต์เลย จึงมักเกิดปัญหาว่า มีเพื่อนบางคน join ไม่ทัน แต่เกมมันตัดเข้าเควสต์ไปแล้ว ตอนนั้นแซวกับเพื่อนว่าระบบ Lobby ของปังย่าเมื่อสิบกว่าปีก่อน ยังดีกว่านี้

3. เกมโหลดนานมาก จนหมดเวลากับการโหลดมากกว่าการเล่น (แต่ตอนหลังก็มีการ patch ให้ลดเวลาโหลดลง)

4. การออนไลน์ไม่เสถียร เห็นเพื่อนวาร์ปบ่อยทั้งที่เพื่อนมันไม่ได้ Warp Strike

5. ระบบต่อสู้ที่ขลุกขลิก อีรุงตุงนังมาก มันนัว ๆ มั่ว ๆ

รวม ๆ แล้วผมว่าไอเดียของเกมมันดีนะ แต่มันขาดการ polish ที่มากพอ จึงเกิดปัญหาด้านระบบที่ไม่น่าเกิด อย่างเรื่องบั๊ค เวลาโหลด หรือความนัวมั่วในระบบต่อสู้ขึ้นมา

------------------------------------------
ข้อดี
------------------------------------------

1. Choosing Hope และ Bahamut Boss Theme - บรรเลงได้อย่างอลังการ ถูกที่ถูกเวลา สร้างเสริมอารมณ์และบรรยากาศให้ซีนสู้และซีนจบได้อย่างยิ่งใหญ่ ทุกวันนี้ผมก็ยังยกให้ 2 เพลงนี้อยู่ในกลุ่มเพลงที่ชอบที่สุดของซีรีส์

2. เนื้อเรื่องถูกจริต (ไม่ได้แปลว่ามันดี) หมายถึงคอนเซปต์ที่เนื้อเรื่องเกิดขึ้นจากเหล่าคิงเกลฟที่ล้มเจ้า-ขายชาติ เหตุเพราะไม่พอใจที่กษัตริย์เรจิสจะยอมยกดินแดนของอาณาจักรลูซิสทั้งหมด เว้นเพียงกรุงอินซอมเนียอย่างเดียวให้แก่นิฟไฮม์ ทำให้ทหารเกลฟที่เป็นคนต่างจังหวัด เกิดความไม่พอใจที่บ้านเกิดเมืองนอนของตนจะกลายเป็นดินแดนของนิฟไฮม์ เลยเกิดการลุกฮือทรยศขายชาติ (ดูขยายความได้ในหนัง Kingsglaive) แล้วเราก็ตายหองกันไปหมดแล้ว แต่ถูกบาฮามุทชุบชีวิตขึ้นมา เป็นหมากเพื่อช่วยปูทางไปสู่การกลับมาของน็อคติสและนำไปสู่การปราบอาร์ดีนตามแผนของบาฮามุท ซึ่งตอนคืนชีพให้ บาฮามุทก็ลบความทรงจำของเราออกก่อน และพอใช้งานเราจนคุ้มแล้วก็ค่อยคืนความทรงจำให้ แล้วถามเราในตอนท้ายว่า "Will you live as a loyalist, or die as a traitor?" เป็นอะไรที่แบบกระแทกใจในตอนนั้นมากจริง ๆ

3. ต่อให้ไม่นับประเด็นแบบข้อ 2 แต่เนื้อหารอง ๆ อื่น ๆ ในโหมดนี้ก็ทำให้ผมชอบได้นะเนี่ย

4. ประสบการณ์ผจญความฉิบหายไปกับเพื่อนด้วยกัน ทั้งเสียงหัวเราะตอนเจอบั๊คโง่ ๆ ด้วยกัน ความรู้สึกตอนที่เพื่อนนอนตายแล้วคนที่เหลือต้องช่วยกันแบกผ่าน ความรู้สึกตอนตั้งห้องแล้วเข้ามา Join กันไม่ทันแต่เกมมันรันไปแล้ว ตอนนั่งวางแผนคุยว่าจะ setting หรือทำไงต่อ... หรือกระทั่งได้ร่วมมือกับคนไม่รู้จักมากมาย ช่วยกันสู้ แล้วแสดงความรู้สึก แสดงความเห็นใจ หรือดีใจด้วยการกด Emote บ้า ๆ บอ ๆ ไปด้วยกัน จริงอยู่ว่า Online Experience หลายอย่างที่เกมนี้มอบให้มันก็เลวร้าย แต่ส่วนดี ๆ ก็มีเยอะ

5. ระบบต่อสู้ ที่พอเป็นโหมดนี้แล้ว ศัตรูมีการชนะทาง-แพ้ทางกับอาวุธที่ชัดเจนมากขึ้น การใช้อาวุธที่ศัตรูแพ้ทาง ได้ผลดีกว่าอาวุธทั่วไปหลายเท่า ทำให้ต้องคอยเช็คหาจุดอ่อนศัตรูและวางแผนการเล่นมากขึ้น (ไม่เหมือนตัวเกมหลักที่เราเข้าไปนัวได้เลยโดยไม่ต้องวางแผนมาก)

6. ประสบการณ์ตอนไปวิ่งหนีตายกับบาฮามุทในรอบแรก, ความทรงจำตอนที่ build up ตัวละครจนล้มมันใน 2nd Trial ลงได้ด้วยตัวคนเดียว (กับ A.I. โง่ ๆ อีก 3) หลังจากนั้นก็ไปอาสาแบกเพื่อนให้ผ่านได้ โดยให้เพื่อนหนีเอาตัวรอดอย่างเดียวแล้วผมซัดกับมันเอง, ความทรงจำที่ไปใช้บัํคฟาร์ม Laser Sensor มาปั๊มอาวุธเทพ จากนั้นพอ Patch ใหญ่ต่อมาก็ไปรุมปราบอิฟรีท, รุมปราบ Bahamut Lv.99, ชกตัวต่อตัวกับ MA-X Angelus Lv.99 (บังคับสู้คนเดียว) ปราบ Ravus, Ardyn แล้ว Patch สุดท้ายไปจบที่ Kenny Crow ซึ่งทุกไฟต์ล้วนประทับใจ จนทุกครั้งที่ล้มพวกมันได้ในคราวแรก ก็ได้อัดคลิปมาหมดเลย

7. จริง ๆ เกมมันสร้างมาให้ build ตัวละครได้หลากหลายรูปแบบมาก แต่คนขี้เกียจแบบผม ดันไปใช้บิ้วตัวละครสายกล้ามบ้าพลัง เอาแต่ STR และ DEF อย่างเดียว ซึ่งมันก็เล่นผ่านได้หมดแหละ แต่ก็เห็นตัวละครคนอื่นที่ทำอะไรได้หลากหลายกว่ามาก

โดยรวมหลังจากผ่าน content ทั้งหมดใน Multiplayer Comrades นี้ตั้งแต่ช่วงแรกที่แต่ละ content ถูกปล่อยออกมา (ซึ่งพอผ่านแล้วก็ไม่ได้กลับไปเล่นอีก) เกมมันก็มอบ Online Experience ที่ทั้งสุขและทุกข์ มีทั้งวันที่หัวร้อนจนทนเล่นต่อไม่ได้ (เพราะบั๊ค) แต่ก็มีวันที่ใจสั่นไหวกับเนื้อหา การกำกับซีน และ Choosing Hope... พูดแล้วมันก็เหมือนชีวิตวัยเรียนที่มีทั้งวันที่ดีและวันที่เลวร้าย มีทั้งสุขและทุกข์ ทว่าท้ายที่สุด.... มันก็ได้ฝากร่องรอยของความคิดถึงไว้ในใจของเราแหละ

No comments:

Post a Comment