Tuesday, April 9, 2013

รายละเอียดเรื่องความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับการดำเนินงานของ SQEX ในปีงบประมาณ 2012

วันนี้ทาง Square Enix ได้แจกไฟล์สคริปต์ที่คุณโยอิจิ วาดะ และคุณโยสึเกะ มัตสึดะ ประธานบริษัทคนปัจจุบันและว่าที่ประธานบริษัทคนถัดไป ใช้พูดในงานพรีเซนต์เรื่องการแก้ไขตัวเลขโดยคาดการณ์สำหรับผลประกอบการประจำปีล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งในเอกสารก็ได้ชี้แจงรายละเอียดว่าสาเหตุของความย่อยยับในการดำเนินการปีล่าสุดมันมีความเป็นมาอย่างไร โดยในเอกสาร 12 หน้านี้ก็มีการชี้แจงตัวเลขด้านต่างๆ เปรียบเทียบกับช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ใครที่ชอบวิเคราะห์วิจารณ์ค่ายเกม และอยากเป็นคนที่วิเคราะห์วิจารณ์จากหลักฐาน ข้อมูล ข้อเท็จจริง ตัวเลขที่มีแหล่งอ้างอิงชัดเจน ก็อยากให้อ่านกันครับ เพราะทุกวันนี้ก็มีพวกที่วิเคราะห์วิจารณ์อย่างเลื่อนลอย ทึกทักข้อเท็จจริงกันขึ้นมาเอง โดยไม่ศึกษาหาข้อมูลใดๆ เลยมากเกินพออยู่แล้ว

สำหรับเนื้อหาแบบเต็มๆ ผมแปลไว้ให้แล้วในลิงค์ดังกล่าว ส่วนเนื้อหาในประเด็นที่สำคัญที่สุด ผมขอสรุปไว้ดังนี้

http://ffplanet.exteen.com/20130409/sqex-2012

https://www.hd.square-enix.com/eng/ir/library/pdf/explanatory_20130326en.pdf

---------------------------------------------------------------

จากเอกสารสรุปรายงานผลประกอบการประจำปีงบประมาณ 2012 โดยคาดการณ์ที่แก้ไขใหม่ (เผยแพร่เมื่อ 26 มีนาคม 2013) ได้กล่าวสรุปไว้ว่าฝ่ายธุรกิจ Digital Entertainment ทำยอดขายได้ต่ำกว่าแผนที่วางไว้ โดยปัญหาใหญ่มาจากยอดขายเกมคอนโซลในตลาดอเมริกาเหนือและยุโรปที่ไม่ค่อยกระเตื้อง และยังประสบภาวะฝืดเคืองในธุรกิจเกมอาร์เขด แต่ไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดแต่อย่างใด จนทำให้กูรูสาย Square Enix หลายท่านมองว่าแท้จริงแล้ว เกมเจาะตลาดตะวันตกอย่าง Hitman, Sleeping Dogs และ Tomb Raider เป็นเพียงแค่แพะรับบาปรึเปล่า? ปัญหาจริงๆ มาจากศักยภาพในการทำรายได้ที่ตกต่ำของเกมฝั่งญี่ปุ่นรึเปล่า?

สำหรับประเด็นนี้ เอกสารรายงานผลประกอบการฯ ฉบับเต็มที่เผยแพร่วันนี้ ได้ชี้แจงไว้ชัดแล้วว่า ปีที่ผ่านมาเป็นปีแรกที่ทางค่ายตั้งใจจะใช้เกมชื่อดังของฝั่งตะวันตกออกเป็นหัวหอกหลักในทำรายได้ โดยไม่ส่งเกมฟอร์มยักษ์ของฝั่งญี่ปุ่นมาช่วยหาเงินด้วย เรื่องนี้ทุกคนย่อมเห็นได้จากความจริงที่ว่าเกมชื่อดังจากฝั่งญี่ปุ่นที่ออกมาอย่าง Bravely Default -Flying Fairy-, Dragon Quest VII และ Dragon Quest X ก็ไม่ใช่เกม HD และก็วางขายแค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น ยังไม่ได้วางขายทั่วโลก (3 เกมที่ว่ารวมกัน ถึงจะทำยอดขายเท่า Sleeping Dogs ด้วยซ้ำ) ขณะที่เกมอย่าง Kingdom Hearts -HD 1.5 ReMix- ก็เป็นเพียงเกมรีมาสเตอร์เท่านั้น ไม่ใช่แกนนำในการสร้างรายได้แต่อย่างใด

ในส่วนของยอดขายเกมที่ได้ต่ำกว่าแผนที่วางไว้นั้น ก็มีการชี้แจงแล้วว่าตอนแรก ทางค่ายประเมินยอดขายแต่ละเกมไว้เท่าไหร่ แล้วมันขายได้จริงเท่าไหร่ ดังนี้

1. กรณีของ Sleeing Dogs คาดการณ์ว่าจะขายในตลาดยุโรปและอเมริกาเหนือได้ 2-2.5 ล้านชุด แต่ดันขายจริงได้ 1.75 ล้านชุด

2. กรณีของ Hitman คาดการณ์ว่าจะขายได้ 4.5-5 ล้านชุด แต่ดันขายได้ 3.6 ล้านชุด

3. กรณีของ Tomb Raider คาดการณ์ว่าจะขายได้ 5-6 ล้านชุด ถึงตอนนี้พึ่งขายได้ 3.4 ล้านชุด

โดยสรุปแล้วก็ต้องบอกว่าทางค่ายประเมินศักยภาพของเกมเจาะตลาดตะวันตกสูงเกินไป เมื่อยอดขายของเกมทั้ง 3 ซึ่งเป็นหัวหอกในการสร้างรายได้ในปีนี้มันไม่เข้าเป้า แผนการดำเนินงานในปีล่าสุดจึงผิดพลาดและย่อยยับ นอกจากนี้ยังถูกซ้ำเติมด้วยค่าใช้จ่ายในการพัฒนา Dragon Quest X เวอร์ชั่น Wii U ที่กว่าจะถึงวันวางจำหน่าย ก็แทบเป็นวันสุดท้ายของปีงบประมาณแล้ว ขณะที่ Social Games ทั้งหลายแหล่นั้น ทำกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส จนมี Net Sales เกือบถึงครึ่งหนึ่งของ HD Games แล้ว แต่ก็เล็กเกินกว่าที่จะแก้ไขภาพรวมของผลประกอบการได้

ดังนั้น หากถามว่ายอดขายเกมคอนโซลในตลาดอเมริกาเหนือและยุโรปไม่เข้าเป้าจริงหรือไม่? คำตอบก็คือจริง นั่นคือความผิดพลาดของทางค่ายที่ประเมินศักยภาพของเกมเหล่านี้สูงเกินไป แต่หากถามต่อไปว่าศักยภาพในการทำรายได้ของเกมฝั่งญี่ปุ่นตกต่ำรึเปล่า? ก็ต้องบอกว่าจริงบางส่วน สำหรับ Dragon Quest ทั้ง VII และ X นั้นต่างก็ทำยอดได้ตามมาตรฐานที่สูงส่งของมัน ขณะที่ Bravely Default -Flying Fairy- คนอื่นมองว่ามันน่าจะขายได้หลายแสนชุด แต่พอมันขายได้ 2-3 แสนชุดก็ผิดหวังกันไป ทว่าผมมองว่าเกมแนวนี้มันก็ขายได้น้อยแบบนี้อยู่แล้ว ยอดขายที่ออกมาก็เป็นตามที่ผมทำนายไว้ ส่วน Kingdom Hearts -HD 1.5 ReMix- อันนี้ถือว่าผิดคาด เดิมผมทำนายว่ามันน่าจะขายได้ 3-4 แสนชุด แต่ยอดขายจริงของมันกลับได้เพียง 1 แสนกว่าชุดเท่านั้น และเมื่อทบทวนยอดขายของซีรีส์ Kingdom Hearts ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะเห็นยอดขายที่ลดลงจากภาคแรกเรื่อยๆ อย่างน่าใจหาย กล่าวได้ว่า Kingdom Hearts เนี่ยแหละคือตัวอย่างของเกมที่มีศักยภาพในการทำรายได้ลดลงเรื่อยๆ

No comments:

Post a Comment