Friday, February 14, 2014

ฮาชิโมโตะ+โทริยามะ บินโปรโมท LRFFXIII ที่สิงคโปร์, อาเบะ คิตาเสะ ไปลอนดอน


วันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทาง Sony Computer Entertainment Hong Kong (SCEH) ได้จัดงาน Lightning Returns: Final Fantasy XIII Creators Event หรืออีกนัยหนึ่งก็คืองานวางจำหน่าย Lightning Returns -Final Fantasy XIII- เวอร์ชั่นตะวันตกที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งในโอกาสนี้ คุณชินจิ ฮาชิโมโตะ ผู้อำนวยการอาวุโส และคุณโมโตมุ โทริยามะ ผู้กำกับเกมดังกล่าวก็ได้ไปร่วมงานด้วย

งานเริ่มต้นด้วยการที่ 2 ทีมงานคนดังจาก Square Enix ได้ขึ้นเวทีมาบอกเล่าความรู้สึกที่เดินทางมายังสิงคโปร์ จากนั้นก็ได้เริ่มต้นการนำเสนอเกม Lightning Returns -Final Fantasy XIII- และ Final Fantasy X l X-2 HD Remaster ซึ่งสำหรับเกมหลังนั้นจะวางจำหน่ายเวอร์ชั่นเอเชียที่สิงคโปร์ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ (เสียงพากย์ภาษาญี่ปุ่น ซับไตเติลภาษาจีน/เกาหลี) แล้ววันที่ 18 มีนาคม ก็จะตามมาด้วยเวอร์ชั่นตะวันตก (เสียงและซับไตเติลภาษาอังกฤษ) โดยคุณฮาชิโมโตะ ก็ได้บอกว่าปกเกมเวอร์ชั่นตะวันตกที่ขายในเอเชีย (Z3) กับที่ขายในอเมริกาเหนือ (Z1) จะเป็นคนละแบบกัน

หลังจากนั้นก็เข้าสู่ช่วงการถามตอบคำถามที่แฟนๆ ส่งกันเข้ามา การจับสลาก และการแจกลายเซ็น ตามลำดับ

ทั้งนี้ก่อนเริ่มงาน ก็ได้มีช่วงที่สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าว และได้ทำการสัมภาษณ์ทีมงานทั้ง 2 ซึ่งคุณโทริยามะก็รับหน้าที่ตอบคำถามเกี่ยวกับ LRFFXIII ส่วนคุณฮาชิโมโตะ รับหน้าที่ตอบเรื่อง FFX l X-2 HD Remaster โดยในส่วนของคุณฮาชิโมโตะนั้น ได้มีการเรียบเรียงบทสัมภาษณ์ขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว โดยสามารถสรุปได้ดังนี้

Q : ใน LRFFXIII และ FFXV ระบบการต่อสู้นั้นเป็นแบบ Real-time เช่นเดียวกับเกม Action RPG ส่วนใหญ่ ซึ่งมันแตกต่างจากระบบการต่อสู้แบบ Turn-based ATB ที่ใช้ใน FF สมัยก่อนเช่น FFX l X-2 HD Remaster ฉะนั้นแล้วเราจะมีโอกาสได้เห็นการกลับมาของระบบ Turn-based ATB แบบเพียวๆ ใน FF ภาคต่อๆ ไปในอนาคตหรือไม่? และคุณฮาชิโมโตะคิดว่าระบบการต่อสู้แบบ Real-time มันคือความก้าวหน้าและวิวัฒนาการที่ต่อยอดมาจากระบบ Turn-based ATB หรือไม่

ในประเด็นนี้คุณฮาชิโมโตะตอบว่า เวลาที่พวกเขาสร้าง FF ขึ้นมา พวกเขาไม่ได้คิดหรอกว่าแบบไหนคือทิศทางที่ถูกต้องที่ซีรีส์นี้ควรก้าวเดินไป ทุกครั้งเราตั้งเป้าหมายที่จะสร้างเกมให้ก้าวข้ามความคาดหวังของภาคที่ผ่านมา

สำหรับระบบการต่อสู้นั้น ระหว่างที่ผู้กำกับวางแผนงานให้กับ FF ภาคใหม่ บางครั้งเขาอาจจะตัดสินใจกลับไปใช้ระบบ Turn-based ATB ก็ได้ หรือแบบ Realm-time ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเขารู้สึกว่าแบบไหนที่มันดี ผู้กำกับนั้นก็จะมองไปยังอนาคตข้างหน้า และค้นหาทิศทางที่ถูกต้องที่ FF ภาคถัดไปควรจะเป็น จากนั้นเขาก็เลือกระบบการต่อสู้ที่เหมาะสมกับความคิดนั้น

(รวมๆ ก็คือไม่ได้ฟันธงว่าระบบสู้แบบ Real-time เป็นวิวัฒนาการของ Turn-based ATB, ไม่ได้ฟันธงว่าอนาคตของซีรีส์จะต้องเดินมาเส้นทางนี้สถานเดียว แต่ให้ผู้กำกับที่รับผิดชอบงานในแต่ละภาค คิดกันเองว่าแบบไหนที่เหมาะสมกับภาคนั้นๆ)

Q : สำหรับ Audio Drama 30 นาทีที่เพิ่มเข้าไปใน FFX l X-2 HD Remaster ซึ่งมีเนื้อหาเรื่องลูกสาวของอารอนได้พบกับทีดัส การใส่เนื้อหาส่วนนี้เข้าไปมีวัตถุประสงค์อะไร? ตั้งใจจะนำไปสู่ FFX-3 ใช่หรือไม่?

คุณฮาชิโมโตะบอกว่า การใส่ Audio Drama ลงไป ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์แบบนั้น ก่อนหน้านี้คุณคาสึชิเงะ โนจิมะ คนเขียนสคริปต์ และคุณเท็ตสึยะ โนมุระ ผู้ออกแบบตัวละครให้กับเกมดังกล่าว ได้เคยคุยกันว่าการทำ HD Remaster นั้นเป็นโอกาสอันดีที่พวกเขาจะใส่เนื้อเรื่องเสริมลงไป และขยายเนื้อหาโลกของเกมให้กว้างขึ้นอีกหน่อย การใส่ Audio Drama ลงไป จึงไม่ใช่ว่าเพราะพวกเขามีแผนพัฒนา FFX-3 ขึ้นมา

(ก่อนหน้านี้คุณโนจิมะเคยให้สัมภาษณ์ลงในอัลติมาเนียว่า ถ้ามีเสียงเรียกร้องเข้ามามากพอ FFX-3 ก็สามารถเกิดขึ้นได้.... สำหรับคำให้การของคุณฮาชิโมโตะในคราวนี้ คงต้องใช้วิจารณญาณในการรับฟังอย่างยิ่งยวดแล้ว เพราะตามปกติของค่ายนี้ เมื่อยังไม่ถึงกำหนดการเปิดตัวเกม เวลาผู้บริหารโดนสื่อเอาไมค์จ่อปาก ก็ต้องตอบแนวไม่รู้ไม่เห็นท่าเดียว)

Q : ปัญหาทางเทคนิคที่พบในการทำ FFX l X-2 HD Remaster มีอะไรบ้าง?

คุณฮาชิโมโตะตอบว่าตัวเกมดังเดิมนตอกจากแสดงภาพความละเอียดแบบ SD แล้ว ยังมีสัดส่วนภาพ 4:3 ด้วย เมื่อนำมาปรับปรุงเป็น HD สัดส่วน 16:9 จึงต้องแต่งเติมรายละเอียดส่วนที่ขาดหายไปในด้านข้าง และจากการที่เกมมันสร้างมาร่วม 10 ปีแล้ว พวกไฟล์ทรัพยากรของเกมมันก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ก็เลยต้องใช้ความพยายามมากในการสร้างขึ้นมาใหม่

Q : มีฉากไหนใน FF X l X-2 ที่พอกลายเป็น HD แล้วคุณรู้สึกชอบมากเป็นการส่วนตัว?

คุณฮาชิโมโตะตอบว่า มีมากเกินกว่าที่จะเอ่ยถึงได้หมด แต่สิ่งที่อัพเกรดขึ้นมากที่สุดก็คือการแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครแบบ Real-time ฉากเหตุการณ์ต่างๆ จึงเข้มข้นขึ้นมาก

Q : คุณโยชิโนริ คิตาเสะ ที่เป็นผู้อำนวยการสร้างเกมดังกล่าว เคยบอกว่าถ้าเกมนี้ขายดี ทางค่ายก็มีความสนใจที่จะทำการรีมาสเตอร์ Final Fantasy XII ให้ PS3 และะ PS Vita ซึ่งนับจากเดือนธันวาคมมาจนถึงตอนนี้ตัวเกมก็ทำยอดขายได้ดีมากในญี่ปุ่น และท่าทางจะขายดีไปทั่วโลกด้วย ฉะนั้นแล้วเร็วๆ นี้เราคงจะได้ยินข่าวดีของ FFXII HD กันแล้วใช่มั้ย?

คุณฮาชิโมโตะตอบว่า ในตอนนี้พวกเขายังไม่มีแผนดังกล่าว แต่ก็อย่างที่คุณคิตาเสะพูดเอาไว้ ถ้ามีเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ เข้ามามาก เราก็จะพิจารณาการรีมาสเตอร์ FFXII ทว่าก็อย่างที่พูด ตอนนี้พวกเขายังไม่ได้มีแผนแต่อย่างใด

Q : ตลอดอาชีพการงาน คุณชินจิ ฮาชิโมโตะ ได้ร่วมบริหาร  FF มาหลายต่อหลายภาคแล้ว ในบรรดาภาคทั้งหมด ภาคใดคือภาคที่ฉีกแนวออกไปจากภาคก่อนๆ มากที่สุด และเพราะเหตุใด?

คุณฮาชิโมโตะบอกว่าเขาเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารซีรีส์นี้ก็ตั้งแต่ FFVII (เขาบรรจุเข้าบริษัทเมื่อปี 1995) ก่อนหน้านั้นเขาก็ดู 6 ภาคแรกจากมุมมองของบุคคลภายนอกเท่านั้น จากที่ภาค VII เป็นภาคแรกที่วางจำหน่ายในรูปแบบ CD-Rom ซึ่งเขาเห็นว่ามันเป็นความท้าทายใหม่ที่น่าสนใจในการพัฒนา ดังนั้น ส่วนตัวแล้ว เขาว่า VII เนี่ยแหละคือภาคที่ฉีกแนวไปจากเดิมมากที่สุด

สุดท้าย.... นักข่าวสิงคโปร์ไม่ลืมที่จะปิดการสัมภาษณ์ด้วยสุดยอดคำถามอมตะ ที่ผมกะว่าเมื่อถึงตอนที่คุณฮาชิโมโตะมาไทยแล้ว จะต้องเอาคำถามนี้ไปกวนตีนถามให้ได้ นั่นคือ

Q : ไหนๆ ตอนนี้ FFX l X-2 HD Remaster ก็ออกมาแล้ว สนใจจะทำ FFVII รีเมคด้วยอ๊ะเปล่าาาา!?

A : ............ (เงิบหงายหลังไป 3 วิ ก่อนเงยหน้าขึ้นมายิ้มกริ่มๆ ค้างให้ทุกคนขำอยู่พักหนึ่ง) อาโน่.... ตอนนี้กำลังเตรียมการจำหน่าย FFX l X-2 HD Remaster เวอร์ชั่นอังกฤษที่ใกล้จะออกแล้ว เลยไม่ได้คิดเรื่องนั้นกันเลยน่ะนะ


..........................

นอกจากนี้ขณะที่คุณโมโตมุ โทริยามะ และคุณ ชินจิ ฮาชิโมโตะ ไปโปรโมทเกมที่สิงคโปร์ ด้านคุณ ยูจิ อาเบะ กับคุณ โยชิโนริ คิตาเสะ ก็ไปโปรโมทเกมที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ภายในงาน The Thirteenth Hour ซึ่งจัดขึ้นที่ร้าน GAMEdigital


ที่มา : SGcafe 1, SGcafe 2

No comments:

Post a Comment