Sunday, April 20, 2014

สรุปเนื้อเรื่อง FFX-2 -Last Mission-


Last Mission

3 เดือนผ่านไปหลังจากกลุ่มคาโมเมะดันสามารถหยุดยั้งแผนของชูอินและเวกนากันลงได้ 3 สาว ยูน่า ริคคุ ไพน์ ต่างก็แยกกันใช้ชีวิตตามวิถีทางของตนเอง แต่แล้วไพน์ก็รู้สึกว่างๆ เหมือนชีวิตมันขาดอะไรไป เลยคิดอุบายเขียนจดหมายที่ไม่ลงชื่อผู้เขียน ส่งให้ยูน่าและริคคุ บอกว่าให้ไปตะลุยหอคอยยาโดโนกิ เพราะชั้นบนสุดจะมีสิ่งที่คุ้มค่าที่จะได้เห็นอยู่

ด้วยเหตุนี้ทั้ง 3 จึงได้ไปหอคอยยาโดโนกิด้วยกัน พอถึงแล้วก็แยกกันผจญภัยในหอคอย ไปกันคนละเส้นทาง แต่ทุกๆ 10 ชั้นก็จะเจอจุดพักซึ่งจะได้มานั่งพักพูดคุยอัพเดทเรื่องราวของกันและกัน

-

เมื่อไต่หอคอยไปถึงชั้นๆ หนึ่ง ยูน่าเล่าให้ฟังว่าช่วงหลังจากที่พึ่งปราบซินได้ เธอเอาแต่ครุ่นคิดถึงทีดัสที่จากไป แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว เธอไม่ต้องหาเรื่องทำให้ตัวเองยุ่งเพื่อลืมความเศร้านั้นอีกแล้ว ตอนนี้ได้อยู่เอื่อยๆ ในที่ใดสักที่ ก็โอเคดีแล้ว และก็ได้อยู่กับทีดัสแล้วด้วย

ริคคุและไพน์ได้ยินดังนั้น ก็จะให้ยูน่าเล่าให้ฟังว่าทั้งสองได้ไปทำอะไรกันมาบ้าง ยูน่าก็จะเอาแต่อ้ำอึ้งเขินอาย หัวเราะ แล้วก็ไม่กล้าพูดออกมา ริคคุเลยแซวว่าเพราะแบบนี้ เวลาริคคุชวนไปไหน ยูน่าถึงไม่ยอมไปด้วยสินะ แต่ก็ไม่น่าจะจับเจ่าอยู่แค่ในเกาะ น่าจะนั่งเรือเหาะท่องรอบโลกบ้าง ยูน่าบอกสักวันอาจจะทำแบบนั้น แต่ตอนนี้ไม่อยากเร่งรีบทำอะไร ตอนนี้ไม่รู้สึกว่าขาดอะไร

ริคคุที่ไม่พอใจวิถีชีวิตแบบนั้นเลยบอกว่าตัวเธอเองจะนั่งอ้อยอิ่งปล่อยเวลาให้สูญเปล่าไปแบบยูน่าไม่ได้ เธอต้องทำตัวให้ยุ่งๆ ตลอด ด้านยูน่าสวนกลับว่าเธอชอบของเธอแบบนี้อยู่แล้ว ได้มองดูทะเล ได้ทำอาหาร มีวิถีชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็พอใจแล้ว แต่แล้วริคคุที่ไม่เห็นด้วยกับวิถีชีวิตจืดๆ แบบนั้นก็จะขึ้นเสียงใส่ ยูน่าที่พอใจกับชีวิตอันเรียบง่ายก็จะขึ้นเสียงตอบโต้กลับด้วยความไม่พอใจ ไพน์ที่เห็นท่าไม่ดีก็เลยรีบห้ามทั้งสองเอาไว้

พอริคคุเห็นไพน์พยายามเข้ามาห้าม ริคคุก็จะต่อว่าไพน์บ้างว่าไพน์สนใจแต่ตัวเอง ไม่ได้สนใจที่จะช่วยชีวิตคนอื่นเหมือนริคคุ ริคคุไม่อยากเห็นคนอื่นปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างสูญเปล่า.... พอริคคุพูดแบบนี้ ทั้ง 3 เลยยิ่งทะเลาะกันหนักเข้าไปใหญ่

-

เมื่อปีนหอคอยไปถึงจุดๆ หนึ่ง ยูน่าจะบอกว่าเธอเดาว่าเลอบลังเป็นคนเขียนจดหมาย ริคคุเดาว่าริน แต่ไพน์สารภาพออกมาว่าที่จริงแล้วเธอเป็นคนเขียนจดหมายที่ไม่ลงชื่อผู้เขียนนี้เอง

ไพน์บอกว่าที่ผ่านมาเธอไม่ได้เหงา แต่รู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างในชีวิตขาดหายไป ถ้าได้กลับมาอยู่กัน 3 คนก็อาจจะเจอสิ่งนั้น ส่วนที่ว่ามีอะไรน่าสนใจอยากให้ดูด้านบน ก็เขียนขึ้นลอยๆ แค่อยากให้มาผจญภัยกันอีก น่าเสียดายนะที่แผนของเธอดันแป้ก เพราะกลายเป็นว่าชวนทุกคนมาทะเลาะกันซะอย่างงั้น

-

เมื่อปีนหอคอยขึ้นไปอีก ไพน์เห็นอาทิตย์ตกดินแล้วนึกถึงตอนที่ชูอินเข้าสิงนูจแล้วยิงเพื่อน ซึ่งตอนนั้นทั้งกลุ่มกำลังหลบหนีจากเยว่อน

แล้วพอนูจได้สติก็ช่วยปฐมพยาบาลแล้วเรียกพวกอัลเบดมาช่วย หลังจากนั้นทั้งกลุ่มก็แยกตัวกันเพื่อหลบหนีเยว่อน

-

ที่ชั้น 70 ริคคุกลัวว่าตอนนี้ยูน่ากับไพน์เปลี่ยนไปมาก หากอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ 3 สาวอาจจะทะเลาะกันอีกก็ได้ เลยอยากรีบกลับบ้าน แต่ยูน่าเองก็กำลังคิดแบบนี้เดียว เลยกลายเป็นว่าทั้งสองคิดตรงกัน ยูน่าคิดว่าจริงๆ แล้วทั้งสามสาวต่างก็มีนิสัยแตกต่างกันอย่างมากตั้งแต่แรกแล้ว แต่ทีเคยอยู่ร่วมกันได้ก็เพราะสถานการณ์มันพาไป

ริคคุกลัวว่าถ้าขึ้นไปถึงชั้นบนสุด อาจจะไม่ได้เจออะไรน่าสนใจ ไพน์ก็ไม่อยากให้คาดหวังอะไรเพราะเธอแค่เขียนขึ้นมาลอยๆ แต่ยูน่าบอกว่าบางทีเราอาจจะเจอสิ่งที่ทำให้เราคิดได้ว่าอนาคตของพวกเราควรจะเป็นยังไงต่อไป

-

ที่ชั้นที่ 80 ทั้ง 3 ได้ช่วยกันสู้กับเมเยอร์นิวเมอรัส งูยักษ์ 4 หัวเจ้าของตำแหน่งบอสลับที่แข็งแกร่งที่สุดในซีรีส์ ซึ่งหลังจากการโดนเจ้างูยักษ์นวดเป็นกระสอบทรายมาด้วยกัน ก็ทำให้ความรู้สึกเดิมๆ ของความเป็นพวกพ้องที่เคยร่วมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ ผ่านความยากลำบาก จนไว้เนื้อเชื่อใจกันได้ กลับมาอีกครั้ง
ในสภาพอันอ่อนแรง เหนื่อยล้า ต่างคนต่างหอบ เมื่อทั้ง 3 แบกสังขารขึ้นไปถึงชั้นดาดฟ้า ก็เจอแท่นควบคุมเครื่องจักรโบราณที่เสียแล้ว ใช้การไม่ได้

ริคคุเห็นแบบนั้นเลยเริ่มบ่นใหญ่ว่าอุตส่าห์ลำบากปีนหอคอยกันมา 80 ชั้น โดนมอนสเตอร์ไล่กวดจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน หวิดตายกันมาหลายหน สุดท้ายต้องมาเจอก้อนขยะเนี่ยนะ

จากทิวทัศน์อันเหนือเมฆที่ถูกไพน์จับจ้องอยู่ ไพน์หันไปถามริคคุว่าไม่เห็นอะไรจริงๆ เหรอ แต่เธอเห็นนะ แล้วไพน์ก็ทักให้ทั้งสองมองไปยังข้างหน้า ให้ได้เห็นทิวทัศน์จากยอดหอคอย ทำให้เห็นบรรยากาศจากมุมที่สูงเหนือเมฆขึ้นไป บรรยากาศที่งดงาม เมฆสีขาวที่ตัดกับดวงอาทิตย์สีส้มที่กำลังลอยขึ้นมาฉาบฟากฟ้าให้สว่างไสว ซึ่งมันแตกต่างจากทิวทัศน์ใดๆ ที่พวกเธอเคยเห็นมา

3 สาวเห็นภาพนั้น ก็เริ่มสงบใจ และคิดได้ว่าแม้พวกเธอจะแตกต่างกัน ถึงหลังจากนี้จะแยกจากกันไปทางใครทางมันอีก แต่พวกเธอก็ยังคงมีความทรงจำเรื่องราวของกันและกัน ได้ผ่านช่วงเวลาที่ร่วมกันหัวเราะ และต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมา สักวันหนึ่ง พวกเธอจะได้หวนคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้น

และถึงแม้พวกเธอจะโตขึ้น และเปลี่ยนไป แต่ช่วงเวลาที่เคยมีร่วมกันนั้น จะไม่มีวันแปรเปลี่ยน

สุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดในการผจญภัยครั้งนี้ ก็ไม่ใช่การได้มาซึ่งสมบัติเลอค่าใดๆ และคงไม่ใช่ทิวทัศน์ที่เห็นกันจากชั้นบนสุด แต่เป็นช่วงเวลาที่พวกเธอได้กลับมาเจอกัน ใช้เวลาร่วมกันอีกครั้ง ซึ่งยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ความทรงจำเหล่านี้ก็จะมีคุณค่ามากขึ้นเรื่อยๆ

----------------------

จากวันที่เคยหิ้วทามิย่าไปประชันความเร็วในโรงเรียน ควักดิจิมอลออกมาดวลกันหน้าป้อมยาม ได้โอเระโนะทานกับเพื่อนที่ข้างถนน จนถึงวันที่ไปใช้ปากเล่นวินนิ่งฯ แข่งกันที่ร้านเกม ก่อนจะต้องแยกย้ายจากกันไปเมื่อเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย

แม้บางช่วงชีวิต เราอาจสงสัยเคลือบแคลงว่าเราทำเรื่องไร้สาระที่ไม่มีประโยชน์กับชีวิตในอนาคตไปเพื่ออะไร.... แต่เชื่อเถอะ เมื่อถึงวันหนึ่งเราจะมองย้อนกลับมาถึงความทรงจำเหล่านั้น แล้วพบว่ามันมีความหมาย มากมายจริงๆ

No comments:

Post a Comment