Friday, April 11, 2014

[แนะนำตัวละคร] อเรเซีย อัล-ราเชีย หรือ "มาเซอร์" (มาเธอร์)

[แนะนำตัวละคร] อเรเซีย อัล-ราเชีย หรือ "มาเซอร์" (มาเธอร์)


- จาก Final Fantasy Type-0
- พากย์เสียงโดย อะสึโกะ ทานากะ (คนพากย์อัลติมิเซีย และรอสโซ่)
- ไม่ปรากฏอายุ แต่ก็อยู่ดูวัฏจักรของจักรวาลมากว่า 600 ล้านรอบ
- ร่างมนุษย์สูง 165 ซม.
- ร่างที่แท้จริง เป็นฟัลซิ สายพัลส์
- เป็นตัวละครที่แข็งแกร่งที่สุดในเรื่อง จากคำยืนยันของคุณฮาจิเมะ ทาบาตะ ผู้กำกับเกม
- เป็นผู้สอนให้คลาส 0 ร้องเพลง Zero

[เนื้อเรื่องย่อ]

อเรเซีย ที่เห็นกันว่าเป็นป้าแว่นปริศนานั้น แท้จริงแล้วเป็นฟัลซิที่ฟัลซิพัลส์สร้างขึ้นมา เพื่อให้ช่วยตามหาและเปิดประตูสู่โลกที่มองไม่เห็น (ประตูแห่งเอโทร) ซึ่งอเรเซียก็ทำการทดลองหาทางเปิดประตูด้วยการรวบรวมดวงวิญญาณจำนวนน้อยที่มีองค์ประกอบพิเศษเข้าไว้ด้วยกัน

โดยจักรวาลที่อเรเซียอยู่นั้น  ฟัลซิลินด์เซย์ยังได้สร้างฟัลซิกาล่าขึ้นมาเพื่อช่วยตามหาและเปิดประตูสู่โลกที่มองไม่เห็นด้วยอีกแรง ทว่าวิธีการของกาล่านั้นแตกต่างออกไป กาล่าได้ใช้วิธีการสังหารหมู่ชีวิตนับล้านซึ่งเป็นวิธีบ้านๆ เข้าใจง่ายแบบเดียวกับที่ฟัลซิบาร์ธานเดลุสในซีรีส์ XIII วางแผนไว้ ....ว่าแล้วอเรเซียและกาล่าก็แยกกันทำหน้าที่ของตน


ฝ่ายอเรเซียได้สร้างคริสตัลประจำชาติทั้ง 4 ขึ้นมาเพื่ออุปถัมภ์ผู้คน บำรุงรักษาโลก และสร้างกลไกให้คริสตัลลบความทรงจำเรื่องของผู้ตายไปจากใจของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ซะ เพราะเธอเห็นว่าหากมนุษย์จำเรื่องของผู้ที่ตายไปแล้วไม่ได้ ก็จะไม่เห็นความสำคัญของชีวิต ไม่เข็ดหลาบกับการสูญเสีย การลาจาก มนุษย์จะได้กล้าที่จะทำสงครามฆ่าฟันกันต่อไป ซึ่งทุกครั้งที่ตาย วิญญาณของมนุษย์ก็จะสูงส่งขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่อเรเซียต้องการ

สภาพที่ชาติทั้ง 4 รบราฆ่าฟันกันไปเรื่อยๆ คือสภาพที่อเรเซียต้องการที่สุด แต่เมื่อใดก็ตามที่ชาติใดชาติหนึ่ง เก๋าพอที่จะยึดครองหรือรวบรวมโลกทั้งใบให้เป็นหนึ่งได้ ยุคสมัยแห่งสงครามของมนุษย์ก็จะยุติลง เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น ฟัลซิกาล่าก็จะส่งกองทัพนักรบลูลูซัสออกมาสังหารหมู่มนุษย์ทั่วโลก และสาปใครสักคนให้กลายเป็นลูซิผู้พิพากษา เพื่อตัดสินว่าในโลกนี้จะมีใครสักคนที่สามารถกลายเป็น "อากิโตะ" บุคคลผู้ที่จะช่วยเปิดประตูสู่โลกที่มองไม่เห็นได้หรือไม่ หากไม่มี... กาล่าก็จะทำลายโลก แล้วอเรเซียก็จะย้อนเวลาเพื่อกลับไปยังจุดเริ่มต้นของจักรวาลเสียใหม่

และจากที่คัมภีร์นิรนามระบุว่าเมื่อถึงเวลา ดวงดาราทั้ง 16 จะปรากฏตัวขึ้นในร่างมนุษย์ โดยแต่ละคนนั้นต่างมีองค์ประกอบอย่างหนึ่งของอากิโตะติดตัวมา อเรเซียที่พยายามสร้างอากิโตะขึ้นมานั้นตระหนักได้ว่าองค์ประกอบของอากิโตะนั้นไม่ได้รวมอยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่กระจายอยู่ในตัวมนุษย์ทั้ง 16 คน เพื่อดูว่าพวกเขาจะสามารถยับยั้งกาลอวสานของโลก และเปิดประตูสู่โลกที่มองไม่เห็นได้หรือไม่ อเรเซียจึงรวบรวมพวกเด็กๆ คลาส 0 ขึ้นมา

เรื่องราวแห่งการสร้างและทำลายนี้ได้วนเวียนอยู่ร่วม 600,104,972 รอบ โดยแทบทุกรอบ กลุ่มเด็กๆ ที่อเรเซียหวังปั้นให้เป็นอากิโตะ ก็เลือกที่จะกลายเป็นลูซิ แล้วต่อสู้กับกองทัพนักรบลูลูซัสจนตายยกแก็ง

จะมีพิเศษอยู่บ้างก็คือรอบที่ 600,104,971 ในภาคนิยาย ซึ่งพวกคลาส 0 ปฏิเสธที่จะเป็นลูซิ แล้วได้ช่วยกันสู้กับลูซิผู้พิพากษา สุดท้ายแม้จะเอาชนะลูซิผู้พิพากษาได้เป็นครั้งแรก แต่ทั้งกลุ่มก็เหลือ (พระเอกประจำลูปนี้) มาคิน่าคนเดียวที่รอดชีวิต ประตูสู่โลกที่มองไม่เห็นก็ไม่เปิดออก อเรเซียเห็นว่าการกระทำหลายอย่างของมาคิน่าทำให้คลาส 0 อ่อนแอลง อเรเซียจึงตั้งใจว่าในลูปต่อไปจะทำให้เรมอ่อนแอลง เพื่อที่มาคิน่าจะได้ง่วนกับการเป็นห่วงเรม ทิ้งทุกคนได้เพื่อเรม และเป็นเหตุให้มาคิน่าตีตัวออกห่างคลาส 0

แล้วในรอบที่ 600,104,972 พวกคลาส 0 ก็ปฏิเสธที่จะเป็นลูซิอีกครั้ง พวกเขาตายหมู่ยกแก็งในตอนจบอย่างเช่นเคย แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ร่วมแรงร่วมใจ ช่วยกันเอาชนะลูซิผู้พิพากษาได้สำเร็จ

ตอนจบของลูปรอบนี้ เดิมทีอเรเซียก็คิดที่จะย้อนเวลากลับไปจุดเริ่มต้นของจักรวาลเหมือนกับที่เคยทำมาจนชิน แต่แล้วลีนกับทิซก็พยายามห้ามไว้ ทั้งสองช่วยกันแสดงให้อเรเซียเห็นถึงความยิ่งใหญ่ของมนุษย์ โดยเฉพาะคลาส 0 ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร ได้แต่ทำตามคำสั่งของอเรเซีย พัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ ตลอด 600 ล้านลูปจนเอาชนะผู้พิพากษาได้สำเร็จ ส่วนวิญญาณของพวกคลาส 0 ที่ตายกันไปแล้วก็พร่ำบอกอเรเซียที่เลี้ยงดูพวกเขามาตลอดว่า พวกเขารักอเรเซียมากจริงๆ

ท้ายที่สุด อเรเซียก็กลับไปถามมาคิน่าและเรม ให้ทั้งสองเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นในวาระสุดท้ายของคลาส 0 เมื่อได้ฟังถึงวีรกรรมความยิ่งใหญ่ของเด็กๆ ที่เธอชุบเลี้ยงมา ซึ่งต่างทำตามคำสั่งของเธออย่างซื่อสัตย์ภักดี พัฒนาตัวเองและต่อสู้เรื่อยมาทั้งที่ไม่รู้ถึงจุดประสงค์แท้จริงเบื้องหลังของอเรเซีย ที่เห็นเด็กๆ เหล่านั้นเป็นเพียงเครื่องมือทดลองหาวิธีการเปิดประตูวิญญาณ แต่เด็กๆ เหล่านั้นกลับเคารพรักเธอจริงๆ อย่างหมดหัวใจ.....

กาลเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ไม่มีใครรู้ ทว่าอเรเซียที่ไม่ใช่มนุษย์... ไม่เคยเข้าใจความรู้สึกของมนุษย์ ก็ได้เกิดความรู้สึกเห็นใจเด็กๆ ของเธอขึ้นมา เธอจึงได้ตัดสินใจล้มเลิกการทดลองที่ทำมากว่า 600 ล้านรอบ แล้วหันหลัง เดินออกไปจากโลกโอเรียนซ์พร้อมกับกาล่า คริสตัลทั้ง 4 ที่ไม่เหลือจุดประสงค์อีกต่อไปก็หมดพลังและยุติการทำงาน ไม่มีการลบเลือนเรื่องราวของผู้ตายให้หายไปจากความทรงจำอีกต่อไป และอเรเซียได้ขอให้มาคิน่า จดจำเรื่องราวของเด็กๆ ของเธอไว้ให้ได้ ตลอดไป


ตอนจบของเกม ประตูสู่โลกที่มองไม่เห็นก็ยังคงปิดอยู่อย่างงั้น เรมและมาคิน่ากลายเป็นอากิโตะในสายตาชาวโลก แต่สำหรับทั้งสองแล้วเพื่อนพ้องคลาส 0 ต่างหากที่เป็นอากิโตะที่แท้จริง ทว่าในสายตาอเรเซีย... มันก็ไม่มีใครได้เป็นอากิโตะแหละว้า

ในที่สุด โลกที่เหล่าคลาส 0 สามารถปกป้องไว้ได้ โลกที่พวกเขาเอาชนะหุ่นเชิดของฟัลซิกาล่าได้ ก็ดำรงอยู่ต่อไป

[บทส่งท้าย]

ตอนแรกคุณทาบาตะ ผู้กำกับเกม เคยวางพล็อตไว้ว่าจะให้คลาส 0 สู้กับกาล่า และสู้กับอเรเซียซึ่งเป็นผู้สร้างโลกโอเรียนซ์ในตอนจบของเกม เมื่อชนะได้โลกก็หลุดพ้นจากการครอบงำของผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังประวัติศาสตร์มาตลอด แต่ในหมู่ทีมงานก็มีการถกเถียงถึงพล็อตนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายก็หาเหตุผลดีๆ ที่จะให้คลาส 0 ยอมสู้กับอเรเซียไม่ได้ ....เลยต้องเปลี่ยนบอสใหญ่เป็นผู้พิพากษาแทน

ทว่าในตอนจบ อเรเซียก็หันหลัง เดินออกไปจากโลกและประวัติศาสตร์ของมนุษย์ตามที่วางพล็อตไว้แต่แรกอยู่ดี เรียกได้ว่าเป็นการจบเกมแบบที่พวกคลาส 0 ไม่ได้ปราบอเรเซียด้วยกำลัง หากแต่ปราบเธอผู้นั้นด้วยหัวใจ

ก็เป็นวิธีการปราบบอสใหญ่ที่เหนือชั้นอย่างแท้จริง

No comments:

Post a Comment