Thursday, November 9, 2006

จาก PS2 สู่ PS3 ก้าวใหม่สู่การเปลี่ยนแปลงของ Final Fantasy

ภายในบทสัมภาษณ์ฉบับใหม่ที่ตีพิมพ์ในนิตยสารเดนเกคิของญี่ปุ่น คุณโมโตมุ โทริยามะ และคุณเท็ตสึยะ โนมุระ ได้พูดคุยถึงเหตุการณ์ต่างๆและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับโปรเจค Fabula Nova Crystallis: Final Fantasy XIII ในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าเดิมทีแล้วโปรเจคนี้ได้ถูกวางแผนที่จะพัฒนาลงบน Playstation 2 แต่ในที่สุดก็ได้มีการโยกย้ายการพัฒนามาบนเครื่องคอนโซลยุคต่อไปของ Sony ภายใต้ชื่อของ Playstaion 3ในช่วงพฤษภาคมของปี 2005 แทน

ไดเรคเตอร์อย่างคุณโทริยามะได้ให้ความเห็นในเรื่องของความแตกต่างระหว่างการพัฒนาโปรเจคนี้บน PS2 กับ PS3 ไว้ว่า "กราฟิกที่เราที่เราเคยเตรียมไว้สำหรับภาค PS2 นั้นใช้ไม่ได้อีกต่อไปสิ่งที่คงเหลือไว้มีเพียงโลกของ Fabula Nova Crystallis เรื่องราวของโลกแห่ง Final Fantasy XIII แล้วก็รายละเอียดของตัวละครเท่านั้น พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ เราต้องเริ่มสร้างระบบการต่อสู้และระบบการเล่นทั้งหมดขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ที่เราตัดสินใจจะการพัฒนามาบนเครื่อง PS3"

"ในระหว่างช่วงที่ยังพัฒนาเกมนี้ลงบน PS2 ได้มีการเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนแปลงสมาชิกทีมงานบางท่านเล็กน้อย สตาฟฟ์ส่วนใหญ่เป็นชุดที่ริเริ่มมาจากทีมที่พัฒนา Final Fantasy X-2 แต่ในช่วงที่เราเริ่มมีแรงบันดาลใจที่จะหันมาพัฒนาลง PS3 ก็มีทีมงานมากมายที่เข้ามาสมทบเพิ่ม"

ในขณะเดียวกันทางด้าน ไดเรคเตอร์และคาแรคเตอร์ดีไซน์ของเกม Final Fantasy Versus XIII คุณโนมุระก็ได้กล่าวถึงความลำบากในการพัฒนาไว้เช่นกัน "อุปสรรคคราวนี้ยิ่งใหญ่กว่าตอนที่เปลี่ยนจากยุค PS1 มาสู่ PS2 มาก เพื่อจะจัดการกับการเปลี่ยนแปลงนี้ Square Enix ต้องรวบรวมโปรแกรมเมอร์ทั้งหมดภายใต้การดูแลของคุณโยชิโนริ คิตาเสะที่เป็นโปรดิวเซอร์ของ Final Fantasy XIIIเพื่อพัฒนา White Engine ซึ่งเป็นขุมพลังสำหรับเกมในยุคต่อไปของ Square Enixขึ้นมา เราอาจจะมาถึงจุดที่สามารถสร้างเกมสำหรับ PS3 ได้แล้ว ทว่าตอนนี้เรากำลังหาทางที่จะดึงประสิทธิภาพของเครื่องมาใช้อย่างเต็มที่อยู่"

"พวกคุณจะได้เห็นเทรลเลอร์รวมทั้งระบบการต่อสู้แน่เมื่อเราการพัฒนา White Engine เสร็จสิ้นลง เรากำลังพยายามอย่างหนักกับการพัฒนามัน และเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องดูกันต่อว่ามันสามารถทำงานได้ดีแค่ไหนบ้าง แน่ใจได้เลยว่าเรามีไอเดียสำหรับขั้นตอนต่อไปแล้ว"

ต้องเข้าใจว่า White Engine ไม่ใช่สิ่งที่สร้างขึ้นมาเพื่อ Final Fantasy XIII เพียงอย่างเดียว Square Enix เองก้ได้สร้าง White Engine ขึ้นมาหลายเวอร์ชั่นเช่นกัน เกมหลายๆเกมก็กำลังถูกพัฒนาอยู่บน White Engine คนละเวอร์ชั่นกัน

เมื่อทางนิตยสารได้ถามทั้งสองท่านเกี่ยวกับความคิดเห็นที่มีต่องาน TGSที่ผ่านมา คุณโทริยามะได้กล่าวต่อไปว่า "มีเกมที่รันบนเครื่องจริงได้มากมายกว่าที่ผมคิดไว้เยอะทีเดียว เราเองก็กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อให้ Final Fantasy XIII อยู่ในขั้นที่ทดลองเล่นได้โดยเร็วที่สุด"

คุณโนมุระเองก็ได้ให้ความเห็นต่อเกมที่กระแทกใจเขาไว้ว่า "แน่นอนว่ามันต้องเป็น MGS4 แต่ว่าส่วนตัวแล้วผมตื่นตาตื่นใจกับ DMC4 มากกว่า"

และแล้วคำถามสุดท้ายที่สำคัญที่สุดก็มาถึง "ทีมงาน Square Enix จะซื้อ PS3 กันหรือไม่?" คุณโทริยามะตอบกลับทันทีว่า "ผมเตรียมที่จะซื้อพลาสม่าทีวีพร้อมๆกับ PS3 แล้ว ถ้าใครได้เห็นภาพผ่านทาง HDMI เชื่อว่าคงไม่มีการเปลี่ยนใจแน่นอน"

(แล้วไว้เราจะกลับมาพบกันอีกครั้ง พร้อมกับภาพตอนที่คุณโนมุระและคุณโทริยามะกำลังยืนต่อคิวซื้อ PS3 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า...)

สุดท้ายๆ คุณโทริยามะเปรยๆไว้ว่าในนิตยสารฉบับหน้าจะมีการเปิดเผยตัวละครใหม่และตัวอย่างการใช้เวทมนต์ใน Final Fantasy XIIIขณะเดียวกันคุณโนมุระก็บอกว่าจะเปิดเผยระบบการเล่นแล้วก็ข้อมูลโลกทัศน์ของ Final Fantasy Versus XIII เช่นกัน ก็รอติดตามกันให้ดีละกันครับ

Wednesday, November 8, 2006

มาอ่าน 'บนเส้นทางสู่รอยยิ้ม' กับ 'หญิงสาวผู้ท่องไปในดวงดาว' กันเถอะ!!

เว็บไซท์ของคุณดุก ได้ทำการลง Script ที่ถูกร้อยเรียงเป็นภาษาไทยของนิยาย 'บนเส้นทางสู่รอยยิ้ม' และ 'หญิงสาวผู้ท่องไปในดวงดาว' ซึ่งเป็นเนื้อเรื่องเสริมของ Final Fantasy VII เอาไว้ สำหรับใครที่สนใจอยากจะอ่านเนื้อเรื่องของทั้งสองส่วนนี้สามารถเข้าไปอ่านตามลิงค์ข้างล่างได้เลยครับ

คลิ๊กเพื่อเข้าสู่เว็บของคุณดุก

Wednesday, September 20, 2006

จ๊ากกกก!!!! KH: CoM จะรีเมคลง PS2 !!!

มีข่าวลือ (จากเว็บที่เคยปล่อยข่าวลือมาสองบรรทัดสั้นๆว่า 'Square Enix กำลังซุ่มทำ Kingdom Hearts II Final Mix กับภาคต่อของ Final Fantasy XII แล้วมันก็ดันมีจริงๆ) บอกว่าตอนนี้ Square Enix กำลังสร้าง KH: CoM ภาครีเมคสำหรับเครื่อง PS2 อยู่ ตัวเกมจะถูกทำเป็น 3D โพลิกอนอย่างเต็มรูปแบบ และจะมีใส่เสียงพากย์เสร็จสรรพ ส่วนความคืบหน้าของทางKHII Final Mix นั้น มีข่าวว่าจะมีการเพิ่มเนื้อเรื่องในส่วนของนามิเนะและพวก XIII เข้ามาอีกด้วย

Sunday, July 2, 2006

นานาทรรศนะถึง PS3 จากมุมมองของ Kojima และ Nomura


ความเดิมเมื่อตอนที่แล้ว ในวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมานั้นทางนิตยสารเกมากะได้จัดการสัมภาษณ์ทีมงานผู้สร้างเกมแบบเป็นหมู่คณะขึ้นที่อาคารของทาง Square Enix โดยผู้ที่มาให้การสัมภาษณ์ในคราวนี้ก็คือคุณ ฮิเดโอะ โคจิม่า (ไดเรคเตอร์ของ MGS4) คุณ โยจิ ชินคาวะ (อาร์ทไดเรคเตอร์ของ MGS4) และคุณ เท็ตสึยะ โนมุระ (จับฉ่ายแห่ง Square Enix ผู้ที่ทำมันทุกอย่าง) โดยประเด็นหลักของเรื่องที่ทางนิตยสารเกมากะต้องการสัมภาษณ์นั้นก็คือทรรศนะของทั้งสามท่านที่มีต่อเครื่อง Playstation 3 นั่นเอง


พวกเราต่างก็เคยได้เห็นการที่ PS3 นั้นได้ถูกจับไปเปรียบเทียบกับ รถยนต์คันหรูหรือดินเนอร์สุดเลิศรสในภัตตาคารชั้นยอด ในขณะที่เมื่อไม่นานมานี้ คุณฮิเดโอะ โคจิม่า ไดเรคเตอร์มือฉมังของวงการที่กำลังสร้าง Metal Gear Solid 4 อยู่นั้น ก็พึ่งได้ออกมาให้สัมภาษณ์ต่อนิตยสารเกมากะของประเทศญี่ปุ่นว่า PS3 นั้นก็เหมือนกับการที่คุณได้เข้าไปรับชมภาพยนตร์ในโรงหนัง ในขณะที่ Xbox 360 ก็เหมือนกับการซื้อ DVD หนังเรื่องหนึ่งมาดูที่บ้าน ในขณะที่ Wii นั้นก็เสมือนกับการดูรายการทีวีทั่วไปที่มีอยู่มากมายนั่นเอง

เกี่ยวกับเรื่องนี้นั้น ผมได้เคยให้สัมภาษณ์ไปครั้งหนึ่งแล้วภายในงาน E3 และผมตอบไปว่า.. โคจิม่ากล่าวต่อไป PS3 ก็เหมือนกับหนังตามโรงภาพยนตร์ คุณจ่ายเงิน 1,800 เยนและได้ดูหนังด้วยระบบเสียงที่ยอดเยี่ยมและได้สัมผัสกับจอภาพขนาดยักษ์ มันไม่ใช่หนังเก่าๆที่รีเมคมาจากละครทีวี แต่มันคือหนังที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ และทุกคนก็ต้องการมัน ส่วน Xbox 360 นี่ก็เหมือนกับการรับชมภาพยนตร์อยู่ที่บ้าน ซึ่งก็เหมาะกับคนที่ต้องการจะดูหนังเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นจะยังไงก็ได้ ในขณะที่ Wii นั้นก็เหมือนกับรายการโทรทัศน์ คุณเปิดทีวี คุณได้ดูบอลและเพลิดเพลินไปกับวาไรตี้โชว์ทั้งหลายอย่างง่ายๆ

เมื่อลองพิจารณาดูจากความเห็นของคุณโคจิม่าที่ให้สัมภาษณ์ไว้กับทางเกมากะแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะให้ความชื่นชอบกับแผนการณ์ตลาดของโซนี่มากเลยทีเดียว เขากล่าวว่า หากคุณลองมองไปถึงอนาคตของอุตสาหกรรมและอนาคตของผู้ผลิตเกม ผมรู้สึกว่าผู้ชนะน่าจะเป็นฝ่ายหนังตามโรงภาพยนตร์น่ะนะ อืม...PS3 นั่นแหละ คงจะไม่มีใครพูดหรอกครับว่ามันราคาถูก อย่างไรก็ดี ผมมองว่า PS3 นี่แหละคือ อนาคต ตัวเครื่อง Wii เองก็น่าสนใจเช่นกันนะ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องฟังก์ชั่นของมันแล้ว มันเป็นเครื่องเล่นเกมที่มีคอนเซปต์ที่เก่าไป

อย่างไรก็ตาม คุณโคจิม่านั้นก็ชื่นชอบและสนับสนุนในตัวคอนโทรลเลอร์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ของ Wii มาก เขากล่าวไว้ด้วยว่า คงจะเป็นการดีที่สุดหาก PS3 มีคอนโทรลเลอร์อย่าง Wii

คุณโคจิม่าได้แสดงความผิดหวังกับคอนโทรลเลอร์ของ PS3 โดยเขาบอกว่า เป็นเรื่องโชคร้ายทีเดียวที่ระบบการสั่นของคอนโทรลเลอร์นั้นต้องถูกตัดออกไป แต่แล้วคุณโนมุระก็ขัดขึ้นว่าในอนาคตอาจจะมีการเพิ่มระบบนี้ลงไปอยู่ดีก็ได้ คุณโคจิม่าเลยให้ความเห็นว่าหากสาเหตุที่ต้องตัดระบบการสั่นทิ้งเพราะว่ามันไปรบกวนการทำงานของโมชั่นเซนเซอร์จริงๆล่ะก้อ โซนี่ก็น่าจะทำปุ่มกดเลือกสำหรับสลับระบบการทำงานระหว่างการสั่นกับโมชั่นเซนเซอร์ด้วยน่ะนะ

หลังจากนั้นคุณโนมุระก็ได้ให้ทรรศนะถึง PS3 บ้างว่า ลองคิดไปถึง 2-3 ปีหลังจากนี้สิ PS3 จะต้องเป็นเครื่องที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแน่ๆ พวกผมรู้สึกว่า เมื่อใดก็ตามที่เกมที่พวกผมกำลังสร้างอยู่ (Final Fantasy XIII) ได้วางจำหน่ายแล้วล่ะก้อ PS3 จะติดตลาดแน่นอน!!

โคจิม่าเองก็บอกว่า PS3 เป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้อุตสาหกรรมนี้ก้าวต่อไป หากว่าเส้นทางการวิวัฒนาการอย่างเครื่อง PS3 ปิดฉากลงเมื่อไหร่ อุตสาหรรมนี้คงยากที่จะขยายตัวต่อไปได้ คุณโคจิม่ายกตัวอย่างหนังเรื่อง Poseidons Adventure เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของวงการภาพยนตร์ที่เปลี่ยนจากการสร้างหนังด้วยต้นทุนที่จำกัดมาเป็นการใช้ต้นทุนแบบไม่อั้นแบบที่เราเห็นกันในปัจจุบันแทน เขากล่าวเสริมไปว่า การสร้างเกมให้กับเครื่อง PS3 นั้นอาจจะต้องใช้งบประมาณการลงทุนที่สูงมาก แต่ถ้าหากพวกเราต่างหยุดอยู่ที่ตรงนี้ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับอุตสาหกรรมเกม? ดีแล้วหรือหากจะให้ผู้ผลิตเกมทุกคนหันมาทำเกมแบบวาไรตี้สไตล์? มันจะไม่ต่างอะไรกับรายการโทรทัศน์เลยนะนั่น ไม่เวิร์คน่า

การสนทนานั้นดูจะลดดีกรีความตึงเครียดลงเล็กน้อยเมื่อทางเกมากะถามถึงภาคต่อของ Zone of the Enders ซึ่งคุณโคจิม่าก็บอกว่า พวกเราเองก็ต้องการที่จะทำภาคต่อ แต่คนที่ว่างจะทำน่ะมันไม่มี อ่ะ! ตอนนี้ผมตัดสินใจแล้ว คุณโนมุระไปออกแบบตัวละคร ส่วนคุณชินคาวะก็ไปออกแบบพวกเครื่องจักรละกัน

หลังจากนั้นก็คุยกันถึงเรื่องของการร่วมมือกันระหว่างบริษัท คุณโนมุระบอกว่าตกใจมากที่เห็นสเน็คโผล่ไปแจมใน Smash Brothers ของ Wii คุณโคจิม่าก็เลยถามว่า อ้าว แล้วคลาวด์ของคุณไม่ได้ไปโผล่ด้วยเหรอครับ? คุณโนมุระก็ตอบว่า เอ่อ พวกเขาไม่ยอมมาชวนผมน่ะ 555+