Thursday, October 20, 2011

Final Fantasy IX : มโนคติแห่งชีวิต -คริสตัล-

“ชาวเทอร์ร่าที่แท้จริงได้เข้าสู่การหลับใหลมาอย่างยาวนาน รอคอยชั่วยามที่โอกาสของพวกเขาจะมาถึง เมื่อถึงเวลาแล้ว แสงแห่งดวงดาวจะแปรเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง แล้วไกอาก็จะกลายเป็นเทอร์ร่า”  มิโคโตะ

อารยธรรมของเทอร์ร่า

เทอร์ร่าเป็นดาวที่มีอารยธรรมทางเวทมนต์อันสูงส่ง ในช่วงที่เฟื่องฟูสุดขีดนั้น เทอร์ร่าเต็มไปด้วยเมืองที่เจริญรุ่งเรืองทั่วทั้งดวงดาว แต่แล้วเมื่อ “การเสื่อมถอย” ได้เริ่มต้นขึ้น พืชและสัตว์ทั้งหลายในดาวดวงนี้ก็เริ่มพากันล้มตาย

ชาวเทอร์ร่ามีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะปกปักรักษาวัฒนธรรมและเทคโนโลยีของพวกเขาไว้ พวกเขาได้สร้าง “โออิลเวิร์ท” ขึ้นมาเป็นแหล่งบันทึกประวัติศาสตร์ของพวกเขา แต่นั่นมันก็ไม่ใช่ทางแก้ปัญหา ในท้ายที่สุด ชาวเทอร์ร่าที่มีสติปัญญาก็ได้รวมตัวกันเพื่อหาทางหยุดยั้งการเสื่อมถอยนั้น


การ์แลนด์ บุคคลผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด ไม่ดีและไม่ร้าย เป็นแค่ตาลุงธรรมดาๆ

หนังสือ Final Fantasy IX Ultimania บันทึกไว้ว่า ชาวเทอร์ร่าได้ใช้ศาสตร์แห่งเวทย์ที่เรียกว่า “ฟิวชั่น” เพื่อให้ได้มาซึ่งชีวิตที่เป็นนิรันดร์ ฟิวชั่นถูกร่ายขึ้นเมื่อคริสตัลของเทอร์ร่าเข้าสู่วัยชราและอ่อนแอลง ดังนั้นเพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไปได้ ชาวเทอร์ร่าจึงแสวงหาดวงดาวที่ยังหนุ่มแน่น ดวงดาวที่ใจกลางของมันยังไม่โตดี ทำการดูดกลืนมันซะ แล้วถ่ายวิญญาณของเทอร์ร่าเข้าไปในคริสตัลอันใหม่ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ

ใจกลางของดาวแต่ละดวงจะมีคริสตัลที่ทำหน้าที่ควบคุมวัฏจักรแห่งวิญญาณตั้งอยู่  มันจะปล่อยวิญญาณออกมาเพื่อให้เกิดใหม่เป็นสิ่งมีชีวิต และเมื่อสิ่งเหล่านั้นตายลง ความทรงจำระหว่างการใช้ชีวิตจะถูกส่งกลับไปยังคริสตัล ทำให้คริสตัลเติบโตและสามารถสร้างสิ่งมีชีวิตใหม่ที่มีความซับซ้อนมากกว่าเดิมได้ หากการหมุนเวียนของวิญญาณหยุดลง การสั่งสมความทรงจำก็จะจบสิ้นลง แล้วดวงดาวก็จะเริ่มเสื่อมถอย ที่สุดแล้วคริสตัลและดาวดวงนั้นก็จะกลับคืนสู่จักรวาลไปพร้อมๆ กัน

มโนคตินี้คล้ายคลึงกับไลฟ์สตรีมของ Final Fantasy VII


ประวัติศาสตร์

5,000 ปีก่อน – การฟิวชั่นที่ผิดพลาด

ชาวเทอร์ร่าไม่สามารถหาดวงดาวที่ยังเยาว์วัยเพื่อที่จะดูดกลืนได้ ขณะที่คริสตัลของเทอร์ร่าก็อ่อนแอลงทุกวันๆ การ์แลนด์จึงเสี่ยงตัดสินใจเลือกดาวไกอาที่หนุ่มแน่นมาเป็นดาวที่จะหลอมรวมด้วย ทว่าการฟิวชั่นกลับล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะคริสตัลของไกอาพยายามปฏิเสธกระบวนการ ส่งผลให้อารยธรรมทั้งหมดของไกอาล่มสลาย เหลือไว้เพียงเปลือกโลกที่พังพินาศ

ภาพการฟิวชั่นที่ผิดพลาดของไกอาและเทอร์ร่า

การฟิวชั่นที่ผิดพลาดนี้ส่งผลให้สถานที่ต่างๆ ในเทอร์ร่าไปปรากฏบนไกอา เช่น ภูเขากูลก์ ปราสาทอิปเซ็น ตำหนักทะเลทราย และโออิลเวิร์ท ขณะที่ตัวเทอร์ร่าเองก็หายเข้าไปอยู่ภายในไกอา และด้วยการฟิวชั่นที่ผิดพลาด ดวงจันทร์ของเทอร์ร่าที่ยังคงอยู่จึงกลายมาเป็นดวงจันทร์ที่สองของไกอา (ดวงจันทร์สีน้ำเงินของไกอาและดวงจันทร์สีแดงของเทอร์ร่า) แล้วที่มหาสมุทรใกล้เอสโตกาซ่า เกาะประกายแสงก็ได้ถือกำเนิดขึ้นในฐานะทางเชื่อมระหว่างทั้งสองโลก

การ์แลนด์ได้ย้าย “อิฟา” ต้นไม้เวทมนต์ของเทอร์ร่าไปปลูกในไกอาเพื่อที่จะคอยสอดส่องดูการฟื้นตัวของโลก เขาคาดว่าคงต้องใช้เวลาหลายพันปีกว่าไกอาที่ประสบกับการฟิวชั่วที่ล้มเหลว จะฟื้นตัวกลับมามีอารยธรรมที่เฟื่องฟูอีกครั้ง

3,000 ปีก่อน – การ์แลนด์วางแผนคืนชีพให้เทอร์ร่า

หนังสือ Final Fantasy IX Ultimania บันทึกไว้อีกว่า การ์แลนด์เริ่มสร้าง “เจนอม” ขึ้นมาเมื่อประมาณ 3,000 ปีก่อนที่เหตุการณ์ในเกมจะเริ่มต้นขึ้น เพื่อวันที่ชาวเทอร์ร่าจะคืนชีพขึ้นมาได้อีกครั้ง เจนอมถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นภาชนะให้วิญญาณของชาวเทอร์ร่า ทว่าตราบใดที่การฟิวชั่นดวงดาวยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี ชีวิตของเจนอมก็จะยังคงบกพร่อง ขณะที่คริสตัลของเทอร์ร่าเสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆ หากช่วยเอาไว้ไม่ทัน มันก็จะตายและกลับคืนสู่จักรวาล การ์แลนด์จึงคิดค้นแผนครอบงำวัฏจักรวิญญาณของไกอาขึ้นมา

แผนของการ์แลนด์คือการรวมวัฏจักรทั้งสองเข้าด้วยกัน คือวัฏจักรคริสตัลของเทอร์ร่า และวัฏจักรคริสตัลของไกอา แต่แผนที่วางเอาไว้แต่แรกนั้นล้มเหลว เพราะกระแสวิญญาณมันดันไปด้วยกันไม่ได้ ไกอามีกระแสวิญญาณที่เข้มแข็งและไหลเวียนอย่างรวดเร็ว ขณะที่ดวงดาวที่เจียนตายอย่างเทอร์ร่า แทบจะไม่ค่อยเหลืออะไรให้ไหลเวียนในวัฏจักรแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำให้วัฏจักรวิญญาณของเทอร์ร่าเข้าไปครอบงำวัฏจักรของไกอา


ภาพตัดขวางของกระแสวิญญาณที่ปล่อยออกมาตามปกติ

แต่ด้วยการใช้ต้นอิฟา การ์แลนด์จึงสามารถหยุดยั้งวิญญาณของชาวไกอาไม่ให้กลับคืนสู่คริสตัลของพวกเขาได้ เขาวางแผนที่จะสร้างโลกที่มีแต่วิญญาณของชาวเทอร์ร่าเท่านั้นที่จะหมุนเวียนอยู่ต่อไปได้ อย่างไรก็ตามแม้วัฏจักรของไกอาจะชะงักลง การหมุนเวียนของเทอร์ร่าก็ยังคงอ่อนแออยู่ดี

1,000 ปีก่อน – วิญญาณของชาวเทอร์ร่าเริ่มฟื้นตัว

1,000 ปีก่อนที่เหตุการณ์ในเกมจะเริ่มต้นขึ้น การ์แลนด์ได้ให้ผู้คัดแยกวิญญาณไปประจำการอยู่ที่ฐานของต้นอิฟา ให้มันทอดทิ้งวิญญาณของชาวไกอา และปลดปล่อยวิญญาณของชาวเทอร์ร่าออกไปเกิดใหม่แทน ว่าแล้วเทอร์ร่าจึงค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างช้าๆ ด้วยเหตุนี้พืชและสัตว์ของเทอร์ร่าจึงเริ่มคืนชีพขึ้นมาบนดวงดาวแห่งไกอา ขณะที่ไกอาเองก็ฟื้นตัวขึ้นมาจากความล่มสลายที่เกิดขึ้นในตอนที่การฟิวชั่นล้มเหลว  วิญญาณของชาวไกอาที่ถูกทอดทิ้งก็ถูกขับออกมาผ่านทางรากไม้แพร่ออกไปทั่วทวีป ในขณะนี้เองอารยธรรมทั้งหลายก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง


ผู้คัดแยกวิญญาณที่ขับวิญญาณของชาวไกอาออกมาในรูปของหมอก
และส่งวิญญาณของชาวเทอร์ร่าออกไปเกิดใหม่แทน

วิญญาณของชาวไกอาที่ถูกขับออกมาจากคริสตัล รวมทั้งวิญญาณที่ไม่อาจกลับคืนสู่คริสตัลได้ ปรากฏชัดในรูปของหมอก ทำให้ทวีปแห่งนั้นเป็นที่รู้จักกันในชื่อทวีปแห่งหมอก  และด้วยการปรากฏตัวของหมอกนี้เอง ผู้คนทั้งหลายจึงอพยพไปอยู่ในพื้นที่ๆ อยู่สูงเหนือหมอกขึ้นไปอีก (บางเผ่าก็ยังคงอยู่ใต้หมอก) ทว่าสภาพการณ์ที่แย่งกันอยู่ที่สูงๆ เช่นนี้ย่อมเต็มไปด้วยความขัดแย้งมากมายอันนำไปสู่สงครามครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ให้กระแสของวิญญาณที่พยายามจะกลับคืนสู่คริสตัลเพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นไปตามแผนของการ์แลนด์อยู่แล้ว

ทว่าเมื่อประเทศหนึ่งคิดค้นเรือเหาะที่สามารถบินเหนือหมอกขึ้นมาได้ แถมยังเป็นเรือเหาะที่ใช้พลังงานจากหมอกอีกด้วย สงครามจึงยุติลง แล้วการหมุนเวียนของวิญญาณก็กลับสู่สภาพปกติอีกครั้ง

การ์แลนด์สร้างคุจาและซีดานขึ้นมาเพื่อเร่งกระบวนการฟื้นฟูเทอร์ร่า

เมื่อเห็นแผนการค่อยๆ ดำเนินไปอย่างชักช้า การ์แลนด์จึงมีความคิดที่จะสร้างเจนอมที่มีเจตจำนงค์อันเข้มแข็งขึ้นมา แล้วส่งไปยังไกอาเพื่อไปยุแยงให้ชาติต่างๆ ทำสงครามระหว่างกัน อัตราการหมุนเวียนของวัฏจักรวิญญาณจะได้เพิ่มมากขึ้นอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้เขาจึงสร้างคุจาขึ้นมา

แต่แล้วในระหว่างการสร้างคุจาก็เกิดความผิดพลาดขึ้น ทำให้คุจากลายเป็นเจนอมที่มีเจตจำนงค์ที่แข็งกล้าจนเกินไป และนั่นก็ทำให้คุจาไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งเขาง่ายๆ อย่างไรก็ตามการ์แลนด์ยังคิดว่าเขาคงใช้ประโยชน์จากสิ่งประดิษฐ์ของเขาได้อยู่ดี ว่าแล้วเขาก็ส่งคุจาไปยังไกอา หลังจากคุจาออกไปแล้ว การ์แลนด์ก็ตัดสินใจสร้างเจนอมอีกคนที่แตกต่างจากคุจาขึ้นมา เจนอมคนนั้นก็คือซีดาน

หนังสือ Final Fantasy IX Ultimania บันทึกไว้อีกว่า ซีดานนั้นแตกต่างจากคุจาตั้งแต่แรก เขาเริ่มต้นใช้ชีวิตในสภาพเด็ก การเริ่มต้นชีวิตในสภาพนี้ส่งผลกระทบต่อการเติบโตและการเรียนรู้ของเขาเป็นอย่างมาก อารมณ์ของเขาได้รับการขัดเกลาพัฒนายิ่งขึ้นเรื่อยๆ สิ่งนั้นเองทำให้เขาสามารถเข้าสู่สภาพทรานซ์ได้ ท้ายที่สุดเขาก็ก้าวข้ามคุจาผู้ไม่อาจเข้าใจอารมณ์อันซับซ้อน และไม่อาจทรานซ์ได้ตามธรรมชาติ


คุจาที่เกิดมาก็เมพขิงๆ แต่พัฒนาไม่ได้ ตรงข้ามกับซีดานที่เกิดมาอ่อนด้อยแต่โตได้

เมื่อคุจาทราบเรื่องของซีดานเข้า เขาก็อิจฉาที่การ์แลนด์หันไปสนใจเจนอมคนใหม่ ว่าแล้วคุจาก็ลงมือลักพาตัวซีดาน แล้วเอาเขาไปปล่อยทิ้งไว้ในไกอา เมื่อการ์แลนด์รู้เรื่องที่คุจาทำลงไปก็โกรธจัด จึงเนรเทศคุจาออกไปจากเทอร์ร่า

หลังโดนเนรเทศออกมาแล้ว คุจาก็เข้ายึดสถานที่ต่างๆ ของเทอร์ร่าที่ไปโผล่ในไกอา และเขาก็ให้มังกรเงินพาเขาไปยึดยานเหาะอินวินซิเบิล

เวลาต่อมาซีดานที่ถูกคุจาเอาไปทิ้งก็ได้รับการชุบเลี้ยงโดยคณะละครแทนทาลัส บ่อยครั้งเขามักฝันถึงเรื่องบ้านเกิดของตนเอง แต่เขาก็จำอะไรไม่ได้มากไปกว่าแสงสีน้ำเงิน เขาลืมเรื่องที่เขาเกิดในเทอร์ร่า แต่ถึงกระนั้นเขายังคงแน่วแน่ที่จะตามหาบ้านเกิดและครอบครัวของตนเอง

500 ปีก่อนเริ่มเกม - แผนของการ์แลนด์เริ่มผิดเพี้ยน

หลายพันปีผ่านไป ท้ายที่สุดแผนการต่างๆ ของการ์แลนด์ก็เป็นอันบรรลุผล คริสตัลของไกอาถูกกีดกันไม่ให้ได้รับวิญญาณมาอย่างยาวนาน ที่สุดแล้วคริสตัลของเทอร์ร่าที่อ่อนแอก็น่าจะหลอมรวมเข้ากับมันได้ ทว่าในช่วงนี้เองที่การ์แลนด์ตกอยู่ในสภาพวิตกจริต คริสตัลของเทอร์ร่านั้นอ่อนแอเกินกว่าจะสร้างสัตว์อสูรได้แล้ว ขณะที่การ์แลนด์ได้เห็นสัตว์อสูรตนหนึ่งที่ถูกอัญเชิญขึ้นในอเล็กซานเดรีย เขาก็สะพรึงกับพลังของมันเป็นอย่างมาก ในระหว่างที่วันที่การฟิวชั่นอย่างสมบูรณ์แบบก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ การ์แลนด์ก็คอยระวังไม่ให้มีพลังระดับนั้นเข้ามาขัดขวางเขาและแผนการของเขาได้ ถึงตอนนี้เป้าหมายของเขาก็ใกล้จะเป็นจริงแล้ว

เจ้านี่แหละที่ทำการ์แลนด์ประสาทกิน

สัตว์อสูรในภาคนี้เกิดจากความทรงจำที่สั่งสมอยู่ในคริสตัล
แล้วคริสตัลก็สร้างมันขึ้นมาเพื่อปกป้องดวงดาว ด้วยหลักการเดียวกับเวพ่อนใน FFVII

10 ปีก่อนเริ่มเกม - มาไดน์ซารีถูกทำลาย

การ์แลนด์ค้นหาว่าชีพจรของไกอาสั่นสะเทือนไปยังจุดใดของผิวดาว ที่นั่นเองเขาได้พบกับหมู่บ้านมาไดน์ซารีและชนเผ่านักอัญเชิญ ด้วยความหวาดกลัวต่อพลังของพวกเขาเหล่านั้น การ์แลนด์จึงสั่งให้คุจาไปทำลายหมู่บ้านดังกล่าว ด้วยเหตุนี้คุจาจึงเริ่มสงสัยว่าสิ่งมีชีวิตแบบไหนกันที่เจ้านายของเขากลัวนักกลัวหนา ในไม่ช้าเขาก็เริ่มไล่ตามเรื่องนี้ด้วยตัวของเขาเอง จนพบเรื่องของสัตว์อสูรและเหตุการณ์เมื่อราว 500 ปีก่อน คุจาวางแผนที่จะหาสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งพอที่จะไปเผชิญหน้ากับการ์แลนด์ได้ แต่แผนนี้ก็ล้มเหลว ถึงกระนั้นเขาก็ค้นพบพลังอื่นขึ้นมาทดแทนซึ่งก็คือพลังในการทรานซ์

การล่มสลายของเทอร์ร่า

ในตอนท้ายซีดานและผองเพื่อนได้รับรู้เรื่องของเทอร์ร่าและตัดสินใจเดินทางเข้ามา พวกเขาขับยานเหาะฮิลด้าการ์เดที่สาม มายังเกาะประกายแสงที่เป็นทางเชื่อมระหว่างไกอาและเทอร์ร่า เมื่อผ่านทางเชื่อมเข้ามา ยานเหาะก็ลงจอดในพื้นที่ๆ เป็นคริสตัล หลังจากเดินทางฝ่าความยากลำบากในเทอร์ร่าพวกเขาก็ได้พบกับมิโคโตะ สาวน้อยปริศนาผู้คล้ายคลึงกับซีดาน

มิโคโตะได้พาพวกซีดานไปยังหมู่บ้านบรานบัล เมืองของชาวเจนอม มิโคโตะเล่าเรื่องของเธอให้ซีดานฟังว่าเธอถูกสร้างขึ้นมาให้มีเจตจำนงค์เป็นของตนเองแบบเดียวกันกับซีดานและคุจา ดังนั้นหากจำเป็นเธอก็อาจทำหน้าที่แทนพวกเขาทั้งสองได้ ซีดานไม่เข้าใจในสิ่งที่มิโคโตะอธิบาย เธอจึงพาเขาไปพบการ์แลนด์ที่แพนเดโมเนียม ซึ่งการ์แลนด์ก็เล่าให้ซีดานฟังถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงที่เขาสร้างซีดานขึ้นมาในฐานะทูตแห่งความตาย ในทีแรกซีดานเองก็รับความจริงไม่ได้ แต่หลังจากที่เพื่อนพ้องทั้งหลายช่วยให้ซีดานเข้าใจถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่ พวกเขาก็ตัดสินใจเข้าไปปะทะกับการ์แลนด์


ซีดานรับฟังความจริงจากการ์แลนด์ ก่อนจะหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต

ขณะที่การต่อสู้กำลังจะจบลง คุจาก็เข้ามาในแพนเดโมเนียมพอดี เขาสังหารการ์แลนด์แล้วก็หันมาหมายจะจัดการกับพวกซีดานซะ ด้วยความบ้าคลั่งเขาได้ดูดกลืนวิญญาณที่อยู่ในยานเหาะอินวินซิเบิล โดยใช้วิญญาณของราชินีบราเน่ห์เป็นตัวกระตุ้น ทำให้เขาเข้าสู่สภาวะทรานซ์ได้ คุจาทำลายเทอร์ร่าลงด้วยพลังที่เขาพึ่งได้มาใหม่ ขณะที่ซีดานและผองเพื่อนก็พาชาวเจนอมหนีกลับไปยังไกอา

ภายหลังการล่มสลาย

หลังจากเทอร์ร่าถูกทำลายลงไปแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคริสตัลของมัน การ์แลนด์บอกพวกซีดานว่าไม่มีใครหยุดยั้งการหลอมรวมของดวงดาวได้ เพราะตราบใดที่ต้นอิฟายังอยู่ มันจะคอยหยุดยั้งวัฏจักรวิญญาณของไกอา ทว่าในตอนสุดท้ายของเกม ต้นอิฟาทลายลง ราวกับเป็นสัญญาณบอกว่าท้ายที่สุดแล้วคริสตัลของเทอร์ร่าก็ตายจากไป

มโนคติแห่งชีวิต คริสตัลและไลฟ์สตรีม

นอกจาก Final Fantasy VII และ IX จะมีดาวที่ชื่อว่าไกอาเหมือนกันแล้ว เกมทั้งสองภาคต่างก็ใช้คอนเซปต์ของชีวิตที่คล้ายคลึงกันมาก โดยมีหัวใจหลักคือความเชื่อที่ว่าเมื่อคนเราตายแล้วจะกลับไปเป็นหนึ่งเดียวกับดวงดาว แล้วระบบฟอกวิญญาณของดวงดาวก็จะทำหน้าที่ชำระล้างความทรงจำแล้วส่งเราไปเกิดใหม่ วนเวียนแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา คนที่คิดคอนเซปต์นี้ขึ้นมาและใช้มันเป็นแกนหลักของเกม 2 ภาคเลยก็คือป๋าฮิโรโนบุ ซากากุจิน่ะเอง


ในภาค VII เราเรียกระบบฟอกวิญญาณนี้ว่าไลฟ์สตรีม ขณะที่ภาค IX เราเรียกมันว่าคริสตัล


ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก : FFWikiaThe Lifestream