Tuesday, December 31, 2013

สรุปเนื้อเรื่อง Audio Drama Final Fantasy X -Will-

สรุปเนื้อเรื่องจาก Audio Drama ที่เพิ่มมาใน Final Fantasy X l X-2 HD Remaster

บาลาไล่ได้วานให้จูอามิและคูลุกุมไปหายูน่า ก่อนจะออกเดินทางทั้งสองได้พบกับทีดัสที่สนามบลิทซ์บอลสเตเดียมเบเวลล์ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ในตอนนี้ทีดัสเป็นนักบลิทซ์บอลชื่อดัง จูอามิได้จับมือกับทีดัสที่ออกมาทักทายแฟนๆ และจากการจับมือทำให้เธอรู้สึกได้ว่าทีดัสนั้นบาดเจ็บและแทบไม่มีเรี่ยวแรง ทว่าทีดัสกลับพยายามปิดบังอาการบาดเจ็บไว้

เมื่อไปถึงบีไซด์ พวกจูอามิได้พบกับลูลู่ที่กลายมาเป็นหัวหน้าหมู่บ้านบีไซด์ ลูลู่ได้พาทั้งสองไปพบยูน่าที่กลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมและแต่งตัวด้วยชุดผู้อัญเชิญ คูลุกุมได้เอาสเฟียร์ที่บันทึกภาพเหตุการณ์ที่แม่น้ำแสงมายาออกมาให้ดู ซึ่งในนั้นมีภาพของชูพัฟ 2 ตัวอยู่ คูลุมกุมอธิบายว่าจริงๆ แล้วมันต้องเหลือชูพัฟแค่ตัวเดียว เพราะตัวรองสุดท้ายซึ่งเป็นตัวเมียได้ถูกซินฆ่าไปเมื่อ 30 ปีก่อนแล้ว ทว่าเช้าวันหนึ่งมันกลับปรากฏตัวขึ้นอย่างลึกลับอีกครั้ง ยูน่าเชื่อว่าชูพัฟตัวนี้ถูกใครบางคนเรียกออกมา

คูลุมกุมขอให้ยูน่าติดตามพวกเขากลับไปยังเบเวลล์เพื่ออธิบายเรื่องนี้ต่อสภาแห่งสปิร่า ตอนแรกยูน่าก็ปฏิเสธ แต่จูอามิได้บอกเรื่องที่ทีดัสบาดเจ็บอยู่และคะยั้นคะยอให้ยูน่าทำอะไรบ้างสิ นอกจากนี้จูอามิยังอ้างว่าเธอเป็นลูกสาวของอารอน ทว่าลูลู่ปฏิเสธว่าจูอามิไม่เห็นจะเหมือนอารอนเลย นอกจากนี้ปกติแล้วก็มีคนมากมายอ้างตัวเป็นลูกของอารอน เจคท์ และบราสก้า จูอามิบอกว่าเรื่องที่เธอเป็นลูกของอารอนนั้นเธอฟังมาจากแม่ซึ่งไม่มีทางโกหกเธอเด็ดขาด แต่ลูลู่ก็แย้งว่าถ้าอารอนมีลูกจริงๆ ก็คงบอกพวกลูลู่ตั้งนานแล้ว เพราะอารอนไม่ใช่คนที่จะปิดบังเรื่องแบบนี้ (แต่ก็เป็นไปได้ว่าอารอนเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองมีลูก)

พวกจูอามิสามารถพายูน่าและวักก้าขึ้นเรือเหาะได้สำเร็จ ตอนนั่งผ่านแม่น้ำแสงมายานั้น พวกเขาก็เห็นชูพัฟ 2 ตัว กับผู้คนที่มามุงดู ซึ่งครึ่งหนึ่งของคนที่มามุงนั้นเป็นภาพมายาที่สร้างโดยแมลงแสงมายา ระหว่างนั้นพวกเขาเห็นพ่อกับลูกสาวคู่หนึ่ง ที่มาชวนภาพมายาของแม่ให้กลับบ้านไปด้วยกัน ซึ่งแม่ของเด็กก็ตอบรับ จากเหตุการณ์นี้ทำให้ทั้งกลุ่มตกใจมาก เพราะปกติแล้วเฉพาะคนที่เรียกภาพมายานั้นออกมาเท่านั้นจึงจะได้ยินเสียงพูดของภาพมายา แต่นี่ทั้งกลุ่มกลับได้ยิน คูลุมกุมจะขอให้ยูน่าส่งภาพมายาของแม่เด็กนั้นไปยังดินแดนอันไกลห่าง (Farplane) แต่ยูน่าปฏิเสธ และบอกว่าพวกเราไม่มีสิทธิไปขัดขวางการที่ครอบครัวเขาจะอยู่ด้วยกัน

เมื่อกลับมาถึงเบเวลล์ ทั้งกลุ่มได้พบว่าซินได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง มันน่าจะถูกเรียกมาด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าของใครบางคน ต่อมายูน่าก็ไปพบกับทีดัส ก่อนหน้านี้ยูน่าจะรับกับจูอามิว่าทีดัสเป็นแฟนของเธอ แต่ตอนที่จูอามิแอบฟังยูน่ากับทีดัสคุยกัน ทั้งสองคุยในลักษณะของคนที่เลิกกันแล้ว ยูน่าพูดประชดว่าทีดัสมีสาวคนใหม่แล้ว คนที่ชื่อมัลฟี ทีดัสยืนยันว่ามัลฟีเป็นแค่เพื่อน แต่ยูน่ากลับบอกว่าทีดัสจะมีใครอื่นหรือไม่ เธอก็ไม่สนใจ เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับทีดัสแล้ว และยังมีคนอื่นที่ชอบแล้วด้วย ทีดัสถามยูน่าว่าคนรักใหม่ของยูน่าเป็นใคร แต่ยูน่ากลับบอกว่าเป็นคนที่ทีดัสไม่รู้จัก

ระหว่างนั้นคูลุกุม ก็แกล้งพูดกับจูอามิว่าขอโทษนะ เขาต้องแยกทางกับจูอามิแล้ว เพราะเขามีคนที่ชอบแล้วซึ่งก็คือยูน่า (เป็นการกวนเพื่อทำเป็นว่าคนที่ยูน่าพูดถึงนั้นคือคูลุมกุม) ซึ่งจูอามิก็วีนกลับว่ามาแยกทงแยกทางอะไร เธอไม่เคยเป็นอะไรกับคูลุกุมมาตั้งแต่แรกแล้ว!

เมื่อแยกกันแล้ว คูลุกุมก็ติดตามยูน่าและวักก้าไป ส่วนจูอามิก็กลับบีไซด์ไปกับทีดัส ทีดัสถามลูลู่ว่าคนที่ยูน่าชอบคือใคร? ลูลู่ฟังแล้วก็ละเหี่ยใจ แล้วบอกทีดัสว่าเธอคิดว่าทีดัสจะรู้จักยูน่าดีกว่านี้ แล้วบอกให้ทีดัสไปหาคำตอบนั้นเอง แต่ก่อนอื่นก็ไปตามหายูน่าให้พบ และกอดเธอไว้ด้วย

ลูลู่ยังบอกอีกว่าถ้าผู้ที่ตายไปแล้วต่างกลับมา การที่ซินจะคืนชีพขึ้นมาด้วยก็ไม่น่าแปลกใจ ว่าแล้วทีดัส ลูลู่ และจูอามิจึงออกเดินทาง ทีดัสบอกว่าเขาอยากติดตามยูน่าและทุกคนไปในการเดินทางครั้งใหม่ เพราะเขาสัญญาไว้แล้วว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเธอตลอดไป

ในอีกด้านหนึ่ง ยูน่าก็ประกาศต่อฝูงชนที่สเตเดียม ว่าเธอจะปราบซินที่ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งให้ได้

ขอบคุณข้อมูลแปลจาก shinya ซัง, FF Wikia และ ReikiKirei

Sunday, December 29, 2013

เก็บตกรายละเอียดจาก Final Fantasy XIII-2 [26]

อเคเดเมีย –AF4XX-

  • ถ้ากดไม่รับโอพารทซ์จากอลิซซ่า ทหารจะกรูกันเข้ามา

Paradox Ending : The Future is Hope

  • ทหารจะเข้ามาคุ้มกันโฮป มาล้อมอลิซซ่า ทหารหญิงคนหนึ่งจะฉกโอพารทซ์ไปจากมือ สโนวเดินเข้ามาบอกว่าได้ยินคนร้องหาฮีโร่แน่ะ แล้วทหารก็ส่งโอพารทซ์ให้สโนว สโนวบอกอลิซซ่าว่ายอมแพ้เถอะ เขารู้หมดแล้วว่าโอพารทซ์นี้เป็นกับดัก และไคอัสก็เป็นคนให้เธอมา สโนวบอกโฮปว่าไคอัสเคลื่อนไหวอยู่ แล้วก็ดึงแขนเซร่าห์ไป โฮปทักว่าอย่ามาทิ้งระเบิดแล้วก็หายไปแบบนี้สิ ทำตามใจตลอด ไม่สนคนที่รออยู่เบื้องหลังไม่เปลี่ยนเลยนะ สโนวก็หัวเราะ ขอโทษ แล้วบอกว่าอย่างน้อยเขาก็คงเส้นคงวาไม่ใช่เหรอ เซร่าห์ก็เลยคิด

“สโนวให้ข้อมูลล้ำค่าว่าอลิซซ่าร่วมมือกับไคอัส ถ้าพวกเราใช้โอพารทซ์ ฉันกับโนเอลก็จะติดกับ ไคอัสต้องการแก้ไขอดีต สโนวเลยต้องเคลื่อนไหว ไคอัสนั้นมีอยู่ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เราต้องหยุดเขาทั้งหมด”

  • ตัดมาด้านนอกสำนักงานใหญ่อเคเดเมีย สโนวบอกว่าเขาพยายามแก้ไขอดีต แต่ไคอัสก็แก้กลับมาเป็นอย่างที่มันต้องการ ทำให้สิ่งที่สโนวทำสูญเปล่า โนเอลถามว่าแล้วไลท์นิ่งอยู่ไหนล่ะ? สโนวบอกว่าทำงานอยู่ร่วมกับซัสซ์และแดจซ์
  • โฮปถามว่าแล้วจะให้เขาทำอะไรมั่ง? สโนวบอกวเอาตัวรอดไว้ ฟังนะ เขาไม่อยากพูดเรื่องนี้เองหรอก แต่หลังจากนี้ 3 วันนายจะถูกลอบสังหาร ถ้าไม่มีนาย เราคงต้องบอกลาอนาคตไปได้เลย เราจบ ดังนั้น นายต้องทำทุกอย่างสุดกำลังเพื่อป้องกันตนเอง แล้วสโนวก็หันไปบอกให้โนเอลช่วยคุ้มครองโฮป
  • โนเอลถามว่าแล้วสโนวจะทำอะไร? สโนวบอกว่าจะไปทักทายไคอัสในอนาคตด้วยกำปั้น แต่ก่อนจะถึงเวลาหรรษานั้น ต้องไปเยี่ยมเยียน 13 ยุคก่อน มีคริสตัลกลุ่มหนึ่งที่มีชื่อเขาอยู่ แล้วสโนวก็ยื่นมือเรียกให้เซร่าห์ไปด้วยกัน เซร่าห์จับมือสโนว ยิ้มตกลง แล้วขึ้นขี่ศิวะโดยวางม็อคไว้บนตัก
  • โนเอลจะแซวว่าสโนวได้ทำอะไรสนุกๆ คนเดียวเลยนะ ส่วนสโนวจะบอกว่าไว้กลับมาแล้วจะเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้ขอให้อยู่รอดปลอดภัยกัน แล้วสโนวก็บึ่งศิวะข้ามมิติไป เซร่าห์ได้ยินก็คิด

“ฉันจึงได้เริ่มต้นการผจญภัยที่ตื่นเต้นและน่าหวาดหวั่นกับฮีโร่ของฉัน ไม่มีใครรู้ว่าการเดินทางข้ามกาลเวลาของพวกเราจะจบลงยังไง แต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้เชื่อมโยงถึงกัน จนกว่าเวลาจะหยุดลง อนาคต จะมอบการผจญภัยครั้งใหม่ให้เราเสมอ”

Fragment : The Future is Hope - อนาคตแห่งความหวัง ตัดตอนจากประวัติศาสตร์อีกทางหนึ่ง

สโนวกำลังควบตะบึงไปในทางหลวงแห่งกาลเวลา ในตอนที่เขาพบกับเกทที่แสดงภาพอันแปลกประหลาดซึ่งติดๆ ดับๆ ของเซร่าห์

สโนวเห็นเธอกำลังรับโอพารทซ์จากหญิงสาวที่เขาไม่รู้จัก ด้วยความลังเล ไม่เชื่อมั่นในของสิ่งนั้น ขณะที่ดูอยู่นั้น ภาพก็เปลี่ยนไป เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก กระทั่งได้เห็นภาพลาตาจากแฟรคเมนต์มากมายจากประวัติศาสตร์ที่สโนวไม่เคยรู้มาก่อน

"แย่ล่ะ! ใครบางคนกำลังพยายามแก้ไขประวัติศาสตร์!"

สโนวรู้ว่าเขาต้องรีบลงมือ เขารีบกระโจนขึ้นไปยังศิวะที่เขาเชื่อมั่นและมุ่งหน้าสู่เกท การผจญภัยครั้งใหม่กำลังเริ่มต้นขึ้น การตามล่าคริสตัลทั้ง 13!

Fragment : Fang’s Crown – Fang’s Echo – ฉันตั้งใจว่าเมื่อได้เจอกันแล้วจะขอโทษ แต่ก็ไม่ได้ทำ เซร่าห์ นี่คือโอกาสของฉันแล้ว ทุกอย่างเป็นความผิดของฉันเอง เธอกลายเป็นลูซิก็เพราะฉันหาเรื่องเอง ฉันอาจช่วยเธอไว้บ่าง แต่นั่นก็ยังไม่พอ วานิลล์กับฉัน เราจะชดใช้หนี้ของพวกเรา ด้วยการค้ำจุนโคคูนไว้บนฟ้า มันก็ไม่เลวนักหรอก ฉันมีวานิลล์อยู่ด้วยแล้ว ไม่ต้องห่วงพวกเรานะ เธอก็ไปหาไลท์นิ่งที่กำลังสู้กับไคอัส เราเคยได้ยินชื่อนั้นมาก่อน ข่าวร้ายคือ เขาเป็นอสูรร้ายของจริง ดังนั้น รีบไปช่วยพี่สาวของเธอวะ เธอคือคนที่พี่สาวอยากเห็นหน้ามากที่สุดบนโลกนี้

โลกที่กำลังล่มสลาย –AF???-  (AF700)

  • หลังปราบไคอัสในตอนที่ดวลตัวต่อตัวกันได้
  • เทพธิดาได้มอบหัวใจแห่งเคออสให้ไคอัส มีเพียงผู้ทักษ์จากเผ่าเดียวกันที่จะพรากพลังนี้ไปจากเขาได้ ไคอัสรอคอยมาตลอด รอคนที่แข็งแกร่งพอจะกำจัดเขา หลายร้อยปีผ่านไป การรอคอยของเขาก็เกิดผลหลังการมาถึงของโนเอล ผู้พิทักษ์คนสุดท้ายที่เกิดมา ไคอัสทุ่มความหวังทั้งหมดแก่เด็กคนนี้ ไคอัสไม่ได้อยากให้โนเอลเป็นเพียงผู้สืบทอดของเขา แต่ต้องการให้โนเอลก้าวข้ามเขาไป
  • โนเอลคิด “วินาทีที่ฉันชนะไคอัส พลังแห่งเคออสก็ผ่าเข้ามาในร่างกาย และเปลี่ยนฉันให้เป็นผู้พิทักษ์”

Paradox Ending – Heir to Chaos

“ฉันจึงได้เห็นความทรงจำในอดีต ชีวิตของเขา ฉันเห็นวันที่เขาสังหารผู้พิทักษ์คนก่อน แล้วกลายเป็นลูซิเพื่อปกป้องโหร ฉันเห็นสงครามครั้งใหญ่ที่แบ่งแยกแกรนพัลส์ออกจากกัน ฉันเห็นการต่อสู้ที่เขาช่วยโหรจากศัตรู แล้วถูกยกย่องเป็นฮีโร่ เขามีความต้องการเดียวคือทำให้ยูลมีความสุข เทพธิดาเอโทรยอมรับในความอุทิศตัวของเขา จึงเสนอหัวใจของเธอเองให้ไคอัส ดังนั้นไคอัสจึงกลายเป็นอมตะ สามารถปกป้องยูลได้จนถึงจุดสิ้นสุดของกาลเวลา นั่นคือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายนิรันดร์ ฉันได้รับความทรงจำของไคอัสมา และได้รับชีวิตอมตะเหมือนที่ไคอัสเคยได้รับ ส่วนเซร่าห์ ถูกลิขิตให้มีชะตากรรมเดียวกับฟาร์เซียร์ เหมือนกับยูล ไคอัสได้ทุ่มความหวังทั้งหมดไว้กับฉัน เขาเชื่อว่าฉันเป็นคนเดียวที่จะหยุดการเต้นของหัวใจต้องสาปนี้ได้ แต่ฉันทำไม่ได้ ฉันแข็งแกร่งไม่พอ (หมายถึง หวังว่าโนเอลจะเก่งพอ มีเจตจำนงแข็งแกร่งพอที่จะปฏิเสธมัน) หัวใจนั้นเข้าครอบงำร่างฉัน นำฉันเข้าสู่วงเวียนของคุกที่ไม่จบสิ้น แต่แล้วฉันก็เห็นแสงสว่าง (อกโนเอลในตอนนี้เปล่งแสงสีแดง) ฉันไม่รู้ว่ามันจะพาไปไหน ไม่รู้ว่าโลกข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ที่ฉันรู้ก็คือ ฉันต้องมาแทนที่ไคอัสในฐานะผู้สืบทอด ฉันไม่อาจหนีชะตากรรมไปได้ นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นของฝันร้ายที่ไม่มีวันจบ ฉันต้องเผชิญหน้ากับมันในโลกที่ไม่รู้จัก ฉันต้องช่วยยูล ช่วยเซร่าห์ ความเป็นอมตะ ทำให้ฉันรู้ว่าความหวังเป็นดาบสองคม มันโหดร้ายสำหรับคนที่ยึดติดกับความฝันที่เป็นไปไม่ได้ สำหรับคนที่ไม่มีวันตาย ความทรมานนี้จะหลอกหลอนเขาไปตลอดกาล ไคอัสมีชีวิตโดยรู้ว่าคำวิงวอน ความหวังเดียวของเขามันไร้ผล (เป็นไปไม่ได้) ฉันสงสัยว่าสิ่งที่รอฉันอยู่เป็นอย่างไร? ชีวิตที่ไร้ความหวัง? ชีวิตที่ไร้มิตรภาพ? ชีวิตที่เปล่าเปลี่ยว?”

Fragment : Heir to Chaos - ทายาทแห่งเคออส ตัดตอนจากประวัติศาสตร์อีกทางหนึ่ง

ความทรงจำเรื่องหนึ่งของไคอัสแล่นอยู่ในอีกฟากหนึ่งของจิตใจของโนเอล ความทรงจำเมื่อพันปีที่แล้ว ไคอัสต่อสู้และกำลังจะแพ้ให้กับนักรบคนหนึ่ง เขาจวนเจียนจะเสียท่า

แต่แล้วทวยเทพกลับปฏิเสธที่จะอวยชัยให้ใครคนหนึ่ง นักรบผู้นั้นได้ถูกเรียกตัวไปยังวาลฮัลล่าก่อนที่การดวลครั้งนั้นจะถึงจุดไคลแมกซ์ ไคอัสอาจได้รับการปลดปล่อยให้หลุดพ้นจากคำสาปแห่งความเป็นนิรันดร์ไปแล้ว ทว่าเขาก็คงต้องรอต่อไป รอจนกว่าโนเอลจะเกิด

แล้วตาของโนเอลก็เบิกโพลงออก (พึ่งได้สติ)

"นายสร้างตำนานของนายเอง ไคอัส แต่ฉันจะช่วยทุกคนด้วยวิธีการของฉัน ทั้งยูล เซร่าห์ และตัวนายเอง ใช่แล้ว ตัวนายเองด้วย"

โนเอลกล่าวเช่นนั้นด้วยรอยยิ้มที่เขาคุ้นชิน

*แปลว่านอกจากไคอัสเคยเกือบแพ้ให้บัลลัดแล้ว ยังเคยเกือบแพ้ให้นักรบคนนี้อีกคน แต่นั่นคือไคอัสสมัยที่ยังไม่มีหัวใจแห่งเคออส

ซานาดู
  • พอได้เหรียญนำโชคจากตู้สล็อตแล้ว เซร่าห์จะบอกว่าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย โนเอลบอกว่าคงเป็นของขวัญจากเทพธิดา เป็นสิ่งนำโชค
Fragment : Lucky Coin – Sazh’s Soliloquy – การพูดคนเดียวของซัสซ์ รู้มั้ยว่าฉันคิดยังไง? วังที่ชั้นมาติดอยู่นี่ราวกับเป็นสวรรค์ของคนตาย คนบางคนก็ตายก่อนที่จะได้มีชีวิตที่เหมาะสม แต่ ณ ที่แห่งนี้ พวกเขาสามารถสนุก ลืมทุกข์ไปได้ บางทีในตอนแรกมันอาจเป็นแค่นิทาน แต่อำนาจลี้ลับในจักรวาลทำให้มันเป็นจริงในทุกวันนี้ / ฉันไม่ควรอยู่ที่นี่ ตอนที่ฉันกับแดจซ์หลงมาถึงที่นี่เมื่อสักไม่กี่ปีก่อน พลังที่ทำให้ฉันนึกว่าตัวเองตายไปแล้ว แต่ฉันยังไม่ตาย ฉันยังมีชีวิตอยู่ แล้วก็จะออกจากที่นี่ แล้วก็จะกลับบ้านไปกับแดจซ์ แต่ขอแจ็คพ็อตอีกซักตาก่อนนะ

  • หลังได้แฟรคเมนต์ครบ พออกมาสู่ Historia Crux จะขึ้น Primer – Secret Ending : พรสุดท้ายของเทพธิดาได้เปิดเผยฉากจบลับ เฉพาะคนที่ได้รับ “ความทรงจำแห่งกาลเวลา” ทั้งหมด (หมายถึงได้แฟรคเมนต์ครบนั่นแหละ) จึงจะได้ประจักษ์ประวัติศาสตร์ที่แท้จริง / ในการดูฉากจบลับต้องไปที่อเคเดเมีย AF500 แล้วปราบไคอัสอีกครั้ง จงดูการเปิดเผยที่เกิดขึ้นต่อหน้าบัลลังค์ของเทพธิดาในวาลฮัลล่า

ฉากจบลับ : The Goddess is Dead
  • ไคอัสที่นั่งอยู่บนบัลลังค์ของเทพธิดา ได้พูดกับผู้เล่น
“พวกเขาได้เห็นประวัติศาสตร์ทั้งหมด ความเป็นไปได้ทุกแบบ บทสรุปทั้งมวล และได้รู้ว่า เทพธิดาเอโทรตายไปแล้ว จุดจบของเธอเป็นบทสรุป ไม่มีชายหญิง หรือเทพองค์ใดจะพานางกลับมาได้แล้ว หลังจากเพิกเฉยและมืดบอดต่อภารกิจที่แท้จริง พวกเขาก็ทำในสิ่งที่ฉันต้องการไว้เป๊ะ ในบั้นปลายของกาเรดินทางเพื่อปกป้องโลก พวกเขาได้ยุติพลังของเทพธิดา ยูล เรามาเริ่มต้นกันใหม พวกเราได้หลุดพ้นจากคำสาปนิรันดร์ สู่โลกใหม่นี้ เทพธิดาได้ตายไปแล้ว”
  • ว่าแล้วไคอัสก็กระโดดลงจากบัลลังค์ของเทพธิดา ลงมาปักดาบที่พื้น ดูจากแบ็คกราวด์แล้ว เห็นว่าที่นี่คือเงาของวาลฮัลล่า

เก็บตกรายละเอียดจาก Final Fantasy XIII-2 [25]

อเคเดเมีย AF400
  • พอเอาข้อมูลแผนที่มาให้ครบ ผู้หญิงที่ให้เควสต์จะบอกว่าต้นเหตุเกิดเพราะมีข้อมูลที่ตรรกะผิดเพี้ยน (illogical) ทะลักเข้ามาในระบบเพราะพาราด็อกซ์ แต่การที่เราเอาเข้ามูลมาให้ครบก็ช่วยหยุดการแพร่กระจายของข้อมูลดังกล่าวได้ เซร่าห์ถามว่าแล้วจะกู้ข้อมูลที่เสียไปได้มั้ย? เจ้าตัวไม่แน่ใจ แต่อย่างน้อยก็หยุดการแพร่กระจายได้
หอคอยออกัสเทีย -AF???-
  • ภายหลังการต่อสู้กับโปรโตฟัลซิ เซร่าห์และโนเอลหลงคิดว่าทั้งสองสามารถกำจัดอดัมได้แล้ว แต่ทั้งคู่กลับถูกอดัมจับตัวไว้ การต่อสู้ที่ผ่านมาเป็นแค่การทดลองทั้งสองเท่านั้น
  • ระบบ AI เรียกเซร่าห์และโนเอลว่าร่างทดลองอัลฟ่าและเบต้า การต่อสู้ที่ผ่านมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาร่างทดลองทั้งสองขึ้น ทาง AI ประเมินว่าทั้งสองได้แสดงศักยภาพในการต่อสู้ที่สูงส่งออกมาในการต่อสู้กับอดัม เลยจับร่างต้นของทั้งสองเก็บไว้ใน Virtual Space ที่สู้กับอดัม ลบความทรงจำของทั้งสอง แล้วส่งข้อมูลทางชีวภาพไปให้กับร่างจำลองเพื่อจะได้ทดสอบการต่อสู้ในโลกแห่งความจริง
Paradox Ending : Test Subjects
  • โปรโตปัลซิอดัมได้ออกคำสั่งให้ทั้งสองค้นหาและกำจัดมอนสเตอร์ประเภทไวรัสที่รบกวนระบบเน็ตเวิร์คอยู่ ซึ่งทั้งเซร่าห์ โนเอล และม็อค (ร่างจำลอง) ก็เชื่อฟังแต่โดยดี หลังภารกิจเสร็จสิ้น เซร่าห์จะพูดขึ้นมาอย่างไม่สบายใจว่าเธอต้องตามหาใครสักคน แต่เธอนึกไม่ออก ส่วนโนเอลเองก็บอกว่าเขามีสัญญาที่ให้ไว้ ว่าจะต้องปกป้องพวกพ้อง แต่ก็นึกไม่ออกว่าใคร
  • ด้านโปรโตฟัลซิ ก็จะเรียกให้ทั้งสองกลับมาปฏิบัติงานต่อ มันประเมินว่าผลการต่อสู้ออกมาเป็นที่น่าพอใจ แล้วเผยว่าโครงการฟื้นฟูเอเดนดำเนินไปตามที่คำนวณไว้ ถ้ากองกำลังต่อต้านปรากฏตัวขึ้นมาก็จะส่งร่างทดลองทั้งสองไปต่อสู้
  • นอกจากนั้นมันยังรายงานเพิ่มเติมว่าร่างทดลองได้แสดงอาการทะลักของความทรงจำออกมา เกิดการบิดผันขึ้นกับโครงสร้างภายในจิตใจของพวกเขา เป็นการบิดผันที่คล้ายกับพาราด็อกซ์ ซึ่งมันคล้ายกับองค์ประกอบของเคออสในโลกที่มองไม่เห็น ภายในจิตใจของมนุษย์ มนุษย์ได้เรียกต้นเหตุความผิดปกตินี้ว่า "จิตวิญญาณ" หรือ "หัวใจ"
  • คำถามสำหรับการวิจัยต่อไป : วิญญาณของมนุษย์มีอยู่จริงหรือไม่? ในหัวใจของมนุษย์ทุกคนต่างก็มีพาราด็อกซ์อยู่หรือไม่?
*ตามเนื้อเรื่องแล้ว หัวใจ หรือจิตวิญญาณของมนุษย์ ก็คือมวลเคออสจากโลกที่มองไม่เห็น มวลเคออสในมิติเวลาสร้างความผิดปกติให้กับกาลเวลาโดยทำให้สายเวลาบิดผันจนบางส่วนทับซ้อนกัน (ที่เรียกกันว่าพาราด็อกซ์) และสร้างความผิดปกติให้กับมนุษย์โดยทำให้จิตใจบิดผันได้เช่นกัน

Fragment - ร่างทดลอง ตัดตอนจากประวัติศาสตร์อีกทางหนึ่ง

"โจมตี" พลันที่เจ้าหน้าที่แผดเสียง ทหารจำนวนมากก็บุกเข้าไปในลิฟต์ ที่นี่คือหอคอยออกัสเทีย อาคารประมวลผลข้อมูลกลาง ผู้คนเหล่านี้คือสมาชิกของกลุ่มต่อต้าน
 
ในยุค AF400 หลังอุบัติการณ์ซีธ โปรโตฟัลซิดอดัมก็กลานเป็นผู้ปกครองอเคเดเมีย อดัมได้สร้างกองทัพฟัลซิมาเพื่อใช้ควบคุมมวลมนุษย์

ทว่ามนุษย์ก็ตอบโต้ เหล่าทหารได้ลอบเข้าไปในหอคอย พยายามจะขโมยคริสตัลที่ป้อนให้แก่เครื่องจักรกล และหยุดยั้งการผลิตฟัลซิ ในขณะเดียวกันก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นภายในตัวเซร่าห์และโนเอลที่ถูกจับตัวมา (โดนลบความทรงจำ และเอาข้อมูลชีวภาพไปทำร่างจำลอง)

นิวโบดัม –AF???-
  • หลังเซร่าห์ปราบไคอัสในเงาของวาลฮัลล่าได้ ร่างของไคอัสก็หายไปในเคออส แล้วประวัติศาสตร์ก็ยิ่งบิดผัน เพราะเหตุการณ์นี้ดูเหมือนไคอัสจะมีบทบาทในการแก้ไขสายเวลาให้ถูกต้องด้วย (ดังนั้นพอปราบไคอัสไปในตอนนี้ ประวัติศาสตร์เลยยิ่งพัง) ที่เหลืออยู่จึงเป็นโลกที่ไม่ได้ผูกมัดกับช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง และค่อยๆ ถอยเข้าสู่ความหลงลืม เซร่าห์ต้องครุ่นคิดถึงอนาคตของเธอภายในนิวโบดัมที่อยู่ ณ จุดสิ้นสุดของความคงอยู่
  • เซร่าห์มาถึงโลกที่เมืองนิวโบดัมล่มสลาย เธอตกตะลึง เสียงไคอัสบอกว่าถ้าเซร่าห์ยอมแพ้ง่ายๆ ก็จะได้จมอย๔ในความฝันอันแสนสุขนิรันดร์แล้ว เซร่าห์ทรุดลง ระหว่างนั้นโนเอลกับม็อคก็โผล่มาจากเสาแสง
Paradox Ending : Beneath a Timeless Sky
  • โนเอลบอกว่าเรายังไม่ควรกำจัดไคอัส แต่เราก็ทำไปเพราะความไม่รู้ แล้วผลของมัน ตอนนี้พวกเราติดอยู่ในจุดสิ้นสุดของกาลเวลา เซร่าห์บอกว่าอย่าพึ่งยอมแพ้สิ โนเอลเป็นคนพูดเองว่าตราบใดที่ยังมีหวัง เทพธิดาจะยิ้มให้เรา โนเอลก็เห็นด้วย ระหว่างนั้นทั้ง 2 ก็สังเกตเห็นยูลที่เดินผ่านมา
  • ว่าแล้วม็อคก็เริ่มบรรยาย “เราได้เดินทางร่วมกับยูลและโนเอลมานับไม่ถ้วน กุญแจในการคลายพาราด็อกซ์ได้หายไปพร้อมกับไคอัส เราติดอยู่ในโลกที่เหลือกันแค่ 4 คน”
  • จากนั้นโนเอลก็บรรยายบ้าง “ณ ที่แห่งนี้ยูลไม่เห็นนิมิตใด ยูลบอกว่าเพราะเวลาได้หยุดลง ไม่มีอนาคตอีกแล้ว ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะมีหนทางเปลี่ยนแปลงอดีตได้หรือไม่ แต่เราก็ยังคงตามหาเกท ที่จะพาพวกเราท่องกาลเวลาได้เหมือนก่อนหน้านี้ เซร่าห์ยังไม่ยอมแพ้ และให้กำลังใจพวกเรา เธอเชื่อว่าพวกเราจะได้กลับไปพบไลท์นิ่งและสโนว”
  • ต่อมาก็คิวเซร่าห์บรรยาย “ฟากฟ้าที่ไร้โคคูน ท้องฟ้าที่มืดมืดดั่งลางร้ายไร้ความหวัง แต่เรายังคงตามหาหนทาง ฉันรู้ว่าสักวันพระอาทิตย์จะต้องลอยขึ้นมา แล้วเราะจได้เห็นท้องฟ้าสีทอง เราจะได้หัวเราะอีกครั้ง และได้อยู่กับคนสำคัญของเรา”
  • มีอุกกาบาตตกลงมาพอดี โนเอลและเซร่าห์ดีใจและต่างบอกว่าให้รีบไปกันเถอะ แล้วทั้ง 4 ก็รีบไปที่อุกกาบาต
Fragment : Beneath Timeless Sky - ใต้ท้องฟ้าที่ไร้ซึ่งกาลเวลา ตัดตอนจากประวัติศาสตร์อีกทางหนึ่ง

ยูลรู้ว่านี่คือโลกที่เธอต้องกาล "โนเอลอยู่ที่นี่ ฉันอยู่ที่นี่ เท่านี้ก็พอแล้ว ไม่มีไคอัส มีแต่สองเรา เราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ และคราวนี้เราจะทำให้มันดีกว่าเดิม"

ทว่าโนเอลต้องการมากกว่านั้น เขาต้องการอนาคต เขาต้องการทุกสิ่ง ทั้งผู้คน ชีวิต ทุกๆ อย่าง ไม่ว่าจะสิ่งที่ดีหรือสิ่งที่เลวร้าย

ยูลเงยหน้าขึ้นกล่าว "ถ้านั่นคือสิ่งที่โนเอลต้องการ งั้นฉันก็ต้องการเช่นกัน ดูสิโนเอล ดาวดวงหนึ่งกำลังตกลงมา ประตูใหม่ได้เปิดออกแล้ว บางทีที่อีกฟากหนึ่งนั้น อนาคตที่แท้จริงอาจกำลังรออยู่"

*ยูลหมายถึงว่าอุกกาบาตที่ตกลงมาอาจจะมีโอพารทซ์ติดมาด้วย และนั่นก็จะทำให้ไปสู่อนาคตใหม่ได้

**ใจกลางของอุกกาบาตจะมีคริสตัลเป็นแก่นกลาง โอพารทซ์ก็คือคริสตัลประเภทหนึ่ง อ่านเพิ่มได้ใน Schwertleite's Flower - Message of the Orbs

เก็บตกรายละเอียดจาก Final Fantasy XIII-2 [24]

Ochu Fragment - Best of the Bestiary

โอจูเป็นมอนสเตอร์พืชป่าที่อาศัยอยู่บนแกรนพัลส์ มีพันธุ์เครือญาติคือไมโครจูและเนโอจู รวมถึงเจาจูที่กลายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว

โอจูและพลพรรคอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบเดียวกัน พวกมันจึงเป็นศัตรูสำหรับอาหารและทรัพยากรธรรมชาติ บนแกรนพัลส์นั้นการวิวัฒนาการเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เผ่าพันธุ์ใหม่ๆ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกปี ซึ่งโอจูและเนโอจูก็ดิ้นรนแข่งขันกันมาอย่างอย่างนาน

Long Gui Fragment - Best of the Bestiary

ลองกุยเป็นหนึ่งในมอนสเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดบนพัลส์ เหล่าสมาชิกเผ่าพันธุ์เต่าสินแร่นั้นต่างก็มีอายุขัยที่ยืนยาว นักวิจัยบางส่วนก็เชื่อว่าแท้จริงแล้วลองกุยก็คือ เชาลองกุยที่มีชีวิตอยู่รอดได้ยืนยาวกว่าปกติ แต่อีกฝ่ายก็ยืนยันว่ามันเป็นคนละสปีชีส์กัน

ทั้งสองฝ่ายนั้นต่างก็มีหลักฐานสนับสนุนพร้อม แต่ด้วยความที่มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอายุยืนยาวนับศตวรรษ กว่าที่ทั้งสองฝ่ายจะได้ข้อสรุปที่เห็นพ้องต้องกันได้ คงอีกหลายยุคเลยเชียว

Yomi Fragment - Best of the Bestiary

ทุ่งอาคิลิทจะแตกต่างไปจากปกติเมื่อสายฟ้าผ่าลงมาจากสวรรค์ เพื่อต้อนรับการมาถึงของโยมิ หนึ่งใน Undying ที่รู้จักกันในนามปีกแห่งความตาย

เหตุใดมันจึงปรากฏตัวช่วงฟ้าผ่า? คำตอบอยู่ในอดีตชาติของมัน ครั้งหนึ่งโยมิเคยเป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่ มุ่งมั่นจะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคนั้น แต่เขากลับโดนฟ้าผ่าตายคาทุ่งซะก่อน

บัดนี้โยมิจึงร่อนเร่ไปในทุ่งที่สะบั้นชีวิตของมัน ท่ามกลางสายฟ้าที่เกรี้ยวกราดและสายลมที่รุนแรง ไม่มีใครได้ยินเสียงกรีดร้องแห่งความระทมทุกข์ของมัน

Fragment of Invincibility - Best of the Bestiary

สงครามแห่งการรุกล้ำ (The War of Transgression) ระหว่างพัลส์และโคคูนเกิดขึ้นเมื่อ 700 ปีก่อนหายนะ ชาวโคคูนเชื่อกันว่าสงครามปะทุขึ้นเพราะการรุกล้ำของฝ่ายพัลส์ ทว่าบันทึกของฝ่ายพัลส์ก็อ้างว่าคนร้ายก็คือปิศาจจากโคคูน ประวัติศาสตร์ในส่วนนี้จึงถูกแบ่งออกเป็น 2 ทางมาจนถึงทุกวันนี้

หมายเหตุ : ในเกม FFXIII บอกว่าสงครามนี้เกิดขึ้นเมื่อ 600 ปีก่อน ซึ่งต่อมาในซีนาริโอ้อัลติมาเนียหน้า 55 เขียนว่าเกิดขึ้นเมื่อราว 600 ปีก่อน ในวงเล็บทฤษฎีหนึ่งกล่าวว่า 666 ปีก่อน ซึ่งถ้าตัวเลขจริงๆ คือ 666 ปีก่อน การจะประมาณว่า 600 หรือ 700 ก็ถูกทั้งคู่

ชาวพัลส์นั้นหวาดกลัวการรุกรานจากฟากฟ้าเรื่อยมา จึงเตรียมตัวรับมือไว้ ในการรับมือนั้นก็รวมถึง Immortal เครื่องจักรสงครามที่มีความแข็งแกร่งและทนทานขนาดที่สามารถต่อกรกับฟัลซิได้ต่อให้พังไปครึ่งตัวก็ตาม อาวุธโบราณนี้ถูกออกแบบมาให้ตั้งรับสงครามจากภาคพื้นดินได้ แต่ไม่สามารถทำการโจมตีกลางอากาศได้ นักประวัติศาสตร์บางท่านจึงอ้างว่านี่คือหลักฐานที่แสดงว่าโคคูนเป็นฝ่ายเริ่มสงครามก่อน (เพราะฝั่งพัลส์ตั้งรับได้อย่างเดียว บินไปสู้ไม่ได้)

โอลบา -AF???-

หลังจากปราบไคอัสใน AF200 ได้ จะเจอฉากจบแบบนี้

Paradox Ending : Vanille’s Truth

  • พอมาถึงเซร่าห์จะบอกว่าที่นี่เหมือนโอลบาที่พินาศเพราะสงครามหลายร้อยปีก่อนที่เธอจะเกิดเลย ร่องรอยของมนุษย์ถูกแทนที่ด้วยซีธ ผู้คนถูกช่วงชิงชีวิตอันปกติ กระทั่งแม้ยามตาย ก็ยังต้องร่อนเร่อยู่ในซากเมืองอันเป็นบ้านเกิด ฉันได้ยินเสียงกระซิบอันแผ่วเบาที่คุ้นเคย เป็นเสียงของใครสักคนที่เคยอยู่ที่นี่เมื่อนานมาแล้ว? เสียงของใครสักคนที่อ้อนวอนให้มีคนรับฟัง?
  • แล้วเสียงของวานิลล์ดังก้องขึ้นในโสตประสาทของเซร่าห์และโนเอล

“สงครามกับโคคูนเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ กองทัพของแกรนพัลส์ถูกทำลายล้างโดยพลังอันยิ่งใหญ่ของฟัลซิ ชีวิตนับไม่ถ้วนต้องสูญไป แต่ฉันไม่ได้สู้ ฉันไม่อาจปกป้องเพื่อนของฉัน ผู้คนที่ฉันรักไว้ได้ ทั้งเกลียด ทั้งเจ็บปวด ทั้งอยากทำลาย ฉันปฏิเสธที่จะยอมรับภารกิจของฉัน ฉันเสียใจ ฉันกลัว ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจหนี ฉันปล่อยให้แฟงก์จัดการทุกอย่าง เราสาบานที่จะปกป้องกันและกัน แต่ฉันผิดสัญญา ฉันเป็นต้นเหตุที่ทำให้แฟงก์ต้องรับภาระกลายเป็นมอนสเตอร์แร็คนาร็อค เพราะฉันอ่อนแอ เพราะฉันทิ้งเธอไป แฟงก์... เธออยู่ไหน? ฉันจะจัดการกับสิ่งที่ฉันทำลงไปยังไงดี?”

  • พวกเซร่าห์มาหาจนเจอคริสตัลของวานิลล์ เซร่าห์บอกวานิลล์ว่าแม้วานิลล์จะเป็นคริสตัล แต่วิญญาณก็ยังอยู่ แม้จะหลับใหล แต่ความคิดยังคงตื่น (หลับแต่ร่างกาย) ฉันรู้เพราะฉันก็เคยเป็นมาก่อน ฉันรู้สึกถึงความเจ็บปวด ความเสียใจ ระทมทุกข์ของเธอ ฉันรู้ว่าเธออยากขอโทษใครบางคน แต่ขอเวลาหน่อยได้มั้ย? ฉันสัญญาว่าจะไปพาแฟงก์มาที่นี่ เพื่อที่เธอจะได้บอกความรู้สึกออกไปได้ วานิลล์ขอบคุณแล้วบอกว่าเธอรู้ว่าสักวัน เธอจะได้รับการปลดปล่อย ถึงตอนนั้นเธอจึงจะได้ขอโทษ แต่นั่นคือเวลาแห่งชะตากรรมของเรา แล้วชะตากรรมเองก็ได้ทำให้พวกเซร่าห์มาที่นี่ มาได้ยินเสียงของเธอ ถนนทั้งหมดได้เชื่อมถึงกัน และมันทั้งหมดก็นำไปสู่ช่วงเวลาแห่งทางรอด (Salvation) ในยามที่วิญญาณที่ถูกจองจำ เป็นอิสระ ทั้งหมดต่างนำไปสู่จุดจบของโลก และการเริ่มต้นใหม่ (ภาพฉายไปยังโคคูนที่เปลือกพึ่งแตกจากการโดนโจมตี แสดงว่านี่เป็นยุคอดีตจริงๆ)

หมายเหตุ : เป็นการบอกใบ้ว่าตอนจบของ Lightning Returns –Final Fantasy XIII- วิญญาณทั้งหมดเป็นอิสระ โลกใบเก่าถึงจุดจบ และวิญญาณทั้งหมดนั้นได้เริ่มต้นใหม่ในโลกใบใหม่

หมายเหตุ : คำอธิบายของยุคนี้ เขียนถามว่านี่เป็นอดีตหรือเป็นภาพสะท้อนความทรงจำของบางคน? เนื่องจากเราท่องอดีตไปก่อน AF0 ไม่ได้ (สายเวลาก่อนหน้านั้นเป็นเส้นตรง ไม่ได้บิดเบี้ยว แล้วค่อยมาบิดเบี้ยวหลัง AF0) ดังนั้น มันก็คือโลกในความทรงจำของวานิลล์นั่นแหละ

Fragment : Vanille’s Truth  (ความจริงของวานิลล์) ตัดตอนจากประวัติศาสตร์อีกทางหนึ่ง

นานมาแล้ว ในโบราณกาล โคคูนและพัลส์ได้ก่อสงครามอันโหดร้ายแก่กัน หญิงสาวสองคนนามว่าแฟงก์และวานิลล์ได้ปลดปล่อยมอนสเตอร์แล้วบุกมายังโคคูน

ในตอนนั้น เทพธิดาได้ปลดปล่อยเวทย์อันยิ่งใหญ่และเปลี่ยนทั้งสองให้กลายเป็นรูปปั้นคริสตัล ร่างอันหลับใหลของพวกเขาถูกจับวางไว้ภายในวิหารของโอลบา ซึ่งวันหนึ่งก็ถูกยกขึ้นไปสู่โคคูน

ณ ที่แห่งนั้น พวกเธอได้หลับใหลจนกระทั่งหลายร้อยปีต่อมา หญิงสาวคนหนึ่งก็ได้เตร็ดเตร่เข้าไปในวิหารและถูกสาปให้กลายเป็นลูซิ

หญิงสาวคนนั้นชื่อเซร่าห์ และนั่นคือก็เป็นจุดเริ่มต้นของ 13 วันแห่งการเพิร์จ (Purge)

โบราณสถานเบรชา AF100

  • คำบรรยายบอกว่ายุคนี้มีมอนสเตอร์โผล่มาจากพาราด็อกซ์มาก กระทั่งกองทัพยังต้องถอนตัว ทางรัฐบาลจึงเสนอเงินตอบแทนก้อนโตให้คนที่จัดการพาราด็อกซ์ได้ ตอนนี้จึงมีทั้งฮันเตอร์และนักวิชาการมาล่ารางวัลกันเต็มไปหมด
  • ตั้งแต่ AF20 มอนสเตอร์ก็เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมาก แต่ไม่กี่ปีมานี้ มันทวีมากขึ้น รัฐบาลก็พึ่งวางมือไปเร็วๆ นี้
  • แพ็ท (Pat) กำลังพัฒนาอาวุธใหม่ ต้องการวัตถุดิบในโบราณสถานซึ่งพาราด็อกซ์รุนแรงสุดในที่นี้ อยากให้ไปเอามา พอได้มาแล้วเธอบอกจะเอาไปทำอาวุธขายให้รัฐบาล

Fragment : Palladium Ring – หลายปีก่อนรัฐบาลตัดสินใจทิ้งที่แห่งนี้ไป แต่กลายเป็นว่าพวกมอนสเตอร์ทะลักออกจากที่นี่แล้วบุกเข้าเมือง ถ้าปล่อยไว้โคคูนจะกลายเป็นรังมอนสเตอร์ขนาดยักษ์ เลยต้องตอบโต้กลับกันทีละน้อย

  • ศจ. คนหนึ่งพลัดหลงกับผู้ช่วย เลยฝากเราไปหาแล้วบอกให้เราเอารายงานวิเคราะห์มอนสเตอร์มา  เราจะไปเจอผู้ช่วยคนนั้นหลงอยู่ในช่องแยกมิติ ความทรงจำของเขาขาดช่วงไปหน่อย แต่ก็ให้รายงานมา เขาขอบคุณที่เราช่วยเอาไว้ เพราะรู้ตัวว่าเกือบไม่รอดแล้ว
  • พอเราเอารายงานมาคืนให้ ศจ. จะบอกว่าข้อมูลนี้จะช่วยแก้พาราด็อกซ์ได้ โนเอลถามว่าของแบบนี้มันจะแก้พาราด็อกซ์ได้จริงเหรอ? ม็อคบอกว่าเรื่องนี้มันต้องค่อยไปทีละก้าว เซร่าห์บอกว่าพูดไม่สมเป็นม็อคเลย ครั้งสุดท้ายที่ม็อคลงมาก้าวเดินน่ะ เมื่อไหร่กัน!?

Fragment : Osmium Ring – ปฏิบัติการณ์ฆ่าล้างมอนสเตอร์ในเบรชา ถูกมอบหมายโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่วนทางอเคเดเมียมีนโยบายที่จะไม่เข้ามาก้าวก่าย เหล่านักวิทยาศาสตร์ของทางอเคเดเมียกำลังดูดเอาทรัพยากรไปทำโครงการใหญ่ๆ ซะหมด ในขณะที่ทางรัฐบาลก็ย่ำแย่ลง ถ้าหากงานวิจัยเกทเรียบร้อยแล้วปรากฏว่ายังไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาการระบาดของมอนสเตอร์ได้ ทางอเคเดเมียคงจะแย่งเงินทุนจากเราได้ยากกว่าเดิมล่ะ (แสดงว่าเดิม ตอนนี้ทางอเคเดเมียแย่งทุนจากรัฐบาลเอาไปวิจัยเกทซะเยอะ ถ้าวิจัยเสร็จแล้วยังแก้ปัญหาไม่ได้ก็ต้องโดนลดงบ)

  • วอลเตอร์ (Walter) ศึกษาสังคมวิทยาของมอนสเตอร์ ดูว่ามันตอบสนองต่อมนุษย์อย่างไร จะได้เป็นประโยชน์ต่อกองทัพในการวางกลยุทธสู้ ที่นี่มีทหารรับจ้างคนหนึ่งชื่อเรย์มอนด์ (Raymond) ที่ดุดัน สู้ฟัดกับมอนเสเตอร์มาตลอด ถ้าเขาใจเย็นอ่อนนุ่มขึ้น มอนสเตอร์จะตอบสนองอย่างไรกันนะ อยากรู้จัง? เราเลยไปคุยกับเรย์มอนด์ พูดชมปลอบเขาว่าเป็นคนดัง ชมว่าอาวุธเจ๋ง และขอให้เขาสอนการต่อสู้ให้ เจ้าตัวก็จะอารมณ์ดีขึ้น
  • พอกลับไปคุยกับวอลเตอร์แล้วเขาบอกว่าพฤติกรรมของมอนสเตอร์แทบไม่เปลี่ยนไปเลย แบบนี้ถ้าวิจัยต่อไปก็คงเสียเปล่า

Fragment : Rethenium Ring – รัฐบาลให้รางวัลใหญ่สำหรับคนที่จัดการยุติการระบาดของมอนสเตอร์ได้ แต่ก็ให้รางวัลสำหรับการฆ่ามอนสเตอร์รายตัวได้เช่นกัน

  • โรนัน (Ronan) ได้วางอุปกรณ์สำหรับการรวบรวมข้อมูลไว้หน้าหลุมศพ เพื่อใช้เก็บข้อมูลระยะยาว หวังว่าในอนาคตหลายร้อยปีข้างหน้า ข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่เก็บอุปกรณ์ไปได้ เราเลยอาสาไปเอามาให้ (เครื่องมันเป็นรูปตุ๊กตาคาร์บังเกิล)
  • พอเอาเครื่องมือจากอนาคตมาให้ เขาจะเอาไปวิเคราะห์ พบว่าต้นตอของพาราด็อกซ์อยู่ที่เครื่องควบคุมแอตลัส ถ้าเอาไปบอกรัฐบาลก็คงปรับกลยุทธใหม่ได้ โนเอลบอกว่าพาราด็อกซ์เกิดเพราะเครื่องควบคุมเนี่ยนะ? มีใครไปยุ่งกับมันรึเปล่า? เซร่าห์บอกว่าอาจ *มีคนไปเปิดมัน (กลุ่มคนร้าย) โดยผิดพลาดก็ได้ ลองไปดูกัน

Fragment : Rhodium Ring – ทหารรับจ้างที่นี่ชอบทอง เงิน เพชรพลอย อะไรก็ตามที่แปลงเป็นเงินสดได้ แต่ก่อนเราใช้กันแต่บัตรเดบิต แทบไม่มีใครพกเงินกัน แต่พอพาราด็อกซ์ป่วนระบบ แตต่ละคนก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าใครมีเงินเท่าไหร่ จึงเป็นการแงะฝาโลงให้กับเงินจริงอีกครั้ง เรามักมีตลาดมืดสำหรับแลกเปลี่ยนเงินตรานอกระบบ เพราะผู้คนไม่ชอบจ่ายภาษี กระทั่งรัฐบาลก็ใช้ พวกเงินตราที่จับต้องได้จึงกลับเป็นราชาอีกครั้ง ทุกคนรักทองกัน

  • พอร์ทเตอร์ (Porter) ถูกรัฐบาลส่งตัวมาสำรวจอุปกรณ์ควบคุมแอตลัส แต่มันล็อคระบบอยู่ ต้องใช้รหัสผ่าน 2 ชั้น ทางอเคเดเมียรับผิดชอบดูแลรหัสอันนึงอยู่ แต่คนถือรหัสตายไปแล้ว ส่วนอีกรหัสนึงไม่รู้เหมือนกันว่าจะหายังไง เขาจะใช้รหัสเพื่อปิดระบบ บางทีในอนาคตอาจมีคนอัจฉริยะที่แกะระบบให้ได้
  • ลองไปที่ยาจัส AF100 อูม่า (Uma) บอกว่าคุณธอร์น (Thorne) เป็นคนดูแลรหัส แต่เขาหายไปกับพาราด็อกซ์นานแล้ว คุณธอร์นเป็นหัวหน้าของเธอเอง จากนั้นให้ข้ามไปยัง AF110 จะเจอธอร์นที่จำชื่อตัวเองไม่ได้ เราก็บอกชื่อให้เขาไป เขาจะจำได้ว่าขณะกำลังสำรวจโบราณสถานก็ **โดนผลักเข้าพาราด็อกซ์ แล้วเขาก็ตอบแทนเราด้วยการจดรหัสมาให้
  • ม็อคจะเพ้อให้ฟังว่าเมื่อได้เงินรางวัลมาแล้วจะเอาไปทำอะไรดีนะ? โนเอลสงสัยว่าตัวเองฟังผิดรึเปล่าที่ว่าธอร์นโดนผลักเข้าไปในพาราด็อกซ์ เซร่าห์บอกว่าไม่ผิดหรอก มีใครบางคนพยายามฆ่าเขา

โบราณสถานเบรชา AF300

  • พวกเซร่าห์ไปยังเครื่องควบคุมแอตลัสด้วยความคิดว่าในอนาคตคงจะมีคนอัจฉริยะที่แกะระบบได้แล้ว เลยไปดูว่ารหัสของเครื่องเป็นอะไร แต่ที่เครื่องเราจะพบช่องแยกเวลา (วงกตกาลเวลา) เกิดขึ้น เนื่องจาก***มีคนใช้พาราด็อกซ์มาเป็นตัวคุ้มกันรหัส (พวกคนร้าย) ทำให้เกิดมิติจำลอง (Virtural Space) ภายในเครื่องควบคุม พวกเซร่าห์เลยต้องเข้าไปแก้ปริศนาภายในช่องแยกเวลาภายในนั้นเพื่อปลดรหัสออกมา พอแก้ได้ถึงได้รหัสมา
  • ม็อคจะเพ้ออีกว่าถ้าได้เงินมาแล้วจะแหวกว่ายไปบนกองเงิน แต่เซร่าห์และโนเอลกลับดูเครียด กังวลบางอย่าง

โบราณสถานเบรชา AF100

  • เรากลับไปยัง AF100 เพื่อเอารหัสให้กับพอร์ทเตอร์ รหัสที่เราให้ไปนั้นใช้ได้ แล้วพอร์ทเตอร์ก็บอกว่าดูเหมือนพาราด็อกซ์จะเกิดด้วยฝีมือของมนุษย์ใน AF20 *มีคนไปยุ่งกับมันจนเป็นต้นตอของเรื่องนี้ คนร้ายทำให้มอนสเตอร์เพิ่มจำนวนขึ้น **และจัดการกับคนที่รู้พาสเวิร์ด คิดว่ากลุ่มคนที่คัดค้านความคิดของอเคเดเมีย ***ได้ใช้พาราด็อกซ์เพื่อประโยชน์ของฝ่ายตนเอง มันพยายามทำลายอเคเดเมีย ทุกวันนี้เรายังไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังและทำไปทำไม ในฐานะที่เขาเป็นตัวแทนของรัฐ เขาขอตอบแทนให้ด้วย Adamantite Ring จากนั้นพอร์ทเตอร์ก็จะปิดเครื่องควบคุมได้ ทำให้พาราด็อกซ์หายไป
  • เราคุยกับพอร์ทเตอร์อีกรอบ แล้วจะเกิดแผ่นดินไหวขึ้น มอนสเตอร์จากโพ้นอันว่างเปล่าได้โผล่มาในยุคนี้ การที่เราแก้พาราด็อกซ์ เป็นการปิดจุดวาร์ปให้มันกลับไปที่โพ้นอันว่างเปล่าไม่ได้ (มอนสเตอร์ Kalavinka)

Fragment : Adamantite Ring – ดูเหมือนว่าเครื่องควบคุมแอตลัสจะใช้เทคโนโลยีสูงกว่าตัวแอตลัสเอง ในAF100 มนุษย์สามารถสร้างแอตลัสได้แล้วด้วยความรู้ในยุคนั้น แต่ปัญหาคือวิศวกรยังไม่สามารถเข้าใจกระบวนการทำงานของเครื่องควบคุมได้ จึงยังไม่มีทางควบคุมแอตลัสได้ ตัวเครื่องควบคุมนั้นมันอ่านความคิดของมนุษย์ แล้วแปลงความนึกคิดนั้นให้เป็นการกระทำโดยแอตลัส ผ่านทางโทรจิต (คน ถูกอ่านโทรจิตโดยเครื่องควบคุมแอตลัส แล้วตัวเครื่องนั้นก็ส่งโทรจิตต่อไปยังแอตลัส) ไม่รู้ว่าใครเป็นคนสร้างขึ้นมา มันเป็นวัตถุจากต่างโลก พาราด็อกซ์โดยแท้

  • พอปราบ Kalavinka ได้ เซร่าห์จะบอกว่าไม่เชื่อเลยว่าเครื่องจักรที่มนุษย์สร้างจะนำมาซึ่งมอนสเตอร์แบบนี้ แล้วยังพาราด็อกซ์ที่มนุษย์ก่อเองด้วย โนเอลบอกว่ามอนสเตอร์มันไม่ได้จะฆ่าคน แต่คนจะฆ่ากันเองสินะ ม็อคคิดว่าที่จริงแล้วคนน่ะน่ากลัวกว่ามอนสเตอร์ เราปิดคดีได้แล้วแต่รัฐบาลก็ไม่จ่ายเงินสักกิลให้ แล้วดันให้ของเล็กๆ น้อยๆ พวกของใช้ในบ้านมาแทน มีใครที่ไหนต้องการกระดาษเช็ดก้นขนาด 10 ปีกันบ้างคุโปะ! ม็อคเลยปฏิเสธรางวัลไป รัฐบาลมันชั่วร้ายมาก! มนุษย์มันชั่วร้ายมาก! คุโปะ! (ได้ Key item กระดาษเช็ดก้นขนาด 10 ปีมา)

Fragment : Kalavinka – เป็นชีวอาวุธที่สร้างโดย PSICOM ของรัฐบาลเก่า เชื่อกันว่าอาวุธพวกนี้สูญหายไปหมดแล้วตอนเกิดหายนะขึ้น แต่กลับมีตัวนึงหลงไปในโพ้นอันว่างเปล่า มันได้รับพลังใหม่ที่โหดกว่าเดิม ปีกของมันทำให้เวลาบิดเบี้ยว และสร้างบาดแผลให้ผิวของมิติได้ มันไปไหนก็จะทำให้มิติเสียหาย โชคดีที่ความเสียหายจนถึงตอนนี้เกิดขึ้นแต่ในเบรชา โคคูนยังปลอดภัยอยู่ ก็ต้องขอบคุณเหล่าทหารรับจ้างยิบย่อยด้วย

  • ในเรื่องที่ม็อคบ่น จริงๆ มันก็ใบ้มาก่อนแล้วว่ายุคนี้รัฐบาลถังแตก พวกเงินทุนสนับสนุน ทรัพยากรต่างๆ ก็โดนอเคเดเมียดูดไปหมด จึงไม่น่าแปลกใจ
  • แต่ยังไม่เข้าใจว่าคนร้าย สร้างพาราด็อกซ์ เป็นเหตุให้มอนสเตอร์เพิ่มจำนวนขึ้นมา แพร่กระจายทั่วโคคูน มันเป็นการป่วนอเคเดเมียให้ต้องมามุ่งเน้นเรื่องการแก้ปัญหานี้และการวิจัยเกท แทนที่จะไปมุ่งเน้นกับการสร้างโคคูนใหม่และ meta-shield (เบาะพลังงานขนาดยักษ์) วิธีการนี้มันป่วนได้จริง! แต่ทำแบบนี้ก็เสี่ยงที่โคคูนจะพินาศไปด้วย? ใครมันจะกล้าทำ? ถ้าบอกว่าเป็นพวกบูชาฟัลซิในโคคูนก็ยิ่งแปลก เพราะทำแบบนี้โคคูนก็จะพินาศเอา...

Fragment : Travel Guide Bresha Ruins – เป็นซากเมืองโบราณที่เคยตั้งใกล้ทะเลสาบเบรชา หนึ่งในสถานที่สุดลี้ลับของโคคูน ในเหตุการณ์เพิร์จ ฟัลซิของพัลส์ (อนิม่า) ได้เปลี่ยนน้ำในทะเลสาบให้กลายเป็นคริสตัล เหล่าร้านภัตตาคารปลาเลื่องชื่อที่ตั้งริมทะเลสาบเป็นหย่อมๆ จึงไม่มีอีกแล้ว เพราะน้ำในทะเลสาบแข็งหมดแล้ว

Fragment : Travel Guide Vile Peaks – เป็นที่ทิ้งขยะขนาดใหญ่ตอนฟัลซิสร้างโคคูน กับระหว่างตกแต่งก็มีการยกวัตถุดิบจำนวนมากจากผิวแกรนพัลส์ พวกส่วนเกินก็ถูกทิ้งไว้ที่นี่ ตอนนี้เต็มไปด้วยเครื่องจักรสงครามโบราณของพัลส์ (โดนหิ้วติดขึ้นมาตอนสร้างโคคูน) ขนาดทหารยังเข้ากันไม่ค่อยจะได้ เฉพาะพวกนักสะสมอาวุธโบราณกับของเก่าเก็บ ถึงจะเข้ามาที่นี่กัน

Fragment : Travel Guide Archylte Steppe – เป็นทุ่งกว้างที่ตั้งอยู่มุมอันห่างไกลของแกรนพัลส์ นักสำรวจที่เคยไปถึง กลับมาเขียนรายงานถึงชนเผ่าฮันเตอร์เร่ร่อนที่แยกตัวไปใช้ชีวิตอย่างป่าเถื่อน พวกเขาอยู่ที่นั่นมาเป็นศตวรรษ ตัดขาดจากอารยธรรมของมนุษย์อื่น ที่ตั้งจริงของมันไม่เป็นที่เปิดเผย แต่นักท่องเที่ยวที่สนใจในการผจญภัยก็อาจรวมตัวกันออกค่าใช้จ่ายในการเช่าเรือเหาะ เพื่อตามหาที่แห่งนี้ได้ / บ้างเชื่อกันว่าฮันเตอร์เหล่านี้เป็นลูกหลานของผู้ที่อาศัยอยู่ในพัลส์ดั้งเดิม บ้างก็อ้างว่าพวกเขาเป็นชนเผ่าที่สาบสูญของโคคูน ถ้าใกล้ชิดจนพวกเขาเชื่อใจ พวกเขาอาจเล่าเรื่องของเขาให้ฟังได้

Friday, December 27, 2013

คลิป Audio Drama และเนื้อเรื่องย่อต่อจาก FFX l X-2 HD Remaster


เนื้อหาโดยย่อ เท่าที่หามาได้ในตอนนี้

- เรื่องราวใน Audio Drama นั้นบอกเล่าผ่านปากของ 2 ตัวละครใหม่ ชูอามิ (หญิง) และ คูลุกุม (ชาย) ซึ่งบาลาไลส่งทั้งสองมายังเกาะบีไซด์เพื่อตามหายูน่า

- ตอนนี้ทีดัสกับยูน่าแยกกันอยู่แล้ว ซึ่งใน Audio Drama นี้ก็ยังไม่ได้บอกเหตุผลเอาไว้ ช่วงต้นเรื่องนั้นเมื่อ ชูอามิถามยูน่าว่าเป็นแฟนกับทีดัสใช่มั้ย ยูน่ายังตอบว่าใช่ แต่ตอนหลังยูน่ากลับบอกว่าเธอไม่ได้สนใจทีดัสแล้ว และก็มีคนอื่นที่เธอชอบแล้วด้วย

- แล้วก็มีตอนที่ทีดัสไปถามลูลูว่าคนรักใหม่ของยูน่าเป็นใคร? ลูลู่ผิดหวังที่ทีดัสมาถามแบบนั้น และบอกว่าเธอคิดว่าทีดัสน่าจะรู้จักยูน่าดีกว่านี้ ลูลู่ให้ทีดัสไปหาคำตอบเอง

- แล้วก็มีเหตุการณ์ที่คูลุกุม บอกว่าเขาชอบยูน่า และอยากให้ร่วมกันหลอกคนอื่นว่าเขาเป็นคนรักใหม่ของยูน่า

- ทีดัสในตอนนี้กลายเป็นนักบลิทซ์บอลชื่อดังไปแล้ว ตอนที่ชูอามิมีโอกาสได้จับมือเขา เธอรู้ได้ว่าทีดัสนั้นบาดเจ็บและแทบไม่มีเรี่ยวแรง แต่ทีดัสกลับพยายามปิดบังอาการบาดเจ็บไว้ นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ที่ทีดัสพยายามซ่อนตัวจากใครบางคนที่มาจากเบเวล ซึ่งการที่ทีดัสต้องหลบๆ ซ่อนๆ นี่อาจเป็นเหตุผลให้เขาไม่ได้อยู่กับยูน่าก็เป็นได้

- ส่วนซิน ก็กลับมาอีกครั้ง โดยใน Audio Drama ยังไม่ได้อธิบายเหตุผลไว้ แต่ในเรื่องยังมีพูดถึงการอัฐเชิญกันอยู่

- ชูอามิบอกว่าเธอเป็นลูกสาวของอารอน แต่ในเรื่องมีจุดที่ลูลู่บอกว่าเธอไม่เห็นเหมือนอารอนเลย แต่ยูน่าเองก็ไม่เหมือนบราสก้า และทีดัสเองก็ไม่เหมือนเจคท์เช่นกัน

- ชูอามิถามลูลู่ว่าแม่ของเธอ โกหกรึเปล่าในเรื่องที่บอกว่าเธอเป็นลูกสาวของอารอน? ลูลู่บอกว่าถ้าอารอนเป็นพ่อของชุอามิจริงๆ อารอนก็ต้องเปิดเผยให้พวกเธอรู้ เพราะอารอนเป็นคนแบบนั้น

- ตอนจบของ Audio Drama ยูน่าพูดต่อหน้าผู้คนทั้งหลายเหมือนตอน FFX ว่าเธอจะกำจัดซินที่กลับมาอีกครั้งให้จนได้ แล้วผู้คนก็ส่งเสียงโห่ร้องให้กำลังใจ

-------------------------

บันทึกตบท้าย

Kouli บอกว่า FFX l X-2 HD Remaster มันเป็น HD ก็แค่สัดส่วนภาพ 16:9 กับการปรับปรุงโมเดลตัวละคร นอกจากนั้นยังไงๆ มันก็ SD ชัดๆ ทั้งต้นไม้ SD, หญ้าแบนๆ SD, กำแพงที่มองไม่เห็นงี่เง่า ตัวละครลอยจากพื้น ทั้งเกมค้างและบั๊ค เพราะอะไรรู้มั้ย? ใครเล่นจบแล้วคงสังเกตเห็นสตาฟฟ์จีนจำนวนมหาศาลในเครดิต... นั่นเพราะเกมนี้มันถูกเอาท์ซอส ยังไงล่ะ

Richard ให้สัมภาษณ์เรื่องการแปลสคริปต์เกมจากภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาอังกฤษ

ตัดตอนจากบทสัมภาษณ์อันเก่าแก่ทางอีเมลระหว่างเว็บ FFcompendium กับคุณ Richard Honeywood ซึ่งเป็นสมาชิกอาวุโสคนหนึ่งใน Localization Team ของ Square Enix โดยคุณ Richard ได้มีส่วนร่วมในการแปลเกมต่างๆ ให้กับทาง Square มาตั้งแต่ปี 1998 โดยตัวบทสัมภาษณ์แบบเต็มนั้นก็ได้ถามถึงปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในการแปลเกม แต่มีอยู่ประเด็นหนึ่งตรงกับที่ผมต้องการหาคำตอบพอดี เลยตัดตอนมาดังนี้

FFcompendium : คุณเคยกังวลกับเสียงตอบรับจากแฟนๆ มั้ยว่าคุณไป “บิดเบือน” หรือเบี่ยงเบนเนื้อหาไปจากภาพลักษณ์ของตัวเกมเวอร์ชั่นญี่ปุ่นซึ่งเป็นที่รักของแฟนๆ? เคยเสียใจกับการตัดสินใจบางอย่างในการ Localization หรือไม่?

Richard : ก็อย่างที่ Peter Jackson กล่าวไว้ถึงหนัง Lord of the Rings ของเขาว่าเขาไม่ได้กังวลกับการที่ผู้คนต่างบอกว่าเขาทำให้ (เวอร์ชั่น) หนังสือเสื่อมเสียเลย หนังสือมันก็อยู่ของมันที่เดิมนั่นแหละ สำหรับเกมเองก็เหมือนกัน... ตัวเกมต้นฉบับมันก็ยังอยู่เพื่อคนที่พูดภาษาญี่ปุ่นเหมือนเดิม

บางคนอาจไม่เห็นด้วยกับการแปลความเกมของพวกเรา แต่เราจะไม่แปลอย่างทื่อตรงตามตัวอักษรเด็ดขาด งานของเราในฐานะทีม Localization คือการทำให้ตัวเกมต้นฉบับ ให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด เข้าถึงได้ง่ายที่สุด แก่ผู้เล่นที่ใช้ภาษาตามเป้าหมายของเราให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยปกติแล้ว คนที่พูดว่าเราแปลแบบบิดเบือนเนื้อหานั้น ก็คือคนที่ใช้สองภาษา... แต่การที่คุณใช้สองภาษาได้นั้นมันทำให้คุณมีมุมมองที่แตกต่างไปจากมุมมองของคนส่วนใหญ่ มันฟังดูเป็นเรื่องใหญ่โตและรุนแรงมากนะที่โจมตีว่าเราไปเปลี่ยนแปลงเนื้อหา แต่มันก็มีเหตุผลอยู่มากมายที่ทำให้เราไม่สามารถแปลให้ตรงตามตัวอักษรได้


Brian ได้ฝากความเห็นคล้ายๆ กันมาด้วยว่า “ยากนะที่จะพูดว่าแบบไหนเป็นการบิดเบือน และแบบไหนไม่ใช่การบิดเบือน แน่ล่ะว่าเกมเมอร์บางส่วนก็เลื่อมใสในตัวเกมเวอร์ชั่นญี่ปุ่นของเรา เกมเมอร์เหล่านี้คงอยากให้พวกเราแปลทุกอย่างตรงตามตัวอักษร และปล่อยให้พวกเขาไปแปลความกันเอาเอง แต่ผมว่าเกมเมอร์ส่วนใหญ่น่ะ เขาเพียงต้องการที่จะเล่นแล้วสนุกไปกับเกม ให้ได้รู้ว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นโดยไม่ต้องมาปวดหัวกับกำแพงภาษา ดังนั้น Localization จึงเป็นมากกว่าการแปล ยิ่งกรณีที่การแปลตรงตัวแล้วมันฟังดูงี่เง่า (หมายถึงใช้รูปประโยคที่ฝรั่งเขาไม่พูดกัน) หรือชวนให้สับสน เราก็ต้องเปลี่ยนเพื่อให้มันเป็นธรรมชาติมากขึ้น ส่วนตัวแล้วผมไม่ได้เสียใจกับการเปลี่ยนแปลงนั้น การ Localization ไม่ได้เป็นการทำลายตัวเกมต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น เพราะยังไงมันก็อยู่ของมันอย่างงั้น มันก็แค่เป็นการหาจุดกึ่งกลางระหว่างความศรัทธาต่อต้นฉบับกับการทำให้เกมเมอร์กลุ่มใหญ่เข้าถึงเกมกันให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

ตัวอย่างเช่น Chocobo Racing ซึ่งในฉาก Hungry Land ของตัวเกมเวอร์ชั่นญี่ปุ่น (ภาคอังกฤษเรียกว่า Gingerbread Land) ตัวละคร FF นั้นต่างก็แต่งตัวเป็นตัวละครจากเรื่องโมโมทาโร่ และพูดเรื่องงี่เง่ากัน ในเวอร์ชั่นอังกฤษพวกเราเลยเปลี่ยนให้กลายเป็น Hansel and Gretel พวกเถรตรงคงเถียงว่าเราควรจะคงคำว่า Hungry Land และเก็บประโยคแปลกๆ ที่อ้างอิงถึงโมโมทาโร่เอาไว้ แต่ในเมื่อกลุ่มเป้าหมายของเราคือเด็ก มันย่อมดีกว่าแน่ๆ หากเราจะเปลี่ยนให้มันกลายเป็นสิ่งที่พวกเขาคุ้นเคยกันมากกว่า

นอกจากนี้ Collin ก็ฝากความเห็นที่น่าสนใจมาว่า “เรารู้ดีว่าผู้เล่นจะเอาเรื่องความเปลี่ยนแปลงนั้นมาเป็นประเด็น บอกได้ว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นก็มีขึ้นเพื่อทำให้มันชัดเจนขึ้น เพื่อประโยชน์ด้านเรท ESRB และบางประโยค (ถ้าแปลตรงๆ แล้ว) มันก็ไม่เมคเซนส์ในภาษาอังกฤษเลย ยิ่งสิ่งที่เป็นญี่ปุ่นจ๋าอย่างฮาร์ดคอร์ มันอาจฟังดูตลกขบขัน ทำให้คนส่วนใหญ่ซึ่งไม่ได้คลั่งไคล้ญี่ปุ่นขนาดนั้น เมื่อซื้อไปเล่นก็ต้องพากันเกาหัวด้วยความสับสน ถ้าการบิดเบือนที่ว่านั้นหมายถึงการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาภาษาญี่ปุ่นเดิม ให้กลายเป็นสิ่งน่าสนใจ เข้าใจง่าย และทำให้คนเล่นเกมทั่วไปที่ใช้ภาษาอังกฤษสนุกไปกับมันได้ เราก็จะรับคำนั้นไว้ การ Localization นั้นไม่ควรจะเป็นแปลอย่างทื่อๆ ตรงๆ โดยขาดการตกแต่ง”

ที่จริงแล้วบางครั้งเวอร์ชั่นอังกฤษก็ดีกว่าเวอร์ชั่นญี่ปุ่นด้วยซ้ำ เพราะเราสามารถเอาบั๊คที่พบในเวอร์ชั่นญี่ปุ่นออกไปได้ แล้วทีมงานบางคนก็อยากจะเพิ่มหรือแก้อะไรบางอย่างในตัวเกมเวอร์ชั่นตามประเทศ ตัวอย่างเช่น Chrono Cross คุณคาโต้ที่เขียนสคริปต์ยอมรับว่าเขาอธิบายปูมหลังของเหตุการณ์ และความสัมสัมพันธ์ระหว่างผู้คนได้ไม่เคลียร์ เราเลยเพิ่มข้อความลงไปในเวอร์ชั่นอังกฤษ เช่นความสัมพันธ์ระหว่าง Korcha กับน้องสาว Mel ซึ่งอธิบายไม่ชัด และเหตุผลที่มีดวงจันทร์ 2 ดวงใน Chrono Cross (ใน Chrono Trigger ยังมีแค่ดวงเดียว) และเรื่องว่า Belthasar วางแผนทำให้กาลเวลาพินาศหรือไม่ สิ่งเหล่านี้มันอธิบายไว้ไม่ค่อยดี ดังนั้นคุณคาโต้และผมจึงเขียนส่วนนี้ขึ้นใหม่ในเวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ

ความใกล้ชิดสนิทสนมต่อทีมพัฒนาที่นั่งอยู่รอบๆ ตัวเราในแต่ละโปรเจคท์นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากจริงๆ พวกเขาก็คอยดูภาษาอังกฤษของพวกเรา (รวมถึงภาษาอื่นๆ ด้วย) และแสดงความเห็นต่างๆ มา ทีมงานบางคนก็ยืนยันหนักแน่นว่าเราไม่ควรเปลี่ยนจุดนั้นจุดนี้ แต่คนอื่นๆ ก็เชื่อใจเราถึงขั้นว่าเราไม่ต้องไปชี้แจงถึงการเปลี่ยนแปลงนั้นก็ได้ (แต่ถึงกระนั้น ผมก็จะยังคงทำด้วยความสุภาพ และเคารพต่องานของพวกเขา)

ผมนึกไม่ออกนะว่าผมจะเสียใจต่อการที่ผมไปเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในส่วนไหน  และผมก็พยายามทำให้มันดีที่สุดมาโดยตลอด บางครั้งผมก็หวังนะว่าทีมงานจะอนุญาตให้ผมเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้ ถ้าสิ่งเหล่านั้นมันไปรบกวนความเป็น Perfectionist ในตัวผม แต่ผมก็เคารพในความต้องการของทีมงาน และในฐานะที่ผมเองก็เป็นผู้กำกับ ผมก็ตระหนักดีว่าเวลาและเงินทุนก็เป็นปัจจัยที่จำเป็นด้วย

ที่มา : FFcompendium

------------------------------------------------------------------

ความเห็นปิดท้าย : ส่วนตัวผมแล้ว ผมผ่านเรื่องนี้มาถึงช่วงชั้นที่ 4 กล่าวคือ

1. ช่วงที่ไม่รู้ว่าสคริปต์ญี่ปุ่นกับอังกฤษมันแตกต่างกัน

2. ช่วงที่เริ่มรู้ว่าสคริปต์ญี่ปุ่นกับอังกฤษมันแตกต่างกัน แต่ไม่ได้สังเกต ไม่ได้ใส่ใจ

3. ช่วงที่สังเกตและใส่ใจถึงความแตกต่างกัน และคิดว่าคนแปลบิดเบือนเนื้อหาไปไกล (เป็นภาวะนี้มาจนถึงไม่กี่ปีนี้เอง)

4. ช่วงที่รู้แล้วว่าการจะวางจำหน่ายเกมญี่ปุ่นในตะวันตก ทีมแปลจะแปลมันทื่อๆ ตรงๆ ไม่ได้ แต่ต้องทำความเข้าใจก่อน แล้วแปลงให้มันเป็นสำนวนและวิธีการพูดแบบชาวตะวันตก เพราะขืนแปลเป็นภาษาอังกฤษแบบทื่อๆ ตรงๆ... คนเอเชียอย่างเราๆ ซึ่งมีวัฒนธรรมและวิธีคิดใกล้เคียงกับคนญี่ปุ่นก็อาจเข้าใจได้ แต่ชาวตะวันตกที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของตัวเกมเวอร์ชั่นอังกฤษเขาไม่เข้าใจไปกับเราด้วย...

บางครั้งถ้าสคริปต์เวอร์ชั่นญี่ปุ่นมันเขียนมาเป็นโคลงกลอนสวยงาม การแปลทื่อๆ ตรงๆ เป็นภาษาอังกฤษก็จะทำให้ความสวยงามนั้นพังทลายไป แถมยังจะได้รูปประโยคที่ชาวตะวันตกเขาไม่พูดกัน ดังนั้น ทีมแปลก็จำเป็นจะต้องอ่านทำความเข้าใจ แล้วเขียนสคริปต์อังกฤษขึ้นมาใหม่ ให้เป็นโคลงกลอนสวยงามในแบบภาษาอังกฤษ และให้ได้ใจความใกล้เคียงกับของญี่ปุ่นให้ได้มากที่สุด ซึ่งมันอาจต้องมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาไปบ้าง แต่มันเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้คนเล่นทั่วไปอ่านแล้วทำความเข้าใจได้

สคริปต์เวอร์ชั่นอังกฤษของภาคหลังๆ อย่าง FFXII, FFXIII ผมว่าใครที่ได้ตั้งใจอ่านจริงๆ จังๆ ไม่ได้อ่านผ่านๆ ก็น่าจะเห็นได้ว่าทีมแปลเขาเรียบเรียงขึ้นใหม่ได้สวยมาก หลายๆ จุดก็ทำเป็นภาษาไฮโซ โบราณ เปรียบเปรย หรือสะบัดสำนวนมาก จนบางครั้งก็ได้มอบประโยคเด็ดๆ ที่เป็นที่จดจำของแฟนๆ ขึ้นมาอย่าง “We live to make the impossible possible!”

รวมๆ แล้วผมเห็นว่าสคริปต์เวอร์ชั่นญี่ปุ่นก็มีความงามแบบหนึ่ง ส่วนสคริปต์เวอร์ชั่นอังกฤษที่ทีมของคุณ Richard ช่วยกันเรียบเรียงขึ้นมาใหม่ มันก็มีความสวยงามของมันในอีกแบบหนึ่ง ไม่มีอันไหนเหนือไปกว่ากัน แม้เนื้อหาส่วนลึกอาจจะแตกต่างกันบ้าง แต่ความแตกต่างนั้นก็มีขึ้นเพื่อทำให้ชาวตะวันตกที่มีประเพณี วิธีคิด วิธีการพูดแตกต่างจากชาวเอเชีย เข้าใจเกมกันได้ง่ายที่สุด

การแปลเกมแบบทื่อๆ ตรงๆ นั้นมันง่าย แต่ขืนทำแบบนั้นชาวตะวันตกก็คงจะไม่สามารถเข้าใจเนื้อหาของเกมได้ ซึ่งคุณ Richard และทีมของเขาทราบในจุดนี้ดี การที่คุณ Richard และทีมได้ทุ่มเทที่จะทำความเข้าใจกับสคริปต์ภาษาญี่ปุ่น และเขียนเรียบเรียงขึ้นมาใหม่ให้เป็นภาษาอังกฤษนั้น มันยากกว่าการแปลตรงๆ และเป็นมากกว่าการแปล ซึ่งเราต้องขอขอบคุณพวกเขาที่ช่วยกันทุ่มเทสร้างสรรค์สคริปต์เวอร์ชั่นอังกฤษที่สวยงามกันขึ้นมาได้ครับ

ภาคต่อของ FFX l X-2 HD Remaster ใกล้ความจริงเข้าไปทุกที!

จากที่เมื่อวานนี้เราได้รายงานถึงบทสัมภาษณ์ของคุณ คาสึชิเงะ โนจิมะ คนเขียนสคริปต์ของ Final Fantasy X l X-2 HD Remaster ที่ลงไว้ในหนังสืออัลติมาเนียของเกมว่า ถ้าแฟนๆ เรียกร้องกันเข้ามาก็อาจมีการพัฒนา FFX-3 เกิดขึ้นได้ และส่วนตัวเขาก็อยากให้มีเช่นกัน

ล่าสุดได้มีข้อมูลเพิ่มเติมที่เสริมน้ำหนักของเรื่องดังกล่าวให้มากยิ่งขึ้น จนชวนเชื่อว่าแท้จริงแล้ว Final Fantasy X-3 ได้แอบเริ่มต้นพัฒนาไปแล้ว เนื่องจากกลุ่มคนที่เล่น FFX l X-2 HD Remaster จบจนได้ฟังเนื้อเรื่อง Audio Drama ที่ถูกเพิ่มลงไปใหม่ให้เป็นเนื้อหาต่อจากตอนจบของ FFX-2 นั้น ได้สปอยล์เนื้อหาดังกล่าวบางส่วนให้ฟังว่าเนื้อหาใน Audio Drama กล่าวว่า

"ทีดัสและยูน่าได้ยุติความสัมพันธ์ลง และยูน่าได้สาบานที่จะต่อสู้กับซินที่ตื่นขึ้นมาใหม่อีกครั้ง"

ทั้งนี้ใน Audio Drama ดังกล่าวยังเผยภาพอาร์ทเวิร์คใหม่ของทีดัสและยูน่าในปัจจุบัน พร้อมทั้งภาพของตัวละครใหม่ 2 ตัวที่ปรากฏใน Audio Drama ด้วย....


ดูเหมือนว่างานต่อไปทีมงานผู้สร้างซีรีส์ FFX และ ซีรีส์ FFXIII จะเป็น Final Fantasy X-3 อย่างเลี่ยงไม่ได้แล้ว

ทิ้งท้ายด้วยความเห็นของคนข่าว เกมเมอร์ และแฟนต่างประเทศ

"เฮ่อ.... โนจิมะ" - Erren แห่ง RPG Site

"เย้~ FFX-3 ดูท่าจะเป็นจริงแล้ว" - Tony แห่ง FF Network

"กลับบ้านไป นายเมาแล้ว" - Kouli แห่ง GameFaqs

"เดี๋ยว ว่าไงนะ 'ทีดัสกับยูน่ายุติความสัมพันธ์' หมายความว่าพวกเขาเลิกกัน!? อย่าเป็นแบบนั้นนะ เพราะจากที่ผ่านร้อนผ่านหนาวร่วมกันมาใน 2 ภาคแรก ขืนเลิกกันผมก็เศร้าตายสิ" - schen60 จาก FF Network

"อกจะแตกตาย ผมอยากให้มี FFX-3 นะ แต่การที่ทีดัสและยูน่าเลิกกัน แถมซินกลับมาใหม่ มันเป็นการทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นใน X และ X-2" - cwk34 จาก FF Network

Thursday, December 26, 2013

โนจิมะอยากเห็น Final Fantasy X-3 !?


จากหนังสือ Final Fantasy X l X-2 HD Remaster Ultimania ที่วางจำหน่ายในวันนี้ คุณ คาสึชิเงะ โนจิมะ ผู้เขียนสคริปต์ให้กับเกมดังกล่าว ได้เปิดเผยถึงความเป็นไปได้ในการสร้าง Final Fantasy X-3 ว่า

"ถ้ามีเสียงเรียกร้องเข้ามา ก็อาจมีการพัฒนาเกิดขึ้นได้"
"ส่วนตัว ผมเองก็อยากเห็นภาคต่ออย่าง 10-3"

อย่างที่ทราบกันว่าคุณโนจิมะเป็นคนเขียนสคริปต์ให้กับนิยาย Final Fantasy X-2.5 และ Audio Drama ซึ่งเป็นเนื้อเรื่องต่อจาก Final Fantasy X-2 ที่ถูกเพิ่มลงไปใน Final Fantasy X l X-2 HD Remaster เมื่อวานนี้เหล่าคนญี่ปุ่นที่ได้หนังสือไปอ่านก่อนแล้ว ก็พากันสงสัยว่านี่เป็นการส่งสัญญาณถึง Final Fantasy X-3 รึเปล่านะ?

เสริมเกร็ดข้อมูลทิ้งท้ายหน่อยว่า คุณโนจิมะนี่แหละคือคนเขียนสคริปต์อันสละสลวยให้กับเกมชื่อดังหลายๆ เกม ทั้ง FFVII Series, FFVIII, FFX, FFX-2, KH ภาคหลัก และก็เป็นคนเขียนสคริปต์ให้กับ FFXV


จากนิตยสาร Dorimaga บทสัมภาษณ์คุณมายูโกะ อาโอกิ และคุณมาซาคาสึ โมริตะ ผู้พากย์เสียงยูน่าและทีดัสใน Final Fantasy X l X-2 HD Remaster ผ่านไป 12 ปีแล้ว คุณอาโอกิยังสวยไม่เปลี่ยนจากเมื่อก่อนเลย แถมยังมีสเน่ห์แบบผู้ใหญ่มากขึ้นด้วย


จากนิยสาร VJump ฉบับล่าสุด มีภาพปัจจุบันของคุณโนมุระมาให้ดูกัน เจ้าตัวบอกว่าในภาค X เขาชอบเจคท์มากที่สุด

เก็บตกรายละเอียดจาก Final Fantasy XIII-2 [23]

ซานาดู
  • เจอลูกโจโคโบะน้อยที่หน้าลานแข่งโจโคโบะ เซร่าห์นึกถึงซัสซ์กับโบะน้อยของเขา โนเอลบอกว่าถ้าซัสซ์มาที่นี่ด้วยคงสนุกน่าดู จากนั้นเราจะได้ Fragment มาจากมัน

Fragment : Chocochick Down, A Letter from Dajh – แดจซ์บอกว่าได้แยกกับพ่อมาสักพักแล้ว พ่อบอกว่าจะไปช่วยเซร่าห์กับพวก เอาเลยพ่อ ผมเองก็อยากช่วยเหมือนกัน! จำลูกโบะของพ่อได้มั้ย? มันเป็นตัวเมียนะ ผมตัดสินใจเรียกมันว่าโจโคลิน่า เจ๋งมั้ย?
  • เจ้าของคาสิโนบอกว่า ท้ายที่สุดเราก็ได้รางวัลจากสิ่งที่เราเลือก ยินดีด้วย เขาเองก็สนุกกับคู่ต่อกรแบบเรา ขอบคุณที่ทำให้เขาสนุก โนเอลบอกว่านี่เป็น Fragment ใช่มั้ย หากเขาเอาไปแล้ว โลกนี้จะไม่หายไปเหรอ? เจ้าของบอกว่าตอนนี้ก็ไม่เป็นไร ยังไงโลกนี้ก็เป็นแค่ความฝัน จินตนาการ สถานที่ที่ไม่มีอยู่จริง แต่หากพวกเรามีที่ว่างในหัวใจให้พวกเขา เราก็จะคงอยู่ต่อไปนิรันดร์ เซร่าห์ถามว่าแม้จะหายไปแล้ว ก็ยังอยู่ต่อไปนิรันดร์เหรอ? เจ้าของบอกว่านั่นเป็นความผิดของผู้ที่สร้างขึ้นมา (Creator) โนเอลถามว่าผู้สร้างนั่นหมายความว่าไง? นายเป็นใครกันแน่? เจ้าของบอกว่าก็เป็นเจ้าของคาสิโนไง ไม่มากไม่น้อยกว่านั้น รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำของการเดินทางของพวกเรา
  • (เดาว่าผู้สร้างในที่นี้ หมายถึงผู้ที่สร้างเกมขึ้นมานะ)

ไวล์พีคส์ AF200
  • ภูเขาของเศษซากที่ยกมาจากพัลส์เป็นที่ทดสอบพวกไลท์นิ่งตอนที่เป็นลูซิ แต่โนเอลและเซร่าห์ไม่รู้เลยว่าการเดินทางของเหล่าลูซิ จะนำหายนะมาสู่ที่แห่งนี้ในอีก 200 ปีต่อมา
  • ไลท์นิ่งที่จับจ้องพวกเซร่าห์ที่มาถึงที่แห่งนี้ได้ครุ่นคิด “ใน AF010 เกิดการบิดผันครั้งใหญ่ในในไวล์พีคส์ ทำให้เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพังโบราณ ทางอเคเดเมียได้ส่งกลุ่มบลิทซ์ (Blitz Squadron) มาสำรวจ โดยพวกเขาได้เอาอาวุธต่อต้านพาราด็อกซ์มา งานของพวกเขาคือการหาสาเหตุการบิดผัน ทว่าเรือเหาะของพวกเขากลับหายไป (โดนพาราด็อกซ์ดูด) ในวันนั้นทหารทั้ง 6 ที่หายไปนั่น เป็นความผิดของฉัน”
  • พวกเซร่าห์ได้ไปช่วยทอร์เรโน (Torreno) ออกมาจากช่องมิติ เขาจะงงว่าตัวเองสลบไปนานเท่าไหร่? แล้วเงานั่นหายไปไหน? พวกเขามาทำภารกิจกัน วั้นนั้นเกิดพายุหนัก แล้วเงายักษ์ก็ปรากฏขึ้นบนฟ้า มอนสเตอร์ที่น่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏตัวออกมา พวกเขาเสียพลัง เรือเหาะตกสู่พื้น ทุกอย่างมืดไปหมด พอรู้สึกตัวก็มาอยู่ตรงนี้ โนเอลบอกว่าเขาถูกดูดเข้าไปในพาราด็อกซ์ จริงๆ เขาอาจมาจากยุคอื่นก็ได้? เขาจะบอกว่าเขามาจาก AF010 แล้วตอนนี้ก็ยังขยับขาไม่ได้ (ขาหัก) อยากให้เราไปช่วยลูกทีมคนอื่นๆ ด้วย นอกจากเขาก็ยังมีเพื่อนอีก 5 คน (ให้แผนที่มา) ชื่อกลุ่มของพวกเขาเอามาจากชื่อของสิบโท ที่มีรหัสว่าบลิทซ์ (Blitz)
  • เจอฟัลคอน (Falcon) ที่วิ่งหนี เขาเข้าใจผิดว่าเราจะฆ่าเขา เราตามไปจนทัน เขาจะบอกว่าพวกเขากระเด็นออกมาจากยาน แล้วสิ่งนั้นก็ปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา เขาจะกลับไปหาทอร์เรโน จากนั้นเขาก็เตือนให้เราหนีไป
  • เจอสิบตรีธันเดอร์ (Thunder) ในชุดสีแดง เขาจะไม่ยอมกลับไปรวมกับทอร์เรโนเพราะมอนสเตอร์ที่โจมตีพวกเขายังซุ่มอยู่แถวนี้ มันอาจทำอะไรกับโคคูนก็ได้ ต้องมีคนคอยจับตาดูมัน เราเลยอาสาไปปราบมันให้ เขาจะบอกว่าฟัลคอนมีสายตาเฉียบคม เขาอาจจะรู้อะไรเกี่ยวกับมอนสเตอร์ก็ได้ ไปบอกให้ฟัลคอนให้ความร่วมมือเราอย่างเต็มที่ได้ นี้เป็นคำสั่งของสิบตรี
  • เรากลับไปหาฟัลคอน แล้วจะได้ข้อมูลว่ามอนสเตอร์ตนนั้นได้พลังมาจากช่วงเวลาอื่น ถ้าไปกำจัดต้นตอพลังก็จะทำให้มันอ่อนแอลงได้ แล้วเขาจะให้เข็มทิศมากันหลงทาง

ไวล์พีคส์ AF010
  • จะได้ข้อมูลว่าทีมบลิทซ์ถูกฝึกมาจัดการพาราด็อกซ์
  • เจอแบ็คซ์เตอร์ (Baxter) นอนบาดเจ็บ (เขาโดนโจมตีจนเรือเหาะร่วงลงมาเหมือนกัน แต่ไม่ได้หลงยุค) เขาบอกว่าเรือเหาะไหม้ไปแล้ว เขาจำได้ว่านักบินเรย์ (Ray) ยังไม่ตาย อาจยังอยู่แถวนี้ แล้วแบ็คซ์เตอร์ก็บอกอีกว่าพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว จึงเรียกกันด้วยรหัส หัวหน้าเรียกว่าสิบโทบลิทซ์ รหัสพวกนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากไลท์นิ่ง
  • เจอเรย์ (Ray) เราจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังโดยเอาเข็มทิศจากฟัลคอนให้ดู เขาจะเชื่อสิ่งที่เราพูด แล้วบอกว่าสิบโทบลิทซ์ก็ติดอยู่ในพาราด็อกซ์ อยากให้เราช่วยออกมา แต่มอนสเตอร์เงาดำที่ล่มเรือเหาะของพวกเขานั้นขวางทางเอาไว้
  • แล้วไลท์นิ่งที่จับตาดูอยุ่ก็ครุ่นคิด “ศัตรูไม่ได้มาจากโลกนี้ มันคือ การอุปมาของเคออส (Personification) เกิดจากช่องแยกกาลเวลา อสูรนั้นก่อตัวจากความทรงจำที่สลักไว้ยังผิวดาว มันก่อตัวจากอดีตที่ถูกลืมเลือน มันคือ...”
  • ว่าแล้วโอดินก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเซร่าห์ โนเอลสงสัยว่าไลท์นิ่งอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้งั้นเหรอ? เซร่าห์บอกว่าไม่ใช่ นี่เป็นแค่ภาชนะอันว่างเปล่า มันไม่มีความนึกคิดหรืออารมณ์ แล้วไลท์นิ่งที่มองอยู่ก็บอกให้เซร่าห์ช่วยกำจัดมันภาพสะท้อนของอดีตอันยุ่งเหยิง ให้คืนสู่ความมืดด้วย
  • หลังปราบได้ ม็อคจะบอกว่าแก่นแท้ของโอดินตัวนี้ก็คือเคออสจากวาลฮัลล่า โนเอลบอกว่าเคออสสร้างภาพลวงตาของโอดินขึ้นมางั้นสิ เซร่าห์คิดว่างั้นเงาที่พวกเขาเห็นกันใน AF200 ก็เป็นภาพลวงตาเช่นกัน โนเอลบอกว่าอาจจะใช่ แต่ในเมื่อเรากำจัดต้นตอพลังได้แล้ว เราก็น่ากำจัดมันใน AF200 ได้ด้วย
  • เจอสิบโทบลิทซ์ เราจะช่วยเขาออกมาจากช่องแยกมิติ บลิทซ์จะขอบคุณเราแล้วบอกว่าเขาเป็นหัวหน้าทีมสำรวจของอเคเดเมีย พอเราแนะนำตัว เขาจะตกใจ ไม่คิดว่าน้องสาวของสิบโทฟาร์รอนจะมาช่วย เขาเคยอยู่หน่วยเดียวกันกับไลท์นิ่ง พวกเขาจริงจังกับงาน ทำงานหนักเพื่อรักษาความสงบสุขของโบดัม โนเอลบอกว่าคนนึงชื่อบลิทซ์ แล้วก็มีธันเดอร์ ฟังแล้วพอจะนึกถึงแรงบันดาลใจที่มาของชื่อได้เลย บลิทซ์บอกว่ามันเป็นการแสดงความเคารพภักดีต่อไลท์นิ่ง แล้วเซร่าห์จะบอกว่าไลท์นิ่งออกจากทหารและถูกตราหน้าว่าเป็นคนทรยศไปนี่นา? บลิทซ์บอกว่าเขาก็เคยเข้าใจผิดอยู่นาน แต่ก็มาเห็นความจริงเบื้องหลังการกระทำของไลท์นิ่งที่พยายามช่วยโคคูนไว้ ไลท์นิ่งพยายามสู้กับฟัลซิตามลำพัง ยืนหยัดในสิ่งที่เชื่อ พวกเราจึงรู้ตัวว่าจะนิ่งเฉยไม่ได้ เลยมาสมัครเป็นทหารของอเคเดเมีย สำหรับเขาแล้วก็ยังรู้สึกว่าเป็นทีมเดียวกับไลท์นิ่งเสมอ เราจะสร้างโลกที่ดีขึ้นไปด้วยกัน เซร่าห์ฟังแล้วก็รับปากว่าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกพี่สาวให้ บลิทซ์หวังว่าไลท์นิ่งจะยังไม่ลืมพวกเขา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ขอให้เซร่าห์ได้พบกับไลท์นิ่ง พี่สาวที่แคร์เซร่าห์ยิ่งกว่าใครๆ ในโลก ว่าแล้วบลิทซ์ก็หายไป (กลับไปรวมกับพวกทอร์เรโนใน AF200) เซร่าห์จะคุยกับโนเอลว่าพบทั้ง 6 ครบแล้ว โนเอลเลยบอกว่าเราต้องไปช่วยสิบตรีสู้กับโอดิน ไม่ให้เขาตาย

ไวล์พีคส์ AF200
  • ม็อคบอกว่าไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าไลท์นิ่งอยู่ที่นี่ด้วย คงพาสิบตรีเผ่นไปแล้ว โนเอลบอกว่าไลท์นิ่งคงดูพวกเราอยู่จากวาลฮัลล่า เราต้องจัดการแทนเอง (จริงๆ ไลท์นิ่งก็แว้บมาที่ยุคนี้จะช่วยเพื่อน แต่เห็นพวกเซร่าห์มาแล้วก็เลยกลับ)
  • พอปราบได้ ไลท์นิ่งที่ดูอยู่จะครุ่นคิดว่า

“ในไม่ช้าที่แห่งนี้ก็จะกลับเป็นปกติ เงาของโอดินปลอมไม่ใช่ภาระที่ฉันต้องจัดการ แต่หากพวกเขา (เพื่อน) ต้องตาย ไม่มีสิ่งใดที่จะลบเลือนความรู้สึกผิดของฉันได้ หลายปีก่อนฉันต่อสู้ร่วมกับพวกเขาทั้ง 6 ฉันคิดว่าพวกเขาคงลืมฉันไปแล้ว แต่ฉันก็พบว่า แม้คนเราจะหายไปแล้ว แต่ก็จะยังคงดำรงอยู่ในความทรงจำของผู้อื่น ดังนั้น เซร่าห์ หากเธอคำนึงถึงฉัน วันหนึ่ง ฉันมั่นใจว่าจะได้พบหนทางกลับไปสู่บ้านอีกครั้ง”
  • แล้วจู่ๆ เซ่ราห์ก็ตะโกนขึ้นมาทันทีว่า “แน่นอน” โนเอลถามว่าตกใจอะไรเหรอ? เซร่าห์บอกว่าเธอรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงของไลท์นิ่งอยู่ในหัว เธอคงคิดไปเอง โนเอลบอกว่าเกิดเรื่องเหลือเชื่อมากมายทั้งพาราด็อกซ์ โอพารทซ์ เซร่าห์คงได้ยินเสียงของไลท์นิ่งจริงๆ เขาเชื่อแบบนั้น
  • โนเอลแปลกใจว่าทำไมพวกกลุ่มบลิทซ์ถึงหายตัวไป ม็อคบอกว่าเซนส์เขาบอกว่าทุกคนกลับไปหาทอร์เรโนแล้ว
  • ระหว่างทาง พวกเซร่าห์ก็จะเจอกับซัสซ์ซึ่งอยู่ในช่องแยกมิติ แต่กลับมีร่างสะท้อนของเขาปรากฏขึ้นที่นี่ พวกเซร่าห์ตกใจ ไลท์นิ่งที่มองดูอยู่ก็จะคิดว่า “ฉันไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว แต่พวกเขาได้เจอเพื่อน เพื่อนร่วมตายคนแรก คนที่รักครอบครัวเหนือสิ่งใด เราไม่ได้เจอกันที่นี่ แต่แยกกันตรงนี้”
  • ซัสซ์จากช่องแยกมิติรู้สึกได้ว่าพวกเซร่าห์เห็นเขา เลยบอกว่าจากที่ๆ เขาอยู่ เขาไม่ได้ยินเสียงของเซร่าห์หรอก จากนั้นซัสซ์ก็จะเล่าเรื่องเก่าๆ ตอนโดนไลท์นิ่งพูดเหวี่ยงใส่ที่นี่ก่อนแยกกัน แต่จริงๆ คือโดนทิ้ง ส่วนเขาเองได้หลงเข้าไปอยู่ในโลกแปลกๆ มา (ซานาดู) ตอนนี้ก็กำลังเดินพันชีวิตอยู่ จากนั้นซัสซ์ก็จะบ่นยาวต่อไป โดยปิดท้ายว่าเขาแค่อยากมาทักทาย ตอนนี้ต้องไปแล้วล่ะ ว่าแล้วซัสซ์ก็หายไป
  • เซร่าห์จะเล่าให้โนเอลฟังว่าซัสซ์ได้ต่อสู้เพื่อปกป้องโคคูนร่วมมากับไลท์นิ่งและสโนว โนเอลสงสัยว่าซัสซ์เคยเถียงอะไรกับไลท์นิ่งจนโดนทิ้ง คาดว่าเส้นทางพวกเขาคงยากลำบากเหมือนเรา เซร่าห์บอกว่าแน่นอน แต่การพบความยากลำบากร่วมกัน ทำให้คนเราสนิทกันมากขึ้น เพื่อนแท้มันต้องเป็นงั้นสิ
  • เซร่าห์จะกลับไปหาพวกทอร์เรโน แล้วเจอทั้ง 6 อยู่ด้วยกันครบ เขาขอบคุณเราที่ช่วยทุกคนและแก้พาราด็อกซ์ พวกเขาจะกลับไปยุคของตนเอง แล้วฝากบอกไลท์นิ่งว่าพวกเขาขอเชิญชวนเธอให้มาสู่ปาร์ตี้ตอนรับกลับบ้าน แล้วทั้ง 6 ก็หายไป (กลับไปยุค AF010 ที่จากมา)
  • แล้วเซร่าห์ก็จะเจอร่างสะท้อนของไลท์นิ่งที่พูดจากวาลฮัลล่า ไลท์นิ่งบอกว่าเธอได้แยกจากคนอื่น ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว จำได้ว่าวันที่กลายเป็นลูซิ ตนได้ชิงชังต่อทั้งโลกและสู้เพื่อสิ่งที่เชื่อโดยลำพัง คิดว่านั่นเป็นหนทางเดียว แต่เธอคิดผิด ยังมีคนอื่นที่แบกรับชะตากรรมเดียวกัน ไลท์นิ่งจึงรู้ว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว วาลฮัลล่านั้นว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่ แต่ไลท์นิ่งยังคงยึดถือความทรงจำของเซร่าห์ และเพื่อนๆ ไว้ในหัวใจ ตราบใดที่ความทรงจำไม่ลืมเลือน ทุกคนก็อยู่กับฉันเสมอ ค้ำจุนฉันเสมอ รวมถึงเธอด้วยเซร่าห์ ฉันิคดถึงเธอ เราไม่อาจคุยหรือหัวเราะร่วมกันได้อีกเหมือนที่ผ่านมา แต่ฉันก็ภาวนาขอให้วันที่ฝันเป็นจริงมาถึง ฉันหวังว่าเซร่าห์จะได้ยินคำพูดเหล่านี้ ได้ยินสิ่งที่ฉันอยากพูด

Fragment : Twilight Odin Alpha – คือเงามืดที่เล่นงานกลุ่มบลิทซ์ในไวล์พีคส์ AF010 ดำรงอยู่นอกกาลเวลา สามารถสำแดงฤทธิ์ในหลายยุคพร้อมกันได้ ต้นตอพลังคือ Fragment อันเดียว ถ้าความทรงจำที่ตกเป็นผลึกคริสตัลนี้เสียหาย มันในทุกยุคก็จะอ่อนแอลง

Fragment : Twilight Odin beta – เป็นเงาแฝดของอสูรโอดิน ที่จริงเป็นตัวตนไร้รูปร่างจากเคออสที่ซึมเข้าสู่โลกมนุษย์ จากโลกที่มองไม่เห็น พลังอันชั่วร้ายนี้ใช้ความทรงจำที่ตกเป็นผลึกคริสตัล (Fragment ความทรงจำในการเดินทางของไลท์นิ่ง) เป็นแม่แบบ ก่อตัวเป็นดอดิน ความทรงจำนั้นเป็นเรื่องของลูซิที่ปกป้องโคคูน เธอเผชิญหน้ากับอสูรหน้าม้าและชนะมันในไวล์พีคส์

Fragment : Words of Light – การต่อสู้กับไคอัสปะทุขึ้น ต่อสู้กันนิรันดร์ แต่หากฉันแพ้สักครั้ง ความดำรงอยู่ทั้งหมดจะถูกทำลาย เหลือเพียงความว่างเปล่า ฉันไม่อาจแพ้สงครามของวาลฮัลล่าได้ ขอโทษนะเซร่าห์ ภาพแห่งฝันร้ายนี้คือที่ๆ ฉันอยากให้เธอมา

Fragment’s Father’s Song – ข้อความจากซัสซ์ มีข้อมูลที่ได้ยินจากไลท์นิ่งในฝันมาบอก คนที่เซร่าห์ต้องส฿ด้วยมีแบ็คอัพที่น่ากลัวมาก มีปีก มีเขี้ยว เกิดจากเคออส อสูรจากคืนที่มืดมิดที่สุด อยากจะบอกมากกว่านี้ แต่เสียงไลท์นิ่งขาดตอนไปเท่านี้แหละ ตอนนี้ซัสซ์อยู่ในวังแปลกๆ (ซานาดู) ทีแรกสังหรณ์ว่าจะได้เจอคนรู้จักแน่ๆ แต่ก็ไม่เจอ ไม่ต้องห่วงลุงซัสซ์นะ ดูแลตัวเองดีๆ ด้วย!

Fragment : Blitz Squadron Chronicles (กลุ่มเพื่อนไลท์นิ่ง)

1. ภายหลังหายนะ กลุ่ม Guardian Corps ก็เป็นอิสระจากรัฐบาลศักดิ์สิทธิ์ แล้วรัฐบาลเฉพาะกาลก็ถูกตั้งขึ้นมา ประกอบด้วยคนจากกลุ่มทหาร กองทัพอากาศซึ่งเป็น Guardian Corps ชั้นหัวกะทิ เป็นหัวหอกในการปกครอง พยยามสร้างสังคมที่เข้มแข็งจากวิทยาศาสตร์ของมนุษย์โดยปราศจากฟัลซิ พวกเขาก่อตั้งสถาบันอเคเดเมีย แล้วรัฐบาลเฉพาะกาลก็ผ่องถ่ายอำนาจมาสู่องค์กรใหม่นี้

2. ตั้งแต่อเคเดเมียก่อตั้ง ก็มีแผนเน้นไปที่วิทยาศาสตร์ แล้วภายหลังทางอเคเดเมียกับรัฐบาลเฉพาะกาลก็รวมตัวกัน หน้าที่ในการปกครองผู้คนจากสัตว์ในพัลส์ถูกส่งต่อมายังสถาบัน มีการดึงบุคลากรจากกลุ่ม Guardian Corps เก่ามาก่อตั้งเป็นฝ่ายความมั่นคงของอเคเดเมีย (Academy Security Regiment) ซึ่งกลุ่มบลิทซ์ Blitz Squadron เป็นหน่วยหนึ่งถูกฝึกมาให้เชี่ยวชาญในการรับมือกับภัยพาราด็อกซ์

3. งานแรกของกลุ่มบลิทซ์ เป็นปฏิบัติการณ์ที่เบรชา อุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมแอตลัสถูกกลุ่มต่อต้านรัฐบาลขโมยไป ทว่ากลุ่มบลิทซ์เอาคืนมาได้ในวันเดียว เป็นการแสดงความสามารถของฝ่ายความมั่นคงได้ดี กลุ่มคนร้ายนั้นเป็นอดีตทหาร PSICOM ที่ต่อต้านสังคมใหม่ของอเคเดเมีย หลังหายนะผู้คนมากมายก็ยังอยู่ในโคคูน ผู้คนไม่น้อยพลักดันให้หาทางฟื้นฟัลซิขึ้นมา นี่เป็นหนึ่งในอุบัติการณ์ท่ามกลางความไม่สงบสุขที่เกิดเป็นประจำ

*เท่ากับว่า Guardian Corps ซึ่งร่วมถึงกองทัพอากาศ มาตั้งเป็นรัฐบาลเฉพาะกาล จนแปลงมาเป็นอเคเดเมีย แต่ก็โดน PSICOM กับคนที่บูชาขั้วอำนาจเก่า (รัฐบาลศักดิ์สิทธิ์) ต่อต้าน เพราะอยากให้ปกครองด้วยฟัลซิ เลยหาทางคืนชีพ

4. ในหมู่มอนสเตอร์ อาวุธชีวภาพจากยุคอื่นที่ปรากฏใกล้ๆ เกท ยังมีสิ่งมีชีวิตแปลกๆ ที่ปกติแล้วอาศัยในโพ้นอันว่างเปล่า เราเรียกมันว่าอสูรจากช่องแยกมิติ (Rift Beasts) กลุ่มบลิทซ์ได้ค้นพบนิเวศร์วิทยาของพวก Nekton และ Meonekton แบบแรกว่ายไปมาอย่างอิสระในโพ้นอันว่างเปล่า แบบหลังยึดติดกับมิติเวลาหนึ่งๆ กลุ่มบลิทซ์ยังได้ช่วยขยายฐานข้อมูลทำให้อเคเดเมียสร้างทฤษฎีของสิ่งที่เชื่อมโยงกับเกทได้

5. ใน AF009 กลุ่มบลิทซ์ได้รับคำสั่งให้ไปจับกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่ตั้งฐานอยู่นอกชายแดนพัลส์ ภารกิจนี้สำเร็จ และที่ฐาน พวกเขายังพบหลักฐานการวิจัยที่เหลือเชื่อ กลุ่มก่อการร้ายได้ข้อมูลแอตลัสไป  (วิเคราะห์เอาจากอุปกรณ์ที่ขโมยมาในข้อ 3 และพยายามจะสร้างทหารยักษ์ขึ้นมาเอง เหตุการณ์นี้เป็นตัวเร่งความขัดแย้งให้ตามมา

6. ใน AF009 หน่วยบลิทซ์ได้ทำลายแผนของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่พยายามสร้างแอตลัสขึ้นมาเอง เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการถกเถียงอย่างเร่าร้อนในอเคเดเมียเอง ฝ่ายหนึ่งยืนกรานว่าต้องลบข้อมูลแอตลัสทั้งหมดที่มี เพื่อป้องกันการนำไปใช้แบบผิดๆ ในอนาคต แต่อีกฝ่ายอ้างว่า การสร้างอาวุธยักษ์เป็นความชั่วร้ายที่จำเป็น ถ้ามันเป็นอาวุธจากอนาคต ก็ต้องให้ใครสร้างขึ้นมา หากไม่สร้าง... ประวัติก็จะเผชิญกับพาราด็อกซ์อีก สุดท้ายก็คุยกันไม่ได้ข้อสรุป ไฟล์ข้อมูลก็ยังถูกเก็บไว้ในสำนักงานใหญ่อเคเดเมีย เพื่อรอการตัดสินสุดท้าย

*การที่พวกเซร่าห์เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์จนความขัดแย้งไม่บานปลายถึงขั้นสร้างแอตลัสมาตีกัน ถือว่าดีมาก เพราะไม่งั้นมันต้องเป็นแบบฉากจบพาราด็อกซ์ที่แอตลัสสองฝ่ายตีกัน

7.ใน AF010 กลุ่มบลิทซ์ได้กลับจากภารกิจที่ไวล์พีคส์ ระหว่างภารกิจ เรือเหาะพวกเขาทั้งลำหายไป ลูกเรือก็ด้วย ทุกคนสูญเสียความหวัง คิดว่าพวกเขาไม่รอดแน่ กระทั่งปาฏิหาริย์เกิดเมื่อพวกเขาปรากฏตัวอีกครั้งใน 3 สัปดาห์ต่อมา / ระหว่างพิธีมอบรางวัลที่จัดหลังจากนั้น หัวหน้าหน่วยถูกถามว่าไปเอาชื่อหน่วยมาจากไหน เขาตอบว่าเป็นการแสดงความเคารพต่ออดีตเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่ง ครั้งยังเป็น Guardian Corps ด้วยกัน คนที่มีรหัสว่า “ไลท์นิ่ง”

ทีมงาน LRFFXIII ขออภัยสำหรับการวางจำหน่าย DLC แอริธสไตล์ด้วยความผิดพลาด

ทีมงาน Lightning Reuturns -Final Fantasy XIII- ประกาศชี้แจงและขออภัยเรื่องที่จู่ๆ DLC แอริธสไตล์ คลาวด์สไตล์ และยูน่าสไตล์ ได้ถูกลักพาตัวออกไปจาก PSN Store ทุกเซอร์เวอร์อย่างลึกลับเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

สืบเนื่องมาจากการที่ทางค่ายได้เอา DLC ดังกล่าวออกไปจากเซอร์เวอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น แท้จริงแล้วปัญหามาจาก DLC แอริธสไตล์ ซึ่งประกอบด้วยชุดสาวขายดอกไม้ในเมืองมิดการ์ การ์ดสติ๊ก และตะกร้าดอกไม้ อันที่จริงแล้วทางค่ายได้ทำสัญญากับทางสำนักพิมพ์ชูเอฉะ ว่าจะแจก DLC นี้ผ่านทางบทสรุปเกม VJump Books Lightning Master Guide เท่านั้น การที่จู่ๆ ทางค่ายก็เอา DLC ดังกล่าวมาขายทาง PSN Store ด้วยเป็นความผิดพลาด และเป็นการผิดสัญญาต่อทางสำนักพิมพ์ชูเอฉะด้วย

ด้วยเหตุนี้ทางค่ายจึงต้องรีบแจ้งไปยัง PSN Store เพื่อให้อุ้ม DLC ทั้งเซตที่พึ่งอัพเดทไปเมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา ให้ออกไปจากเซอร์เวอร์ให้หมด ทางทีมงานจึงอยากขอโทษผู้เล่นทุกคนสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น และที่ต้องกราบขออภัยอย่างสุดซึ้งเลยก็คือสำนักพิมพ์ชูเอฉะ

สำหรับ DLC คลาวด์สไตล์และยูน่าสไตล์ ซึ่งไม่ติดพันสัญญากับนิติบุคคลภายนอกบริษัทนั้น ทางค่ายจะเริ่มกลับมาจำหน่ายอีกครั้ง ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป

กราบขออภัยต่อผู้เล่นทุกคน และทีมงานจะตั้งใจทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้ขึ้นอีก

ลงชื่อ สตาฟฟ์ LRFFXIII

KH -Re: coded- HD Cinematic จะไม่ยาวเท่าไหร่ 358/2 Days

สรุปข้อมูลจากบทสัมภาษณ์คุณโนมุระ ในนิตยสารแฟมิซือ ฉบับประจำสัปดาห์ล่าสุด

Kingdom Hearts -HD 2.5 ReMix-

- KH -HD 2.5 ReMix- สร้างโดยทีมเดียวกับภาค 1.5 ซึ่งประสบการณ์ในการทำภาค 1.5 มาก่อน ก็ช่วยทำให้ทำภาค 2.5 ได้ไวขึ้น

- การรีมาสเตอร์เนื้อหาในส่วนของภาค Re:coded ให้เป็น HD Cinematic นั้น จะทำออกมาเป็นอนิเมชั่นที่สั้นกว่าภาค 358/2 Days (ซึ่งอันหลังนั้นยาวถึง 3 ชั่วโมง) เพราะคันซีนส่วนใหญ่ในภาค 358/2 Days ก็ตัดเอามาจากเนื้อเรื่องหลักที่ยาวเหยียดกว่า ทว่าในส่วนของ Re:coded ที่มาทำเป็น HD Cinematic ก็จะมีการเพิ่มเหตุการณ์ใหม่ๆ ในดาว Disney ทำให้ต้องเพิ่มบทพูด เสียงพากย์ใหม่ๆ ลงไป และเราก็พึ่งบันทึกเสียงพากย์เนื้อเรื่องดาวอลิซไปเมื่อสัปดาห์ก่อนนี้เอง นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มฉากต่อสู้และเนื้อเรื่องใหม่ๆ ลงไปอีก เป็นเหตุการณ์เชื่อมระหว่างภาค Re: coded และ 3D

- คุณโนมุระบอกว่าเหตุผลหนึ่งที่ทำ HD Remaster ขึ้นมา ก็เพื่อเป็นการสรุปพล็อตเรื่องทั้งหมดเตรียมความพร้อมก่อนที่จะออก KHIII เป็นเรื่องน่าเสียดายที่พวกเขาไม่ได้ทำภาค 3D ให้เป็น HD ทว่า KHIII นั้นก็รับไม้ต่อมาจาก 3D ดังนั้นยังไงๆ ภาค 3D ก็สำคัญ จะลืมมันไปไม่ได้

- การที่ภาค 1.5 เป็นเกม HD Remaster ที่ขายดีเป็นอันดับ 2 ในญี่ปุ่น (เปิดตัวด้วยยอด 131,940 ชุด และปัจจุบันขายไปแล้วรวม 222,995 ชุดตามการเก็บสถิติของแฟมิซือ) รองจาก Monster Hunter Portable 3rd HD Ver. คุณโนมุระบอกว่าที่ประสบความสำเร็จได้ ก็คงเป็นเพราะมันเป็น HD และมันเล่นได้ง่ายขึ้นล่ะมั้ง

Kingdom Hearts χ

- ใน Foreteller’s episode เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้นจะเขียนไว้ใน Foreteller’s Script โดยประโยคสุดท้ายของ Foreteller’s Script ก็จะเชื่อมโยงไปยัง KHIII

- การจะทำเนื้อหาจบให้กับ KINGDOM HEARTS χ นั้นเป็นเรื่องยาก เพราะธรรมชาติของเกมออนไลน์มันต้องเล่นไปเรื่อยๆ ได้ไม่มีจบอยู่แล้ว ตัวคุณโนมุระเองคิดว่า KHIII ก็ควรจะมีองค์ประกอบเกี่ยวกับการออนไลน์ด้วย แต่ยังไม่รู้ว่าจะทำในรูปแบบไหน

Kingdom Hearts III

- เทรลเลอร์ที่ฉายเมื่อเดือนตุลาคม ได้รับเสียงตอบรับที่ดี แต่ทีมงานก็รู้ว่ามันก็ยังพัฒนาไปได้ไม่มากนัก เส้นทางยังอีกยาวไกล

- อบิลิตี้ประเภท Attraction นั้นจะเปลี่ยนแปลงไปตามศัตรูและสถานที่ เวลาสู้บอสจะมีให้เลือกใช้ได้มากที่สุด มันก็เป็นระบบที่พัฒนามาจาก Free Flow Motion

- คีย์เบลดนั้นจะสามารถแปลงร่างได้หลากหลายมาก อย่างเช่นแปลงเป็นปืนก็ได้ และจะใช้จุดนี้เป็นลูกเล่นอย่างหนึ่ง

- ทีมงานโอซาก้านั้น กำลังพัฒนาทั้ง KHIII และ 2.5 ไปพร้อมกัน

- ส่วนตัวคุณโนมุระ ตอนนี้กำลังเขียนเนื้อเรื่อง KHIII อยู่ และยังเขียนบทไม่เสร็จ ตอนนี้ก็เขียนๆ แก้ๆ อยู่

- สำหรับ FFXV ตอนนี้ก็กำลังตั้งใจพัฒนากันอยู่ ก็อยากให้รอจนกว่าจะถึงเวลาอันเหมาะสมในการเปิดเผยข้อมูลครั้งถัดไป

ที่มา : KHinsider, KH13

Wednesday, December 25, 2013

TVCM - Final Fantasy x l X-2 HD Remaster เวอร์ชั่น 90 วินาที


โฆษณาทางโทรทัศน์ตัวเต็มของ Final Fantasy X l X-2 HD Remaster หลังจากที่วันก่อนฉายเวอร์ชั่น 15 วินาที และ 60 วินาทีไปแล้ว จนถึงวันนี้ก็ออกฉายเวอร์ชั่น 90 วินาที.... คาดว่าคงไม่มีเวอร์ชั่นยาวกว่านี้แล้วล่ะ...

TVCM ตัวเต็มและ Trophy List ของ Final Fantasy X l X-2 HD Remaster


"การจากลาบนโลกใบนี้" โฆษณาทางโทรทัศน์ตัวเต็ม 60 วินาที ของ Final Fantasy X l X-2 HD Remaster ผมชอบไอเดียมากจนต้องโหลดเก็บไว้เลยนะเนี่ย

Trophy List

รายการ Trophy ต่างๆ ใน Final Fantasy X HD Remaster ถ้วยส่วนใหญ่ในเรื่องได้ตามเนื้อเรื่อง แต่มันอันโหดๆ อย่างที่คาดกันไว้ก็เช่นผ่านมินิเกมโจโคโบะด้วยเวลา 0:0:0 , หลบสายฟ้าติดต่อกันได้ถึง 200 ครั้ง, ต่อ Sphere Grid ครบทุกตัวละคร, ปราบ Penance และ ปราบ Nemesis (สรุปมันก็คือทำเซฟสมบูรณ์ล่ะว้า~)


รายการ Trophy ต่างๆใน Final Fantasy X-2 HD Remaster ถ้วยที่ยากๆ ก็มี สะสมข้อมูลมอนสเตอร์ให้ครบ, ปราบเทรม่า, ทำเนื้อเรื่องให้ครบ 100% และจบเนื้อเรื่องหอคอยยาโดโนกิ


หมายเหตุ

- เกมภาคนี้มีทางแยกเนื้อเรื่องหลายจุด การตัดสินใจต่างๆ จะได้ % ความสมบูรณ์ของเนื้อเรื่องแตกต่างกันไป เช่นพอเล่นถึงทางเลือกที่ 1 ถ้าเลือกทาง A ก็จะได้ความสมบูรณ์ของเนื้อเรื่องเพิ่มมา 2% แต่หากเลือกทาง B ก็อาจได้ % เพิ่มมาแค่ 1.2%

- ตัวเกมมี % ความสมบูรณ์ให้เราเก็บได้ราวๆ เกือบ 110% แต่หากเราเก็บได้ถึง 100% แล้วตัวเลขก็จะแช่อยู่แค่นั้นไปตลอด

- ในการเล่นรอบแรก หากตัดสินใจเลือกทางที่ให้ % เยอะที่สุดตลอด ก็จะสามารถสะสม % ความสมบูรณ์ของเนื้อเรื่องได้ถึง 100% ตั้งแต่รอบแรก แต่ถึงพลาดไปจนได้แค่ 95% ก็ไม่ต้องวิตกว่าตัวเองเล่นพลาดอะไรไป เพราะในการเล่นรอบที่ 2 เพียงคุณเลือกทางแยกคนละทางกับที่เคยเลือกไว้ในรอบแรก ก็เพียงพอที่จะสะสมความสมบูรณ์ให้ได้ 100% สบายๆ แล้ว

Tuesday, December 24, 2013

เทรลเลอร์ Kingdom Hearts -HD 2.5 ReMix- จาก Jump Festa 2014

เทรลเลอร์ Kingdom Hearts -HD 2.5 ReMix- สำหรับ PS3 ซึ่งตัวเกมจะประกอบไปด้วยเกมเพลย์ของ Kingdom Hearts II -Final Mix-, Kingdom Hearts -Birth by Sleep- Final Mix และอนิเมชั่น Kingdom Herts -Re:coded- HD Cinematic ตอนนี้ยังกำหนดวันวางจำหน่ายคร่าวๆ ไว้แค่ภายในปี 2014
เทรลเลอร์นี้เป็นตัวที่ฉายในงาน Jump Festa 2014 ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
เวอร์ชั่นญี่ปุ่น - โดย Disney JP
http://www.youtube.com/watch?v=f4TAr0lOJqA
เวอร์ชั่นอังกฤษ - โดย Disney Video Games
http://www.youtube.com/watch?v=QIEUbW4cEJQ
เวอร์ชั่นอังกฤษ - โดย PlayStation
http://www.youtube.com/watch?v=EgOTOpTAxMs

เทรลเลอร์แรก Bravely Second จาก Jump Festa 2014

เทรลเลอร์แรก Bravely Second สำหรับเครื่อง 3DS เทรลเลอร์นี้เป็นตัวที่ฉายในงาน Jump Festa 2014 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และนี่เป็นเวอร์ชั่น Direct Feed

Sunday, December 22, 2013

รถไฟและหมู่บ้านที่ใช้อ้างอิงใน Lightning Returns -Final Fantasy XIII-


ภาพบนคือรถไฟ Class BB 67300 , No. BB 67350 (ขอบคุณรายละเอียดจากคุณ Mikk Tiger ครับ)

ส่วนภาพล่าง เอาภาพมาจากหมู่บ้าน Niedermorschwihr ซึ่งอุดมไปด้วยไร่องุ่น ตั้งอยู่ในแคว้นอัลซาส ลอแรน (Alsace Lorraine) ประเทศฝรั่งเศส หมู่บ้านนี้ประกอบด้วยที่ราบสูงอันเขียวขจี เป็นหมู่บ้านที่งดงาม เนื่องจากอยู่ติดชายแดนระหว่างฝรั่งเศสและเยอรมัน จึงผสมผสานวัฒนธรรมของสองชาติเข้าด้วย

ว่าอันว่าอัลซาสราวกับเป็นดินแดนในนิทาน ซึ่งมีทั้งป่า ภูเขา ทะเลสาบ ทุ่งดอกไม้ บ้านที่ครึ่งหนึ่งทำจากไม้

ใครสนใจก็ลองค้นหาภาพเพิ่มเติมจาก Google ดูนะครับ

แถมบทสนทนาเพิ่มเติม

ซึเนโอะ : ตกลงช่วงสงกรานต์จะไปญี่ปุ่นกันเปล่าวะ?

โนบิตะ : ตอนนี้อยากไปที่เนี่ยอ่ะ
โนบิตะ : อยากไปหมู่บ้าน Niedermorschwihr ในแคว้น Alsace ฝรั่งเศส

ซึเนโอะ : มันมีดีอะไร?

โนบิตะ : ลองดูภาพแล้ว สวยมากๆ เค้าว่ากันว่เป็นราวกับหมู่บ้านในนิทาน
โนบิตะ : อยู่ติดชายแดนฝรั่งเศส เยอรมัน

ซึเนโอะ : ถ้ากุไปคงเฉยๆ เพราะบ้านกุอยู่ใกล้ชายแดนอยู่แล้ว (มุก)

โนบิตะ : สาสสส
โนบิตะ : ประเด็นคือ ตอนจบเจ๊ XX มาถึงโลกเรา แล้วมาใช้ชีวิตอยู่ตรงนั้น
โนบิตะ : ฉากจบเกม ก็เป็นเจ๊นั่งรถไฟกลับมาที่หมู่บ้านนั้น
โนบิตะ : ปะ ตามรอยเจ๊ XX

ซึเนโอะ : มึงอยากไปแสวงบุญตามวิถีโอตาคุเกมสินะ

โนบิตะ : แม่นแท้

ซึเนโอะ : กุพอจะเดาได้เลยว่าเมิงไปถึงแล้วจะทำอะไร?

โนบิตะ :  ถ่ายรูปดิวะ

ซึเนโอะ : อย่างแรกเลยคือไปเซตกล้องถ่ายรูปให้ตรงกับมุมในเกม

โนบิตะ : ถูกต้องนะค้าบบบบ

ซึเนโอะ : ถ้าคันหน่อยก็คอสเป็นเจ๊ XX ถ่ายรูปไปเลย

โนบิตะ : เท่านั้นไม่พอ กุจะให้มึงถ่ายวีดีโอ -3- แล้วกุก็เข้าไปแสดงแทนเจ๊เอง
โนบิตะ : แน่นอน คันมาก

ซึเนโอะ : แล้วเอามาพาดหัว -----บีสอง ค้นพบตัวเองที่ฝรั่งเศส

โนบิตะ : พ่องงงง..

อ้างอิง :-

http://somberxiii.tumblr.com/post/68868134408/lr-epilogue-train-is-tgv-67350-and-the-place-is

http://histoire.trains-en-vadrouille.com/viewtopic.php?f=163&t=71852&start=0

http://fr.wikipedia.org/wiki/BB_67300

Saturday, December 21, 2013

รวมเทรลเลอร์มาใหม่จากงาน Jump Festa 2014

1. เทรลเลอร์ล่าสุด Kingdom Hearts - HD 2.5 Remix- จากงาน Jump Festa 2014 ตัวนี้เว็บ KH13 อัดมาจาก Livestream ของ Square Enix ทำให้ความละเอียดแค่ 360p แต่สามารถเปิด caption เพื่อดูซับฯ ได้ด้วย

ในงานยังไม่มีการประกาศวันวางจำหน่ายของเกมนี้แต่อย่างใด


2. เทรลเลอร์แรก Bravely Second อัดจาก Livestream โดย Tony จาก FF Network


3. คุณ aibo บอกว่าทางค่ายเอาเทรลเลอร์เก่าของ Final Fantasy XV จากงาน TGS 2013 ไปฉาย

Friday, December 20, 2013

Kingdom Hearts III มีเนื้อเรื่องหลักเป็นการรวมตัวของ 7 ผู้พิทักษ์แสงสว่าง

นิตยสาร GameInformer ฉบับล่าสุด (ประจำเดือนมกราคม) ได้ลงบทพรีวิวเกม Kingdom Hearts III ซึ่งภายในนั้นก็ได้ลงบทสัมภาษณ์ของคุณ เท็ตสึยะ โนมุระ ที่ได้มาให้ข้อมูลใหม่ของเกมดังกล่าวด้วย สำหรับข้อมูลใหม่นั้นก็สรุปได้ดังนี้

เริ่มมา คุณโนมุระก็เกริ่ยยำก่อนว่าตัวเกมภาค Dream Drop Distance ได้ปิดท้ายด้วยการเปิดเผยว่าตำนานเซอานอร์ท จะปิดเรื่องราวลงด้วยการเผชิญหน้าระหว่าง ผู้ใช้คีย์เบลดทั้ง 7 (ผู้พิทักษ์แสงสว่าง) กับฝ่ายความมืดทั้ง 13 ซึ่งคุณโนมุระก็ย้ำว่าเหตุการณ์ในภาค 3 นั้นจะเป็นเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องจากภาค Dream Drop Distance แบบทันที

"เนื้อเรื่องหลักจะเป็นกระบวนการรวมตัวกันของเหล่าผู้ใช้คีย์เบลด ทว่าไฮไลท์ของไคลแมกซ์ คือการลุ้นว่าใครจะเป็นแสงสว่างทั้ง 7 และความมืดทั้ง 13 ในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย"

"จะเป็นคนที่ทุกคนคาดไว้มั้ย? หรือจะมีคนที่คาดไม่ถึงเข้ามาผสมโรงด้วย! นั่นเป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไป"


จากที่เทรลเลอร์ในงาน D23 Expo ได้แสดงให้เห็นว่าในภาคนี้ โซระจะสามารถเปลี่ยนรูปร่างคีย์เบลดได้แล้ว คุณโนมุระได้ให้ข้อมูลเรื่องนี้ไว้ว่าคีย์เบลดทั้งหมดจะสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้หลายแบบ

นอกจากนี้คุณโนมุระก็ได้ยืนยันข้อมูลเก่าตามที่เคยให้สัมภาษณ์กับทางแฟมิซือไว้แล้วว่าระบบการเคลื่อนไหวพิเศษที่เรียกว่า Attraction เป็นการพัฒนาของระบบ Free Flow Motion และพวกท่าพิเศษเหล่านี้มันจะแปรเปลี่ยนไปตามศัตรูที่สู้ด้วย โดยไม่เกี่ยวกับอบิลิตี้ของคีย์เบลด (อบิลิตี้ของคีย์เบลด จะส่งผลต่อเรื่องการเปลี่ยนรูปร่างคีย์เบลด และคอมมานด์สไตล์เท่านั้น) - อ้างอิง

"มันจะเป็นการรวมทุกสิ่งทุกอย่างก่อนจะมาถึงจุดนี้ ทั้งด้านเนื้อเรื่องและระบบเกม ผมมั่นใจว่าคนที่ติดตามซีรีส์จนถึงตอนนี้ ต่างก็อยากจะเห็นภาคต่อไปเต็มที่แล้ว แต่ผมก็คิดว่าการบรรจงสร้างให้ยอดเยี่ยมมหัศจรรย์ก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน เหมือนกับตอนที่ภาคแรกของซีรีส์นี้คลอดออกมา"

"ตอนจบ ก็จะเป็นการเริ่มต้นใหม่ ผมแน่ใจว่าเมื่อเรื่องราวบทนี้จบลง ผู้เล่นก็จะสามารถมองไปข้างหน้า พร้อมกับจดจำความตื่นเต้นเร้าใจนี้ และมองหาสิ่งใหม่ๆ ที่แตกต่างออกไป สิ่งที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อนในซีรีส์"

แม้ Kingdom Hearts III จะเป็นบทสรุปของตำนานผู้แสวงหาความมืด - เซอานอร์ท ทว่าคุณโนมุระก็ได้ยืนยันหลายต่อหลายรอบแล้วว่าเรื่องราวของซีรีส์จะไม่จบลงเท่านี้ แต่จะดำเนินต่อไป พร้อมโซระ วายร้ายคนใหม่ และตำนานบทใหม่ ต่อไป

ที่มา : KH-Vids

Thursday, December 19, 2013

TVCM ตัวที่ 2 ของ Final Fantasy X l X-2 HD Remaster


โฆษณาทางโทรทัศน์ ตัวที่ 2 ของ Final Fantasy X l X-2 HD remaster ตัวเกมจะวางจำหน่ายวันที่ 26 ธันวาคม 2013 นี้แล้ว

เก็บตกรายละเอียดจาก Final Fantasy XIII-2 [22]

หุบเขายาจัส AF110

  • ในยุคนี้มีแต่บอลแดงเต็มเมืองไปหมดแบบ AF100 (AF100 โนเอลจำตำนานมอนสเตอร์ที่โดนโหรผนึกไว้ จนมนต์เสื่อมได้)
  • พาราด็อกซ์ในที่แห่งนี้แรงมาก ทำให้นักสำรวจค่อยๆ หายไปทีละคน มิติกาลเวลารอบบอลแดงจะบิดผันมากเป็นพิเศษ
  • มีคนพูดกันว่าแต่ก่อนโหรเคยถูกลงโทษร้ายแรง
  • บอลแดงลูกหนึ่งเป็นจิตของมารี (Marie) พี่สาวของมิลลี (Mille) เธอบอกว่าเธอได้ทะเลาะกับมิลลีแล้วได้ทิ้งเธอไป เธออยากเห็นน้องสาวของเธออีกครั้งแล้วจะได้ขอโทษ แต่ก็ซวยโดนพาราด็อกซ์กลืนกินเข้าไปก่อน จนตอนนี้ยังรู้สึกผิด อยากรับผิดชอบ
  • เราเจออีกคนที่จำชื่อตัวเองไม่ได้ เราช่วยเขาออกจากความผิดปกติของมิติได้ พอพาออกมาจากพาราด็อกซ์ได้แล้ว เธอจะจำได้ว่าเธอดดนดูดมาหลังทะเลาะกับพี่สาว แต่มันไม่ใช่ความผิดใครหรอก พี่สาวคงโทษตัวเองในเรื่องที่มิลลีหายไป พี่สาวคงว้าวุ่นมาก ฝากบอกพี่สาวด้วยว่าฉันรักพี่มาก และเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของใคร ฉันรู้ว่าคงกลับบ้านไปบอกพี่สาวไม่ได้แล้ว เพราะฉันถูกพาราด็อกซ์กลืนกิน ถูกมอนสเตอร์โจมตี และไม่อาจอยู่ในโลกนี้ได้อีกแล้ว ...ว่าแล้วเธอก็หายไป เราจะได้เพชรแต่งงานมา เป็นต่างหูเพชรคู่ที่น้องสาวซื้อให้เป็นของขวัญแก่พี่สาว เราเอาไปให้กับมารี แล้วเธอจะเชื่อว่าเธอคงได้เจอกับน้องสาวอีกครั้ง

Fragment : Gerhilde’s Blossom – สัตว์อสูรเป็นอสูรที่อาศัยอยู่ในวาลฮัลล่า ลูซิที่เอโทรเลือกต้องสู้เพื่อทดสอบฝีมือกับอสูร หากชนะก็จะได้คริสตัล Eidolith ไว้ใช้เรียกอสูรตนนั้นมาช่วย คนอ่อนแอต้องเชื่อฟังคนเข้มแข็ง นี่เป็นกฎที่เลี่ยงไม่ได้ในวาลฮัลล่า สัตว์อสูรก็เหมือนผู้อาศัยอื่นในโลกที่มองไม่เห็น ซึ่งต้องตอบรับทุกคำขอของนาย
  • บอลแดงอีกลูกหนึ่งที่เป็นจิต บอกเราว่าเสาไฟข้างทางมันเสียบสายไม่ถูก ถ้าไม่รีบจัดการจะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ ตัวเขาเองชื่ออับราฮัม (Abraham) เคยเป็นช่างเทคนิค น่าเสียดายที่เขาหายตัวไปก่อนจะได้สอนใคร ช่างที่ทำสายไฟอยู่ตอนนี้ทำผิด ไม่ถูกต้องตามตำรา อยากจะวานเราให้ไปบอกเข
  • พอพวกเซร่าห์ไปบอกช่างทำสายไฟ ช่างจะถามว่าไปฟังที่ไหนมา? ถ้าตอบว่าจากคนที่ตายไปแล้ว ช่างจะไม่สนใจ แล้วหาว่าเราดูหนังสยองขวัญมากไป แต่ถ้าเราตอบว่าดูจากคู่มือมา เขาจะยอมรับผิด แล้วถามว่าเราอ่านแล้วรู้ได้เองเลยเหรอว่าเขาต่อสายผิด? มันเป็นเรื่องทางเทคนิคแท้ๆ ...ตัวเขาจะไม่เชื่อเรา แล้วเดาว่าคงมีใครฝากเรามาบอกแน่ๆ จึงอยากฝากคำขอบคุณกลับไปให้คนที่บอกเรามาอีกต่อนึง แล้วช่างก็จะให้บันทึกมา
  • พอเอาบันทึกกลับไปให้อับราฮัม เขาจะบอกว่าสบายใจแล้ว ช่างคนนี้เป็นคนเก่งแต่ว่าหัวดื้อไปหน่อยแค่นั้นแหละ

Fragment : Waltraute’s Flower – บอลแดงประกอบจากความทรงจำ ความโศกเศร้าของคนที่ถูกพรากไปจากสายใยเวลาของโลกใบนี้ (โดนพาราด็อกซ์กลืนไป) บอลก็ลอยเงียบๆ อยู่เหนือพื้นจนกว่าจะมีคนที่หัวใจอ่อนไหวพอที่จะได้ยินเสียงของเขาเข้ามาใกล้ บอลแดงนั้นเกิดจากการไถ่บาปที่ผนึกไว้ในกาลเวลา ยิ่งเศร้าโศก ก็ยิ่งมีอะไรต้องทำมาก กว่าจะหมดห่วงได้
  • เจอบอลแดงอีกลูกหนึ่ง เป็นจิตของแอนนอวด์ (Annaud) เธอเป็นยามคอยสืบสวนเรื่องชาวอเคเดเมียที่หายไป คนทั่วไปคิดว่าพวกเขาถูกพาราด็อกซ์กลืนไปโดยอุบัติเหตุ แต่เรามีทฤษฎีว่า การหายตัวไปนั้นเป็นความตั้งใจของคนบางกลุ่ม ทางอเคเดเมียได้ถูกคุกคามจากกลุ่มก่อการร้ายเรื่อยๆ ถ้าพวกมันอยู่เบื้องหลัง ก็น่าจะมีหลักฐานอยู่บ้าง จึงให้เราไปหาหลักฐานนั้น เพราะเธอถูกฆ่าก่อนจะเปิดโปงผู้ร้ายที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เหล่านี้ได้
  • เราจะไปเอาเครื่องหมายของผู้ก่อการร้ายมาให้เธอ เธอจะบอกว่ามันเป็นตรารัฐบาลศักดิ์สิทธิ์ที่เปื้อนเลือด เป็นสัญลักษณ์ของพวกหัวรุนแรงสมัยปกครองด้วยฟัลซิ เขามั่นใจว่าพวกมันต้องการล้มล้างอเคเดเมีย หลายปีก่อนทีมสำรวจของอเคเดเมียที่หายตัวไปแล้วนั้นได้เคยมาสำรวจการบิดผันของเวลาที่นี่ แล้วพบว่าโหรได้เคยใช้พลังของเธอผนึกสิ่งรบกวนไว้ (ยูลบิดเบือนเวลาเพื่อช่วยมนุษย์แบบที่เอโทรทำ) แต่ตอนนี้ไม่มีใครรู้ความจริงเรื่องนี้แล้ว หวังว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก
  • เซร่าห์ฟังแล้วก็สงสัยว่าโหรจะผนึกพาราด็อกซ์ได้ยังไง? (หมายถึงจงใจสร้างพาราด็อกซ์ขึ้นมาบนสายเวลาซะเอง) มันเป็นการแทรกแซงสายเวลาไม่ใช่เหรอ? โนเอลบอกว่าที่เขารู้คือโหรจะต้องไม่ยุ่งกับสายเวลา แต่ถ้าโหรจะทำ แสดงว่าโหรต้องเผชิญกับอะไรที่ร้ายกาจมากๆ ม็อคเลยบอกว่าการบิดผันที่เกิดขึ้นในเมือง (ซึ่งยูลก่อขึ้น) ได้แพร่กระจายไปทั่วอย่างกับโรคระบาด หากไม่หยุดไว้ มันจะกลืนกินทั้งภพ (Realm) โนเอลบอกว่าแบบนี้ การยอมฝืนกฎของโหรด้วยการผนึกกาลเวลาอันบิดผันซะ มันคงเป็นทางเลือกเดียวสำหรับโหร ที่จะทำให้เมืองไม่ถูกทำลาย

Fragment : Ortlinde’s Bloom – ในเมืองภัธรามีฟัลซิที่พัลส์ส่งมาให้ ฟัลซิจะส่งนิมิตที่โหรเห็น และบันทึกลงไปในตำราพยากรณ์ ชาวภัธราเคารพฟัลซิ และบูชาพัลส์ที่อยู่เหนือขึ้นไป พวกเขาก้มหัวให้ฟัลซิและโหร และคุกเข่าด้วยความหวาดกลัวต่อเอโทร เทพธิดาแห่งความตายที่โหรรับใช้
  • บริเวณกลางป่านอกเมือง พวกเซร่าห์ได้เจอกับช่องแยกซึ่งเป็นพาราด็อกซ์ที่โหรผนึกไว้ แต่ปัจจุบันผนึกมันเสื่อมแล้ว พวกเซร่าห์เลยจะช่วยกันแก้ไข (ด้วยการแก้ให้ผนึกมันหายไปซะงั้น) หลังแก้ได้แล้ว โนเอลจะนึกได้ว่ามันคือกาลเวลาที่ยูลบิดเบือนเพื่อช่วยเมืองทั้งเมือง แต่สงสัยว่าเธอคิดยังไง เธอน่าจะรู้ว่าการแทรกแซงของเธอจะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ เธอได้มองไปยังอนาคตรึเปล่า? เธอเห็นผลลัพธ์จากการกระทำของตนเองมั้ย? (สิ่งที่พวกเซร่าห์ทำ เป็นการแก้พาราด็อกซ์ และปลดปล่อยปิศาจร้ายที่ถูกผนึกไว้ในพาราด็อกซ์ออกมา)

Fragment : Book of Avalon – เฉพาะผู้ที่เทพธิดามอบพรอันเป็นเคออสให้ ถึงจะท่องไปในกาลเวลา (ในที่นี้หมายถึงเฉพาะช่องวาร์ป – อนุมานจากภาพประกอบ) ได้ กระทั่งฟัลซิที่ทรงพลังก็ยังไม่ได้พร และไม่อาจต่อกรเทพธิดาได้ การคุ้มกันเทพธิดานั้นสมบูรณ์แบบ (สันนิษฐานได้ว่าสโนวไม่ได้รับพร ก็เลยเข้าเกทไม่ได้?)
  • เจอบอลแดงอีกลูกหน้าทางเข้าเมือง เป็นเสียงยูลเรียก (จิตของยูลคนที่เคยผนึกปิศาจร้ายไว้) แล้วเธอจะแนะนำตนเอง เธอบอกว่าเธอได้ทำอาชญากรรมที่ไม่อาจอภัยให้ได้ (ละเมิดกฎของโหร เปลี่ยนแปลงอนาคต) แล้วตอนนี้ก็ต้องชำระบาปของตน นานมาแล้วปิศาจร้ายได้ปรากฏตัวขึ้นในเมืองภัธรา มันไม่ใช่สัตว์ประหลาดธรรมดา เพราะมันกลืนกินเวลาเป็นเหยื่อ ดังนั้นเพื่อจะปัดป้องหายนะไปจากเมือง ยูลไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขับไล่มันไปยังโพ้นอันว่างเปล่า The Void Beyond (ผนึกไว้ในวงกตกาลเวลา – Temporal Rift นั่นแหละ) ภัธราจึงได้สงบสุขอีกครั้ง ทว่าการกระทำของยูลได้สร้างกาลเวลาอันบิดเบือนที่ขยายต่อไปเรื่อยๆ มันขยายตัวกลืนกินเหยื่อผู้บริสุทธิ์ไปทีละคนๆ เมื่อพวกเขาถูกลักไป แต่ละลูกก็เหมือนคำตำหนิที่เตือนใจให้เธอได้รับรู้ถึงความผิดพลาดที่ก่อขึ้น ทว่าดูสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ปิศาจร้ายไม่ได้ถูกจองจำนิรันดร์ มันพยายามที่จะทำให้ตนเองเป็นอิสระอีกครั้ง ตอนนี้เธอไม่สามารถขจัดมันได้แบบที่เคยทำเมื่อหลายร้อยปีก่อน  มันต้องถูกกำจัด
  • เซร่าห์กับโนเอลคุยกันว่านี่เป็นพาราด็อกซ์ที่ยูลสร้างเอง เซร่าห์บอกว่าต้องทำให้ยูลเห็นว่ายูลตัดสินใจถูกแล้ว ยูลจะได้สบายใจและเป็นอิสระ
  • หลังไปปราบปิศาจร้ายอูกัลลู (Ugallu) ได้ จะได้ยินเสียงยูลขอบคุณ ส่วนตัวโนเอลยังสงสัยว่ายูลทำถูกต้องแล้วหรือไม่? มันมีทางเลือกที่ถูกด้วยรึเปล่า? โนเอลจึงครุ่นคิด
“หากไม่ทำอะไร ผู้คนก็จะตายกันอยู่ดี สุดท้ายเมืองที่ยูลพยายามปกป้องก็จะพินาศ ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ท้ายที่สุดชาวภัธราก็ต้องตาย ฉันไม่มีพลังในการมองอนาคต และต้องขอบคุณที่ไม่มี หากเรารู้ผลลัพธ์ของการกระทำทั้งหมด เราจะยอมแพ้รึเปล่า? มีประโยชน์ที่จะดิ้นรนรึเปล่า? ฉันไม่อาจรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ไม่มีพลังที่จะรู้ว่าพรุ่งนี้เป็นอย่างไร ดังนั้นพวกฉันจึงสามารถคาดหวังและเชื่อมั่นในอนาคตได้”

Fragment : Ugallu – เคยโจมตีเมืองภัธรา ลูซิ และนักรบเก่งกาจมากมายเคยเผชิญหน้ากับมัน แต่ไม่มีใครปราบได้ ยูลเห็นถึงภัยที่แท้จริงที่มันอาจก่อได้ มันเป็นปิศาจจากอนาคต การที่มันมาอยู่ในช่วงเวลานี้จึงเป็นความขัดแย้งที่เป็นไปไม่ได้ หากมันไม่ถูกทำลาย การฉีดขาดของมิติเวลาก็จะมากขึ้นจนกลืนกินทั้งประเทศ โหรจึงยอมผิดคำสาบาน แล้วผนึกมันไว้ในโพ้นอันว่างเปล่า

ทุ่งอาคิลิท AF???

  • จากโบราณสถานเบรชา AF005 หลังปราบแอตลัสด้วยกำลังเองได้ เราจะถูกส่งมาอีกยุคหนึ่ง ที่ทุ่งอาคิลิท AF??? ซึ่งเต็มไปด้วยทหายักษ์ที่มนุษญ์สร้างขึ้น นี่คือสงครามครั้งสุดท้ายตามคำทำนาย

Paradox Ending : Giant Mistake

  • โนเอลครุ่นคิด

“สงครามระหว่างยักษ์ที่อุบัติขึ้นบนปฐพี ชนวนคือเสาโคคูนที่อ่อนแอลงเรื่อยๆ ในหมู่ผู้คนก็มีคนที่หาทางคืนชีพให้ฟัลซิ อยากใช้พลังของพัลซิเบี่ยงเบนหายนะ แต่ก็มีคนที่กลัวฟัลซิ (พวกอเคเดเมีย) จากประวัติที่พวกมันมีต่อโคคูน ผู้คนแตกแยกเกรี้ยวกราด การถกเถียงขยายตัวขึ้นจนเป็นสงคราม เมื่อการต่อสู้ดุเดือด ฝั่งหนึ่งก็สร้างทหารขนาดเท่าภูผา แทนที่จะจำยอม ฝ่ายอริกลับตอบโต้ด้วยการสร้างอุวธยักษ์ ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์ สงครามระหว่างยักษ์ที่ทำให้โลกพังทลาย สงครามยักษ์นั้นขยายตัวจนเกินกว่ามนุษย์จะควบคุม พัลส์กลายเป็นสมรภูมิที่ไหม้เกรียม ท้ายที่สุดสิ่งที่พวกเขาจะปกป้องก็พินาศ เรื่องราวนั้นได้เล่าขานต่อมาหลายชั่วอายุ มันเกิดขึ้นนานก่อนที่ฉันจะเกิด แต่สำหรับเซร่าห์ เอไม่รู้เรื่องสงครามนี้ สงครามที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น อาวุธสงครามยักษ์วิ่งพล่านไปทั่วแดน ว่ากันว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบของโลก วันที่เหล่ายักษ์ ทำให้โคคูนถล่มลงมา”
  • เซร่าห์บอกว่าถ้ากำจัดยักษ์ทั้งหมดได้ก็จะปกป้องอนาคตได้ และจะปกป้องโลกได้ ฉันจะอยู่ที่นี่ ไม่ปล่อยให้โลกถูกทำลาย

“เสาค้ำโคคูนเริ่มอ่อนแองอนแง เหลือเวลาไม่มากสำหรับพวกเรา แต่เราก็จะไม่ยอมแพ้ เพราะฉันรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากโคคูนตกจากฟ้า” “โลกที่ชีวิตถูกลิดรอน น้ำแห้งเหือด สายลมหยุดนิ่ง ทุกสิ่งโรยรา ค่อยๆ ตาย เป็นโลกที่ไม่มีความหวัง ไม่มีอนาคต ไม่มีสิ่งใด โลกที่ถูกทอดทิ้ง นั่นแหละ โลกที่ฉันเกิดขึ้นมา”

  • ท้ายที่สุดอาวุธของพวกเซร่าห์ปักอยู่บนหัวยักษ์ สงครามดำเนินต่อไปโดยที่ทั้งสองเสียชีวิตลง
  • โนเอล เคยพูดในเบรชา AF005 ว่าหลายร้อยปีก่อนเขาจะเกิด มีสงครามที่ใช้แอตลัสจนทำให้โคคูนถล่มลงมา ในซันเลธ AF300 ก็พูดอีกว่าโคคูนถล่มเพราะสงครามของมนุษย์

Fragment : A Giant Mistake – (ความผิดพลาดครั้งใหญ่ – ความผิดพลาดของยักษ์) โนเอลถามว่าอเคเดมียเป็นคนสร้างแอตลัสสินะ? เซร่าห์ตอบว่าน่าจะเป็นแบบนั้น (พร้อมสแกนข้อมูลที่พบ) มันเริ่มจากฝ่ายที่ต้องการฟื้นฟูโคคูนเก่าปลุกฟัลซิที่หยุดนิ่งไปแล้วขึ้นมาโนเอลถามว่าอเคเดเมียเลยสร้างแอตลัสเป็นอาวุธเพื่อคุ้มกันมนุษย์จากฟัลซิพวกนั้นใช่มั้ย? เซร่าห์ยบอกว่าใช่ ซึ่งหากอเคเดเมียไม่สร้างแอตลัสขึ้นมา อีกฝ่ายก็จะปลุกฟัลซิขึ้นมารัวๆ... มันไม่มีทางออกอื่น

ลุ่มน้ำซันเลธ AF???

  • ในโลกที่เป็นของพุดดิ้ง พุดดิ้งควบคุม มีสังคม เป็นอาณาจักร หลังจากที่พวกเซร่าห์กำจัดพุดดิ้งยักษ์ในซันเลธ AF300 ได้ แต่การกระทำนั้นก็ส่งผลให้เกิดพาราด็อกซ์ ทำให้โคคูนเต็มไปด้วยวุ้นชีวิต ในหมู่พวกมันก็มีพุดดิ้งที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา โลกทั้งใบต้องหวาดกลัวต่อมัน โคคูนต้องถูกมันกลืนกินไปงั้นหรือ?
  • ม็อคครุ่นคิด

 “กาลครั้งหนึ่งในดินแดนอันห่างไกล เคยมีพุดดิ้งยักษ์ในป่าชุ่มชื้น ทุกชีวิตมีสุข มอนสเตอร์ชอบทดสอบความแข็งแกร่งกัน บางทีก็เล่นกันแรงไปหน่อย แต่ก็อยู่ด้วยกันดี ในวันที่อาทิตย์สดใส พุดดิ้งตัวหนึ่งก็มาประกาศความเป็นเจ้าป่า”

Paradox Ending : Mischievous Mog’s Marvelous Plan with Flan

  • (แผนพุดดิ้งร้ายของม็อค) ม็อคบอกว่าพุดดิ้งตัวนั้นสูงเทียมเมฆ ไม่มีใครกล้าขัดขืน มันสั่งให้ทุกคนเอาขงอขวัญจากทุกซอกมุมโลกมาให้ แล้วจะตอบแทนด้วยการขับไล่มนุษย์ไปจากอาณาจักรนี้ แล้วเราจะได้มีดินแดนที่มีกันแต่มอนสเตอร์
  • โนเอลในคราบคิจู บอกเซร่าห์ว่าเห็นมั้ยว่าเราลอบเข้ามาได้อยู่แล้ว เขาดูเหมือนมอนสเตอร์เปะเลยสินะ? เซร่าห์ในคราบพุดดิ้งก็บอกว่าเวทแปลงกายวิเศษมาก ไม่มีใครจับได้แน่ แล้วเซร่าห์ก็บอกม็อคว่าตอนนี้เราต้องใช้น้ำผึ้งวิเศษ (Wonder Honey) ไปหาให้หน่อยได้มั้ย? ม็อคตอบรับแล้วบอกว่าพุดดิ้งตัวนี้ใหญ่กว่าตัวที่เราเคยกำจัดไปใน AF300 เราเลยคิดแผนขึ้นมา โดยแปลงกายเป็นมอนสเตอร์ลอบเข้ามา ไม่ให้ใครสงสัย แล้วจะเอาพุดดิ้งแสนอร่อยมาถวายราชา แล้วมันก็จะพูดว่า “เหลือเชื่อ” แล้วล้มหลายตายไปเลย เราจะเอาพุดดิ้งอาบยาพิษใส่จานถวาน สู้พุดดิ้งด้วยพุดดิ้ง เป็นแผนที่สมบูรณ์แบบ!
  • ระหว่างม็อคกำลังคิด โนเอลก็มาบ่นว่าทำไมช้าจัง! น้ำผึ้งมหัศจรรย์อยู่ไหน? แล้วเรายังต้องใช้สมุนไหพร (Hoax Herb) และน้ำตาลชั้นยอด (Exquisite Sugar) แล้วอย่าลืมชีสเน่าด้วย!
  • ม็อคสงสัยว่าทำไมต้องให้ม้อคทำคนเดียวหมดด้วยฟะ โนเอล แจะได้เป็นคนชิมพุดดิ้งพิษคนแรกแน่! ม็อคคิดพลางดิ้นไปด้วย

Fragment : Mog’s Marvelous Plan with Flan – (แผนพุดดิ้งร้ายของม็อค) พุดดิ้งธรรมดาตัวนึงบอกม็อคว่าราชาที่แท้จริงเกิดขึ้นมาแล้ว ดดยตัวนี้ทรงพลังกว่าตัวที่พวกเขาเจอมา สถานการณ์สิ้นหวัง โนเอลและเซร่าห์ซึมกัน แต่ม็อคก็คิดแผนขึ้นมาได้ พวกเซร่าห์ไม่เคยเห็นม็อคมั่นใจขนาดนี้มาก่อน พวกเขามองหน้ากันและกันอย่างสงสัย โดยไม่ได้หันไปฟังความคิดของม็อค