Sunday, November 29, 2015

Big Hero 6 พวกพ้องแห่งความอบอุ่น


ผมพึ่งไปซื้อแผ่น Big Hero  6 มาเมื่อวาน และพึ่งได้ดูจนจบเอาวันนี้

ระหว่างดูนี่ อบอุ่นจนน้ำตาซึมไป 2 รอบ... ไอ้มุกตัวละครหลักตายนี่ มันสำเร็จรูป ใช้หากินได้ตลอดจริง ๆ ดูแล้วก็ประทับใจ

ว่าแล้วก็อยากเห็นเนื้อเรื่องหลังจากนี้ใน KH III เร็ว ๆ ว่าชะตากรรมของเบย์ตัวเก่า จะเป็นยังไงต่อไป

จะว่าไปแล้ว มีเนื้อหาบางส่วนในเรื่องที่ผมเห็นแล้วมันเหมือนกับเรื่องที่กำลังอยากเขียนถึงเร็ว ๆ นี้พอดี นั่นก็คือเรื่องของ "กัลยาณมิตร"

ชีวิตคนเรา จะเติบโตไปในทางที่ดีได้นั่น ส่วนหนึ่งก็ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากกัลยาณมิตร นั่นคือการสนับสนุนเมื่อเราเดินไปในทางที่ถูก และการยั้งปรามเมื่อเราเดินไปในทางที่ผิด ซึ่งการยั้งปรามมันจะได้ผลได้ ก็ต้องอาศัยวิธีการเตือนสติที่ชาญฉลาด ผมหมายถึงการรู้จักพูดให้ถูกที่ถูกเวลาด้วยวิธีการอันเหมาะสม ไม่ใช่สักแต่ไปกระโดดขวางจิกกัดด่าสหบาทา และอ้างว่าวิธีจิกกัดด่าประชดชันนั้นเป็นการสอน...

พวกเราเอง คงเคยเห็นชีวิตของคนที่ขาดกัลยาณมิตร เวลาทำดีก็มีคนมาอวยยกย่องเกินจริง เวลาทำพลาดก็มีแต่คนแห่มารุมกระทืบสหบาทา (หรือไม่ก็เข้าข้างกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา) ปราศจากมิตรแท้ที่จะคอยตัดสินตามความเป็นจริงและให้คำแนะนำอย่างจริงใจ

ใน Big Hero 6 นี้ก็มีช่วงที่ฮิโระโดนความแค้นครอบงำ ไม่ฟังใคร ฟาดเหวี่ยงทำมารยาททรามใส่ทุกคน ซึ่งถ้าเป็นชีวิตจริงมันอาจจะโดนเพื่อนเลิกคบหรือโดนรุมกระทืบไปแล้ว แต่เขาโชคดีที่มีเพื่อนแท้ (หรือจะเรียกว่าลูกพี่แท้ดี?) ที่เข้าใจในการกระทำของเขา เขาโชคดีที่มีแบร์แม็กซ์รู้จักใช้วิธีการปลอบโยนสุดแหล่ม (หรือบังเอิญ?) ด้วยการเอาภาพความทรงจำเก่า ๆ ของพี่ชายมาเยียวยาแผลในใจฮิโระ และเขาโชคดีที่มีพวกพ้องที่เข้าใจ รอให้เขาหายคลั่ง แล้วค่อยกลับมาปลอบโยน พร้อมพาฮิโระกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง

แล้วไว้เจอกันใหม่อีกครั้งใน KH III ...นะ โกโก้...

รายละเอียด Trophy ของ FFVII ภาคพอร์ทสู่ PS4

เว็บไซต์ Exophase ซึ่งเป็นเว็บสำหรับลงข้อมูล Trophy ได้ลงข้อมูล Trophy เกม Final Fantasy VII เวอร์ชั่นที่พอร์ทจาก PC สู่ PS4 เอาไว้แล้ว ตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายภายในฤดูหนาวนี้ แต่ตอนนี้ เราไปดูรายการ Trophy เพื่อเตรียมพร้อมกันก่อนดีกว่าครับ


[Platinum]

Gaia’s Guardian – ได้รับ Trophy ครบทั้งหมด

[Bronze]

First Blood – ชนะการต่อสู้ครั้งแรก
Breaking New Ground – ใช้ Limit Break
Consummate Cross-dresser – ทำให้ดอน คอร์เนโอ เลือกคลาวด์
Fledgling Summoner – ใช้มนต์อสูรอในการต่อสู้
Materia Mastermind – เพิ่มระดับมาเทเรียให้ถึงระดับ 5
Best Bromance – ไปเดทมุ้งมิ้งกับแบร์เร็ตในโกล์ซอเซอร์
Chocochampion – ชนะมินิเกมแข่งโจโคโบะ
Corel’s Angel – ได้คะแนนตั้งแต่ 10,050 แต้มขึ้นไปในมินิเกม G-Bike ที่โกล์ซอเซอร์
Shuriken Join Us – ได้ยุฟฟี่เข้าร่วมปาร์ตี้
Won’t You be My Valentine? – ได้วินเซนต์เข้าร่วมปาร์จี้
Making Waves – ได้มาเทเรียลิเวียธาน
Waiting in the Wings – ได้มาเทเรียบาฮามุท

[Silver]

Coming Up All Nines – หาเงินได้ถึง 99,999,999 กิล
Liege of Leveling – ทำให้ตัวละครตัวใดตัวหนึ่ง ไปถึง Lv.99
Bahamut Type-0 – ได้มาเทเรียบาฮามุทเรย์ชิกิ
Roundtable Destruction – ได้มาเทเรียอัศวินโต๊ะกลม
The Slash to End All Slashes – คลาวด์เรียนรู้ท่า Omnislash
Loose Cannon – แบร์เร็ตเรียนรู้ท่า Catastrophe
Packing a Punch – ทิฟาเรียนรู้ท่า Final Heaven
See the Light – แอริธเรียนรู้ท่า Great Gospel
A Universe of Pain – เรดเธอทีนเรียนรู้ท่า Cosmo Memory
Meet Your Maker – ยุฟฟี่เรียนรู้ท่า All Creation
Wheel of Fortune – เคทซิธเรียนรู้ท่า Slots
Inner Demons – วินเซนต์เรียนรู้ท่า Chaos
Gale Warning – ซิดเรียนรู้ท่า Highwind

[Gold]

A Feat of Meteoric Proportions – จบเกม
Transcendant Convoker – ได้รับมาเทเรีย Master Summon
Diamond Disintegrator – พิชิต Diamond Weapon
Ruby Render – พิชิต Ruby Weapon
Emerald Eviscerator – พิชิต Emerald Weapon
Failure IS an Option – สมาชิกทั้งกลุ่มพ่ายแพ้ในการต่อสู้

ข้อสังเกต

- ถ้วย Gaia’s Guardian เป็นอีกจุดหนึ่งที่ช่วยระบุว่าโลกในเกม FFVII นั้นชื่อไกอา ก่อนหน้านี้ผมเคยเห็นการระบุแบบนี้ไว้ในอัลติมาเนีย ไว้ในใบโฆษณาเรื่องย่อของ FFVIIAC ถ้าจำไม่ผิดเห็นว่าใน Crisis Core ก็มีระบุไว้อีก แต่จุดที่ระบุแบบนี้นั้นหาได้ยากจริง ๆ ต่างจาก FFX ที่มีการพูดบอกกล่าวทั้งเกมว่าโลกในเกมชื่อสปิร่า

- ถ้วย Best Bromance ซึ่งมีเงื่อนไขเดทกับแบร์เร็ต.... โคตรเสียเวลา -__,-" ทำให้ต้องเสียเวลาแยกเซฟอีกอันนึงเพื่อเดทกับแบร์เร็ต แต่ทำไมทีมงานถึงเอา Route นี้เป็นเงื่อนไข Trophy ? หรือว่ามันคือ Canon Route!?

- ชื่อ Trophy บางอย่าง ตั้งชื่อได้มีความหมายดีมาก เช่น 

See the Light (เห็นทางสว่าง) สำหรับการเรียนรู้ Great Gospel ของแอริธ ราวกับว่าคำสั่งสอนนั้นเป็นทางสว่างแท้จริง

A Universe of Pain (จักรวาลแห่งความเจ็บปวด) ซึ่งเป็นการเรียนรู้ท่า Cosmo Memory ของเรดเธอทีน ราวกับสะท้อนว่าความทรงจำของจักรวาลนั้น ก็มีแต่ความเจ็บปวด

Meet Your Maker (ได้พบกับ The Maker) ซึ่งเป็นการเรียนรู้ท่า All Creation ของยุฟฟี่ ถ้ามองว่าทุกสรรพสิ่งถูกสร้างด้วย The Maker แบบความเชื่อใน FFXIII จุดหมายสุดท้ายของชีวิตก็คือการพบกับ The Maker

Diamond Disintegrator (ผู้ทำให้เพชรแตกสลาย) สำหรับการพิชิต Diamond Weapon

Ruby Render กับ Emerald Eviscerator ก็เจ๋งพอกัน

สำหรับเมคานิคในการเดทกับตัวละครต่าง ๆ เข้าไปดูรายละเอียดได้ตามลิงค์ครับ

- http://finalfantasy.wikia.com/wiki/Date_Mechanics
- http://www.gamefaqs.com/ps/197341-final-fantasy-vii/faqs/2385
- http://www.cavesofnarshe.com/ff7/dating.php

Thursday, November 26, 2015

ทาบาตะยืนยันกำลังสร้างเดโมใหม่ของ FFXV


มีข่าวกึ่งเก่ากึ่งใหม่ของ Final Fantasy XV โผล่ขึ้นช่วงเช้าที่ผ่านมา ผมพึ่งเห็นเว็บข่าว 3 แห่งรายงานตรงกัน

เนื้อหาข่าวคือเมื่อวานนี้ทาง Square Enix ทั้งประธานโยสึเกะ มัตสึดะ และคุณฮาจิเมะ ทาบาตะ ไปให้สัมภาษณ์สื่อในเซี่ยงไฮ้ โดยพูดถึงการทำตลาดเกมประเทศจีนในอนาคต และตอบคำถามเรื่อง FFXV

ประเด็นหลักเท่าที่เว็บข่าวสรุปกันมาคือ

1. ยืนยันว่าตอนนี้กำลังสร้างเดโมตัวใหม่ของ FFXV อยู่

2. พูดแบ่งรับแบ่งสู้ว่าอาจจะมีเรือเหาะ กับการต่อสู้ใต้น้ำ ออกมาเป็น Free DLC ในภายหลัง

3. ยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่มี FFXV-2 อะไรแบบนั้นแน่นวล (ประเด็นนี้แกพูดช่วงเดือนพฤษภาคมแล้วว่า ตอนที่รีบู๊ทเกม ก็รีบู๊ทเพื่อให้เกมกลายมาเป็นเกมที่จบในตัวเอง)

เนื้อหาทั้ง 3 ประเด็นนี้ ที่จริงแล้วไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่คุณทาบาตะเคยพูดไว้หมดแล้ว พอสื่อถามมาอีก แกก็ตอบซ้ำแบบที่เคยพูดไว้ ก็เป็นการยืนยันสิ่งที่เคยพูดไว้แล้วตามนั้น

ป.ล. ปกติเว็บ VGtime มันชอบลงข่าวแบบไม่ระบุแหล่งอ้างอิงอยู่บ่อย ๆ ทำให้ข้อมูลที่มาจากสื่อเจ้านี้ใช้อ้างอิงไม่ได้ แต่รอบนี้เขามีมาเป็นคลิปให้เลยครับ





- http://www.tudou.com/programs/view/ZGncQj5RP1o/?resourceId=0_06_02_99

อัพเดท


คลิป Tech Demo ถ่ายนอกจอมาจากงาน Family Game Forum ที่เซี่ยงไฮ้เมื่อวานนี้ (ลงข่าวไปแล้ว)

ที่ก่อนหน้านี้มีคนถามว่า... เอฟเฟคท์อะไรที่พี่หน่อยทำแล้วรู้สึกยากที่สุด พี่หน่อยตอบไว้ว่าถ้าใน Demo Episode Duscae เอฟเฟคท์ของรามูเนี่ยแหละที่หนัก มีปัญหาในการปรับแต่ง ยากที่สุดแล้ว

นอกจากนี้ ภาคนี้ยังเป็นภาคแรกที่มีการทำ Cloud Simulation กันจริง ๆ จัง ๆ ด้วย ไม่ใช่แผ่นเลื่อน ๆ แบบภาคก่อน ๆ ..... แต่ก็นำไปสู่คำถามว่าทำไมถึงต้องให้ความสำคัญกับท้องฟ้าเป็นพิเศษมากกว่าภาคที่ผ่าน ๆ มา นั่นก็เป็นเรื่องที่ต้องไปหาคำตอบกันในเกมเองครับ

- บอกว่าอีกไม่นานจะนำ FFXV ไปแสดงในงานเกมญี่ปุ่นอีกครั้ง สื่อถึงคาดกันว่าน่าจะเป็นงาน Jump Festa 2016

- บอกว่าเดโมตัวใหม่ จะเล็กกว่า Episode Duscae และหวังว่าแฟน ๆ จะได้เห็นกันในอีเวนต์

- เรื่อง DLC ต่าง ยังอยู่ในกระบวนการวางแผน อาจจะเป็นฟรีหรือจ่ายก็ได้

Tuesday, November 24, 2015

Dissidia Arcade เผยโมเดลรัมซ่า และยืนยันคนพากย์วานงวดนี้คือโอโนะ

เอ่อ... ช่วงที่ผ่านมา มันมีการถ่ายทอดสดข้อมูล Dissidia ครั้งที่ 1 (ディシディア ファイナルファンタジー公式生放送#1 ) ซึ่งผมตกข่าวไปเลยไม่ได้มาดู... และยังไม่เห็นสื่อเจ้าไหนเขียนรีพอร์ทแบบเต็ม ๆ ออกมา และนักแทบต่างประเทศแทบไม่พูดถึงกันเลย Orz (เดาว่าอาจจะตกข่าวกันหมด เพราะผมพึ่งเห็นประชาสัมพันธ์การถ่ายทอดสดนี้ในวันนี้เองด้วยซ้ำ)

ลิงค์ตอนถ่ายทอดสด : http://live.nicovideo.jp/watch/lv242206687

ข้อมูลเท่าที่ควานหามาได้คือ มีการโชว์โมเดลรัมซ่าแล้ว แบบไม่เห็นส่วนหัว คนพากยรัมซ่าคือคุณทาจิบานะ ชินโนสึเกะ (立花慎之介) ซึ่งปัจจุบันการพากย์เสียงรัมซ่า ยังไม่เสร็จ



ส่วนเรื่องคนพากย์วาน ซึ่งสมัย FFXII คนพากย์คือโควเฮ ทาเคดะ แต่ตอนสร้าง Dissidia 012 -Final Fantasy- เกิดปัญหาเรื่องไลเซนส์กับต้นสังกัด ก็เลยมาพากย์ให้ไม่ได้และต้องเปลี่ยนคนพากย์เป็นคุณเคนโช โอโนะนั้น ในภาคนี้คุณฮาซามะ ผู้อำนวยการ ได้ยื่นข้อเสนอให้คุณทาเคดะที่เป็นคนพากย์ออริจินอลให้กลับมาพากย์แล้ว แต่ด้วยปัญหาหลายอย่างทำให้การเจรจาไม่สำเร็จ และต้องกลับมาให้คุณโอโนะพากย์ให้อีกครั้ง

ตอนนี้พวกข้อมูลเหล่านี้ยังไม่นิ่งนะครับ และรอบนี้ผมไม่ได้ดูถ่ายทอดสดเองกับตา เลยยืนยันไม่ได้ว่าอะไรจริงหรือไม่จริง.... ตอนนี้รอพวก 4gamer, Famitsu, Dengeki Online เขียนรายงานข่าวอีกที แล้วค่อยมาว่ากันใหม่ครับ


Q:ヴァンの声は武田氏ですか、小野氏ですか?

A:間氏「FF12の武田氏にオファーを出していたが、色々と難しかった。通常は交代はしないが、様々な事情(事務所等)を理解してもらった上で、小野氏にお願いした」

==============================================

เก็บตกพวกคลิปจากการถ่ายทอดสด Dissidia Arcade #1 ช่วงค่ำของเมื่อวาน

[FFD:A Nico Stream] New HP Attacks Introduced
https://www.youtube.com/watch?v=fquHbBJDaMI

[FFD:A Nico Stream] Explanation of Basic Game Mechanics
https://www.youtube.com/watch?v=2AzFOEqnOls

[FFD:A Nico Stream] Guests play against eachother
https://www.youtube.com/watch?v=_IjYp2pPBdM

[FFD:A Nico Stream] The Music Of Dissidia Arcade
https://www.youtube.com/watch?v=2Or1LJaJvP4

ในคลิปแรก มีการนำเสนอท่า HP Attack ของแต่ละตัว เพิ่มเติมจากที่คลิปเทรลเลอร์ประจำตัวที่ออกมาก่อนหน้านี้ โดยในภาคนี้ แต่ละตัวจะมีท่า HP Attack มากกว่า 1 ท่า แต่เวลาเข้าต่อสู้ ผู้เล่นจะเลือกท่า HP Attack เข้าไปใช้ต่อสู้ได้แค่ท่าเดียว (ก่อนสู้ต้องเลือก HP Attack, EX Skill และ Costume ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถเซฟไว้เป็น Preset ได้)

ท่า HP Attack ที่โชว์ในคลิปรอบนี้ก็มีดังนี้

พี่แสง - End All
ฟรีโอนีล - Ruler of Arms
หอม - Blade Torrent
เซซิล - Paradin Force
บัทซ์ - Sword Dance (つるぎのまい)
ทีน่า - Chaos Wave (ไม่ได้เขียนเป็นคาตาคานะว่าคาออส แต่เขียนถูกว่าเคออสด้วย)
คลาวด์ - 超究武神覇斬 (Omnislash)
สคอลล์ - Rough Divide
ซีดาน - Solution 9
ทีดำ - Jecht Shot 2
แชนท็อท - ディバインマリサン (Divine Malison)
ย'ชโทรา -  Spiritual Ray
วาน - Cruel Azure
ไลท์นิ่ง - Lightning Strike

คลิป Ramza
https://www.youtube.com/watch?v=8ELRWU1T700

Friday, November 20, 2015

Eternal Wind ใน LRFFXIII ขับร้องโดยคนไทย!


เกร็ดข้อมูลเล็ก ๆ ของเพลง Eternal Wind ใน Lightning Returns -Final Fantasy XIII- ซึ่งผมพึ่งทราบในวันนี้

เพลงนี้ขับร้องโดย พี่ซัน-ประเสริฐ ประเสริฐวิทยาการ เป็นคนไทยที่ปัจจุบันทำหน้าที่ Lead Game Designer ในส่วน A.I. ของเพื่อนร่วมทีมใน Final Fantasy XV

สมัยก่อนนั้น พี่ซันเคยเรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ที่จุฬาฯ ทำโปรเจคท์เรื่อง Artificial Intelligence System for Analysis and Synthesis of Melody ขณะเดียวกันพี่เขาก็เข้าร่วมวง CU Chorus ด้วย จึงมีทั้งความสามารถการเขียนโปรแกรมด้าน A.I. และทั้งความสามารถทางด้านการร้องเพลง

เหลือเชื่อจริง ๆ ว่าหลังจากพี่เขา เข้าร่วม Square Enix แล้ว ก็ได้โอกาสแสดงความสามารถ ทั้งทางด้านการร้องเพลงและการเขียน A.I. สร้างเป็นผลงานให้เราได้เล่นกันแบบนี้

ป.ล. ขอบคุณ คุณ Pan Pedrita Kometsopha ที่ให้ข้อมูลเรื่องนี้เข้ามาครับ

Timeline - Final Fantasy XIII ตามทฤษฎีบอนๆ (2.0)

ไทม์ไลน์ของเกม Final Fantasy XIII ดังที่ปรากฏอยู่ด้านล่างนี้ เป็นไทม์ไลน์ที่ผมเขียนขึ้นตามความเข้าใจของผมเอง เนื้อหาทั้งหมดมาจากการเอาเรื่องราวจากบทสนทนาและบันทึกภายในเกมมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน จนได้ออกมาเป็นลำดับขั้นที่สมบูรณ์อย่างที่เห็น เนื่องจากบทความนี้ (น่าจะ) เป็นไทม์ไลน์แรกที่ผมเรียบเรียงขึ้นมาด้วยตัวคนเดียว มิได้แปลมาจากไทม์ไลน์ของกูรูท่านไหนเหมือนไทม์ไลน์ก่อนๆ เนื้อหาทั้งหมดจึงเป็นการตีความตามความคิดของผมคนเดียว เราจึงไม่อาจเรียกบทความด้านล่างนี้ว่าเป็นข้อเท็จจริงได้ แท้จริงแล้วมันเป็นเพียงแค่ทฤษฎีที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ หากมีข้อมูลใหม่ๆ หลักฐานใหม่ๆ ปรากฏขึ้นในอนาคต จึงหมายเหตุไว้ให้ทราบโดยทั่วกัน

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

นานแสนนานมาแล้ว

+ ในจักรวาลอันยิ่งใหญ่นี้ ได้แบ่งออกเป็นโลกของสิ่งมีชีวิต และโลกหลังความตายที่มองไม่เห็น ณ ช่วงหนึ่งของกาลเวลา บูนิเบลเซ่ (Bhunivelze) สิ่งมีชีวิตที่มีอิทธิฤทธิ์สูงสุดในจักรวาล ได้สังหารมูอิน (Mwynn) มารดาของตนเอง และขึ้นเป็นผู้ปกครองและงำจักรวาลนี้แต่เพียงผู้ใด

+ บูนิเบลเซ่นั้น ตระหนักถึงขีดจำกัดในชีวิตของตนเอง เขาทราบว่าวันหนึ่งตนเองจะต้องตาย และเข้าใจผิดไปว่าความตายนั้น เป็นคำสาปจากมูอินที่บัดนี้สถิตอยู่ในโลกที่มองไม่เห็น บูนิเบลเซ่เชื่อว่าหากทำให้มูอินดับสูญไปได้ เขาก็จะหลุดพ้นจากคำสาปดังกล่าว ฉะนั้น บูนิเบลเซ่จึงแสวงหาหนทางนั้น

+ เพื่อจะกำจัดมูอินให้ดับสูญไป บูนิเบลเซ่จึงได้สร้างเทพจักรกลที่เรียกว่าฟัลซิ (Fal'Cie) ขึ้นมาเป็นลูกสมุนของตนเอง เขาเริ่มต้นจากการสร้างฟัลซิพัลส์ (Pulse) แล้วมอบพลังและหน้าที่ในการเดินทางไปทั่วจักรวาลเพื่อแสวงหาประตูสู่โลกที่มองไม่เห็น ถัดมาบูนิเบลเซ่ก็สร้างฟัลซิเอโทร (Etro) ซึ่งพอสร้างออกมาแล้วโอโทรดันบังเอิญมีใบหน้าเหมือนมูอิน ด้วยความหวาดกลัว บูนิเบลเซ่จึงไม่มอบพลังและหน้าที่อะไรให้ สุดท้ายบูนิเบลเซ่ก็สร้างฟัลซิลินด์เซย์ (Lindzei) แล้วมอบพลังและหน้าที่ในการปกป้องตนเอง กับหน้าที่ในการเป็นผู้มาแจ้งบูนิเบลเซ่เมื่อประตูสู่โลกที่มองไม่เห็นถูกเปิดออกให้

+ หลังมอบหมายหน้าที่ให้พัลส์และลินด์เซย์เสร็จแล้ว บูนิเบลเซ่ก็เข้าสู่การหลับใหลในสภาพคริสตัล และจะตื่นขึ้นเมื่อประตูสู่โลกที่มองไม่เห็นถูกเปิดออกเท่านั้น

+ ด้านเอโทรที่ถูกทอดทิ้ง ไม่มีพลังและเป้าหมาย จึงปลิดชีพตัวเองและเข้าสู่โลกที่มองไม่เห็น ณ ที่แห่งนั้น เอโทรได้พบกับมูอินที่กำลังจะดับสูญไป มูอินได้ฝากฝังให้เอโทรช่วยดูแลสมดุลระหว่างโลกของสิ่งมีชีวิตและโลกที่มองไม่เห็นต่อไป นับแต่นั้นมา เอโทรจึงสถิตอยู่ในโลกที่มองไม่เห็น คอยนำทางดวงวิญญาณของผู้ตายไปสู่การชำระล้างและกำเนิดใหม่

+ ด้านลินด์เซย์ ได้ใช้เลือดของเอโทรผู้ล่วงลับ สร้างเป็นมนุษย์ขึ้นมา ด้วยความหวังว่าเมื่อมนุษย์ตายไปแล้ว ก็จะกลับไปหาเอโทรที่อยู่ในโลกที่มองไม่เห็น ดวงวิญญาณของมนุษย์นั้นจะเป็นผู้นำทางไปยังโลกดังกล่าวเอง

+ ด้านพัลส์และลินด์เซย์ ได้ร่วมมือกันเดินทางไปยังดวงดาวต่าง ๆ ทั่วจักรวาล ทำทุกวิถีทางเพื่อแสวงหาและเปิดประตูสู่โลกที่มองไม่เห็น จนกระทั่งพวกเขาได้มาถึงโลกมนุษย์ ในภายหลัง ทั้งสองถูกมนุษย์เรียกขานร่วมกันว่า The Maker ในฐานะผู้ที่สร้างสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมามากมาย

+ พัลส์ ได้สร้างฟัลซิขึ้นมาดูแลโลก โดยสร้างฟัลซิจากชิ้นส่วนร่างกายของพัลส์เอง ฟัลซิจึงมีพลังมากและเป็นอมตะ ส่วนลินด์เซย์ สร้างมนุษย์ขึ้นจากเลือดของเอโทร มนุษย์จึงมีพลังน้อยนิดแต่สามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด เมื่อมนุษย์ตายไปแล้ว วิญญาณของพวกเขาจะกลับไปหาเอโทร ณ โลกที่มองไม่เห็น แล้วเอโทรจะทำการชำระล้างและนำทางให้มาเกิดใหม่อีกครั้ง

+ พัลส์ได้มอบหมายให้ฟัลซิทุกตนร่วมมือกันนำพาโลกนี้สู่ความอุดมสมบูรณ์ โดยกำหนดให้ฟัลซิแต่ละตนทำหน้าที่แตกต่างกันไป ฟัลซิบางตนมีหน้าที่ดูแลทรัพยากร บางตนดูแลระบบ บางคนบริหารปกครอง ฟัลซิจึงได้รับพลังอันมหาศาลมาเพื่อการนั้น และยังสามารถสาปมนุษย์ให้กลายเป็นลูซิ (L'Cie) การสาปนั้นเป็นการเพิ่มพลังให้มนุษย์ เพื่อที่มนุษย์จะเข้ามาช่วยฟัลซิดูแลโลกให้สมบูรณ์ได้ มนุษย์ที่ช่วยฟัลซิทำภารกิจได้สำเร็จจะได้รับสภาพคริสตัลเป็นการตอบแทน ส่วนใครที่ขัดขืนไม่ทำภารกิจให้สำเร็จภายในเวลาจะกลายเป็นซีธ (Cie'th) ซากศพเดินได้ที่ไร้จิตใจ อย่างไรก็ตามแม้ว่าฟัลซิจะมีพลังมหาศาล แต่พวกเขากลับไม่สามารถทำเรื่องที่อยู่นอกคำสั่งที่ได้รับมาได้ ตรงข้ามกับมนุษย์ที่มีอิสระจะทำการใดๆ ก็ได้

+ โลกที่เกิดขึ้นมาเลิศเลอน่าอยู่ ฟัลซิและมนุษย์ต่างก็รักพัลส์มาก ฟัลซิทำงานอย่างหนักเพื่อตอบแทนบุญคุณของพัลส์ ขณะที่มนุษย์ก็สรรเสริญพัลส์มาก จึงตั้งชื่อโลกที่พวกเขาอาศัยอยู่ว่าแกรนพัลส์ (Gran Pulse) เพื่อสดุดีต่อพัลส์ผู้เป็นดั่งพระเจ้าของพวกเขา

+ เหล่าฟัลซิช่วยกันสร้างสถานที่ๆ เรียกว่าอาร์ค (Ark) ขึ้นมาหลายแห่ง และซุกซ่อนไว้ทั่วแกรนพัลส์ พวกเขาใช้มันเก็บตุนชีวอาวุธจำนวนมาก โดยอาวุธเหล่านั้นก็มีทั้งเครื่องจักรที่มีชีวิต และมีทั้งสิ่งมีชีวิตปกติที่ถูกผนึกไว้ ด้วยความตั้งใจว่ายามใดที่ภยันตรายอันไกลโพ้นได้เข้าคุกคามดาวดวงนี้ ฟัลซิจะได้ปลุกเอาชีวอาวุธของพวกเขาขึ้นมารับมือกับภัยนั้นได้ ในยามที่ไม่มีภัยคุกคาม ฟัลซิก็ส่งลูซิเข้าไปฝึกฝนตนเองในอาร์ค เพื่อที่ลูซิจะได้มีฝีมือฉกาจขึ้นในเร็ววัน

+ แต่แล้ววันหนึ่งที่โลกได้ถูกฟูมฟักถึงขีดสุด พัลส์ ได้เดินทางออกจากแกรนพัลส์ไปอย่างลึกลับ โดยไม่กลับมาเยี่ยมเยียนอีกเลย การจากไปของพวกเขานั้นเป็นเรื่องที่กะทันหันเกินไปสำหรับฟัลซิและมนุษย์ อีกทั้งยังไม่มีแม้แต่คำล่ำลาให้แม้แต่ซักประโยค ทำให้ฟัลซิและมนุษย์เสียใจ รู้สึกราวกับว่าพวกตนถูกกำพร้าจากพระเจ้าที่เคารพรัก

+ เมื่อพัลส์จากไปแล้ว ในโลกที่ไร้ซึ่งผู้ปกครอง สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ล้วนแตกความสามัคคีกัน มนุษย์เข้าห้ำหั่นทำสงครามระหว่างกันเอง แล้วยังไปขอพลังจากฟัลซิให้ช่วยเข้าข้างพวกพ้องของตน สถานะระหว่างฟัลซิและมนุษย์ จึงแปรเปลี่ยนจากพี่กับน้องเป็นเทพกับไพร่

+ หลังจากนั้น ลินด์เซย์ ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมา นางปรารถนาถึงความพินาศของโลก นางปรารถนาถึงความขัดแย้งระหว่างสิ่งมีชีวิต หากโลกพินาศและสิ่งมีชีวิตล้มตายพร้อมกันไปเป็นจำนวนมหาศาล คลื่นวิญญาณขนาดมหึมาก็จะพุ่งทะลวงผ่านประตู่สู่โลกที่มองไม่เห็นเพื่อกลับไปหาเอโทร และนั่นอาจทำให้ประตูสู่โลกที่มองไม่เห็นเปิดอ้าออก นั่นคือจุดหมายที่พัลส์และลินด์เซย์ร่วมกันวางแผนเอาไว้ ว่าแล้วนางก็แย่งชิงผืนดินของแกรนพัลส์ นำไปสร้างเป็นดวงดาวที่มีแต่เปลือก ซึ่งนางเรียกว่าโคคูน (Cocoon) นางสร้างฟัลซิของนางขึ้นมาดูแลโคคูน เช่นเดียวกับฟัลซิของพัลส์ที่ถูกสร้างขึ้นมาดูแลแกรนพัลส์ และนางยังได้ย้ายเอาอาร์คที่ถูกซุกซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ ในแกรนพัลส์ขึ้นมาไว้บนโคคูนแทน เพื่อที่เหล่าฟัลซิของแกรนพัลส์จะได้ใช้มันทำร้ายนางและโคคูนไม่ได้

หมายเหตุ : ทั้งฟัลซิที่พัลส์สร้าง และฟัลซิที่ลินด์เซย์สร้าง ต่างไม่รู้ถึงจุดหมายสูงสุดของทั้งสอง พวกมันถูกใช้เป็นเครื่องมือเท่านั้น

+ ต่อมา ลินด์เซย์ก็ชักชวนมนุษย์จากแกรนพัลส์ขึ้นไปอยู่บนโคคูน โดยอ้างว่าที่แห่งนั้นเป็นวิมานสวรรค์ที่มีแต่ความสะดวกสบาย มีข้าวปลาอาหารทุกอย่างพร้อม มนุษย์ส่วนหนึ่งก็หลงเชื่อและเดินทางขึ้นไปบนโคคูน พวกเขาได้รับการดูแลจากฟัลซิในนั้นเป็นอย่างดี ราวกับสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการดูแลจากเจ้านาย

+ ลินด์เซย์ มอบหมายให้ฟัลซิบาร์ธานเดลุส (Barthandelus) ดำรงตำแหน่งราชันย์แห่งฟัลซิของโคคูน และมอบหมายหน้าที่ให้เป็นผู้ปกครองทุกชีวิตในโคคูนสืบทอดเจตนารมณ์ของนางต่อไป นางให้บาร์ธานเดลุสค่อย ๆ ทำให้มนุษย์บนโคคูนเชื่อว่าพัลส์คือดินแดนแห่งความโหดร้าย มีอสูรกายที่จ้องจะทำลายโคคูนอาศัยอยู่ นอกจากนี้ยังให้บาร์ธานเดลุสไปแย่งชิงทรัพยากร พืชผล แร่ธาตุ จากแกรนพัลส์ขึ้นมาแจกจ่ายให้มนุษย์บนโคคูน และยังแย่งชิงสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ขึ้นมาใช้เป็นวัตถุดิบในการก่อสร้างเมืองที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคตขึ้น นานวันเข้าความเป็นอยู่อันสะดวกสบายนี้ก็ทำให้มนุษย์ไม่อยากออกไปจากโคคูน และหลงเชื่อในคำพูดทั้งหมดที่ฟัลซิที่เลี้ยงดูพวกตนเป็นอย่างดี

+ ขณะที่มนุษย์บนโคคูนอยู่กันอย่างสะดวกสบาย มีข้าวกินทั้งที่ไม่ได้ปลูก มนุษย์บนแกรนพัลส์กลับต้องแร้นแค้น ปลูกข้าวแล้วไม่ได้กิน แถมบ้านเมืองยังถูกทำลายเอาๆ ทำให้ฟัลซิและมนุษย์บนแกรนพัลส์เกลียดชังทุกสิ่งทุกอย่างในโคคูนมากขึ้นเรื่อยๆ และเกิดการบอกต่อกันว่าโคคูนคือรังแห่งอสรพิษร้าย ที่พร้อมจะทำลายแกรนพัลส์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

+ เมื่อเสี้ยมให้มนุษย์เกลียดชังกันเองเสร็จแล้ว คาดหมายได้ว่าสักวันจุดจบของมวลมนุษย์จะมาถึง ลินด์เซย์ที่วางหมากไว้พร้อมก็เดินทางออกจากโลกนี้ไป

+ นานวันเข้าความขัดแย้งระหว่างโคคูนและแกรนพัลส์ก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น แกรนพัลส์เองก็เสื่อมโทรมลงทุกวัน ในโลกที่ไม่มีพัลส์อีกต่อไปแล้ว ฟัลซิของแกรนพัลส์ก็ปราศจากกำลังใจที่จะดูแลโลกต่อไป พวกเขาเริ่มปรารถนาที่จะให้พัลส์กลับมานำความรุ่งเรืองคืนสู่โลกนี้อีกครั้ง ขณะเดียวกัน ฟัลซิบาร์ธานเดลุส ก็สิ้นหวังกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เขาเหนื่อยหน่ายกับความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับปิศาจ โคคูนกับแกรนพัลส์ และคิดว่าหนทางเดียวที่จะยุติความขัดแย้งนี้ ก็คือการเรียกลินด์เซย์กลับมา

+ ฟัลซิทั้งปวงต่างเชื่อว่า The Maker ของตนเอง ทั้งพัลส์และลินด์เซย์จะสามารถสร้างโลกที่ดีขึ้นมาใหม่ได้ พวกมันต่างเข้าใจผิดว่าบัดนี้เหล่าผู้สร้างตนสถิตอยู่ในโลกที่มองไม่เห็น (โดนหลอก) ฟัลซิของพัลส์จึงเดินทางไปทั่วโลกเพื่อหาทางเปิดประตูสู่โลกที่มองไม่เห็น (เป็นไปตามความต้องการของพัลส์) ฟัลซิของลินด์เซย์ก็ตามหาสิ่งเดียวกัน (ตามแผนของลินด์เซย์)

+ ฟัลซิบาร์ธานเดลุส คิดจะช่วยเสี้ยมให้ความเกลียดชังระหว่างโคคูนและพัลส์ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่เมื่อถึงจุดหนึ่งแล้ว ฟัลซิของแกรนพัลส์จะทนไม่ไหว จนต้องส่งสัตว์อสูรแร็คนาร็อค (Ragnarok) มาทำลายโคคูน ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นมนุษย์ทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในโคคูนจะตายไปพร้อมกัน หนำซ้ำโคคูนที่ตกสู่แกรนพัลส์จะทำให้มนุษย์บนแกรนพัลส์ตายอีกเป็นจำนวนมาก เมื่อเป็นเช่นนั้น คลื่นวิญญาณมหาศาลก็จะทะลักผ่านไปยังโลกที่มองไม่เห็น แล้วลินด์เซย์ที่อยู่ในนั้นก็จะแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและกลับมาสร้าง ดูแลโลกให้กลับมางดงามอีกครั้ง นั่นคือสิ่งที่บาร์ธานเดลุสเข้าใจ "ผิด" เพราะแท้จริงแล้วลินด์เซย์ไม่ได้อยู่ในโลกที่มองไม่เห็น บาร์ธานเดลุสโดนลินด์เซย์หลอกให้เข้าใจผิดมาตลอด เพื่อที่บาร์ธานเดลุสจะได้เปิดประตูสู่โลกที่มองไม่เห็น อันเป็นจุดหมายของลินด์เซย์ให้

ประมาณ 600 ปีก่อน

+ ปัญหาระหว่างแกรนพัลส์และโคคูนทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงจุดแตกหัก ฟัลซิฝ่ายพัลส์ที่มีชื่อว่าอนิม่า (Anima) จึงสาปให้หญิงสาว 2 คนจากหมู่บ้านเอลบา (Oerba) ให้กลายเป็นลูซิ และมอบหน้าที่ให้ทั้งคู่ร่วมกันแปลงร่างเป็นสัตว์อสูรแร็คนาร็อคแล้วไปทำลายโคคูน ประการหนึ่งคือเพื่อทำลายศัตรูที่เป็นเสี้ยนหนามของแกรนพัลส์มาช้านาน ประการสองคือเพื่อทำให้วิญญาณของมนุษย์จำนวนมากทะลักผ่านประตูสู่โลกที่มองไม่เห็น เผื่อว่าพัลส์ซึ่งเป็น The Maker ของพวกเขาจะกลับมาดูแลโลกอีกครั้ง (แน่นอนว่าพวกมันเข้าใจผิด พัลส์ไม่ได้อยู่ในโลกที่มองไม่เห็น) 

+ หญิงสาว 2 คนที่ถูกสาปนั้นมีชื่อว่าแฟงก์ (Fang) และวานิล (Vanille) ด้วยความที่แฟงก์ไม่อยากให้วานิลต้องทุกข์ร้อนด้วย แฟงก์จึงตัดสินใจแปลงร่างเป็นสัตว์อสูรแร็คนาร็อคและบินไปจู่โจมโคคูนเพียงคนเดียว แต่แล้วขณะที่แฟงก์ทำลายเปลือกดาวโคคูนได้ส่วนหนึ่ง เอโทรที่จับตาดูเหตุการณ์มาตลอดจากโลกที่มองไม่เห็นก็รู้สึกเวทนาที่ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนที่ลินด์เซย์วางไว้แต่แรก ด้วยความที่เอโทรไม่อยากเห็นความพินาศของมนุษย์ เธอจึงริบพลังพลังแร็คนาร็อคไป แล้วทำให้ลูซิทั้ง 2 กลายสภาพเป็นคริสตัล พร้อมซ่อนตัวทั้งคู่ไว้ภายในวิหารของฟัลซิอนิม่า

+ เอโทรกล่าวกับทุกฝ่ายว่ายามใดที่ลูซิทั้ง 2 นั้นตื่นขึ้น ตอนนั้นแร็คนาร็อคจะกลับมาสยายปีกของมันและทำลายโคคูนให้เอง ด้วยความที่ว่าคำพูดของเอโทรนั้นเป็นที่เชื่อถือของทุกฝ่าย ฟัลซิของพัลส์จึงล้มเลิกความคิดที่จะสาปลูซิคนใหม่มาทำลายโคคูน เพราะพวกเขาเชื่อว่าเมื่อเวลาอันควรได้มาถึง โคคูนก็จะถูกทำลายลงเอง

+ ทางด้านฟัลซิบาร์ธานเดลุส ก็ร่ายมนต์เคลื่อนย้ายวิหารของอนิม่าที่อยู่ในแกรนพัลส์ ขึ้นมาตั้งอยู่บนเมืองโบดัม (Bodhum) ของดาวโคคูนแทน เพื่อที่เขาจะได้จับตาดูลูซิทั้ง 2 ได้ง่ายๆ นอกจากนี้เขายังเคลื่อนย้ายสิ่งปลูกสร้างมากมายจากในแกรนพัลส์ขึ้นมาบนโคคูน เพื่อใช้สิ่งปลูกสร้างนั้นเป็นวัตถุดิบในการซ่อมแซมพื้นที่บางส่วนที่ถูกทำลายไป ชิ้นส่วนที่เหลือจากการซ่อมแซมก็ถูกเอาไปทิ้งรวมกันไว้ที่สถานที่ ๆ เรียกว่าไวล์พีคส์ (Vile Peaks) แต่ด้วยความที่ฟัลซิบาร์ธานเดลุสไม่ได้มีความสามารถเทียบเท่ากับลินด์เซย์ เขาจึงไม่สามารถซ่อมแซมโคคูนให้กลับมาเป็นดังเดิมได้อย่างสมบูรณ์ ดวงดาวที่มีแต่เปลือกจึงปรากฏรู่โหว่นับแต่นั้นมา

+ ฟัลซิบาร์ธานเดลุสยังคงเสี้ยมสอนให้คนบนโคคูนหวาดกลัวและเกลียดชังแกรนพัลส์ ขณะเดียวกันเขาก็คอยมาแย่งชิงพืชผลจากแกรนพัลส์ไปเรื่อย ๆ ความเป็นอยู่ของคนในแกรนพัลส์จึงแร้นแค้นขึ้นทุกวัน ผู้คนจึงเริ่มปล้นแย่งทรัพยากร นานวันเข้าก็กลายเป็นสงครามระหว่างเมือง บ้านเมืองไม่เหลือความเป็นปึกแผ่นนับแต่นั้นมา ฟัลซิของพัลส์ก็ไม่ยอมช่วยแก้ปัญหาแต่อย่างใด พวกเขาคิดแต่จะหาทางเรียกพัลส์กลับมาดูแลโลก ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงสาปมนุษย์ให้กลายเป็นลูซิแล้วไปสู้กับมอนสเตอร์อันแสนร้ายกาจ เพื่อที่มนุษย์จะได้ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ยามที่มอนสเตอร์เข้ามาบุกหมู่บ้านต่าง ๆ ฟัลซิก็ไม่ยอมส่งลูซิมาช่วย ได้แต่ปล่อยให้หมู่บ้านถูกทำลายแบบนั้นไป

+ ในไม่ช้าอารยธรรมที่อยู่ยงมานานของแกรนพัลส์ก็ล่มสลายไป ถึงกระนั้นพัลส์และลินด์เซย์ก็ยังไม่กลับมายังแกรนพัลส์อยู่ดี เมื่อไม่มีทั้งบุพการีและพี่น้องที่เกิดมาพร้อมกันแล้ว ฟัลซิของพัลส์จึงยังพยายามตามหาหนทางที่จะเรียกพัลส์กลับมา สิ่งที่พวกเขาต้องการจะเห็นก็คือประตูวิญญาณ และสิ่งที่จะใช้เปิดประตูวิญญาณ พวกเขาตามหาทั่วผืนดิน ผืนฟ้า ผืนน้ำ แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ พวกเขาก็ไม่เคยได้พบสิ่งที่พวกเขาตามหาเสียที

13 วันก่อนเริ่มเกม

+ เอโทรปลุกแฟงก์และวานิลขึ้นจากสภาพคริสตัล เมื่อแฟงก์ตื่นขึ้นมาเธอกลับพบว่าตัวเองสูญเสียความทรงจำบางอย่างไป เธอจำไม่ได้ว่าเธอเคยทำภารกิจอะไรไป ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่เธอจะกลายเป็นคริสตัล นอกจากนี้สัญลักษณ์แห่งลูซิที่ประดับอยู่บนแขนของเธอก็เสื่อมสภาพ ไม่ทำงานอีกต่อไปแล้ว ขณะที่วานิลจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมดได้ แต่เธอกลับแกล้งทำเป็นจำไม่ได้ ทั้งนี้ก็เพราะเธอไม่อยากให้แฟงก์เจ็บปวดกับเรื่องที่แฟงก์ทำลงไปเมื่อ 600 ปีก่อน และเธอก็ไม่อยากจะสานต่อภารกิจนั้น เธอคิดว่าถึงเธอกลายเป็นซีธ ก็ยังดีกว่าการที่เธอหรือแฟงก์ต้องกลายเป็นแร็คนาร็อคแล้วไปทำเรื่องเลวร้าย ว่าแล้วเธอก็กะจะถ่วงเวลาไปเรื่อย ๆ

+ เนื่องจากวานิลอู้เกินไป ฟัลซิอนิม่าจึงสาปเซร่าห์ (Serah) หญิงสาวชาวโคคูนให้กลายเป็นลูซิช่วยทำภารกิจด้วยอีกคน

+ แฟงก์กับวานิลต่างก็เสียใจที่คนไม่เกี่ยวข้องกลับโดนสาปให้เป็นลูซิไปด้วย แฟงก์จึงตัดสินใจที่จะไปสู้กับฟัลซิของโคคูน เธอเชื่อว่าถ้าเธอไปสู้กับฟัลซิของโคคูนแล้ว เธออาจจะจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ จำภารกิจที่เธอต้องทำได้ เธออยากทำภารกิจให้สำเร็จเพื่อที่วานิลจะไม่ต้องกลายเป็นซีธ

+ แฟงก์กับวานิลเดินทางไปยังโรงพลังงานที่หุบเขาเอยูรีด (Euride Gorge) เพื่อสู้กับฟัลซิคุจาตา (Kujata) ซึ่งเป็นฟัลซิที่ผลิตพลังงานไฟฟ้าให้กับทั้งโคคูน เมื่อฟัลซิคุจาตารู้ตัว เขาจึงสาปแดจซ์ (Dajh) เด็กน้อยที่เดินหลงเข้ามาในโรงพลังงานนั้นให้กลายเป็นลูซิไปอีกคน

+ แฟงก์ไล่ให้วานิลหนีไป ส่วนเธอแยกไปสู้กับฟัลซิคุจาตาคนเดียว ทำให้ทั้งสองคลาดกัน

+ แฟงก์ที่หนีออกมาจากโรงพลังงานไม่อาจหาตัววานิลได้พบ หลังจากนั้นเธอก็โดนริกดี้ (Rygdea) ทหารรักษาความปลอดภัยสังกัดกองทัพอากาศ พาตัวไปพบกับผู้บัญชาการกองทัพอากาศที่ชื่อว่าซิด (Cid) โดยซิดได้ขอให้แฟงก์ร่วมมือกับเขาดำเนินแผนการล้มล้างรัฐบาลที่มีฟัลซิชักใยอยู่เบื้องหลัง ซึ่งแฟงก์เองแม้จะยังไม่ไว้ใจซิด แต่เธอคิดว่าถ้าร่วมมือกับซิดแล้วเธอคงตามหาวานิลได้ง่ายขึ้น

+ เซร่าห์หวาดกลัวการที่ตัวเองต้องกลายเป็นลูซิ และยังฝันว่าเธอได้ทำลายล้างทุกอย่างไป ด้วยอารมณ์ที่อยากอยู่คนเดียว กลัวจะไปทำร้ายคนที่อยู่ใกล้ เธอจึงไปบอกเลิกกับสโนว (Snow) แฟนหนุ่มของเธอ แต่ว่าสโนวกลับสัญญาว่าเขาจะช่วยเซร่าห์ทำภารกิจเอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาก็จะคอยปกป้องเซร่าห์

+ วานิลที่สับสนได้ไประบายความในใจให้เซร่าห์ฟัง การได้คุยกับเซร่าห์ทำให้วานิลสะเทือนใจ จนเธอตัดสินใจได้ว่าเธอจะหนีจากชะตากรรมของเธอไปเรื่อย ๆ จะไม่ทำภารกิจที่เป็นการทำลายโคคูนแน่ๆ แล้ว

+ สโนวได้ขอเซร่าห์แต่งงาน ซึ่งเซร่าห์ก็ดีใจมาก และตกลงด้วยทันที

+ ทางรัฐบาลของโคคูนที่นำโดยกาเรนธ์ (Galenth) ได้ค้นพบวิหารอนิม่า ซึ่งเป็นอารยธรรมที่ตกทอดมาจากแกรนพัลส์ จึงสั่งให้ทีมสำรวจและทหารไซค่อม (PSICOM) เดินทางมายังเมืองโบดัมและเข้าไปสำรวจวิหารดังกล่าวซะ ทว่าไม่มีใครกลับออกมาจากวิหารนั้นได้

+ ในวันเกิดของไลท์นิ่ง (Lightning) ผู้เป็นพี่สาวของเซร่าห์ สโนวกับเซร่าห์ได้เอาของขวัญไปให้ไลท์นิ่ง เซร่าห์เล่าเรื่องที่เธอกลายเป็นลูซิแห่งแกรนพัลส์ และเรื่องที่สโนวขอแต่งงานให้พี่สาวฟัง แต่ไลท์นิ่งกลับคิดว่าเรื่องลูซิเป็นเรื่องโกหก และเธอก็ไม่อนุญาตให้เซร่าห์แต่งงานกลับสโนว ทำให้เซร่าห์วิ่งร้องไห้ออกจากบ้านไป สโนวพยายามจะคุยกับไลท์นิ่งดี ๆ แต่ไลท์นิ่งก็ไม่ฟัง สโนวจึงออกจากบ้านแล้วตามเซร่าห์ไป

+ ไลท์นิ่งแกะกล่องของขวัญที่เซร่าห์ให้มา และพบว่าเซร่าห์ให้มีดพับเป็นของขวัญวันเกิด จากนั้นเธอก็ดูข่าวในโทรทัศน์ ซึ่งเป็นข่าวการค้นพบวิหารอนิม่าซึ่งเป็นอารยธรรมของแกรนพัลส์ เธอถึงได้รู้ว่าเรื่องที่เซร่าห์กลายเป็นลูซิเป็นเรื่องจริง

+ สโนวพาเซร่าห์ไปยังวิหารอนิม่า เพื่อให้เซร่าห์เข้าไปถามว่าจะให้เธอทำภารกิจอะไร แต่แล้ววิหารกลับรับเอาเซร่าห์เข้าไปคนเดียว ไม่ให้สโนวเข้าไปด้วย

+ กาเรนธ์ อ้างว่าฟัลซิเอเดน (Eden) มีคำสั่งให้ทำการขนย้ายวิหารอนิม่า รวมทั้งอพยพผู้คนทั้งหมดที่อยู่ในเมืองโบดัมลงไปยังแกรนพัลส์ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูซิแห่งแกรนพัลส์ที่อาจปะปนอยู่ในกลุ่มชาวเมืองโบดัม สร้างปัญหาใด ๆ ขึ้นบนโคคูนได้

+ ซัสซ์ (Sazh) ผู้เป็นพ่อของแดจซ์เดินทางมายังเมืองโบดัม เพื่อขอเข้าร่วมการอพยพผู้คนด้วย เพราะเขาคิดว่าถ้าเขาสามารถกำจัดฟัลซิอนิม่าได้ ลูกของเขาจะได้กลายเป็นคริสตัล ซึ่งมันก็ดีกว่ากลายเป็นซีธแน่ ๆ

+ โฮป (Hope) ที่เดินทางมาดูเทศกาลดอกไม้ไฟของเมืองโบดัมพร้อมกับแม่ โดนไล่ขึ้นรถไฟเพื่อเข้าร่วมการอพยพด้วย

+ ไลท์นิ่ง พี่สาวของเซร่าห์ซึ่งเป็นทหารรักษาความปลอดภัยสังกัดเมืองโบดัม ได้ออกจากการเป็นทหารเพื่อเข้าร่วมการอพยพผู้คนด้วย เพราะเธอหวังจะไปช่วยเซร่าห์ที่ยังไม่ออกมาจากวิหารอนิม่า

+ วานิล เต็มใจเข้าร่วมการอพยพนั้นด้วย เพราะเธอคิดว่าถ้าได้กลับไปยังแกรนพัลส์ เธอก็จะหนีจากเรื่องราวทั้งหมดได้ ถึงกลายเป็นซีธก็ไม่เป็นไร เธอได้เตรียมใจแล้ว

+ กลุ่มโนระ (Nora) ที่ประกอบไปด้วยสโนว เลโบร (Lebreau) มาควี (Maqui) ยูจ (Yuj) และกาโด (Gadot) ได้ระดมอาวุธจำนวนมาก เพื่อตามไปช่วยผู้คนที่ถูกเนรเทศทั้งที่ไม่เต็มใจ รวมทั้งช่วยเซร่าห์ออกจากวิหารอนิม่าด้วย

จุดเริ่มต้นของตำนานคริสตัลบทใหม่

+ รถไฟที่อ้างว่าจะขนผู้คนลงไปยังแกรนพัลส์ ได้เดินทางมาถึงแฮงก์เอดจ์ (Hanged Edge) ซึ่งอยู่ทางเปลือกโลกทางใต้ของโคคูน ที่จริงแล้วคำสั่งอพยพนั้นเป็นคำสั่งหลอก แท้จริงแล้วรัฐบาลต้องการให้ขนผู้คนทั้งหมดมาสังหารทิ้งที่แฮงก์เอดจ์นี้

+ ไลท์นิ่งและซัสซ์อาละวาดและออกมาปะทะกับทหารไซค่อมที่นอกรถไฟ กลุ่มโนระที่นำโดยสโนวก็ให้การช่วยเหลือผู้คน และมอบอาวุธให้พวกเขาลุกขึ้นสู้กับทหาร แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเมื่อแม่ของโฮปต้องเสียชีวิตในการต่อสู้ครั้งนั้น ทำให้โฮปเกลียดชังสโนวที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้แม่เขาตาย

+ ไลท์นิ่ง สโนว เข้าไปยังวิหารอนิม่าที่ถูกขนมายังแฮงก์เอดจ์ เพื่อไปช่วยเซร่าห์ออกมา ซัสซ์เองก็ตามเข้าไปด้วยความคิดที่จะสู้กับฟัลซิอนิม่า โฮปตามสโนวเข้าไปเพราะความแค้นที่มีต่อสโนว ส่วนวานิลเห็นท่าไม่ดีเลยชวนโฮปตามเข้าไปในวิหารอนิม่าด้วย

+ เมื่อทั้ง 5 เข้าไปในวิหารก็ได้พบเซร่าห์ที่อิดโรย เธอสั่งเสียกับสโนวว่าขอให้ช่วยปกป้องโคคูน ปกป้องทุกคนให้ได้ เมื่อสโนวรับปากแล้วเซร่าห์ที่สบายใจก็กลายเป็นคริสตัลท่ามกลางตื่นตะลึงของทุกคน

+ สโนวเข้าไปขอร้องฟัลซิอนิม่าให้ช่วยทำให้เซร่าห์กลับมาเป็นอย่างเดิม แต่ฟัลซิอนิม่าไม่ตอบรับใดๆ ไลท์นิ่งโทษว่าฟัลซิอนิม่าเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด เธอจึงบุกเข้าไปสู้กับฟัลซิอนิม่า และด้วยการรวมพลังระหว่างเธอ สโนว ซัสซ์ ทั้ง 3 จึงกำจัดฟัลซิอนิม่าได้ ทว่าก่อนที่ฟัลซิอนิม่าจะตายลง เขาได้สาปให้ไลท์นิ่ง สโนว ซัสซ์ และโฮป กลายเป็นลูซิไปด้วย

+ การตายของฟัลซิอนิม่าทำให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง จนทุกคนกระเด็นตกจากแฮงก์เอจด์ลงไปยังทะเลสาปเบรชา (Bresha) ซึ่งอยู่ใต้แฮงก์เอดจ์ลงไปอีกที จะด้วยเหตุใดไม่อาจทราบได้ แต่การระเบิดของฟัลซิอนิม่าได้ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้กลายเป็นธารน้ำแข็ง

+ สโนวบอกว่าภารกิจของพวกเรานับจากนี้ไปก็คือการปกป้องโคคูน เพราะเซร่าห์ได้ฝากฝังพวกเราไว้แบบนั้น แต่คนอื่นๆ ไม่เห็นด้วย เพราะฟัลซิของแกรนพัลส์ไม่น่าสาปให้พวกเขาปกป้องโคคูนได้ ทั้ง 4 ยังคงสับสนกันอยู่ว่าจะทำยังไงกันต่อ แต่สโนวตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะปกป้องโคคูนให้ได้

+ ทั้ง 5 หาทางออกจากทะเลสาบเบรชา จนได้พบกับเซร่าห์ที่กลายเป็นคริสตัลและฝังติดอยู่กับพื้นน้ำแข็ง ไลท์นิ่งทำใจลาเซร่าห์เป็นครั้งสุดท้าย สโนวพยายามจะขุดเอาร่างเซร่าห์ออกมาจากพื้น คนอื่นๆ พยายามจะช่วยสโนวแต่แล้วก็คิดได้ว่าถ้าไม่มีเครื่องมือก็คงช่วยเซร่าห์ออกมาไม่ได้แน่ๆ ทุกคนจึงตัดสินใจเดินทางกันต่อโดยทิ้งสโนวที่อยากช่วยเซร่าห์ไว้คนเดียว

+ สโนวที่พยายามขุดเซร่าห์ออกจากธารน้ำแข็ง ต้องสู้กับทหารไซค่อมจำนวนมากที่พร้อมจะสังหารเขา แต่แล้วเอโทรก็ส่งสัตว์อสูรศิวะ (Shiva) ลงมาช่วยสโนวได้ทันท่วงที ทำให้สโนวเอาตัวรอดมาได้ ทว่าหลังจากนั้นเหล่ากองทัพอากาศกลับแฟงก์ก็ปรากฏตัวขึ้น และใช้กำลังพาตัวสโนวกับเซร่าห์ที่กลายเป็นคริสตัล ขึ้นไปยังยานลินบลัม (Lindblum) ซึ่งเป็นฐานบัญชาการของกองทัพอากาศได้ หลังจากนั้นซิดก็มาอธิบายและขอร้องให้สโนวร่วมมือกับเขาในการล้มล้างรัฐบาลที่มีฟัลซิชักใยอยู่เบื้องหลัง

+ ซัสซ์ได้พบเครื่องบินที่อยู่ในวิหารส่วนในของทะเลสาบเบรชา จึงอาสาที่จะขับพาทุกคนออกมาจากที่แห่งนั้น แต่เมื่อขับออกมาแล้วก็เจอยานของทหารไซค่อมไล่ตาม ซัสซ์จึงตัดสินใจบินเข้าไปใกล้ๆ ฟัลซิฟินิกซ์ (Phoenix) ที่ส่องแสงอยู่กลางฟ้า โดยหวังว่าจะสามารถสลัดทหารไปได้พ้น ทว่ายานของเขากลับพลาดปะทะเข้ากับลำแสงฟัลซิฟินิกซ์ ทำให้ยานไปตกที่ไวล์พีคส์

+ ที่ไวล์พีคส์นั้น ไลท์นิ่งได้ตัดสินใจจะเดินทางไปถล่มรัฐบาลและทำลายฟัลซิเอเดน เพราะเธอเชื่อว่าที่รัฐบาลตามล่าเธอก็เพราะฟัลซิเอเดนชักใยอยู่ โฮปเองก็ขอติดตามไลท์นิ่งไปด้วยเพราะเขาอยากจะเข้มแข็งขึ้นเพื่อที่จะได้ล้างแค้นสโนวได้ ส่วนซัสซ์กับวานิลลาไม่เอาด้วย ทั้ง 4 จึงแยกกันเป็น 2 กลุ่ม

+ การมีโฮปอยู่ด้วยทำให้ไลท์นิ่งเดินทางได้ช้าลง เพราะโฮปนั้นยังเป็นเด็กและเป็นตัวถ่วงของเธอ เธอสับสนและไม่รู้ว่าควรจะไล่โฮป หรือควรจะปกป้องโฮปต่อไปดี เอโทรจึงส่งสัตว์อสูรโอดิน (Odin) ลงมาทำท่าจะโจมตีโฮป ทำให้ไลท์นิ่งตัดสินใจได้ว่าเธอจะปกป้องโฮปและยอมให้เขาติดตามเธอไปด้วย จากนั้นไลท์นิ่งก็มอบมีดที่เธอได้รับมาเป็นของขวัญวันเกิดจากเซร่าห์ ให้โฮปพกติดตัวไว้เป็นของคุ้มภัย

+ ไลท์นิ่งและโฮปเดินทางไปยังเมืองการค้าพาลัมโพลัม (Palumpolum) เพื่อหายานพาหนะสำหรับเดินทางไปยังนครหลวงเอเดน ขณะที่ซัสซ์กับวานิลก็เห็นยานของทหารไซค่อมจำนวนมากกำลังมุ่งหน้าไปทางเมืองพาลัมโพลัม พวกเขาจึงตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังเมืองที่อยู่คนละทิศกัน ซึ่งก็คือเมืองแห่งความฝันนอวติลุส (Nautilus)
+ ที่เมืองพาลัมโพลัมซึ่งเป็นบ้านเกิดของโฮปนั้น ไลท์นิ่งคิดได้ว่าสิ่งที่เธอทำมาทั้งหมดเป็นการพาลอาละวาด พอรัฐบาลจะตามล่าเธอ พอฟัลซิไม่อยากเอาเธอไว้ เธอเลยจะทำลายล้างมันทุกอย่าง ซึ่งสุดท้ายมันจะไม่เกิดผลดีขึ้นเลย แต่แม้ว่าเธอจะคิดได้แบบนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าถ้าไม่อยู่เพื่อสู้แล้ว เธอก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ต่อไปทำไม เธอพยายามบอกให้โฮปเลิกคิดที่จะล้างแค้นสโนว แต่มันก็ไม่ได้ผล เพราะถ้าไม่ทำแบบนั้น โฮปเองก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมเช่นกัน

+ ไลท์นิ่งกับโฮปเกือบจะพลาดท่าเสียทีให้กับกลุ่มทหารไซค่อมและทหารรักษาความปลอดภัยของเมือง ทว่าสโนวกับแฟงก์ก็ปรากฏตัวมาช่วยได้ทัน

+ โฮปได้เผยความจริงกับสโนวว่าเขาคือลูกของผู้หญิงที่ตายไปเพราะสโนว แล้วเขาก็ชักมีดที่ได้จากไลท์นิ่งขึ้นมา หวังจะฆ่าสโนวทิ้ง แต่แล้วทหารก็ยิงระเบิดมาที่ด้านหลังของโฮปพอดี แม้ว่าโฮปจะพลัดร่วงจากตึกไป แต่สโนวก็โดดตามไปรับโฮปไว้ได้ และสโนวก็ได้ขอโทษโฮปกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด เขายอมรับผิดและสัญญาว่าจะหาทางชดใช้ความผิดให้ได้

+ ขณะที่แฟงก์ก็เผยความจริงกับไลท์นิ่งว่าเธอเป็นคนที่มีส่วนทำให้เซร่าห์กลายเป็นลูซิ ไลท์นิ่งจึงตบแฟงก์และบอกให้แฟงก์ร่วมกันทำให้เซร่าห์กลับมาเป็นดังเดิมให้ได้ แฟงก์ก็เตือนสติไลท์นิ่งว่าเธอต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่อรอวันที่จะได้พบเซร่าห์ที่กลับมาเป็นดังเดิม

+ โฮปล้มเลิกความคิดที่จะฆ่าสโนว แล้วก็คืนมีดพับให้กับไลท์นิ่ง จากนั้นไลท์นิ่ง สโนว แฟงก์ ก็ช่วยกันพาโฮปไปส่งที่บ้าน และขอเข้าไปพักเป็นการชั่วคราว ไลท์นิ่งเลยถือโอกาสขอโทษที่เคยทำผิดกับสโนวไว้มาก สโนวก็ถือโอกาสขอโทษพ่อของโฮปที่ทำให้แม่ของโฮปต้องตาย ในคืนนั้นเองทหารไซค่อมจำนวนมากที่นำโดยพันโทรอช (Colonel Rosch) ได้บุกมาที่บ้านของโฮป แต่แล้วพวกกองทัพอากาศที่แต่งตัวเป็นทหารไซค่อมก็โผล่มาช่วยทุกคนไว้ได้ทัน ไลท์นิ่ง สโนว แฟงก์ โฮป นั่งยานเหาะกลับไปยังยานลินบลัม ขณะที่ทหารของกองทัพอากาศที่แทรกซึมเข้าไปในหน่วยไซค่อมได้ ก็พาพ่อโฮปไปให้ปากคำว่าถูกพวกลูซิบังคับให้ช่วยเหลือ หลังจากนั้นทหารกลุ่มนี้ก็คุ้มครองพ่อของโฮปให้ไปอยู่ในที่ปลอดภัย

+ ไลท์นิ่งและโฮป ตกลงให้การช่วยเหลือซิดในการร่วมมือกันล้มล้างรัฐบาล

+ ด้านซัสซ์กับวานิลก็เดินทางมาถึงเมืองนอวติลุส ซัสซ์ตัดสินใจได้ว่าเขาจะยอมเข้ามอบตัวและขอให้วานิลหนีไป แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้คุยกันมากกว่านั้น แดจซ์ที่อยู่ในเมืองนี้พอดีก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมา และกลายเป็นคริสตัลไปต่อหน้าต่อของซัสซ์ ขณะที่ซัสซ์กำลังเสียใจ พันโทจิล (Colonel Jihl) ก็ออกมาเล่าให้ฟังว่าแท้จริงแล้วสาเหตุที่แดจซ์กลายเป็นลูซิก็เพราะวานิลกับแฟงก์บุกไปหือกับฟัลซิคุจาตา ซัสซ์เลยยิ่งช็อคว่าเด็กผู้หญิงที่ตัวเองปกป้องมาตลอดเป็นต้นเหตุที่ทำให้ลูกของเขาต้องเป็นแบบนี้

+ ซัสซ์ชักปืนขึ้นมา แต่ก็ลังเลว่าจะฆ่าวานิลทิ้งดีหรือไม่ ขณะที่เขากำลังสับสนนั้นเอโทรก็ส่งสัตว์อสูรบรุนฮิลดร์ (Brynhildr) ลงมาทำท่าเป็นจะจัดการทั้งซัสซ์และวานิล ซัสซ์จึงต้องหันปืนไปทางบรุนฮิลดร์และสู้เพื่อปกป้องวานิลอีกครั้ง หลังการต่อสู้ซัสซ์ก็คิดได้ว่าถึงฆ่าวานิลไปลูกชายของเขาก็ไม่กลับมา และที่จริงมันก็ไม่ใช่ความผิดของวานิลด้วย

+ พันโทจิลให้ทหารไซค่อมช่วยกันคุมตัวซัสซ์และวานิลไปยังยานพารามีเซีย (Palamecia) เพื่อส่งตัวไปประหารต่อหน้าประชาชนที่อยู่ในนครหลวงเอเดน

+ ผู้นำรัฐบาล กาเรนธ์ เดินทางมายังยานเหาะพารามีเซีย เพื่อเร่งแก้วิกฤตปัญหาที่เกิดขึ้น

+ ซิดขอให้ไลท์นิ่งและพวกช่วยกันจับตัวกาเรนธ์มาให้ได้ เพื่อใช้เป็นพยานให้กาเรนธ์สารภาพต่อประชาชนถึงเรื่องธาตุแท้ของรัฐบาลว่าทำงานภายใต้การชักใยของฟัลซิกันอย่างไร หลอกหลวงอะไรผู้คนอยู่บ้าง

+ ริกดี้ขับยานเหาะของทหารไซค่อมพาทุกคนไปส่งที่ยานพารามีเซีย พวกไลท์นิ่งเข้าไปช่วยซัสซ์และวานิลได้ และได้เผชิญหน้ากับพันโทจิลและผู้นำกาเรนธ์ กาเรนธ์ได้ร่ายมนต์สังหารจิลและทุกคนที่อยู่บนสะพานเดินเรือ จากนั้นก็เปิดเผยความจริงว่าแท้จริงแล้วเขาคือฟัลซิบาร์ธานเดลุส ราชันย์แห่งฟัลซิที่ดูแลโคคูนมาช้านาน

+ ฟัลซิบาร์ธานเดลุสเผยว่าแท้จริงแล้วภารกิจของพวกไลท์นิ่งก็คือการกลายร่างเป็นสัตว์อสูรแร็คนาร็อค แล้วกำจัดฟัลซิออฟาน (Orphan) ซึ่งเป็นผู้สร้างพลังงานให้กับฟัลซิเอเดนซะ ถ้าฟัลซิออฟานถูกทำลาย ฟัลซิเอเดนก็จะทำงานไม่ได้ แล้วโคคูนก็จะร่วงลงสู่แกรนพัลส์ จากนั้นก่อนที่ยานพารามีเซียจะร่วง ฟัลซิบาร์ธานเดลุสก็เสกยานเหาะขึ้นมา ให้พวกไลท์นิ่งใช้หนีไปซะ

+ ไลท์นิ่งและพวกขึ้นยานเหาะของกาเรนธ์มา และถูกยานพราวด์แคลด (Proudclad) ของพันโทรอชไล่ตาม แต่ยานของพวกไลทฺ์นิ่งก็หักหลบและต่อสู้กับยานของรอชได้เองโดยไม่ต้องมีใครควบคุม สุดท้ายยานลำนี้ก็สลัดยานของรอชได้พ้น แล้วมันก็พาพวกไลท์นิ่งเข้าไปยังอารค์ที่ 5 (5th Ark)

+ ภายในอาร์ค ฟัลซิบาร์ธานเดลุสได้คลายผนึกทำให้ชีวอาวุธที่เก็บซ่อนไว้ในที่แห่งนี้ตื่นขึ้นมาสู้กับพวกไลท์นิ่ง เพราะต้องการฝึกฝนให้พวกเธอแข็งแกร่งจนกลายเป็นสัตว์อสูรแร็คนาร็อคที่ทรงพลัง

+ ข้างในนั้นทุกคนได้พบกับซิดที่รออยู่ ซิดเผยความจริงว่าแท้จริงแล้วเขาเคยมีความฝันที่จะล้มล้างรัฐบาลที่มีฟัลซิชักใยอยู่เบื้องหลังจริงๆ แต่วันหนึ่งฟัลซิบาร์ธานเดลุสกลับสาปเขาให้กลายเป็นลูซิ และมอบหน้าที่ให้เขาพาเหล่าลูซิแห่งพัลส์เข้าสู่เส้นทางในการนำลายล้างโคคูน ดังนั้นเรื่องที่เขารวบรวมทุกคนมา และให้ทุกคนไปจับตัวกาเรนธ์นั้น แท้จริงแล้วทั้งหมดเป็นแผนของฟัลซิบาร์ธานเดลุส นอกจากนี้ซิดยังเผยว่าสิ่งที่ฟัลซิบาร์ธานเดลุสต้องการคือการทำให้โคคูนล่มสลายเพื่อเรียก The Maker กลับมา แต่ว่าซิดไม่อยากเป็นหุ่นเชิดของฟัลซิอีกต่อไปแล้ว เขาตัดสินใจแล้วว่าจากนี้ไปเขาขอใช้ชีวิตในแบบที่เขาต้องการจริงๆ ดังนั้นเขาจึงมาที่นี่เพื่อกำจัดพวกไลท์นิ่ง ซึ่งเป็นผู้ที่สามารถกลายเป็นแร็คนาร็อคได้

+ หลังจากทุกคนหยุดยั้งซิดได้ ซิดก็กลายเป็นคริสตัลไปอย่างน่าประหลาดใจ ทุกคนเดินทางต่อจนไปถึงด้านในสุดของอาร์ค แต่ก็ไม่พบทางออก ขณะที่ทุกคนกำลังเครียดไม่รู้จะทำยังไงต่อนั้น สโนวก็ปลุกเร้าให้ทุกคนไม่ต้องสนใจภารกิจที่ฟัลซิสั่งมา ในเมื่อพวกเราเป็นมนุษย์ ก็ควรจะใช้ชีวิตในแบบของมนุษย์ให้ถึงที่สุด ถึงจะต้องกลายเป็นซีธ แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น เขาขอใช้ชีวิตในแบบที่ทำให้เซร่าห์ภูมิใจ ทุกคนได้ฟังแล้วก็คล้อยตาม แต่แฟงก์กลับปฏิเสธ เธอบอกว่าโคคูนจะเป็นยังไงก็ช่าง แต่เธอไม่อยากเห็นทุกคนกลายเป็นซีธ จังหวะนี้เองเอโทรก็ส่งสัตว์อสูรบาฮามุท (Bahamut) ลงมาหมายจะฆ่าแฟงก์ ทุกคนจึงรู้ว่าแฟงก์กำลังสับสนว่าจะทำยังไงดี

+ การที่ทุกคนช่วยกันปกป้องแฟงก์จากบาฮามุท ทำให้แฟงก์คล้อยตามทุกคน และยอมหลีกเลี่ยงภารกิจในการทำลายล้างโคคูนไปด้วย เมื่อชนะบาฮามุทได้แล้วก็มีเส้นทางใหม่เปิดขึ้น พอเดินไปจนสุดเส้นทางทุกคนก็ได้พบกับยานเหาะโบราณ ซึ่งเป็นยานเหาะของแกรนพัลส์ และใกล้ๆ นั้นก็มีรูโหว่ของดวงดาวซึ่งแฟงก์ทำเอาไว้ตอนที่เธอแปลงเป็นสัตว์อสูรแร็คนาร็อคเมื่อ 600 ปีก่อน สโนวชวนให้ทุกคนขับยานไปยังแกรนพัลส์ดูเผื่อจะหาทางล้างคำสาปลูซิได้ โฮปเองก็บอกว่าตอนนี้โคคูนน่าจะยังปลอดภัยอยู่ ฉะนั้นเราน่าจะไปสำรวจแกรนพัลส์กันซักหน่อย ทุกคนจึงตกลงตามนั้น

+ ซัสซ์ขับยานเหาะลำนั้นออกจากโคคูน ลงมาบนแกรนพัลส์ แต่ยังไม่ทันไรก็เจอมอนสเตอร์ยักษ์โฉบเข้ามาทำลายยานทิ้ง แฟงก์จึงเรียกบาฮามุทมาและให้ทุกคนขี่บาฮามุทลงไปบนแกรนพัลส์กัน

+ เมื่อมาถึงแกรนพัลส์แล้วไลท์นิ่ง สโนว ซัสซ์ ก็ออกไปสำรวจบริเวณโดยรอบ แต่ก็ไม่พบมนุษย์แม้แต่คนเดียว พวกเขายังคงช่วยกันสำรวจไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งที่โฮปออกไปหาเสบียงอาหาร วานิลก็นอนพักโดยมีแฟงก์คอยเฝ้าดูให้ พอพวกไลท์นิ่งสำรวจเสร็จก็กลับมาหาแฟงก์ ทว่าโฮปกลับไม่ยอมกลับมาซักที ทุกคนจึงช่วยกันออกตามหาและไปพบโฮปนอนสลบที่ริมน้ำ

+ ทุกคนพาโฮปไปพยาบาล แล้วโฮปก็สารภาพว่าเขาไม่อยากให้ทุกคนบาดเจ็บเพราะเขา ขืนเขาเดินทางต่อไปก็คงเป็นภาระให้ทุกคน ดังนั้นปล่อยเขาไว้ที่นี่เถิด พอพูดแบบนี้เอโทรจึงส่งสัตว์อสูรอเล็กซานเดอร์ (Alexander) ลงมาทดสอบโฮป พอทุกคนจัดการมันได้ แฟงก์ก็บอกว่าโฮปสามารถเดินได้ด้วยลำแข้งของตัวเองอยู่แล้ว ส่วนวานิลก็บอกว่าบนแกรนพัลส์นี้ทุกคนก็คือครอบครัวเดียวกัน ถ้าอยากจะร้อง อยากจะโอดโอยเมื่อไหร่ก็ทำได้เสมอ โฮปที่เข้าใจแล้วว่าทุกคนคือพวกเดียวกัน ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจกันมากก็ยินดีที่จะติดตามทุกคนไปเหมือนเดิม หลังจากนั้นพวกเขาก็ตัดสินใจว่าจะเดินทางไปยังหมู่บ้านเอลบา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของแฟงก์และวานิล เพื่อตามหาหนทางหลุดพ้นจากคำสาปลูซิกันต่อ

+ ขณะเดินทางมาถึงทุ่งดอกไม้แห่งหนึ่ง แฟงก์ก็หลอกวานิลว่าเธอจำเรื่องราวในอดีตได้ทั้งหมดแล้ว แล้วเธอก็เล่าเรื่องราวในอดีตจากการคาดเดาของเธอให้ฟัง ซึ่งที่แฟงก์เดามามันถูกทั้งหมด วานิลจึงสับสนไม่รู้ว่าจะพูดความจริงทั้งให้หมดแฟงก์ฟังดีรึเปล่า เอโทรจึงส่งสัตว์อสูรเฮคาตอนเชอร์ (Hecatoncheir) ลงมา เพื่อช่วยให้วานิลตัดสินใจได้ว่าถึงเวลาที่ต้องพูดความจริงแล้วหรือยัง แฟงก์กับวานิลก็ช่วยกันสู้จนทำให้เฮคาตอนเชอร์ยอมรับพวกเธอได้ หลังจากนั้นวานิลก็ตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดรวมทั้งเหตุผลที่เธอต้องปิดบังมาตลอดให้ฟัง ซึ่งแฟงก์ก็ยอมให้อภัยเธอ

+ ทั้ง 6 เดินทางมาจนถึงหมู่บ้านเอลบา ซึ่งตอนนี้กลายเป็นหมู่บ้านร้างซึ่งปกคลุมไปด้วยธุลีคริสตัล แต่ก็ไม่ได้เงื่อนงำในการหลุดพ้นจากคำสาปแต่อย่างใด ที่นั่นเองทุกคนได้พบกับฟัลซิบาร์ธานเดลุสที่แปลงกายเป็นเซร่าห์เข้ามาหลอกทุกคนให้ไปทำลายโคคูน แต่ทุกคนก็ปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่ง ฟัลซิบาร์ธานเดลุสจึงขู่ว่าเขาได้ปลุกซิดขึ้นมาจากสภาพคริสตัล และได้แต่งตั้งให้ซิดดำรงตำแหน่งผู้นำรัฐบาลแทนเขาแล้ว ซึ่งในไม่ช้าพวกกองทัพอากาศจะต้องไม่พอใจ และคิดว่าซิดคงถูกฟัลซิครอบงำอยู่แน่ๆ เมื่อถึงตอนนั้นฟัลซิบาร์ธานเดลุสจะเข้าไปเป่าหูพวกกองทัพอากาศว่าผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังซิดก็คือฟัลซิออฟาน เจ้าพวกกองทัพอากาศก็จะทนไม่ไหว และรีบไปจัดการออฟานแน่ ว่าแล้วฟัลซิบาร์ธานเดลุสก็เสกยานเหาะให้ทุกคนใช้เดินทางกลับโคคูนเพื่อไปดูจุดจบของโคคูนซะ

+ ทุกคนรีบนั่งยานเหาะกลับมายังโคคูนด้วยความตั้งใจที่จะไปเล่าความจริงทั้งหมดให้กองทัพอากาศได้ฟัง เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ไปทำลายฟัลซิออฟาน ทว่าระหว่างที่ทุกคนเดินทางอยู่นั้น ริกดี้ที่นำกองทัพอากาศมายังนครหลวงเอเดนก็ได้สังหารซิดลง จากนั้นเขาก็รีบนำกองทัพอากาศบุกไปยังใจกลางนครโคคูน เพื่อไปจัดการฟัลซิออฟานตามที่โดนเป่าหูมา

+ ขณะเดียวกันฟัลซิบาร์ธานเดลุสก็ได้คลายผนึกให้กับเหล่าชีวอาวุธที่หลับใหลอยู่ในอาร์ค แล้วพาพวกมันออกมาอาละวาดทำลายเมืองโคคูน ทหารรักษาความปลอดภัยประจำนครเอเดนและทหารไซค่อมจึงต้องร่วมมือกันรับมือกับศัตรูทั้งหลาย

+ ตัวเอกทั้ง 6 เร่งเดินทางไปยังบริเวณใจกลางเมืองโคคูน แต่ระหว่างทางก็ต้องเผชิญหน้ากับพันโทรอชที่ขี่ยานพราวด์แคลดเข้ามาลุย สโนวพยายามอธิบายให้พันโทรอชฟังว่าเขามาเพื่อยุติเรื่องราวทั้งหมด ไม่ได้มาอาละวาดทำลายโคคูน แต่พันโทรอชไม่อาจเชื่อใจสโนวและเพื่อนทุกคนที่ถูกสาปให้กลายเป็นลูซิได้ เขาคิดว่าชะตากรรมของมนุษย์ก็ต้องกำหนดด้วยมือของมนุษย์เอง ดังนั้นเขาจึงไม่อาจเชื่อใจพวกสโนวได้

+ ระหว่างการต่อสู้ พันโทรอชต้องขับพราวด์แคลดหนีไปเพราะยานทนรับการโจมตีไม่ไหว ทุกคนจึงคิดว่าต้องแสดงให้ทุกๆ ฝ่ายเห็นให้ได้ว่าแม้พวกเราจะเป็นลูซิ แต่พวกเรามีความเป็นมนุษย์อยู่มากแค่ไหน

+ เมื่อเดินทางอีกระยะหนึ่งทุกคนก็ได้พบกับกลุ่มโนระที่กำลังช่วยเหลือชาวเมืองอยู่ พวกเขาบอกว่าเรื่องช่วยเหลือชาวเมืองปล่อยให้เป็นหน้าที่พวกเขาเอง ส่วนสโนวและคนอื่นๆ ขอให้ช่วยกันปกป้องโคคูนอย่างเต็มที่ ว่าแล้วเราก็รีบมุ่งหน้าต่อจนไปเจอกับเหล่าทหารไซค่อมและยานพราวด์แคลดของพันโทรอช ทว่าในตอนนั้นฟัลซิบาร์ธานเดลุสกลับสาปให้เหล่าทหารกลายเป็นซีธให้หมด มีเพียงพันโทรอชที่อยู่ในยานคนเดียวที่รอดคำสาปมาได้

+ ทุกคนช่วยกันโค่นเหล่าซีธและยานของพันโทรอชลง พอพันโทรอชแพ้แล้วเขาก็สลดที่ลูกน้องของเขากลายเป็นซีธจนหมด เขาจึงยอมรับว่าฟัลซินั้นชั่วร้ายและเห็นมนุษย์เป็นเพียงแค่เครื่องมือจริงๆ ที่ผ่านมาเขาคิดว่าการทำตามบัญชาของฟัลซิคือหนทางที่ดีที่สุดในการนำพาความรุ่งเรืองมาสู่โคคูน แต่บัดนี้เขายอมรับแล้วว่าเขาคิดผิดไป ดังนั้นเขาจึงหยิบหูฟังขึ้นมาและออกคำสั่งไปยังทหารไซค่อมและทหารรักษาความปลอดภัยทั้งหมด ให้ยกเลิกปฏิบัติการกวาดล้างลูซิ และจงตั้งใจอพยพชาวเมืองไปยังที่ปลอดภัยแทน แต่เขาก็ยังลงท้ายว่าเขาจะไม่บังคับทุกคน ขอให้ทุกคนได้คิดและตัดสินใจเลือกทางเดินของตัวเอง หลังจากนั้นพันโทรอชก็ยอมปล่อยให้พวกไลท์นิ่งเดินผ่านเข้าไปยังอาคารที่ตั้งอยู่ใจกลางนครเอเดน ซึ่งเป็นที่พำนักของฟัลซิเอเดนและฟัลซิออฟานได้ แต่พอเราเข้าไปในตัวอาคารแล้ว พันโทรอชก็ยอมระเบิดตัวเองตายไปพร้อมกับเหล่าเบฮีมอธที่พยายามจะบุกเข้าไปในอาคาร

+ เมื่อทั้ง 6 เข้ามาในอาคารแล้วก็ลงลิฟต์ไปยังด้านล่าง แต่แทนที่ทุกคนจะได้พบเหล่ากองทัพอากาศในสภาพของมนุษย์ พวกเขากลับได้พบเหล่ากองทัพอากาศที่ถูกสาปให้กลายเป็นกองทัพซีธแทน นั่นแสดงว่าฟัลซิบาร์ธานเดลุสไม่ได้ตั้งใจจะให้กองทัพอากาศช่วยทำลายฟัลซิออฟานแต่แรกแล้ว สิ่งที่ฟัลซิบาร์ธานเดลุสต้องการก็คือการล่อให้ทั้ง 6 มายังที่แห่งนี้ สถานที่ซึ่งฟัลซิออฟานรอคอยอยู่

+ ฟัลซิเอเดนโผล่มา พาทุกคนไปยังครรภ์แห่งออฟาน (Orphan's Cradle) สถานที่ซึ่งฟัลซิออฟานจะถือกำเนิดขึ้นมา เมื่อทุกคนเดินทางไปจนถึงห้องด้านในสุด แทนที่จะได้พบฟัลซิออฟาน ทุกคนกลับได้พบฟัลซิบาร์ธานเดลุสที่รออยู่ ทุกคนจึงคิดว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้กำจัดฟัลซิบาร์ธานเดลุสที่เป็นคนชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหมดซะ

+ ฟัลซิบาร์ธานเดลุสได้ยื่นคำขาดให้พวกไลท์นิ่งร่วมกันกำจัดฟัลซิออฟานเป็นครั้งสุดท้าย แต่พวกไลท์นิ่งก็ไม่ฟัง และคิดจะกำจัดฟัลซิบาร์ธานเดลุสลงที่นี่ซะ แต่พอทุกคนกำจัดฟัลซิบาร์ธานเดลุสลงได้ ฟัลซิออฟานที่รอคอยการกำเนิดมาแสนนานก็กำเนิดขึ้นในที่แห่งนั้น ทว่ามันกลับพุ่งเข้ามาทำร้ายพวกไลท์นิ่ง ทั้งที่พวกไลท์นิ่งเดินทางมาเพื่อปกป้องมัน

+ ฟัลซิออฟานอธิบายให้ฟังว่ามันเองก็ต้องการให้โลกที่เน่าเหม็นนี้ถูกทำลายลงซะ เพื่อที่ The Maker จะได้กลับมาชำระล้างโลกใหม่ นั่นแหละคือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับอนาคต มันคิดจะทรมานพวกไลท์นิ่งเพื่อให้พวกไลท์นิ่งกลายเป็นสัตว์อสูรแร็คนาร็อคและบุกเข้ามาทำลายตัวมันเอง พอตัวมันเองตายไป ฟัลซิเอเดนก็จะขาดพลังงานที่จะนำไปหล่อเลี้ยงโคคูน ทำให้ดาวโคคูนร่วงหล่นสู่แกรนพัลส์ แล้วทุกอย่างก็จะพินาศลง ในตอนนั้นเองแฟงก์จึงยอมเสียสละอาสาจะกลายเป็นสัตว์อสูรแร็คนาร็อคเอง ทุกคนพยายามจะขัดขวางแฟงก์เอาไว้ แต่ก็ไม่มีใครสู้แรงของแฟงก์ได้ หนำซ้ำฟัลซิออฟานยังได้ร่ายมนต์ลวงตา ทำให้แฟงก์และวานิลเห็นเพื่อนๆ ที่เหลือกลายเป็นซีธอีก

+ ท่ามกลางความสิ้นหวังของแฟงก์ เธอได้กลายเป็นสัตว์อสูรแร็คนาร็อคและบุกเข้าไปสู้กับฟัลซิออฟาน แต่พลังของเธอนั้นยังอ่อนด้อยเกินไป ในไม่ช้าแฟงก์ในร่างแร็คนาร็อคก็กลับคืนร่างมนุษย์ดังเดิม ฟัลซออฟานจึงผิดหวังและจับแฟงก์มาทรมาน เพื่อทำให้แฟงก์ยิ่งเคียดแค้น สิ้นหวัง จนได้กลายเป็นแร็คนาร็อคที่ทรงพลังยิ่งขึ้น แต่แล้วในห้วงวิกฤตที่แสนสิ้นหวังนั้น ขณะที่ทุกคนกำลังรำลึกถึงเรื่องราวการเดินทางที่ผ่านมาทั้งหมด เอโทรก็ได้ยื่นมือลงมาช่วยเหล่าลูซิทุกคน เธอทำให้ทุกคนเห็นภาพนิมิตในอนาคต ซึ่งเป็นภาพที่ทุกคนจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ ทำให้ทุกคนเชื่อมั่นในอนาคตนั้น เชื่อมั่นว่าพวกเขาจะสามารถสร้างปาฏิหาริย์ และสร้างอนาคตที่ยิ่งใหญ่ขึ้นได้แน่ๆ เมื่อทุกคนลุกขึ้นจับอาวุธอีกครั้ง เอโทรก็ช่วยทำให้สัญลักษณ์แห่งลูซิของทุกคนเสื่อมสภาพ ไม่ทำงานอีกต่อไป

+ ทุกคนช่วยกันรุมโจมตีใส่ฟัลซิออฟาน จนช่วยแฟงก์ให้หลุดจากการทรมานได้ จากนั้นไลท์นิ่งก็เอาดาบชี้หน้าด่าฟัลซิออฟานว่าแกมันยอมแพ้ให้กับการมีชีวิตตั้งแต่ที่ยังไม่ได้เกิด เอาแต่คิดว่าจุดจบของโลกคือทางรอดของชีวิต ถ้าอยากจะพ้นทุกข์ด้วยการตายก็จงตายไปซะ ปล่อยพวกมนุษย์อยู่กันเอง มนุษย์จะไม่ยอมคิดแบบแก เมื่อพวกเราสูญสิ้นความหวัง พวกเราก็จะควานหาจนกว่าจะพบความหวังใหม่ แม้ว่าพวกเราไม่อาจช่วยโคคูนได้อีกแล้ว แต่มันก็คือบ้านเกิดของพวกเรา ที่พวกเราต้องช่วยกันปกป้องมันจนถึงที่สุด พวกเรามีชีวิตอยู่เพื่อทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ นั่นแหละคือหน้าที่ของพวกเราในฐานะของมนุษย์ ว่าแล้วทุกคนก็พุ่งเข้าไปรุมฟัลซิออฟานด้วยความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า แม้ฟัลซิออฟานจะตายลง พวกเขาก็จะสามารถปกป้องโคคูนได้

+ เมื่อฟัลซิออฟานถูกโค่นลง แสงไฟทั้งหมดในโคคูนก็ดับลงเพราะขาดแหล่งพลังงาน โคคูนกำลังจะร่วงลงสู่แกรนพัลส์ ขณะเดียวกันร่างของทุกคนก็กำลังจะกลายเป็นคริสตัลเพราะได้ทำภารกิจในการกำจัดฟัลซิออฟานเสร็จสิ้นแล้ว ทว่าแฟงก์กับวานิลได้ตัดสินใจร่วมมือกันแปลงร่างเป็นสัตว์อสูรแร็คนาร็อคเพื่อช่วยโคคูนเอาไว้ มวลสารอินทรีย์ทั้งหมดในโคคูนได้ถูกเรียกมารวมกับแฟงก์และวานิลจนกลายเป็นสัตว์อสูรแร็คนาร็อคที่มีขนาดมหึมา อสูรร้ายได้พยายามโอบอุ้มโคคูนเอาไว้ไม่ให้มันร่วงหล่นได้ ขณะเดียวกันก็เรียกน้ำจากมหาสมุทรของแกรนพัลส์ให้พุ่งพวยขึ้นมายังโคคูน จากนั้นสัตว์อสูรก็ได้แปรสภาพเสาน้ำที่พุ่งขึ้นมานั้นให้กลายเป็นเสาคริสตัล ทำให้เกิดแกนที่จะค้ำจุนไม่ให้ดาวโคคูนต้องร่วงหล่นลงสู่แกรนพัลส์อีกต่อไป แม้ว่าโคคูนนั้นจะปราศจากฟัลซิที่คอยควบคุมดูแลแล้วก็ตาม

บทส่งท้าย

+ วานิลและแฟงก์ได้กลายเป็นผู้ที่คอยคุ้มครองโคคูนเรื่อยมา ทั้ง 2 ทำให้ไลท์นิ่ง สโนว ซัสซ์ โฮป แดจซ์ และเซร่าห์ กลับคืนสภาพปกติ และยังถอนคำสาปแห่งลูซิให้ ทำให้สัญลักษณ์เหล่านั้นหายไปอย่างถาวร

+ เมื่อทุกคนได้กลับมาอยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ไลท์นิ่งก็ขอโทษเซร่าห์สำหรับเรื่องที่เธอเคยไม่เชื่อเซร่าห์ ส่วนสโนวก็รีบขอให้ไลท์นิ่งยอมยกเซร่าห์ให้เขาทันที สโนวรีบพูดสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเขาจะทำให้เซร่าห์มีความสุขให้ได้ ซึ่งไลท์นิ่งก็บอกว่าเธอเชื่อว่าสโนวจะทำได้ ยินดีด้วยค่ะ

+ แม้ว่าลินด์เซย์จะสร้างโคคูนขึ้นมาด้วยจุดประสงค์ที่ชั่วร้าย แต่ชะตากรรมก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้หากเราไม่ย่อท้อ มนุษย์ได้เปลี่ยนแปลงชะตากรรมของโคคูน ชะตากรรมของทุกคน และสร้างโคคูนใหม่ที่พวกเขาจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ตลอดไป

Wednesday, November 18, 2015

ทีม FFXV ตอบคำถามเรื่องระบบ A.I. และการต่อสู้กับศัตรู

ในวันที่ผ่านมา ทีมงาน Final Fantasy XV ได้เข้าไปตอบคำถามบางส่วนที่แฟน ๆ ส่งกันเข้ามาทางเว็บบอร์ดของเกม โดยมีเนื้อหาสาระดังนี้

สำหรับคำถามเรื่องลักษณะของระบบ A.I. ที่จะนำมาใช้ในตัวเกมจริง ๆ และคุณทาบาตะ เคยเรียกว่าเป็นระบบที่คล้าย ๆ กับ Gambit ใน FFXII นั้น พี่ซัน-ประเสริฐ ทีมงานผู้ออกแบบด้าน A.I. ของเกมได้เข้ามาตอบว่าพวกเขาได้สร้างระบบ FFXV ให้เป็นระบบที่ผู้เล่นสามารถกำหนดรูปแบบการต่อสู้ให้พวกพ้องใช้ได้ แม้มันจะเป็นระบบที่ไม่เหมือนกับ Gambit ใน FFXII ก็ตามที

ส่วนคำถามที่ว่าจะมีระบบปีนขึ้นไปบนตัวมอนสเตอร์ เหมือนกับที่เคยเห็นในเทรลเลอร์เมื่อช่วงงาน E3 2013 หรือไม่ คุณยูจิ เคนอิจิโระ ทีมงานด้านวางแผนการต่อสู้ได้ตอบอ้อม ๆ ว่าตัวเกมจะมีระบบทำให้ศัตรูอ่อนแอลง ด้วยการทำลายอวัยวะบางส่วนของมันก่อน และนี่เป็นระบบที่มีส่วนสำคัญในการต่อสู้ เราสามารถทำแบบนั้นได้ในการต่อสู้กับศัตรูขนาดยักษ์ตามสถานที่ที่กำหนดไว้ โดยอาจจะวาร์ปเข้าไปตีโดยตรง หรือไปยืนในจุดบอดของศัตรูเพื่อรอ Parry แล้วโจมตีสวนกลับ


ป.ล. ข้อมูลแบบนี้ลงได้ แต่ข้อมูลที่สัมภาษณ์มาเอง... ดันลงไม่ได้ Orz”

Monday, November 16, 2015

เก็บตกข้อมูลความรู้สึกจากนักพากย์ KH ในงาน D23 Expo 2015

เก็บตกข้อมูลจากงาน D23 Expo 2015 ตามรายงานของแฟมิซือ

*เคยนำเสนอข้อมูลไปแล้วในวันงาน (http://ffplanet.exteen.com/20151103/kh-d23-expo-2015) สำหรับ entry นี้จึงเป็นการเก็บตกข้อมูลที่ยังไม่ได้นำเสนอ โดยเขียนตามรายงานของแฟมิซือครับ

- KH จัดจำหน่ายทั่วโลกไปแล้ว 21 ล้านชุด เป็นหนึ่งในเกมที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Disney

- หลังบรรเลงเปียโนสด เป็นช่วงที่คุณชิโมมุระ กับคุณนาคายามะ เล่าความหลังให้ฟัง ทั้งสองได้พบกันครั้งแรกตอนออดิชั่น Kingdom Hearts Piano Arrangement Album ซึ่งทั้งสองก็คุยกันดี ทว่าพอถึงตอนที่คุณนาคายามะต้องเล่นเปียโนเพื่อบันทึกเสียงจริงเท่านั้นแหละ วันนั้นเริ่มบันทึกเสียงกันตอนเที่ยงคืน ทั้งที่เพลงมันก็สั้น ๆ เล่นแป๊ปเดียวก็จบ แต่คุณชิโมมุระก็มักพูดว่า “ขอใหม่อีกรอบ” ซึ่งพอเล่นซ้ำแล้วเธอก็ไม่โอเค คุณนาคายามะก็เล่นแล้วเล่นอีก จนต้องแอบไปร้องไห้ในห้องน้ำ  การบันทึกเสียงก็ทำกันอยู่นานถึง 4 ชั่วโมง กระทั่งคุณชิโมมุระ ถึงจะได้เสียงที่เธอพอใจ

- ช่วงฉายเทรลเลอร์ KH II.8 มีฉากที่มิคกี้พูดว่า “ฉันได้พบอควอที่โลกแห่งความมืด” และในส่วน Back Cover ก็มีคนพูดว่า “ใครสักคนมีตำราพยากรณ์ฉบับสมบูรณ์ และคน ๆ นั้นก็คือผู้ทรยศ” แล้วก็ยังมีฉากที่ประโยคมากมายพวยพุ่งขึ้นมา ตามแบบฉบับของซีรีส์นี้

โทโยกุจิ เมงุมิ

- คุณโทโยกุจิ เมงุมิ (ผู้พากย์เสียงอควอ) บอกว่าฉากแรกที่เธอพากย์เลย คือฉากบทสนทนากับมาเลฟิเซนต์ เป็นครั้งแรกที่เธอได้คุยกับตัวละคร Disney และเธอรู้สึกว่าพวกมันยิ่งใหญ่มาก ช่วงแรกนั้นเธอรู้สึกว่าแอคติ้งของคนพากย์ตัวละคร Disney มันอยู่คนละระดับกับพวกเธอไปแล้ว การร่วมงานกับพวกเขาจึงดูยาก แต่เมื่อพากย์ไปเรื่อย ๆ จนเข้าถึงตัวละครของตัวเองแล้ว ก็จะทำได้ และสนุกไปกับงาน

- ตอนที่เธอพากย์คำพูดสุดท้ายของเรื่อง  (つながっている) เธอบอกว่าเธอโดนสั่งให้พากย์ใหม่เป็นสิบ ๆ รอบ (แต่คุณโนมุระเคยให้สัมภาษณ์กับแฟมิซือว่า ฉากนั้นสั่งให้พากย์ใหม่ร่วม 50 รอบนะ http://ffplanet.exteen.com/20100219/birth-by-sleep) จนใจเธอแทบแตกสลาย แต่ท้ายที่สุด เธอก็ผ่านมาได้... เธอไม่เคยโดนสั่งให้พากย์ใหม่เยอะขนาดนั้นมาก่อน มันเลยเป็นความทรงจำไม่รู้ลืมสำหรับเธอ

- ตัวเธอเองได้เอา BBS ไปเล่นแล้ว แต่ก็เล่นไม่จบเนื้อเรื่องอควอ เธอบอกว่าถ้าเล่นจบไปก็คงทำให้รู้สึกเศร้า แม้เธอจะเล่นไปเกือบจบแล้วก็ตาม แต่สำหรับภาคต่อที่จะตามมานี้ เธอตั้งเป้าว่าจะปราบบอสใหญ่ให้ได้ล่ะ

- ทั้งนี้คุณเมงุมิบอกว่าเธอยังไม่ได้เริ่มการพากย์เสียงอควอในภาค 0.2 เลย

เรียวทาโร่ โอคิอะยุ

- คุณเรียวทาโร่ โอคิอะยุ ผู้พากย์เสียงเทอร์ร่า บอกว่าตอนแรกสุด เขาได้เข้ามาพากย์เสียงให้เทรลเลอร์ แต่หลังจากนั้นข่าวคราวก็เงียบหายไปนาน จนนึกว่าจะไม่ได้กลับมาพากย์แล้ว แต่ท้ายที่สุดก็ได้พากย์อยู่ดี

- ในการพากย์เสียง BBS ส่วนใหญ่เขาจะเข้ามาพากย์เสียงคนเดียว แม้เนื้อเรื่องในเกมเทอร์ร่ากับเวนจะซี้กัน แต่ตอนพากย์เสียงเขาไม่ได้เจออุจิยามะคุง ผู้พากย์เสียงเวนเลย (เคยเจอกันแค่ 2 ครั้ง ครั้งนึงตอนโปรโมตเกม กับอีกครั้งนึงเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมจำไม่ได้ว่าในวาระอะไร)

- ฉากที่เขาจำได้ดีที่สุด คือฉากที่เทอร์ร่าพูดกับมาสเตอร์เซอานอร์ทว่า “แกทำอะไรกับหัวใจของเขา!?” ซึ่งพากย์ไว้ตั้งแต่ตอนสร้างเทรลเลอร์ ซึ่งประโยคนี้เป็นการบอกใบ้ถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นตามมา

- ตอนที่พากย์เสียง เขาก็คิดนะว่าเรื่องราวของสามเกลอนี้จะได้ยังคงดำเนินต่อไปหลังจาก BBS จบลงหรือไม่ ตอนนั้นเขาก็นึกภาพเราสามคนที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่อดีต และนึกถึงเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไปอย่างไม่รู้จบ

- สำหรับภาค 2.8 ที่จะออกตามมา ตอนนี้ทีมงานยังเปิดเผยเนื้อเรื่องไม่ได้มาก แต่เขาก็อยากให้แฟน ๆ คุยกันว่า “เกิดอะไรขึ้นกับเทอร์ร่า?” “อยากให้อควอออกมาจากที่แห่งนั้นได้” “เวนเป็นยังไงบ้าง... อุจิยามะคุงอยู่ที่ไหน?” (หัวเราะ)

โควคิ อุจิยามะ

- คุณโควคิ อุจิยามะ ผู้พากย์เสียงร็อคซัสและเวน เริ่มพูดจากประเด็นของร็อคซัสว่าเขาไม่รู้สึกว่าโลกที่เขาอาศัยอยู่นั้นเป็นของของจริง (หมายถึงตอนอยู่ในทไวไลท์ทาวน์จำลองช่วงต้น KH II) และสงสัยว่าโลกใบนี้เป็นของจริงหรือไม่ ตอนที่เขาพากย์เสียงร็อคซัส ช่วงนั้นเขายังเรียนมัธยมอยู่ พอต้องพากย์เสียงบทแบบนั้นแล้วมันก็ทำให้เขานึกสงสัยแบบเดียวกันขึ้นมา (ว่าโลกที่ตัวเองอยู่เป็นของจริงหรือไม่) พอเกิดความคิดแบบนั้นขึ้นมาจริง ๆ แล้ว เวลาพากย์เสียง เขาก็พูดด้วยความนึกคิดแบบนั้นจริง ๆ มันเลยทำให้การพากย์เสียงง่ายมาก

- บทของเวนนั้น เป็นผู้มอบกำลังใจและความร่าเริงให้กับผู้อื่น ซึ่งคุณอุจิยามะ ไม่ได้เป็นคนแบบนั้นแล้ว ปกติแล้วเขาค่อนข้างเงียบมากกว่า แต่การพากย์เวน ก็ทำให้เขาได้เสริมนิสัยส่วนที่ขาดหายไปขึ้นมาด้วย

- ตัวเขาเองไม่ได้ทำงานให้กับซีรีส์อื่นมานานขนาดนี้ อย่างที่บอกว่าตอนเขาพากย์เสียงร็อคซัส เขายังเรียนมัธยมอยู่ พอไปพากย์ที่สตูดิโอ เขาก็ตื่นเต้นมาก แต่ตอนนั้นเขาต้องพากย์เสียงร่วมกับผู้พากย์เฮยเนอร์ เพนซ์ โอเล็ต ซึ่งด้วยบทบาทที่ต้องพากย์ มันก็ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังไปโรงเรียนยังไงยังงั้น

- เวลาผ่านไปนาน เขาได้กลับมาพากย์ซีรีส์นี้อีกครั้ง ในภาคใหม่ ตัวละครใหม่ ได้รับบทบาทมากมาย (ทั้งเวน และเนกุ) เกิดความทรงจำขึ้นหลากหลาย ซีรีส์นี้ยังคงดำเนินต่อไป และเขาก็อยากรู้ว่าเขาจะได้มีบทบาทต่อไปยังไงบ้าง ก็ยังไม่อยากให้บทบาทของตนเอง ต้องจบลงเพียงเท่านี้

มิยุ อิริโนะ

- คุณอิริโนะ ผู้พากย์เสียงโซระ บอกว่าในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา เขาและโซระต่างเติบโตไปด้วยกัน แต่จุดที่โซระเติบโตขึ้นนั้น คงไม่เหมือนกับเขาซะทีเดียว ก็อยากรู้ว่าในช่วง 15 ปีที่ผ่านมานั้น โซระจะเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้าง (จากคำพูด 15 ปีนี้ ทำให้มีแฟน ๆ คิดกันว่าคุณอิริโนะอาจจะรู้ว่าทีมงานมีแผนวางจำหน่ายเกมในปี 2017 ซึ่งเป็นช่วง 15 ปีหลัง KH ภาคแรก แล้วคุณอิริโนะอาจเผลอพูดออกมาโดยไม่ทันคิด)

- คุณอิริโนะ บอกว่าเขาได้ทำงานร่วมกับคุณมิยาโนะ ผู้พากย์ริคุ และคุณอุจิดะ ผู้พากย์ไคริ ตั้งแต่ตอนเป็นวัยรุ่น เวลาผ่านไป พวกเขาก็ผูกพันกันมากขึ้น ราวกับว่าเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กเหมือนพวกโซระจริง ๆ

- ก่อนจะมาพากย์ KH เวลาที่เขาเห็นโดนัลด์และกู๊ฟฟี่ เขาก็รู้สึกเฉย ๆ แต่ตอนนี้เวลาที่เขาเห็นพวกมันที่ Disneyland หรือในหนัง ความรู้สึกของเขาเปลี่ยนไป เขารู้สึกราวกับว่าพวกมันเป็นเพื่อนของเขาจริง ๆ

- ตัวเขาเองชอบเรื่องราวของร็อคซัสเป็นพิเศษ และเหตุการณ์ท้ายเรื่องที่ร็อคซัสกลับไปรวมเป็นหนึ่งเดียวกับโซระก็ตราตรึงเขามาก

- อีกเรื่องราวหนึ่งที่เขาจำได้ไม่ลืม คอนตอนร้องเพลง Under the Sea ในดาว Little Mermaid ซึ่งตอนนั้นเขาไม่ได้ร้องในแบบคาราโอเกะ แต่ร้องมันในแบบฉบับเพลงของเขาเอง

ริสะ อุจิดะ

- คุณอุจิดะ ผู้พากย์เสียงไคริและซิออน บอกว่าในโลกของ KH ไคริเป็นแสงสว่าง เธอพากย์เสียงด้วยความคิดนั้นอยู่ในใจเรื่อยมา ทว่าการยึดถือแสงสว่างในตอนนั้นกับในตอนนี้ มันต่างกัน การจะคงอยู่ในแสงสว่างให้ได้ตลอด เราต้องเข้มแข็งมาก ๆ เธอมาตระหนักถึงเรื่องนี้ก็ตอนโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไคริผู้ที่สามารถคงอยู่ในแสงสว่างได้ตลอดนั้น เป็นเด็กที่มหัศจรรย์มาก เธอได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากไคริเช่นกัน

- ส่วนซิออนนั้น ในตอนแรกเธอไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอก็เริ่มตระหนักคิดถึงเรื่องของตัวเองมากขึ้น การจะถ่ายทอดลักษณะนี้ออกมาเป็นเรื่องยาก ความกังวลที่ว่า “ฉันเป็นโนบอดี้ใช่มั้ย? ฉันมันก็เป็นแค่เครื่องมือ” เป็นสิ่งที่ทุกคนต่างต้องเคยคิดกันมาบ้าง ดังนั้น เธอจึงไม่คิดว่าซิออนนั้นผิดปกติ คุณอุจิดะคิดว่าในการพากย์เสียงซิออน เธอต้องโอบรับความรู้สึกเหงา ความกังวลนั้นมาด้วย ถึงจะพากย์เสียงได้ ทว่าท้ายที่สุด มันก็ทำให้เธอรู้สึกเศร้าไปด้วย

- สำหรับโซระแล้ว ไคริเป็นแสงสว่างของเขา แต่คุณอุจิดะคิดว่าสำหรับไคริแล้ว โซระก็เป็นแสงสว่างของเธอเช่นกัน

- ไครินั้นมองริคุต่างออกไปจากโซระ เธอมองริคุเหมือนเป็นพี่ชาย ในภาค 2 การที่ไคริเติบโตขึ้นจนถือคีย์เบลดสู้ได้ ทำให้เธออดคิดไม่ได้ว่ามันต้องเป็นเพราะเธอเฝ้ามองริคุเป็นแบบอย่าง

- ตอนที่เธอออดิชั่น เธอคิดว่าเธอไม่ค่อยมีทักษะด้านการพากย์เสียงเลย ก็เลยไม่แน่ใจว่าเธอควรเอาดีด้านนี้ต่อไปหรือไม่ ตอนนั้นรู้สึกเป็นกังวลมาก แต่พอเธอได้สคริปต์มา เธอก็ตกหลุมรักโลกของ KH และอยากจะมีส่วนร่วมกับโลกนี้ให้ได้ เธอสนใจใน KH มากขึ้น และคิดว่ามันเป็นโอกาสสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต ตอนนี้ก็อยากจะเติบโตร่วมกับไคริต่อไปเรื่อย ๆ จึงขอขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุนเรื่อยมา

มาโมรุ มิยาโนะ

- คุณมิยาโนะ ผู้พากย์เสียงริคุ บอกว่าริคุได้ต่อสู้กับความมืดในตัวเองมาอย่างยาวนาน เขาต้องการแก้ตัว จึงรวบรวมความกล้า และเติบโตขึ้นเป็นแสงสว่าง เพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นได้ การก้าวข้ามประสบการณ์และต่อสู้ไปพร้อมกับคีย์เบลดในกำมือ เป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของริคุ

- KH เป็นงานที่อยู่กับคุณมิยาโนะมาทุกก้าวย่างของชีวิต ริคุได้เติบโตขึ้น ตัวคุณมิยาโนะเองก็เติบโตขึ้นบ้างเหมือนกัน สำหรับริคุแล้วโซระเป็นแสงสว่างชั่วนิรันดร์ ความชื่นชมที่เขามีต่อโซระนั้นไม่เคยแปรเปลี่ยน ว่ากันว่าเป็นเพราะไคริ ริคุจึงยังเชื่อมโยงกับโซระยู่ได้ โซระจึงเป็นคนพิเศษ (อันนี้ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันเกี่ยวกับไคริยังไง)

- ตอนที่เขาได้รับบทบาทให้พากย์ KH เป็นช่วงที่เขาพึ่งเริ่มต้นทำงานพากย์เสียง ตอนนั้นเขายังเด็ก การได้ทำงานร่วมกับรุ่นพี่อย่างคุณอิริโนะในสตูดิโอมันสนุกมาก เขาได้เรียนรู้อะไรมากมาย ช่วงเวลาเหล่านั้นมันประเมินค่ามิได้ จนเขารู้สึกสนิทกับคุณอิริโนะ เช่นเดียวกับที่โซระสนิทกับริคุ

ช่วงสุดท้ายของงาน คุณโนมุระและคุณชิโมมุระ ลุกจากที่นั่งขึ้นมาพบปะเล่นกับแฟน ๆ ทั้งฮอลล์จึงเต็มไปด้วยเสียงฮือฮากึกก้อง

Friday, November 13, 2015

คลิปโชว์กระบวนท่าต่อสู้ของฟรีโอนีลใน Dissidia Arcade


ต่อจากเมื่อวานนี้ คราวนี้ Square Enix อัพเดทคลิปกระบวนท่าการต่อสู้ของรถถังฟรีโอนีลใน Dissidia -Final Fantasy- Arcade ผู้มีท่าโจมตีกลางอากาศแค่ท่าเดียว... 

ในภาคนี้วิธีการต่อสู้ค่อนข้างเปลี่ยนไปมาก (แต่ก็ยังเป็นรถถังภาคพื้นดินเหมือนเดิม) ท่า Straight Arrow กลายเป็นท่าตีเบรฟ การโจมตีธรรมดาก็เปลี่ยนเป็นระบบคอมโบ 3 ชั้น

คลาวด์เข้าร่วม Super Smash Bros. บน Wii U & 3DS


Nintendo ประกาศใน Nintendo Direct ว่าคลาวด์จาก Final Fantasy VII จะเข้าร่วมฟาดฟันใน Sumer Smash Bros บนเครื่อง Wii U และ 3DS ในฐานะตัวละครใหม่

ทั้งนี้ในเทรลเลอร์เดียวกันยังมีการเปิดเผยสเตจมิดการ์ การเรียกมนต์อสูร และลิมิตเบรก 超究武神覇斬

Thursday, November 12, 2015

คลิปโชว์กระบวนท่าพี่แสงใน Dissidia Arcade


Square Enix อัพเดทวีดีโอโชว์กระบวนท่าการต่อสู้ของพี่แสง (aka. ตัวล่อเป้าแห่งแสง) ใน Dissidia -Final Fantasy- Arcade ดูแล้วเชิญวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงตามอัธยาศัย

สำหรับคลิปนี้ จุดที่เตะตาผมคือ Shield of Light ซึ่งอย่างที่ทราบกันดีแล้วว่าในภาคนี้มันกลายเป็นแค่ท่า Brave Attack ธรรมดา แต่อาณาเขตการป้องกันของมันก็กว้างใช้ได้ทีเดียว (เท่ากับโล่ยักษ์ 3 อันต่อกัน) สมเป็นการปรับแต่งให้เข้ากับการสู้แบบ 3 vs 3 ครับ

Witawat อธิบายการสร้าง Physical Animation ของ FFXV ในงาน SIGGRAPH ASIA 2015


สัปดาห์ก่อนทางเว็บไซต์ 4gamer ของญี่ปุ่น ได้ลงข่าวคุณ Witawat Rungjiratananon (หาแหล่งอ้างอิงชื่อสกุลภาษาไทยไม่เจออ่ะ) ซึ่งเป็น Animation R&D Engineer ของ Square Enix ได้ไปร่วมงาน SIGGRAPH ASIA 2015 ซึ่งจัดขึ้นที่โกเบคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ในเฮียวโง โดยเจ้าตัวได้ไปร่วมงานสัมมนาในวันแรก โดยคุณ Witawat ในฐานะตัวแทนของ Square Enix ได้อธิบายถึงความแตกต่างของ R&D ในแวดวงวิชาการกับในวงการเกม ว่ามีเป้าหมายและวิธีการต่างกันอย่างไร

ตัวอย่างเช่น ในแวดวงวิชาการ ก็จะเลือกปัญหาที่สนใจขึ้นมาค้นคว้าและทำเอกสารรายงานการวิจัยออกมา แต่ในส่วนของวงการเกมนั้น ผู้วิจัยก็ต้องทำออกมาเพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์เป็นเอนจิ้นสำหรับสร้างเกม และยังต้องทำงานตามโจทย์ที่ดีไซเนอร์วางไว้ให้ ซึ่งก็ต้องมีการแลกเปลี่ยนระหว่างกัน นอกจากนี้ ในวงการเกมเรายังสามารถใช้ทริคหลอกตาได้ (ในแวดวงการศึกษาเขาจะหาทางวิจัยหาทางแก้กันจริง ๆ โดยไม่ใช้ทริคหรอกตา) และยังต้องคำนึงถึงการแบ่งปันทรัพยากรเครื่องไปให้กับปัจจัยด้านอื่น ๆ อย่าง A.I. และกราฟฟิก

หลังจากพูดถึงความแตกต่างงของ R&D ในแวดวงวิชาการกับในวงการเกมแล้ว คุณ Witawat ยังพูดถึงเรื่องการสร้างอนิเมชั่น ของเสื้อผ้า เส้นผม พืช ขน ซึ่งต้องพลิ้วไหวไปกับคลื่นลมในเกม Final Fantasy XV เพื่อให้เกิดความสมจริง

ตัวสไลด์ประกอบคำบรรยายเป็นภาษาอังกฤษที่เข้าใจง่าย ใครสนใจ ลองเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ในข่าวของ 4gamer ดูครับ


ทริคเบื้องต้นในการเล่น Shantotto สำหรับ Dissidia 012


จากที่เมื่อวาน ลงภาพป้าแชนท็อทโตะไป ทำให้คิดถึงป้าขึ้นมา เลยไปขุดรีเพลย์เก่า ๆ ตอนที่ยังเล่นป้าใน Dissidia 012 ขึ้นมาเรนเดอร์แบบ 900MB ดู

(ตอนดูใน PC มันก็ชัดนะ... แต่ไหงลง youtube แล้วภาพโดนบีบอัดลงไปอีก)

ป้าแชน เป็นหนึ่งในตัวละครที่ใช้ยากพอสมควร เนื่องจากป้าไม่ใช่ตัวละครแนวบู๊ล้างผลาญที่จะบุกตะลุยเข้าไปสาดมนต์ดำรัว ๆ ได้ มนต์ดำของป้านั้นหลบง่าย โดนยาก มีช่องโหว่เยอะ ขืนไปทะเล่อทะล่ายืนร่ายเวทย์ จะโดนเขาถล่มเอาได้

การจะใช้ป้าแชนให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นจะต้องใช้เวทย์ Bind และ Stun เพื่อทำลายจังหวะของศัตรูก่อน แล้วจึงค่อยร่ายมนต์ดำตาม ในที่นี้จึงอยากรื้อฟื้นเทคนิคการโจมตีของป้า ที่บางคนอาจไม่เคยรู้ให้ฟังกัน

1. Bind -> Black Magic

เนื่องจากมนต์ดำของป้านั้น ปกติจะมีพิษสงกะหลั่วมาก ยิงไปก็ไม่ค่อยจะโดน และแม้มนต์ดำจะยิงเป็นคอมโบได้ แต่ถ้าดอกแรกไม่โดน ดอกสองและสามมันก็จะตามมาไม่ได้

ทว่าปัญหานี้ แก้ไขได้ด้วยการร่ายเวทย์ Bind ให้ติดก่อน เมื่อศัตรูถูกตรึงอยู่กับที่ด้วยเวทย์ Bind ให้ป้าร่ายมนต์ดำมั่ว ๆ ออกไปได้ทันที โดยไม่ต้องสนใจว่าเราจะยิงโดนตัวศัตรูหรือไม่ 

เมื่อศัตรูโดน Bind แล้วป้าร่ายมนต์ดำไปแล้ว มนต์ที่ร่ายไปมันไม่โดนศัตรู... แต่โปรแกรมมันจะถือว่าศัตรูโดนโจมตีด้วยดอกแรกไปแล้ว ทำให้ป้าสามารถร่ายเวทย์ดำเป็นคอมโบ ดอกสอง ดอกสาม ต่อได้ทันที (ดูคลิปช่วงวินาทีที่ 4 - 10 ประกอบ)

2. Stun -> Aero, Water

เวทย์ Stun ของป้า เป็นเวทย์ที่ทำให้ศัตรูหยุดชะงักไปชั่วขณะ และใช้เวลาร่ายเพียง 13 เฟรมเท่านั้น

เวทย์นี้ดูเผิน ๆ แล้วเหมือนไม่ค่อยมีประโยชน์ แต่จริง ๆ แล้วมันมีประโยชน์มาก เนื่องจากเป็นหนึ่งในท่าที่ออกเฟรมได้ไวที่สุด จึงสามารถใช้ทำลายจังหวะของศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ถ้าป้าสามารถร่าย Stun ศัตรูบนพื้นได้สำเร็จ ป้าจะมีเวลามากพอให้ร่ายมนต์ดำอื่น ๆ ยิงตามซ้ำใส่ศัตรูได้

แต่ถ้าปะทะกับศัตรูบนฟ้า เมื่อป้าร่าย Stun ใส่ศัตรูได้แล้ว ขณะที่ศัตรูกำลังร่วงลงไป ให้ป้าร่าย Aero หรือ Water ตาม ก็จะสามารถตามซ้ำใส่ศัตรูได้ (ดูคลิปช่วงวินาทีที่ 12 - 16 ประกอบ)

2 เทคนิคดังกล่าว เป็นพื้นฐานสำคัญที่คนเล่นป้าต้องรู้เอาไว้ ก่อนจะต่อยอดไปสู่เทคนิคอื่น ๆ ได้

(อันที่จริง ใน Dissidia ภาคแรกเอง ยังมีเทคนิคการปั๊มเบรฟอย่างรวดเร็วให้ป้า เพื่อทำ One Turn Kill ในพริบตาอีกด้วย)

ในด้านเกมเพลย์นั้น ป้าคงไม่ใช่ตัวละครที่เก่งที่สุด เนื่องจากใช้ค่อนข้างยาก จะทำอะไรก็ต้องร่าย Bind, Stun เอาไว้ก่อน แต่ผมว่าป้าเป็นตัวละครนึงที่เล่นสนุก ใครที่เบื่อ ๆ ตัวละครแนวบู๊ล้างผลาญ ลองเปลี่ยนมาหัดเล่นป้าบ้าง ก็สนุกดีครับ

ป.ล. ช่วงนาทีที่ 2.44 เป็นต้นไป เป็นเทคนิคการเรียก Assist ออกมา ในช่วงเสี้ยววินาทีก่อนที่หัวป้าจะโขกกับหัวของศัตรู เป็นการสร้างจังหวะให้ป้ายิงมนต์ดำได้อีกเช่นกัน

Tuesday, November 10, 2015

ทาบาตะยืนยันใส่ม็อคกลับมาใน FFXV แต่คงไม่ใช่ม็อคช่างคุย


จากที่ก่อนหน้านี้คุณ ฮาจิเมะ ทาบาตะ ผู้กำกับ Final Fantasy XV เคยพูดไว้ในงาน Gamescom 2015 ว่าคงไม่มีม็อคปรากฏในเกม ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็มีกระแสคัดค้านจากแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ทางทวีตภพของเกมจึงได้เปิดให้แฟน ๆ โหวตว่าอยากให้มีม็อคในเกมภาคนี้หรือไม่? ซึ่งผลโหวตออกมาว่า 78% อยากให้ม็อคได้อยู่ต่อ

หลังผลโหวตออกมาแล้ว คุณทาบาตะจึงได้กล่าวขอบคุณสำหรับทุกเสียงโหวต และแจงว่าเขาจะหาแนวทางสนุก ๆ ใส่ลงไป แต่คงไม่เอาเวลาสร้างม็อคไปแลกกับเนื้องานอื่น ๆ ดังนั้น ม็อคที่จะสร้างมาในภาคนี้ คงไม่ใช่ม็อคช่างคุยนัก เอาเป็นแบบที่ทำง่าย ๆ เป็นลูกเล่นสนุก ๆ ละกัน

ทั้งนี้เฮียแกยังเสริมอีกว่า ปัจจุบันตัวเกมทำไปถึงขั้น Pre-Beta Version แล้ว ตัวงานโดยรวมมีความคืบหน้าไปมาก งานใหญ่ที่จะจัดขึ้นในเดือนมีนาคม 2016 ก็จะเปิดเผยข้อมูลเยอะแยะ อยากให้อดใจรอจนกว่าจะถึงวันนั้นกัน

Saturday, November 7, 2015

ลุงโนบุโอะ ไม่ได้เป็นผู้ประพันธ์เพลงใน FFVII Remake


เว็บไซต์ Jeuxvideo ของฝรั่งเศส ได้สัมภาษณ์คุณโนบุโอะ อุเอมัตสึ ผู้ประพันธ์เพลงคนเดิมของ Final Fantasy VII ว่าลุงแก มีส่วนร่วมในการทำ Final Fantasy VII Remake ด้วยมั้ย?

คุณโนบุโอะตอบกลับมาชัดถ้อยชัดคำ "กูไม่เกี่ยว" ("Pas du tout.")


จริง ๆ ถ้าแค่จะเรียบเรียงเพลงใหม่ ก็ยังมีผู้ประพันธ์เพลงคนอื่น ๆ ที่เป็นขาประจำของค่าย ที่น่าจะทำได้ดี ไม่ว่าคุณทาเคฮารุ อิชิโมโตะ, โยโกะ ชิโมมุโระ, มาซาชิ ฮามาอุซึ, นาโอชิ มิซึตะ ฯลฯ.... แต่ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับครับว่าเพลงของลุงโนบุโอะ มีเอกลักษณ์อันโดดเด่น มีความสุนทรีย์ในอีกรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร เป็นเรื่องน่าเสียดายเหมือนกัน

Won 6 in a row in Super Star 2016


ในที่สุดก็ได้มาแล้ว TwT... Trophy ที่ยากที่สุดซีรีส์ Winning Eleven - นั่นคือ การชนะคอมพิวเตอร์ ความยากระดับ Super Star ติดต่อกัน 6 นัด ในภาค 2016 

ตอนภาค 2015 ผมเคยบอกว่า Trophy ที่มีเงื่อนไขเดียวกันนี้ เป็น Trophy ที่ยากที่สุด ทว่าคอมพิวเตอร์ในภาคนั้น มันยังมีจุดบกพร่องอยู่เยอะ สไตล์การเล่นมันมีแค่ครองบอลกับบุกแหลก แล้วเวลาไม่ครองบอล มันจะไม่เพรสซิ่งมาก ดังนั้น ถ้าเราฟลุ้คยิงนำ 1-0 ก็ติ๊ดชึ่งอยู่หน้าโกลได้เลย ยังไงมันก็แทบจะไม่เข้ามาแย่ง

แต่ในภาค 2016 ทีมงานมันอัพเกรด A.I. ของคอมพิวเตอร์ให้โฉดขึ้นไปอีก เริ่มมีการเล่นถ่วงเวลาบ้าง ใช้เทคนิค Feint หลอก 2 ขั้นก่อนจะแทงบอลต่อไปบ้าง แล้วก็เพรสซิ่งหนักกว่าเดิม ทำให้เรียกได้เต็มปากเลยว่า Trophy เงื่อนไขเดียวกันในภาคนี้ มันทำได้ยากกว่าภาคที่แล้ว

แต่สุดท้าย ก็ผ่านมาแล้ว ชนะ Super Star ระดับ Stronger (หมายถึงคอมพิวเตอร์จะเลือกทีมที่มีระดับสูงกว่าเรา มาแข่งด้วยเสมอ) ติดต่อกัน 6 นัด โดยแผนที่ผมเอามาใช้เล่นจนชนะได้คือ "ปรัชญา" เน้นครองบอล ส่งขวางสนามไปมา ถ้าตันก็ส่งคืนหลัง ถ้าส่งไปข้างหน้าได้ชัวร์ ๆ ค่อยส่ง แต่ถ้าเสี่ยงก็ส่งคืนหลังโลด เอาให้บอลอยู่กับตัวไว้ก่อน.... แล้วก็ส่งไปส่งมารัว ๆ แต่ละแมตช์ครองบอลได้ 60-70% เล่นได้โคตรน่าเบื่อ มีโอกาสยิงไม่กี่ครั้ง แต่ทุกครั้งคือต้องเน้นที่สุดให้เป็นประตู

ขอบคุณอ้วนปรัชญา.... TwT เอาแผนอ้วนปรัชญามาใช้เลยนะเนี่ย ถึงเก็บ Trophy นี้ได้ แม้ในชีวิตจริงแผนนี้จะถูลู่ถูกัง แต่ในเกม มันได้ผลชะงัดดีนักแล

ป.ล. แผนอ้วนปรัชญา เอาไปใช้เล่นกับคนจริงไม่ได้... ส่วนใหญ่คนจริงจะเล่นเพรสซิ่งเร็วโดยไม่สนสตามิน่าอยู่แล้ว และขืนเรามัวแต่เคาะบอลไปมาแบบนี้ เขาจะลุกขึ้นมากระทืบเราเอา...

Tuesday, November 3, 2015

อัพเดทล่าสุดของซีรีส์ KH จากงาน D23 Expo 2015

ในวันนี้มีการจัดงาน D23 Expo ขึ้นในประเทศญี่ปุ่น อย่างที่เคยจัดมาทุกปี สำหรับงานปีนี้ ทาง Square Enix ได้โปรโมทไว้ก่อนแล้วว่าจะนำเสนอความคืบหน้าของเกม Kingdom Hearts III ในรูปแบบ Theatre ซึ่งก้เป็นการพรีเซนต์บนเวที ในช่วง 11.00 - 12.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

เมื่อถึงเวลา 11.00 น. กลับมีการประกาศขอความร่วมมือจากผู้เข้าร่วมงาน มิให้ถ่ายรูป บันทึกภาพ หรือโพสต์ข้อมูลข่าวสารจากงานลงใน Social Network จนกว่าจะถึงเวลาบ่าย 3 โมง ซึ่งในภาพรวมแล้วผู้เข้าร่วมงานทั้งหลาย ก็ให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี แม้จะมีการแอบถ่ายรูปไปบ้าง แต่ก็ไม่มีใครโพสต์ภาพและข้อมูลของงานจนกว่าจะถึงเวลาที่ทางค่ายได้ร้องขอเอาไว้เลย

กระทั่งเวลา 15.00 น. ตรงเป๊ะ เว็บไซต์ข่าวเดนเกคิ และแฟมิซือ ก็ได้กด Publish ข่าวที่พวกเขาเขียนตรียมไว้ล่วงหน้าทันที พวกภาพและข้อมูลที่แฟน ๆ พิมพ์เก็บกันไว้ก่อนก็ทยอยปล่อยออกมา

โดยรวมแล้ว ตัวงานดังกล่าวมีลำดับการพรีเซนต์ดังนี้

- เริ่มต้นด้วยการทักทายจากคุณเท็ตสึยะ โนมุระ และคุณชินจิ ฮาชิโมโตะ

- ต่อด้วยโชว์การบรรเลงเปียโนจากคุณโยโกะ ชิโมมุระ และคุณฮิโรยูคิ นาคายามะ บรรเลงเพลง Dearly Beloved, The Other Promise และ Musique pour La Tristesse de Xion

- พรีเซนต์ KH χ, KH Unchained χ, KH III และ KH -HD II.8- Final Chapter Prologue- โดยมีการฉายเทรลเลอร์ใหม่ของ KH III และ II.8

- เปิดเผยฮาร์ทเลสยักษ์ตัวใหม่ที่ต่อสู้กับอควอในภาค II.8 และโนบอดี้ตัวใหม่ในภาค III

- ฉายวีดีโอการสร้าง KH III ซึ่งมีเรื่องของดาวโอลิมฟัส, เมืองรุ่งอรุณ (Daybreak) ทางค่ายบอกว่าจะฉายแค่ในงานนี้ ไม่มีการเปิดเผยสู่สาธารณะ (ตอนงานวางจำหน่าย KH II.5 ในอเมริกา ก็มีการเปิดวีดีโอการสร้าง KH III ที่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เผยแพร่สู่สาธารณะเช่นกัน)

- ฉายวีดีโอคอมเมนต์จากทีมนักพากย์ตัวละครหลักของเกม

ส่วนอัพเดทแยกตามภาคมีดังนี้

Kingdom Hearts χ

- เตรียมอัพเดทดาวใหม่ Beast's Castle ในวันที่ 5 พ.ย. นี้

Kingdom Hearts Unchained χ

- จะมีจัดอีเวนต์ในเกม เรียกว่า みんなでミッキー・コーデ ในวันที่ 3 พ.ย. ตั้งแต่ 4 โมงเย็นเป็นต้นไป เป็นอีเวนต์สะสม Coin เพื่อแลกชุดอวาตาร์มิคกี้จาก KH II และพวกเมดัลอัพสเตตัส
- เมื่อล็อคอินในวันที่ 4 พ.ย. หลังเวลาตี 2 เป็นต้นไป (เวลาที่แจกของโบนัสในแต่ละวัน) จะได้รับเมดัล King Mickey KH II Ver แบบ 5 ดาว

Kingdom Hearts III


- มีการนำเสนอระบบ Lock On ของ KH ซึ่งใช้โจมตีตัวละครพร้อมกันได้หลายตัว (ผมว่าน่าจะเอามาจาก Shoot Lock ของ BBS)

- สำหรับโนบอดี้ตัวใหม่นั้น คุณโนมุระมีคอมเมนต์ไว้ว่าถ้าดูดีไซน์มันให้ดี ก็จะรู้ว่าเอามาจากตัวละครใด ซึ่งจากลักษณะของมัน ค่อนข้างเมืองมาร์ลักเซีย

- มีฉากที่พวกโซระ โดนัลด์ กู๊ฟฟี่ โจมตีด้วยการขี่โล่ที่ปาออกมา

- มีการนำเสนอ Attraction Flow (การโจมตีด้วยเครื่องเล่นมหาสนุก) ท่าใหม่ ซึ่งโจมตีด้วยการนั่งพาหนะคล้ายยานอวกาศ โดยทั้งลิงหมาเป็ดจะเข้าไปนั่งกัน 3 คน มีคำสั่ง Shooting Glide สำหรับโจมตี เมื่อโจมตีแล้วก็จะกลายเป็น FPF Mode

- ตัวเทรลเลอร์ใหม่ เริ่มต้นด้วยฉากโขกหมากรุกระหว่างเซอานอร์ทและเอราคุสแบบเดิม แต่คราวนี้เป็นเวอร์ชั่นเต็ม คุณ aibo จำบทสนทนาคร่าว ๆ ได้ประมาณว่า

เซอานอร์ท : นายรู้จักสงครามคีย์เบลดมั้ย?

เอราคุส : แน่นอนอยู่แล้ว

เซอานอร์ท : เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว เหล่าผู้ใช้คีย์เบลด ต่อสู้แย่งชิงแสงสว่างกัน

เอราคุส : เคยได้ยินจากมาสเตอร์มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

เซอานอร์ท : เดาว่าพวกเขาคงต้องการเอานำแสงสว่างเหล่านั้น มาทำให้ KH ปรากฏขึ้น และทำอะไรบางอย่าง

เอราคุส : คงงั้นมั้ง... ไม่เห็นเข้าใจเหตุผลของคนที่เริ่มก่อสงครามเลย

เซอานอร์ท : แล้ว เคยได้ยินเรื่องของลอสต์มาสเตอร์มั้ยล่ะ?

เอราคุส : พึ่งเคยได้ยินครั้งแรกเลยนะ ไปได้ยินมาจากไหนเหรอ?

เซอานอร์ท : เปล่า... ก็แค่สงสัยว่า...

เอราคุส : ไม่เห็นจะเข้าใจเลย

เซอานอร์ท : ที่จริงนายก็รู้ไม่ใช่เหรอ?

เอราคุส : อะไรล่ะ?

เซอานอร์ท : ณ ดินแดนแห่งนั้น แสงสว่างได้แพ้พ่ายต่อความมืด ว่าที่มาสเตอร์อย่างนาย ไม่มีทางที่จะไม่รู้

เอราคุส : งั้นเหรอ

เซอานอร์ท : เบิกตาจับจ้องมองทุกอย่างให้ดี มันถูกกำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว จุดจบของโลกนี้

เอราคุส : คงน่าเบื่อน่าดู ถ้าจุดจบถูกกำหนดเอาไว้แล้ว และความมืดเป็นฝ่ายชนะ

เซอานอร์ท : ดูมั่นใจจริงน้า แต่ตานี้เสียเปรียบอยู่ไม่ใช่เหรอ

เอราคุส : แสงสว่างมันไม่เหมือนความมืดหรอกนะ มันไม่ใช่สิ่งที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า

เซอานอร์ท : หวังว่างั้น

- ตัวเทรลเลอร์ ปิดท้ายลงด้วยฉากโซระ ร็อคซัส นามิเนะ ซิออน ริคุ แอ็คเซล ไคริ อควอ เทอร์ร่า และเวน กำลังมีความสุขอยู่ด้วยกัน

Kingdom Hearts -HD II.8- Final Chapter Prologue-



- ในสคริปต์ของภาค 0.2 มีท่อนที่เยนซิดพูดกับมิคกี้ ไคริ ริคุว่า "การต่อสู้ตัดสินกับเซอานอร์ทกำลังใกล้เข้ามา ผู้พิทักษ์แสงสว่างทั้ง 7 ต้องปกป้องหัวใจแห่งแสงบริสุทธิ์ทั้ง 7 เพื่อการนั้น ต้องให้ผู้ใช้คีย์เบลดทั้ง 3 คนที่หายตัวไปอย่างน่าเศร้าเมื่อ 10 ปีก่อน เวนตุส เทอร์ร่า และอควอ กลับมายังโลกนี้"
- ในส่วนของภาค χ Back Cover มีฉากสเตนกลาส ซึ่งเป็นกลุ่มโหร หัวหน้ายูเนียน คุยกันว่าใครคือผู้ทรยศ และในกลุ่มเรามีผู้ทรยศจริง ๆ เหรอ? ผู้ชายในกลุ่มบอกว่าอดคิดไม่ได้ว่าจะมีคนทรยศในกลุ่มพวกเรา และแน่นอนว่าเป็นอิทธิพลจากความมืด

- ช่วงสุดท้าย คุณโนมุระและชิโมมุระ ออกโรงเดินจับมือ พบปะแฟน ๆ ทั่วทั้งห้องจัดงาน เป็นเซอร์วิซปิดท้าย