Thursday, September 26, 2019

รีวิว ป๊ะป๋าแห่งแสง เรื่องราวของพ่อลูกติดเกม Final Fantasy XIV


Review : Brave Father Online : our story of Final Fantasy XIV
劇場版 ファイナルファンタジーXIV 光のお父さん
ป๊ะป๋าแห่งแสง เรื่องราวของพ่อลูกติดเกมไฟนอลแฟนตาซีสิบสี่

เรื่องราวของพ่อบ้างานวัยใกล้ 60 ที่กำลังจะได้แต่งตั้งเป็น CEO บริษัทเอกชo แต่จู่ ๆ แกก็ลาออกจากงาน มานั่งเหม่อลอยจุ้มปุ้กอยู่บ้าน ด้วยความที่พูดไม่เก่งและห่างเหินกับลูกเมียมานาน ทำให้ยากที่จะสานสัมพันธ์และพูดจากับครอบครัว แถมยังไม่ยอมบอกว่าเป็นอะไรทำไม ร้อนถึงลูกชายเกมเมอร์วัยเริ่มทำงานที่ต้องเอาเกม Final Fantasy XIV Online มามอมเมาและตีเนียนเข้าไปเป็นเพื่อนใหม่ของพ่อในโลกมายา เพื่อจะง้างความในใจของพ่อออกมาให้ได้

ภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงจากเรื่องราวบน Blog ของชาวญี่ปุ่น โดยมีการดัดแปลงเป็นบนละครโทรทัศน์มาก่อนในปี 2017 ก่อนจะนำบทโทรทัศน์มาดัดแปลงเป็นบทภาพยนตร์ต่อในปี 2019 โดยผู้กำกับคนเดียวกัน

Blog ของชาวญี่ปุ่นที่ว่า มีการแปลเป็นภาษาอังกฤษอย่างเต็มรูปแบบไว้ที่ : https://transnoteblog.wordpress.com/2017/03/08/tfol-toc/

-------------------------------------
ข้อควรรู้ก่อนการรับชม
-------------------------------------

หลายคนสงสัยว่าควรจะทำการบ้านด้วยการดูหนังเรื่องนี้เวอร์ชั่น TV Drama ที่ออกฉายทางโทรทัศน์ปี 2017 บน Netflix มาก่อนหรือไม่?

[ตอบ] - เพื่ออรรถรสสูงสุดในการรับชม ควรดูหนังเรื่องนี้โดยไม่ผ่านการดูเรื่องราวเวอร์ชั่น Blog และ TV Drama มาก่อน

ถ้าเคยดูเวอร์ชั่น Blog และ TV Drama มาก่อนแล้ว คุณจะรู้ Main Plot ของเรื่องอยู่แล้ว ทำให้ไม่เซอร์ไพรส์กับพล็อตและมุกต่าง ๆ ในส่วนที่ซ้ำกับเวอร์ชั่นอื่น ๆ อีกทั้งสมองจะเกิดการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง 3 เวอร์ชั่นไปและแยกการจดจำในระหว่างการรับชมไปด้วย

-------------------------------------
วิจารณ์ความแตกต่างจากเวอร์ชั่น TV Drama (ไม่สปอยล์เนื้อหา)
-------------------------------------

ประเด็นหลัก ๆ ของเรื่องเคยมีการหยิบยกมาพูดคุยและขยายความในอดีตไปหลายครั้งแล้ว ในที่นี้ขอหยิบเฉพาะส่วนที่เวอร์ชั่นภาพยนตร์ทำออกมา "แตกต่าง" จากเวอร์ชั่น TV Drama

1. งานภาพและเพลงประกอบ - ทำออกมาบรรจงประณีตยิ่งกว่าเดิมมาก ฉากภายในบ้านและสถานที่ทำงานของอาคิโอะก็ได้ภาพที่สวยงามขึ้น ขณะที่ฉากในเกมก็มีการแสดงทิวทัศน์ของโลก Eorzea ที่งดงามมากขึ้น มีการโชว์ภาพเหตุการณ์รายละเอียดตอนสู้กับทวินทาเนียและเหตุการณ์ในเกมต่าง ๆ มากขึ้น ใส่เอฟเฟคท์ลูกเล่นต่าง ๆ ลงไปมาก และผสมเพลงต่าง ๆ จากเกมลงไปได้อย่างกลมกล่อมดียิ่งกว่าเดิม

2. พล็อต - หากเวอร์ชั่น TV Drama คือการดัดแปลงจากเรื่องราวบน Blog ไป 1 ขั้น, เวอร์ชั่นภาพยนตร์ก็คือดัดแปลงต่อยอดไปอีกขั้น

ซึ่งในขณะที่เวอร์ชั่น TV Drama มีการแตกประเด็นยิบย่อยกิ่งก้านสาขาออกไปอย่างมากมายจนอาจล้นเกินความจำเป็น แต่เวอร์ชั่นภาพยนตร์จะรวบประเด็นสำคัญเข้าไว้ด้วยกัน และตัดประเด็นที่ผมรู้สึกว่าไม่ต้องมีก็ได้ หรือยืดเยื้อเกินไป ในเวอร์ชั่น TV Drama ทิ้ง

เนื้อหาช่วงไคลแมกซ์ของเรื่อง สมัยผมดูเวอร์ชั่น TV Drama เคยรู้สึกว่ามันควรสลับลำดับการเกิดเหตุการณ์สำคัญ หรือดัดแปลง Sequence ใหม่นิดหน่อย แล้วจะทำให้เนื้อหามี Impact มากขึ้น ปรากฏว่าพอมาเวอร์ชั่นภาพยนตร์นี้ ผู้กำกับแกได้ย้อนไปปรุงแต่งเหตุการณ์ตรงนั้นซะใหม่ ซึ่งทำออกมาได้ค่อนข้างดีกว่าเดิม!!

ทว่าผมกับหลานมีความเห็นตรงกันว่า ในขณะที่เวอร์ชั่น TV Drama ที่ฉายสัปดาห์ละตอนมันเกิดการทิ้งช่วงของเวลา มันก็ทำให้คนดูเกิดการตกผลึกในความคิดหลายอย่าง เกิดความผูกพันกับตัวละครอย่างช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไป และพอสัปดาห์ต่อมาเราก็ได้มารู้ว่า ผ่านไป 1 สัปดาห์แล้ว ตัวคุณพ่อมี Progress ในเกมเล่นเกมคืบหน้าไปแค่ไหนบ้างนะ? ทว่าในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ที่อัดเนื้อหารวดเดียวจบใน 114 นาที มันไม่สามารถเอาปัจจัยเรื่องการทิ้งช่วงเวลามาใช้ได้ ทำให้เวอร์ชั่น TV Drama ที่แม้บทจะเรียบกว่า แต่มันมีความเป็นธรรมชาติ และทำให้ผมกับหลาน อินกว่า...

3. ความตลกของเรื่อง - ในการทำสคริปต์ฉบับภาพยนตร์ ผู้กำกับได้สอดแทรกมุกตลกต่าง ๆ ลงไปเต็มเรื่อง ทั้งความโก๊ะของพ่อ ความแตกต่างระหว่างวัย ความบ้าบอออกนอกหน้าของรุ่นพี่อาคิโอะ เรื่องซุบซิบของผู้หญิง ฯลฯ ซึ่งเป็นมุกสากลที่คนดูทุกคนสามารถสนุกไปกับความฮาเรี่ยราดของเรื่องได้

แต่ทีนี้ มุกไหนที่เล่นซ้ำกับในฉบับ TV Drama ...ผมกับหลานจะไม่ฮา แต่คนดูคนอื่น ๆ ต่างฮากันทั้งโรง... ซึ่งเสียงหัวเราะเหล่านั้นก็ช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมให้เราอมยิ้มตามไปด้วย แม้มันจะเป็นมุกที่รู้อยู่แล้วก็ตาม

ส่วนมุกไหนที่มาใหม่ ไม่ซ้่ำกับในฉบับ TV Drama... หลายช็อตแค่ง้างมา ผมก็ฮาออกมาเบา ๆ เป็นคนแรกของโรง แต่หลายคนอาจจะไม่เก็ตมั้ง ส่วนใหญ่จะรอให้มีตัวละครพูดตบมุก แล้วคนค่อยฮาทั้งโรงกัน

4. พ่อแม่ของอาคิโอะ - ไม่ว่าจะเป็นช่วงเกือบ 20 ปีก่อนที่อาคิโอะยังเล็ก หรือในช่วงปัจจุบัน พ่อแม่ของอาคิโอะก็หน้าเหมือนกันเป๊ะ ไม่ได้แสดงความแตกต่างของช่วงเวลาเลนเฮ่ยยย อันนี้ค้านสายตามาตั้งแต่เห็นโฆษณาแล้ว! (เวอร์ชั่น TV ก็เป็นแบบนี้)

5. ตัวละครน้องสาวอาคิโอะ - ถูกเพิ่มเข้ามาในเวอร์ชั่นนี้ เพื่อเพิ่มมิติของครอบครัว เพิ่มมิติของตัวละครพ่อ ช่วยขยายช่องโหว่ว่าที่ผ่านมาผู้เป็นพ่อบกพร่องในการทำหน้าที่ของคนเป็นพ่ออย่างไร ทำให้เมียและลูกสาว เดือดเนื้อร้อนใจอย่างไรบ้างกับพ่อที่เอาแต่ทำงานเป็นบ้าเป็นหลังกลับดึก ๆ ดื่น ๆ หรือแยกไปอยู่ที่อื่น อ่อ และเพิ่มความฮาให้เรื่องด้วย

6. ตัวละครสาวที่มาจีบอาคิโอะ - เป็นคนละแคแรคเตอร์ คนละชื่อกับในภาค TV Drama โดยเธอมีมุกเข้าหาและจีบหนุ่มเกมเมอร์แบบใหม่ ๆ มานำเสนอแบบ Extreme... และจากเทรลเลอร์จะเห็นได้ว่าเธอเองก็เป็นผู้เล่น Final Fantasy XIV ด้วย... ราวกับว่าภาคนี้เป็น New Game+ ในการจีบอาคิโอะของเธอยังไงยังงั้น มาลุ้นเอาใจช่วยเธอทำภารกิจจีบหนุ่มเกมเมอร์กัน!!

-------------------------------------
สรุป
-------------------------------------

หลานสาววัย ม.5 บอกว่าส่วนตัวชอบทีมนักแสดงเวอร์ชั่น TV Drama มากกว่า เวอร์ชั่นนั้นเรื่องมีการนำเสนอและเล่นกับการทิ้งช่วงเวลาของแต่ละตอน ตอนละ 1 สัปดาห์ ทำให้สร้างความผูกพันกับคนดูได้ดีกว่า เป็นธรรมชาติและทำให้คนดูอินกว่าเวอร์ชั่นภาพยนตร์

ผมเสริมว่า เวอร์ชั่นภาพยนตร์มีการแก้พล็อต ตัดส่วนที่เยิ่นเย้อและยืดยาดจากเวอร์ชั่น TV Drama ไปเหี้ยนดีแล้ว แถมแก้ไขและปรุงแต่งลำดับเหตุการณ์สำคัญช่วงท้ายเรื่องใหม่ให้มีความอร่อยเหาะขึ้น นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะเห็นตั้งแต่แรก

น่าเสียดายที่ผมดูเวอร์ชั่น Blog และเวอร์ชั่น TV Drama มาก่อนแล้ว พอมาดูเวอร์ชั่นภาพยนตร์เลยรู้สึกซ้ำและไม่ได้อรรถรสอย่างเต็มที่.... ก็แอบอิจฉาคนที่มาดูเวอร์ชั่นภาพยนตร์เป็นเวอร์ชั่นแรก เขาจะได้อรรถรสอย่างเต็มจากหนังเรื่องนี้กว่าครับ

ดังนั้น ก็ฝากไปบอกต่อกันด้วยวว่า ถ้าจะดูก็ไปดูเลยยย~~ ไม่ต้องไปดูเวอร์ชั่นอื่นก่อน...

ป.ล. ในเกมจะมี culture ที่คนเล่นจะร้องแสดงความไม่พอใจด้วยการพูด Yoshidaaaaaaaaaaaa ซึ่งเป็นชื่อของผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้างภาค 14 ต่อจากคุณฮิโรมิจิ ทานากะ แต่คนแปลซับฯ คงรู้ว่าถ้าแปลว่า "โยชิด่าาาาาาาาาาาาาา" คนดูก็คงไม่เก็ตกัน เลยแปลเป็นคำอุทานแปลก ๆ ไปแทน

Wednesday, September 25, 2019

พรุ่งนี้ผมจะได้ไปดู Brave Father Online : our story of Final Fantasy XIV กับหลานแล้ว!


กราบขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี จากเพจ สมาคมผู้คลั่งไคล้ SuperHero ที่ให้ความช่วยเหลือ ทำพรุ่งนี้ผมจะได้ไปดู Brave Father Online : our story of Final Fantasy XIV | 劇場版 ファイナルファンタジーXIV 光のお父さん | ป๊ะป๋าแห่งแสง เรื่องราวของพ่อลูกติดเกมไฟนอลแฟนตาซี 14 ช่วงรอบ 2 ทุ่ม

ซึ่งผมได้ตั๋วมา 2 ใบ และตอนแรกก็คิดไม่ตกว่าจะไปกับใครดี เนื่องจากเพื่อน ๆ ผมก็ไปดูกันในรอบก่อนหน้านี้กันหมดแล้ว (ในช่วงที่ผมไปประกอบพิธีกรรมลัทธิที่พัทยา)

แล้วผมก็คิดได้ว่า คนที่ผมอยากดูด้วยที่สุด ก็คือหลานสาวสุดที่รัก ที่ผมเลี้ยงดู รับผิดชอบเรื่องการบ้านการเรียน และมอมเมาเกมให้เล่นมาตั้งแต่เด็กเอง

อันที่จริง... ผมมีปัญหาบางอย่างกับหลาน ทำให้ไม่ได้คุยกันมาเกือบครึ่งปีแล้ว... และปัญหานั้นก็ทำให้หลานสาวเล่น Kingdom Hearts III ค้างไว้ที่จุดเริ่มต้นของดาวสุสานคีย์เบลด และไม่ได้เล่นต่ออีกเลย (เป็นเหตุให้ไม่ได้เขียนบันทึกเรื่องหลานเล่น KH3 ต่อจนจบ)

(หลังเกิดปัญหานั้นขึ้นมา ผมที่เป็น Introvert อยู่แล้ว ก็ยิ่งกลายเป็นคนเซื่อมซึม เหม่อลอย สติไม่อยู่กับตัว สมองพัง... จนมาได้ลัทธิไอดอลช่วยเยียวยารักษาจิตใจ)



ทีนี้ในช่วงหลังผมช่วยเขียนข้อความประชาสัมพันธ์, ดูคลิปโปรโมตจากสื่อหลาย ๆ เจ้า, หาข้อมูลไอ้เรื่องคุณพ่อแห่งแสงเนี่ย "เยอะ".... ซึ่งคลิปพวกนั้นยิ่งดูมันก็ยิ่งล้างสมอง กล่อมประสาท

ในข้อความโฆษณามันถล่มด้วยคำว่า -- คุณพ่อที่ห่างเหินไปจากลูก ไม่รู้จะพูดกันยังไง... มีแต่ความเย็นชาต่อกัน แต่พ่อก็เล่น Final Fantasy เพราะความคิดถึงช่วงเวลาที่เคยเล่นเกมกับลูกตอนเด็ก ๆ



ว่าตามตรง ตัวผมเองชอบย้อนกลับไปดูภาพวาดของหลานตอนอนุบาล, กลับไปดูคลิปที่เขาเล่น Kingdom Hearts ตั้งแต่ตอนประถม, คลิปตอนที่เขาเล่น Tomb Raider 1 แล้วค่อย ๆ พัฒนาสกิลการเล่นเกม 3rd Person Shooting จากศูนย์ขึ้นมาจนพลิ้ว, คลิปตอนที่เล่น Co-op ไบโอ 5, 6 และ Revelation 2 ด้วยกัน หรือเมื่อวานก็ยังเปิดสกรีนช็อตตอนที่เล่น Final Fantasy XIV ด้วยกันสั้น ๆ โดยผมเล่นไอดีสำรอง (US) ของตัวเองจาก PS3 และหลานเล่นไอดีหลัก (JP) ของผมบน PS4

ไหนจะคลิปตอนที่เล่น Overwatch กับผม ใช้จอยเดียวแต่สลับกันคนละตา แล้วก็ได้ Play of the Game ทั้งคู่

หรือกระทั่งตอนที่เรานั่งดู Daddy of Light เวอร์ชั่น TV Drama ที่ Atelier bank-Ultima แปลให้ดูแบบวันต่อวัน ข้าง ๆ กัน ทันทีที่ญี่ปุ่นออกอากาศฉาย

สำหรับผม เรื่องราวช่วงที่นั่งเล่นเกมข้าง ๆ กันกับหลาน หรือแค่นั่งดูเขาเล่นและพากย์ให้ฟัง มันคือช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดในชีวิต และไม่มีอะไรจะมาทดแทนได้.... หลังจากที่มีปัญหาและไม่ได้คุยกัน ผมก็เลยมีอาการเศร้าเป็นช่วง ๆ มาจนถึงทุกวันนี้



วันนี้หลังจากได้คอนเฟิร์มเรื่องตั๋วกับทางเพจสมาคมฯ ไป ผมก็เลยหาโอกาส เข้าไปพูดกับหลานสั้น ๆ

ครั้งแรกในรอบเกือบครึ่งปี

ผมถามเขาว่า ผมได้ตั๋ว FF14 รอบวันพรุ่งนี้ 2 ทุ่มมา... เขาจะไปดูด้วยกันมั้ย?

หลานส่ายหัวเบา ๆ แล้ว Ignore ต่อ ไม่มีคำตอบใด ๆ ออกมา...

ผมก็ได้แต่คอตก เดินหงอยไป แต่ในใจก็คิดว่าอย่างน้อย เราก็ได้แสดงความจริงใจแล้ว และเขาน่าจะตีความต่อไปได้ว่า คำพูดสั้น ๆ เท่านั้น มันแฝงความหมายมากมายเพียงใดบ้าง



กระทั่งประมาณ 15 นาทีต่อมา เสียงเคาะประตูห้องผมก็ดังขึ้น

หลานเปิดประตูเข้ามาทั้งน้ำตา

"หนูขอโทษ"

เราโผเข้ากอดกันทั้งน้ำตา
แย่งกันพูดขอโทษแก่กันไปมา

เป็นกอดที่แน่นแฟ้นอบอุ่น หลังจากผ่านมานานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ที่ไม่ได้กอดเธอแบบนี้เลย



"พรุ่งนี้ผมจะได้ไปดู Brave Father Online : our story of Final Fantasy XIV กับหลานแล้ว!"

เพราะความทรงจำในการเล่นเกมอันมากมายที่มีร่วมกันมา โดยมีภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นเหตุให้เราได้กลับมาคุยกันอีกครั้ง....



ขอบคุณลัทธิไอดอลที่ช่วยดูแลผมมาในช่วงบอบช้ำ

ขอบคุณคุณโนงุจิ เทรุโอะ และนาโอคิ โยชิดะ สำหรับภาพยนตร์และเกมแห่งความทรงจำเกมนี้

ขอบคุณ Square Enix ที่ช่วยเป็นส่วนหนึ่งซึ่งพัฒนาความสัมพันธ์กับคนรองข้างในชีวิตของผมเรื่อยมา

และที่ขาดไม่ได้ขอบคุณ สมาคมผู้คลั่งไคล้ SuperHero ที่ให้ความช่วยเหลือ



ขอบคุณครับ

Dissidia NT เปิดตัวกาบรัสเป็น DLC ใหม่และพร้อม Collaboration กับ KHUχ

Dissidia -Final Fantasy- NT ประกาศจัดจ์มาสเตอร์กาบรัส (หรือกาบรันธ์ในเวอร์ชั่นอังกฤษ) เตรียมเข้ามาเป็นตัวละคร DLC ใหม่ของเกม โดยจะลง PS4 วันที่ 10 ตุลาคมนี้

คลิปเปิดตัว : https://youtu.be/HVMuRJrBf-E

Live ของ Dissidia : https://youtu.be/Z6j6j6oPmKA





เกมกาก Kingdom Hearts Union χ (การันตีความกากจากผู้เล่นมากมายที่เริ่มเล่นจาก Day 1 แล้วถอนตัวไม่ขึ้นมาเป็นเวลา 4 ปีจนถึงทุกวันนี้) หลังจากจัด Collaboration กับอื่นไปทั่ว ล่าสุดก็มาถึงคิว Collaboration กับ Dissidia -Final Fantasy- NT

โดยในส่วนที่เกมกากนี้ รับ Collaboration มาจากเกมออนไลน์ที่ไร้ Dedicated Server อีกเกมหนึ่ง คือวันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน 2019 นี้ จะอัปเดตเมดัลคลาวด์และสคอลล์ เวอร์ชั่น Dissidia -Final Fantasy- NT เข้าไป

คนที่เล่นมาตลอด จะทราบว่าสคอลล์ดูไม่เป็นที่รักของคุณโนมุระในเกมนี้เท่าไหร่นัก เพราะเมื่อใดที่เพิ่มเมดัลสคอลล์เข้ามา ก็จะเป็นแค่เมดัลระดับสูง แต่ไม่ใช่พวก Top-Tier ซะทีเดียว

ขณะที่คลาวด์นั้น แม้จะเคยออกเมดัล Cloud KH2 EX และกลายเป็นเมดัลที่ดีที่สุดในเกมเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่มันก็สั้นจริง ๆ และโดนเมดัลแบบ Axel EX ตีขนาบมาในเวลาไม่กี่สัปดาห์ต่อมา

ซึ่งจุดนี้ต่างจากเมดัลเซฟิรอธ... ที่เมื่ออกเมดัลใหม่เข้ามาใน KHUX เมื่อไหร่ คุณโนมุระจะจัดค่าพลังและความสามารถของเซฟิรอธ ให้กลายเป็นเมดัลที่ดีที่สุดในเกม ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเสมอ....

Sunday, September 15, 2019

ประสบการณ์คุยกับแม่คุณไข่มุก First Time


ช่วง... ตามติดชีวิตไอดอลสัปดาห์ละครั้ง

วันนี้ผมไปงานของ Cm Cafe​ มาอย่างเช่นเคย

เรื่องที่พิเศษสำหรับวันนี้คือ ทางค่ายเปิดตัว MV อย่างเป็นทางการตัวแรกของค่าย และเป็นเพลงใหม่ของวง Honey Toast

ในชื่อเพลงที่เรียกว่า "ทาสแมว"
(พรุ่งนี้ 2 ทุ่มค่ายถึงจะเอาคลิปลง SNS)

ที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ วันนี้คุณ Kaimuk Cm Cafe​ ตื่นเต้นและดีใจเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเปิด MV ครั้งแรก และต้องร้องเต้นโชว์เพลงใหม่ครั้งแรกแล้ว

นี่ยังเป็นครั้งแรก ที่คุณแม่ของคุณไข่มุก มาชมการแสดงและการเชกิของลูกสาวด้วย

ในขณะที่แฟน ๆ ยินต่อแถวรอเชกิ 2 ชั่วโมง คุณไข่ก็ยินคุยและเชกิกับแฟน ๆ และคุณแม่ก็ยืนแอบเสาเฝ้าดูลูกสาวอยู่ตลอด 2 ชั่วโมงด้วย แน่นอนว่าทุกคนต่างเมื่อยกันหมด 555 (จนผมแอบคิดว่าความรู้สึกในการยืนชมคอนเสิร์ต 2 ชั่วโมง มันก็น่าจะประมาณนี้สินะ)

คุณไข่ก็หันมามองคุณแม่และสบตากันเป็นระยะ ๆ

ผมเองหลังเชกิกับคุณไข่แล้ว ก็ไปยืนคุยกับคุณแม่ด้วย รอบแรกก็คุยกันสิบนาที แล้วผมขอตัวออกมาก่อน แต่หลังจากนั้นพอเห็นคุณแม่ยืนว่าง ๆ เงียบ ๆ อยู่เลยกลับเข้าไปคุยด้วยใหม่ รอบหลังนี้ยาวเลยยยย

คุณแม่คุยเก่งมาก จนผมจะกลายเป็นแฟนคลับคุณแม่แล้วเนี่ย 5555 อยากให้คุณแม่มาอีกในงานต่อ ๆ ไป แต่แม่ไม่ค่อยสนใจวงการไอดอลเท่าไหร่ แม่บอกว่าคุณไข่ขอให้แม่มาหลายครั้งแล้ว นี่เป็นครั้งแรก

แล้วก็คุยกันสากเบือยืนเรือรบ ทั้งเรื่องในวงการ
เรื่อง popularity
อัตราความเติบโตบน social ของคุณไข่
ทัศนคติของคุณแม่ต่อวงการและงานต่าง ๆ
เรื่องที่ว่าคุณไข่เคยอยากเป็นแอร์โฮสเตสเลยเรียนภาษาอังกฤษ
แต่แม่ไม่อยากให้นั่งเครื่องบิน แม่รู้สึกว่ามันอันตราย
สเปคผู้ชายที่คุณไข่ชอบ
ความรู้สึกที่คุณแม่มีต่อผม
ฯลฯ

แม่ถามอายุ อาชีพ เรื่องที่บ้านผมด้วย ขอดูอัลบั้มภาพเชกิของผม และก็บอกว่าให้ช่วย support น้องกันต่อไป

อันที่จริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเจอคุณแม่ของคุณไข่ แต่นี่เป็นครั้งที่สองแล้ว... หวังว่างานต่อ ๆ ไปจะมีโอกาสคุยกับคุณแม่คุณไข่อีกนะครับ :)

ป.ล. ชอบโมเมนต์ที่แม่ตะโกนบอกคุณไข่ว่า "แฟนคลับเธอ เขากลายเป็นแฟนคลับแม่แล้วววววว"

Saturday, September 14, 2019

แบร์เร็ตที่เกือบได้ลงไปนอนคุยกับรากมะม่วง


ตอน ป.5 เล่น ก็ไม่ได้คิดอะไรกับฉากแบบนี้นะ...

แต่ตอนนี้ ทั้งวัยที่มากขึ้น ประสบการณ์ มุมมองที่เปลี่ยนไป ประกอบกับความสมจริงในการเล่าเรื่องแล้ว ทำให้รู้สึกว่าอวาแลนซ์ที่เสียผู้นำอย่างเอลเฟ่ ฟุฮิโตะ เชียส์ ไปหมดแล้ว และแบร์เร็ตขึ้นมาสานต่ออุดมการณ์แทนนี่ โคตรสิ้นคิดและจนตรอกมากเลย...

เมื่ออยากหยุดยั้งชินระจากการสูบไลฟ์สตรีมไปแปรรูปเป็นพลังงานมาโค... ก็เลือกวิธีไปไล่วางระเบิดเตาปฏิกรณ์

แผนการบ้องตื้นแบบนี้... ด้วยจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เหลืออยู่เพียงหยิบมือเดียว ในไม่ช้าก็ต้องถูกพวกชินระจับได้และยิงทิ้งเข้าสักวัน

ต่อให้ระเบิดเตาปฏิกรณ์ได้ ชะลอการสูบมาโคไปได้บ้าง... แต่แล้วยังไง? ชินระก็สร้างและซ่อมเตาปฏิกรณ์ขึ้นใหม่ได้ แถมเตาปฏิกรณ์มันกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก จะไปไล่ระเบิดหมดทุกเตาฯ ก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว.... มันเป็นวิธีการที่แก้ปัญหาไม่ได้ เสมือนเอาสะใจเข้าว่ามากกว่า

แล้วการระเบิดเตาปฏิกรณ์แต่ละที นอกจากจะต้องมีผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บล้มตาย ได้รับผลกระทบจากการระเบิดแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อชีวิตคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อย่างมากมาย

วิธีการแบบนี้ มันส่งผลเสียมากกว่าผลดีซะด้วยซ้ำ



จริง ๆ ตอนท้ายเกมแบร์เร็ตก็คิดได้นะ (ประเด็นนี้จะมาชัดตอนที่ฟาดปากกับรีฟ-เคทซิธท้ายเรื่อง) แต่ช่วงแรกแบร์เร็ตจะไม่อยากพูดออกมา ก่อนจะมาสารภาพว่าก็รู้สึกผิดที่มทำให้คนมากมายล้มตายไปด้วย และอยากจะไถ่บาปกับสิ่งที่ทำลงไปนั้น

แต่ทั้งหมดนี้ก็ต้องขอบคุณเจโนว่าและเซฟิรอธด้วยนะ

ถ้าเซฟิรอธไม่ประกาศ "รียูเนียน" ขึ้นในตอนที่พวกแบร์เร็ตโดนจับขังคุกพอดี... ทั้งกลุ่มก็คงได้กลายเป็นปุ๋ยลงไปนอนกับรากมะม่วงไปแล้ว

รีพอร์ตการพรีเซนต์ FFVII Remake จากงาน TGS2019 วันที่ 3

ช่วง 10.20 น. ที่ผ่านมาคุณโยชิโนริ คิตาเสะ ผู้อำนวยการสร้างเกม Final Fantasy VII Remake ได้ขึ้นพรีเซนต์ เกมดังกล่าวในงาน TGS2019


คลิปย้อนหลังแบบเต็ม (ชั่วโมง 2:24 เป็นต้นไป)
https://www.twitch.tv/videos/481123424

คลิปย่อย 1 : https://youtu.be/qxryETMIesI
คลิปย่อย 2 : https://youtu.be/SMxMgbtxKlM

สาระสำคัญหนึ่งในการพรีเซนต์ คือใน Option ของเกมสามารถเลือกปรับได้ว่าจะเล่นแบบ Easy, Normal หรือ Classic


Easy และ Normal นั้นคือการเล่นแบบปกติที่ทางค่ายพรีเซนต์ไว้ก่อนแล้ว ซึ่งผู้เล่นต้องโจมตีธรรมดาใส่ศัตรูไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เกจ ATB ขึ้น พอเกจเต็มแล้วจึงใช้ความสามารถอื่น ๆ ซึ่งเสีย ATB ได้

แต่ใน Classic Mode นั้น ATB ของตัวละครจะค่อย ๆ ขึ้นมาเอง และตัวละครจะเข้าไปโจมตีอัตโนมัติเอง ผู้เล่นมีหน้าที่แค่รอเกจ ATB เต็ม แล้วกดเลือกใช้ Command Ability อย่างเดียว เรียกได้ว่าเป็นระบบสู้แบบดั้งเดิมของ Final Fantasy ที่ผู้เล่นไม่ต้องควบคุมในส่วนของการเดินวิ่งกลิ้งหลบฟันอย่างเกม Action นั่นเอง รอเลือกคำสั่งอย่างเดียวพอ


สกิล Tempest ที่แอริธใช้ได้ด้วยการกดสามเหลี่ยม เป็นการสร้างวงเวทย์ AOE ขึ้นมา แล้วการทำงานของเวทมนต์ในวงนี้จะเกิดผลวนซ้ำรัว ๆ

การโจมตีปกติของแอริธ เป็นแบบ Long-Range ยิงเวทย์ไร้ธาตุ

ส่วนการ Summon ตัวละครแต่ละตัวสามารถถือ Summon Materia ได้เพียงลูกเดียว เมื่อเกจ Summon เต็มก็จะเรียกอสูรออกมาได้ อสูรนั้นต่อสู้โดยอัตโนมัติด้วย A.I. ซึ่งผู้เล่นสามารถใช้ ATB เพื่อสั่งให้อสูรใช้ท่าพิเศษอย่างให้อิฟรีทใช้ Flare Burst หรือ Crimson Dive ได้


ระหว่างที่อสูรต่อสู้เกจ Summon จะลดลงไปเรื่อย ๆ จนหมด ซึ่งก่อนจะไป มันจะใช้ท่าไม้ตายอย่างอิฟรีทก็ใช้ Hellfire โจมตีให้ด้วยนั่นเอง


Friday, September 13, 2019

รีวิวจากผู้เข้าชมกลุ่มแรก Brave Father Online : our story of Final Fantasy XIV


*รอบวันที่ 12 กันยายน 2019

"นี่เป็นคนไม่อินเรื่องเกม ไม่อินเรื่องพ่อ อินแต่เคนจัง ตอนแรกคิดว่าเป็นหนังเศร้าๆ ซึ้งๆ ที่ไหนได้ หนังสนุกมากกก!!! ฮาออกเสียงขำตัวโยน บทจะซึ้ง ก็ซึ้งจนน้ำตาไหลพรากเลยจ้า เป็นหนังญี่ปุ่นที่ประทับใจสุดของปีนี้แล้ว "
--แมวตัวนั้นนั่งแถวC--

"Brave Father Online: Our Story of Final Fantasy XIV นี่ตลกเฉยเลย 5555 แถมยังเป็นหนังเกมที่ไม่ต้องเป็นเกมเมอร์ก็อินได้อีกด้วย เล่าถึงความสัมพันธ์พ่อลูกได้โคตรอบอุ่น ถือเป็นหนังญี่ปุ่นอีกเรื่องที่อยากดันให้แมสจริง ๆ"
--Noranartta--

"หนังญี่ปุ่นที่ชอบที่สุดนับตั้งแต่ต้นปีมา มีความฟีลกู้ด อบอุ่น ชวนประทับใจมากๆ ชอบที่เอาการเล่นเกมมาปรับใช้ในชีวิตตัวละครได้ดี สนุกทั้งพาร์ทคนและพาร์ทเกมแม้ว่าจะไม่เคยเล่น FF XIV มาเลยก็ตาม เพราะแก่นเรื่องคือเรื่องใกล้ตัวอย่างความสัมพันธ์ในครอบครัว"
--ดาราปังหนังเปรี้ยง--

"หนังสนุกเกินคาดมาก นอกจากความน่ารักแกมตลกของ 2 พ่อลูก หนังยังเปิดมุมมองหลายๆอย่างให้เราได้สัมผัส ทั้งประโยชน์จากการเล่นเกมกับเพื่อนและคนในครอบครัว, มุมมองและเหตุผลของคนเป็นพ่อที่ทำให้เราน้ำตาซึม คนที่ไม่ใช่คอเกมก็สามารถอินกับหนังได้ฮะ"
--Okawa Shintaro--

"อินมากน้ำตาซึม ใครที่โตมากับเกม เล่นเกมมากับครอบครัวตั้งแต่เด็กน่าจะอินกับเรื่องนี้ได้ไม่ยาก ยิ่งเล่นไฟนอลหรือเกมเก็บเวลมาด้วยยิ่งอินไปใหญ่เลย หนังมีความซึ้ง ตลก ทุกอย่างพอดีมากๆดูจบแล้วอยากชวนพ่อเล่นเกมจัง รักมากเลยเรื่องนี้"
--JOKER.HEROESTALK--

"เหนือคาดมาก เป็นหนังที่อบอุ่นหัวใจสุดๆ ถึงกับร้องไห้กันเลยทีเดียว อยากให้ทุกคนได้ดู เป็นการเล่าถึงประสบการณ์ในครอบครัวผ่านทางเกมที่เล่าได้ถึงแก่นและถึงคุณค่าความรัก ความสัมพันธ์ที่แสนประทับใจ เป็นหนังขึ้นหิ้งได้อย่างไม่น่าเชื่อ"
--HoyayoJapan--

"เป็นหนังที่ประทับใจที่สุดเรื่องนึงเลย ประทับใจ ตลกขบขัน อบอุ่นใจ ถึงกับน้ำตาซึมไปถึงขั้นร้องไห้เลย ยิ่งมีประสบการณ์ที่ค่อนข้างตรงยิ่งอิน ยิ่งรัก เหมือนเราเขาไปเปิดใจให้กับคนในครอบครัวได้ใกล้ชิดเข้าไปอีกขั้น อย่างให้ทุกคนได้ดู"
--พชร Review--

"ชอบมากกกกก หนังโคตรดี โคตรสนุก!! ตอนแรกกะเข้ามาร้องไห้น้ำตาแตกเต็มที่ แต่กลายเป็นว่าหัวเราะหนักมากจนน้ำตาไหลแทน แถมจุดที่ต้องดราม่าก็ยังทำให้น้ำตาซึมได้อีก หนังดีมากๆ มีดูซ้ำอีกรอบในโรงแน่นอน !! "
--ก็แค่คนชอบดูหนัง--

"ดูจบแล้วน้ำตาซึมออกจากโรงมาเลย รักหนังเรื่องนี้มาก มีดีและเยอะกว่าที่เห็นในตัวอย่างมาก รู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก และประทับใจแบบที่ว่า ไม่สามารถหาคำพูดไหนมาบรรยายความรู้สึกได้เลยจริงๆ หนังฉาย 26/9 ดูซ้ำแน่นอน"
--J.P--

ครบรอบ 12 ปี Crisis Core -Final Fantasy VII-

วันนี้ ครบรอบ 12 ปีการวางจำหน่ายของ Crisis Core -Final Fantasy VII- แล้ว


อืมมม พอย้อนไปดู Entry เก่าแล้ว พบว่าผมจบเกมตอนค่ำวันที่ 14 กันยายน 2007 เนี่ยแหละ แล้วก็มานั่งเขียน Entry พร้อมปาภาพประกอบจาก Chapter สุดท้าย 200 กว่าภาพลง Entry ในคืนวันนั้น

(สมัยนั้นเน็ตบ้านยังกากกันอยู่ อย่าว่าแต่ Youtube เลย... แค่โหลดภาพจาก Photobucket ยังค่อย ๆ กระดึ๊บขึ้นกัน)

ถึง Exteen จะระเบิดไปแล้ว แต่ก็ยังดู Entry นั้นได้จากนวัตกรรม Web Archive

https://web.archive.org/web/20140803085112/http://ffplanet.exteen.com/20070915/crisis-core-final-fantasy-vii-11


พอย้อนกลับไปอ่าน Comment ก็อยากขอบคุณพี่ Beejang และพี่ Eguana ที่ยังติดตามกันมา จากวันนั้นจนถึงวันนี้ (ส่วนคนอื่น ๆ ใน Entry ไม่รู้เปลี่ยนชื่อหรือสาบสูญไปไหนแล้ว ฮา)

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เว็บ Adventchildren.net กำลังเฟื่องฟูมั้ง... ใน Spoiler Forum ของเว็บเขา ก็ดูดภาพจาก Entry ของผมเนี่ยแหละ ไปเผยแพร่ให้ชาวโลกได้เข้ามาอ่านกัน

แม้จะห่างไกลลิบ ๆ จากความสมบูรณ์แบบ
แม้ระบบต่อสู้จะขาดบาลานซ์ตามสไตล์เกมของคุณทาบาตะ
แม้เล่นไปเล่นมา จะกลายเป็นเกมไล่ต่อยมอนสเตอร์
แม้จะเป็นเกมที่บัญญัติศัพท์ "กำปั้นวิเศษ" ขึ้นมา
แม้คัตซีนในภาค US จะโดนบีบแตกเละเบลอ
แม้ Hard Mode ใน US จะตั้งสเตตัสศัตรูมาผิดเพี้ยน
แม้ Kouli จะไล่อัปเดตความคืบหน้าในการสู้กับ Minerva ลง GameFaqs ให้ฟังตั้งแต่ที่เกมยังไม่ออก Bit ยังไม่มา


แต่ก็เป็นเกมที่มอบความทรงจำที่ดี ความสุขให้ใครหลาย ๆ คนได้

เนอะ

Thursday, September 12, 2019

ถอดเทป Mint Sweat16 ไลฟ์พรีเซนต์ Brave Father Online : our story of FFXIV


ขอบคุณทาง MONGKOL CINEMA​ มากที่ช่วยนำผลโหวตที่ทางเพจส่งให้ ไปพิจารณาในการเลือกคุณ Mint Sweat16​ เป็นแอมบาสเดอร์ของภาพยนตร์ Brave Father Online : our story of Final Fantasy XIV นะครับ และขอบคุณมากที่กรุณาหยิบคำถามที่ผมส่งไป 3 ข้อ ขึ้นมาให้คุณ Mint ตอบก่อนเลย :)

**เรื่องการเลือกคุณ Mint ที่ว่ามาจากเสียงโหวตของแฟน ๆ 505 คน และคุณ Mint ได้ไหว้ขอบคุณแฟน ๆ นึกถึงและช่วยโหวตให้ รับชมได้ตั้งแต่นาทีที่ 19 ของคลิปเป็นต้นไป

คลิป Live สัมภาษณ์ : https://www.facebook.com/MongkolCinemaMovie/videos/939181999770588
.
สำหรับคำถามที่ผมถามไป 3 ข้อ (จริง ๆ แอบไปเพิ่มข้อ 4 ทีหลัง แต่คงไม่ทัน)

1. รู้สึกอย่างไรบ้างที่เมื่อแฟน ๆ นึกถึง Idol ที่เป็น Hardcore Gamer จะนึกถึงคุณมินต์เป็นคนแรก ๆ ^_^

Mint : รู้สึกดีใจค่ะ ขอขอบคุณนะคะที่นึกถึง Mint ในโมเมนต์แบบนั้น Mint ก็รู้สึกว่าเป็นอีกมุมมองนึงที่ Mint อยากเสนอให้กับทุกคนว่าอันที่จริงเราเป็นคนที่ชอบเล่นเกมนะ มันมีอีกสิ่งนึงที่เรารู้สึกว่าเราทำแล้วเราแฮปปี้ และอยากจะส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับทุกคนแบบ 300% เลยนะคะ

Mint : สำหรับ Mint สิ่งที่มันคือความสุขแบบที่สามารถทำได้ทั้งวันตั้งแต่เช้ายันเย็น ก็คือเกมนั่นแหละ นี่คือสิ่งที่อยู่กับ Mint มาตลอดตั้งแต่เด็กจนโต จนมันกลายเป็นตัวจริงของเรา เป็นโลกอีกหนึ่งใบของเรา ที่เราอยู่ตรงนั้น

2. ที่ผ่านมามีความทรงจำประทับใจ ในการเล่นเกมกับครอบครัว ยังไงบ้างครับ เล่า ๆ

Mint : มีคุณย่า Mint ที่กลัวเป็นอัลไซเมอร์ ด้วยความที่คุณย่าเป็นหนอนหนังสือ จึงรู้ว่าการเล่นเกมบางเกมจะเป็นการบริหารสมอง ความคิด ไม่ให้เป็นอัลไซเมอร์

Mint : คือย่าเขาเล่นมือถือไม่ค่อยเป็น ย่าเลยเรียก Mint มาเปิดคอมฯ ให้ แต่ตอนนี้แกสามารถเปิดคอมฯ เปิดเกมเองได้แล้ว ในวัย 80 กว่า

Mint : มันอาจจะไม่ใช่ฟีลที่เราช่วยคุณย่าในการเล่น แต่เป็นการช่วยอธิบายบอกวิธีการเล่นกับคุณย่ามากกว่า แต่ทุกวันนี้แกเปิดคอมฯ เปิดเกมเล่นได้เซียนเองแล้ว

3. เคยเล่นไฟนอลแฟนตาซีภาคไหนมาก่อนบ้าง? ชอบภาคไหนที่สุด ? และเพราะอะไรครับ?

Mint : ถ้าพูดถึงเรื่องผู้ชาย.... (หัวเราะ)

Mint : ถ้าพูดถึงแคแรคเตอร์ ชอบพี่คลาวด์ Final Fantasy VII ค่ะ เป็นภาคที่ทำให้ Mint รู้สึกว่าอยากสนับสนุนผลงานเขา ตอนไปญี่ปุ่นก็ได้ไปเยือน Square Enix Cafe ที่อาหารอร่อยมาก เมื่อเดือนที่แล้ว และมีโจโคโบะวิ่งด้วย และมี Original Goods ขาย ทำให้ตื่นตาและชอบมากจริง ๆ

Mint : ส่วนภาคที่ชอบมากที่สุดคือภาค XV ค่ะ เพราะ Mint ชอบการฟาร์ม Level, Open World เลยชอบภาคนี้ขึ้นมา นอกจากเก็บเลเวลและสู้บอสแล้วยังได้รู้เรื่องราวของแต่ละคน อย่างน็อคติส เนื้อเรื่องก็จะค่อยเปิดเผยให้เรารู้ประวัติความเป็นมาทีละนิด

ภาพยนตร์ Brave Father Online : our story of Final Fantasy XIV จะเข้าฉายอย่างเป็นทางการวันที่ 26 กันยายน 2019 ส่วนรอบพิเศษสำหรับแฟนที่ซื้อตั๋วล่วงหน้า จัดวันที่ 21 กันยายน 2019 ที่โรงภาพยนตร์สกาลา

ป.ล. วันที่ 21 ติดภารกิจไปตามติดชีวิต CM Cafe จึงไม่สามารถไปร่วมรอบพิเศษได้ แต่จะพยายามหาทางตะกุยไปดูรอบอื่นนะ 555

สรุปข่าว FFVII Remake จาก TGS2019 วันแรก


Pamplet ของ SQEX อธิบายถึงระบบมนต์เรียกอสูรในภาคนี้ว่า เมื่อติดตั้งมาเทเรียแล้วจะสามารถเรียกอสูรมายาออกมาได้ เฉพาะการต่อสู้ที่กำหนดไว้ โดยการต่อสู้ของอสูรนั้นเป็นแบบ Auto แต่ก็สามารถสั่งให้ใช้ Ability ได้ด้วย (ฟังดูแล้วเหมือน Ifrit ใน FFXV Episode Ardyn) ทั้งนี้มาเทเรียมีระบบพัฒนามาเทเรียด้วย

รวม Link คลิปการทดลองเล่นเดโม FFVII Remake จากสื่อต่าง ๆ

Report การไปทดลองเล่น

ตัวอย่าง FFVII Remake Play Arts Kai และ Trading Art (ฟิกเกอร์) ที่โชว์ในงาน
[เรโน่กับรู๊ด] https://twitter.com/SQEX_MD_GOODS/status/1171953908454871041
[กลุ่มตัวหลัก] https://twitter.com/SQEX_MD_GOODS/status/1171954339205697536



ของที่ระลึกฉลองการวางจำหน่ายมีที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือโมเดลตัวละครแบบออริจินอล PS1 ที่ยังเหลี่ยม ๆ, แก้ว และผ้าเช็ดตัว ยังไม่เปิดเผยว่าจะขายยังไง แต่เหมือนจะเป็นการชิงโชคนะ



คนไปต่อคิวรอเล่นเดโมตั้งแต่ 10.15 น. ยังต้องรอคิว 3 ชั่วโมงเลย ขนาดนี่เป็นวัน Business Day ยังไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมนะเนี่ย

ภาพ Key Art ที่ทางค่ายปล่อยออกมาสัปดาห์ก่อน แบบเต็ม


คลิปคุณ Briana White คนพากย์แอริธใน FFVII Remake ทำ Live Reaction เทรลเลอร์ล่าสุดจากงาน TGS 2019


ชื่อ "Tseng" ที่ทุกคนรู้จัก

ในหนังสือ Final Fantasy VII Official Establishment File ที่วางจำหน่าย 25 มกราคม 1997 หรือ 6 วันก่อนที่ตัวเกมต้นฉบับจะวางจำหน่าย ได้ระบุวิสามานยนามของชื่อต่าง ๆ ในเกมเอาไว้เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ ในแบบที่ทีมงานคิดกันไว้แต่แรก เป็นชื่อต้นฉบับที่ยังไม่ผ่านกระบวนการ Localize

ในหนังสือเล่มนั้น ชื่อเขาเขียนว่า "Zeng"

ทว่าพอเกมภาคญี่ปุ่นออกมา ชื่อเขาเขียนว่า "ツォン" (ซง)

สื่อเกมในไทยยุคแรก หรือบทสรุปเกมยุคแรกอย่าง Tonbo (ในตำนาน) ไปอ่านชื่อเขาว่า "หวง"

เมื่อเกม Localize ได้เขียนชื่อภาษาอังกฤษของเขาอย่างเป็นทางการว่า "Tseng"

คนไทยรุ่นถัดมาที่เล่นตัวเกมภาคอังกฤษ อ่านชื่อเขาเป็น "เส็ง"

แต่ก็มีบางคนบอกว่ามันต้องอ่านเป็นจีนว่า "เฉิง"

ทว่าในเวอร์ชั่นจีน ชื่อเขานั้นเขียนว่า "曾" (Céng) ซึ่ง Google อ่านให้ผมฟังว่า ซ้ง / เซิ้ง

แต่เมื่อแอนิเม Last Order ออกมา เขาเซ็นเอกสารว่า "Zheng" และในฉากเครดิต ลงชื่อเขาว่า "Zeng"

พอมาถึง Crisis Core ชื่อเขาถูกกลับไปเขียนว่า Tseng....
(แต่ออกเสียงว่า ซอง นะ https://youtu.be/Uple-w0AXgE?t=104)

เอาเป็นว่าสำหรับผม ขอเรียกว่า "เส็ง" ละกันครับ

ใครจะเรียกยังไงก็แล้วแต่สะดวก แต่ถ้าเรียกว่า "หวง" นี่จะเข้าใจได้ว่า ต้องเป็นรุ่นพี่ ๆ คุณบอลลูน พินทุ์สุดา แน่นอน...

เทรลเลอร์ใหม่ Final Fantasy VII Remake จากงาน TGS 2019 เผยโฉมฝั่งชินระตรึม

มาแล้วนะ เทรลเลอร์ Final Fantasy VII Remake สำหรับโชว์ในงาน Tokyo Game Show 2019 จะมีใครบ้าง ไปดูกันเลยย












Final Fantasy VII Remake มีกำหนดการวางจำหน่าย 3 มีนาคม 2020 พร้อมกันทั่วโลก โดยคุณคิตาเสะได้เคยให้ข้อมูลไว้หลังจบงาน E3 2019 ว่า เนื้อเรื่องของ Part 1 นั้นจะจบแค่ที่ตอนหนีออกจากมิดการ์เท่านั้น

Monday, September 9, 2019

ตีความเทรลเลอร์ล่าสุด Kingdom Hearts III -Re: Mind-


ขยายความเทรลเลอร์ล่าสุดของ Kingdom Hearts III Re: Mind เท่าที่พอจะขยายได้ตอนนี้

เทรลเลอร์ล่าสุด : https://youtu.be/l4D_Cu9Ad0s

ความเดิมตอนที่แล้วคุณโนมุระให้ข้อมูลไว้ว่า DLC ของเกมนี้จะประกอบไปด้วย 3 ส่วนใหญ่ ๆ

1. เนื้อเรื่องเสริม (追加シナリオ) - เข้าเล่นได้หลังจบเกม เล่นเป็นตัวละครอื่นได้

2. Limit Cut Episode และบอส - (ตีกับพวก Data ตัวละครเวอร์ชั่นโหด)

3. Secret Episode และบอส - (ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด)

ลิงก์ข่าวเก่า : http://re-ffplanet.blogspot.com/2019/06/kh-iii-remind.html

และในเทรลเลอร์งาน E3 (https://www.youtube.com/watch?v=qqD_cz85S1A) มีฉากที่ Master of Master คุยกับเซอานอร์ทว่าไปทัวร์โลกมาหมดแล้วเป็นไงบ้าง? แล้วเซอานอร์ทหนุ่มก็บอกว่ารู้แล้วว่าทำไมโลกนี้ถึงจำเป็นต้องมีเขาอยู่....

--------------------------

สิ่งที่เราจะมาทำกัน คือการเอาซีนจากเทรลเลอร์ มาแยกว่าอะไรเข้าข้อไหนบ้าง.... ซึ่งนี่คือการจัดแบ่งจากความคาดเดาของผม


1. เนื้อเรื่องเสริม

- ฉาก Axel ใช้จักรา, Xion, Roxas รุมยำกระสอบทราย Saix
- ฉาก Aqua กับ Ventus ช่วยกันสู้ Terranort
- ฉากเกราะผี ปะทะ Terranort


2. Limit Cut Episode

- ฉากโซระสู้กับจิตวานิทัศ โดยใช้ Oblivion
- ฉากโซระสู้กับซิกบาร์ โดยใช้ Oath Keeper


3. Secret Episode
- ฉากโซระคุยกับจิริธีใน Final World โดยโซระบอกว่าไคริยังไม่ได้เสียหัวใจไปถาวร แต่จิริธีบอกสถานการณ์มันเลวร้ายกว่าที่คิดมาก

- ฉากเปิดเทรลเลอร์ ซึ่งโซระหลัง Main Ending ได้ใช้ Power of Waking ย้อนเวลาอีกรอบ เพื่อไปเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์และช่วยไคริ เลยมาโผล่ตอนเข้าสุสานคีย์เบลดอีกรอบ จิริธีถึงพูดเรื่องหัวใจที่ย้อนกลับไปในอดีต ณ ช่วงเวลานั้น การตีความแบบนี้จะสอดคล้องกับเครื่องหมาย ⊕ หรือ Coda ในชื่อ DLC ด้วย

เรื่องความหมายของเครื่องหมาย ⊕ หรือ Coda เคยลงไว้ที่

- ฉาก Master of Master คุยกับเซอานอร์ทหนุ่ม ซึ่งน่าจะเป็นบทสนทนาต่อจากใน E3 โดย MoM บอกว่าการปล่อยให้แสงสว่างจอมปลอมกำหนดอนาคตมันคงไม่ดีแน่ แต่นายมีพลังที่จะเปลี่ยนแปลงมัน นายจะทำยังไงกับโลกที่กำลังถูกความมืดย่างกราย (เป็นการช่วยขยายแรงจูงใจให้เซอานอร์ท)

- ฉากโซระคุยกับนามิเนะในลานแห่งการตื่นขึ้น (Station of Awakening | Destati)

FFCC Remaster ประกาศวันวางจำหน่า พร้อมเผยระบบ Cross Platform!!

เปิดก่อนได้เปรียบ!! Square Enix ปล่อยเทรลเลอร์ใหม่ของ Final Fantasy -Crystal Chronicle- Remaster พร้อมเผยรายละเอียดระบบใหม่และวันวางจำหน่ายครบ โดยเทรลเลอร์นี้คือตัวที่จะใช้แสดงในงาน TGS 2019 วันพฤหัสบดีนี้เอง



เทรลเลอร์ : https://www.youtube.com/watch?v=v0MaJ9CPaxE

ระบบใหม่

- ตัวละครมีเสียงพากย์

- เล่น Online Multiplayer ได้ 4 คน (เดิมเป็น Local)

- ระบบ Online เป็น Cross Platform ระหว่าง PS4, Switch, iOS และ Android

- เพิ่มดันเจี้ยนใหม่ และบอสใหม่

- เพิ่มไอเทมตกแต่งตัวละครใหม่ ๆ

Final Fantasy -Crystal Chronicle- Remaster จะวางจำหน่ายวันที่ 23 มกราคม 2020 พร้อมกันทั้งบนเครื่อง PS4, Switch (มีทั้งแบบแผ่นและดิจิตอลในราคาเท่ากัน 4,800 เยน) และ iOS, Android ในราคา 2,800 เยน


ถ้าสั่งจองจาก Square Enix e-Store จะได้ของแถมเป็นแฟ้มใสลายปกเกม
https://store.jp.square-enix.com/item/PLJM_16551.html แต่ถ้า Pre-order จาก PSN จะได้ Custom Theme https://store.playstation.com/ja-jp/product/JP0082-CUSA16764_00-FFCC000000000000


Saturday, September 7, 2019

เกร็ดข้อมูลเรื่องการออกแบบ จาก KH1 Ultimania Part 3

เก็บตกคอมเมนต์เรื่องการออกแบบตัวละครและภาพ Key Art ของ Kingdom Hearts 1 จากหนังสือ Kingdom Hearts Ultimania (ภาคแรก) ซึ่งทางเว็บไซต์ KHinsider โดยคุณ goldpanner พึ่งมาไล่ย้อนอ่านแปลเนื้อหายิบย่อยครับ

(ข้างล่างคือคอมเมนต์การออกแบบจากคุณโนมุระ)



------------------------------------------
ทีดัส
------------------------------------------
- เป็นตัวละครฝั่ง FF ที่วาดขึ้นมาในเกมนี้เป็นตัวแรก
- เป็นการเอาดีไซน์ของทีดัสใน FFX มาทำให้เรียบง่ายขึ้น

------------------------------------------
เซลฟี่
------------------------------------------
- ตั้งใจจะทำชุดให้ต่างจากใน FFVIII
- แต่พอทำโมเดลออกมาแล้ว ไป ๆ มา ๆ เอามาเทียบกันดู มันก็เหมือนกันอยู่ดี

------------------------------------------
วักก้า
------------------------------------------
- เดิมวางแผนให้เออร์ไวน์เป็นคนรับบทนี้
- แต่ไม่ว่าจะวาดกี่ครั้ง ก็ไม่สามารถวาดเออร์ไวน์ให้ดูเข้ากับบรรยากาศชาวเกาะได้
- เลยเปลี่ยนเป็นวักก้าเข้ามาแทน และวาดขึ้นมาเป็นตัวสุดท้ายก่อนเดดไลน์เลย


------------------------------------------
เลออน (สคอลล์)
------------------------------------------
- เป็นตัวละครจาก FF ตัวแรกที่ตัดสินใจใส่เข้ามาในเรื่อง
- จักรวาล KH เป็นเสมือนจักรวาลคู่ขนานของ FF ดังนั้นภูมิหลังของตัวละครจะไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียว
- แต่ก็จะใส่องค์ประกอบต่าง ๆ ที่ทำให้คนที่เล่น FF มาก่อนเข้าใจ
- อย่างเช่นความหมายของลายปีกบนหลังเสื้อของสคอลล์ หรืออย่างการไว้ผมยาว

------------------------------------------
ซิด
------------------------------------------
- เป็นเวอร์ชั่นดัดแปลงจากดีไซน์ใน FFVII
- Disney ไม่ค่อยปลื้มกับดีไซน์แบบนี้ แต่คุณโนมุระก็จะเอา

------------------------------------------
ยุฟฟี่
------------------------------------------
- ตอนแรกจะให้บทนี้ (พวกแก็งสคอลล์แอริธซิด) เป็นของริคคุจาก FFX
- แต่มีปัญหาบางอย่าง ทำให้ต้องตัดริคคุออก แล้วเอายุฟฟี่ที่เดิมวางไว้ให้มีอีกบทบาทอีกแบบนึง มาเสียบแทน
- อีกบทบาทนึงของยุฟฟี่ที่วางแผนไว้ สุดท้ายก็ตัดทิ้งไป
- ดีไซน์ของยุฟฟี่ในเกมนี้ ที่จริงเป็นดีไซน์ที่ออกแบบไว้ให้เหมาะกับอีกบทบาทนึงที่ตัดไปแล้ว

------------------------------------------
คลาวด์
------------------------------------------
- เป็นตัวละครที่คุณโนมุระผูกพันมากเป็นพิเศษ
- ปีกเดี่ยวบนหลังคลาวด์ ปรากฏขึ้นเมื่อเขาใช้พลังความมืด และสื่อถึงความเป็นอริชั่วนิรันดร์กับเซฟิรอธ
- การที่กลับมาเจอกับแอริธอีกครั้งในฉากเครดิตได้ เพราะว่านี่เป็นจักรวาลคู่ขนาน
- คุณโนมุระย้ำว่าตัวละคร FF ที่ปรากฏใน KH ล้วนเป็นลิขสิทธิ์ของ Square Enix ดังนั้นแฟน ๆ ไม่ต้องกังวล

------------------------------------------
แอริธ
------------------------------------------
- คุณโนมุระเกริ่นก่อนว่าตอนที่ทำ FFVII การแสดงออกของแอริธมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขาตั้งใจไว้ ตอนนั้นขอร้องให้แก้ไขให้ถูกต้องแล้ว แต่ก็สายเกินไป
- เดิมบทของแอริธในเกมนี้ ต้องเป็นของอายะ จาก Parasite Eve
- จนผ่านไปครึ่งทางแล้ว ทีม KH ส่วนที่เคยทำ FFVII มาก่อน ได้ขอร้องให้เป็นแอริธเถอะ แอริธจึงได้ปรากฏตัวขึ้นมาในเกมนี้ และเรื่องราวความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับคลาวด์จึงเริ่มต้นขึ้นจากจุดนั้น
- บางครั้งเรื่องราวระหว่างตัวละครที่ต่อยอดออกมา ก็เกิดจากการเปลี่ยนแปลงแบบนี้

------------------------------------------
ม็อค
------------------------------------------
- เคยวาดมาหลายครั้งแล้ว แต่คราวนี้ต้องวาดให้ใช้เส้นน้อยที่สุด
- สุดท้ายก็ได้ม็อคในอุดมคติ ที่มีจมูกอันโดดเด่น


------------------------------------------
Key Art 1 (ลาง)
------------------------------------------
- Disney ขอให้วาด Key Visual ที่เป็นภาพแทนโลกทั้งหมดของเกมนี้
- มีการประชุมใหญ่ แชร์ความเห็น และตัดสินใจยากมากว่าจะวาดภาพแทนของทั้งเกมยังไง
- คุณโนมุระเองก็เครียดอยู่นานว่าจะวาดโดนัลด์กับกู๊ฟฟี่ในฉากซีเรียสยังไง
- หลังวาดมาแล้วถูกตีตกไปหลายชิ้น ก็มาจบที่งานชิ้นนี้
- เป็นหนึ่งในภาพที่แกทุ่มเทหัวใจและจิตวิญญาณใส่ลงไปมากกว่าจะเกิดขึ้นมาได้

------------------------------------------
Key Art 2 (บัลลังก์)
------------------------------------------
- วาดขึ้นมาในฐานะส่วนหนึ่งของข้อตกลงกับ Toshiba EMI
- วาดในช่วงที่พัฒนาเกมขั้นสุดท้ายแล้ว
- ช่วงที่วาดนั้นกำลังเครียดจัดได้ที่เลย แต่ก็เป็นภาพ Key Visual ที่คุณโนมุระชอบเป็นพิเศษ

------------------------------------------
Key Art 3 (สายสัมพันธ์)
------------------------------------------
- เป็นอีกภาพที่วาดภายใต้ความตึงเครียดโดยแทบไม่มีเวลา
- จะเห็นว่าภาพนี้โซระดูโตขึ้นมาอีกหน่อย
- ก็อยากให้ลองตีความกันเองว่าว่าภาพนี้หมายความว่าอย่างไร

https://www.khinsider.com/news/A-Look-Back-KINGDOM-HEARTS-Ultimania-Gallery-Comments-Part-1-15519

FFVII Remake เตรียมพรีเซนต์ครั้งถัดไป 14 ก.ย. 2019


Final Fantasy VII Remake เตรียมพรีเซนต์ในงาน Tokyo Game Show 2019 วันเสาร์ที่ 14 กันยายน 2019 เวลาประเทศไทย 10:20 - 11:00 น. (มีถ่ายทอดสด) โดยแฟน ๆ ชาวญี่ปุ่นเตือนกันว่านั่นเป็นวันครบรอบ 14 ปีของการวางจำหน่าย Final Fantasy VII -Advent Children- พอดี


ทั้งนี้คุณ aibo แอดมิน FF-Reunion ได้ quote ข้อความของคุณโนมุระมา โดยแกไม่ได้ลงแหล่งอ้างอิงของข้อมูลไว้ (ตามหลักคือใช้เป็นหลักฐานไม่ได้ แต่ในทางปฏิบัติคุณ aibo ก็ไม่เคยมั่ว จึงเชื่อได้ว่าเป็นจริง) ใจความว่า

- การตัดต่อเทรลเลอร์ล่าสุดและการเตรียมเดโมไปโชว์ในงาน TGS เสร็จเรียบร้อยแล้ว

- เตรียมเสื้อยืดสำหรับสตาฟฟ์ซึ่งดีไซน์มาพิเศษเสร็จแล้ว

- คุณโนมุระบอกว่าตัวเขาเองไม่มีแผนที่จะไป TGS ปีนี้

- ฝากคุณคิตาเสะให้พรีเซนต์แทนไว้แล้ว

- เจ้าตัวบอกวัน ๆ งานชุกมาก ไม่ได้มีแค่งานเตรียม TGS กับทำ FF7R เท่านั้นนะ

Thursday, September 5, 2019

ปริศนา 3rd Line ของ Kingdom Hearts ที่กำลังเริ่มต้น?


"บางทีฉันอาจไปได้ไม่ไกลเท่านาย"

"เมื่อถึงคราวที่โลกต้องการผู้พิทักษ์ เค้าก็คงจะเลือกนายกัน เอราคุส"

"แต่ว่า..."

"นั่นไม่ได้แปลว่าฉันจะไม่ได้อยู่ตรงนั้น เคียงข้างนาย"



จากที่เมื่อวานนี้ คุณโนมุระพูดในโอกาสครบรอบ 4 ปีเกม Kingdom Hearts Unchained X | Union X ว่าแกได้รับรีเควสต์ให้ไปทำ 3rd Line ของ Kingdom Hearts ....และก็เริ่มไปทำแล้ว

ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าไอ้คำว่า Line ที่แกพูดเนี่ย หมายถึงอะไร

แต่จากที่ผมเข้าใจ ถ้าตีว่า
- Line 1 คือ KH ยุคของพวกโซระ
- Line 2 คือ KH ยุคของ X

Line ที่ 3 ก็อาจจะเป็นยุคที่ Master of Master ยังเด็กแบบที่เอ่ยถึงในสกรีนช็อตล่าสุด หรือไม่ก็ยุคที่เอราคุสและเซอานอรทยังเด็ก

ซึ่งคุณโนมุระก็มีพูดไว้ใน Ultimania ของภาค 3 ว่าเดิมแกตั้งใจว่าจะสร้างภาคถัดไป ให้มีเนื้อเรื่องคาบเกี่ยวลงไปว่าจากเซอานอร์ทที่เป็นเด็กธรรมดา กลายมาเป็นคนที่นิยมชมชอบความมืดได้อย่างไร แต่แกรู้สึกว่าถ้าทำแบบนั้น ไอ้ที่ประโคมโฆษณามาตลอดว่าเรื่องราวของเซอานอร์ทจะจบลงในภาค 3 มันก็จะไม่ได้จบจริง ๆ อย่างที่พูด ก็เลยเอาไว้ก่อน แต่ในหัวก็มีคิดเนื้อหาเป็นรูปธรรมไว้แล้ว (https://www.ffplanet.page/2019/03/kh-iii-ultimania.html)

ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าตกลงแล้ว 3rd Line คืออะไรกันแน่? บางทีมันอาจจะไม่ได้หมายถึง "ยุคสมัย" หรือ "ช่วงเวลา" แบบที่ผมตีความก็ได้...

แต่ส่วนตัว ผมก็ยังอยากให้ 3rd Line เป็นเรื่องของพวกตัวละครที่ปรากฏอยู่ในเนื้อเรื่องมาก่อนแล้ว มากกว่าที่จะไปเปิดกลุ่มตัวละครใหม่ที่ยังไม่รู้จักนะ :) จะเป็นพวกเซอานอร์ท หรือ MoM ก็ยังโอเค