Tuesday, December 29, 2020

Inverse วิเคราะห์ว่า FFVII Remake ฉกพล็อตนิมิตการตายมาจาก Your Name


อันนี้บทความเขาวิเคราะห์ว่าโนะไปจกกาวมาจากชินไค 🤣

กาวที่ว่าคือ

- น้ำตาที่ร้องออกมาโดยที่เจ้าตัวก็ไม่เข้าใจ (ฉากคลาวด์ร้องไห้ที่เห็นแอริธเดินหันหลังจากไปในแสงสีเขียว เหมือนกับความฝันที่แอริธเดินเข้าป่านิทราใน timeline original)

- การที่ตัวละคร flash-forward ถึงการจากลา ซึ่งมันอาจจะเป็นใน loop อื่นหรือ timeline อื่น

- นำไปสู่การตัดสินใจของตัวเองว่า ฉันจะเปลี่ยนแปลง Destiny ให้ได้ (desperate attempt to alter the course of Destiny)

จริง ๆ ธีมการเปลี่ยนแปลงชะตากรรม, มุกควรจะลืมแต่ไม่ลืม แต่จะนึกก็นึกไม่ออก (ไนน์นึกถึงคุราซาเมะที่ตายไปแล้วไม่ออก แต่กลับรู้สึกถึงช่องว่างในหัวใจที่หายไป, พวกทีม KH ควรลืมเรื่องนามิเนะซิออนไปแล้ว แต่หัวใจยังจำได้อยู่), ความเสียใจที่อธิบายไม่ได้... ก็เป็นมุกที่ค่อนข้างแพร่หลายจน common ในพล็อตเรื่องทางฝั่งญี่ปุ่นมานานแล้ว แต่การแซว ๆ ว่าโนะจกกาวมาจากชินไค ฟังเอาขำ ๆ ก็ฮาดีเหมือนกันครับ

https://www.inverse.com/gaming/final-fantasy-7-remake-cloud-vision-aerith-death-your-name

สรุปผลการแข่งขัน Lodi X รอบแรก 2 คู่สุดท้าย


Aster 0-3 SY51
Melt Mallow 0-3 Siam Dream

Siam Dream นี่ เห็นทีท่าก่อนการแสดง ดูทุกคนสดใสร่าเริงมาก... อารมณ์เหมือนลืมความกดดันทิ้งไว้ที่บ้าน แล้วกะจะขึ้นเวทีแบบไปสนุกกันให้เต็มที่ เหมือนอารมณ์ตอนจะขึ้นเวทีปกติล่ะมั้ง ซึ่งเป็น Mind set ที่ดีแล้ว ทำให้ถ่ายทอด energy ออกมาได้ดีมาก ส่งพลังออกมาได้อย่างหนักหน่วง สมเป็น Siam Dream จริง ๆ

เห็นไอซ์บอกว่าช่วงก่อนจะแข่งนั้น วงอยู่ในช่วงผลัดเปลี่ยนเจนฯ ใหม่ มีการเตรียมออกซิงเกิลใหม่ (Long Distance) แล้วอยากมาแข่งรายการนี้มาก จึงจำเป็นต้องหาสมาชิกใหม่อย่างเร่งด่วนมาเติมจาก 3 เป็น 6 คน (ทดแทนฮารูปี แมรี ฮิคาริน) แล้วก็ได้ซ้อมกันแค่ 9 วันก่อนจะมาแข่ง

ระหว่างร้องมันจะมีช่วงฟรี ที่ปกติไอซ์จะพูดว่า "เป็นยังไงบ้างคะะ ทุก ๆ คน สนุกกันมั้ยคร้าาา" แล้วตลอดทั้งเพลงก็จะมีเสียงแฟน ๆ ส่งพลังเข้ามามีส่วนร่วมด้วยมากกว่านี้ แต่พอเป็นรายการแข่งขัน จะใช้บัฟแบบนั้นไม่ได้... พอไม่มีเสียงไอซ์พูดทักทายแฟน ๆ แบบนั้นแล้วก็ดูแปลกตาไปอยู่

แต่สุดท้าย ก็ผ่านเข้ารอบ และไอซ์ได้ MVP ทั้งน้ำตาแล้วล่ะนะ



เหลือ 10 ทีมผ่านเข้ารอบ 2 ได้แก่

Daisy Daisy
Fever
I-mi
Pretzelle
S16 New Gen

Secret 12
Siam Dream
SY51
Tossagirls
Violet Wink

รอบต่อไป จะให้ทั้ง 10 วงมาแสดง แล้วใช้กรรมการอีกชุดตัดสินแบบให้คะแนนกันจริงจัง คัดเอา 3 วงที่ได้คะแนนสูงสุดไปรอบชิงชนะเลิศ

ส่วนตัวก็เอาใจช่วย แฮม สแปม ไอซ์ ต่อไป

แต่ก็เดา ๆ ว่าดูจากรอบแรกแล้ว Tossagirls ดูโหดมาก, Daisy Daisy กับ S16 ก็มีแนวโน้มที่ดีที่จะสู้ต่อได้

Sunday, December 27, 2020

โมแคปฯ ทิฟา คลาวด์ แอริธ เซฟิรอธ โพสต์เรื่องงานและการพักผ่อนในวันคริสต์มาส


ตอนคืนวันคริสต์มาส คุณฮารุกะ โมชั่นแคปเจอร์ของทิฟา โพสต์ภาพคู่กับคุณยามาซากิ โมแคปฯ ของคลาวด์

เธอบอกว่า "Merry X'mas พึ่งเสร็จจากงานโมแคปฯ ปีนี้วิ่งงานกับคุณยามาซากิมาทั้งปีเลย ยังเหลืองานบางส่วนที่ต้องทำให้เสร็จในปีนี้ แต่ตอนนี้พักก่อน ♪"

https://twitter.com/Shibai_Haruka/status/1342461504788996097

-----------------------

ส่วนคุณอาสึกะ โมแคปฯ ของแอริธ โพสต์ตอนเช้ามืดของวันคริสต์มาสว่า เมื่อวานพึ่งถ่ายงาน 4 ชั่วโมงกับโมแคปฯ ของเซฟิรอธ สตาฟฟ์ชมเรากันใหญ่! วันนี้ก็ต้องทำงานอีกเหมือนกัน

https://twitter.com/asukayoshi.../status/1342254416393428992

ซึ่งก็อย่างที่รู้กันว่าในการตั้งกอง ถ่ายงานกันปกติ มันใช้เวลาตั้งกอง/บรีฟ/ซ้อม/ซ่อม/แก้/เก็บ กันนานอยู่แล้ว ไอ้ถ่าย 4 ชั่วโมงนี่ก็คงเป็นแค่ซีนสั้น ๆ เพียงแต่อาจจะเป็นซีนอารมณ์ที่ยาก จนทีมงานถึงต้องเอ่ยปากชมกัน

------------------------------------------------

เห็นคุณ Zakksu ร่วมทฤษเฎาไว้ว่า อยากให้ฉากที่พึ่งโมแคปฯ 4 ชั่วโมง ระหว่างแอริธกับเซฟิรอธนั้น เป็นการโมแคปฯ เพื่อนำไปทำ CGI ฉากการเสียชีวิตของแอริธ อย่างที่เราเห็นและรับรู้ ถกเถียงกันมาอย่างแพร่หลายตั้งแต่ 1997 ขึ้นมาใหม่นั่นแหละ

แต่แล้วก็ต่อเนื่องด้วยฉากที่คลาวด์ ได้สติขึ้นจากนิมิตแห่งอนาคตของ timeline อื่น (flashback/flashforward) เหมือนกับที่ Part 1 แกได้มองเห็นอนาคตของ timeline OG หลายต่อหลายครั้งไว้

https://twitter.com/Zakksu/status/1343073825785843712

ผมฟังแล้วก็คิดว่า เป็นไปได้... ต่อให้ไอ้ที่โมแคปฯ 4 ชั่วโมงไปจะไม่ได้เกี่ยวกับฉากนั้นก็ตาม, แต่ไอเดียที่ว่าคลาวด์จะเห็นนิมิตตอนแอริธเสียชีวิตอย่างละเอียด เหมือนกับที่น็อคติสและคนเล่น ก็เห็นนิมิตการเสียชีวิตของลูน่า ก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจ (ตั้งแต่ใน Trailer Omen ที่โฆษณาก่อน FFXV วางจำหน่าย ซึ่ง Official ให้ข้อมูลตอนเผยแพร่ว่าเป็น Alternate Reality ที่เรจิส นิมิตเห็น - แล้วคุณทาบาตะ ก็มาพูดย้ำว่ามันเป็นเนื้อเรื่อง "If" จึงไม่ได้ผูกมัดว่าเนื้อเรื่องจริงจะเป็นแบบนั้น )

ถ้าโนะเล่นมุกคลาวด์เห็นนิมิตอันเลวร้ายนี่ จริง ๆ ตัดช่วงเซฟิรอธตอนโรยตัวลงมา เอามาใส่ในเทรลเลอร์สักตัวในอนาคต ไว้หลอกคนเล่น ก็เป็นแก็กปั่นที่ใช้ได้เหมือนกัน

ทาบาตะและคิตาเสะ เผยปณิธานอันแรงกล้าสำหรับปี 2021


เว็บไซตืแฟมิซือ ลงสกู๊ปปณิธานสำหรับปี 2021 ของนักพัฒนาเกม 110 คน

ในจำนวนนั้นมีคุณฮาจิเมะ ทาบาตะ ที่ห่างหายจากพื้นที่สื่อไปนาน และคุณโยชิโนริ คิตาเสะด้วย

----------------------------------------------------------
ฮาจิเมะ ทาบาตะ
----------------------------------------------------------

คีย์เวิร์ดสำหรับปี 2020
- Reboot

ปณิธานสำหรับปี 2021
- อะไรที่ทำไม่สำเร็จในปี 2020 จะต้องทำในปี 2021
- อะไรที่วางแผนว่าจะทำในปี 2022 ก็จะต้องทำในปี 2021 ให้สำเร็จ

ความคืบหน้าล่าสุด
- สร้างเกมอย่างเป็นทางการให้กับการแข่งขันรายการ Paralympic Games ในชื่อ The Pegasus Dream Tour แต่ก็ยังไม่รู้ว่าในปี 2021 จะจัด Olympics กับ Paralympic ได้รึเปล่า (ทั้ง 2 รายการเลื่อนมาจากปี 2020)
- https://www.jpgamesinc.com/news/20200903.html

ความคาดหวังในปี 2021
- วัคซีนไวรัสโคโรนา
- Universal Studio Japan "Super Nintendo World"
- Unreal Engine 5


----------------------------------------------------------
โยชิโนริ คิตาเสะ
----------------------------------------------------------

คีย์เวิร์ดสำหรับปี 2020
- เรื่องราวที่่ยังดำเนินต่อไป

ปณิธานสำหรับปี 2021
- FFVII Remake ที่รอคอยมายาวนานได้วางจำหน่ายในปี 2020 แล้ว โลกใบใหม่ (新しい世界) ของ FFVII พึ่งจะเริ่มต้นขึ้น นี่ไม่ใช่เพียงปณิธานในปี 2020 เท่านั้น แต่ยังไปถึงอนาคตด้วย ทว่าเนื้อเรื่องมันจะขยายออกไปยังไงต่อ ผมก็ตื่นเต้นจนคาดเดาไม่ถูก

ความคืบหน้าล่าสุด
- แน่นวล! การพัฒนา FFVII เป็นไปอย่างราบรื่นดี แต่สำหรับรายละเอียดนั้น โปรดรอกันอีกสักพัก

ความคาดหวังในปี 2021
- ไม่รู้จะไปดูคอนเสิร์ต Little Glee Monster, Hige Dandism กับพวกเทศกาลดนตรีทั้งหลายแหล่ที่เลื่อนมาเพราะ COVID-19 ได้มั้ย?
- แต่ที่คอยตาตั้งที่สุดเลย ก็คือ Evangelion 3.0+1.0

https://www.famitsu.com/news/202012/26211799.html

Tuesday, December 22, 2020

สรุปการแข่งขันศึกประชันวงไอดอล Lodi X คู่ Pretzelle x Cheesy Pie


บะหมี่ : Cheesy Pie (CM Cafe) ป่ะ

อินซ์ : ไม่รู้ววว ไม่รู้ววว

แล้วรู้ตัวอีกที Pretzelle ก็เลือก Battle กับ Cheesy Pie ของมี่แล้ว

ลาก่อยยยยยยยยยยย Orz" ตรงกับที่ฉันกลัวไปครึ่งทางแล้วว

-----------------------

ทาง CM Cafe เลือกเพลง ขอโทษที่สวย มาแสดง โอเค ดีละ เพลงนี้น่าจะได้แสดงทักษะมากกว่าเพลงอื่นในค่ายที่เต้นเบา ไม่ค่อยมีลูกเล่น

ครูจันจิ รีวิวว่าบางคนในทีมดูขาดความมั่นใจ แสดงออกทางสีหน้าชัดเจน ทั้งที่เพลงมันจะสื่อถึงความมั่นหน้ามั่นใจ และบอกว่ามี่ดูอ่อนสุดในทีม ต้องซ้อมให้หนัก

กอล์ฟ บอกว่าอะตอมกับนาว ดูแสดงความมั่นใจออกมา เต้นด้วยความมั่นใจ แต่ที่เหลือยังไม่

ส่วนครูเงาะพูดคล้ายกัน แต่ชมนาโฮะด้วยอีกคนที่ถ่ายทอดความมั่นใจออกมา ที่เหลือจะรองกว่า

ซึ่งก็ตามนั้นแหละ อะตอมเบสิคดีกว่าคนอื่น ประสบการณ์นานกว่า, นาวเป็นกัปตัน ส่วนโฮะก็โดดเด่น ก็ตามนั้น

ผลโหวตก็เรียบร้อย 3-0 เป็นไปดั่งนิมิตที่หวาดเกรงมา 1 สัปดาห์

-----------------------

CM Cafe ก็ร่วงไปแล้ว

เทปการแข่ง - https://youtu.be/lfwwqtcZ00Q

วงที่เหลือหลังจากนี้ ก็ฝากด้วยนะ แฮม สแปม ไอซ์บุยย

เห็นที่ครูเงาะพูดแล้วก็ตะเตือนไต ที่ว่าในวง มีคนที่ทักษะด้อยกว่าเพื่อน ก็ต้องไปยกระดับมาให้เท่าเทียมกัน... แล้วก็อย่าโทษตัวเอง (แต่คนฟังก็ต้องเศร้าแหละนะว่า ทีมโดนตัดคะแนนเพราะกรูวววว) ให้เก็บเรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจการฝึกตัวเองต่อไป

เอาใจช่วยต่อไปนะ มี่ อะตอม นาว แอนนา เบบี้ นาโฮะ

Saturday, December 19, 2020

KHUχ เผชิญหน้ากับยามิ

 ขยายความ Kingdom Hearts Union χ ตอนล่าสุด

..................................................


- ในอดีต มาสเตอร์ฯ บอกไว้ว่าเคยคุยกับพวกยามิมาก่อน เราไม่สามารถเข้าใจพวกมันได้ เพราะตรรกะพวกมันต่างจากมนุษย์ปกติ ดังนั้นเอากระบวนการคิดของมนุษย์ไปเทียบเคียงไม่ได้  ลูซูก็ทักว่าเหมือนมาสเตอร์ฯ เลย ทำเอามาสเตอร์ฯ ลื่นเกือบตกเก้าอี้... แล้วบอกว่าเคารพมาสเตอร์ฯ เอ็งหน่อยย

- มาสเตอร์ฯ บอกอีกว่าพวกมันสามารถเข้าใจบทสนทนาของมนุษย์ได้ แถมยังคอยเฝ้าดูพวกเรามาโดยตลอด บางทีตอนนี้พวกมันอาจจะดูเราอยู่ก็ได้ ทำเอาลูซูรีบหันขวับมองหา แต่มาสเตอร์บอกว่าล้อลเ่นนน

- มาสเตอร์ฯ คิดว่าถ้าแดนดิไลออนเผชิญหน้ากับยามิ ก็คงมีปัญหาบ้าง มันไม่ใช่ศัตรูที่จะเจรจาหรือต่อสู้ได้ง่าย ๆ แถมจุดแข็งของพวกมันคือการทำสงครามประสาท ทว่ายามิเกลียดพวกที่มีหัวใจแห่งแสงบริสุทธิ์ ดังนั้น เขาเลยเลือกสมาชิกกลุ่มแดนดิไลออน จากเด็กที่มีหัวใจแบบนั้น และนั่นก็คือจุดอ่อนของยามิ

- มาสเตอร์ฯ เสริมว่ายามิไม่เข้าใจเรื่องหัวใจและอารมณ์ของมนุษย์ ดังนั้นต่อให้พวกมันรู้ว่าเราจะทำอะไร มันก็ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร


- กลับมาปัจจุบัน ยามิบอกเอเฟเมร่าว่าพวกมันไม่ได้มีเป้าหมายอะไร... มันไม่ได้มีวิธีคิดเหมือนมนุษย์ ที่จะทำอะไรแล้วต้องตั้งเป้าหมายไว้ก่อน ปกติพวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็น แต่พวกมันสามารถทำให้เรามองเห็นได้ และการที่มันเปล่งเสียง หรือปล่อยควันออกมา เพื่อให้รู้ว่าพวกมันอยู่ตรงไหน มันบอกว่าเป็นบริการพิเศษ

- ลอวเรียมถามว่า แก (สิงเวน) ฆ่าน้องสาวฉันทำไม? ยามิบอกว่าเพราะนั่นคือสิ่งที่เวนตุสต้องการ (ยามิพูดกำกวมเพื่อหลอกให้ทุกคนคิดว่าเวนตุสอยากฆ่าสเตรลิตเซียเอง - ตัวอย่างสงครามประสาทที่มาสเตอร์ฯ บอกไว้)

- สคูลด์บอกว่าไม่จริง! เวนไม่รู้จักสเตรลิตเซียมาก่อนด้วยซ้ำ เขาจะไปต้องการแบบนั้นได้ยังไง!! ...ยามิเลยบอกว่าแต่เวนต้องการพลังของแกนนำกลุ่ม พวกเขาก็เลยจัดให้ (ด้วยการสิงเวนไปฆ่าสเตรลิตเซีย แล้วสร้างความทรงจำปลอม สวมรอยเป็นแกนนำแทน)

- เอเฟเมร่าบอกว่า ถึงต่อให้เวนต้องการพลังจริง ๆ ...แต่ก็ไม่ใช่พลังที่มาจากการแย่งชิงตำแหน่งแกนนำแบบนี้ (เอเฟเมร่าสื่อว่า ยามิก็กำลังพูดความจริงครึ่งนึง แต่งเติมครึ่งนึง เพื่อปั่นให้ดูทุกคนดูเวนตุสแย่ - ตัวอย่างสงครามประสาทอันที่ 2)


- ยามิแว้บไปโผล่ด้านหลังลอวเรียมและเอเฟเมร่า ซึ่งเป็นด้านหน้าของสคูลด์... ลอวเรียมกับเอเฟเมร่ารีบหันขวับไปเอาคีย์เบลดฟาดทันที ยามิหายตัวไป ส่วนสคูลด์ยกคีย์เบลดขึ้นมากันไว้ได้ (ตัวอย่างสงครามประสาท 3)


- ลอวเรียมกระโดดตามไปฟาดใส่ยามิ แต่กลับโดนเคาเตอร์กลับ โป้งเดียวสลบ (อย่าลืมว่าลอวเรียมเอง ก็กรอบจากการสู้กับมาเลฟิเซนต์มา สภาพ hp ตอนนี้ไม่น่าเกิน 30%)

- เบรนถามว่าทำไมยามิถึงเลือกสิงเวน? ยามิบอกว่าเพราะในตำราพยากรณ์เขียนว่าเวนเป็นเด็กที่ถูกลิขิตให้เป็นภาชนะของความมืด ที่รู้ก็เพราะเขาข้อความในตำรา ตั้งแต่ตอนที่มาสเตอร์ฯ เขียนตำราพยากรณ์ขึ้นมา เรากับมาสเตอร์ฯ เป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กัน


- เอเฟเมร่าตกใจ รีบถามว่าพวกยามิกับมาสเตอร์ฯ ร่วมมือกันเหรอ? ยามิตอบว่าเราไม่มีความจำเป็นต้องร่วมมือกับมนุษย์

- เบรนถามว่าพวกยามิซ่อนตัวมาตลอด ทำไมถึงพึ่งปรากฏตัวตอนนี้? ยามิบอกว่าไม่ใช่พวกเขาซ่อนตัว แต่พวกแกแค่ไม่รู้ถึงการมีอยู่ของพวกเรา จนพึ่งจะมาพบเองต่างหาก

เบรน : คำถามสุดท้าย ไอ้ที่เรียกแทนตัวเองว่า "พวกเรา" หมายความว่ายังไง?

ยามิ : ความมืดนั้นมีมากกว่าแสงสว่างไง

เบรน : เข้าใจละ งั้นขออีกอย่าง ตอนนี้ในห้อง มีนายอยู่แค่ตนเดียวใช่มั้ย

ยามิ : อืม

เบรน : โอเค เข้าใจละ

/เบรนชัก Master Keeper ออกมา


/ยามิลอยขึ้นฟ้า เตรียมเข้าโหมดต่อสู้

เบรน : เอเฟเมร่า สคูลด์ นี่คือศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุด เอาจริงกันได้เลย!!

/เบรนกระโดดขึ้นง้างคีย์เบลด เตรียมจะฟาดใส่ยามิ


ย้อนกลับไปอดีต ลูซูกังวลว่าพวกแดนดิไลออน จะรับมือยามิไหวมั้ย? มาสเตอร์ฯ บอกว่าหน้าที่ของลูซูคือการเฝ้าสังเกตการณ์เท่านั้น จะคอยเฝ้าดูแลพวกเขาบ้างก็ได้ แต่ห้ามเข้าไปแทรกแซงอะไรเด็ดขาด....

แปลว่าในการต่อสู้ระหว่างพวกเบรนกับยามินั้น ลูซูก็เฝ้าดูอยู่ เพียงแต่ลูซูจะเข้าไปขัดขวาง หรือสู้แทนไม่ได้

https://youtu.be/zh-hcNHsK1I

https://youtu.be/CrKwtP3QNnU

Wednesday, December 16, 2020

สื่อเกาหลีรายงาน FFXI เวอร์ชั่นมือถือ ถูกยกเลิกการพัฒนาแล้ว

 

เว็บไซต์ MTN สื่อเกาหลีรายงานว่าค่าย Nexon ที่ซุ่มพัฒนา Final Fantasy XI เวอร์ชั่นมือถือ ร่วมกับ Square Enix มา 5 ปีนับตั้งแต่ 2015 ได้ยกเลิกการพัฒนาแล้ว พร้อมหันไปทุ่มการพัฒนาให้กับโปรเจคท์ใหม่ที่ชื่อ '프로젝트NGR' และ '테일즈위버M' แทน... (อ่านไม่ออก)

MTN อ้างแหล่งข่าวว่าทาง Nexon ได้เปิดเผยเองเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ว่า FFXI ฉบับมือถือได้ถถูกยกเลิกการพัฒนา โดยผู้กำกับ 심기훈 (อ่านไม่ออกเหมือนเดิม) ก็โยกไปคุม '테일즈위버M' แทน

FFXI ฉบับมือถือนั้น เริ่มต้นวางแผนพัฒนาด้วย Unreal Engine 4 กันมาตั้งแต่ 2015 และเริ่มต้นการพัฒนาในช่วงต้นปี 2016 ว่าการพัฒนาไม่ราบรื่นสักเท่าไหร่ แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงแนวทางการพัฒนากันภายในเรื่อยมา ก่อนหน้านี้เคยวางแผนจะวางจำหน่ายในช่วงครึ่งปีหลังของ 2019 แต่ Nexon ก็เลื่อนเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้บังคับบัญชากันในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2019 แล้วก็เริ่มมีการทบทวนโปรเจคท์กันใหม่ รองประธานบริษัท Nexon ที่ชื่อ 김대훤 (คิมแดฮวง?) ที่ขึ้นรับตำแหน่งในช่วงเวลาดังกล่าว ก็ได้แต่งตั้ง 심기훈 ขึ้นมาเป็น ผกก. คนใหม่ของโปรเจคท์ FFXI ฉบับมือถือ

หลัง 심기훈 ขึ้นเป็น ผกก. แทน ก็มีการปรับแนวทางของเกมใหม่ ให้เป็นการผสมผสานระหว่างแนว RPG และ TCG แล้วก็พัฒนากันต่อมาเกือบปี ก่อนจะตัดสินใจปิดฉากลง

ทางสื่อ MTN เชื่อว่าทั้งนี้ การระบาดของไวรัสโควิด 19 อันทำให้ Square Enix หันมาใช้การสื่อสารทางไกลเต็มรูปแบบในการทำงานแทน ก็อาจส่งผลทำให้ Nexon กับ Square Enix ทำงานร่วมกันยากขึ้น จนเป็นเหตุผลหนึ่งของการยกเลิกการพัฒนา และเชื่อว่ามันเป็นการยกเลิกด้วยดี ทาง Nexon กับ Square Enix ไม่ได้มีปัญหากันแต่อย่างไร

서정근 (ซอจึงกิน?) นักข่าว MTN รายงาน

https://news.mtn.co.kr/newscenter/news_viewer.mtn?gidx=2020120913453521144

Updated 23 มี.ค. 2021 - Gamebiz ฝั่งญี่ปุ่นให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ยกเลิกการพัฒนาเพราะคุณภาพงานไม่ถึงระดับที่ควรคาดหวังจากซีรีส์

https://gamebiz.jp/?p=291748

Tuesday, December 15, 2020

สรุปการแข่งขันศึกประชันวงไอดอล Lodi X คู่ Daisy Daisy รอบแรก

 สรุปการแข่งขันศึกประชันวงไอดอล Lodi X สัปดาห์ที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้... (เทปวันนี้)

- กรรมการจับสลากวงที่จะได้แข่งขึ้นมาเป็น Daisy Daisy

- มีทีมหยอดเหรียญ ขอ here come a new challengers สู้ด้วย 2 ทีม ได้แก่ Pretzelle และ Sumomo

- ทาง Daisy Daisy ปรึกษากันว่าจะแบทเทิลกับใครดี... แฮมมีบอกว่า Pretzelle มีกัน 3 คน ในการแข่งขันแบบนี้ ยิ่งคนน้อย ความผิดพลาดจะน้อยกว่า (ยิ่งคนเยอะ โอกาสที่จะมีใครคนหนึ่งเต้นผิดจังหวะไปจากเพื่อน ก็ยิ่งมีเยอะกว่า) ดังนั้น จัดไป Sumomoooo (ซึ่งคิดถูกแล้วว Pretzelle อันตรายยย)

- Daisy Daisy ขึ้นโชว์ก่อน โดยวันนี้เล่น Medley เพลง Heal + Daisy Daisy

- ตอนแรก ๆ ผมก็เฉย ๆ กำลังนั่งทำ Lightroom ภาพงานแกรดฯ ของเทพมินซ่าสสส์ไปด้วย ดูไปด้วย เลยแบ่งสมาธิมาดูแค่ครึ่งเดียว

- จนกระทั่งเพลง Heal ก็หยุดลง แล้วเจ้าแฮม Hammy DAISY DAISY ร้องโซโล่เดี่ยว "cause my love is like Daisy Daisy รู้รึเปล่า... You're the part of me..."

- ภาพตัดไปที่ทุกคนบนเวที ต่างพากันขนลุก จับแขนของตัวเอง, คุณกอล์ฟ (กรรมการ) ก็ยิ้มปากกว้างง เก็บอาการไม่อยู่, ภาพตัดไปที่พิธีกรร้องว้าววว , ตัดกลับไปเหล่าเมมเบอร์วงอื่น ๆ บนเวที ทุกคนทั้งปรบมือ ร้องเชียร์ บางคนต้องกอดอกเขย่าตัวด้วยความสั่นเทิ้่มมม

- ส่วนผมปาเมาส์ แล้วผละจากหน้าจอ Lightroom หันมานั่งกุมมือ ดูการแสดงต่ออย่างยิ้มไม่หุบไปด้วย

- พอซัดเข้าท่อน Daisy Daisy คราวนี้เป็นเวอร์ชั่นผสมเนื้อร้อง ญี่ปุ่น+ไทย

- กอล์ฟฟินตัวแตกไปแล้ววว เก็บอาการไม่อยู่ จนกรรมการท่านอื่นแซว เรียกดึงสติกันใหญ่

- ถึงเวลาวิจารณ์ - กอล์ฟฟินตัวแตก ไม่สามารถติอะไรได้ ได้แต่ล่องลอยอยู่ในทุ่ง Daisy Daisy ไปเรียบร้อย, ส่วนกรรมการอีกสองท่าน บอกว่าแคแรคเตอร์ของแต่ละคน ยังไม่โดดเด่นชัดเจนออกมา มันซ้ำ ๆ กันไปหมด, และยังมีบางช่วงที่เต้นไม่พร้อมเพรียงกัน มันยังปังไม่พอ

- ส่วน Sumomo แสดงได้ดีมาก ๆ ตามมาตรฐาน... แต่ก็ถูกรรมการตำหนิในลักษณะคล้ายกัน คือแคแรคเตอร์ของแต่ละคนที่ไม่แตกต่างกันชัดเจน กับความไม่พร้องเพรียง ดีเทลในการเต้น

- ส่วนตัว ถ้าตัดความเป็นติ่ง Daisy Daisy ในตัวผมออกไป... ผมว่าทั้งสองวง ทำได้สูสีกันมาก....

- กรรมการตัดสิน Daisy Daisy 3 - 0 Sumomooooooo

- หนิงหนิงได้รับเลือกเป็น MVP ในฐานะที่ตกกอล์ฟจนละสายตาไม่ได้ ทำเอากอล์ฟต้องขอขึ้นไปกรุ๊ปช็อตกับทั้งวงไปด้วยยยย (เก็บอาการหน่อยโว้ยยยยย)

- ยินดีกับแฮมด้วย เย้~~~~~~~


- ส่วนอีกคู่ WISH23 1 - 2 I-MI

- เมมหลายคนของ I-MI ก็เป็นอดีตยูนิต FMA Parfait ของ CM Cafe มาก่อน เห็นอินอินดีใจจนร้องไห้ แถมมายเดียร์ยังได้ MVP อีก ผมก็ยินดีกับกับทั้งสองคนไปด้วย ทำได้แล้วนะะะ


- พรีวิวสัปดาห์หน้า กรรมการจับสลากขึ้นมาได้ Pretzelle ....

- ผมมีลางสังหรณ์ว่าอีกไม่นาน Cheesy Pie ของเจ้ามี่ก็น่าจะได้ออกโรงแล้วล่ะ... ดีไม่ดีถ้าไป challege กับ Pretzelle ก็น่าจะจบกันตรงนี้เลย...

- เพื่อนผมคนนึง ชื่อคุณเบนซ์-Zeneros คอยตามมี่ด้วยกัน แกเชียร์ Shinning Star กับ Sumomo ด้วย แต่ทั้งสองวงก็ตกรอบแล้วไปแล้ว.... นี่ถ้า Cheesy Pie ตกรอบแรกตามไปด้วยอีกวง ผมว่าคุณ Zeneros เองก็ดวงอีแร้งใช้ได้นะครับบบบ 😂🤣 เชียร์ทีมไหน ตายเรียบ

Sunday, December 13, 2020

โยชิดะเล่าความหลังตั้งแต่วันแรกที่รู้จักไมดี้ซัง


นาโอคิ โยชิดะ เล่าผ่าน Blog ของ Final Fantasy XIV ว่าเพื่อนผู้รักโลกแห่งเกมออนไลน์ไม่น้อยไปกว่าเขา ได้จากโลกนี้ไป... เขาคิดว่า 'มันเร็วเกินไป' และยังไม่อยากจะเชื่อเลย

โยชิดะซังเล่าว่าเขาได้รับแจ้งเรื่องนี้ตอนวันที่ 6 ธ.ค. 2020 จากอีเมลของ P ซัง โปรดิวเซอร์ที่เป็นคนนำเรื่องแผนกระชับความสัมพันธ์กับพ่อในนาม "โปรเจคท์คุณพ่อแห่งแสง" มาปรับแต่งเป็นละครดราม่า

ครั้งสุดท้ายที่โยชิดะซังได้คุยกับคุณไมดี้ ก็คือ 21 ต.ค. 2020 หรือประมาณ 6 สัปดาห์ที่แล้ว ตอนนั้นไมดี้ซังบอกว่าอาการไม่ค่อยดี เหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว... ตอนนั้นโยชิดะซังบอกไมดี้ว่าเขามีอะไรบางอย่างอยากจะบอก วันถัดมาโยชิดะก็เขียนอีเมลยาวเหยียดส่งไปให้ไมดี้ซัง ทว่าไมดี้ซังไม่ได้ตอบกลับมา แต่มีเอ่ยถึงนิดหน่อยใน blog ของเจ้าตัว ซึ่งการที่เจ้าตัวตอบมาแบบนั้น แปลว่าสิ่งที่โยชิดะซังอยากบอก ได้สื่อถึงเจ้าตัวแล้ว และเจ้าตัวก็ได้ตอบผ่าน blog ตามวิถีของเจ้าตัวเอง

โยชิดะซังเล่าอีกว่า บังเอิญเหมือนกันที่เขาเริ่มรู้จักคุณไมดี้ ก็คือวันนั้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว (6 ธ.ค. 2010) ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ความย่อยยับของ FFXIV (เวอร์ชั่นเดิม) และคุณโยชิดะได้รับมอบหมายให้มาเป็นโปรดิวเซอร์และไดเรคเตอร์คนใหม่ เขาเริ่มคุยกับพวกสตาฟฟ์ในวันศุกร์ที่ 3 ธ.ค. 2010 แล้วสุดสัปดาห์นั้นก็ได้ไปดริงค์กับหลาย ๆ คน รับฟังพวกเขาระบาย เม้าธ์มอยปัญหาในการพัฒนา เรื่องทุกข์ใจต่าง ๆ พอวันจันทร์ที่ 6 ธ.ค. ก็เริ่มเช็คฟีดแบ็คของผู้เล่นตามเว็บไซต์ต่าง ๆ จนได้มาเจอกับ blog ของไมดี้ซัง

CEO ของค่ายในตอนนั้น (โยอิจิ วาดะ) ได้ออกแถลงการณ์ช่วยนั้นว่าเกมมันยังไปไม่ถึงระดับที่นับว่าสนุกได้เลย จึงจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงขนานใหญ่.... ซึ่งหลังแถลงการณ์นี้ออกมา ไมดี้ซังเขียน blog ระบายแบบเกรี้ยวกราดมาก ไม่ใช่เกรี้ยวกราดเพราะ "เกมมันยังไปไม่ถึงระดับที่นับว่าสนุก" แต่เพราะไมดี้ซังไม่อยากให้ SQUARE ENIX ผู้ยิ่งใหญ่ยอมรับเรื่องแบบนั้นออกมา! จำได้ว่าตอนนั้นไมดี้ซังเขียนว่า "เราก็สนุกกับเกมดีอยู่แล้ว! อย่ามาพูดอะไรไร้สาระน่า!"

ไมดี้ซังเป็นคนที่จะมักจะชอบมอบโลกในแง่บวก ค้นหาสิ่งดี ๆ ในตัวคนอื่น และพยายามใจดีกับผู้คนมากมายที่เขาได้พบเจอ ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และ blog ของเขาก็นำเสนอบุคลิกนั้นออกมาอย่างเต็มเปี่ยม

แต่นั่นเอง โยชิดะซังเลยยิ่งรู้สึกโคตรผิด ที่เหมือนบังคับขืนใจให้ผู้เล่นต้องเล่นต้องคิดอะไรแบบนั้น และตัดสินใจว่าจะต้องสร้าง FFXIV ที่สนุกกว่าที่เป็นอยู่ตอนนั้นให้ได้ จากวันนั้นมา โยชิดะซังก็เข้าไปอ่าน blog ของไมดี้เป็นกิจวัตรประจำวัน ซึ่งไมดี้ก็เช็ค traffic แล้วก็รู้ว่ามีคนจาก Square Enix มาอ่าน ก็เลยมักจะเขียนว่า "ยังเล่นอยู่นะ!" ทุก ๆ วัน แล้วโยชิดะซังก็จะเข้า blog ไป เพื่อส่งสัญญาณตอบกลับว่า "กูก็อ่านอยู่!" แล้วก็เล่นแบบนี้วนกันไปมาเรื่อย ๆ 

จนกระทั่งไมดี้ซังคิดโปรเจคท์ "คุณพ่อแห่งแสง" ขึ้นมา โดยการฮั้วกับเพื่อน ร่วมกันพาคุณพ่อออกผจญภัยกระชับความสัมพันธ์ เรื่องนี้ก็ไปเข้าตาโปรดิวเซอร์คนหนึ่งมากจนอยากนำเรื่องเล่านี้ไปทำเป็นละครโทรทัศน์ออกมา

ในวันที่ 28 ก.ค. 2016 บนเส้นทางสู่การถ่ายทำละครดราม่า โยชิดะซังรู้สึกว่าควรจะต้องพบไมดี้ซังตัวเป็น ๆ แล้ว ก็เลยเชิญมาพบกันที่ห้องประชุมในออฟฟิศของ Square Enix ซึ่งไมดี้ซังก็เป็นคนสุภาพเรียบร้อยอย่างดีคิดไว้ แต่พอรู้ว่าเราต่างเป็นติ่งกันดั้มเหมือนกัน ก็เข้ากันได้แทบจะในทันที ยิ่งไปกว่านั้น การที่เขาไล่ตามอ่าน blog ของไมดี้มา 5 ปีครึ่ง มันก็ทำให้เขารู้จักไมดี้ไม่น้อยไปกว่าตัวเขาเอง

จากวันนั้นมา ไมดี้ซังกับโยชิดะซัง ก็ติดต่อกันในฐานะเพื่อนเกมเมอร์ที่เป็นคอเกมออนไลน์เหมือนกัน และในฐานะพวกพ้อง ได้หัวเราะร่วมกัน บางครั้งก็ได้คุยกันจริงจัง ถกเรื่องกันดั้มกันอย่างดุเดือด... จนกระทั่งพอบทละครโทรทัศน์กับฉบับภาพยนตร์ได้กลายเป็นจริง เราต่างแสดงความทึ่งต่อกันว่าเกมออนไลน์แม่งมีศักยภาพที่แสนมหัศจรรย์ หากไม่ใช่เพราะเกมออนไลน์ เราก็คงไม่ได้มารู้จักกัน แต่เพราะมีเกมออนไลน์อยู่ เราจึงได้มาคุยกัน เสมือนว่าเราเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาอย่างยาวนาน หลายต่อหลายคนได้เริ่มย่างเท้าเข้ามาใน Eorzea ก็เพราะละคร "คุณพ่อแห่งแสง" และก็เชื่อว่าผู้คนมากมายมีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปเพราะละครเรื่องนี้ โยชิดะซังจึงอยากแสดงความเคารพและขอบพระคุณสูงสุด ที่ไมดี้ซังได้นำเสนอความเป็นไปได้อันมากล้น ที่เกมออนไลน์สามารถมอบให้แก่เราได้

หลังละครออกอากาศจนจบแล้ว โยชิดะซังก็ได้มีโอกาสไปดินเนอร์กับไมดี้ และคุณพ่อแห่งแสงคนนั้น

ก่อนวันนั้น พ่อของไมดี้เคยส่งข้อความมาสารภาพให้ฟังว่า "ผมภูมิใจในตัวลูกมาก"

ส่วนในวันที่เจอกันนั้น ที่คุณพ่อแห่งแสงได้มานั่งต่อหน้าโยชิดะซัง คุณพ่อบอกว่า "ลูกของผมยังมีเส้นทางอีกยาวไกล ช่วยเป็นเพื่อนกับเขาต่อไป และสั่งสอนอะไรต่าง ๆ ให้เขาด้วยนะครับ" 

ไมดี้ซังได้ยินก็ทำหน้าบูดเบี้ยว แล้วบอกว่า "พ่อผมก็เป็นซะแบบนี้แหละ" ว่าแล้วก็ยกเบียร์ขึ้นกระดก

ภาพในวันที่นั่งซดเบียร์กันนั้น ยังคงชัดเจนเสมือนว่าพึ่งเกิดขึ้นเพียงเมื่อวาน... ทว่าโยชิดะซัง จะไม่ได้เจอไมดี้ซังอีกแล้ว


ประมาณ พ.ย. 2018 ไมดี้ซังตรวจพบว่าเป็นมะเร็งและต้องเข้ารับการผ่าตัด ไมดี้พยายามหลีกเลี่ยงไม่บอกโยชิดะซังจนกระทั่งวินาทีสุดท้าย ก็เพราะไม่อยากจะให้โยชิดะต้องเป็นห่วง แต่โยชิดะรู้สึกว่าทำแบบนี้ไม่น่ารักเลย

หลังตัดสินใจได้ว่าจะต้องไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล โยชิดะก็สอยนิวกันดั้ม Ver.Ka ติดมือไปเป็นของเยี่ยมไข้ เอาจริง ๆ ก็ไม่ได้อยากให้ต่อกันพลาระหว่างที่ยังนอนเดี้่ยงอยู่ในโรงพบาบาล แต่อยากให้ไมดี้มีเป้าหมายในการต่อสู้กับโรคร้าย... ก็เลยทำสัญญาต่อกัน

"ต่อเสร็จแล้วเอามาคืนกูด้วย กูจะเอาไปตั้งโชว์บนโต๊ะทำงาน" โยชิดะพูด ว่าแล้วไมดี้แม่งก็มองเขาอย่างสตั๊น ก่อนที่ไมดี้จะหัวเราะออกมา "เออ เก๊ตละ"

แต่แล้วภายหลัง มะเร็งร้ายมันก็กลับมาหาไมดี้อีก ช่วงที่ไมดี้ได้ออกจากโรงพยาบาล โยชิดะตัดพ้อว่าเขาน่าจะแนะนำให้ไมดี้ไปหาผู้เชี่ยวชาญกว่านั้นเพื่อตรวจเช็คทุกอย่างอย่างละเอียด เขาน่าจะใส่ใจติดตามอาการของไมดี้ให้มากกว่านั้น แถมยังมีโอกาสตั้งมากมายที่จะได้ออกไปหาอะไรกินกันแท้ ๆ แต่ก็ไม่ได้ทำลงไป เพราะโยชิดะซังเห็นไมดี้ยิ้มตลอดเวลา แล้วก็เข้าใจว่าไมดี้โอเคดี แต่ตอนนี้พอมาคิดดูแล้ว ไมดี้ก็ยังไม่ได้เริ่มต่อกันดั้มที่เขาให้ไปเลย อาจเพราะไมดี้รู้อยู่แก่ใจมาโดยตลอดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น... 



ถึงตอนนี้ โยชิดะซัง ก็ยังไม่ได้รับนิวกันดั้มที่ไมดี้ซังควรจะต่อให้เขา คืนกลับมา... แต่โยชิดะซังเชื่อว่าไมดี้คงหิ้วติดตัวไปโลกภพโน้นด้วย ไมดี้เป็นคนชอบของเล่นมาก ถ้าไม่มีกันพลาติดตัวไปด้วยคงแย่ ไมดี้เป็นคนจิตใจดีและมองโลกในแง่ดี ไมดี้จะต้องยังคงชักชวนเหล่านักรบแห่งแสง และออกเดินทางร่วมกันต่อไปในโลกภพโน้นอยู่แน่ ๆ ก็หวังว่าไมดี้คงกำลังต่อนูกันดั้มอย่างเป็นสุข พร้อมหัวเราะร้อง "ความโสดจงเจริญญญญญ"

โยชิดะซังบอกว่า ตอนนี้เขายังไม่พร้อมจะไปหาไมดี้ ...และไมดี้เองก็คงยังไม่อยากให้เขาไปหาด้วยเหมือนกัน

โยชิดะซังยังมีภารกิจ ในการเผยแพร่โลกของเกมออนไลน์ที่ไมดี้รัก ในนามของ FFXIV เพื่อที่คนมากมาย จะได้เข้ามาร่วมสนุกกันอีกต่อไปเรื่อย ๆ

ตอนที่ตัดสินใจเอา "คุณพ่อแห่งแสง" มาทำเป็นบทละคร โยชิดะกับไมดี้ได้สัญญากันไว้ ไมดี้จะต้องเล่น FFXIV ต่อไปเรื่อย ๆ ส่วนโยชิดะ ก็จะขยันสร้าง content ให้ต่อไป แต่นอกจากงานนี้แล้ว เราคือพวกพ้องที่รักในเกมออนไลน์ และกันดั้มเหมือนกัน

เมื่อถึงเวลา โยชิดะซังเชื่อว่าสักวันหนึ่งก็จะได้เจอกับไมดี้ซังอีกครั้ง ถึงตอนนั้น แกเชื่อว่าไมดี้จะเห็นต้นกล้าบนหัวของโยชิดะที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้ (สัญลักษณ์ของ Newbie ใน FFXIV) แล้วไมดี้ที่มีพรรคพวกล้อมอยู่ก็จะยื่นมือออกมาพลางพูด "เฮ่ย newbie นี่นา! ไม่เป็นไรนะ ทางฝั่งนี้มีอะไรสนุก ๆ อยู่เพียบ ไปผจญภัยกันเถอะ!"

ซึ่งในอุ้งมือนั้น จะต้องมีนิวกันดั้มอยู่ด้วยอย่างแน่นอน...

สู่สุขคตินะไมดี้ นายทำได้ดีมาก จนกว่าจะได้พบกันใหม่


10 ธ.ค. 2020

มนุษย์ออนไลน์ & นักรบแห่งแสง, นาโอคิ โยชิดะ

https://na.finalfantasyxiv.com/blog/003072.html

Friday, December 11, 2020

ไมดี้ซัง ต้นกำเนิด FFXIV Daddy of Light เสียชีวิตแล้ว

ทวีตภพหลักของ Final Fantasy XIV - Drama Series Daddy of Light แจ้งว่าคุณไมดี้ ที่ต่อสู้กับโรคร้ายมาพักใหญ่ ๆ ตามที่เคยแจ้งข่าวไว้นั้น ได้จากไปแล้ว ขอบคุณสำหรับแฟน ๆ ที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด และขอให้ร่วมกันภาวนาให้แก่ดวงวิญญาณของคุณไมดี้ ให้ไปสู่สุขคติ

https://twitter.com/ff14_dol/status/1336958837312503808

FFVII Remake รับรางวัล GOTY 2020 จาก IGN Japan

 


IGN ญี่ปุ่นจัดอันดับ Top 10 Game of the Year 2020

ไม่รู้ว่าเพราะความเป็น IGN สังกัดฝั่งญี่ปุ่นรึเปล่า แกถึงยกให้ Final Fantasy VII Remake ขึ้นแท่นอันดับ 1 โดยมีอันดับต่าง ๆ ดังนี้

1. Final Fantasy VII Remake

2. The Last of Us Part II

3. Animal Crossing New Horizon

4. Half Life: Alyx

5. ASTRO’S PLAYROOM

6. Ghost of Tsushima

7. Sakuna: Of Rice and Ruin

8. DOOM Eternal

9. Yakuza: Like a Dragon

10. A Short Hike

คลิปประกาศผล : https://youtu.be/oLYSRVioKLI

ส่วนของ The Game Awards ก็รอดูพรุ่งนี้

https://jp.ign.com/goty-2020/48764/feature/ign-japan-2020-top-10

Friday, December 4, 2020

การเด๊ดห่าถาวรใน SaGa Frontier (Permadeath)

 

"มีเมคานิคหนึ่งที่ทุกเผ่าพันธุ์ใช้ร่วมกัน; นั่นคือตัวละครสามารถเด๊ดห่าถาวรได้"

"ตัวละครทั้งหมดต่างมีองค์ประกอบที่เรียกว่า Life Point หรือ LP ซึ่งมักจะอยู่ระหว่าง 5-10 และก็ลดลงเมื่อตัวละคร HP หมด"

"เมื่อตัวละคร LP หมด พวกเขาก็ตาย ตายแบบ ตายจริง ๆ"

"ตายแบบ ไม่สามารถใช้ตัวละครนี้ได้อีกตลอดไป"

"นี่แหละคือ JRPG ที่มีการเด๊ดห่าถาวร ซึ่งเกมนี้ก็มีมาตั้งแต่ 1997"

"การโจมตีบางอย่างของศัตรูยังทะลุ HP แล้วโจมตีเข้าสู่ LP โดยตรง เลยยิ่งทำให้การต่อสู้ยิ่งโคตรยากมหาประลัย ยิ่งถ้าคุณไม่มีไอเทมที่จะใช้ป้องกันตัวละครจากการโจมตีเหล่านั้น"

"เพราะเมคานิค LP เนี่ยแหละ SaGa Frontier เลยกลายเป็นเกมที่โคตรยากสำหรับคนที่ไม่ได้เป็นเกมเมอร์ฟ้าประทาน"

"การตัดสินใจที่ไม่ดีจะส่งผลให้ Game Over ได้ในทันที นี่จึงไม่ใช่เกมสำหรับคนที่ยังไม่นับว่าตัวเองเป็นแฟน Hardcore RPG"

"แถม Grinding ก็ไม่ได้ช่วยให้เอาชนะการต่อสู้ เพราะมอนสเตอร์ข้างทางมันแข็งแกร่งขึ้นตามความเก่งกาจของตัวละครหลักคุณ"

---- Quote จากแชนแนล The RPG Fanatic Review Show - SaGa Frontier Review Retrospective : https://youtu.be/q3oWu39iO1E

ภาพประกอบเป็นหนังสือ SaGa Frontier ของผมกับพี่สาว เนื่องจากพี่สาวเป็นคนรักษาของมาก สมัยเด็ก ๆ เลยไม่ค่อยให้ผมยืมหรือแตะต้องของใด ๆ ของเขา ...ผมเลยต้องไปซื้ออีกเล่มนึงมาใช้ ปัจจุบันใน Shoppee ขายหนังสือเล่มนี้กันในราคา 300 บาท

คิตาเสะหยอด Remake FFVII มาเพราะอยากสร้างคลาวด์และแอริธใน PS เจนฯ นี้


โยชิโนริ คิตาเสะ ผู้อำนวยการสร้าง Final Fantasy VII Remake และอดีตผู้กำกับ Final Fantasy VII ให้สัมภาษณ์ในงาน PlayStation®Partner Awards 2020 Japan Asia หลังจากเกมได้รับรางวัล Grand Award

โดยคุณคิตาเสะ อธิบายเหตุผลของการสร้างภาค Remake ขึ้นมาว่า อย่างแรกเลยมันคือสิ่งที่ตัวเขาซึ่งเป็นทีมงานดั้งเดิม ตัวคุณชินจิ ฮาชิโมโตะ และเท็ตสึยะ โนมุระด้วย อยากจะ Remake ให้ได้สักวันหนึ่งอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีโอกาส เนื่องจากมันเป็นงานใหญ่ ก็จะต้องเตรียมการต่าง ๆ ให้ดีก่อนที่จะทำ อีกทั้งเขายังอยากสร้างแคแรคเตอร์คลาวด์และแอริธ ที่สมจริงขึ้นมาใน PlayStation ยุค Gen นี้

ส่วนความรู้สึกของการได้รับรางวัล Grand Award นั้น คุณคิตาเสะบอกว่าตอนสมัยภาคออริจินอลก็ได้รางวัลในงาน PlayStation Awards มาก่อนแล้ว พอมาในตอนนี้ที่เป็นงาน PlayStation Partner Awards ก็ได้รับรางวัล Grand Award อีก แกก็มองว่ามันเป็น "ชะตากรรม"

เมื่อถามถึงความกดดันในการทำภาค Remake คุณคิตาเสะบอกว่ามันมีอุปสรรคมากมายตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการพัฒนา แต่ท้ายที่สุดด้วยความช่วยเหลือของสตาฟฟ์ที่ผ่านงานซีรีส์ Final Fantasy มามากมาย อย่างเช่น ผกก. ร่วม โมโตมุ โทริยามะ และนาโอคิ ฮามากุจิ งานมันก็สำเร็จมาได้ ภายใต้ความกดดันนั้น เราก็พบคอนเซปต์ว่า "ร่วมกันสร้างสิ่งที่ชวนให้รำลึกถึงความหลังขึ้นมาใหม่" เพราะคอนเซปต์นี้แหละ ทำให้เราเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ กันมาได้ (ก็คือไม่ได้ยึดติดกับของเดิมเป๊ะ แต่สร้างสิ่งใหม่ที่ทำให้นึกถึงของเดิมได้)

พอสื่อถามถึงความแตกต่างระหว่างรีแอคชั่นจากผู้ที่เล่นภาคออริจินอลมา กับผู้เล่นหน้าใหม่ที่พึ่งมาเล่น Remake? คุณคิตาเสะบอกว่ามันยากที่จะจับ Reaction ของผู้เล่นใหม่ได้ แต่ส่วนผู้เล่นเก่าที่เล่นออริจินอลมา ก็กลายมาเป็น Influencer กันเยอะ ก็เห็นว่าผู้เล่นที่มีความทรงจำของภาคออริจินอลตราตรึงแน่น จะเล่นภาค Remake ด้วยความตื่นเต้น และถ่ายทอดความรู้สึกนั้นออกไปให้คนที่ไม่เคยเล่นภาคออริจินอลมาก่อนได้รับรู้ อย่างลูกเขาเองก็ไม่ได้รู้เรื่องภาคออริจินอล แต่ก็รู้ว่าทั่วโลกนั้นเลื่องลือถึงภาค VII กันมากเพียงไร

คุณคิตาเสะยังเล่าอีกว่าตอนแกไปทัวร์โปรโมตเกมในยุโรป แกได้รับคำถามจากสื่อมากมายถึงเรื่องปัญหาสภาพแวดล้อมในโลกเกม หมายถึงเรื่องอย่างการใช้มาโค, ชีวิตของดวงดาว ซึ่งมันเป็นธีมที่ไม่ปรากฏในเกมอื่น ๆ ในช่วงเวลานั้น ( ทางฝั่งญี่ปุ่นเองก็ตั้งความหวังกับแคแรคเตอร์และเซตติ้งของโลกไว้มาก พอแกเห็นว่าธีมของเกม มันก็เวิร์ก ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศเหมือนกัน ก็ประทับใจ

คุณคิตาเสะทิ้งท้ายว่าตอนแรกก็เป็นกังวลว่าผู้เล่นเก่าจะยอมรับภาค Remake นี้มั้ยวะ? แต่ก็ข้ามผ่านอุปสรรคมามากมาย ได้รับการสนับสนุนจากทุกคน ตัว FFVII Remake นั้นพึ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น นี่เป็นเพียงการก้าวออกไปสู่โลกภายนอกที่จะแผ่ขยายออกไป แรงสนับสนุนจากทุกคนก็ได้ช่วยเป็นพลังให้กับพวกเรา ก็ขอให้ติดตามรอดูผลงานในอนาคตกันต่อไป

https://blog.ja.playstation.com/2020/12/03/20201203-pspawards

Wednesday, December 2, 2020

เฉลยความลับในเนื้อเรื่อง Emelia จาก The Essence of SaGa Frontier

 


คน ๆ เดียวที่เคยแหกคุก Despair หนีออกมาได้ก่อนพวกเอมิเลีย แอนนี ลิซ่า ก็คือรูฟัส (คนละคนกับทายาทตระกูลชิน...) รูฟัสเป็นคนให้ข้อมูลเรื่องคุกกับพวกลิซ่า พวกเธอจึงแหกหนีตามออกมาได้

สาเหตุที่แอนนีเข้าร่วมกลุ่มกราดิอุส อันนี้แอนนีมีบอกใหนเกมว่าเธอเลือกที่จะทำงานเสี่ยงอันตรายเพื่อให้ได้เงินเยอะ ๆ เอาไปจุนเจือครอบครัว, ส่วนลิซ่านั้น คุณคาวาซึขอปล่อยให้แฟน ๆ จินตนาการสาเหตุกันเอาเอง แต่อาจจะมีเรื่องของรูฟัสมาเกี่ยวข้องในเหตุผลนั้นด้วย

ตอนเอมิเลียปลอมตัวไปสำรวจ Trinity Lambda Base ช่วงที่จบภารกิจแรก เธออุทานออกมาว่า …バカヤロー นั่นเป็นเพราะเธอไม่พอใจที่ยารุโตะ (ผู้บัญชาก่อนของ Trinity Base) หนีไปได้, กองกำลังเสริมไม่ปรากฏตัว แถมรูฟัสยังหลอกเธอให้ลอบเข้ามาในฐาน

มอนโดมอบ Angel Brooch ให้แก่เอมิเลีย เพราะเธอคล้ายกับผู้หญิงที่เขาเคยแอบชอบ ซึ่งสุดท้ายเธอก็เลือกสมรสกับเอียน (Ian) เพื่อนรักของมอนโด เขาเลยตัดสินใจว่าจะปิดบังความรู้สึกนั้นไว้ดีกว่า จนได้มาเจอเอมิเลียอีกครั้ง เลยมอบ Angel Brooch ที่เคยตั้งใจจะให้เธอคนนั้น แก่เอมิเลียแทน

เดิมที่แล้วบอสใหญ่ที่แท้จริงในเนื้อเรื่องของเอมิเลียก็คือโจ๊กเกอร์ แต่ถ้าจะให้สู้กับโจ๊กเกอร์ในร่างไซส์เท่าตัวละครมนุษย์ทั่วไป มันก็ดูเห่ย ครั้นจะให้แกแปลงร่างเป็นอสูรกายยักษ์มันก็ดูเยอะไป สุดท้ายเลยให้ Diva ซึ่งเป็นลูกน้องของโจ๊กเกอร์ มาเป็นบอสสุดท้ายของเนื้อเรื่องเอมิเลียแทน

ส่วน The Cube ที่ตามหากันนั้น ก็ไม่ได้อยู่ที่โบสถ์ร้าง การบอกว่าอยู่ที่โบสถ์ร้างนั้นเป็นกับดักที่ล่อให้โจ๊กเกอร์เข้ามาติดกับ เพื่อที่กลุ่มกราดิอุสจะได้จัดการกับโจ๊กเกอร์ได้ แท้จริงแล้ว The Cube อยู่ที่ Tartaros

The Cube นั่นเป็นอุปกรณ์ที่ปล่อยพลังงานออกมาได้อย่างมหาศาล และเป็นขุมพลังของฝ่าย RB3 และยังเกี่ยวพันลึกซึ้งกับจักรวาล ในช่วงแรกของการพัฒนา ยังเคยคิดสร้างให้ The Cube เป็นไอเทมที่สามารถแสวงหามาได้ในเนื้อเรื่อง พอได้มาแล้วก็สามารถท่องไปในจักรวาลได้อย่างอิสระ

สำหรับตัวตนที่แท้จริงของโจ๊กเกอร์นั้น คุณคาวาซึบอกว่ามีด้วยกัน 2 แบบ ขึ้นอยู่กับว่าเราไปเจอฉากจบแบบไหน

ใน Bad Ending - ตัวตนแท้จริงของโจ๊กเกอร์ ก็คือเร็น ที่จิตใจเปลี่ยนไป กลายเป็นคนที่ต้องการ The Cube แล้วเอาหน้ากากธรรมดามาใส่ เพื่อปิดบังใบหน้าของตนเอง

ใน Good Ending - โจ๊กเกอร์คือผีในหน้ากาก ซึ่งไอ้หน้ากากนี้ก็ยังคงเป็นปริศนา ไม่รู้ว่าถูกใครสร้างขึ้นมาในอดีตที่แสนไกล หรือว่าจู่ ๆ หน้ากากมันก็มีชีวิตของมันขึ้นมาเอง? แต่เจ้าหน้ากากนี้ก็เข้าครอบงำร่างกายและจิตใจของผู้ที่สวมใส่มัน ใช่ร่างของผู้สวมใส่เพื่อทำตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ซึ่งวัตถุประสงค์รอบนี้คือการครอบครอง The Cube

จนกว่าหน้ากากจะหาร่างภาชนะใหม่ได้ หรือจนกว่าหน้ากากถูกทำลายลง ผู้ที่สวมใส่หน้ากากก็จะไม่มีทางหลุดพ้นจากการครอบงำของมันได้

ทั้งนี้ เร็นถูกออกแบบมาให้เป็นผู้ชายเท่ ๆ เพื่อให้เป็นที่ชื่นชอบของทุกคน เขาเป็นคนติดดิน ต่างจากเอมิเลีย-คู่หมั้น ที่เป็นเจ้าแม่แฟชั่นซูเปอร์โมเดล เรียกได้ว่าเป็นคนธรรมดาที่เผอิญได้แฟนเป็นนางแบบ

Tuesday, December 1, 2020

เฉลยความลับในเนื้อเรื่อง T260G จาก The Essence of SaGa Frontier


ในยุคโบราณ มี 2 ขั้วอำนาจต่อสู้กัน ระหว่างฝ่ายกัปตันและยานเหาะในสังกัด HQ กับฝ่าย RB3

กองกำลังยานบินของ HQ เป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีใส่ RB3 ก่อน แต่แล้วกลายเป็นว่า RB3 พลิกกระดานมาโค่น HQ ได้

T260 คือชื่อ คอร์ คอมพิวเตอร์ของยานเหาะลำนั้น ตัว T260 นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ตามภารกิจและสถานการณ์ โดยอยู่ในรูปของยานแค่เพียงฉากเปิดเรื่องเท่านั้น ส่วนในเกม ก็เปลี่ยนรูปร่างเป็นหุ่นยนต์ได้อีก 8 แบบ

T260 ถูกออกแบบโปรแกรมบุคลิกมาให้เป็นผู้หญิง ตามความเชื่อโบราณที่ปกติก็เรียกเรือ, ยานพาหนะ เป็นสตรีเพศอยู่แล้ว

ตอนแรกคุณอาคิโตชิ คาวาซึ (บิดาแห่งซีรีส์ SaGa และ Final Fantasy Crystal Chronicle) จะให้กัปตันยานเรียกยานว่า T ซึ่งมาจากชื่อ Tatyana ตัวละครหญิงใน Romancing SaGa 3 แต่สุดท้ายก็ตัดทิ้งไป

ในตอนเริ่มเรื่องนั้นเราสามารถตั้งชื่อให้ T260 ได้ แต่ไม่ว่าจะตั้งอะไร เจ้าปลาหมึก Taco ที่เป็นคนซ่อม T260 ให้ ก็จะบังคับให้เติม G ลงไปท้ายชื่อทุกครั้ง คุณคาวาซึบอกว่าตามเนื้อเรื่องก็คือ Taco มันอาจจะไปชอบรายการโทรทัศน์ที่ลงท้ายด้วย G, แต่เหตุผลในการพัฒนาจริง ๆ คือตัวแกเองเอามาจากการ์ตูนเรื่อง CYBORG Jiichan G ในโชเนนจัมป์

ขณะที่ Ancinet Ship ที่ตกอยู่ในดาว Shingrow คุณคาวาซึบอกว่าไม่ใช่ยานเหาะที่เป็นร่างของ T260 ในฉากเปิดเกม แต่ก็เป็นยานที่ถูกสร้างขึ้นในยุคสมัยเดียวกัน และน่าจะเสียดายจากการต่อสู้กับ RB3 เหมือนกัน จึงตกลงไปในดาวนั้น

สำหรับเลข ID ของ T260G ที่ใช้หมายเลข 7074-8782-1099 แฟน ๆ บางส่วนลองอ่านแบบเล่นคำ (ゴロ合わせ) พบว่า 7074-8782 มันแปลว่า 名はナシ、ヤなヤツ…… ซึ่งหมายถึงการไม่มีชื่อ แต่คุณคาวาซึตอบกลับทฤษเฎานี้ว่า "คิดมากไปแล้ว" (หัวเราะ) มันก็แค่ชุดตัวเลขที่กดง่ายบนแป้นตัวเลขเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ

ส่วนหุ่นเพื่อนร่วมปาร์ตี้ที่ชื่อ ZEKE นั้น ในเกมมีบอกว่าไม่ได้เอาบุคลิกมาจากพนักงานของ Nakajima Robotics ที่ชื่อฮิโรชิ แต่เอามาจากโคอิซึมิ.... ซึ่งโคอิซึมิที่ว่า เป็นมุกหมายถึงเคียวจิ โคอิซึมิ ผู้สร้างระบบต่อสู้ของเกมนี้

ขณะที่การที่ pzkwV เรียก Leonard ว่าเซนเซย์หรือ Doctor ในเวอร์ชั่นอังกฤษ อันนั้นแค่แต่งเรื่องไว้ว่าในอดีต pzkwV เคยไปให้ Leonard ซ่อมแซมตัวเองให้

สำหรับความลับสุดท้าย ทำไม RB3 ถึงเงียบหายไป ไม่เคลื่อนไหวจนกระทั่ง HQ กลับมาปฏิบัติการณ์ได้? นั่นเป็นเพราะ HQ ได้ติดไวรัสและหยุดการทำงานไป ทำให้ RB3 ไม่สามารถค้นหาพิกัดสถานที่ของ HQ ได้ จากนั้นมา RB3 จึงอยู่ในโหมดประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จนกว่าจะพบเบาะแสของ HQ นั่นเอง

-------------------------------------------

ลิงก์เว็บคุณ Sevon ที่คลั่งแปล The Essence of SaGa Frontier ทั้งเล่ม

https://essenceofsaga.wordpress.com/home/about/

Sunday, November 29, 2020

SaGa Frontier ประกาศ Remaster วางจำหน่ายในปี 2021

 

SaGa Frontier (1997) เกมเทพจากยุค PS1 ประกาศ Remaster พร้อมเพิ่มเนื้อเรื่องใหม่ และเพิ่มตัวเอกตัวที่ 8 ....ซึ่งก็คือเจ้า Fuse ที่ตอนยุค PS1 ก็สร้างไว้แล้วแต่สุดท้ายตัดทิ้งนั่นแหละ

เกมจะวางจำหน่ายลงทั้ง PS4, Nintendo Switch, Steam, iOS และ Android ในปี 2021 

https://youtu.be/jYnCp7_fh7M

---------------------------------

สมัย PS1 นี่เป็นเกมที่ผมหยิบมาเล่นซ้ำบ่อยที่สุดและประทับใจสุด ๆ เลยเพราะ

- หาเนื้อเรื่องไม่เจอ.... เกมมัน Open Open Opennnn Universe มากไป (Free-Form Scenario System) คือเปิดมาเราก็นั่งยานโดยสารไปได้ทั่วทั้งจักรวาล แล้วแต่ละดาวมันก็มีเทคโนโลยี ขนธรรมเนียม เรื่องราว ปัญหาที่แตกต่างกัน

- ตัวเอกมี 7 คน เนื้อเรื่องจุดหมายฉากจบไม่ซ้ำกัน

- เกมสู้เป็นระบบปาร์ตี้ 5 ตัวละคร แต่เราไปชักชวนเพื่อนมาเข้ากลุ่มได้สูงสุด 15 คน...

- มีความส้นตีนอย่างหนึ่งคือ ถ้าเกิดเรามีเพื่อนในทีม 15 คนแล้ว พอไปชักชวนเพื่อนคนที่ 16 17 18 เข้ามา... มันก็เข้าปาร์ตี้ได้ แต่เราดันเอาออกมาใช้ไม่ได้ เพราะ slot ตัวละครมันเลือกได้แค่ 15 ตัว

- แต่ถ้าเล่นไปถึงจุดที่เนื้อเรื่องบังคับให้เพื่อนคนที่ 16 ของเราเข้ามาร่วมต่อสู้ด้วย ไอ้เพื่อนคนที่ 16 มันก็จะเขยิบเข้ามาอยู่ใน 5 คนแรก... แล้วกลายเป็นว่าจะมีเพื่อน 1/15 คนของเรา กระเด็นไปอยู่นอกโควต้า แล้วเราก็จะหยิบเพื่อนคนนั้นออกมาใช้ร่วมปาร์ตี้ไม่ได้อีก (WTF!?)

- เกมไม่มีเลเวล

- ศัตรูเก่งตามสเตตัสของเรา

- ตัวละครยิ่งใกล้ตาย ยิ่งมีโอกาสคิดสกิลใหม่ ๆ ออกมาใช้ได้ ซึ่งระบบนี้โคตรบันเทิง เพราะเป็นระบบที่ทำให้เราได้ลุ้นว่าในห้วงวิกฤต ตัวละครของเราจะพัฒนาตัวเองอย่างก้าวกระโดด และแสดงปาฏิหาริย์ในการเอาตัวรอดออกมาได้

- มีการโจมตีผสาน Combination กันระหว่างตัวละคร ทำให้ค่าพลังโจมตีเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ ซึ่งการจะโจมตีผสานกันได้ มันต้องเป็นกระบวนท่าที่ผสานร่วมกันได้ และเทิร์นของตัวละครก็ต้องสอดคล้องกัน

- ผมจำได้ว่าตอนเด็กผมเล่น Emelia, T260G, Red ส่วนพี่สาวเล่น Asellus, Riki, Blue, Lute

- สมัย ป.6 ที่เล่นเกมนี้ เว็บบอร์ดเกมในไทยยังเป็นวุ้นอยู่ หนังสือไกด์เกมนี้ของ Tonbo ก็แทบไม่ได้ช่วยอะไร.... มีแต่เกริ่นเบื้องต้นแล้วให้ไปคลำเอาเอง

- ตอนนั้นต้องไปคลำเอาบทสรุปจาก GameFaqs แล้วก็นั่งเปิดดิกทีละคำ... 

- จำฝังแน่นเลยว่า พอเกมมันเปิดกว้างมากไป ไปไหนก็ได้ทั่วจักรวาล ไม่ได้เป็นเส้นตรงแล้ว เราแม่ง lost จริง ๆ ...แต่ก็สนุกมาก

- T260G ร่างสุดยอด แปลงร่างเป็นยานอวกาศพุ่งชนศัตรู ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบบบ ป๊าบบบ ป๊าบบบ โคตรบันเทิง

- เรดก็มีแปลงร่างไปมา พอแปลงเป็นฮีโร่ผดุงคุณธรรมก็เก่งเทพเมพขึ้น

- เอเมเลีย เล่นง่าย ชิล เพื่อนเยอะ

- จำได้ว่ามีเก็น เป็นนักดาบในตำนาน ต้องเอามาเข้ากลุ่มแต่เนิ่น ๆ ให้ได้

- คุ้น ๆ ว่าของริกิ เริ่มมาก็มีเพื่อน 5 คนตั้งแต่ต้น ๆ เลยมั้ง

- บลูนี่ จำได้ว่าเป็นจอมเวทย์ แล้วก็ฉากจบ WTFFF หยั่งกับทำไม่เสร็จ

- เหมือนบลูจะมีฝาแฝดชื่อรูจมั้ง ...คือเพื่อนคนอื่นเอาบลูเข้ากลุ่มไม่ได้ แต่เราก็ไปเอาฝาแฝดมันมาเข้ากลุ่มได้

ประทับใจ T T

------------------------------------------------------------------------------------------------------

ย้อนดูฉากจบของ 7 ตัวละครใน SaGa Frontier เมื่อ 23 ปีก่อนเพลิน ๆ

https://youtu.be/0oJ-hqaycQA

เอมิเลียมี 2 ฉากจบ (Bad กับ Happy)

อเซลลัสมี 3 ฉากจบ

--Spoiler Zone--

เอ่อ... ผมก็พึ่งจะเคยเห็นอีกฉากจบหนึ่งของเอมิเลียเนี่ยแหละ ตอนเด็ก ๆ จบแต่แบบ Bad... ในคลิปนี้ถึงเห็นฉากจบที่เอมิเลียช่วยเร็นเอาไว้ได้

ของ T260G นี่อบอุ่นหัวใจและจบแบบพอใจแล้ว

ของเรดนี่ก็เหมือนอวสานขบวนการเซนไท แล้วตัวร้ายขบวนการใหม่กำลังจะออกมา

ส่วนบลูนี่ก็ยังอิหยังวะจนมาถึงทุกวันนี้... แต่ในคลิปก็มีคนอธิบายไว้ละ

เสียดายเทคโนโลยี และการเล่าเรื่องด้วยกราฟฟิกตอนนั้น มันยังมีข้อจำกัดเยอะ อย่างใน Bad Ending ของเอมิเลีย ตอนที่เธอรู้สึกทนไม่ไหวแล้ว และกรีดร้องออกมา ภาพตัดฉับไป

ถ้าเป็นการกำกับใหม่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันนี้ ต้องจับนักพากย์มาพากย์เสียงกรีดร้อง ฮว๊ากกก ของเอมิเลียดัง ๆ แล้วใช้มุมกล้องแบบซูมจากหน้าเธอทะยานออกนอกหน้าผาไปเห็นฟ้ากว้างแล้ว

-----------------------

เสริมเรื่องของบลูอีกหน่อย ในคลิปมีคนบอกว่าเคยอ่าน The Essence of Saga Frontier ที่เป็นหนังสือเสมือน Ultimania ของเกมนี้ และได้บอกเล่าอธิบายขยายเรื่องราวต่าง ๆ ที่ถูกตัดทิ้งไปมากมาย ไม่ว่าจะเพราะข้อจำกัดของเวลา หรือเพราะความไม่เหมาะสมต่าง ๆ

เขาว่าบลูที่เป็นแฝดวิญญาณร้าย หลังชนะ Hell Lord แล้วก็ติดอยู่ในนั้นชั่วนิรันดร์ ซึ่งนี่เป็นเนื้อเรื่องที่ไม่ Canon และนับเป็น Bad Ending

ส่วนเนื้อเรื่อง Canon คือ รูจ (แฝดวิญญาณดี) ชนะในการดวลกับบลู และรูจลงไปสู้กับ Hell Lord ตัวคนเดียว ไม่ให้เพื่อนไปด้วย หลังจากรูจชนะ Hell Lord ได้ก็กำลังโซซัดโซเซอยู่ในวังวนนั้น (กรุณานึกภาพสคอลล์ที่ติดอยู่ใน Time Compression หลังชนะอัลติมิเซีย) แต่ด้วยเสียงเรียกจากเพื่อน ๆ รูจจึงกลับมายังโลกมนุษย์ได้...... (ตอนเขียนพล็อตนี่.... ไปคุยกับคิตาเสะเยอะไปใช่มั้ยยย)

-----------------------

สำหรับรีมาสเตอร์ที่จะมาปีหน้า หวังว่าจะได้เห็น content ที่ถูกตัดออกไป ย้อนกลับมาทำใหม่ เยอะ ๆ เลยนะะ

Wednesday, November 25, 2020

Square Enix จะเริ่มใช้โปรแกรม Work from home เต็มรูปแบบ 1 ธันวาคม 2020 นี้


ความเป็นมา

- ตั้งแต่ COVID-19 ระบาด ทางค่ายก็ปรับเปลี่ยนสไตล์การทำงานให้ยืดหยุ่นขึ้นตั้งแต่ ก.พ. 2020 เป็นต้นมา ซึ่งมีทั้ง Work from Home, ทำงานแบบเหลื่อมเวลา, ใช้การประชุม Online ต่อมาในช่วงมิถุนายน ก็ได้ทำการเซอร์เวย์ พบว่าพนักงาน 80% มีความคิดเห็นในทางบวกต่อการ Work from home ทางค่ายจึงพิจารณาปัจจัยด้านการผลิตและพัฒนาผลงานหลายอย่างจากบ้าน สุดท้ายก็ได้ออกมาเป็นโปรแกรมดังกล่าวที่น่าจะสร้างความพึงพอใจเป็นอย่างมากให้กับทั้งคนทำงานและคนบริหาร

วันที่เริ่มมีผลบังคับใช้

- 1 ธ.ค. 2020

ชื่อโปรแกรม

- Work-From-Home Program

บริษัท/บริษัทในเครือ ที่ใช้โปรแกรมนี้

- Square Enix Co., Ltd.

- Square Enix Holdings Co., Ltd.

- Luminous Productions Co., Ltd.

รูปแบบของโปรแกรม

- แบ่งการทำงานของออกเป็นโมเดล home based และ office based

- home based คือทำงานที่บ้าน เฉลี่ยอย่างต่ำสัปดาห์ละ 3 วัน

- office based คือทำงานที่ออฟฟิศ เฉลี่ยอย่างต่ำสัปดาห์ละ 3 วัน

- โดยพื้นฐาน พนักงานทั้งหมดจะถูกกำหนดเป็น home based ไว้ก่อน

- หัวหน้าของแต่ละ Division (ตอนนี้มี 8 Division) จะเป็นคนกำหนดว่าพนักงานตำแหน่งใด หรือเจาะจงตัวบุคคลคนใดบ้าง ให้ทำงานแบบ officia based โดยพิจารณาจากความเหมาะสมของสภาพการทำงาน

- แต่ละเดือน หัวหน้าของ Division ก็สามารถปรับเปลี่ยนโมเดลการทำงานของพนักงานได้ ขึ้นอยู่กับความชุกของงาน

- ทางค่ายคิดว่าในเดือนธันวาคม เดือนแรกของการใช้โปรแกรมนี้ พนักงาน 80% จะทำงานแบบ home based

https://www.jp.square-enix.com/company/en/news/2020/html/df9995782da2d516db9ebac425d02d4019665f70.html

Tuesday, November 24, 2020

โนมุระเปิดตัว Shin Subarashiki Kono Sekai หรือ Neo : The World Ends with You


เท็ตสึยะ โนมุระ เฉลยแล้ว เว็บไซต์ที่นับถอยหลัง 7 วันปริศนาคราวนี้ แท้จริงแล้วก็คือการเปิดตัวเกม Shin Subarashiki Kono Sekai หรือในชื่ออังกฤษว่า Neo : The World Ends with You

เกมนี้จะวางจำหน่ายให้กับ 2 ระบบทั้ง PS4 และ Nintendo Switch สอดคล้องกับที่ก่อนหน้านี้แกให้สัมภาษณ์ทางสื่อของ Nintendo ว่าเดี๋ยวก็จะได้กลับมาให้สัมภาษณ์ถึงเกมอื่นอีก

คุณโนมุระบอกว่า เกมนี้เป็นภาคต่อของ Subarashiki Kono Sekai - The Animation ที่จะออกอากาศในเดือนเมษายน 2021 โดยเกมภาคต่อนี้จะออกมาในช่วงฤดูร้อน 2021

สำหรับภาคเอกที่ชื่อรินโด (Rindo | リンドウ) คุณโนมุระบอกว่าตอนออกแบบก็ยังไม่ได้คิดว่าการใส่ mask จะกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับโลกนี้ไปแล้ว

ส่วนเครื่องหมาย 日 ที่มีขีดขวางทับจากซ้ายบนลงขวาล่าง ที่เผยมาเมื่อวานนั้น คุณโนมุระบอกว่า มันคือการผสมรวมกันของตัวอักษร N E O นั่นเอง

ทั้งนี้เกมได้เปลี่ยนจาก 2D ในภาคแรกมาเป็นระบบ 3D แล้ว แต่ยังคงสไตล์กราฟิก และใช้ย่านชิบุยะกับเกมยมทูตเป็นแกนหลักในการดำเนินเนื้อเรื่องเหมือนเดิม แถมยังมีตัวละครเก่าอย่างโช มินามิโมโตะ (So Zetta Slowww) และยมทูตคาริยะ กลับมาปรากฏตัวด้วย

รินโดเห็นนิมิตที่ชิบุยะจะโดนลบทิ้ง แล้วสงสัยว่านั่นเป็นความฝันรึเปล่า? ส่วนตอนท้ายเทรลเลอร์ รินดูบอกว่ารอก่อนนะทุกคน เราจะต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตากรรมไปด้วยกัน





ตัวละครรองอื่น ๆ ที่ปรากฏตัวมาแล้วได้แก่

- เฟร็ต (Fret)

- นากิ (Nagi) เธอพากย์เสียงโดย 片平美那 (มินะ คิตาฮิระ) ที่เคยพากย์เป็น NPC ใน KH III ด้วย

- ซึกุมิ มัตสึนาเอะ (Tsugumi Matsunae) หรือ Hype-chan ที่ปรากฏตัวในครั้งแรกในฉากจบของภาค Solo Remix และมีเนื้อเรื่องนิดหน่อยในภาค Final Remix - http://re-ffplanet.blogspot.com/2018/10/new-day-subarashiki-kono-sekai-final.html เธอเป็นผู้รอดชีวิตจากชินจูกุที่ถูกลบไปแล้ว และได้เดินทางมาถึงชิบุยะแล้ว

***ในเทรลเลอร์มีฉากที่รินโด เฟร็ต นากิ โช ต่อสู้ร่วมกันเป็นทีมปาร์ตี้ 4 ตัวละครแล้ว

https://twitter.com/TWEWY_PR/status/1330891568811708417/photo/1


เทรลเลอร์เปิดตัวเกม 

[JP] - https://youtu.be/thvqIawz5lc

[EN] - https://youtu.be/6bUU_58xrtc

เว็บไซต์หลักของเกม

- https://www.jp.square-enix.com/shinsubarashiki


ภาคชิน เป็นเนื้อเรื่อง 3 ปีต่อมาหลังเกมยมทูตในภาคแรก

Sunday, November 22, 2020

Hint สุดท้ายภาคต่อของ Subarashiki Kono Sekai


นี่มันหมายความว่าไงเนี่ยยย

https://www.jp.square-enix.com/7days/index.php

สิ่งที่ผมคิดได้คือ

- มือที่ถือโทรศัพท์อยู่

- ภาพในจอคือคันจิ วัน (日) ที่ถูกขีดฆ่า อาจหมายถึงหมดเวลาแล้ว

- หรือจะหมายถึงระบบ dual screen ในภาคแรกบน NDS?

- ตะ... แต่มันก็เป็นสี่เหลี่ยม Quadratum ด้วยนะะะ

ที้งนี้มีคนแงะชื่อไฟล์ภาพนี้ออกมา พบว่าภาพไฟล์คนถือโทรศัพท์ กับไฟล์ตัว 日 มันแยกกัน

ไฟล์คนถือโทรศัพท์ชื่อไฟล์ smartphone

ไฟล์ 日 ชื่อไฟล์ Mark Blue

Saturday, November 21, 2020

รายชื่อเพลงน่าสนใจในอัลบั้ม Final Fantasy VII Remake OST Plus


เดิม FFVII Remake OST วางจำหน่ายไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2020 แต่ในอัลบั้มใหม่ที่ทะลึ่งเติม "Plus" ลงไปด้านท้าย แล้วเปลี่ยนปกขายใหม่ จะรวมเพลงจากคัตซีนต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใส่ลงในแผ่น OST อันเก่าลงไปด้วย... นี่มัน Final Mix, International โมเดลชัด ๆ 

อัลบั้มนี้วางจำหน่าย 23 ธ.ค. 2020 ราคา 4,180 เยน

อันที่จริง ผมก็ไม่ได้สนใจเรื่องชื่อเพลงมาก่อน พึ่งจะได้มาไล่อ่านชื่อเพลงของภาคนี้ก็คราวนี้ และเห็นว่ามีชื่อที่น่าสนใจเช่น

- Under the Rotting Pizza - Battle Edit (腐ったピザの下で Battle Edit) - เรียกสภาพใต้เพลทมิดการ์ว่า ใต้พิซซ่าเน่า

- The First Guy I Ever Loved (はじめて好きになった人) - ตอนถามถึงชื่อของรักแรก แล้วแอตอบเต็มปากเต็มคำ 

- Poor Man's Course (ごぶごぶモミー) - ชัดเจนดีจัง

- Rock That Dress, Aertith (エアリスにロックオン) - เพลงตอนที่คลาวด์เห็นชุดเดรสของแอริธ แวบแรกผมสงสัยว่าแปลผิดรึเปล่า เพราะ ロックオン ในที่นี้ผมเข้าใจว่าหมายถึง Lock on หรือ เพ่งเล็ง,พินิจไปยังแอริธ ซึ่งมันคนละความหมายกับ Rock

btw.... ในความคิดแวบสอง ผมคิดว่าจะ lock on หรือ rock that dress มันก็เป็นความหมายในเชิงบวกว่าคลาวด์ตะลึง สตั๊น ประทับใจกับเดรสของแอริธเหมือนกัน... ผมว่าคนแปลแกก็คงรู้ว่า ロックオン หมายถึง Lock on แหละ แต่ก็พยายามแปลให้เป็น Rock that Dress ในความหมายที่ชื่นชมชุดของแอริธเหมือนกัน เป็นการแปลโดยเลือกคำที่เสียงคล้ายกันมาใช้นั่นเอง

- Tifa's Tears (ティファの涙) - ในคืนที่ทิฟาร้องไห้ คลาวด์พยายามปลอบเธอด้วยการกอดแบบผู้ใหญ่ แต่ด้วยความไม่เคย เลยรัดแรงไป

- Every Moment Matters (この一瞬を大切に) - เจ๊แอที่มาหาในฝัน และบอกว่าจะรักฉันไม่ได้นะ / ส่วนชื่อญี่ปุ่นหมายถึงให้ cherish ช่วงเวลาขณะนี้เอาไว้

- They'll All Be Fine (アバランチへの信念) - หมีแบร์ บ่นถึงสหายอวาแลนซ์คนที่เหลือ จนถึงทุกวันนี้ผมก็ยังฟังไม่รู้เรื่อง / ส่วนชื่อญี่ปุ่นจริง ๆ มันหมายถึงเชื่อมั่นศรัทธาในอวาแลนซ์ ก็คงแกล้มไปกับ They'll all be fine ได้แหละ

- A Death Not Ordained by Fate (運命は死よりも) - น่าจะตอนที่แบร์ตายนอกบท

- Goodbye, Wedge (さらばウェッジ) - เวจด์บินทะลุกระจก แต่ชื่อทั้ง jp,en เขียนเหมือนกับว่าลาก่อยยยย จองเมรุได้เลย

- Changing Fate (運命の壁) - ใน Jp เขียนว่ากำแพงแห่งชะตากรรม... .ซึ่งศัพท์มันเป็นคนละเรื่องกับ Changing Fate เลย แต่บริบทมันก็ไปกันได้ เราต่างรู้ว่าถ้าแหกกำแพงนี้ไป ก็จะก้าวข้ามชะตากรรมไปได้แล้ว

- Rufus's Ascension (ルーファウス社長就任) - ใน Jp เขียนตรง ๆ ว่าการขึ้นเป็นประธานบริษัท แต่ผมก็ชอบการใช้คำ Ascension ของ En นะ

- Ending - Out of Destiny's Reach (エンディング:運命の外側で) - โพ้นไปจากอุ้งมือของชะตากรรม

https://www.jp.square-enix.com/music/sem/page/FF7R/ostplus/

https://www.jp.square-enix.com/music/sem/page/FF7R/ostplus/en



Thursday, November 19, 2020

His heart persisted against all odds. คำเฉลยจากประโยคปริศนาของโนมุระ

 

ภาพนี้จากคัตซีนไคริเล่าเรื่องทั้งหมดใน KH ให้ฟัง

https://youtu.be/74CsyCIQg0E

ผมเปิดคลิปนี้ทิ้งไว้ ระหว่างที่แปลบทสัมภาษณ์ที่พึ่งลงไปอยู่

ช็อตนี้เป็นการเล่าตอนที่ทีมผู้พิทักษ์แสงสว่างไปถึงสุสานคีย์เบลดใน Kingdom Hearts III แล้วก็สู้พวกฝูงฮาร์ทเลสกับ Devil Wave ไม่ได้ 

ซึ่งไคริบรรยายว่า

Darkness will prevail, and the light expire.

It all unfolded just as the Book of Prophecies foretold.

But Sora refused to give up.

His heart persisted against all odds.

--------------------------

อันนี้มี 2 ประเด็น

1. ไคริ หล่อนไปรู้คำทำนาย และรู้เรื่องตำราพยากรณ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ ชั้นจำไม่ด้ายยยยย 5555 หล่อนยังไม่น่าจะรู้จักไม่ใช่เหรออออ

2. สี่บรรทัดที่ลอกมานั่น อ่านแล้วรู้เลยว่าคุณโนมุระเขียนขึ้นโดยจงใจให้มันสอดคล้อง ล้อกับสิ่งที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้

โดยแกพูดในงาน KH III Premiere Event ที่ LA วันที่ 18 พ.ค. 2018 ว่า

https://www.khinsider.com/news/KINGDOM-HEARTS-3-Premiere-Part-1-The-Developer-Panel-12037

"If you have been playing Kingdom Hearts Union X[Cross] on your mobile platform, you would know that we have foreshadowed that light will be defeated by darkness. So you may see what happens with that being foreshadowed. I actually do believe it may have some kind of a "difficult ending" that you may find a bit difficult to grasp."

"It depends on whether or not everyone can go against all odds and overcome what's being foretold."

ก็คือตำราพยากรณ์ใน UX มันพยากรณ์ไว้แล้วว่ายังไงความมืดจะมีชัย ซึ่งแบบนั้นก็จะเป็นฉากจบที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่.... มันก็ขึ้นอยู่กับว่าทุกคนจะก้าวข้ามทุกคำทำนาย และคว้าโอกาสที่อยู่นอกเหนือความเป็นไปได้ทั้งหมดไว้ได้รึเปล่า

ซึ่งต่อมาวันที่ 12 มิ.ย. 2018 พอมีการเปิดเผยชื่อ Dynamic Theme ของเกม ในชื่อ Impossible Odds แล้วเป็นรูปพวกโซระ หมา เป็ด ริคุ มิคกี้ ผมก็บอกลงในข่าวเลยว่า มันชัดแล้วว่านี่คือการสปอยล์ว่าพวกโซระ จะคว้า Impossible Odds ที่โนมุระพูดถึงในเดือน พ.ค. เอาไว้ได้แน่นอน - http://re-ffplanet.blogspot.com/2018/06/kingdom-hearts-iii-sony-conference-e3.html

กลับมาถึงภาพล่าสุดในปัจจุบัน ที่ไคริพูดถึงคำทำนายว่าความมืดจะมีชัย แต่หัวใจของโซระก็ยืนหยัดอยู่เหนือความเป็นไปได้ทั้งหมด

ผมถึงบอกว่า มันเป็นการเขียนเพื่อให้สอดคล้องกับคำพูดของแกที่ LA ว่าสุดท้ายแล้วทุกคนก็ก้าวข้ามคำทำนาย และฟันฝ่า against all odds ทั้งหมดไปได้นั่นเอง

Wednesday, November 18, 2020

โนมุระขอแย้ง ไม่ได้เป็นอย่างที่ทีม Composer พูด, พร้อมจับตาดูเซอร์ไพรส์ปี 2022

 

สรุปบทสัมภาษณ์เท็ตสึยะ โนมุระ ถึงเกม Kingdom Hearts -Melody of Memory- ที่พึ่งวางจำหน่ายไป จากเว็บไซต์ Dengeki Online

- โนะเล่าให้ฟังว่า ตอนแรกทางสตูดิโอ Indieszero ส่ง proposal ของเกมนี้มาอย่างสั้น ๆ ด้วยนิยามว่านี่คือ KH เวอร์ชั่นของ Theatrhythm -Final Fantasy- เป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่า Theatrhythm FF All-Star Carnival ซึ่งคุณโนมุระอ่านแล้วก็คิดว่าเขาไม่อยากจะให้มันเป็นแค่เวอร์ชั่น KH ของ Theatrhythm

- เดิมทีแล้วที่ Theatrhythm มีเกมดีไซน์แบบมุมมอง side view เพราะคุณโนมุระคิดว่าถ้าจะสร้างเกมดนตรีของ FF เขาก็มีภาพอิมเมจในหัวแบบนั้น เดิมทีแล้ว FF มันก็เป็นมุมมอง side view แต่สำหรับ KH (ซึ่งเริ่มมาภาคแรกก็เป็น 3D แล้ว) มันก็ต้องทำให้แตกต่างกัน เขาจึงอยากผสมผสาน Action ของ KH เข้าไปในเกมดนตรีเกมนี้ ก็เลยขอให้ทาง Indieszero ลองทำดู ผ่านการลองผิดลองถูก แก้ไปแก้มา จนกระทั่งได้ออกมาเป็นอย่างที่เห็น

- เนื้อเรื่องภาคนี้อาจไม่ได้เยอะแบบปกติของซีรีส์ แต่เนื้อเรื่องก็เดินหน้าไปในอย่างที่แฟนซีรีส์น่าจะอยากเห็นกัน

- พอถามว่าคุณโนมุระแสดงความเห็นว่าไงตอนที่ให้ทีมงานเลือกเพลง 140 เพลงมาใส่เกมนี้? คุณโนมุระบอกว่าแกก็ไม่ได้สั่งอะไรเป็นพิเศษ แต่ไม่อยากให้เพิ่มเพลงเป็น DLC หลังวางจำหน่าย ก็เลยบอกให้ทีมงานใส่เพลงลงไปให้เยอะที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ละกัน

- Kingdom Hearts Union X Dark Road ไม่ได้สร้างมาเพื่อส่งไม้ต่อให้ภาคต่อไป แต่เป็นโปรเจคท์ที่มีคิดเก็บไว้ก่อนนานแล้ว ทีนี้ทีมสร้าง Union X เขาอยากจะทำ คุณโนมุระก็เลยตัดสินใจให้ทำออกมา

- โนะคิดว่าเซอานอร์ทคงไม่ได้กลับมาเป็นบอสหลักของเนื้อเรื่องการต่อสู้ในอนาคตอีก แต่อิทธิพลจากเซอานอร์ท จะยังคงอยู่ต่อไป เมื่อผู้เล่นได้เล่น KH MoM แล้วก็คงเข้าใจ

- ผู้สัมภาษณ์ถามว่าตอนสร้าง KH1 นั้น คุณโนมุระมองออกไปไกลขนาดไหน ได้คิดถึงตัวตนของร็อคซัสแล้วหรือไม่? โนะบอกว่าตอนสร้าง KH1 ก็คิดถึงภาคต่อในชื่อ Chain of Memories แต่ในขณะเดียวกันก็คิดเซตติ้งเรื่องของร็อคซัสขึ้นมาเป็นพระเอกคนใหม่ ทว่าไอเดียตอนนั้นก็ยังไม่ชัดเจนนัก หลายสิ่งที่คิด ๆ ไว้ก็ไม่ได้กลายเป็นจริง กรณีของภาค Dark Road ก็มีคิดไว้ และก็ถูกคิดแล้วเก็บไว้ในลักษณะนั้น

- ผู้สัมภาษณ์สงสัยว่าในยุค PS3 และ PS Vita ไม่มี KH ภาคใหม่มาลงเครื่องนั้นเลย (ไม่นับ 1.5, 2.5 ที่เป็นการมัดของเก่ารีมาสเตอร์) มันไม่มีการดันภาคใหม่มาลงเครื่องนั้นเลยรึ? คุณโนมุระบอกว่ายุค PS3 เขาก็มีไอเดียภาคใหม่อย่างฟุ้ง ๆ อยู่บ้าง แต่ที่ไม่ได้ทำภาคใหม่ ก็เพราะตอนนั้นเขาทำ FF Versus XIII อยู่ ขณะที่ PS Vita นั้นเป็นเครื่องเกมพกพาที่สเปคสูง จนเขาคิดว่าถ้างั้นก็ไปทำลงคอนโซลไปเลยน่าจะดีกว่า

- เมื่อพูดถึงเครื่องเกมเจนฯ ใหม่ โนะบอกว่าหลายค่ายก็ประกาศเกมฟอร์มยักษ์ลง PS5, Xbox Series X ไปหมดแล้ว ถ้าเขาจะสร้าง KH ลงเครื่องเจนฯ ใหม่ ก็คงตามมาทีหลัง เลท ๆ หน่อย เอาในจังหวะเซอร์ไพรส์ แต่นี่ก็ยังไม่ใช่การประกาศนะ แค่พูดลอย ๆ ไว้ (หัวเราะ)

- เมื่อถามว่าทำไมถึงตัดสินใจเลือกคุณโยโกะ ชิโมมุระเป็นผู้ประพันธ์เพลงให้ซีรีส์นี้ตั้งแต่แรก? คุณโนมุระบอกว่าเพราะฝ่ายมิวสิคของค่ายแนะนำมา และเขาเองก็คุ้นเคยกับคุณชิโมมุระตั้งแต่ตอนทำ Parasite Eve ด้วยกัน คุณชิโมมุระเป็นคนคุยง่าย

- โนะเล่าว่าตอนเขาไปต่างประเทศ ทีมงานบอกเขาว่าแฟน ๆ เรียกเธอว่า Goddess Shimomura แต่กลับเรียกเขาว่า Papa Nomura!! ไหงงั้นฟะ!!

- เมื่อถามว่าได้ขออะไรคุณชิโมมุระไปในตอนที่แต่งเพลงแรกให้ KH โนะบอกว่าจำได้ว่าขอไปว่า ให้เป็นเพลงที่เปลี่ยนสลับไปมาระหว่าง Field Song กับ Battle Song ได้อย่างราบรื่น และให้เพลงมันมอบความรู้สึกเหมือนอยู่ในสวนสนุก

- คุณโนมุระคิดว่าจุดเด่นในเพลงของชิโมมุระ คือมันเต็มไปด้วยคลื่นอารมณ์ หรือดราม่านั่นเอง

- โนะบอกว่าส่วนคุณทาเคฮารุ อิชิโมโตะ ก็มาช่วยแต่งเพลงตั้งแต่ภาค Birth by Sleep แล้วยังแต่งเพลงให้ Subarashiki Kono Sekai กับ Dissidia ด้วย ก็คุ้นเคยกันมานาน แฟน ๆ รู้ดีว่าอิชิโมโตะถนัดแต่งเพลงเท่ ๆ เขาก็เลยมักจะมอบหมายให้อิชิโมโตะ แต่งเพลง Battle ให้

- ส่วนคุณสึโยชิ เซคิโตะจากทีมงานฝั่งโอซาก้านั้น ถนัดแต่งเพลงสดใสร่าเริง ก็เลยง่ายที่จะขอให้แต่งเพลงประกอบพวกซิสเต็มและมินิเกม

- จากเพลงทั้งหมดในซีรีส์ เพลงที่โนะประทับใจเป็นพิเศษ ก็ยังคงเป็น Hikari ของอุทาดะ ฮิคารุ ซึ่งตอนแรกเขาก็ไม่คาดคิดว่าอุทาดะจะรับทำให้ เขาจึงประทับใจมากในหลาย ๆ ทาง ตอนที่เพลงเสร็จสมบูรณ์ เขาได้ฟังในสตูดิโอบันทึกเสียงพร้อมด้วยเครื่องเสียงเต็มรูปแบบ ซึ่งเพลงมันอิมแพคท์มาก มาก มว๊ากกก จนเขาไม่มีวันลืมความรู้สึกขนลุกในวันนั้นได้ลง

- โนะบอกว่าก่อนหน้านี้มีบทสัมภาษณ์ทีมผู้ประพันธ์เพลงของเกมออกมา (อันนั้นผมไม่สนใจเลยไม่ได้แปล แต่เห็นผ่านตาอยู่) ที่ว่าโนะสั่งให้แก้เพลงหลายรอบ โนะก็อยากเสริมและแก้ต่างส่วนที่ทีมงานบอกว่าเขาสั่งแก้โดยไม่ให้รายละเอียด

- โนะขอแก้ต่างว่ากู เอ้ย โนะเนี่ย สั่งอะไรลงไปเยอะแยะเลย อย่าง "อินโทรดีนะ แต่ว่าหลังจากนั้น....", "เพิ่มเครื่องดนตรีนั้นลงไปด้วยสิ", "ตัดท่อนนี้ เสียงนี้ไม่เอา" แล้วก็จี้รายละเอียดนะ (หัวเราะ) ซึ่งโนะก็งงว่าเวลาสตาฟฟ์เอาคอมเมนต์ของเขาไปส่งบอกต่อกัน ไปบอกกันอีท่าไหน แต่ก็ควรจะบอกต่อกันโดยไม่ต้องไปดัดแปลงคำพูด (หัวเราะ)

- โนะบอกว่า ตรงที่เซคิโตะให้สัมภาษณ์ว่า "โคตรยากที่จะเทคเดียว OK" แต่เพลงของเซคิโตะเนี่ย เขาให้เทคเดียว OK เกือบ 80% เลยนะ (หัวเราะ) สงสัยไอ้ 1 เพลงที่ไม่ OK ไปนั่น มันคงฝังใจ (เซคิโตะบอกว่าโนะสั่งแก้เพลง Mission Complete ของ Unchained X 8 รอบ)

- ผู้สัมภาษณ์ก็พยายามบอกว่าคงเพราะคนส่วนใหญ่มักจะจำเรื่องที่ไม่ดี มากกว่าเรื่องที่ดีไง ทีมผู้ประพันธ์ก็เลยอาจจะไปจำแบบนั้น ซึ่งโนะก็บอกว่าพวกนั้นหาว่าโนะให้แก้พร่ำเพรื่อ แต่โนะก็ยืนยันว่าความจริงมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย (หัวเราะ)

- ผู้สัมภาษณ์ถามว่าโนะสั่งอะไรบ้างตอนเสนอเพลงให้ไปทำ? โนะบอกว่าโดยหลักแล้วออเดอร์มันไม่ได้ออกไปจากเขา แต่ออกไปจากตัวทีมงาน ทีมงานจะสรุปว่าจำเป็นต้องมีเพลงอะไรบ้าง และส่งไปให้ผู้ประพันธ์แต่ง จากนั้นพอแต่งเพลงขึ้นมาได้ เขาจะเข้ามามีบทบาทเป็นคนเช็คแบ็ค ถึงตอนนั้นเขาก็อาจจะสั่งแก้ หรือให้ OK ในเทคเดียว

- โนะปิดท้ายว่าในปี 2022 จะครบรอบ 20 ปีของซีรีส์ ตอนนี้โนะก็ทำงานเพื่อจะนำเสนอข่าวดีอยู่ ก็ขอให้คอยจับตาดูกันต่อไป

https://dengekionline.com/articles/55983

อันนี้ลิงก์บทสัมภาษณ์ของทีมผู้ประพันธ์ ที่โนะพาดพิงถึง

>>> https://www.kh13.com/news/famitsu-interview-with-yoko-shimomura-takeharu-ishimoto-and-tsuyoshi-sekito-on-kh3s-soundtrack-r3424/

Tuesday, November 17, 2020

Square Enix เปิดเว็บไซต์ใหม่ของ Subarashiki Kono Sekai มามุกนับถอยหลัง 7 วันอีกครั้ง!

จู่ ๆ Square Enix ก็เปิดเว็บไซต์นับถอยหลัง 7 วันขึ้นมาใหม่ ซึ่งดูจาก Art และเพลงแล้ว เห็นได้ว่าต้องเป็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับ Subarashiki Kono Sekai หรือ The World Ends with You เป็นแน่!

https://www.jp.square-enix.com/7days/index.php

------------------------------------------

ทั้งนี้หากจำกันได้ วันที่ 20 ส.ค. 2012 หรือ 8 ปีก่อน Square Enix ก็เคยทะลึ่งเปิดเว็บไซต์ http://www.square-enix.co.jp/subaseka นับถอยหลัง 7 วันแบบเดียวกันนี้ ด้วยภาพ Art แบบเดียวกันกับคราวนี้เป๊ะเลย ตอนนั้นแฟน ๆ ก็กรี๊ดดีใจกันมาก เพราะนึกว่าจะเป็น Subarashiki Kono Sekai 2 แถมตอนนั้นคุณ Brian Gray ซึ่งเป็นกำลังหลักในการ Localize เกมของ Square Enix ยุคนั้น ก็ทวีต hype เว็บนับถอยหลังดังกล่าวด้วย

ทว่า 8 ปีก่อน เหตุการณ์จบไม่สวยนัก เมื่อผ่านไป 7 วัน สิ่งที่เปิดตัวออกมา กลับเป็นการนำตัวเกมภาคแรก ไปลงบน iOS และแปะชื่อใหม่เป็น Subarashiki Kono Sekai -Solo Remix- ซึ่งจากเหตุการณ์นั้น แฟน ๆ ที่ผิดหวังก็แห่ชักชวนกันไปกด Dislike ในคลิปเปิดตัวบน Youtube จนโกลาหลกันไปหมด แฟน ๆ หลายส่วนก็ท้วงกันว่าแบบนี้มันก็ไม่ดีนะ จริงอยู่ว่าพวกเรารู้สึกผิดหวังที่ค่ายไม่ได้เปิดตัวภาค 2.... แต่การไปแห่กด Dislike แบบนี้ มันจะทำให้คนที่ไม่ได้ตามเกมนี้มาก่อน นึกว่าเกมนี้เป็นเกมที่ไม่ดีไป

ขณะเดียวกันวันนั้นคุณ Brian ก็โดนทัวร์ลง มีคนไปแห่ด่าแก Fuck You จนจะประสาทแดกกันไป

คุณ Brian แกก็ทวีตตอบว่า "But I'm not dumb. You were expecting something else. I think the iOS release will make you happy in the end. That's all I have to say."

https://twitter.com/brilingual/status/239745129651519488

------------------------------------------

ตัดภาพกลับมาปัจจุบัน คราวนี้ทางค่ายมันจะเปิดตัวอะไรอีกก็ไม่รู้ แต่คุณ aibo แอดมิน FF-Reunion แกรู้สึกเดจาวู และบอกว่าแกยังจำ Trauma ในอดีตนั้นได้เป็นอย่าง ddddddd

https://twitter.com/aibo_ac7/status/1328640484009414656

Sunday, November 15, 2020

ซึสึกิ ผู้พากย์เสียงน็อคติสเผยพล็อตเดิมของ FFXV มีเนื้อหามากกว่านี้ถึง 3 เท่า

ส่วนข้อมูลที่คุณซึสึกิ ผู้พากย์เสียงน็อคติสพูดในข่าวนี้คือ

https://www.online-station.net/pc-console-game/330284

https://automaton-media.com/articles/newsjp/20201113-143269/

"ตอนที่ Final Fantasy Versus 13 จะกลายมาเป็นเกม Final Fantasy 15 จริง ๆ แล้วตัวโปรเจ็คต์มันเกือบจะถูกยกเลิกไปแล้ว และหลังจากที่เปลี่ยนชื่อเกมไปก็มีเวลาพัฒนาประมาณ 3 ปีครึ่งเท่านั้น แถมตัวเอนจิ้นก็เปลี่ยนทำให้ต้องมาสร้างเกมกันใหม่ จนการที่ Final Fantasy 15 ได้วางขายเป็นปาฏิหาริย์มาก และก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเกมเคยบันทึกเสียงเอาไว้แล้วด้วย และตัวเกมมีเนื้อหามากกว่านี้ถึง 3 เท่า แต่เพราะปัญหาในกระบวนการสร้าง และจำนวนพื้นที่จำกัด ทำให้เนื้อเรื่องส่วนแรกถูกตัดทอนลงไป และไอ้ส่วนที่ถูกตัดทอนเหล่านั้นบางส่วนก็ได้เปลี่ยนแปลงกลายไปเป็น Kingsglaive: Final Fantasy 15 นั่นเอง"

"มีหลายอย่างที่อยากพูด แต่สิ่งที่พวกผมทำได้มีเพียงนำทุกสิ่งที่เรามีมาทำให้เป็นผลงาน และข้อติเตียนทั้งหลายเราก็น้อมจะยอมรับ แต่อยากให้รู้ว่าทีมงานทุกคนต่างก็ตั้งใจจะสร้างประสบการณ์ FF ที่ยอดเยี่ยมกันทุกคน ซึ่งถ้าหากความรู้สึกนี้สามารถถ่ายทอดไปถึงผู้เล่นได้เราก็พอใจแล้ว"

-------------------------------------------

[วิพากษ์+เปรียบเทียบกับข้อมูลเดิมรายจุด[

[ประเด็น 1] -  "จริง ๆ แล้วตัวโปรเจ็คต์มันเกือบจะถูกยกเลิกไปแล้ว"

สอดคล้องกับข้อมูลเก่าที่คุณทาบาตะบอกว่าในปี 2012 คุณโยอิจิ วาดะ ประธานบริษัทในตอนนั้น โทรหาเขาบอกว่ากำลังพิจารณายกเลิกโปรเจคท์ เพื่อเริ่มต้นสร้างขึ้นด้วยแนวทางใหม่ และให้คุณทาบาตะรับไปทำ

http://re-ffplanet.blogspot.com/2018/02/ff-versus-xiii.html

----------------------------------------

ประเด็น 2 - "หลังจากที่เปลี่ยนชื่อเกมไปก็มีเวลาพัฒนาประมาณ 3 ปีครึ่งเท่านั้น"

อันนี้นับยาก เพราะไม่รู้ว่าคุณซึสึกิแก นับ start ถึง finish ตอนไหน

แต่ถ้าเอาปลายทางเป็น พ.ย. 2016 ที่เกมวางจำหน่าย (แต่ส่งผลิตแผ่นสิ้นเดือน ก.ย. 2016)

หักลบกับ ธ.ค. 2013 ช่วงที่เปลี่ยนตัวคุณทาบาตะขึ้นเป็น ผกก. เดี่ยวแทน ก็จะนับได้แค่ 3 ปีเท่านั้น http://re-ffplanet.blogspot.com/2016/04/ffxv-5-2016.html

แต่ถ้าหักลบกับ มิ.ย. 2013 ช่วงที่ประกาศเปลี่ยนชื่อเกมเป็น FFXV อย่างเป็นทางการในงาน E3 2013 ก็จะพอแกล้มได้ว่า 3 ปีครึ่งอยู่... ทว่าในความเป็นจริง เกมมันก็เปลี่ยนชื่อกันเป็นการภายใน ตั้งแต่ 2012 แล้ว

----------------------------------------

ประเด็น 3 - "ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเกมเคยบันทึกเสียงเอาไว้แล้วด้วย และตัวเกมมีเนื้อหามากกว่านี้ถึง 3 เท่า"

อันนี้ผมว่าสอดคล้องกับที่คุณโนมุระ และคุณชินจิ ฮาชิโมโตะ พูดไว้ในช่วง E3 2013 ว่า FFXV (ก่อน reboot) เนื้อเรื่องจะไปถึงไคลแมกซ์หนึ่ง แต่ยังไม่จบลง เกมยังมีต่อ และได้จด trademark A World of Versus Epic ไว้ 

ซึ่งไอ้ 3 เท่าที่คุณซึสึกิพูดนั้น ผมคิดว่าคงหมายถึงเนื้อเรื่องเต็ม ที่รวมภาคต่อไว้

*คุณชินจิพูดเรื่องอาจมีภาคต่อ http://ffplanet.exteen.com/20130612/future-of-final-fantasy-e3 | https://twitter.com/RPGSite/status/344494650603737088 | https://twitter.com/RPGSite/status/344494913024577536 | https://novacrystallis.com/2013/06/the-future-of-final-fantasy-event-report

*คุณโนมุระบอกว่า A World of Versus Epic เป็นซีรีส์ของมันเอง XV จะไปถึงไคลแมกซ์ เป็นแค่บทสรุปแรกแต่ยังไม่จบ ให้แฟมิซือฟัง http://ffplanet.exteen.com/20130613/sqex-e3-2013-12-13 | http://ffplanet.exteen.com/20130619/final-fantasy-xv-1 | http://novacrystallis.com/2013/06/nomura-details-final-fantasy-xv-and-kingdom-hearts-in-famitsu | https://www.famitsu.com/news/201306/12034847.html

----------------------------------------

ประเด็น 4 - "ไอ้ส่วนที่ถูกตัดทอนเหล่านั้นบางส่วนก็ได้เปลี่ยนแปลงกลายไปเป็น Kingsglaive: Final Fantasy 15 นั่นเอง"

ในพล็อตเดิม ตอนที่นิฟไฮม์มาบุก น็อคติสที่ปลีกตัวจากงานเลี้ยงขึ้นมาชั้นบนคุยกับสเตลล่า หลังคุยเสร็จก็ต้องวิ่งหนีตายออกจากเมืองเอง แต่หลัง reboot ได้เปลี่ยนพล็อตเป็นนิฟไฮม์บุกในขณะที่พวกน็อคติสอยู่นอกเมืองหลวงอินซอมเนีย... และกลายเป็นเราได้เห็นนิกซ์กับลูน่า หนีตายออกจากเมืองใน Kingsglaive แทน

http://re-ffplanet.blogspot.com/2015/06/4-2015.html

-------------------------------------------

สุดท้าย ผมอยากย้ำหมุดประวัติศาสตร์ว่า

มิ.ย. 2013 - ในช่วงงาน E3 เทรลเลอร์ของเกม FFXV ยังแปะหราว่าเป็นส่วนหนึ่งของ Fabula Nova Crystallis, คุณโนมุระยังเรียกนางเอกของเกมว่าสเตลล่า และบอกว่าเนื้อเรื่องของเกม จะไปถึงไคลแมกซ์หนึ่ง แต่ยังไม่จบในตัวเอง มันยังมีต่อ และมีการจด trade mark A World of Versus Epic (ยังเป็นเนื้อเรื่องเวอร์ชั่นที่คาสึชิเงะ โนจิมะ เขียนสคริปต์ให้)

ธ.ค. 2013 - เกิดข่าวลือว่าโปรเจคท์ FF15 โดนยุบไปแล้ว, ผมลองติดต่อคนในบริษัทไป ได้ความว่าโปรเจคท์ไม่ได้โดนยุบ แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครั้งใหญ่, คุณทาบาตะให้สัมภาษณ์ภายหลังว่าเขาได้รับแต่งตั้งเป็น ผกก. แทนในเดือนนั้น

ซึ่งเนื้อเรื่องก็เริ่ม Reboot และเขียนสคริปต์ขึ้นกันใหม่โดยผู้หญิงที่เป็นทีมงานรุ่นใหม่ ตอนนั้นแล

Wednesday, November 11, 2020

[โคตรสปอยล์ 2] Kingdom Hearts - Melody of Memory

อันนี้เป็นคลิปเข้าดาวสุดท้าย + Ending + Credit ครับ แต่ไม่มี Post-Credit Scene เนื่องจากโนะ เปิดระบบ block recording ไว้

โพสต์นี้ขอคุยสำหรับคนที่เล่นจบแล้ว หรือคนที่ยังไงก็จะไม่หลบสปอยล์เท่านั้นนะครับ

1. ผมเล่นจบแล้ว ตอนจบขึ้นเวลา Playtime รวม 7 ชั่วโมงเท่านั้น

2. เล่นแรก ๆ ก็สนุกครับ แต่เล่นไปสัก 50 เพลงก็เบื่อ

3. หลังจบเกมแล้ว มันยังมีเนื้อเรื่องให้ปลดล็อกต่อด้วยครับ ต้องทำ Objective (ดาว) ให้ถึง 280 อย่างก่อน ซึ่งตอนผมเล่นจบนี่พึ่งได้ 185 เอง คงอีกไกลมาก ๆ

โดยไอ้เนื้อเรื่องที่ต้องปลด 280 ดาวนี่ เห็นมีภาพพรีวิวเป็นสุสานคีย์เบลด กับ Station of Awakening (Destati) และเนื้อหาอยู่ก่อน KH III ผมเองก็เดาไม่ถูกว่ามันคืออะไร

4. เนื้อเรื่องก็เป็นไปตามสปอยล์ที่ออกมาเมื่อวานกัน แต่เรื่องที่ผมได้เล่นแล้วทราบเพิ่มเติมคือ

- มาสเตอร์เซอานอร์ทยืนยันว่าเยนซิดเป็นมาสเตอร์ที่รีไทร์แล้ว และชมว่าสำหรับคนรีไทร์แล้ว ฝึกไคริมาได้ขนาดนี้ก็ถือว่าไม่เบา

- ไคริสู้เซอานอร์ทไม่ได้เลย จนโซระที่หัวใจหลงเข้าไปยังโลกอีกด้าน ใช้สายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับหัวใจของไคริ แทรกแซงเข้ามาช่วย

- แต่โซระพูดไม่ได้ เซอานอร์ทบอกว่าก็เพราะว่าอยู่ที่นั่น (โลกอีกด้าน) เสียงเลยส่งผ่านมาไม่ได้

- พอชนะมาสเตอร์เซอานอร์ทได้ เซอานอร์ทก็บอกว่าเงื่อนงำในการตามหาโซระ อยู่ในประโยคที่เขาเคยพูดกับไคริในวัยเด็กเมื่อนานมาแล้วในร่างเทอร์ร่าเนิร์ด ตอนนั้นเขาพูดว่า "ในไม่ช้าโลกจะถูกความมืดกลืนกิน ทางที่จะช่วยโลกได้ ต้องให้ไคริ นำทางเขาไปหาผู้ใช้คีย์เบลด" เขาเลยจับไคริยัดใส่ Ark แล้วเทอร์ร่าเนิร์ด ก็บอกว่า "ถ้าไคริหลงเข้าไปในโลกอีกด้าน จะตกที่นั่งลำบาก ให้ล้มเลิกการค้นหา (ตัวผู้ใช้คีย์เบลดได้เลย) ถือว่าล้มเหลวแล้ว"

- พอไคริออกมาหาจอมปราชญ์อันเซม อันเซมก็ยืนยันว่าโลกแห่งความฝันใน 3D, Data World ในหลายภาค และโลกแห่งความทรงจำในภาคนี้ ล้วนอยู่ใน Reality World (โลกฝั่งของเรา) / ส่วน Unreality หรือ Fictional World เป็นสิ่งที่กูก็ไม่รู้

***[Opinion] จากตรงนี้ ผมตีความว่า... ไคริเคยหลงเข้าไปในโลกอีกด้านมาก่อน และสูญเสียความทรงจำเรื่องนั้นไปแล้ว ถึงไคริรอดปลอดภัยกลับมาได้และไปเจอกับโซระด้วยมนต์ที่อควอปลุกเสกลงสร้อยไว้ แต่ผลพวงจากการไปทำอะไรที่โลกอีกด้าน ทำให้ชีวิตไคริเจอมรสุม พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกมาตลอด... ไอ้ที่เทอร์ร่าเนิร์ดพูดเหมือนอยากจะช่วยโลก แต่ตอนหลังนิสัยเปลี่ยนไป กลายเป็นฮาร์ทเลส... บางทีแกอาจจะได้รับผลพวงจากการที่ไคริหลงเข้าไปในโลกอีกด้าน (?)

- พอไคริ ริคุ แฟรีก้อดมาเธอร์ไปหาสเตลล่า (ขอเรียกแบบนี้ เพราะสเตลล่าก็มีความหมายเท่ากับดาวนิรนาม และมีสถานะเป็นคนรักของนายท้องฟ้ายามค่ำคืนเหมือนกัน) สเตลล่าบอกว่าถ้าริคุพูดถึงตึกระฟ้า เมืองที่เธอรู้จักก็คือ Quadratum ...

- อ่าว!!! ไม่ได้ชื่อชินจูกุเหรอออออออออออ

- สเตลล่าบอกว่าอยากจะช่วยโซระด้วย ริคุก็อยากจะช่วยสเตลล่า และสเตลล่าก็จะช่วยนำทางไปหาโซระได้ แฟรีก็อดมาเธอร์ก็บอกว่าทำไปตามนั้น แล้วสเตลล่าจะได้คืนร่าง

- เยนซิดบอกว่า ข้อมูลเรื่องโซระอยู่ใน "โลกอีกด้าน" ที่ได้มาจากเทอร์ร่าเนิร์ดนี่ แสดงว่ามันศึกษาเรื่องโลกอีกด้านมาพอตัว... แต่เซอานอร์ทดันเด๊ดห่าไปแล้ว ตอนนี้เลยไม่เหลือใครให้ถาม... เท่าที่เขาทราบ คนที่เคยไปโลกอีกด้านมาก่อน ก็มีแต่พวกคีย์เบลดมาสเตอร์ยุคโบราณ.... งั้นถ้าปล่อยให้พรรคพวกที่ Radiant Garden, สามระทมที่ Land of Departure, แก็งเบาหวานที่ Twilight Town ค้นหาโซระต่อไปก็ไลฟ์บอย

- เยนซิดสั่งหมาเป็ด ให้เดินทางไปบอกพวกเพื่อน ๆ ว่าให้หยุดตามหามั่วซั่วได้แล้ว, สั่งมิคกี้ให้ไปค้นคว้าเรื่องโลกอีกด้านและความเกี่ยวข้องกับคีย์เบลดมาสเตอร์ยุคโบราณ โดยมึงต้องไปหาข้อมูลที่ Scala ad Caelum

- จบปิ้ง แยกย้าย

โคตรสปอยล์!! สรุปเนื้อเรื่อง Kingdom Hearts : Melody of Memory

-: [โคตรสปอยล์ Alert] :-

ใครอยากเล่นเอง ก็ไว้รอเล่นเอง แต่สำหรับภาค MoM นี้ ผมคิดว่าไม่น่ามีอรรถรสหรือเซอร์ไพรส์ให้หวือหวามาก ก็เลยตัดสินใจว่าคราวนี้ผมไม่หลบสปอยล์ละกัน

ข้างล่างนี้สปอยล์หมดเปลือกทั้งเกม... ใครรอเล่นเอง ก็ข้ามไปนะครับ

- ไคริลืมตาตื่นขึ้นที่ Final World (พรมแดนสุดท้ายก่อนถึงความตาย) เราใช้ไคริเล่นเพลงท่องไปใน Final World

- ไคริเจ็บหัว มีภาพย้อนอดีตแล่นเข้ามา

- ภาพย้อนอดีตจากมุมมองสายตาของเธอสมัยยังเด็ก ที่ Radiant garden เธอวิ่งหนีพวกฮาร์ทเลสชาโดว์ แล้วเทอร์ร่านอร์ทร่างเนิร์ด (ที่เรียกตัวเองว่ากูคือเซอานอร์ท) ที่เป็นศิษย์อันเซมแล้ว มาช่วยหิ้วเธอไป

- เทอร์ร่านอร์ท-เนิร์ด พามาที่ห้องทดลอง บอกว่าในไม่ช้าโลกนี้ก็จะถูกความมืดกลืนกิน แต่หากไคริมีพลังของเจ้าหญิงแห่งแสงอยู่จริง หัวใจของเธอจะเชื่อมโยงกับหัวใจของผู้ใช้คีย์เบลด ทำให้เทอร์ร่านอร์ทพบตัวผู้ใช้คีย์เบลดได้ และนั่นคือหนทางเดียวที่จะช่วยโลกได้

- เทอร์ร่าเนิร์ด (เรียกแบบนี้ละกัน) เตือนไคริว่า แต่หากไคริหลงเข้าไปยังโลกที่ไม่ใช่ทั้งแสงสว่างหรือความมืด แต่เป็นที่ไหนสักที่ ในอีกด้านหนึ่ง งานของเธอก็จะยากแล้ว ถ้าเป็นแบบนั้น ให้ทิ้งการค้นหาซะ ถือว่าเราลืมเหลวแล้ว ว่าแล้วเทอร์ร่าเนิร์ดที่ยัดไคริเข้าไปในเครื่อง Ark ก็กดปุ่มเดินเครื่อง

- ผมคุ้น ๆ ว่า Key Word โลกอีกด้านหนึ่ง เคยมีการพูดถึงแล้วครั้งหนึ่ง แต่ผมจำไม่ได้ว่าใครพูด และพูดเมื่อไหร่.... (น่าจะเป็น MoM)

- ไคริในปัจจุบันได้สติ พบว่าตัวเองยังอยู่ที่ Final World เหมือนเดิม

- ไคริเจอมาสเตอร์เซอานอร์ท เธอรู้ว่านี่ไม่ใช่ตัวจริง แต่ก็นึกโกรธแค้นกับสิ่งที่มาสเตอร์เซอานอร์ททำไว้ แล้วก็เข้าไปโจมตีเขา แต่ก็สู้ไม่ได้

- มาสเตอร์เซอานอร์ท บอกว่าไคริกำลังใช้ความทรงจำตัวเองตามหาโซระ แต่ไม่มีประโยชน์ เพราะคำตอบมันอยู่ในความทรงจำที่เธอลืมไปนานแล้ว

- มาสเตอร์เซอานอร์ท กำลังจะปลิดชีพไคริ แต่แล้วไคริก็เรียก Kingdom Key ออกมาป้องกันการโจมตีได้ แล้วไคริก็กลายร่างเป็นโซระ!? เซอานอร์ทบอกว่าตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าหัวใจของเจ้าอยู่ที่ไหน

- Final Boss – โซระร่าง KH III สู้กับมาสเตอร์เซอานอร์ท ด้วยเพลง Dark Domination

- ชนะแล้ว โซระจะกลับคืนร่างเป็นไคริ มาสเตอร์เซอานอร์ทบอกว่าคำตอบนั้นอยู่ในคำพูดที่เขาบอกไว้ ในวันที่พบกันที่ Radiant Garden

- ไคริตื่นขึ้นในห้องทดลองของอันเซม โดยมีเอเวน เยนโซ อันเซม ช่วยกันวิเคราะห์คำพูดของเซอานอร์ท แต่ก็ไม่เข้าใจ

- อันเซมบอกว่าโลกที่ไม่ใช่ทั้งแสงสว่างและความมืด แต่เป็นอีกด้านหนึ่ง.... อาจจะเป็น Unreality ของโลกที่สมมติขึ้นมา (Fictional World) **อย่างโลกของโยโซระ ที่เป็นเรื่องสมมติในดาว Toy Story

- ริคุเข้ามาบอกว่า เงื่อนงำที่เขาได้จากความฝัน คือเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้า

- แฟรีก็อดมาเธอวาร์ปตามมาสมทบ แล้วบอกว่าเยนซิดส่งมาให้ข้อมูลใหม่ว่าการตามหาโซระ จะต้องใช้เงื่อนงำ 3 อย่าง คือความฝันของริคุ, ความทรงจำของไคริ และ...

- ตัดแว้บข้ามเข้ามาใน Final World ….แฟรีก็อดมาเธอร์ ไคริ ริคุ เข้ามาหาดาวนิรนาม (คนรักของโยโซระ) คือเงื่อนงำสุดท้าย ซึ่งเป็นคนที่มาจากโลกอีกด้านหนึ่ง เธอยังคงเป็นร่างดาวอยู่ กลับเป็นมนุษย์ไม่ได้

- ริคุใช้พลัง Power of Waking กับดาวนิรนาม เปิด Portal ไปสู่โลกใหม่ (อิหยังวะ!? พลังบ้าอะไร ใช้ทั้งเปิดประตูกาลเวลาได้ ปลุกหัวใจ ฟื้นฟูหัวใจได้ แล้วยังจะใช้เปิดทางไปสู่ดาวใหม่ได้...!? มั่วไปหมดแล้วววว)

- ไคริอยากจะตามไปโลกใหม่ด้วย แต่เธอรู้ว่าตัวเองยังอ่อนแอ ไม่เข้มแข็งพอ เลยจะกลับไปฝึกวิชาต่อ

- ริคุเข้า Portal ไป การเดินทางครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

- ขึ้น Credit เป็นเพลง Dearly Beloved ด้วยเราเล่นเป็นโซระ และมีตัวละครอื่น ๆ อยู่รอบ ๆ

- ฉากหลังเครดิต ที่หอคอยเยนซิด เยนซิดอยู่กับ หมา เป็ด และไคริ

- เยนซิดบอกว่าพอเซอานอร์ทเดี้ยงไปแล้ว เลยไม่มีใครให้เราสอบถามเรื่องโลกอีกด้านหนึ่งได้อีกแล้ว แต่คีย์เบลดมาสเตอร์ยุคโบราณ เคยเดินทางไปยังโลกอีกด้านมาก่อน (ก็น่าจะพวก MoM และโหร นั่นแหละ) นั่นก็เป็นหนทางที่จะทำให้เรารู้เรื่องของโลกอีกด้านมากขึ้น แต่ก่อนอื่น ก็จะต้องรู้เรื่องของพวกคีย์เบลดมาสเตอร์ยุคโบราณก่อน

- เยนซิดมอบภารกิจใหม่ ให้หมากับเป็ด ไปอัปเดตข้อมูลปัจจุบัน ให้เพื่อนผู้ใช้คีย์เบลดที่เหลือทุกคนซึ่งกำลังตามหาโซระทราบ (ทำไมมึงไม่ใช้โทรศัพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพท์)

- ไคริออกไปฝึกวิชา โดยคราวนี้ไปเรียนกับอควอ

- มิคกี้เริ่มรวบรวมข้อมูลเรื่องโลกอีกด้าน และความเกี่ยวข้องกับคีย์เบลดมาสเตอร์ยุคโบราณ

- ในขณะที่ริคุไปยังโลกใบใหม่ (ซึ่งก็น่าจะชิบุยะ+ชินจูกุ ตามที่เห็นในฝัน), ไคริไปหาอควอ, มิคกี้ก็ออกเดินทางไปยัง Scala ad Caelum

====== An Oath to Return ======

สรุปว่า ไม่มีอะไรเกี่ยวกับ MoM เลย อีโนะะะะะะะ 🤣😂🤣😂🤣😂😂 อีเลวววว

https://old.reddit.com/r/KingdomHearts/comments/joqkuo/i_have_khmom_full_game_ama/gbrt2vh

Tuesday, November 10, 2020

Kingdom Hearts - Dark Road : Episode 3 The Purpose of the Journey


Kingdom Hearts - Dark Road : Episode 3 The Purpose of the Journey

- ต่อจากตอนที่แล้วที่พวกเซอานอร์ท 6 คน กำลังตามหาผู้ใช้คีย์เบลดคลาสชั้นสูงที่หายตัวไป 7 คน โดยแยก 3 คนไปค้นหาที่ดาวอื่น ส่วนเซอานอร์ท เอราคุส กับเพื่อนอีกคน (แล้วแต่เราเลือก) จะค้นหาในวันเดอร์แลนด์ต่อ

- เซอานอร์ทย้อนอดีต นึกถึงตอนออกเดินทางจาก Destiny's Islands ครั้งแรก เขาได้เดินผ่าน CoD (Corridor of Darkness) ที่ผีกระสอบ (ร่างฮาร์ทเลสของตัวเองในอนาคต) เปิดให้

- เซอานอร์ทรู้สึกถึงความมืดที่โถมเข้าหาตัวเขาเป็นระยะ และได้ยินเสียงกระซิบประหลาดดังระงมไปทั่ว เสียงเหล่านั้นไปกระตุ้นอารมณ์ในจิตใจ ก่อเกิดเป็นคำพูด เขาก็ไม่รู้ว่านี่เป็นความมืดของคนอื่น.. อารมณ์ของคนอื่นรึเปล่า? ไอ้ความรู้สึกชิงชัง ริษยา กังขา ต่าง ๆ ที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน.... ตอนนั้นเขาไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร แต่ภายหลังก็รู้ว่า มันคือความมืดจากคนที่เขายังไม่ได้พบเจอ แถมบางส่วนก็มุ่งมาที่เขาโดยตรง... เซอานอร์ทเองก็ไม่รู้ว่าการที่ตัวเองตกเป็นเป้าหมายของความมืดจากหัวใจใครสักคย เขาจะรับมือไหวมั้ยวะ?

- เซอานอร์ทเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่าง ก่อตัวขึ้นในใจ แล้วก็คิดว่าถ้าเดินใน CoD แบบนี้ต่อไป ไม่ว่าหัวใจของใคร ก็คงโชกไปด้วยความมืดแน่นอน แต่เอาเถอะ ไม่ว่ามันจะเป็นอารมณ์ชั่วร้ายของใคร อย่างน้อยมันก็ทำให้เซอานอร์ทสบายใจได้ว่า หัวใจของเขายังมีความรู้สึก...

- แต่ตอนนั้นเขาไม่รู้เลยว่าอะไรที่รออยู่ในภายภาคหน้า มันมีสิ่งที่น่าหวาดเกรงยิ่งกว่าความมืดอยู่... นั่นก็คือ ความว่างเปล่า

--------------------------------------------------
วิพากษ์
--------------------------------------------------

- เราไม่เคยได้เห็นการบรรยายความรู้สึกของคนที่เดินผ่าน CoD อย่างละเอียดมาก่อนเลย เต็มที่ก็แค่ใน Secret Ansem's Report ซึ่งไม่ละเอียดเท่าไหร่ แต่อันนี้ละเอียดกว่ามาก

- เซอานอร์ทรู้สึกว่ามีความมืดของใครก็ไม่รู้ โถมซัดเข้าใส่ตัว และกระตุ้นอารมณ์ในจิตใจ หากปล่อยไว้แบบนี้ ต้องโดนความมืดแดกแน่นอน -> สอดคล้องกับที่ Secret Ansem's Report 7 ที่อันเซมก็บรรยายคล้ายกัน และเป็นเหตุผลให้เขาต้องสร้างชุดคลุมดำ ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันความมืดขึ้นมา ทำให้สามารถเดินทางผ่าน CoD ได้อย่างปลอดภัย (https://kingdomhearts.fandom.com/wiki/Ansem%27s_Reports)

- และก็สอดคล้องกับ Xehanort's Report 2 ที่เซอานอร์ทบอกว่ามาสเตอร์เลยสั่งให้ใส่เกราะเพื่อป้องกันความมืดไว้ แต่เขาคิดว่า ถ้าสามารถควบคุมความมืดได้ ก็ไม่จำเป็นต้องใส่เกราะแต่อย่างใด (https://kingdomhearts.fandom.com/wiki/Xehanort%27s_Report)



กลับมาปัจจุบัน

- เจอ NPC เตือนเรื่องความขี้สงสัยจะนำไปสู่อันตราย ซึ่งเพื่อนก็จะบอกว่าทั้งเอราคุสและเซอานอร์ท เป็นคนขี้สงสัยด้วยกันทั้งคู่

- เจอพวก NPC เพี้ยน ๆ

- เซอานอร์ทบอกราชินีทรงอำนาจในโลกนี้ ทุกคนหวาดกลัวเธอ ความหวาดกลัวนั้นเป็นรากฐานกฎระเบียบของโลกนี้

- เพื่อนบอกว่าพวก Tweedles ไม่เกรงกลัว ไม่มีความมืดปรากฏขึ้นในใจ และรู้แล้วว่าเซอานอร์ทอยู่โลกนี้ต่อเพื่อจะหาข้อมูลราชินีเพิ่ม เซอานอร์ทก็สงสัยว่าเราอาจจะได้ข้อมูลของเพื่อนที่หายตัวไปจากที่แห่งนี้ ซึ่งจากปฏิกิริยาของราชินี้ แปลว่านานมาแล้วที่ไม่ได้มีคนนอกอย่างเรา ๆ หลงเข้ามา ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าความมืดเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้รึเปล่า แต่การที่ผู้ใช้คีย์เบลดหายตัวไปพร้อมกัน 7 คน หากเราไล่ตามความมืดไปก็อาจได้พบกับความจริง 

- พวกเซอานอร์ทให้แมวเชสเชอร์ ช่วยนำทางไปหาราชินี


- พอไปหาราชินี ราชินีเข้าใจว่าเซอานอร์ทจะมารับโทษ เลยบอกว่าให้รอพรุ่งนี้ก่อน เพราะที่นี่จะมีคำพิพากษาวันละครั้ง

- เซอานอร์ทบอกว่าเขาแค่อยากเจรจาด้วย เอราคุสเสริมว่าเขาเข้าใจและเคารพสถานะของราชินีซึ่งเป็นผู้ปกครองดินแดนนี้ เพียงแต่อยากสอบถามอะไรหน่อย

- ราชินีไม่คุยกับเซอานอร์ทที่มาดนิ่ง แต่ยอมคุยกับเอราคุส ที่พูดจาให้ความเคารพกว่า

- เอราคุสบอกว่าราชินี้เป็นคนกำหนดแนวทางทุกอย่างของดินแดนนี้และทุกคนต้องเชื่อฟังเธอ เป็นความจริงหรือ? เขาสงสัยว่าหัวใจที่อยู่กับราชินีนั้น เป็นของราชินีจริง ๆ รึเปล่า? ราชินีก็ตอบว่าใช่สิ เธอเป็น Queen of Hearts นะ

- เซอานอร์ทกระทุ้งว่าแล้วความเย่อยิ่งนั้นล่ะ? เป็นของราชินีเอง หรือเป็นของปิศาจในตัวราชินี ควบคุมให้ทำแบบนั้น / เอราคุสเสริมว่าเขาไม่เชื่อว่าหัวใจของราชินีจะหยั่งรากลึกลงความมืด เขาเชื่อว่าหัวใจของทุกคนยึดถือแสงสว่าง

- ถึงตรงนี้ เงามืด ก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังราชินีอีกครา

- เอราคุสถามว่าราชินีรู้สึกยังไงอยู่ ราชินีบอกโกรธพวกเด็กเหลือขอสอดรู้สอดเห็นอย่างพวกเข้า โกรธพวกงี่เง่าไร้ประโยชน์รอบตัว / เซอานอร์ทเลยสรุปว่าความมืดของราชินีเกิดมาจากความโกรธ


เซอานอร์ทนึกย้อนถึงตอนนั่งเรียนในคลาสกับโวเดน

- เฮอร์ม็อด ยกมือถามว่าความมืดเกิดจากตัวคนเราเองใช่มั้ย? มาสเตอร์ตอบว่า บางส่วนน่ะใช่ (แปลว่าบางกรณี เราก็อาจได้รับความมืดภายนอกตัวเข้าไป) เมื่อครั้งโบราณ ความมืดได้หลบซ่อนในตัวผู้คน และเข้าครอบงำควบคุมอารมณ์ของพวกเขา ผู้คนกลายเป็นเพียงภาชนะ แล้วความมืดก็แพร่กระจายออกไปกว้างไกล ติดกันอย่างโรคระบาด

- โวเดนกล่าวต่อว่า เมื่อเวลาผ่านไป อะไร ๆ ก็เปลี่ยนไป หัวใจของผู้คนก็ให้กำเนิดความมืดขึ้นเองได้ นั่นก็คือฮาร์ทเลส กายสภาพของความมืดในหัวใจของผู้คน ความมืดกับหัวใจก็พัวพันกันมานาน

- เอราคุสบอกว่าไม่เห็นต้องไปตั้งชื่อแยกเลย (ระหว่างฮาร์ทเลส กับความมืด) ยังไงก็เหมือน ๆ กันหมด

- อูลถามว่าแล้วความมืดเกิดขึ้นได้มาจากผู้คนได้ยังไง? โวเดนตอบว่ามันเป็นการสำแดงของอารมณ์ด้านลบในตัวคนเรา (manifest of negative emotion - นิยามเดียวกับพวกอันเวิร์สเลย) กับที่ เช่นความโลก โกรธ ริษยา ส่วนใหญ่ก็สามารถควบคุมอารมณ์ส่วนลึกของเราได้ แถมบางส่วนยังเปลี่ยนมนุษย์อย่างเรา ๆ เปลี่ยนตัวตนและสิ่งที่เราเป็นไป


กลับมาปัจจุบัน

- ราชินีโวยวาย บอกให้เอาพวกมัน (เซอานอร์ท เอราคุส เพื่อน) ไปตัดหัววว แล้วความมืดด้านหลังราชินี ก็พุ่งออกมากลายเป็นฮาร์ทเลสสีแดงตัวยักษ์ (Furious Reaper) รูปร่างคล้ายตัวที่สู้ตอนก่อน (Fairy Reaper) แต่พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น

- ทั้งสามไม่รู้ว่านี่คือความมืดในใจของราชินีเองรึเปล่า เป็นเจตจำนงค์ของเธอเองหรือไม่? แต่ราชินีก็ย้ำว่าเธอบอกแล้วว่าหัวใจของเธอ ก็คือของเธอเอง แล้วราชินีก็ทหารก็หนีไป ปล่อยให้ทั้งสามรับมือกับฮาร์ทเลสเอง

- หลังชนะได้ เซอานอร์ทแนะนำว่าเราควรกลับไปรวมตัวและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเพื่อน ๆ ที่เหลือ


- ทั้ง 6 รวมตัวกันที่ Scala ad Caelum อีกครั้ง เพื่อน ๆ ก็สรุปกันว่าความมืดคือเบาะแสที่เราต้องไล่ตาม เซอานอร์ทบอกว่าแสงสว่างเพียงจุดเดียว ก็สามารถทอดเงามืดออกไปได้มากมาย แล้วทุกคนก็มองขึ้นไปดูแสงสว่างหนึ่งเดียวจากฟากฟ้า แล้วก้มลงมองเงามากมายที่เท้าของทุกคน

- เซอานอร์ทบอกว่าในฐานะผู้พิทักษ์แสงสว่าง พวกเราเองก็คงเหมือนกัน ยิ่งเราท่องไปยังโลกต่าง ๆ ความมืดก็ยิ่งทอดตามมา

- เวียร์ถามแทรกว่างี้หมายความว่า พวกเราเป็นเหตุผลที่ความมืดเกิดขึ้นมารึเปล่าเนี่ย? เซอานอร์ทตอบว่ามันก็เป็นแค่ทฤษฎี

- บรากิคิดว่างี้สงสัยพวกเพื่อนจากคลาสชั้นสูงที่หายตัวไป ก็คงเพราะไปดึงดูดความมืดเข้าหา / เวียร์สงสัยว่าความมืดมันซ่อนในตัวคนได้ งี้คงไม่ง่ายเลยที่จะตามรอยได้ มันไม่เหมือนการไล่ตามฮาร์ทเลส

- บรากิทวนคำสอนของโวเดนให้ฟังว่า เมื่ออารมณ์ด้านลบในส่วนลึกของหัวใจคนเรางอกเงยขึ้นจนทนไม่ไหว ความมืดก็จะถือกำเนิดขึ้น แต่นี่เราก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่ากรณีของราชินี ความมืดนั้นเป็นของเธอเอง หรือเธอรับเข้ามาโดยไม่รู้ตัว

- เซอานอร์ทบอกว่าบอกตามตรงเขาคิดว่านั่นไม่ใช่ประเด็นแล้ว เพราะยังไงความมืดก็คือความมืด (ไม่ต้องไปสนว่ามาจากไหนหรือของใคร) ในโลกนั้นราชินีขี้เหวี่ยงเป็นผู้คุมกฎ ดังนั้นหลักที่ว่าแสงสว่างคือความถูกต้อง ความมืดคือสิ่งที่ผิด ก็ไม่จริงเสมอไป มันก็แล้วแต่ใครจะมองยังไง

- เอราคุสของขึ้น แย้งว่าไม่จริง ความมืดก็คือสิ่งที่ชั่วร้ายตลอดมา อย่าลืมว่าเราคือผู้พิทักษ์แสงสว่าง และเรามีหน้าที่ต้องปกป้องมัน

- เซอานอร์ทบอกว่าเขาเกรงว่าหากพวกคนที่หายตัวไป ไปเผชิญหน้ากับความมืด แล้วความมืดก็เป็นกฎของโลกใบนั้น (เหมือนที่พวกเซอานอร์ทไปเจอกับราชินี) พวกคนที่หายตัวไปก็อาจจะโดนกำจัดไปแล้ว

- เฮอร์ม็อดเข้ามาปลอบเอราคุสให้ใจเย็น เรามีหน้าที่ต้องตามหาพวกเขาให้เจอตามที่โวเดนขอมา แต่ถ้าการตามหาพวกเขาจะทำให้เราต้องเจาะลึกลงไปในปริศนาของความมืด เราก็ต้องทำ ตามนั้นเครนะ (ทุกคนพนักหน้า)


1 สัปดาห์ต่อมา

- บัลด์ที่ตอน 1 และ 2 ไม่อยู่ เพราะโวเดนส่งไปทำภารกิจอื่น ได้กลับมายัง Scala ad Caelum แล้ว (โวเดนให้ปิดบังเรื่องที่พี่สาวของบัลด์ ซึ่งเป็นนักเรียนในคลาสชั้นสูง หายตัวไป)

- บัลด์บอกว่าพี่สาวเขาออกไปทดสอบเป็นมาสเตอร์ฯ แต่เขารู้สึกใจคอไม่ดีเลย 

- เอราคุสแทรกว่าควรจะตื่นเต้นกับพี่สาวไม่ใช่เหรอ ตัวเอราคุสเองยังอดใจรอที่จะได้อออกไปข้างนอก Scala บ้างแทบไม่ไหวแล้ว... >>> ซึ่งนี่เป็นการเนียนโกหก เพราะพวกเอราคุสได้เรียนรู้วิธีเดินทางข้ามดาวจากโวเดน และได้ออกไปนอก Scala แล้ว แต่โวเดนสั่งให้ปิดบังไม่ให้บัลด์รู้เรื่องที่พี่สาวหายไป และปิดบังบัลด์เรื่องที่ให้เด็ก 6 คนออกไปตามหา เอราคุสเลยต้องโกหกแบบนั้น

- บัลด์บอกว่าก่อนพี่สาวจะออกเดินทาง พี่บอกว่าคนที่กลับมาได้ จะได้แต่งตั้งเป็นมาสเตอร์ฯ 

- เอราคุสบอกว่า ฟังดูเหมือนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะได้กลับมายังไงยังงั้น... บัลด์ก็ว่าฟังดูไม่เหมือนการเดินทางเพื่อขยายวิสัยทัศน์ (อย่างที่โวเดนพูดในตอนแรกเลย) บางทีไอ้การเดินทางนี่แหละคือการสอบ? แต่มันก็ฟังดูไม่เหมือนการสอบเป็นมาสเตอร์ฯ ทั่ว ๆ ไปที่เราเคยรู้กันมาก่อน

**แปลว่าการสอบเป็นมาสเตอร์ฯ คราวนี้ ไม่เหมือนครั้งก่อน ๆ และไม่ได้ให้เดินทางเพื่อขยายวิสัยทัศน์ แต่ให้ไปทำภารกิจบางอย่าง และเป็นการสอบไปในตัวด้วย

- เอราคุสฟังแล้วก็ยิ่งสงสัย อยากจะไปถามโวเดน แต่ก็ไม่รู้ว่าอาจารย์จะยอมตอบมั้ย

- บัลด์ก็กลัวว่าพี่สาวจะแพ้พ่ายให้กับความมืด กลัวว่าจะไม่ได้เจอหน้าพี่สาวอีกครั้ง... แล้วบัลด์ก็ทักว่าปู่ของเอราคุสก็เคยต่อสู้กับความมืดใช่มั้ย เขาก็เลย...

- เอราคุสขัดขึ้นว่าเขาเองก็ไม่รู้ว่าที่จริงเกิดอะไรขึ้นกับปู่กันแน่ แต่พอได้ยินคำว่าความมืด ก็รู้สึกร้อนใจ บางทีไอ้การเกลียดความมืดนี่คงฝังลึกอยู่ในสายเลือดของเขา

- บัลด์ก็ขอโทษนะ ไม่ได้อยากจะชวนพูดเรื่องที่น่าเจ็บปวด... เอราคุสก็รีบปัดว่าไม่ต้องห่วง โอเค

- เอราคุสจบท้ายว่า ไม่ต้องห่วงนะ พี่สาวนาย ต้องปลอดภัยแน่...

--------------------------------------------------
วิพากษ์
--------------------------------------------------

- หลับ... เนื้อหาออกมาตั้งแต่พฤหัสฯ แล้ว แต่ทำให้ผมไม่รู้สึกอยากจะอ่านหรือติดตามได้เลย...

- เล่าเรื่องเอื่อย สับสน ไม่รู้เรื่อง.... จังหวะคัตซีนก็ช้า ยืดยาดไปหมด

- ใจความมีกระจึ๋งเดียว คือการปูที่มาของความมืด ที่จะเป็นเผ่าพันธุ์ศัตรูใหม่ และขยายเรื่องที่ MoM เคยเกริ่นไปแล้วว่าความมืดสามารถซ่อนในตัวคนได้ โดยคราวนี้ขยายว่า... ถึงเจอความมืดที่ซ่อนในตัวใครคนหนึ่ง มันอาจจะเป็นความมืดที่เกิดมาจาก negative emotion ของคนนั้นเอง (สังเกตว่าใช้ term - negative emotion แบบพวกอันเวิร์ส) หรือเป็นความมืดจากภายนอก ที่มาซ่อนในตัวคนนั้นก็ได้

- ออกจากวันเดอร์แลนด์ ย้อนกลับไปตกลงกับเพื่อนที่เหลือว่าพวกเราจะตามหาเบาะแสของผู้ใช้คีย์เบลดที่หายไป จากความมืดต่อ

- จากที่บัลด์บอกว่า พี่สาวออกเดินทางไปโดยบอกว่าคนที่กลับมาได้ จะได้รับการแต่งตั้งเป็นมาสเตอร์ฯ... ซึ่งมันฟังดูไม่เหมือนการให้ผู้ใช้คีย์เบลดออกเดินทางข้ามดาว "เพื่อขยายวิสัยทัศน์" ตามหลักสูตรเลย และมันไม่เหมือนการสอบเป็นมาสเตอร์ฯ ตามหลักสูตรอีกด้วย >>> ผมตีความว่ามันเกิดความผิดปกติบางอย่างขึ้น โวเดนเลยใช้ให้พวกผู้ใช้คีย์เบลดจากคลาสชั้นสูง 7 คน ซึ่งยังไม่เคยออกเดินทางข้ามดาวมาก่อน รวบรัดกระบวนการ... โดยทั้งให้ออกเดินทางข้ามดาว ไปทำภารกิจ และเป็นการสอบเป็นมาสเตอร์ฯ ไปในตัวด้วย

- หากจำกันได้ใน Re: Mind เซอานอร์ทก็เคยบอกไว้ว่า ปกติมันต้องได้ออกเดินทางทั่วจักรวาล เพื่อเปิดหูเปิดตาขยายวิสัยทัศน์ก่อน แล้วค่อยสอบเป็นมาสเตอร์ฯ ทีหลัง

- เอราคุสเองก็ยังช่วยปิดบังเรื่องที่พี่สาวของบัลด์หายตัวไป และก็เนียนตามที่โวเดนสั่ง (ให้ศิษย 6 คนออกตามหา ปิดบังโวเดนไม่ให้รู้ว่าพี่สาวหาย ป้องกันความวุ่นวาย เอราคุสก็เนียนทำเป็นเหมือนยังไม่ได้เรียนรู้วิธีเดินทางข้ามดาวที่โวเดนพึ่งสอนมา)

- ผมเคยย้ำหลายรอบ และอยากตอกอีกรอบว่า ใน KH III Ultimania โนะ ก็บอกว่าเอราคุสสืบเชื้อสายมาจากหนึ่งในแกนนำยูเรียนรุ่นที่ 2 >> ซึ่งดูจากสีและทรงผมแล้ว มันก็น่าจะเป็นเบรนที่สุดเนี่ยแหละ >> ซึ่งฟังจากบทสนทนาแล้ว เหมือนว่าเบรน/ปู่ของเอราคุส อาจจะโดนความมืดเล่นงานเข้าให้ เกิดเรื่องไม่ดีขึ้น แล้วก็ทำให้เอราคุสเกลียดความมืดฝังเข้าเส้นเลยทีเดียว