Thursday, May 31, 2012

บทสัมภาษณ์ฉลองครบรอบ 15 ปี FFVII โนจิมะเผยแซ็คและตัวตนจริงของคลาวด์ถูกแต่งในขั้นสุดท้ายของการเขียนซีนาริโอ


บทสัมภาษณ์นิตยสารแฟมิซือ ฉบับประจำวันที่ 31 พ.ค. 2012 ในโอกาสครบรอบ 15 ปี Final Fantasy VII

สัมภาษณ์คาสึชิเงะ โนจิมะ

- โนจิมะบอกว่าตนเข้าร่วมทีมตั้งแต่ช่วงต้น ๆ ของการพัฒนา งานของเขาต้องอ้างอิงจากบุคลิกและนิสัยของตัวละคร โดยในการทำงานนั้น ก็มีทีมงานคนอื่น ๆ อัปโหลด resource พวกดีไซน์ตัวละคร เอกสารเซตติ้งต่าง ๆ เข้าไปในเซอร์เวอร์ หน้าที่ของเขาคือเข้าไปจำข้อมูลเหล่านี้ แล้วนำไปผสมผสานใส่ลงไปในพล็อต เขียนมันออกมาให้กลายเป็นซีนาริโอ

- ตอนแรกนอกจากเขียนซีนาริโอแล้ว โนจิมะยังทำ Character Motion ด้วย โดยเขาทำซีนตอนที่คลาวด์ตกลงมายังโบสถ์แล้วเจอแอริธ แต่หลังจากที่มีมืออาชีพมาเข้าร่วมทีม คนที่มาใหม่ก็แก้ไข motion ทั้งหมดที่โนจิมะทำไว้ให้เนียนขึ้น

- โนจิมะบอกว่าการทำงานตอนนั้น ไม่ค่อยมีโอกาสคุยกับโนมุระตัวต่อตัว แต่จะส่งคอมเมนต์โต้ตอบกันโดยมีคิตาเสะเป็นคนกลาง

- วินเซนต์เป็นตัวละครที่สร้างขึ้นมาในช่วงหลัง กว่าจะเอาเข้าไปในเกมได้ก็เป็นช่วงใกล้ปิดจ็อบแล้ว โนจิมะก็ลำบากมากในการผสมเรื่องของวินเซนต์เข้าไปในเกม คิตาเสะเองก็รีบมากและถึงกับบอกว่าจังหวะไม่ดีเลย ถ้าจำเป็นก็อาจต้องตัดวินเซนต์ทิ้ง

- ตัวละครที่โนจิมะผูกพันเป็นพิเศษ คือคลาวด์และเซฟิรอธ ส่วนตัวแล้วโนจิมะคิดว่าคงไม่เกินเลยไปหากจะบอกว่าตัวละครอื่น ๆ นั้นมีอยู่เพื่อเสริมสร้างสองตัวละครนี้

- โนจิมะเสียใจที่หลังจากช่วงที่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของคลาวด์แล้ว รู้สึกยังนำเสนอเสน่ห์ในความเป็นมนุษย์ของคลาวด์ได้ไม่ดีพอ ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่า FFVII มันค่อยสมเป็นวีดีโอเกมจริง ๆ หลังจากที่เฉลยตัวตนแท้จริงของคลาวด์ ทว่าในภาค Advent Children ทีมงานก็ได้ประสบความสำเร็จในการนำเสนอตัวตนที่แท้จริงของคลาวด์แล้ว

- เรื่องการจากไปของแอริธ ตอนโนจิมะเข้าร่วมทีม ยังไม่มีการกำหนดรายละเอียดของอีเวนต์ ตอนนั้นรีเควสต์ที่เขาได้รับมา มีเพียงบอกว่าตัวเอกหญิงตายไปช่วงหนึ่งของเรื่อง จากนั้นจึงกำหนดให้แอริธตาย แล้วทิฟายังคงอยู่ไปจนจบเรื่อง ในฐานะตัวละครที่เป็นพยานผู้เป็นหลักฐานการมีตัวตนอยู่ของคลาวด์ในวัยเด็ก  และเพราะแอริธตายไปกลางเรื่อง ทีมงานจึงต้องใช้ความปราณีตและรักใคร่ในการไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ต่าง ๆ ของแอริธจนกว่าจะไปถึงจุดนั้นของเรื่อง

- นามสกุล Gainsborough ของแอริธ ยืมมาจากนักร้องฝรั่งเศส Serge Gainsbourg

- ส่วนแซ็คนั้น เป็นตัวละครที่สร้างขึ้นมาให้สอดรับกับที่บรรยายว่าเป็นรักแรกของแอริธ ตอนแรกก็มีความคิดมากมายว่าจะให้ตัวละครนั้นเป็นคนยังไงนะ ภายหลังก็เลยสร้างตัวละครที่เป็น SOLDIER จริง ๆ ขึ้นมา เพื่อแยกออกจากตัวตนที่แท้จริงของคลาวด์ หมายความว่าเรื่องตัวตนที่แท้จริงของคลาวด์ ถูกแต่งขึ้นมาในขั้นสุดท้ายของการเขียนซีนาริโอ เช่นเดียวกับแซ็คที่เป็นตัวละครที่เพิ่มเข้าไปในช่วงท้ายสุดเหมือนกั

- ตอนนั้นแม้จะยังเขียนเนื้อเรื่องไม่เสร็จ แต่ก็สามารถสร้างเมืองและอีเวนต์ต่าง ๆ ไปก่อนได้ โดยโนจิมะคิดฉากที่คลาวด์ถอดหมวกทหารชินระออกมาก่อน แล้วค่อยคิดเนื้อเรื่องขยายขึ้นมาจากซีนนั้น สมัยนั้นมันดีที่ว่า โนจิมะสามารถปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องต่าง ๆ ไปจนถึงช่วงท้ายของการพัฒนาเกมได้ (**ในยุคหลัง เนื้อเรื่องมันต้องเขียนเสร็จก่อน ถึงจะแปล นัดพากย์เสียง ทำโมชั่น และอื่น ๆ ได้)

- โนจิมะดีใจที่แฟน ๆ รัก FFVII ไม่เสื่อมคลาย และคิดว่านักร้องเพลงเอ็งกะก็คงรู้สึกแบบนี้ สมัยก่อนทีมพัฒนาเกมมีคนไม่มาก การทำงานแต่ละวันก็รู้สึกเหมือนการเดินไต่เชือก แต่ก็มีความรู้สึกอิ่มเอมว่าเรากำลังสร้างสิ่งที่มหัศจรรย์ขึ้นมา ช่วงนั้นเป็นยุคเปลี่ยนผ่านฮาร์ดแวร์ด้วย การทำงานต่าง ๆ มันเลยเป็นการลองผิดลองถูก แต่เขากล้าพูดเลยว่า ความไม่สมบูรณ์นั่นแหละทำให้เกมมีสเนห์ และเพราะทีมงานไม่ได้มีคำตอบตายตัวแต่แรก ก็เลยสามารถนำพาเนื้อเรื่องจับผลัดจับผลูไปสู่เส้นทางที่มันควรจะเป็น และสร้างเรื่องราวที่แสนจับใจขึ้นมาได้ ซึ่ง FFVII ก็คงจะเป็นเกมสุดท้ายที่ทีมงาน สามารถสร้างด้วยกระบวนการเช่นนี้ขึ้นมาได้

https://twitter.com/TurquoiseHammer/status/1570132795267371012


**สรุป point หลักคือ

1. วินเซนต์ถูกผสมไปในช่วงท้ายของการพัฒนา

2. การแยกคลาวด์ออกมาเป็น แซ็ค+ตัวตนจริงของคลาวด์ ก็เกิดขึ้นในช่วงท้ายของการเขียนซีนาริโอ โนจิมะเลยรู้สึกว่ายังพรรณนาตัวตนที่แท้จริงของคลาวด์ได้ไม่ดีพอ แต่ก็ได้แก้ตัวใน Advent Children แล้ว

3. การสร้างเกมสมัยก่อน ขั้นตอนไม่เหมือนปัจจุบัน เกมสามารถสร้างไปได้เรื่อย ๆ แม้ยังเขียนเนื้อเรื่องไม่เสร็จ โนจิมะเองก็เปลี่ยนและเติมเนื้อเรื่องลงไปได้เรื่อย ๆ จนวินาทีสุดท้าย ซึ่งไอ้การสร้างไป เขียนแก้เนื้อเรื่องไปได้นี่แหละ (เหมือนการ์ตูนที่วาดไป แล้วแต่งเนื้อเรื่องเพิ่มไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้วางแผนแต่แรก หรือวางแผนไว้แล้ว แต่พอเขียนไปเรื่อย ๆ กลับรู้สึกว่าเนื้อเรื่องที่ควรเป็น มันต่างจากที่เคยวางแผนไว้) คือความพิเศษที่ทำให้ FFVII กลายเป็นภาคที่แฟน ๆ รักไม่เสื่อมคลาย

No comments:

Post a Comment