Saturday, March 12, 2016

Evangelion - จบบริบูรณ์


จริง ๆ มีเรื่องเกี่ยวกับ FF เขียนสต็อคเก็บไว้แล้ว แต่ขอนอกเรื่องอีกสักวัน

พอดีวันนี้ผมพึ่งได้ไปซื้อ Evangelion เล่มจบมาอ่าน หลังจากที่เริ่มติดตามมาตั้งแต่ ป.5 วันนี้ก็ได้ซื้อคอมมิคเล่มจบสักที

เรียนตามตรงว่า ครั้งแรกที่เห็นฉากจบภาคอนิเม ซึ่งก็เป็นช่วงที่ผมอยู่ประถมนั่นแหละ ในใจก็เต็มไปด้วยความงวยงง สบถด่าฟักแฟงดีออก แล้วก็ปฏิเสธ ต่อต้านฉากจบแบบนี้

แต่แล้วเวลาผ่านไป ด้วยวัยวุฒิที่มากขึ้น ทุกครั้งเมื่อย้อนกลับมาดูฉากจบของเรื่องราวใหม่ ความเข้าใจก็เปลี่ยนไป มันก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทีละน้อย แม้รู้ตัวว่ายังห่างไกลจากความสมบูรณ์

อาจเพราะภาคคอมมิคนั้น มีการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดชัดเจนกว่า เข้าใจง่ายกว่า มันก็ทำให้ใครหลาย ๆ คนที่เคยไม่เข้าใจในฉากจบ ได้เข้าใจมากขึ้น

มาวันนี้ เมื่อผมได้อ่านคอมมิคเล่มจบฉบับภาษาไทย (แน่นอนว่าเคยอ่านฉบับภาษาอื่นมาก่อนแล้ว) จากที่เคยปฏิเสธฉากจบแบบนี้เมื่อครั้งอดีต ผมกลับรู้สึกว่านี่แหละคือฉากจบที่ผมต้องการ และใฝ่หามานาน

เคยมีเพื่อนหลายคนพูดกับผมไว้ว่าชีวิตนั้นเปี่ยมด้วยความทุกข์ เวียนว่ายตายเกิดอยู่คู่กับทุกข์เรื่อยไป หากจะมีความสุขก็เป็นเพียงความสุขจอมปลอม เขาจึงอยากที่จะดับสูญไป เพื่อจะได้เคียงคู่กับความสุขนิจจิรันดร์

การกลับสู่ธารชีวิต (ซึ่งไม่ใช่การดับสูญซะทีเดียว) สภาพที่อัตตาหรือวิญญาณของคนสลายร่วมไปกับผู้อื่น ภพที่อัตตาทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีตัวตน ไม่มีสงคราม ไม่มีความหิวโหย ไม่มีการโกง ไม่มีการควบคุม ไม่มีการบังคับ ไม่มีความหนาบเหน็บ ไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีสิ่งใด โลกที่บางคนเชื่อว่ามันคือภพอันแสนสุข มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์จริง ๆ หรือ?

ประเด็นเหล่านั้นได้ถูก Evangelion หยิบขึ้นมาพูดคุย และชวนให้ผู้อ่านต้องคิดว่าระหว่างสภาพแบบนั้น กับโลกที่เต็มไปด้วยโกลาหล เปี่ยมไปด้วยรสชาติมากมายอย่างที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้ แบบไหนคือสิ่งที่คุณต้องการ

แม้เรื่องราวทั้งหมดจบลงแล้ว แต่ผมเชื่อว่าแนวคิดที่ได้จากเนื้อหาของการ์ตูนเรื่องนี้ จะคงตกผลึก และฝังลึกอยู่ที่มุมใดมุมหนึ่งในจิตใจของผู้อ่านจำนวนมากต่อไป และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผลงานชิ้นนี้ จะถูกส่งต่อไปยังอนาคต ให้กับรุ่นลูกหลานของพวกเรา เพื่อให้พวกเขาได้มีช่วงเวลาที่ต้องหวนคิดทบทวน ตอบคำถาม และก้าวต่อไป ด้วยมุมมองใหม่ของชีวิต

"มือของคนอื่น ๆ อาจจะทำให้ผมต้องเจ็บปวดอีก อย่างที่เธอพูดก็ได้ และมือของผมเอง ก็อาจจะไปทำให้คนอื่นต้องเจ็บปวดด้วยก็ได้"

"มือที่เกาะกุมกันไว้ อาจต้องปล่อยไปในสักวันหนึ่ง"

"แต่ถึงอย่างนั้น ผมน่ะ ก็ยังอยาก"

"อยากที่จะจับมือ กับเธออีกครั้งหนึ่งนะ"

-อิคาริ ชินจิ-

No comments:

Post a Comment