Friday, December 9, 2011

วงในเผย! FFXIII-2 ตอนจบขึ้น To be continued!!

ข้อมูลจากแหล่งข่าวไทยผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม (และไม่อยากจะออกนามเพราะกลัวโดนเก็บ) กล่าวว่าตัวเขาได้ทำงานทดสอบเกม Final Fantasy XIII-2 ทั้งเวอร์ชั่น PS3 และ Xbox360 มาเป็นเวลารวมกันกว่า 4 เดือน และจากการกัดฟันเล่นในฐานะงานมาตลอด เขามีข้อมูลที่พอจะเปิดเผยได้ดังนี้

  • ตัวเกมมีจุดให้ติและผิดหวังพอสมควร ไม่น่าจะได้คะแนนเต็มมาได้
  • งานภาพ Realtime-render สุดยอดอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วน CGI Movie นั้นทั้งเกมมีแค่นิดเดียว
  • ตัวเกมสั้นพอสมควร
  • ทีมงานทดสอบที่เล่นจบไวที่สุด ใช้เวลาเล่นแบบสปีดเพลย์ กดข้ามรัวๆ 6 ชั่วโมงจบ
  • ส่วนเจ้าตัวผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม เล่นไป 8 ชั่วโมงจบ
  • ถ้าจะทำทุกอย่างในเกมให้ครบ เล่นแบบคนไม่รู้แนวทางก็ 100 ชั่วโมง เล่นแบบคนทดสอบเกมที่จำทุกอย่างได้หมดแล้วก็ 60 ชั่วโมง
  • หลังจบเกม ผู้เล่นจะได้ Fragment Skill ชื่อ Grand Cross มา ทำให้ย้อนกลับไปเล่นเนื้อเรื่องในแต่ละเกทใหม่ได้
  • ทั้งเกม เราจะเล่นไลท์นิ่งได้แค่ช่วงเดียวคือช่วงเปิดเกมที่สู้กับเคออสบาฮามุทในวาลฮัลล่า
  • นอกนั้นไลท์นิ่งก็แทบจะไม่โผล่มาอีกเลย เท่าที่จำได้ก็มีโผล่มาอีกในตอนเลือก Fragment Ending และตอนทำเควสต์เอาโอดินเข้ากลุ่ม
  • ตอนจบขึ้น To be continued กลางจอตัวโตๆ
  • เวลาเข้าเกท จะโหลดช้าจนน่ารำคาญ แต่ตอนต่อสู้ โหลดได้รวดเร็วดี
  • ทั้งเกม ได้บังคับแค่เซร่าห์ โนเอล กับมอนสเตอร์
  • สโนวเป็นแค่เกสต์ โฮปเป็น NPC ดำเนินเรื่อง ส่วนซัสซ์ แฟงก์ วานิล โผล่มาท้ายเกมคนละ 3 นาที
  • ตัวเกมไม่มีบอสลับ แต่มีมอนสเตอร์โหดๆ ระดับบอส 3 ตัว บอสพวกนี้จะดรอปแร่หายากให้เราเอาไปทำเครื่องประดับกับอาวุธขั้นสูง
  • รอนกุยภาคนี้ดรอปริบบ้อนกับอดามันไทต์ การจะสู้กับมันต้องสลับสวิตซ์สภาพอากาศให้ถูกต้อง

ที่มา : ...เขาไม่ประสงค์จะออกนาม...

Wednesday, December 7, 2011

มาเหนือเมฆ! FFXIII-2 กวาด 40 คะแนนเต็มจากแฟมิซือ!!

นิตยสารแฟมิซือฉบับล่าสุดได้ประกาศคะแนนรีวิวเกมที่จะวางจำหน่ายในสัปดาห์หน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในบรรดาเกมเหล่านั้น Final Fantasy XIII-2 เป็นเกมที่กวาดคะแนนจากกรรมการไปได้มากที่สุดถึง 40 คะแนนเต็ม กล่าวคือได้ 10 คะแนนเต็มจากกรรมการตัดสินทั้ง 4 ท่าน ทำให้ Final Fantasy XIII-2 กลายเป็นเกมลำดับที่ 3 ที่ทางแฟมิซือมอบคะแนนเต็มให้ในปีนี้ ต่อจาก Skyward Sword และ Elder Scrolls Skyrim

อนึ่ง สมัย Final Fantasy XIII จากฝีมือของคุณโทริยามะ และ Final Fantasy Type-0 จากฝีมือของคุณทาบาตะ ได้คะแนนจากทางแฟมิซือไป 39 คะแนน ส่วน Final Fantasy XII จากฝีมือของยัสจังได้ไป 40 คะแนนเต็ม

ในส่วนของบทวิจารณ์เกมนั้น ตอนนี้ยังไม่มีคนคัดลอกเนื้อหาแบบเต็มๆ มาให้ดูกัน แต่เล่ากันมาว่าทีมงานได้วิจารณ์ว่าตัวเกมได้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคแรก แล้วตัวเกมก็มีเกมเพลย์อันหลากหลาย

สำหรับคะแนนรีวิวของเกมทั้งหมดที่จะวางจำหน่ายในสัปดาห์หน้าก็มีดังนี้

  • Final Fantasy XIII-2 (PS360): 10, 10, 10, 10
  • Monster Hunter 3G (3DS): 10, 10, 9, 9
  • Bakuman: Road to Becoming a Manga Artist (DS): 8, 7, 8, 7
  • Moe Moei Daisensou Gendaiban 3D (3DS): 6, 6, 5, 5
  • Puyo Puyo!! (3DS): 8, 8, 8, 8
  • Kunio-kun Special (3DS): 7, 7, 7, 7
  • Let's Play Together Dream Theme Park (Wii): 8, 7, 7, 8
  • BlazBlue Continuum Shift Extend (PS360): 9, 9, 8, 9
  • Lord of Apocalypse (PSP): 9, 9, 8, 8
  • Shin Kamaitachi no Yoru (PS3): 9, 9, 9, 10

สำหรับรายชื่อเกมอื่นๆ ที่เคยได้คะแนนเต็มไปจากทางแฟมิซือ สามารถตรวจสอบได้ตามลิงค์นี้ครับ : คลิ๊ก

ปิดท้ายด้วยคลิปตัวอย่างระบบ Historia Crux และฉากต่างๆ ที่มีอยู่มากมายในเกมนี้


Update!!

เว็บ Sinobi ที่เป็นร้านค้าปลีกเกมในประเทศญี่ปุ่นเผยว่า ทาง Square Enix ได้ผลิตแผ่น Final Fantasy XIII-2 ล็อตแรกขึ้นมา 1 ล้านแผ่นและเตรียมส่งไปให้ร้านค้าต่างๆ ทั่วแดนปลาดิบแล้ว โดยจำนวน 1 ล้านแผ่นนี้ถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าสมัย Final Fantasy XIII ดั้งเดิมเกือบเท่าตัว เพราะตอนนั้นทางค่ายได้ผลิตแผ่น Final Fantasy XIII ล็อตแรกขึ้นมาถึง 1.8 ล้านแผ่น สันนิษฐานว่าฝ่ายการตลาดคงคาดการณ์แล้วว่าภาคนี้จะขายได้ลงมาก จึงผลิตแผ่นมาเพียง 1 ล้านแผ่นเท่านั้น 

อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับยอดจำหน่ายเกม PS3 ในประเทศญี่ปุ่นแล้ว ตัวเลข 1 ล้านแผ่นก็ยังถือเป็นจำนวนที่สูงมากๆ อยู่ดี เพราะนอกจาก Final Fantasy XIII แล้วก็แทบไม่มีเกมใดใน PS3 ที่ขายในประเทศญี่ปุ่นได้เกิน 1 ล้านแผ่นแล้ว

ที่มา : 2chSinobi

Thursday, October 20, 2011

Final Fantasy IX : มโนคติแห่งชีวิต -คริสตัล-

“ชาวเทอร์ร่าที่แท้จริงได้เข้าสู่การหลับใหลมาอย่างยาวนาน รอคอยชั่วยามที่โอกาสของพวกเขาจะมาถึง เมื่อถึงเวลาแล้ว แสงแห่งดวงดาวจะแปรเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง แล้วไกอาก็จะกลายเป็นเทอร์ร่า”  มิโคโตะ

อารยธรรมของเทอร์ร่า

เทอร์ร่าเป็นดาวที่มีอารยธรรมทางเวทมนต์อันสูงส่ง ในช่วงที่เฟื่องฟูสุดขีดนั้น เทอร์ร่าเต็มไปด้วยเมืองที่เจริญรุ่งเรืองทั่วทั้งดวงดาว แต่แล้วเมื่อ “การเสื่อมถอย” ได้เริ่มต้นขึ้น พืชและสัตว์ทั้งหลายในดาวดวงนี้ก็เริ่มพากันล้มตาย

ชาวเทอร์ร่ามีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะปกปักรักษาวัฒนธรรมและเทคโนโลยีของพวกเขาไว้ พวกเขาได้สร้าง “โออิลเวิร์ท” ขึ้นมาเป็นแหล่งบันทึกประวัติศาสตร์ของพวกเขา แต่นั่นมันก็ไม่ใช่ทางแก้ปัญหา ในท้ายที่สุด ชาวเทอร์ร่าที่มีสติปัญญาก็ได้รวมตัวกันเพื่อหาทางหยุดยั้งการเสื่อมถอยนั้น


การ์แลนด์ บุคคลผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด ไม่ดีและไม่ร้าย เป็นแค่ตาลุงธรรมดาๆ

หนังสือ Final Fantasy IX Ultimania บันทึกไว้ว่า ชาวเทอร์ร่าได้ใช้ศาสตร์แห่งเวทย์ที่เรียกว่า “ฟิวชั่น” เพื่อให้ได้มาซึ่งชีวิตที่เป็นนิรันดร์ ฟิวชั่นถูกร่ายขึ้นเมื่อคริสตัลของเทอร์ร่าเข้าสู่วัยชราและอ่อนแอลง ดังนั้นเพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไปได้ ชาวเทอร์ร่าจึงแสวงหาดวงดาวที่ยังหนุ่มแน่น ดวงดาวที่ใจกลางของมันยังไม่โตดี ทำการดูดกลืนมันซะ แล้วถ่ายวิญญาณของเทอร์ร่าเข้าไปในคริสตัลอันใหม่ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ

ใจกลางของดาวแต่ละดวงจะมีคริสตัลที่ทำหน้าที่ควบคุมวัฏจักรแห่งวิญญาณตั้งอยู่  มันจะปล่อยวิญญาณออกมาเพื่อให้เกิดใหม่เป็นสิ่งมีชีวิต และเมื่อสิ่งเหล่านั้นตายลง ความทรงจำระหว่างการใช้ชีวิตจะถูกส่งกลับไปยังคริสตัล ทำให้คริสตัลเติบโตและสามารถสร้างสิ่งมีชีวิตใหม่ที่มีความซับซ้อนมากกว่าเดิมได้ หากการหมุนเวียนของวิญญาณหยุดลง การสั่งสมความทรงจำก็จะจบสิ้นลง แล้วดวงดาวก็จะเริ่มเสื่อมถอย ที่สุดแล้วคริสตัลและดาวดวงนั้นก็จะกลับคืนสู่จักรวาลไปพร้อมๆ กัน

มโนคตินี้คล้ายคลึงกับไลฟ์สตรีมของ Final Fantasy VII


ประวัติศาสตร์

5,000 ปีก่อน – การฟิวชั่นที่ผิดพลาด

ชาวเทอร์ร่าไม่สามารถหาดวงดาวที่ยังเยาว์วัยเพื่อที่จะดูดกลืนได้ ขณะที่คริสตัลของเทอร์ร่าก็อ่อนแอลงทุกวันๆ การ์แลนด์จึงเสี่ยงตัดสินใจเลือกดาวไกอาที่หนุ่มแน่นมาเป็นดาวที่จะหลอมรวมด้วย ทว่าการฟิวชั่นกลับล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะคริสตัลของไกอาพยายามปฏิเสธกระบวนการ ส่งผลให้อารยธรรมทั้งหมดของไกอาล่มสลาย เหลือไว้เพียงเปลือกโลกที่พังพินาศ

ภาพการฟิวชั่นที่ผิดพลาดของไกอาและเทอร์ร่า

การฟิวชั่นที่ผิดพลาดนี้ส่งผลให้สถานที่ต่างๆ ในเทอร์ร่าไปปรากฏบนไกอา เช่น ภูเขากูลก์ ปราสาทอิปเซ็น ตำหนักทะเลทราย และโออิลเวิร์ท ขณะที่ตัวเทอร์ร่าเองก็หายเข้าไปอยู่ภายในไกอา และด้วยการฟิวชั่นที่ผิดพลาด ดวงจันทร์ของเทอร์ร่าที่ยังคงอยู่จึงกลายมาเป็นดวงจันทร์ที่สองของไกอา (ดวงจันทร์สีน้ำเงินของไกอาและดวงจันทร์สีแดงของเทอร์ร่า) แล้วที่มหาสมุทรใกล้เอสโตกาซ่า เกาะประกายแสงก็ได้ถือกำเนิดขึ้นในฐานะทางเชื่อมระหว่างทั้งสองโลก

การ์แลนด์ได้ย้าย “อิฟา” ต้นไม้เวทมนต์ของเทอร์ร่าไปปลูกในไกอาเพื่อที่จะคอยสอดส่องดูการฟื้นตัวของโลก เขาคาดว่าคงต้องใช้เวลาหลายพันปีกว่าไกอาที่ประสบกับการฟิวชั่วที่ล้มเหลว จะฟื้นตัวกลับมามีอารยธรรมที่เฟื่องฟูอีกครั้ง

3,000 ปีก่อน – การ์แลนด์วางแผนคืนชีพให้เทอร์ร่า

หนังสือ Final Fantasy IX Ultimania บันทึกไว้อีกว่า การ์แลนด์เริ่มสร้าง “เจนอม” ขึ้นมาเมื่อประมาณ 3,000 ปีก่อนที่เหตุการณ์ในเกมจะเริ่มต้นขึ้น เพื่อวันที่ชาวเทอร์ร่าจะคืนชีพขึ้นมาได้อีกครั้ง เจนอมถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นภาชนะให้วิญญาณของชาวเทอร์ร่า ทว่าตราบใดที่การฟิวชั่นดวงดาวยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี ชีวิตของเจนอมก็จะยังคงบกพร่อง ขณะที่คริสตัลของเทอร์ร่าเสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆ หากช่วยเอาไว้ไม่ทัน มันก็จะตายและกลับคืนสู่จักรวาล การ์แลนด์จึงคิดค้นแผนครอบงำวัฏจักรวิญญาณของไกอาขึ้นมา

แผนของการ์แลนด์คือการรวมวัฏจักรทั้งสองเข้าด้วยกัน คือวัฏจักรคริสตัลของเทอร์ร่า และวัฏจักรคริสตัลของไกอา แต่แผนที่วางเอาไว้แต่แรกนั้นล้มเหลว เพราะกระแสวิญญาณมันดันไปด้วยกันไม่ได้ ไกอามีกระแสวิญญาณที่เข้มแข็งและไหลเวียนอย่างรวดเร็ว ขณะที่ดวงดาวที่เจียนตายอย่างเทอร์ร่า แทบจะไม่ค่อยเหลืออะไรให้ไหลเวียนในวัฏจักรแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำให้วัฏจักรวิญญาณของเทอร์ร่าเข้าไปครอบงำวัฏจักรของไกอา


ภาพตัดขวางของกระแสวิญญาณที่ปล่อยออกมาตามปกติ

แต่ด้วยการใช้ต้นอิฟา การ์แลนด์จึงสามารถหยุดยั้งวิญญาณของชาวไกอาไม่ให้กลับคืนสู่คริสตัลของพวกเขาได้ เขาวางแผนที่จะสร้างโลกที่มีแต่วิญญาณของชาวเทอร์ร่าเท่านั้นที่จะหมุนเวียนอยู่ต่อไปได้ อย่างไรก็ตามแม้วัฏจักรของไกอาจะชะงักลง การหมุนเวียนของเทอร์ร่าก็ยังคงอ่อนแออยู่ดี

1,000 ปีก่อน – วิญญาณของชาวเทอร์ร่าเริ่มฟื้นตัว

1,000 ปีก่อนที่เหตุการณ์ในเกมจะเริ่มต้นขึ้น การ์แลนด์ได้ให้ผู้คัดแยกวิญญาณไปประจำการอยู่ที่ฐานของต้นอิฟา ให้มันทอดทิ้งวิญญาณของชาวไกอา และปลดปล่อยวิญญาณของชาวเทอร์ร่าออกไปเกิดใหม่แทน ว่าแล้วเทอร์ร่าจึงค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างช้าๆ ด้วยเหตุนี้พืชและสัตว์ของเทอร์ร่าจึงเริ่มคืนชีพขึ้นมาบนดวงดาวแห่งไกอา ขณะที่ไกอาเองก็ฟื้นตัวขึ้นมาจากความล่มสลายที่เกิดขึ้นในตอนที่การฟิวชั่นล้มเหลว  วิญญาณของชาวไกอาที่ถูกทอดทิ้งก็ถูกขับออกมาผ่านทางรากไม้แพร่ออกไปทั่วทวีป ในขณะนี้เองอารยธรรมทั้งหลายก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง


ผู้คัดแยกวิญญาณที่ขับวิญญาณของชาวไกอาออกมาในรูปของหมอก
และส่งวิญญาณของชาวเทอร์ร่าออกไปเกิดใหม่แทน

วิญญาณของชาวไกอาที่ถูกขับออกมาจากคริสตัล รวมทั้งวิญญาณที่ไม่อาจกลับคืนสู่คริสตัลได้ ปรากฏชัดในรูปของหมอก ทำให้ทวีปแห่งนั้นเป็นที่รู้จักกันในชื่อทวีปแห่งหมอก  และด้วยการปรากฏตัวของหมอกนี้เอง ผู้คนทั้งหลายจึงอพยพไปอยู่ในพื้นที่ๆ อยู่สูงเหนือหมอกขึ้นไปอีก (บางเผ่าก็ยังคงอยู่ใต้หมอก) ทว่าสภาพการณ์ที่แย่งกันอยู่ที่สูงๆ เช่นนี้ย่อมเต็มไปด้วยความขัดแย้งมากมายอันนำไปสู่สงครามครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ให้กระแสของวิญญาณที่พยายามจะกลับคืนสู่คริสตัลเพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นไปตามแผนของการ์แลนด์อยู่แล้ว

ทว่าเมื่อประเทศหนึ่งคิดค้นเรือเหาะที่สามารถบินเหนือหมอกขึ้นมาได้ แถมยังเป็นเรือเหาะที่ใช้พลังงานจากหมอกอีกด้วย สงครามจึงยุติลง แล้วการหมุนเวียนของวิญญาณก็กลับสู่สภาพปกติอีกครั้ง

การ์แลนด์สร้างคุจาและซีดานขึ้นมาเพื่อเร่งกระบวนการฟื้นฟูเทอร์ร่า

เมื่อเห็นแผนการค่อยๆ ดำเนินไปอย่างชักช้า การ์แลนด์จึงมีความคิดที่จะสร้างเจนอมที่มีเจตจำนงค์อันเข้มแข็งขึ้นมา แล้วส่งไปยังไกอาเพื่อไปยุแยงให้ชาติต่างๆ ทำสงครามระหว่างกัน อัตราการหมุนเวียนของวัฏจักรวิญญาณจะได้เพิ่มมากขึ้นอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้เขาจึงสร้างคุจาขึ้นมา

แต่แล้วในระหว่างการสร้างคุจาก็เกิดความผิดพลาดขึ้น ทำให้คุจากลายเป็นเจนอมที่มีเจตจำนงค์ที่แข็งกล้าจนเกินไป และนั่นก็ทำให้คุจาไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งเขาง่ายๆ อย่างไรก็ตามการ์แลนด์ยังคิดว่าเขาคงใช้ประโยชน์จากสิ่งประดิษฐ์ของเขาได้อยู่ดี ว่าแล้วเขาก็ส่งคุจาไปยังไกอา หลังจากคุจาออกไปแล้ว การ์แลนด์ก็ตัดสินใจสร้างเจนอมอีกคนที่แตกต่างจากคุจาขึ้นมา เจนอมคนนั้นก็คือซีดาน

หนังสือ Final Fantasy IX Ultimania บันทึกไว้อีกว่า ซีดานนั้นแตกต่างจากคุจาตั้งแต่แรก เขาเริ่มต้นใช้ชีวิตในสภาพเด็ก การเริ่มต้นชีวิตในสภาพนี้ส่งผลกระทบต่อการเติบโตและการเรียนรู้ของเขาเป็นอย่างมาก อารมณ์ของเขาได้รับการขัดเกลาพัฒนายิ่งขึ้นเรื่อยๆ สิ่งนั้นเองทำให้เขาสามารถเข้าสู่สภาพทรานซ์ได้ ท้ายที่สุดเขาก็ก้าวข้ามคุจาผู้ไม่อาจเข้าใจอารมณ์อันซับซ้อน และไม่อาจทรานซ์ได้ตามธรรมชาติ


คุจาที่เกิดมาก็เมพขิงๆ แต่พัฒนาไม่ได้ ตรงข้ามกับซีดานที่เกิดมาอ่อนด้อยแต่โตได้

เมื่อคุจาทราบเรื่องของซีดานเข้า เขาก็อิจฉาที่การ์แลนด์หันไปสนใจเจนอมคนใหม่ ว่าแล้วคุจาก็ลงมือลักพาตัวซีดาน แล้วเอาเขาไปปล่อยทิ้งไว้ในไกอา เมื่อการ์แลนด์รู้เรื่องที่คุจาทำลงไปก็โกรธจัด จึงเนรเทศคุจาออกไปจากเทอร์ร่า

หลังโดนเนรเทศออกมาแล้ว คุจาก็เข้ายึดสถานที่ต่างๆ ของเทอร์ร่าที่ไปโผล่ในไกอา และเขาก็ให้มังกรเงินพาเขาไปยึดยานเหาะอินวินซิเบิล

เวลาต่อมาซีดานที่ถูกคุจาเอาไปทิ้งก็ได้รับการชุบเลี้ยงโดยคณะละครแทนทาลัส บ่อยครั้งเขามักฝันถึงเรื่องบ้านเกิดของตนเอง แต่เขาก็จำอะไรไม่ได้มากไปกว่าแสงสีน้ำเงิน เขาลืมเรื่องที่เขาเกิดในเทอร์ร่า แต่ถึงกระนั้นเขายังคงแน่วแน่ที่จะตามหาบ้านเกิดและครอบครัวของตนเอง

500 ปีก่อนเริ่มเกม - แผนของการ์แลนด์เริ่มผิดเพี้ยน

หลายพันปีผ่านไป ท้ายที่สุดแผนการต่างๆ ของการ์แลนด์ก็เป็นอันบรรลุผล คริสตัลของไกอาถูกกีดกันไม่ให้ได้รับวิญญาณมาอย่างยาวนาน ที่สุดแล้วคริสตัลของเทอร์ร่าที่อ่อนแอก็น่าจะหลอมรวมเข้ากับมันได้ ทว่าในช่วงนี้เองที่การ์แลนด์ตกอยู่ในสภาพวิตกจริต คริสตัลของเทอร์ร่านั้นอ่อนแอเกินกว่าจะสร้างสัตว์อสูรได้แล้ว ขณะที่การ์แลนด์ได้เห็นสัตว์อสูรตนหนึ่งที่ถูกอัญเชิญขึ้นในอเล็กซานเดรีย เขาก็สะพรึงกับพลังของมันเป็นอย่างมาก ในระหว่างที่วันที่การฟิวชั่นอย่างสมบูรณ์แบบก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ การ์แลนด์ก็คอยระวังไม่ให้มีพลังระดับนั้นเข้ามาขัดขวางเขาและแผนการของเขาได้ ถึงตอนนี้เป้าหมายของเขาก็ใกล้จะเป็นจริงแล้ว

เจ้านี่แหละที่ทำการ์แลนด์ประสาทกิน

สัตว์อสูรในภาคนี้เกิดจากความทรงจำที่สั่งสมอยู่ในคริสตัล
แล้วคริสตัลก็สร้างมันขึ้นมาเพื่อปกป้องดวงดาว ด้วยหลักการเดียวกับเวพ่อนใน FFVII

10 ปีก่อนเริ่มเกม - มาไดน์ซารีถูกทำลาย

การ์แลนด์ค้นหาว่าชีพจรของไกอาสั่นสะเทือนไปยังจุดใดของผิวดาว ที่นั่นเองเขาได้พบกับหมู่บ้านมาไดน์ซารีและชนเผ่านักอัญเชิญ ด้วยความหวาดกลัวต่อพลังของพวกเขาเหล่านั้น การ์แลนด์จึงสั่งให้คุจาไปทำลายหมู่บ้านดังกล่าว ด้วยเหตุนี้คุจาจึงเริ่มสงสัยว่าสิ่งมีชีวิตแบบไหนกันที่เจ้านายของเขากลัวนักกลัวหนา ในไม่ช้าเขาก็เริ่มไล่ตามเรื่องนี้ด้วยตัวของเขาเอง จนพบเรื่องของสัตว์อสูรและเหตุการณ์เมื่อราว 500 ปีก่อน คุจาวางแผนที่จะหาสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งพอที่จะไปเผชิญหน้ากับการ์แลนด์ได้ แต่แผนนี้ก็ล้มเหลว ถึงกระนั้นเขาก็ค้นพบพลังอื่นขึ้นมาทดแทนซึ่งก็คือพลังในการทรานซ์

การล่มสลายของเทอร์ร่า

ในตอนท้ายซีดานและผองเพื่อนได้รับรู้เรื่องของเทอร์ร่าและตัดสินใจเดินทางเข้ามา พวกเขาขับยานเหาะฮิลด้าการ์เดที่สาม มายังเกาะประกายแสงที่เป็นทางเชื่อมระหว่างไกอาและเทอร์ร่า เมื่อผ่านทางเชื่อมเข้ามา ยานเหาะก็ลงจอดในพื้นที่ๆ เป็นคริสตัล หลังจากเดินทางฝ่าความยากลำบากในเทอร์ร่าพวกเขาก็ได้พบกับมิโคโตะ สาวน้อยปริศนาผู้คล้ายคลึงกับซีดาน

มิโคโตะได้พาพวกซีดานไปยังหมู่บ้านบรานบัล เมืองของชาวเจนอม มิโคโตะเล่าเรื่องของเธอให้ซีดานฟังว่าเธอถูกสร้างขึ้นมาให้มีเจตจำนงค์เป็นของตนเองแบบเดียวกันกับซีดานและคุจา ดังนั้นหากจำเป็นเธอก็อาจทำหน้าที่แทนพวกเขาทั้งสองได้ ซีดานไม่เข้าใจในสิ่งที่มิโคโตะอธิบาย เธอจึงพาเขาไปพบการ์แลนด์ที่แพนเดโมเนียม ซึ่งการ์แลนด์ก็เล่าให้ซีดานฟังถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงที่เขาสร้างซีดานขึ้นมาในฐานะทูตแห่งความตาย ในทีแรกซีดานเองก็รับความจริงไม่ได้ แต่หลังจากที่เพื่อนพ้องทั้งหลายช่วยให้ซีดานเข้าใจถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่ พวกเขาก็ตัดสินใจเข้าไปปะทะกับการ์แลนด์


ซีดานรับฟังความจริงจากการ์แลนด์ ก่อนจะหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต

ขณะที่การต่อสู้กำลังจะจบลง คุจาก็เข้ามาในแพนเดโมเนียมพอดี เขาสังหารการ์แลนด์แล้วก็หันมาหมายจะจัดการกับพวกซีดานซะ ด้วยความบ้าคลั่งเขาได้ดูดกลืนวิญญาณที่อยู่ในยานเหาะอินวินซิเบิล โดยใช้วิญญาณของราชินีบราเน่ห์เป็นตัวกระตุ้น ทำให้เขาเข้าสู่สภาวะทรานซ์ได้ คุจาทำลายเทอร์ร่าลงด้วยพลังที่เขาพึ่งได้มาใหม่ ขณะที่ซีดานและผองเพื่อนก็พาชาวเจนอมหนีกลับไปยังไกอา

ภายหลังการล่มสลาย

หลังจากเทอร์ร่าถูกทำลายลงไปแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคริสตัลของมัน การ์แลนด์บอกพวกซีดานว่าไม่มีใครหยุดยั้งการหลอมรวมของดวงดาวได้ เพราะตราบใดที่ต้นอิฟายังอยู่ มันจะคอยหยุดยั้งวัฏจักรวิญญาณของไกอา ทว่าในตอนสุดท้ายของเกม ต้นอิฟาทลายลง ราวกับเป็นสัญญาณบอกว่าท้ายที่สุดแล้วคริสตัลของเทอร์ร่าก็ตายจากไป

มโนคติแห่งชีวิต คริสตัลและไลฟ์สตรีม

นอกจาก Final Fantasy VII และ IX จะมีดาวที่ชื่อว่าไกอาเหมือนกันแล้ว เกมทั้งสองภาคต่างก็ใช้คอนเซปต์ของชีวิตที่คล้ายคลึงกันมาก โดยมีหัวใจหลักคือความเชื่อที่ว่าเมื่อคนเราตายแล้วจะกลับไปเป็นหนึ่งเดียวกับดวงดาว แล้วระบบฟอกวิญญาณของดวงดาวก็จะทำหน้าที่ชำระล้างความทรงจำแล้วส่งเราไปเกิดใหม่ วนเวียนแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา คนที่คิดคอนเซปต์นี้ขึ้นมาและใช้มันเป็นแกนหลักของเกม 2 ภาคเลยก็คือป๋าฮิโรโนบุ ซากากุจิน่ะเอง


ในภาค VII เราเรียกระบบฟอกวิญญาณนี้ว่าไลฟ์สตรีม ขณะที่ภาค IX เราเรียกมันว่าคริสตัล


ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก : FFWikiaThe Lifestream

Tuesday, June 14, 2011

สรุปบทสัมภาษณ์ FFXIII-2 จาก Dengeki PS เล่มล่าสุด

สรุปจ้ะ ตรงไหนเป็นเรื่องใหม่ ก็ทำไฮไลต์สีตามเดิม

ในส่วนของตัวละคร

ตัวละครใหม่อย่างโนเอลนั้นไม่ค่อยรู้เรื่องของโคคูนและแกรนพัลส์ ในจุดนี้คุณโทริยามะต้องการให้โนเอลอยู่ในตำแหน่งเดียวกับผู้เล่นหน้าใหม่ที่ไม่เคยเล่น FFXIII มาก่อน คือไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกนั้นเหมือนๆ กัน (แปลว่าเจ้าตัวมาจากที่อื่นแล้วล่ะ)

- ภาคนี้เหมือนมีตัวเอก 2 คนคือไลท์นิ่งและโนเอลก็จริง แต่เทียบเวลาบังคับแล้ว เนื้อเรื่องเกือบทั้งหมดเราจะได้เล่นเป็นฝั่งโนเอลกับเซร่าห์กันมากกว่า

- เรื่องที่ไลท์นิ่งตายแล้ว มีความเกี่ยวข้องกับตำนานของเอโทร

- สโนวจะปรากฏตัวในภาคนี้ด้วย ในประเด็นที่เซร่าห์เดินทางไปกับโนเอลนั้น สโนวไม่ใช่คนประเภทที่จะกังวลกับเรื่องแบบนี้ ขณะเดียวกันตัวละครอื่นๆ จาก FFXIII ก็จะปรากฏตัวด้วย (ノエルとセラが旅しているが、スノウは知ってても気にするタイプじゃない。)

- เวลาต่อสู้ให้คิดว่าโนเอลยืนอยู่หน้า แล้วมีเซร่าห์สนับสนุนจากด้านหลัง ในใจของคุณโทริยามะนั้นคิดอิมเมจให้โนเอลเป็นอาชีพฮันเตอร์ไปแล้ว

เรื่องเดโมในงาน E3

- เดโมในงานเป็นเนื้อหาย่อๆ ของเนื้อเรื่อง 2 ตอนให้ได้เล่นกัน ซึ่งทีมงานได้ตัดพวกฉากเหตุการณ์ส่วนใหญ่ออกไปแล้ว ในส่วนตัวเกมจริงๆ นั้นก็จะมีฉากตอนที่โนเอลกับเซร่าห์พึ่งพบกันให้ได้เห็น

ส่วนของเพลงประกอบ

- ผู้ประพันธ์หลักยังเป็นคุณมาซาชิ ฮามาอุซึคนเดิมจาก FFXIII แต่จะมีผู้ประพันธ์คนอื่นๆ ที่จะเปิดเผยภายหลังอีก ในส่วนของคุณฮามาอุซึนั้นจะแต่งเพลงที่ให้อารมณ์ของ FFXIII เหมือนเดิม ส่วนผู้ประพันธ์ท่านอื่นจะแต่งเพลงที่ให้ความรู้สึกของโลกใหม่

ในส่วนของการเลี้ยงมอนสเตอร์

- องค์ประกอบหนึ้งที่เพิ่มเข้ามาใหม่ก็คือการรวบรวมมอนสเตอร์เข้าเป็นพวก ซึ่งในเกมจะมีทั้งมอนสเตอร์ที่เน้นตั้งรับ เน้นโจมตี และแบบอื่นๆ ทั้งนี้ตัวเกมจะมีระบบพัฒนาตัวมอนสเตอร์ด้วย ปาร์ตี้ของผู้เล่นนั้นจะประกอบด้วยตัวละครสูงสุดไม่เกิน 3 ตัว ซึ่งใน 3 ตัวนี้ก็รวมมอนสเตอร์เข้าไปด้วยแล้ว ทว่าบางครั้งก็จะมี Guest Character เข้ามาปนด้วย

ระบบอื่นๆ

- ภาคนี้เหตุการณ์ต่างๆ จะเป็น Realtime มากขึ้น จึงเป็นไปได้ว่าตัวเกมเวอร์ชั่น Xbox 360 จะใช้แผ่นน้อยลง

- ตัวเกมใช้ระบบ Encounter แบบใหม่ที่เรียกว่า Mog Clock และด้วยระบบ Cinematic Action จะทำให้จบการต่อสู้ได้ไวขึ้น

- ตัวเกมมีฉากจบหลายแบบก็จริง ทว่าในส่วนของระบบเลือกตอบคำถามที่เรียกว่า Live Trigger นั้น แต่ละครั้งที่เล่นต่างคนก็อาจจะเลือกตอบไม่เหมือนกัน คุณโทริยามะบอกว่าจุดนี้ทำเพื่อความสนุกสนานในการทำความเข้าใจเนื้อเรื่อง ไม่ใช่เพื่อแตกกิ่งก้านสาขาให้เนื้อเรื่อง

- ในเมืองนั้น ชาวบ้านแต่ละคนก็จะมี AI ที่แตกต่างกันออกไป

 - เวลาฝนตก ตัวละครในเมืองจะรีบวิ่งเข้าหาที่ร่ม หาสิ่งกำบัง

- สภาพอากาศส่งผลต่อค่าต่างๆ ในการต่อสู้

- การค้นหาสำรวจอะไรต่างๆ ต้องมีม็อคช่วยด้วย (ดั่งตัวอย่างที่เห็นกันว่าม็อคทำให้หีบล่องหนปรากฏได้)

- ระบบเซฟเป็นแบบ Auto-Save

- ยังไม่มีความคิดที่จะสร้าง Mode Multiplayer ให้เล่นผ่านอินเตอร์เน็ตกัน

- DLC ของเกมก็จะเป็นพวกไอเดียดีๆ ที่เขาคิดได้ภายหลัง หรือไม่ก็คอมเมนต์ดีๆ จากผู้เล่น

เรื่องแพทซ์ของ FFXIII เดิม

- จะมีแพทซ์เพิ่ม Easy Mode ให้กับ FFXIII เวอร์ชั่น PS3 ในวันที่ 21 กรกฎาคม ซึ่งไม่ได้เป็น DLC แต่เป็น Patch ของเกม ถ้าต่อเน็ตแล้วเข้าเกมไปก็จะขึ้นให้โหลด

ที่มา : Andriasang, Dengeki PS, hokanko

คิตาเสะรับยังไม่รู้จะวางขาย FF Type-0 นอกญี่ปุ่นยังไง!?

ถึงตอนนี้ทุกท่านคงทราบกันดีแล้วว่า Final Fantasy Type-0 มีกำหนดวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นภายในช่วงฤดูร้อนนี้ ทว่าเมื่อสอบถามไปยังคุณโยชิโนริ คิตาเสะ ถึงโอกาสในการวางจำหน่ายเกมนี้ในชาติตะวันตกคุณคิตาเสะก็หย่อนความเห็นกลับมาว่าในตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะวางจำหน่ายนอกแดนเอวีอย่างไร

สำหรับประเด็นนี้ คุณคิตาเสะได้กล่าวไว้ว่า "ก็อยากที่คุณทราบกันดีว่าตลาด PSP ในกับนอกญี่ปุ่นนั้นมีความแตกต่างกันมาก เราต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบสุดๆ ว่าจะทำอย่างไรถึงจะเป็นการดีที่สุด ที่จะส่งมอบเกมของพวกเราไปยังเหล่าเกมเมอร์ทั้งหมดได้ ในตอนนี้ผมยังไม่อาจยืนยันการตัดสินใจได้ๆ ได้ทั้งนั้น ดังนั้นช่วยอดทนรอกันไปอีกสักหน่อยละกันครับ" คุณคิตาเสะกล่าวต่อสื่อในงาน E3

จากที่กล่าวมาคงเห็นกันว่าคุณคิตาเสะก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าเกมจะไม่ขายให้กับผู้บริโภคฝั่งตะวันตกซะทีเดียว เพียงแต่ทางค่ายยังไม่แน่ใจว่าควรจะขายด้วยวิธีไหนถึงจะดีที่สุด การที่เขากล่าวถึงความแตกต่างของตลาด PSP ระหว่างในและนอกญี่ปุ่นนั้น ก็ทำให้ชวนคิดได้ว่าบางทีทางค่ายอาจกำลังพิจารณาที่จะวางจำหน่ายตัวเกมผ่านทาง PSN อย่างเดียวก็เป็นได้

ที่มา : Gamingunion

สรุปบทสัมภาษณ์ FFXIII-2 จาก Fokgames

 สรุปจ้ะ ตรงไหนเป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่เคยเขียนในข่าวเก่า จะไฮไลต์ไว้

Q : เนื้อเรื่องจะเบากว่าเดิมมั้ย?
A : ซีเรียสเหมือนเดิม แถมมืดมนและลึกลับยิ่งขึ้นด้วยเอ้า!

Q : เห็นตัวเดโมมีตัวเลือกให้ผู้เล่นเลือก แล้วยังมีวิธีการใดอีกที่ทำให้เกมเป็นเส้นตรงน้อยลง?
A : ภาคนี้เน้นให้คนเล่นเลือกตามสบาย การทำอะไรหรือการตัดสินใจอะไรต่างๆ จะมีผลภายหลังทั้งนั้น

Q : ก็เลยส่งผลให้มีฉากจบหลายแบบ?
A : เป็นครั้งแรกในซีรียส์เลยทีเดียว รอฟังรายละเอียดใน TGS ละกัน

Q : ได้ดูเกม RPG ของทางตะวันตกบ้างมั้ย?
A : ไม่ได้เอาแรงบันดาลใจมาจากเกมฝั่งตะวันตกหรอกน่า เกมตะวันตกมันเป็น Open World แต่เราไม่อยากให้ XIII-2 เป็นแบบนั้น มันก็ยังอยู่ในเรื่องของมัน แต่มีตัวเลือกให้เลือกว่าจะไปทางเส้นทางไหน

Q : ทำไมไปเน้นบทเซร่าห์แล้วล่ะนั่น?
A : ใน XIII ไลท์นิ่งหาทางช่วยเซร่าห์ ส่วนใน XIII-2 เซร่าห์ตามหาไลท์นิ่ง ที่มันกลับกันพอดีแบบนี้ เพราะเราอยากเอาเรื่องความผูกพันของคนในครอบครัวมาเล่นอีกครั้ง

Q : ทำไมถึงมีโนเอล? แทนที่จะเป็นตัวละครเก่า?
A : ยังบอกอะไรไมไ่ด้ เอาเป็นว่าเจ้าตัวมาจากต่างโลก ไม่เคยไปโคคูนมาก่อน ก็อยากให้เกมนี้เป็นที่สนใจของทุกคน ทั้งคนที่เคยและไม่เคยเล่น FFXIII เลยใช้ตัวละครใหม่

Q : ใครเป็นผู้ประพันธ์เพลงภาคนี้?
A : มาซาชิ ฮามาอุซึ เจ้าเก่าแน่นอน แล้วยังมีคนอื่นๆ ที่จะเผยชื่อภายหลัง

Q : ระบบต่อสู้ในเดโมมีระบบ QTE ให้เห็น แล้วยังมีการเปลี่ยนแปลงใดอีกที่เปิดเผยได้ในตอนนี้?
A : พื้นฐานของระบบยังเป็น Optima เหมือนเดิม ที่เพิ่มมาก็มีจับมอนสเตอร์ เอาเข้าทีม ช่วยสู้ มอนสเตอร์พวกนี้ยังพัฒนาได้ด้วย ทำให้ทีมแข็งแกร่งไปด้วยแล

Q : แล้วคริสตัลเลียมจะกลับมาด้วยมั้ย?
A : ในส่วนของตัวละครก็แทบเหมือนเดิม แต่ก็มีส่วนที่เปลี่ยนแปลงซึ่งยังบอกไม่ได้ ทว่าการพัฒนาของฝั่งมอนสเตอร์นั้นจะใช้ระบบที่ต่างออกไป ตัวอย่างเช่นยัดเครื่องประดับเพื่อปั๊มสเตตัสให้มันได้..... (กลิ่น X-2 Inter โชยมา)

Q : ระบบเซฟเหมือนเดิมรึเปล่า? **** (เฉพาะข้อนี้ไม่แน่ใจว่าแปลถูกมั้ย)
A : ใช่ แถมตอนนี้อยากจะเซฟที่ไหนก็เซฟได้ เหมือนกับเกมฝั่งตะวันตก เลยเซฟง่ายกว่า FFXIII ขึ้นไปอีก

Q : มีเมืองมีร้านค้าให้สำรวจแล้ว?
A : ภาค XIII โดนเล่นประเด็นนี้จนอ่วม ภาค XIII-2 เลยจัดไป อยากคุยอยากช็อบก็เอาไปเลย

Q : ทั้งเกมแบ่งเป็นคัตซีนกี่ชั่วโมง และเกมเพลย์กี่ชั่วโมง?
A : ไม่รู้หรอกว่าคัตซีนมันกี่ชั่วโมง แต่เล่นๆ รวมๆ กว่าจะจบก็ 40 ชั่วโมง แล้วยังมีอะไรให้ทำอีกมาก แถมต้องเล่นใหม่เพื่อเอาฉากจบแบบอื่นๆ ด้วย

Q : มีโหมด New Game+
A : ม่ายล่ะ แต่มีอะไรที่เจ๋งกว่านั้น ซึ่งยังบอกไม่ได้

Q : ตัวเกมภาค Xbox360 คราวนี้จะดีกว่าเดิมรึยัง?
A : ตอนทำ FFXIII เราเริ่มทำไปก่อน แล้วมาค่อยคิดเอาลง Xbox360 ภายหลัง แต่กรณี XIII-2 เรากะทำลงบน Xbox360 ตั้งแต่แรก คงไม่มีความแตกต่างในเรื่องใหญ่ๆ ให้เห็นกันระหว่างทั้งสองเครื่องแล้ว

Q : มีเนื้อหาที่ตัดออกจาก XIII แล้วมาใส่ใน XIII-2 มากแค่ไหน?
A : ตอนสร้าง XIII ต้องตัดเอาบางส่วนออกไปก็จริง แต่ไม่ได้ตัดเพื่อมาใส่ใน XIII-2 เฟ้ย

Q : แล้วมันจะวางจำหน่ายเมื่อไหร่ล่ะ?
A : ที่ญี่ปุ่นก็ธันวาคมนี้ ที่ยุโรปก็ต้นปีหน้า อาริกาโตะ โกะไซมัซ!

ที่มา : Fokgames

Friday, June 10, 2011

โทริยามะเผย FFXIII-2 ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Red Dead Redemption

 เนื่องจากไม่เหลือกำลังแปลแล้ว ขอสรุปบทสัมภาษณ์จาก RPGSite เลยละกันนะครับ

แปลแบบมองผ่านแล้วเขียนเอารวดเดียวจบ ไม่ต้องตรวจทาน ไม่ต้องกดดิกซ้ำ ลุยโลด

คิตาเสะ : เราไม่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกม RPG ฝั่งตะวันตกแต่อย่างใด, ระบบ Optima ใน FFXIII เป็นที่ชื่นชอบอยู่แล้ว เราเลยเอามาใช้ต่อแต่มีการปรับเปลี่ยนมัน ให้ไม่เหมือนเดิมซะทีเดียว ซึ่งนอกจากมอนสเตอร์กว่า 150 ชนิดที่สามารถจับเป็นพวกได้แล้ว พวกมันยังพัฒนาได้แบบเดียวกับตัวละครอื่นๆ นอกจากนี้ยังมี Cinematic Action ในการต่อสู้กับบอส

คิตาเสะ : ผมคิดว่าที่ FFXIII ถูกวิพากย์วิจารณ์ก็เพราะเราตั้งใจจะให้มันเป็นเกมที่ขับเคลื่อนไปโดยเนื้อเรื่อง แต่ว่ามันมากเกินไป ผู้คนเลยคิดว่ามันเป็นเส้นตรง ซึ่งคนไม่ชอบกัน ดังนั้นก่อนที่เราจะเริ่มสร้าง XIII-2 เราจึงตัดสินใจที่จะรวบรวมคำตำหนิทั้งหลายมาอย่างจริงจัง และนำความเห็นทุกอันมาแก้ไขปรับปรุงให้เหมาะสม ดังนั้นเกมใหม่นี้จึงเป็นแบบขับเคลื่อนไปตามคนเล่น ผู้เล่นจะมีส่วนร่วมมากขึ้น จะมีอะไรมากมายให้คนเล่นได้ทำและสำรวจ เช่นเมือง และสิ่งอื่นๆ อีก และสามารถเลือกได้ว่าจะคุยอะไรกับ NPC ด้วย

RPGSite : หนึ่งที่จุดที่โดนวิจารณ์หนักที่สุดก็คือการไม่มีเมือง ในบทสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ทีมงานสักคนเคยบอกว่า การสร้างเมืองในระบบ HD นั่นเป็นเรื่องที่ยากมากๆ แล้วตอนนี้มันง่ายขึ้นแล้วรึยังครับ? มีหนทางที่จะสร้างมันขึ้นได้อย่างรวดเร็วแล้วหรือไม่? หรืออย่างน้อยเราสามารถคาดหวังถึงเมืองเล็กๆ แบบที่เคยเห็นกันใน FFVII-IX ได้รึเปล่า?

โทริยามะ : ก็อย่างที่คุณคิตาเสะกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าเราได้รวบรวมคำวิจารณ์ทั้งหลายมากอย่างจริงจัง รวมถึงเรื่องการขาดหายไปของเมือง เราก็รู้แล้วว่าผู้คนไม่ชอบ แล้วก็แก้ให้ตัวเกมภาคใหม่นี้มีเมืองแล้ว คุณสามารถสำรวจเมืองและสามารถคุยกับทุกคนได้ ซึ่งนั่นก็จะนำไปสู่เหตุการณ์อื่นๆ ต่อไป ร้านค้าเองก็เช่นกัน ใน FFXIII-2 นี้คุณจะได้พบกับตัวละครบางตัว ที่พอเข้าไปคุยแล้วพวกเขาก็จะขายของให้เรา แต่ผมก็คิดนะว่าถ้าเราสร้างเมืองแบบเดียวกับใน FFVII-IX มันคงเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ และก็ยากด้วย ดังนั้นเราจึงใส่ AI ให้กับตัวละครทุกคนในเมือง ให้พวกเขาทำอะไรของเขาไป พวกเขาอาจจะนั่งลงแล้วก็คุยไปเรื่อย หรืออาจจะกำลังคุยกับครอบครัว หรืออาจจะกำลังเดินไปหาคนคุยด้วย พวกเขาก็จะทำอะไรของเขาไป ด้วยเหตุนี้มันจึงเป็นเมืองที่แตกต่างจากเมืองต่างๆ ที่คุณเคยเจอมาใน FF ภาคก่อนๆ

คิตาเสะ : เราตัดสินใจสร้างภาคต่อทันทีหลังจากวางจำหน่าย FFXIII ไปทั่วโลก ตอนที่เราไปโปรโมตเกมในอเมริกาและชาติอื่นๆ ในยุโรป เราก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากแฟนๆ ซึ่ง FFXIII ก็มีการขายได้ดี ทำยอดขายทั่วโลกได้ 5-6 ล้านชุด และเราก็รู้ว่าผู้คนต้องการภาคต่อ ตอนสร้าง FFXIII เราก็รู้ว่าตัวละครและเนื้อเรื่องของเกมนี้มันมีศักยภาพมากเกินกว่าที่จะเป็นแค่เกมภาคเดียว

RPGSite : FFXIII-2 จะใช้ระบบ Chapter อีกรึเปล่าครับ? ผู้ึคนคิดว่าระบบนี้ทำให้ FFXIII มันออกมาเป็นเส้นตรง แล้ว XIII-2 จะเป็นแบบนั้นด้วยหรือไม่?

โทริยามะ : เรื่องนี้ผมพูดได้ว่ามันไม่เลวร้ายขนาดนั้น แต่เราก็ได้เปลี่ยนโครงสร้างนั้นแล้ว ทั้งนี้ก็เพราะผู้คนเค้าไม่ชอบกัน แต่ในส่วนรายละเอี่ยดของโครงสร้างใหม่เนี่ย คงต้องรอไปจนกว่าจะถึง TGS ก่อน แต่ผมบอกพวกคุณได้อย่างหนึ่งเลยว่า นี่เป็นครั้งแรกใน FF Seris เลย ที่ FFXIII-2 จะมีฉากจบหลายแบบ

RPGSite : อธิบายหน่อยได้มั้ยว่าทำไมถึงเอาระบบ Optima กลับมาใช้อีก? เป็นเพราะนี่คือภาคต่อของ FFXIII? หรือคุณเห็นว่านี่เป็นระบบต่อสู้ที่สมดุลดีที่สุดในซีรียส์แล้ว?

คิตาเสะ : เราตัดสินใจที่จะเอามันใช้ต่อในภาคใหม่นี้ก็เพราะเหตุผลที่คุณกล่าวมาแล้ว นั่นก็คือภาคต่อ คุณก็รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ควรทำ เราก็เลยเอาระบบเก่ามาใช้ ซึ่งใน XIII ระบบนี้ก็ได้รับความนิยม เราเลยคิดว่ามันเป็นระบบต่อสู้ที่ดีที่สุดแล้วที่จะเอามาใช้ในเกม แต่ถึงจะพูดแบบนั้น นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะเอาระบบเก่ามาใช้ซะทีเดียว ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่า คุณสามารถรวบรวมมอนสเตอร์กว่า 150 ชนิดมาได้ นั่นทำให้เกมเพลย์มีความหลากหลาย ต้องวางกลยุทธให้สนุกกันมากขึ้นกว่าตอนภาค XIII

คิตาเสะ : มันแตกต่างจากตอน X ไป X-2 ใน X-2 นั้นเราต้องการเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งดนตรีและอรรถรส ภาค X นั้นให้บรรยากาศสไตล์เอเชีย ส่วน X-2 มันจะออกแนวป๊อป มันก็แตกต่างกันสิ้นเชิง ทว่าจาก XIII ไป XIII-2 นั้นโลกและการดำเนินไปของเนื้อเรื่องนั้นยังออกแนวเคร่งเครียดไม่เปลี่ยนแปลง เราก็แค่อยากเพิ่มองค์ประกอบใหม่้ๆ แต่ไอเดียพื้นฐานต้องไม่เปลี่ยนไปมาก ต่างจาก X ไป X-2 ที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง XIII กับ XIII-2 จะเป็นภาคต่อกันอย่างแท้จริง และเมื่อพูดถึงเรื่องดนตรีแล้ว ใน XIII คุณมาซาชิ ฮามาอุซึเป็นคนทำดนตรีให้ ซึ่งเขาก็มีชื่อทางด้านการทำเพลงออเครสต้า ในจุดนี้ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมเช่นกัน แต่เราจะเพิ่มสิ่งใหม่ๆ เข้าไป แล้วคุณคิดยังไงกับเพลงของ XIII-2 ล่ะ?

RPGSite : เหลือเชื่อครับ มันทำให้ผมนึกถึง Persona...

คิตาเสะ : เราก็อยากปรับเปลี่ยนแหละครับ เพราะถ้าเรายึดติดกับเพลงแบบเดิมๆ มันก็คงไม่ใช่เรื่อง หรือไม่ก็คงแปลกไป เราก็ปรับแต่งทุกอย่างให้มันเหมาะสมขึ้นครับ

RPGSite : ที่ผมอยากถามก็คือเรื่องของไซด์เควสต์และเอนด์เกม ปัญหาหนึ่งที่ผู้คนมากมายประสบใน FFXIII เดิม ซึ่งมันแตกต่างจาก FF ภาคอื่นๆ ก็คือเมื่อคุณจบเกมแล้ว มันก็ไม่ค่อยเหลืออะไรให้ทำเลย ใน XIII นั้นมีไซด์เควสต์ก็จริง แต่ทั้งหมดก็เป็นการล่ามอนสเตอร์ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ผมเลยสงสัยว่ามันจะมีอะไรให้ทำหลังจากจบเกมไปแล้วรึเปล่า และไซด์เควสต์นั้นจะมีความหลากหลายแค่ไหน

โทริยามะ : อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าจะมีฉากจบหลายแบบ ในตอนนี้เรายังกล่าวอะไรมากไม่ได้ แต่เมื่อผู้เล่นจบเกมรอบหนึ่งไปแล้ว เราก็ได้คิดเผื่อถึงการสร้างคุณค่าให้กับการเล่นตั้งแต่ีรอบ 2 ขึ้นไปด้วย ก็เหมือน New Game+ แหละครับ เป็นระบบเดียวกัน จะมีไอเทมและระบบต่างๆ ชักจูงให้คุณเล่นกันต่อไป สำหรับไซด์มิสชั่นนั้น จะมีไซด์มิสชั่นแบบเดียวกับ Red Dead Redemption มากขึ้น ดังนั้นมันจะไม่ใช่แค่การล่า แต่จะเป็นมิสชั่นแบบอื่นไปเลย จุดหนึ่งที่เราโดนวิพากย์กันมากใน FFXIII ก็คือการที่มีมินิเกมน้อยเกินไป และผู้คนก็อยากจะเห็นมัน นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราเสริมเข้าไปเช่นกันครับ

คิตาเสะ : ในส่วนการจับมอนสเตอร์นั้น อย่างแรกคุณก็ต้องกำจัดมันให้ได้ก่อน และเมื่อทำเงื่อนไขถูกต้อง มันจะเข้าร่วมปาร์ตี้ของคุณและเริ่มรับใช้คุณเอง คุณสามารถผสมผสานพวกมันได้ราวกับการสร้างเด็คในการ์ดเกม ประมาณนั้นเลย ส่วน Cinematic Action นั้นก็มี 2 แบบด้วยกัน แบบแรกคืออย่างที่คุณเห็นตอนสู้กับ Atlas ในเดโม เวลาคุณเจอบอสจริงๆ เมื่อทำดาเมจใส่บอสไปได้ถึงระดับหนึ่งแล้ว มันก็จะเข้าสู่ Cinematic Action เอง ส่วนอีกแบบคือ มอนสเตอร์บางตัวที่คุณจับมา มันสามารถทำ Cinematic Action ของมันได้เอง

RPGSite : จากที่คุณเอ่ยถึง Red Dead Redemption เมื่อกี้ คุณอธิบายสักหน่อยได้มั้ยว่าเกมนี้มีอิทธิพลใดกับคุณบ้าง?

โทริยามะ : ท่ามกลางเกมนับล้านที่วางจำหน่ายในปีก่อน Red Dead Redemption เป็นที่บูชาของนักพัฒนาเกมชาวญี่ปุ่นกันมาก รวมทั้งพวกเราด้วย เกมของเราอาจไม่ใช่ Open-Field แบบเกมนั้น แต่เราก็รับแรงบันดาลใจมา ตัวอย่างเช่น เราสามารถรับมิสชั่นที่ไหนก็ได้ ไม่ใช่แค่ที่สถานศักดิ์สิทธิ์หรือยึดติดกับอะไรสักอย่าง ในเกมนี้คุณจะได้เห็นโจโคโบะมากมาย และสามารถขี่พวกมันได้ ความรู้สึกที่คุณได้ตอนขี่โจโคโบะ มันก็เหมือนกับตอนที่คุณควบม้า มันจะให้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่อย่างแท้จริง นี่แหละคือสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเกมนั้น

RPGSite : สำหรับภาค XIII นั้นมีคนมากมายรู้สึกว่าเวอร์ชั่น Xbox360 มันไม่ดีเท่าเวอร์ชั่น PS3 คุณจะทำยังไงให้คนทั่วไปมั่นใจได้ว่าอย่างน้อยๆ XIII-2 ของเวอร์ชั่น 360 มันจะออกมาใกล้เคียงกับเวอร์ชั่น PS3?

คิตาเสะ : สำหรับ FFXIII เราเชื่อว่าในส่วนของเรียลไทม์กราฟฟิคมันไม่ได้แตกต่างกันมากมายขนาดนั้น เกมนี้ก็เหมือนกัน แต่ในส่วนของไฟล์มูวี่ที่มีขนาดใหญ่้มาก ขนาดของไฟล์ที่ถูกบีบอัดมาแล้วของทั้งสองเครื่องจะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ทว่าในตอนนี้เราสามารถทำฉากดราม่าให้เป็นแบบเรียลไทม์ได้โดยไม่ต้องเป็นมูวี่ ดังนั้นปัญหาที่แท้จริงที่ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างตัวเกมทั้งสองเวอร์ชั่นนั้นคงมีค่อนข้างน้อยแล้ว มันเป็นเพียง % ส่วนน้อยเท่านั้นเมื่อคิดจากกราฟฟิคทั้งหมดใน XIII-2 ดังนั้นมันคงไม่ใช่ประเด็นใหญ่แล้วล่ะครับ

อ่านบทสัมภาษณ์นี้จบแล้ว ผมจับใจความได้ดังนี้

- ทีมงานเอาคอมเมนต์ต่างๆ มาปรับปรุงตัวเกม บางจุดโทริจังเห็นว่าของเดิมมันไม่ได้เลวร้าย ผู้เล่นก็ด่ากันเวอร์ไป แต่เค้าในฐานะผู้กำกับก็ต้องน้อมรับไปแก้ไขอยู่ดี จะติสต์ทำตามใจฉันต่อไปไปคงไม่ได้

- จุดต่างๆ ที่โดนว่าในภาคก่อน ทั้งความเป็นเส้นตรง การไม่มีเมือง ได้รับการแก้ไขแล้ว ส่วนระบบต่อสู้ทีมงานบอกว่าได้ฟีดแบ็คดี ก็เลยเอาของเก่ามาต่อยอด

- ยังไม่มียืนว่าเนื้อเรื่องจะเป็น Chapter อีกรึเปล่า เห็นว่าจะมีการเปลี่ยนโครงสร้าง แต่ขอเปิดเผยใน TGS

- ตัวเกมจะมีมินิเกมให้เล่นกันมากขึ้น เนื่องจากโทริจังได้แรงบันดาลใจจาก Red Dead มา พวกมิสชั่นต่างๆ เควสต์ต่างๆ คงจะลอกไอเดียกันมาบ้าง แล้วจะได้ขี่โจโคโบะด้วยอารมณ์คนควบม้ากันมากขึ้น

- เรื่องกราฟฟิคของ Xbox360 กับ PS3 ภาพเรียลไทม์คงไม่ต่างกันมาก แต่ภาพมูวี่คงยังแตกต่างกันเหมือนเดิม ถึงกระนั้นเฮียคิตาเสะยังพยายามพูดให้ดูดีว่า เกมภาคนี้มีมูวี่น้อยแล้ว ดังนั้นความแตกต่างจึงคงมีไม่มาก

ที่มา : RPG Site

Monday, January 31, 2011

ข้อมูลล่าสุด Final Fantasy Type-0

สรุปจากแฟมิซือตามประสาคนขี้เกียจอย่างเช่นเคย

- แถบทางด้านซ้ายล่าง แสดง HP และ MP ที่เหลืออยู่ของตัวละครในปาร์ตี้ ในที่นี้คือ Rem, Machina และ Cinque

- ส่วนตัวเลข x9 ที่อยู่ข้างๆ นั้นหมายถึงจำนวนสมาชิกที่เหลืออยู่ในกลุ่ม ซึ่งเราสามารถสลับตัวละครในปาร์ตี้ แล้วเปลี่ยนเอา 9 คนนี้ออกมาสู้แทนได้

- ด้านขวาของจอจะแสดงบอกว่าปุ่มอะไรแทนการใช้สกิลใด ส่วนด้านบนที่เป็นรูปปุ่มวงกลมคู่กับปุ่มสามเหลี่ยมและเป็นรูปคนขี่ม้า ตรงนั้นเป็นการบอกว่าหากเรากดปุ่มทั้งสองพร้อมกันก็จะเรียกโอดินออกมาได้

- สาเหตุที่ชื่อของซีรียส์นี้จะใช้อักษรคันจิแทนตัวเลขโรมันและเลขอารบิก ก็เพื่อให้มันแตกต่างไปจาก FF ภาคหลัก คุณคิตาเสะยังได้เสริมว่าคันจิตัวนี้จะถูกใช้บอกเล่าผ่านเนื้อเรื่องในเกมด้วย อีกทั้งการใช้ตัวคันจิ "零式" ยังให้ความรู้สึกของการเป็นสงครามแห่งประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี

- ตัวคันจิที่ใช้ในโลโก้เกม วาดโดยคุณยูซึเกะ นาโอระ ผู้กำกับศิลป์ของเกม ซึ่งคุณคิตาเสะเป็นคนขอให้เขาวาดให้หน่อย แล้วคุณนาโอระนี่ก็เป็นคนเดียวกับที่วาดอักษร "ชินระ" ให้กับ FFVII

- โลกของเกมนี้ประกอบด้วย 4 ประเทศ คือ มิลิเทส รูบรัม อนาเซ่ และ โคไก ซึ่งคริสตัลก็ทำหน้าที่เป็นแหล่งหลังงานให้กับประเทศเหล่านี้ โดยแต่ละประเทศก็จะเก็บคริสตัลไว้ที่ "เพอริสเตอเรียม" ซึ่งหมายถึงโรงเรียนฝึกสอนเวทมนต์

- เนื้อเรื่องของเกมเริ่มต้นขึ้นเมื่้อจักรวรรดิมิลิเทสเข้ารุกรานประเทศรูบรัม เป้าหมายของพวกมันก็คือการแย่งชิงคริสตัลจากเพอริสเตอเรียมไป โดยพวกมันกะจะใช้อาวุธใหม่ที่เรียกว่า "คริสตัลแจมเมอร์" เพื่อลดทอนพลังของคริสตัล ทำให้รูบรัมไม่อาจต่อกรได้ ดังนั้นเหล่าตัวเอกซึ่งเป็นนักเรียนในเพอริสเตอเรียมของรูบรัม จึงต้องร่วมมือกันเพื่อกำจัดผู้รุกรานออกไป

- จักรวรรดิมิลิเทสพัฒนาอารยธรรมจักรกลมานาน พวกเขามีทั้งปืน ยานรบ และเครื่องจักรต่างๆ ทว่ารูบรัมกลับมีแต่เวทมนต์และสัตว์อสูร นักเรียนของรูบรัมเลยต้องใช้วทเมนต์กับอสูรเหล่านี้ขับไล่พวกจักรวรรดิออกไป 

- คุณทาบาตะบอกว่าจะว่าไปแล้วเพอริสเตอเรียมของรูบรัม ก็เป็นทั้งเมือง และเป็นทั้งศูนย์บัญชาการ ผู้เล่นต้องรับคำสั่งจากเพอริสเตอเรียม พอได้คำสั่งแล้วก็เลือกสถานที่ๆ จะไปในเวิร์ลแมพ และเมื่อถึงแล้วก็จะเริ่มมิสชั่น

- เนื้อเรื่องของเกมนี้จะเน้นไปที่มุมมองของมนุษยชาติที่ดำรงอยู่ในตำนาน Fabula Nova Crystallis ซึ่งมนุษย์เหล่านี้ถือกำเนิดมาจากเลือดของเทพธิดาเอโทร แล้วดราม่าแห่งสงครามนี้จะแสดงให้เห็นว่าเทพมีส่วนเกี่ยวข้องกับวิถีการดำรงชีวิตของมนุษย์อย่างไร


- ตัวละครหลัก 12 คนแรกเท่าที่เปิดเผยมาแล้วก็มี Cinque Seven Eight Nine Trey Jack Queen แล้วล่าสุดก็มีการเปิดเผยตัวละครที่ 13-14 ที่ชื่อ Rem และ Machina ซึ่ง 2 คนหลังนี้อาจไม่ใช่คนที่มีบทบาทสำคัญในมุมมองของประวัติศาสตร์ แต่ก็ถือเป็นตัวละครหลักของเรื่องเช่นกัน

- เกมนี้ยังคงมีระบบ EXP และ Level แถมตัวละครยังแข็งแกร่งขึ้นได้จากการสวมใส่เครื่องประดับและติดตั้งอบิลิตี้ต่างๆ และเนื่องจากเกมนี้จะเน้นไปที่การต่อสู้ด้วยเวทมนต์เป็นสำึคัญ การใช้เวทมนต์ขั้นสูงจึงแตกต่างจาก FF ภาคอื่นๆ อย่างเช่นในการใช้เวทไฟ หากกดปุ่มค้างไว้ก็จะเป็นการร่าย ไฟร่า และ ไฟราก้า หากปรับแต่งเวทเหล่านี้มาให้ดีแล้ว เวลาที่ใช้ในการร่ายเวทขั้นสูงก็จะลดลงมาเรื่อยๆ และยังทำให้ลูกบอลไฟที่พุ่งออกไปมีความเร็วและแรงมากขึ้น

- ในโลกของ Type-0 การใช้เวทมนต์จะเป็นเรื่องปกติธรรมดาดั่งการใช้อาวุธ มนต์อสูรเองก็เช่นกัน มีใช้กันเต็มไปหมด อย่างบาฮามุทก็จะมีด้วยกันหลายตัว หากบาฮามุทถูกฆ่าไปสักตัว เราก็อัญเชิญบาฮามุทตัวใหม่มาได้

- ก่อนจะออกไปรบ เราสามารถเลือกได้ว่าจะพาอสูรไหนไปด้วย แต่ในช่วงต้นเกมจะมีอสูรให้เลือกไม่เยอะ เมื่อเราเรียกอสูรออกมาแล้ว ก็จะได้บังคับมันด้วย คุณทาบาตะบอกว่ามนต์อสูรนั้นทรงพลัง และการบังคับมันก็ให้ความรู้สึกดี ทว่าพวกมันจะปรากฏตัวออกมาแค่ชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น

- จากที่อธิบายไปแล้วผ่านทางนิตยสารเดนเกคิ เวลาเล่นมัลติเพลเยอร์แล้วให้เพื่อนมาช่วย ทีมของเพื่อนจะมาช่วยได้แค่เพียง 3 นาทีเท่านั้น เมื่อครบ 3 นาทีแล้วทีมของเพื่อนก็จะเข้าสู่สภาวะ Mission Ended แล้วพวกเขาจะหายตัวไป (ทางแฟมิซือเลยหยอกว่า หยั่งกะอุลตราแมนเลย...) ซึ่งเพื่อนที่มาช่วยนี้ก็จะได้รางวัลตามคุณค่าว่าได้ช่วยเหลือผู้เล่นที่เป็นโฮสต์มากน้อยแค่ไหน หากเล่นดีๆ ก็จะมีการต่อเวลาให้เล่นเกิน 3 นาทีไำด้

- ถึงแม้ทีมของเราจะมี 12-14 คน แต่เวลาสู้จริงจะใช้ได้พร้อมกันแค่ 3 คน ทว่าหากตัวละครตัวใดตัวหนึ่งตายไป ตัวละครที่เหลือก็จะเข้ามาเสียบได้ทันที ทำให้ครบ 3 คนดังเดิม เกมจะโอเวอร์ก็ต่อเมื่อพากันไปตายหมดทั้งทีม

- คุณทาบาตะบอกว่าสาเหตุที่ต้องทำออกมา 2 แผ่นก็เพราะหาทกำแผ่นเดียว พวกเขาก็ต้องตัดบางอย่างที่อยากทำออกไป เป้าหมายของพวกเขาก็คือการสร้างเกมที่มีคุณภาพระดับ HD ดังนั้นการจะสร้างคัตซีนออกมาให้ดี มันก็ต้องใช้เนื้อที่ไม่น้อยเหมือนกัน

- ปัจจุบันเกมนี้สร้างไปได้ 60% คุณคิตาเสะบอกว่าเนื่องจากเกมนี้ตั้งใจจะวางจำหน่ายในช่วงฤดูร้อน จึงเชื่อได้เลยว่าหลังจากนี้จะมีอัพเดททยอยตามมาเรื่อยๆ อย่างไม่ขาดสายแน่นอน

ที่มา : Famtasu1Famitsu2

Friday, January 28, 2011

The 3rd Birthday ยังไม่สิ้นหวังเรื่องภาคต่อซะทีเดียว!

 Square Enix ได้เปิดเผยผ่านบล็อกของเกม The 3rd Birthday ว่านับแต่วันที่ตัวเกมวางจำหน่ายจนถึงวันนี้ ได้มีผู้ปลดล็อคฉากอาบน้ำแล้วกดเข้าไปชมกว่า 80,000 ครั้งแล้ว

ทั้งนี้สาเหตุที่ทางค่ายรู้ถึงจำนวนดังกล่าวได้ก็เพราะระบบส่งข้อมูลระหว่างตัวผู้เล่นไปยังเซอร์เวอร์ของทาง Square Enix โดยตัวเลข 80,000 ดังกล่าวนั้นก็คิดมาจากยอดรวมของจำนวนครั้งที่ผู้เล่นทั้งหมดที่เคยส่งข้อมูลกับทางค่ายได้เข้าไปดูฉากอาบน้ำ ซึ่งหากนับรวมกลุ่มผู้เล่นที่ไม่ได้ส่งข้อมูลเข้าไปด้วย ก็คงได้ตัวเลขที่มากกว่านี้เป็นเท่าตัวแน่แท้

ทั้งนี้ทางค่ายยังได้ลงข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผู้เล่นสามารถปลดล็อคฉากอาบน้ำนี้ให้ปรากฏในเมนู Video Log ได้ หากผู้เล่นทำเงื่อนไขบางอย่างได้สำเร็จ ว่าแล้วทางค่ายก็พูดทิ้งท้ายไว้แบบนี้โดยไม่ยอมบอกว่าเงื่อนไขดังกล่าวคืออะไร ทว่าใครที่ติดตามอ่านข้อมูลจากแฟมิซือมาตลอด คงจะพอรู้กันแล้วว่าเงื่อนไขดังกล่าวก็คือการจบเกม 50 รอบนั่นเอง

นอกจากนี้ทางค่ายยังได้จัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 28 มกราคมถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ โดยในเวลาดังกล่าว ผู้เล่นที่สามารถฆ่าทวิสเต็ดไปได้เกิน 1,000 ครั้ง (สามารถเช็คได้ในเว็บว่าฆ่าไปเท่าไหร่แล้ว) จะได้รับฉายาพิเศษที่เรียกว่า CTI Investigator เอาไว้ใช้อวดบารมีในเว็บ Square Enix Members นั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้น หากภายในเวลาดังกล่าวผู้เล่นทุกคนสามารถทำยอดการกำจัดทวิสเต็ดรวมกันได้มากกว่า 100 ล้านครั้ง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนจะได้รับคอสตูม Armor Knight เอาไปให้อายะใส่ในเกม

ปิดท้ายด้วยเสี้ยวหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ล่าสุดของเกม Final Fantasy Type-0 ที่ทางแฟมิซือได้ถามคุณคิตาเสะและคุณทาบาตะ ถึงความเป็นไปได้ในการทำภาคต่อของเกม The 3rd Birthday ในประเด็นนี้คุณทาบาตะตอบว่า "ตัวเกมได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้เล่น และมีคนมากมายที่ร้องขอเรื่องนั้นเข้ามา ระหว่างที่กำลังพัฒนา Type-0 ให้เสร็จสิ้น ผมเองก็จะรอคอยโอกาสนั้น" ทางด้านคุณคิตาเสะก็เสริม "CEO ของพวกเราก็สนใจอยู่เหมือนกัน ถ้าเขาให้โอกาส ผมก็เต็มใจอย่างยิ่งที่จะทำ"


งานนี้คงต้องฝากความหวังสุดท้ายไว้กับเสียงตอบรับฝั่งอเมริกาแล้วล่ะครับ ถ้าเสียงตอบรับดี คำสั่งอนุมัติให้ทำภาคต่อก็คงจะมาถึงในไม่ช้า...

Update : หลังเคลียร์เงื่อนไขของกิจกรรมแล้วให้ส่งข้อมูลเข้าเซอร์เวอร์ แล้วถึงจะได้คอสตูมมา แต่ถ้าใครมีชุด Aromor Knight อยู่แล้วก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนฉายา CTI Investigator จะได้ในช่วงปลายกุมภาพันธ์ ใครฆ่าครบพันแล้วก็ต้องรอไปก่อน

ที่มา : The 3rd Birthday

Monday, January 24, 2011

ค่าพลังโจมตีของท่าต่างๆ ใน Dissidia 012 Prologus

 ยังคงเดินหน้าแฮ็คกันอย่างไม่หยุดยั้งสำหรับคุณ Kraid และคุณ Ujhbn (อ่านไม่ออกเว้ย..!!) สองผู้ดูแลจากบอร์ด Dissidiaforums ที่ช่วยกันแกะข้อมูลจากเกม Dissidia 012 Prologus -Final Fantasy- มาตีแผ่ให้ทั่วโลกได้รู้เรื่องราวลับๆ บางอย่างเกี่ยวกับตัวเกมที่ยังไม่ได้รับการเปิดเผยกัน ซึ่งล่าสุดนี้ คุณ Ujhbn ก็ได้ช่วยแงะสูตรคำนวณพลังโจมตี พร้อมทั้งค่าพลังโจมตีของท่าต่างๆ ในเกมมาให้ดูกันแล้ว ลองไปดูกันเลยดีกว่าว่าท่าโจมตีต่างๆ ในภาคนี้ ถูกปรับลดให้แรงขึ้นหรือเบาลงยังไงกันบ้าง

แต่ก่อนจะเข้าสู่ค่าพลังของค่าต่างๆ ขอเริ่มจากการแปะสูตรคำนวณดาเมจก่อน

สูตรคำนวณดาเมจ

{ดาเมจพื้นฐาน x พลังโจมตีของท่า x [(1 หรือถ้าคริติคอลก็ 2) + โบนัสจากอุปกรณ์ส่วนใส่]}

= ดาเมจที่ปรากฏจริงบนจอ

* ค่าที่คำนวณได้จะถูกปัดให้เป็นจำนวนเต็ม โดยใช้หลักต่ำกว่า 5 ก็ปัดลง

กรณีที่ ATK ต่ำกว่า DEF ศัตรู :
ดาเมจพื้นฐาน = {10 ÷ [(DEF ศัตรู - ATK ของเรา) + 10 ]} x ค่าเบรฟดิบของศัตรู ÷ 100

กรณีที่ ATK มากกว่า DEF ศัตรู :
ดามจพื้นฐาน = {[(ATK ของเรา - DEF ของศัตรู) + 10 ] ÷ 10} x ค่าเบรฟดิบของศัตรู ÷ 100

* ค่าเบรฟดิบ = ค่าเบรฟจริงๆ ของตัวละครเวลาถอดอุปกรณ์ทั้งหมดออก ในภาคเก่าจะมีค่า 667 ที่ LV.100
** การโจมตีของตัวละครแอสซิส ใช้ค่า ATK เดียวกับตัวละครที่เราใช้อยู่

พลังโจมตีของท่า : ค่าพลังที่จะเขียนต่อด้านล่าง
โบนัสจากอุปกรณ์สวมใส่ : ค่าพลังเสริมที่มาจากอาวุธ เีครื่องประดับ

พลังโจมตีของท่า

ท่าที่พลังโจมตีต่ำกว่า 20 = กาก
ท่าที่พลังประมาณ 30 = เกรียน
ท่าที่พลังมากกว่า 40 = โกง

Lightning

- เวลาอยู่ในโหมด Commando ค่า ATK จะ +1
- EX Effect ของเธอคือ โจมตีเพื่อเบรคศัตรูได้ทันที หากศัตรูเหลือเบรฟต่ำกว่า 30% ของค่าเบรฟดิบ

ชื่อท่า - พลังโจมตีในแต่ละฮิต = พลังโจมตีรวม

Brv Attacks
Smash Upper - 12,10,18 = 40
Area Blast - 2 x7 hits, 4, 12 = 30
Ruinga - 10,15 = 25
Impact Break - 12,10,18 = 40
Blaze Rush - 7 x3 hits,14 = 35
Ruin 10 ต่อลูก
Fire 4 ต่อลูก
Thundaga 10 ต่อลูก
Aerora 1 x5 hits, 6 = 11
Thunder 2,3,5 = 10
Watera 15
Blizzara 2,10 = 12
Army of One - 3 x6 hits,12 = 30
Cure  - 1,2,3,4,5,6% ของค่าเบรฟดิบ

HP attacks
Flourish of Steel - 3,3,4 = 10
Lightning Strike - 7 ต่อฮิต
Thunderfall - 2 x6 hits = 12

Brv > HP chain
Smash Upper > Flourish of Steel = 12,10 > 3,3,4 = 32

EX Burst
ดาเมจเริ่มต้น: 12, 4 x5 hits = 32
ดาเมจเมื่อกดได้ Perfect: 13 x4 hits, 4 x5 hits = 72
Total = 104

Kain

ชื่อท่า - พลังโจมตีในแต่ละฮิต = พลังโจมตีรวม

Brv Attacks
Piercing Lance 2 x6 hits,5,15 = 32
Spiral Blow 20
Cyclone 10 **
Celestial Shooter 2 x4 hits,7 = 15 + ...
แทงขึ้น 4,4,5,12=25, แทงตรง 15, แทงลง 15
Total = 40 หรือ 30 หรือ 30
Thrust Rush 7,8 = 15 + ...
แทงขึ้น 15, แทงตรง 2 x4 hits,12=20, แทงลง 15
Total = 30 หรือ 35 หรือ 30
Crush Dive 1 x7hits,8 = 15 + ...
แทงขึ้น 15, แทงตรง 15, แทงลง 1 x7 hits,6,12=25
Total = 30 หรือ 30 หรือ 40

** Cyclone ถือเป็นท่าโจมตีทางกายภาพ

HP attacks
Jump 2 ต่อฮิต
Gungnir ต่อฮิต
Sky Grinder ต่อฮิต

EX Burst
ดาเมจเริ่มต้น: 20,10 = 30
ดาเมจเมื่อกดได้ Perfect: 70
Total = 100

Warrior of Light

- EX Effect ทำให้ DEF+10

ชื่อท่า - พลังโจมตีในแต่ละฮิต = พลังโจมตีรวม - พลังโจมตีในภาคที่แล้ว

Brv Attacks
Dayflash 3,4,15=22 - 8,8,10=26
Sword Thrust 6,3 x3 hits,15=30 - 8,4 x3 hits,10=30
Ascension 4,5,11,20=40 - 1,2,7,30=40
Blue Fang 7 ต่อฮิต - 12 ต่อฮิต
White Fang 6 ต่อฮิต - 10 ต่อฮิต
Crossover 5,5,10,20=40 - 2,2,6,30=40
Rising Buckler 2 x4 hits,6,16=30 - 1 x4 hits,6,15=25
Shield Strike 2 x4 hits,6,16=30 - 1 x4 hits,6,15=25

HP attacks
Ultimate Shield 4 x3 hits,8 =20 - ภาคก่อนไม่มี
Rune Saber 2 x3 hits,4=10 - 3 x4 hits=12
Bitter End 2 x6 hits,3=15 - 1 x6 hits,2=8

Brv > HP chain
Ascension > Rune Saber = 4,5,11,20 > 2x3,4 = 50 - 40+12=52
Crossover > Rune Saber = 5,5,10,20 > 2x3,4 = 50 - 40+12=52
both Buckler > Bitter End = 2x4,6 > 2x6,3 = 29 - 10+8=18

EX Burst (เท่าของเดิม)
ดาเมจเริ่มต้น: 5,5,5 =15
ดาเมจเมื่อกดได้ Perfect: 10*6,25 =85
Total = 100

Cloud

- EX Effect เหมือนเดิมคือ โบนัสพลังโจมตีแปรผันตรงกับ HP ที่เหลือ ถ้า HP เต็มก็ +100%

ชื่อท่า - พลังโจมตีในแต่ละฮิต = พลังโจมตีรวม - พลังโจมตีในภาคที่แล้ว

Brv Attacks
Double Cut 7,13=20 เท่าของเดิม
Climhazard 3 x4hits,8,15=35 เท่าของเดิม
Sonic Break 8,12,25=45 8,12,30=50
Blade Beam 15,5,10=30 เท่าของเดิม
Fire 10 เท่าของเดิม
Slashing Blow 5,10,25=40 10,10,20=40
Aerial Fang 25 เท่าของเดิม

HP attacks
Cross Slash 5,5=10 เท่าของเดิม
Meteorain  10 เท่าของเดิม
Braver 2,1 x? hits - 5,1 x? hits
Finishing touch 1 x4hits, 2 x5hits=18 เท่าของเดิม
Omni v5 2 x4hits,5,7=20 2 x4 hits,5,8=21

Brv > HP chain
Sonic Break > Finishing Touch = 8,12 > 1x4,2x5 = 38 เท่าของเดิม
Slashing Blow > Omni v5 = 5,10 > 2 x4 hits,5,7 = 35 20+20=40

EX Burst (เท่าของเดิม)
ดาเมจเริ่มต้น: 14,14 = 28
ดาเมจเมื่อกดได้ Perfect: 2x20 = 40
Total = 68 * บวกด้วย % ของพลังชีวิตที่เหลืออยู่ ถ้าพลังชีวิตเต็มก็ +100%...

Garland

ชื่อท่า - พลังโจมตีในแต่ละฮิต = พลังโจมตีรวม - พลังโจมตีในภาคที่แล้ว

Brv Attacks
Round Edge (แบบสั้น) 7,8,30=45 - 5,5,25=35
Round Edge (แบบยาว) 7,8,9,2,2,2,15=45 - 5,5,5,3,3,3,21=45
Lance Charge 2 x4 hits,5,15=28 1 x4 hits,25=29
Highbringer (ปกติl) 5,19=24 - 10,10=20
Highbringer (กดค้าง) 5,2,2,15=24 - 10,10,10,10=40
Thundaga 10 ต่อฮิต - ภาคก่อนไม่มี
Twin Swords 7,8,15=30 - 10,10,10=30
Twist Drill 4,4,8,14=30 - 2,2,6,10=20
Chain Cast 7,8=15 5,5=10
Bardiche 30 - 25

HP attacks
Earthquake 8,2 x5hits=18 - 5,2 x3 hits=11
Tsunami 2 x6hits = 12 - 2 x5hits = 10
Flare 15 - ภาคก่อนไม่มี

EX Burst
ดาเมจเริ่มต้น: 12,12 =24 - 10,10 = 20
ดาเมจเมื่อกดได้ Perfect: 4x3,3x4,16,5x4,16 =76 - 4x3,3x4,16,5x4,16 = 76
Total = 100 - 96

Kefka

ชื่อท่า - พลังโจมตีในแต่ละฮิต = พลังโจมตีรวม - พลังโจมตีในภาคที่แล้ว

Brv Attacks
TTB 5,25 - 10,20
SSB 5,6 ต่อฮิต - 5, 5 ต่อฮิต ** ท่าน้ำแข็งนรก.... ท่าหากินของเคฟก้า
LST 15 ต่อฮิต - 5 หรือ 15 หรือ 20
ZTT 10 ต่อฮิต - ต่อฮิต
ECF 15 ต่อฮิต - 30 ต่อฮิต
WWF 3 x7 hits=21 - 2 x7 hits=14
Ultima 15,25=40 - 5,45=50
Meteor 15 ต่อฮิต - 35 ต่อฮิต

** ถึงพลังจะเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่จำนวนฮิตลดลงอย่างมาก จากเต็มที่ 15 ฮิตเหลือ 6 ฮิต

HP attacks
ทุกท่าเป็นการอัดเข้าเนื้อโดยตรง ไม่มีท่าที่ลดเบรฟก่อนเลย

EX Burst
ดาเมจเริ่มต้น: 8,4,4,4 = 20 - 4,4,4,4 =16
ดาเมจเมื่อกดได้ Perfect: 10 x8 hits = 80 - 10 x8hits = 80
Total = 100 - 96

Sephiroth

ชื่อท่า - พลังโจมตีในแต่ละฮิต = พลังโจมตีรวม - พลังโจมตีในภาคที่แล้ว

Brv Attacks
Moment 1x7,13 =20 - ภาคก่อนไม่มี **
Reaper 2,1x5,10/1x6,10/3,1x5,2=43 - 2*7/2*8/3,1*5,2=40
Fervent Blow 4x5/1,1,1,7 =30 - 5,3*5/4,3,3,5=35
Shadow Flare 3 ต่อลูก - เท่าของเดิม
Sudden Cruelty 2x8,9/4,1x5,6=40 - 3*8,4/3,1*5,4=40
Oblivion 6,1*9,10=25 เท่าของเดิม
Godspeed 5,4x5/1,2,7=35 - 5,3*5/4,5,6=35

** คิดตามค่าพลังเวท...

HP attacks
Octaslash 2x6,4=16 - เท่าของเดิม
Scintilla 4,1*6=10 - เท่าของเดิม
Black Materia 3 ต่อฮิต เท่าของเดิม
Hell's Gate 2 ต่อฮิต เท่าของเดิม

EX Burst
ดาเมจเริ่มต้น: 5*5 = 25 - 5*5 = 25
ดาเมจเมื่อกดได้ Perfect: 5*6,9*5 = 75 - 5*6, 10*5 = 80
Total = 100 - 105

Jecht

ชื่อท่า - พลังโจมตีในแต่ละฮิต = พลังโจมตีรวม - พลังโจมตีในภาคที่แล้ว

* ตัวเลขหลังเครื่องหมาย "/" ให้เอามาคิดเมื่อจบคอมโบ ถ้ายังต่อคอมโบได้ก็ให้ข้ามตัวเลขนั้นไปเลย

Brv Attacks
Jecht Rush (แบบไม่ชาร์จ) 4/5 - 6/6
(ชาร์จ 1 ขั้น) 5,5/5 - 4,4/7
(ชาร์จ 2 ขั้น) 3x5/5 - 2x5/8
Jecht Stream(แบบไม่ชาร์จ) 2,2/5 - 3,3/6
(ชาร์จ 1 ขั้น) 2,2,1,1/5 - 2x4/7
(ชาร์จ 2 ขั้น) 1x8/5 - 1x4,2x4/8
2nd chain (ซัดกับพื้นต่อ) 1x9/12 - 3x3,5/9
(ซัดขึ้นจากฟ้า) 1x5,2/12 - 2x4,3,3/9
(ซัดกลางอากาศต่อ) 1x4,3/12 - 2x4,6/9
3rd chain (ซัดต่อจากพื้นหรือจากอากาศ) 1x4,6/19 - 4x4,8/10
(ซัดขึ้นฟ้า) 3,1x8,2/19 - 5,3x5,4/10
(ซัดลงพื้น) 5,5/1x4,15 - 6,6/3*4,10

HP attacks
Jecht Blade 2 x5=10 - เท่าของเดิม
(ชาร์จ 1 ขั้น) 1x6,2,2,3,3=16 - เท่าของเดิม
(ชาร์จ 2 ขั้น) 1x9,2x6=21 - เท่าของเดิม
Ultimate Jecht Shot 2,1x16=18 - 2,2,1x16=20
(ชาร์จ 1 ขั้น) 1x21=21 - 2x2,1x19=23
(ชาร์จ 2 ขั้น) 1x30=30 - 2x2,1x28=32
Triumphant Grasp 1x5,3,2=10 เท่าของเดิม
(ชาร์จ 1 ขั้น) 2x7,1=15 - เท่าของเดิม
(ชาร์จ 2 ขั้น) 2x10,1,1=22 - เท่าของเดิม

Combo damage
ทั้งหมดนี้คือแบบไม่ชาร์จ... แบบชาร์จไปคิดต่อยอดเอาจากค่าข้างบนเอาเอง
Rush:
Ground O,O,O: 4+9+10/19 = 42 - 6+14+24/10 = 54
Ground O,O,^O: 4+9+13/19 = 45 - 6+14+24/10 = 54
Stream:
Air O,O,O: 4+7+10/19 = 40 - 6+14+24/10 = 54
Air O,O,vO: 4+7+10/19 = 40 - 6+14+12/22 = 54

Rush จบด้วยตีเข้า HP:
Ground O,O,O + Blade: 4+9+10+10 = 33 6+14+24+10 = 54
Ground O,O,^O + UJS: 4+9+13+18 = 44 - 6+14+24+20 = 64
Stream จบด้วยตีเข้า HP:
Air O,O,O + Blade: 4+7+10+10 = 31 6+14+24+10 = 54
Air O,O,vO + Grasp: 4+7+10+10 = 31 - 6+14+12+10 = 42

EX Burst
ดาเมจเริ่มต้น: 5 - 5
ดาเมจเมื่อกดได้ Perfect: 5,5,10, 19x4 - 5,5,10, 15x4
Total: 101 - 85

------------------------------------------------------------------------------------------------

ความเห็นส่วนตัว

- พึ่งรู้ว่าคอมโบ Rune Saber ของพี่แสงแรงมาก... แต่ผมไม่ได้ใช้ เพราะท่ามันอ่านทางง่าย

- คอมโบ Omni V.5 ของคลาวด์โดนปรับพลังลงหน่อยนึง สมควรแล้ว

- เคฟก้า กากลงทั้งท่าเมเทโอ อัลทิม่า และน้ำแข็ง..... ของเดิมมันโหดร้ายไป

- เจคท์ โดนลดพลังลงไปมาก เพราะของเดิมมันเก่งเกินไป แต่ถึงอย่างไรคอมโบโจมตีเบรฟของเจคท์ก็ยังมีพลังเฉลี่ยอยู่ที่ 40 ซึ่งอยู่ในขั้นที่เหนือกว่าตัวอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด

- งานนี้ใครใช้เจคท์ไม่เป็น ก็จะพบว่าเจคท์กากหนักกว่าเดิม แต่ใครที่ใช้เป็น... ก็น่าจะหิวโหยเจคท์กันมากกว่าเดิม ถึงแม้คอมโบแบบไม่ชาร์จจะมีพลังน้อยลง แต่คอมโบแบบชาร์จกลับเพิ่มระยะโจมตีและคุณสมบัติอื่นๆ ขึ้นมามากมาย แถมระยะเวลาที่ใช้ในการชาร์จก็น้อยลง

- และที่นรกที่สุดคืดเจคท์บล็อคมันอัพเกรดตัวเองขึ้นมาอีกชั้น ทั้งเพิ่มระยะเวลาที่การบล็อคมีผล ลดดีเลย์หลังใช้ท่าลง แถมเวลาใช้เจคท์บล็อคบนพื้น เจคท์จะไม่มีทางกระเด็นอีกด้วย.... โอ้ แม่จ้าววววววววว~

ที่มา : Dissidiaforums